DC vs. MARVEL

หมวดหมู่ DC/MARVEL/STUDIO ผู้เขียน

DC และ MARVEL จัดหนักกันซะเหลือเกินช่วงที่ผ่านมานี้ ด้วยการปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เรือธงของค่ายมาชนกันเลยทีเดียว เริ่มด้วยวันที่ 24 พฤษจิกายน 2015 มาร์เวลก็ปล่อยตัวอย่างแรกของ Captain America : Civil War ออกมาก่อน ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2015 ทางฝั่งดีซีก็ปล่อยตัวอย่างที่สองของ Batman v Superman: Dawn of Justice ออกมาบ้าง

ต้องบอกกับแฟนๆหนังฮีโร่ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่นะครับ ว่าการแข่งขันในเชิงธุรกิจนั้นเข้มข้นก็จริง แต่ลึกๆแล้วสองค่ายนี้เค้าก็ให้เกียติซึ่งกันและกันมาตลอดหลายสิบปีตั้งแต่เริ่มทำคอมมิคกันครับ

ที่ผ่านมานั้น ตัวละครของทั้งสองค่ายต่างโดนก็อปปี้กันโต้งๆ ทั้งคาเรคเตอร์หน้าตาและเสื้อผ้าหรือรูปแบบพลัง ก็ไม่มีการฟ้องร้อง ผลัดกันก็อปซะด้วย 555+ แถมคนวาดคอมมิคนี่ผลัดกันย้ายค่ายกลับไปกลับมาเป็นว่าเล่น

พอทั้งสองค่ายทำหนังออกมา ก็ไม่มีข่าวว่าจะมาโจมตีคู่แข่งแบบน่าเกลียดแบบสาดโคลนนะครับ เค้างัดของดีมาโชว์กันมากกว่า (ฟังแล้วทะแม่งหูนะคำว่างัดของดีมาโชว์ – -*)

ฉะนั้น  ผมคนนึงละที่ไม่พูดว่า พอดูตัวอย่าง BvS แล้วรู้สึกเหมือน Civil War เป็นเด็กตีกันเลย เพราะผมไม่ได้เอาฉากแอคชั่นหรือความเทพของตัวละครมาเปรียบเทียบครับ 

Batman V Superman 35

หนังมันไม่ได้สนุกที่ความเก่งกาจของฮีโร่หรือสเกลการตีกันจะรุนแรงมากแล้วมันจะยิ่งใหญ่กว่า แต่หนังมันสนุกตรงเรื่องราวที่ทีมงานผู้สร้างนำเสนอมากกว่าครับ ว่าจะชวนติดตามขนาดไหน ผมจะแจกแจงเรื่องราวของจักรวาลภาพยนตร์ทั้งสองค่ายนะครับ เปรียบเทียบเพื่อความบันเทิงนะ ไม่ได้ต้องการสื่อว่าใครเจ๋งกว่ากัน เพราะผมเป็นแฟนฮีโร่ครับ ไม่ใช่แฟนของฝ่ายใดฝ่ายนึง ทำออกมาผมดูหมดละ ไม่เลือก

Ciil war 3

*ผมจะนำเสนอเฉพาะโปรเจคที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนะครับ

โปรเจคก่อนหน้านี้ที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว ผมไม่พูดถึง*

MARVEL

เรามาเริ่มที่ฝั่งมาร์เวลก่อน ช่วงปี 2002 -2007 หลังจากชีช้ำที่ขายตัวละครหลักไปครึ่งค่ายเพราะธุรกิจคอมมิคซบเซา มาร์เวลขายตัวละครให้สตูดิโอสร้างหนังต่างๆนำไปชุบมือเปิบทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยมาร์เวลเองได้ส่วนแบ่งเพียงน้อยนิด

มาร์เวลก็กัดฟันฮึดเฮือกสุดท้าย และลองเชิงโปรเจคจักรวาลภาพยนตร์ของตนเอง ด้วยการเริ่มสร้างภาพยนตร์ออกมาสองเรื่อง นั่นคือ Iron Man และ The Incredible Hulk ซึ่งหนังทั้งสองเรื่องนี้กล่าวอ้างถึงภาพยนตร์เรื่องต่อๆในอนาคตมากมายถ้าโปรเจคนี้ไปได้สวย สังเกตุว่ามีไข่อีสเตอร์มากมายในหนังสองเรื่องนี้ ยกตัวอย่างเช่น

ในไอออนแมนนั้น มีคำเอ่ยจากโคลสันถึงหน่วยถึงชิลด์ ฟิวรี่ปรากฎตัวและเอ่ยถึงอเวนเจอร์ส

ในฮัลค์ มีเอ่ยถึงสตาร์คอินดรัสทรี แฟ้มลับของชิลด์ และโทนี่ก็ปรากฎตัวในฮัลค์

และอีกมากมายที่ลิ้งนี้ครับ  >>> ไข่อีสเตอร์ เฟส 1

ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องออกฉายในปี 2008 ไอออนแมนฉายก่อน ฮัลค์ฉายตามมา โดยไอออนแมนนั้นคือของมาร์เวล 100% แต้ฮัลค์ยังเป็นลิขสิทธิ์ของยูนิเวอร์เซลอยู่นะ ซึ่งยูนิเวอร์เซลก็รู้ตัวละว่าเอาไปทำเจ๊ง จึงยอมให้ฮัลค์กลับมาร่วมโปรเจคใหม่นี้ของมาร์เวลครับ

นี่คือหนังสองเรื่องที่มาร์เวล “ตั้งใจ” สร้างขึ้นมาให้เป็นตัวเปิดจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มาร์เวลวางโครงเรื่องไว้แล้วละ ว่าจะทำหนังต่อเนื่องเป็นเนื้อเรื่องหนึ่งเดียวเชื่อมต่อกันอย่างทุกวันนี้ ย้อนไปวันนั้นในปี 2008 ถ้าหนังทั้งสองเรื่องนี้เจ๊ง โปรเจคนี้ของมาร์เวลล่มแน่นอนครับ

แต่.. เมื่อไอออนแมนประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำได้ทั้งเงินและคำตอบรับที่ดี โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ กลายเป็นนกฟินิกซ์ที่ฟื้นจากความตาย และสวมบท โทนี่ สตาร์ค ได้อย่างเยี่ยมยอด เป็นโทนี่ในแบบของเค้าเอง โดยไม่ได้อิงคาเรคเตอร์มาจากคอมมิค

iron man 001

ถึงแม้ฮัลค์จะไม่เปรี้ยงเหมือนไอออนแมนด้านกำไร แต่ก็ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีเช่นกัน หนังเรื่องต่อๆมาในโปรเจคนี้ของมาร์เวลจึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และมาร์เวลก็ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าโปรเจคนี้คือ Marvel Cinematic Universe หรือเรียกสั้นๆว่า MCU โดยมาร์เวลเรียกว่านี่คือระยะ 1 หรือ เฟส 1 โดยในระยะหนึ่งนี้ มาร์เวลมีหนังทั้งหมด 6 เรื่อง เสริมนิดหนึ่งว่า วอลท์ดิสนีย์มาเทคโอเวอร์มาร์เวลช่วงหนังเรื่อง Avengers นะครับ

01. Iron Man 1 (2008)

02. The Incredible Hulk (2008)

03.  Iron Man 2 (2010)

04. Thor 1 (2011)

05. Captain America 1 The First Avengers (2011)

06. The Avengers (2012)

และก็เป็นไปอย่างที่มาร์เวลหวังไว้ เพราะหนังทุกเรื่องในระยะหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมาพีคสุดที่ ดิอเวนเจอร์ส ในปี 2012 มาร์เวลจึงประกาศสร้างหนังระยะ 2 หรือ เฟส 2 ออกมาอีกระลอก ซึ่งหนังในระยะสองก็มี

01. Iron Man 3 (2013)

02. Thor 2 The Dark World (2013)

03. Captain America 2 The Winter Soldier (2014)

04. Guardians of the Galaxy 1 (2014)

05. The Avengers: Age of Ultron (2015)

06. ANT-MAN (2015)

ถึงระยะสอง มาร์เวลไม่มีแค่หนังใน MCU แล้วครับ หลังจากภาพยนตร์เรื่อง IRONMAN3  ออกฉายได้เพียงไม่นาน  มาร์เวลก็จัดหนักลงไปในซีรี่ย์ด้วยเพื่อขยายจักรวาล โดยการสร้าง Agents of S.H.I.E.L.D. ซีซั่นแรกออกมาในปี 2013 และยังฉายต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดย Agents of S.H.I.E.L.D. มาถึงซีซั่นสามแล้วด้วย แถมยังมี Agent Carter / DareDevil / และ Jessica Jones ออกตามมาติดๆ ซึ่งซีรีย์ทั้งสี่เรื่องนี้ก็อยู่ใน MCU ทั้งหมดนะครับ (ยังมีซีรีย์อีกสามเรื่องออกในปี 2016  / ลุค เคจ / ไอรอนฟิต / เดอะ ดีเฟนเดอร์)

S.H.I.E.L.D. 1-1.1

กลับมาที่หนัง สังเกตว่าหนังในระยะสองของมาร์เวลมีรูปแบบชัดเจนที่ว่า มาร์เวลจะปล่อยหนังออกมาปีละ 2 เรื่อง ซึ่งมันเป็นแผนการตลาดแบบโดมิโนครับ คือถ้าล้มนี่ล้มครืนหมด แต่มันก็เป็นแผนการตลาดแบบใยแมงมุมด้วย นั่นคือ หนังทุกเรื่องของมาร์เวลเชื่อมถึงกันหมด คนดูจึงจำเป็นต้องดูหนังทุกเรื่องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าอยากเห็นภาพรวมของจักรวาล เป็นการตลาดที่ฮาร์ดเซลและโคตรเสี่ยง และไม่เคยมีค่ายหนังใดทำมาก่อน (ส่วนใหญ่หนังภาคต่อที่ทำกันคือชื่อเรื่องเดียวกัน และมีตัวเอกคนสองคน ไม่เคยมีใครทำแบบมาร์เวล)  กดหยุดชั่วคราวที่มาร์เวลไว้แค่นี้ก่อน ไปต่อกันที่ดีซีบ้าง..

 

D C

ที่ผ่านมาดีซีไม่เคยคิดสร้างหนังให้เชื่อมต่อกันเลย เรื่องใครเรื่องมันมาโดยตลอด แต่เมื่อดีซีเห็นโมเดลหรือรูปแบบของมาร์เวลในการเชื่อมหนังเข้าด้วยกัน ดีซีจึงนำมาทำบ้าง และปล่อยภาพยนตร์เรื่องแรกของจักรวาลภาพยนตร์ดีซีออกมาในปี 2013 นั่นคือ Man of Steel  และนี่คือการรีบูธซุปเปอร์แมนใหม่เพื่อสร้างจักรวาลใหม่นั่นเอง

man of steel head

จนถึงวันนี้จักรวาลภาพยนตร์ดีซี จึงมีออกมาให้ดูเพียงแค่เรื่องเดียวคือ Man of  Steel ครับ เพราะเรื่องต่อๆไปนั้น ออกฉายตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไปทั้งหมด และมีรายชื่อดังนี้..

01. Man of  Steel (2013)

02. Batman v Superman: Dawn of Justice (2016)

03. Suicide Squad ( 2016)

04. Wonder Woman (2017)

05. Justice League: Part One ( 2017)

06. The Flash (2018)

07. Aquaman (2018)

08. Shazam (2019)

09. Justice League Part Two (2019)

10. Cyborg (2020)

*โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแแปลง*

และมีเพียงเท่านี้ก่อนครับสำหรับ การที่ดีซี ออกตัวช้ากว่ามาร์เวลไม่มีผลในแง่ความนิยม เพราะตัวละครฮีโร่หลักตัวท็อปของฝั่งดีซีนั้นแข็งปั๋งทุกตัว มันอยู่ที่ทีมงานผู้สร้างหนังแล้วละครับ ว่าจะนำเสนอได้น่าสนใจเพียงใด ผมอยากให้จักรวาลภาพยนตร์ของดีซีประสบความสำเร็จดังเช่นฝั่งมาร์เวลนะครับ เพราะมันจะส่งผลดีด้านคุณภาพที่ต้องคัดแล้วคัดอีกจากทั้งสองค่าย ทำให้เราได้ดูหนังดีๆกัน และประโยชน์ก็ตกอยู่ที่เราคนดูภาพยนตร์ทุกคน

 

MARVEL

กลับมาที่ฝั่งมาร์เวล เควิน ไฟกี้ ประธานมาร์เวลนั้น ได้ประกาศระยะ 3 หรือเฟส 3 ออกมาก่อนหน้าดีซีนานแล้วครับ ประกาศตั้งแต่ปลายปี 2014 โน่นนะ และมีประกาศเพิ่มเติมในช่วงหลังด้วย ผมจึงสรุปมาหมดเลยก็แล้วกัน และมีภาพยนตร์จักรวาลมาร์เวลในระยะสามดังนี้

01. Captain America: Civil War (2016)

02. Doctor Strange (2016)

03. Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017)

04. Spider-Man (2017)

05. Thor: Ragnarok (2017)

06. Black Panther (2018)

07. Avengers: Infinity War  (2018)

08. Ant-Man and the Wasp (2018)

09. Captain Marvel (2019)

10. Avengers 4 (2019)

นี่คือหนังระยะสามนะครับ ซึ่งมาร์เวลประกาศสร้างต่ออีก 3 เรื่องต่อจากอเวนเจอร์ 4 คงจะเป็นหนังในระยะ 4 หรือเฟส 4 นั่นละครับ โดยยังไม่มีใครรู้ว่า 3 เรื่องนั้นคือเรื่องอะไรบ้าง?

 

: สรุปท้ายบทความ :

สมควรหรือยังที่ออสการ์จะเหลียวแลหนังฮีโร่จริงๆจังๆ? เพราะเมื่อการแข่งขันสูงขนาดนี้ มันก็ควรจะมีหนังฮีโร่ที่ทรงพลังด้านอารมณ์ร่วมสมกับรางวัลออสก้าร์บ้างสิ ซึ่งทำสำเร็จไปคนนึงแล้ว นั่นคือ Heath Ledger ในบท Joker ได้รางวัลออสก้าร์นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก The Dark Knight ในปี 2008  

heath ledgers joker

แต่เลจเจอร์ก็ได้ออสก้าร์หลังจากเสียชีวิตไปแล้วซะอีก ไม่ได้อยู่ชื่นชมรางวัลตัวเอง R.I.P. ผมอยากเห็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ได้รางวัลออสก้าร์อีกสักครั้ง เอาแบบที่คนผู้นั้นยังมีชีวิต และเดินขึ้นไปรับรางวัลอย่างสมเกียรติ 

 

 

ปล. ไม่เอ่ยถึง X-MEN ของ FOX  นะครับ เอาแค่สองค่ายนี้ก่อน

จบบทความครับ สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ