DC Extended Universe

หมวดหมู่ DC ผู้เขียน

Spoiler Alert !! นานแสนนานมาแล้ว.. มหาเทพเจ้าผู้มีนามว่า Zeus (ซุส) ผู้ปกครองเขา Olympus (โอลิมปัส) ซึ่งอยู่ในมิติสรวงสวรรค์แห่ง Olympian God ได้ใช้อำนาจของตนเองสร้างมนุษย์ขึ้นมายังดาวเคราะห์ดวงหนึ่งของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ดาวเคราะห์นั้นคือ โลก

โดยซุสบันดาลให้มนุษย์มีรูปร่างเฉกเช่น Olympian God (เทพเจ้าและเทพสตรีแห่งโอลิมปัส)  นี่จึงถือว่า คือจุดกำเนิดของมนุษย์ชายหญิงทั้งมวล..

ซุสสร้างมนุษย์ (Wonder Women)

 

แต่ทว่า หนึ่งในบุตรแห่งซุสนามว่า Ares (แอรีส) เทพเจ้าแห่งสงคราม (God of War) ไม่ค่อยชอบใจในมนุษย์ผู้แสนอ่อนแอและรวนเรเหล่านี้ แอรีสรู้ว่าธรรมชาติมนุษย์มีความเลวร้ายแฝงอยู่ทุกคน แอรีสจึงเริ่มกระตุ้นความเลวร้ายต่างๆภายในจิตใจมนุษย์ให้ตื่นขึ้น ด้วยการชักจูงและเป่าหู

มนุษย์จึงเริ่มมีทั้งความหวาดระแวง ความทะเยอทะยาน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น อิจฉาริษยาอาฆาต ฯลฯ ก็เพื่อให้เหล่ามนุษย์นั้นรบราฆ่าฟันทำสงครามกันเอง

ซุสจึงสร้างเหล่านักรบหญิงอมตะชาวเผ่า Amazon (อเมซอน) ขึ้นมาจาก “ความรัก” และเริ่มสร้างสันติและความสงบสุขให้กับเหล่ามวลมนุษยเรื่อยมา ซึ่งตลอดเวลาเหล่านี้ชาวอเมซอนก็เริ่มเห็นความเลวร้ายในตัวมนุษย์เช่นกัน

กำเนิดชาวอเมซอน (Wonder Women)

 

และความเลวร้ายในตัวมนุษย์ก็ไม่ผิดจากที่ชาวอเมซอนคิด เมื่อมนุษย์จับเหล่าชาวอเมซอนไปเป็นทาสมากมาย ราชินี Hippolyta (ฮิปโปลีต้า) แห่งชาวอเมซอนและแม่ทัพคู่ใจ Antiope (แอนทิโอพี) ซึ่งเป็นน้องสาวของฮิปโปลีต้า จึงนำชาวอเมซอนลุกฮือปลดแอกพวกของตนจากการเป็นทาสมนุษย์ได้สำเร็จ และหันหลังให้มนุษย์นับตั้งแต่นั้น

มนุษย์ย่ำยีชาวอเมซอน (Wonder Women)

 

แต่ชาวอเมซอน ก็ยังคงรักษาความสงบให้โลกเรื่อยมา ซึ่งเมื่อโลกสงบสุข  ด้านแอรีสจึงลงมาบู๊แหลกกับเหล่านักรบสตรีอเมซอนที่ซุสรักนักรักหนา โทษฐานมาทำให้โลกมีสันติ

ซุสก็รู้ ถึงแม้ว่าเหล่านักรบสตรีอเมซอนนั้นสู้รบเก่งและมีอายุยืนยาวเป็นอมตะก็จริง หากแต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนแอเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดา และตายได้ ซุสจึงส่งเหล่าเทพเจ้าบนเขาโอลิมปัสออกมาสู้กับแอรีส ผลทำให้เหล่าเทพเจ้าที่ซุสส่งลงมาตายไปมากมาย

ซุสจึงลงมาสู้กับลูกชายด้วยตนเอง แต่พลังอำนาจของแอรีสนั้นสูสีกับซุส ซุสจึงใช้พลังแทบทั้งหมดของตนโจมตีแอรีส ผลทำให้แอรีสสูญเสียพลังอำนาจของตนเองไปมากมาย และตกลงมาอยู่บนโลก แอรีสจึงอาศัยปะปนกับเหล่ามนุษย์ที่แอรีสจงเกลียดจงชังนับตั้งแต่นั้น

ซุสปะทะกับแอรีส (Wonder Women)

 

หากแต่ซุสก็สูญเสียพลังไปมากมายเช่นกันในการโจมตีแอรีสครั้งนั้น ซุสจึงใช้พลังสุดท้ายที่เหลือของตนสร้างเกาะ Themyscira (เธอมิสซีร่า) ขึ้นมาบนโลก เพื่อให้เหล่านักรบสตรีชาวอเมซอนที่ตนรักอาศัย เกาะนี้อยู่บริเวณกลางทะเลที่ใดที่หนึ่งในบริเวณน่านน้ำใกล้ๆยุโรป และใช้เวทย์ฉาบเกาะเธอมิสซีร่าไว้ไม่ให้มนุษย์หรือแอรีสค้นพบ กำเนิดเป็นตำนานเรื่องเล่าของเทพเจ้าแห่งเขาโอลิมปัสแพร่หลายในยุโรปมานับตั้งแต่นั้น

เกาะเธอมิสซีร่า (Wonder Woman)

 

ณ จักวาลอันไกลโพ้น..ห่างไกลจากทางช้างเผือก 8.7 พันล้านปีแสง มีดวงดาวที่มีอารยธรรมที่สูงล้ำที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ Rao ดาวดวงนี้มีชื่อว่า ดาว Krypton อยู่ในอาณาเขตกาแล็กซี่ Xano สิ่งมีชีวิตที่อาศัยบนดาวดวงนี้คือชาว Kryptonian เป็นเผ่าพันธุ์ฮิวแมนนอยที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง ชาวคริปโตเนี่ยนมีพลังกายมากกว่ามนุษย์ มีอารยธรรมมา 100,000 ปีแล้ว

ผู้อาวุโสยุคก่อนๆซึ่งเป็นบรรพบุรุษชาวคริปโตเนี่ยนนั้น ส่งยานอวกาศออกไปหลายพันลำ เพื่อออกไปสืบเสาะหาดวงดาว ที่มีระบบนิเวศฯใกล้เคียงกับการดำรงชีวิตของเผ่าพันธุ์คริปโตเนี่ยนไปทั่วทั้งจักรวาลทุกๆระบบกาแล๊กซี่

Kryptonian Law Council สภาสูงคริปโตเนี่ยน (Man of Steel)

 

16,000 ปี + ก่อนคริสตกาล และยานทุกๆลำของชาวคริปโตเนี่ยนมีเครื่องจักรสร้างโลก ซึ่งเป็นเครื่องที่มีเทคโนโลยีสูงถึงขนาดปรับสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศได้ทั้งดวงดาว และจะแปรเปลี่ยนดวงดาวนั้นๆให้มีระบบนิเวศฯเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของชาวคริปตอนให้สมบูรณ์100% เพื่อที่จะก่อตั้งอาณานิคมบนดวงดาวเหล่านั้น หนึ่งในดวงดาวเป้าหมายที่เหมาะสมกับการดำรงเผ่าพันธุ์คริปตอนก็คือ“โลกมนุษย์”บนระบบทางช้างเผือกนั่นเอง

ยานสำรวจอวกาศของคริปโตเนี่ยนลงจอดบนโลกเมื่อ 16,000 ปีคริสตกาล (Man of Steel)

 

4,000 ปี + ก่อนคริสตกาล ที่โลกมนุษย์ มิได้มีเพียงแค่เทพตกสวรรค์อย่างแอรีส หรือนักรบเผ่าอมตะอย่างชาวอเมซอน หรือการมาเยือนของชาวคริปโตเนี่ยน หากแต่ยังมีสิ่งเร้นลับและทรงพลังมากมายมาอยู่บนโลก หนึ่งในสิ่งเร้นลับนั้น คือพ่อมดแม่มดจากต่างมิติ

พ่อมดผู้พี่ Incubus (อินคิวบัส) และแม่มดผู้น้อง Enchahtress (เอนชานเทรส) ทั้งสองนั้นไม่ระบุชัดเจนว่าก่อนหน้านี้อยู่ในมิติใด แต่เมื่ออยู่บนโลกบริเวณทวีปอเมริกา ทั้งสองก็ถูกสักการะโดยชนเผ่ามายัน เหล่ามนุษย์ต่างยกให้อินคิวบัสและเอนชานเทรสเป็นเทพเจ้าของพวกเขา เนื่องด้วยอำนาจอิทธิฤทธิ์และเวทย์มนต์ของทั้งสอง ทำให้มนุษย์เกรงกลัวความชั่วร้ายของทั้งคู่

มหาพ่อมด อินคิวบัส (Suicide Squad)

 

แต่มนุษย์ผู้ใช้เวทย์กลุ่มนึงนั้น ก็ใช้วิชาทั้งหมดของพวกตนหาทางจับอินคิวบัสและเอนชานเทรสกักขังให้จงได้ และก็เป็นผลสำเร็จ พลังงานอันแสนทรงอานุภาพคล้ายวิญญาณของทั้งคู่จึงถูกจองจำไว้ในตุ๊กตาดินเผา และมันก็ถูกนำไปซ่อนไว้ยังสุสานลับใต้ดินของปิรามิดชนเผ่ามายันนับตั้งแต่นั้น ซึ่งหัวใจของเอนชานเทรสโดนจับแยกออกไปเก็บแยกไว้ให้ห่างจากวิญญาณด้วย..

มหาแม่มด เอนชานเทรส (Suicide Squad)

 

3,000 ปี + ก่อนคริสตกาล ซุสได้ให้กำเนิดอาวุธทำลายเทพเจ้าขึ้นมาบนเกาะเธอมิสซีร่า และส่งหน้าที่ดูแลอาวุธทำลายเทพเจ้าให้หนึ่งในคู่รักของตนคือราชินีฮิปโปลีต้าดูแล ราชินีฮิปโปลิต้าจึงเฝ้าทะนุถนอมหวงแหนอาวุธเทพเจ้านี้มาก..

ราชินีฮิปโปลิต้า (Wonder Woman)

 

ฮิปโปลิต้ามีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ Diana (ไดอาน่า) ฮิปโปลิต้าพยายามไม่ให้ไดอาน่าจับอาวุธสู้รบเฉกเช่นชาวอเมซอนคนอื่น หากแต่สายเลือดนักรบในตัวไดอาน่ามันเข้มข้น ไดอาน่าจึงมักมาแอบดูแอนทิโอพีฝึกสอนเหล่านักรบอเมซอนตั้งแต่เด็กๆ

ไดอาน่าในวัยเด็ก (Wonder Woman)

 

และน้าของไดอาน่าคือแม่ทัพแอนทิโอพีก็สังเกตเห็นเช่นกันว่าหลานของตนใฝ่รู้การสู้รบ แอนทิโอพีจึงแอบสอนไดอาน่าฝึกฝนนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมา จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น ราชินีฮิปโปลีต้าก็จับได้ว่าน้องสาวของตนแอบสอนการต่อสู้ให้ลูกของตน ในเมื่อห้ามกันไม่ฟัง ฮิปโปลีต้าจึงสั่งให้แอนทิโอพีฝึกสอนไดอาน่าให้หนักกว่าผู้อื่นสิบเท่า ไดอาน่าจะได้แข็งแกร่งที่สุดในเกาะ

แอนทิโอพี แม่ทัพแห่งชาวอเมซอน (Wonder Woman)

 

คริสตศักราชที่ 1500 โดยประมาณ ที่ดาวคริปตอน ผู้อาวุโสก็ยกเลิกการสร้างอาณานิคมบนดาวดวงอื่น และเริ่มควบคุมประชากรคริปโตเนี่ยนไม่ให้สืบพันธุ์แบบร่วมเพศอีกต่อไป หากแต่สร้างตัวอ่อนขึ้นมาทดแทนประชากรที่ตายลงไป ไม่ให้เพิ่มมากเกินควรนั่นเอง แถมยังระบุในพันธุกรรมชัดเจนถึงสถานะทางสังคม ว่าใครควรเป็นทหาร เป็นแรงงาน เช่นนี้เป็นต้น ทำให้จำกัดสิทธิ์ในการเลือกเส้นทางชีวิตของประชากรของชาวคริปโตเนี่ยนที่เกิดขึ้นใหม่

สภาผู้อาวุโสชาวคริปตอนจึงสร้าง Codex ไว้ เพื่อให้เป็นแหล่งเก็บข้อมูลทางวิศวพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์ตนเองนับล้านชีวิต และนำไปเก็บไว้ยังถ้ำนิรภัยใต้น้ำที่อยู่ใต้สภาผู้อาสุโสอีกที หากวันใดที่ต้องอพยพย้ายเผ่าพันธุ์ ผู้ถูกเลือกจะได้นำโคเด๊กซ์ไปสร้างอารยธรรมของชาวคริปตอนบนดาวดวงใหม่ได้

โคเด๊กซ์ (Man of Steel)

 

ชาวคริปโตเนี่ยนยังได้เริ่มนำพลังงานจากแกนดาวคลิปตอนมาใช้อย่างมากมาย ซึ่งชาวคริปโตเนี่ยนก็รู้อยู่แก่ใจว่า การที่เผ่าพันธุ์ตนเองนั้นสูบพลังงานในดาวคริปตอนออกมาใช้เรื่อยๆอย่างนี้ ซักวันดวงดาวคริปตอนต้องตายแน่นอน..

 

คริสตศักราชที่ 1918 ที่โลก บนเกาะเธอมิสซีร่า ไดอาน่าเจริญเติบโตเต็มวัยสาว (และมีอายุเกือบๆ 5,000 ปี) ฝึกสู้รบจนเก่งกาจกว่าสตรีนักรบอเมซอนทั่วไปแล้ว ควบคู่กับการเรียนประวัติศาสตร์มนุษย์และภาษาต่างๆของโลกภายนอก และก็มาถึงวันที่เป็นจุดเปลี่ยนชะตาชีวิตของไดอาน่า..

ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งอเมซอน (Wonder Woman)

 

เมื่อระหว่างการฝึกสู้รบกับแอนทิโอพีในวันหนึ่ง ไดอาน่าเผลอนำกำไลคล้องแขนทั้งสองข้างฟาดใส่กัน กำเนิดเป็นพลังสายฟ้าระเบิดออกมาจากกำไล ทำให้แอนทิโอพีน้าของตนโดนพลังนี้เข้าเต็มๆจนบาดเจ็บหนัก ไดอาน่าได้แต่ขอโทษ และเสียใจวิ่งหนีเตลิดไป ท่ามกลางสายตาของชาวอเมซอนที่จับจ้อง และแววตาความกังวลอย่างชัดเจนของฮิปโปลีต้า

ไดอาน่ารับรู้ถึงพลังสร้างสายฟ้าของตนเองครั้งแรก (Wonder Woman)

 

ไดอาน่าไม่รู้ว่าตนเองทำให้เกิดสายฟ้าได้เช่นไร และกำลังยืนเหม่อครุ่นคิดอยู่ที่หน้าผา ทันใดนั้นก็มีเครื่องบินรบของเยอรมันแหวกช่องว่างมิติมา และตกลงที่อ่าวของเกาะเธอมิสซีร่า

ไดอาน่ากระโดดลงไปเพื่อช่วยเหลือเครื่องบินลำนั้น และดึงตัวนักบินผู้ขับออกมาจากเครื่องที่กำลังจมลงทะเล ไดอาน่าลากชายผู้นั้นขึ้นไปบนชายหาด และนี่คือการพบกับมนุษย์เพศชายตัวเป็นๆครั้งแรกของไดอาน่า เพราะที่ผ่านมารู้จักเพียงในตำราเท่านั้น และชายผู้นี้ก็คือ Steve Trevor (สตีฟ เทรเวอร์) นายทหารที่สวมเครื่องแบบทหารเยอรมัน

สตีฟ เทรเวอร์ ชายคนแรกที่ไดอาน่าพบ (Wonder Woman)

 

สตีฟฟื้นขึ้นมางงๆเพียงครู่เดียว เรือรบเยอรมันลำนึงก็ตามเข้ามาในมิติของเกาะเช่นกัน เหล่าทหารเยอรมันนั่งเรือบดยกพลขึ้นบกเกาะเธอมิสซีร่าทันที ซึ่งเหล่านักรบสตรีชาวอเมซอนก็ออกมาปะทะเช่นกัน การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่ชายฝั่ง

การต่อสู้บนหาดเธอมิสซีร่า (Wonder Woman)

การสู้รบนี้จบลงด้วยชัยชนะของชาวอเมซอน แต่แอนทิโอพีใช้ตัวบังกระสุนให้ไดอาน่า ทำให้แอนทิโอพีตายลงไปด้วย ราชินีฮิปโปลิต้ากำลังจะฆ่าสตีฟ แต่ไดอาน่ามาขวางไว้ และบอกว่าสตีฟช่วยพวกเราสู้กับทหารเยอรมัน ฮิปโปลิต้าจึงจับสตีฟเข้าไปในวังเพื่อสอบสวน

ที่โถงประชุมในวังของเธอมิสซีร่า (Wonder Woman)

 

สตีฟถูกบ่วงบาศก์แห่งความจริงมัดร่างเอาไว้ ทำให้สตีฟพูดความลับของตนเองทุกอย่างว่า ขณะนี้โลกเกิดสงครามโลก มีคนตายไปนับล้านคนแล้ว ซึ่งตนคือสายลับอังกฤษที่แฝงตัวเข้าไปในกองทัพเยอรมันเพื่อล้วงข้อมูล จนกระทั่งได้รู้ว่านายพล Erich Ludendorff (อีริซ ลูเดนดอล์ฟ) นั้นกำลังจะสร้างอาวุธชีวภาพสุดอันตราย

สตีฟต้องพูดความจริง ปิดบังไม่ได้ (Wonder Woman)

โดยมี Dr. Maru (ด็อกเตอร์ มารู) นักวิทยาศาสตร์สาวใจอำมหิตเป็นผู้ผลิต ซึ่งเหล่าทหารเยอรมันและผู้คนในแวดวงสงครามต่างขนานนามด็อกเตอร์มารูว่า Doctor Poison (ด็อกเตอร์ พ้อยซั่น) เพราะเธอเชี่ยวชาญด้านแก้สพิษเป็นพิเศษ

สตีฟนั้นควรจะกลับมารายงานเงียบๆ แต่สตีฟทนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ สตีฟจึงขโมยตำราของดร.มารูออกมาเพื่อถ่วงเวลาได้สักพัก และเพื่อนำหลักฐานนี้กลับอังกฤษด้วย แต่ดร.มารูไหวตัวว่าตำราพิษของตนเองหาย จึงสั่งทหารเยอรมันตามไล่จับสตีฟที่เห็นเพียงหลังไวๆกำลังหนี

สตีฟขับเครื่องบินมุ่งหน้าไปอังกฤษ ทหารเยอรมันนำเรือรบไล่ตามมา การไล่ล่าจึงมาจบลงที่เกาะเธอมิสซีร่า สตีฟขอให้ฮิปโปลิต้าปล่อยตนเองกลับอังกฤษไปรายงานเรื่องการทดลองของดร.มารูโดยด่วน มิเช่นนั้นจะมีคนตายไปอีกหลายล้านคนแน่นอน

ด็อกเตอร์มารู (Wonder Woman)

 

เมื่อไดอาน่าฟังจบ จึงฟันธงทันทีว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 นี้มีเทพเจ้าแห่งสงครามอย่างแอรีสอยู่เบื้องหลังแน่นอน มิเช่นนั้นมนุษย์คงไม่เข่นฆ่ากันเองไปมากมายอย่างที่สตีฟเล่า ไดอาน่าอยากไปที่ศูนย์กลางสงครามนี้กับสตีฟ แต่ฮิปโปลีต้านั้นเห็นว่า ธรรมชาติมนุษย์มีพื้นฐานเลวร้ายอยู่ตั้งแต่ต้น ไม่ได้เกี่ยวกับแอรีสมากนัก จึงไม่คิดปล่อยสตีฟกลับไป

ในคืนนั้นเอง ไดอาน่าจึงแอบเข้าไปในหอเก็บอาวุธเทพเจ้า และนำเอาดาบฆ่าเทพเจ้าออกมา เพราะฮิปโปลีต้าเล่าให้ไดอาน่าฟังเสมอว่า ดาบเล่มนี้ผู้แข็งแกร่งที่สุดในเกาะเท่านั้นที่คู่ควร และดาบมีอำนาจสังหารเทพเจ้าอย่างแอรีสได้ ไดอาน่ารู้ตอนนี้เองว่าตนแข็งแกร่งทรงพลังและกระโดดไกล ไดอาน่านำทั้งโล่ทั้งบ่วงบาศก์แห่งความจริงและชุดเกราะมาด้วย

ไดอาน่ากับชุดเกราะของเธอ (Wonder Woman)

 

เมื่อได้ทุกอย่างครบ ไดอาน่าก็แอบพาสตีฟหนีไปขึ้นเรือใบลำเล็กที่จอดอยู่ปากอ่าว ฮิปโปลีต้ากับทหารคุ้มกันขี่ม้าตามมาก่อนที่ไดอาน่าจะขึ้นเรือ ซึ่งในเมื่อขัดขวางไม่ได้ ฮิปโปลีต้าจึงมาส่งดีๆ และมอบรัดเกล้าของแอนทิโอพีให้ไดอาน่าใส่ เพื่อรำลึกถึงน้าตนเองผู้เป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ

ที่ประเทศอังกฤษ เพียงคืนเดียวสตีฟและไดอาน่าก็มาถึงเกาะอังกฤษ แต่ไดอาน่าอยากไปที่กลางสมรภูมิรบเลยเพื่อฆ่าแอรีส สตีฟพอมีความรู้บ้างว่า แอรีสคือเทพเจ้าแห่งสงครามในความเชื่อของกรีก และคงไม่มีอยู่จริง แต่ก็ไม่อยากขัดใจไดอาน่า สตีฟจึงกล่อมให้ไดอาน่านำตำราของดร.มารูไปมอบให้หัวหน้าตนเองก่อน หลังจากนั้นสตีฟจะพาไดอาน่าไปที่กลางสนามรบ

สตีฟพาไดอาน่าไปเปลี่ยนชุด และฝากโล่กับดาบฆ่าเทพเจ้าไว้กับเลขาของสตีฟที่ชื่อ Etta (เอทต้า) เป็นการชั่วคราว หลังจากนั้นสตีฟก็พาไดอาน่าไปที่ประชุมของเหล่าผู้นำฝ่ายพันธมิตร

เอทต้า (Wonder Woman)

 

สตีฟสั่งให้ไดอาน่ารออยู่นอกห้องประชุม แต่ไดอาน่านั้นไม่ฟัง และเดินดุ่มๆเข้าไปในที่ประชุม ทำให้เหล่าผู้ชายแตกตื่น เพราะยุคสมัยนั้นผู้หญิงไม่มีสิทธิ์มีเสียงเรื่องการบ้านการเมือง

ในขณะที่ไดอาน่าเดินดุ่มๆเข้าไปนั้น Sir Patrick Morgan (เซอร์แพททริค มอร์แกน) ทูตสันติภาพของอังกฤษกำลังพยายามอธิบายให้เกิดการลงนามสงบศึกกัน เพราะนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด แต่เซอร์แพททริคก็อึ้งเช่นกันที่เห็นไดอาน่าเดินเข้ามา หลังจากนั้นสตีฟจึงรีบพาไดอาน่าออกไปจากห้อง

เซอร์แพททริค (Wonder Woman)

 

เมื่อผู้บังคับบัญชาของสตีฟและเซอร์แพททริคเห็นตำรา ก็เรียกให้นักภาษามาแกะทันที แต่ก็ไม่มีใครอ่านที่ดร.มารูเขียนออก ยกเว้นไดอาน่าที่ศึกษาภาษาต่างๆของมนุษย์มาทั้งโลกที่อ่านออก และนั่นคือนายพลลูเดนดอล์ฟจะปล่อยอาวุธชีวภาพในอีกไม่กี่วัน ไม่ได้คิดจะเซ็นสัญญาสงบศึกอย่างที่เซอร์แพททริคคาดไว้

สตีฟถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้อยู่เฉยๆ ห้ามขัดขวางการลงนามสงบศึกเด็ดขาด ไดอาน่าจึงโวยวายว่าต้องหยุดนายพลลูเดนดอล์ฟ มิเช่นนั้นคนตายมากมายแน่นอน สตีฟต้องรีบพาไดอาน่าออกมาจากห้องประชุมโดยด่วน และสัญญาว่าจะแอบพาไดอาน่าไปถล่มฐานที่มั่นของนายพลลูเดนดอล์ฟที่เก็บอาวุธชีวภาพ ซึ่งอยู่กลางสนามรบในประเทศเบลเยี่ยม

ไดอาน่าอยู่ในเครื่องแต่งกายสาวอังกฤษ (Wonder Woman)

 

ซึ่งตอนนี้ไดอาน่าคิดว่า นายพลลูเดนดอล์ฟคือเทพเจ้าแอรีสแน่ๆ เพราะนายพลคนนี้ทำให้เกิดสงครามโลก แต่สตีฟไม่อยากขัดเรื่องไม่เดียงสาและเพ้อฝันของไดอาน่า จึงทำเป็นเออออไปด้วยก่อน

ภารกิจหลักคือ ทำลายโรงงานอาวุธชีวภาพเท่านั้น และห้ามฆ่านายพลลูเดนดอล์ฟ เนื่องจากอาจจะทำให้การลงนามสงบศึกไม่เป็นผล สตีฟจึงพาไดอาน่าไปหาเพื่อนๆทหารรับจ้างสองคนคือ Sameer และ Charlie (ซาเมียกับชาร์ลี) ในผับขณะที่ชาร์ลีกำลังมีเรื่อง เพื่อนำสองคนนี้ไปด้วย

นักเลงกำลังถือปืนมาหาเรื่องชาร์ลี (Wonder Woman)

 

โดยที่เซอร์แพททริคตามมาในผับที่ทุกคนคุยกัน เพื่อให้เงินสนับสนุนภารกิจนี้ หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินทางไปที่ใจกลางสมรภูมิการปะทะกันในเบลเยี่ยม ระหว่างทหารฝ่ายสัมพันธมิตรนำโดยอังกฤษ กับ ฝ่ายไตรพันธมิตรนำโดยเยอรมัน

ที่ประเทศเบลเยี่ยม สตีฟพาทุกคนมาสมทบกับ Chief นายพรานอินเดียนแดงฝีมือเยี่ยม ที่เชี่ยวชาญในพื้นที่แห่งนี้ดี และไดอาน่าก็พบกับความโหดร้าย ความหดหู่ ผู้คนบาดเจ็บมากมายในสงคราม ไดอาน่ายิ่งตอกย้ำความคิดที่ว่า มนุษย์โหดร้ายใส่กันเช่นนี้เพราะแอรีส

สตีฟพาไดอาน่ามาที่สมรภูมิรบกลางยุโรป (Wonder Woman)

 

ไดอาน่าไปกลางสนามรบ และได้ข้อมูลจากชาวบ้านว่าหมู่บ้านของที่นี่ถูกเยอรมันยึด และยังมีผู้คนติดอยู่ในหมู่บ้าน ไดอาน่าจึงคิดจะฝ่าทหารเยอรมันบุกไปยึดหมู่บ้านคืน สตีฟกับเพื่อนๆลุยตามไปด้วย ในที่สุดไดอาน่าก็ยึดหมู่บ้านนี้ได้สำเร็จ ปลดปล่อยชาวบ้านได้ทั้งหมด ช่างถ่ายรูปจึงขอถ่ายภาพฮีโร่ของพวกเขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

รูปถ่ายสำคัญในประวัติศาสตร์ ซาเมีย/สตีฟ/ไดอาน่า/ชีฟ/ชาร์ลี (Wonder Woman)

 

เมื่อยึดหมู่บ้านได้ สตีฟก็โทรไปหาเอทต้า เพราะทางเอทต้านั้นทำงานประสานงานอยู่ในออฟฟิศเซอร์แพททริค ก็รายงานว่านายพลลูเดนดอล์ฟจะจัดงานเลี้ยงในวันรุ่งขึ้น เซอร์แพททริคย้ำอีกครั้งว่าห้ามสตีฟฆ่านายพลลูเดนดอล์ฟเด็ดขาด หลังจากนั้นสายลับทั้ง 5 คนก็ดื่มกินพักผ่อนกันที่หมู่บ้านนี้ทั้งคืน

สตีฟกับไดอาน่า เกิดอารมณ์โรแมนติคเต้นรำกัน และมีเซ็กส์กันในคืนนั้น (Wonder Woman)

 

พอรุ่งเช้า คณะสายลับสงครามทั้ง 5 คนก็ลอบไปที่งานเลี้ยงของนายพลลูเดนดอล์ฟ ไดอาน่าพยายามจะฆ่านายพลลูเดนดอล์ฟ แต่สตีฟมาห้ามทัน และนายพลลูเดนดอล์ฟก็ออกจากงานเลี้ยงไป

ซึ่งแท้จริงแล้ว งานเลี้ยงนี้มีเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงและนายทหารเยอรมันชมการทดลองอาวุธชีวภาพที่ดร.มารูคิดค้นขึ้น โดยยิงอาวุธชีวภาพนี้ใส่หมู่บ้านที่ไดอาน่าไปช่วยไว้เมื่อวานนั่นเอง

ไดอาน่ารีบขี่ม้ากลับไปที่หมู่บ้านก็ไม่ทันเสียแล้ว คนทั้งหมู่บ้านตายหมดทั้งเด็กคนแก่และผู้หญิง ไดอาน่าโทษว่า เป็นเพราะสตีฟที่ห้ามไม่ให้ไดอาน่าฆ่านายพลลูเดนดอล์ฟ ที่ไดอาน่าคิดว่าเป็นแอรีส เรื่องโหดร้ายนี้จึงเกิดขึ้น

ไดอาน่าเดินท่ามกลางแก้สพิษ (Wonder Woman)

 

สตีฟไม่มีปัญญาห้ามไดอาน่า จึงทำได้เพียงบอกทางที่นายพลลูเดนดอล์ฟมุ่งหน้าไป เพราะชีพสะกดรอยตามนายพลลูเดนดอล์ฟไปก่อนหน้านี้ และชีพก็ส่งสัญญาณควันให้เพื่อนๆรู้

ไดอาน่าขี่ม้าตามสัญญาณควันของชีพไปจนถึงฐานผลิตอาวุธชีวภาพ และบุกเข้าไปถึงตัวนายพลลูเดนดอล์ฟอย่างรวดเร็ว ไดอาน่าใช้ดาบสังหารเทพเจ้าปักเข้าไปกลางหัวใจของนายพลลูเดนดอล์ฟตายทันที

นายพลลูเดนดอล์ฟก่อนตาย (Wonder Woman)

 

แต่.. เหล่าทหารเยอรมันก็ยังคงคิดเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพขึ้นเครื่องบินไปโจมตีศัตรูเช่นเดิม ทำให้ไดอาน่ารับความจริงไม่ได้ว่ามนุษย์ยังไม่หยุดคิดชั่วร้าย จังหวะเดียวกับที่สตีฟตามมาพอดี สตีฟพยายามบอกไดอาน่าว่า มนุษย์นั้นชั่วร้ายอยู่ในสายเลือด ไม่เกี่ยวกับแอรีส

สตีฟอธิบายไดอาน่า (Wonder Woman)

 

สตีฟได้แต่คิดสงสารไดอาน่า ที่ความเชื่อของเธอนั้นไม่เป็นจริงและนายพลลูเดนดอล์ฟไม่ใช่แอรีสอย่างที่เธอคิด แต่สตีฟยังมีหน้าที่ต้องหยุดยั้งเครื่องบินบรรทุกระเบิดอาวุธชีวภาพมากมายเหล่านั้น สตีฟจึงต้องปล่อยให้ไดอาน่าเคว้งคว้างเช่นนั้นคนเดียว

เมื่อสตีฟไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆสายลับหาวิธีหยุดเครื่องบิน เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเซอร์แพททริคมาปรากฎตัวที่ฐานเยอรมันเช่นกัน และบอกความจริงกับไดอาน่าว่า เค้าคือเทพเจ้าแห่งสงครามแอรีสนั่นเอง และแอรีสก็เริ่มเล่าทุกอย่างให้ไดอาน่าฟัง..

ไดอาน่ากำลังฟังแอรีส (Wonder Woman)

 

แอรีสนั้นเป่าหูบอกแนวทางการสร้างสูตรอาวุธชีวภาพให้ดร.มารู และพยายามให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกขึ้น เพราะแอรีสรู้ว่าลูเดนดอล์ฟต้องใช้จังหวะนี้ที่ทั้งสองฝ่ายกำลังอ่อนท่าทีโจมตีอังกฤษอย่างสายฟ้าแล่บ และสงครามจะไม่มีวันจบไปอีกนานแสนนานจนกว่าโลกจะล่มสลาย (คาดว่าก่อนหน้านี้สงครามต่างๆในประวัติศาสตร์โลก แอรีสก็มีส่วนอยู่เบื้องหลังบ่อยๆ)

แอรีสเล่าให้ไดอาน่าฟังต่อไปว่า เมื่อแอรีสเห็นไดอาน่าในห้องประชุมที่อังกฤษ แอรีสรู้ทันทีว่า ไดอาน่าคือชาวอเมซอนลูกสาวของฮิปโปลีต้า เบื้องต้นแอรีสคิดอยากจะฆ่าไดอาน่า แต่คิดไปคิดมา แอรีสอยากชักชวนไดอาน่ามาเป็นพรรคพวกมากกว่า

เซอร์แพททริคคือแอรีส (Wonder Woman)

 

ไดอาน่าฟังดังนั้นก็ใช้ดาบสังหารเทพเจ้าแทงร่างแอรีสทันที แต่แอรีสใช้มือบังดาบไว้และดาบก็แตกละเอียดเป็นผุยผง เพราะอาวุธที่สังหารเทพเจ้ามิใช่ดาบเล่มนี้ หากแต่เป็นตัวไดอาน่าเองต่างหากที่เป็นลูกของซุสกับฮิปโปลีต้าคืออาวุธฆ่าเทพเจ้า

ไดอาน่าไม่หลงกลแอรีส ไดอาน่าอยากปกป้องโลกไม่ใช่ทำลายโลก สองพี่น้องจึงสู้กันโครมครามระเบิดระเบ้อ ทำให้สตีฟแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าเทพแอรีสมีจริงอย่างที่ไดอาน่าบอก และสตีฟก็ตัดสินใจขึ้นไปบนเครื่องบินเพื่อทำลายระเบิดด้วยตนเอง

แอรีสคืนร่าง (Wonder Woman)

 

ไดอาน่าคุยกับสตีฟแว่บนึง ซึ่งสตีฟบอกรักไดอาน่า และให้นาฬิกาของตนเองกับไดอาน่า ก่อนจะขึ้นเครื่องบินบรรทุกระเบิดชีวภาพไป หลังจากนั้น ไดอาน่าก็เพลี่ยงพล้ำแอรีสเพราะสู้ไม่ไหว จังหวะเดียวกับที่เห็นเครื่องบินของสตีฟระเบิดต่อหน้าต่อตา เพราะสตีฟยอมตายไปพร้อมกับอาวุธชีวภาพ

ไดอาน่าดึงพลังแฝงของตนออกมาได้เกือบเต็มที่ และใช้กำไลรับสายฟ้าที่แอรีสโจมตีใส่ ก่อนจะปล่อยสายฟ้านั้นโจมตีแอรีสกลับ ผลทำให้แอรีสถูกทำลายไปในตอนนั้นนั่นเอง และดร.มารูก็ยังคงมีชีวิตอยู่

ไดอาน่า ลูกครึ่งมหาเทพกับราชินีอเมซอน  (Wonder Woman)

 

หลายวันต่อมา.. ฝ่ายสัมพันธมิตรนำโดยอังกฤษ ก็มีชัยชนะเหนือฝ่ายไตรพันธมิตรนำโดยเยอรมัน สงครามโลกครั้งที่ 1 ก็สิ้นสุดลง ฝ่ายผู้แพ้นั้นถูกคว่ำบาตรในทุกๆด้าน ต้องอยู่อย่างแร้นแค้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

*ช่วงเวลาตั้งแต่ปลายค.ศ. 1918 ถึงค.ศ. 1971 ซึ่งเกือบ 60 ปีที่หายไปนี้ อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมเนื้อหาในอนาคตครับ*

 

คริสตศักราชที่ 1972 ที่โลกมนุษย์ ณ เมือง Gotham City (ก็อตแธม ซิตี้) สองสามีภรรยานามว่า Thomas Wayne และ Martha Wayne (โธมัส กับ มาร์ธา) มหาเศรษฐีเจ้าของ Wayne Enterprise ได้ให้กำเนิดลูกชายเพียงคนเดียวขึ้น นั่นก็คือ Bruce Wayne (บรูซ เวย์น)

โธมัส เวย์น , มาร์ธา เวย์น (BvS: Dawn of Justice)

 

ต้นคริสตศักราชที่ 1980 ที่ดาวคริปตอน นักวิทยาศาสตร์ชั้นสูงแห่งสภาอาวุโสนามว่า Jor-El (จอร์เอล) และสมาชิกสภาผู้อาวุโสสตรีนามว่า Lara Lor-Van (ลาร่า ลอร์แวน) ได้ลักลอบสมสู่กับแบบปกติ ซึ่งผิดกฎร้ายแรง ทั้งคู่ให้กำเนิดบุตรชายนามว่า Kal-El (คาลเอล) นี่เป็นการให้กำเนิดชาวคริปโตเนี่ยนแบบธรรมชาติอีกครั้งในรอบหลายร้อยปี และทั้งสองสามี-ภรรยาก็วางแผนบางอย่างที่เสี่ยงอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องทายาทตัวน้อยผู้นี้ไว้แล้ว เพื่อให้คาลเอลมีทางเลือกในเส้นทางชีวิตเอง ไม่ต้องถูกขีดเส้นจำกัดเหมือนพวกตน..

จอร์เอล และ ลาร่า กับลูกชาย คาลเอล (Man of Steel)

 

ช่วงที่คาลเอลถือกำเนิดแบบลับๆนี้เอง ที่ดาวคริปตอนเริ่มจะตายหรือแตกดับพอดี แต่เหล่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่กลับลังเลและกลัวที่จะย้ายดวงดาว และบ่ายเบี่ยงยื้อเวลามาเนิ่นนาน

นายพล Dru-Zod (ดรู-ซ้อด) นั้นเห็นว่าเหล่าผู้อาวุโสขี้ขลาดเยี่ยงนี้ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้ นายพลซ้อดจึงซ่องสุมกำลังทหาร หวังที่จะก่อกบฏล้มสภาผู้อาวุโส แผนของนายพลซ้อดก็คือ คงไว้ซึ่งสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น ส่วนสายพันธุ์ที่อ่อนแอนายพลซ้อดจะทำลายให้หมด

นายพลซ้อด (Man of Steel)

 

จอร์เอลก็ไปถกเถียงกับเหล่าผู้อาวุโสแห่งสภาสูงแห่งคริปตอน ถึงการที่ต้องเดินตามวิถีบรรพบุรุษที่เริ่มไว้ นั่นคือจอร์เอลอาสาเป็นผู้นำ และจะนำโคเด็กซ์ไปสร้างอารยธรรมบนดาวดวงใหม่ที่มีสภาพใกล้เคียงกับดาวคริปตอน เพราะดาวดวงนี้กำลังจะตายแล้วภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งผู้อาวุโสทั้งหลายก็ยังลังเลอยู่ดี

ทันใดนั้นนายพลซ้อดก็บุกเข้ามาที่สภาผู้อาวุโสทันที และสังหารหนึ่งในผู้อาวุโส ก่อนจะประกาศกลางสภาว่า บัดนี้เหล่าทหารพวกของตนได้ทำการปฏิวัติแล้ว นายพลซ้อดพยายามเกลี้ยกล่อมจอร์เอลให้มาอยู่ฝ่ายตน แต่จอร์เอลก็ปฎิเสธนายพลซ้อด

จอร์เอลต่อหน้าผู้อาวุโสสภาสูง (Man of Steel)

 

นายพลซ้อดจึงจับกุมจอร์เอล และให้ทหารของตนนำจอร์เอลไปที่คุมขัง ระหว่างทางจอร์เอลก็หนีพวกทหารเหล่านั้นมาได้ และติดต่อไปหาลาร่าภรรยาของตนให้เตรียมยานชูชีพ ซึ่งจอร์เอลปรับเปลี่ยนไว้ให้พร้อมเดินทางไกล ส่วนทางจอร์เอลนั้นจะไปนำโคเด๊กซ์ออกมาจากถ้ำนิรภัยใต้น้ำ เพื่อจะส่งโคเด๊กซ์ไปกับคาลเอลด้วย

จอร์เอลและลาร่านำคาลเอลลูกชายไปใส่ในยานเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง และอัพโหลดโคเด๊กซ์เข้าไปในตัวคาลเอล พร้อมกับนำผลึกกุญแจ S สัญลักษณ์ของ “ความหวัง” ใส่เข้าไปในยานเดินทาง ทั้งนี้ก็เพื่อให้คาลเอลได้เรียนรู้วิถีชาวคริปโตเนี่ยนจากผลึกกุญแจ S ได้ เมื่อคาลเอลโตขึ้นนั่นเอง (ผลึกกุญแจ S ที่ว่านี้ทำหน้าที่คล้ายๆกับ USB และมีช่องเสียบผลึกกุญแจ S นี้ในเทคโนโลยีทุกๆอย่างของอารยธรรมคริปตอน)

กุญแจรูปตัว S (Man of Steel)

 

และจุดหมายปลายทางของยานเดินทางลำนี้ก็คือ “โลกมนุษย์” ซึ่งเป็นที่ซึ่งเหมาะสมที่สุดที่จอร์เอลและลาร่าค้นหาได้ในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ โดยที่โลกก็มีบรรพบุรุษคริปโตเนี่ยนเดินทางมาถึงหมื่นกว่าปีมาแล้ว ลาร่าและจอร์เอลจึงรู้ถึงการมีอยู่ของโลกมนุษย์ จากข้อมูลที่ส่งกลับมาจากยานเดินทางเก่าแก่ของชาวคริปตอนลำนั้น

ลาร่านั้นไม่ค่อยไว้ใจที่สามีจะส่งลูกไปโลกมนุษย์ เพราะดวงดาวนี้ยังเยาว์นัก ฮิวแมนนอยบนดาวโลกดวงนี้ก็อ่อนแอ ลาร่าเกรงว่าพวกมนุษย์จะสังหารคาลเอลเพราะความแปลกแยก แต่จอร์เอลกลับไม่กังวลว่าจะมีสิ่งใด “ฆ่า” ลูกชายของตนได้ จอร์เอลห่วงแต่เพียงว่า เซลล์ร่างกายของลูกชายจะดูดซับพลังงานของโลกเข้าไปมากเกิน ซึ่งอาจจะทำให้พลังงานชีวิตบางอย่างของเผ่าพันธุ์คริปโตเนี่ยนในตัวคาลเอลแปรเปลี่ยน

นายพลซ้อดบุกมายังสถานที่ปล่อยยานเดินทางของคาลเอล และพยายามขัดขวาง เพราะรู้ว่าจอร์เอลนำโคเด๊กซ์ส่งไปกับคาลเอลด้วย ซึ่งนายพลซ้อดก็ต้องการโคเด๊กซ์ไปสร้างอารยธรรมเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้ว ลาร่าก็ปล่อยยานเดินทางออกไปจนได้ นายพลซ้อดจึงสังหารจอร์เอล และสั่งให้ทหารของตนหยุดยั้งยานเดินทางของคาลเอล

นายพลซ้อดกับแม่ทัพฟาโอร่าและทหารของตน (Man of Steel)

 

แต่สภาผู้อาวุโสก็รวบรวมกองกำลังที่เหลือ มาทำการจับกุมพวกนายพลซ้อดข้อหาก่อกบฏได้ทันท่วงที ยานเดินทางของคาลเอลจึงออกไปสู่ชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ และมุ่งหน้าไปที่โลกมนุษย์ทันที

ที่ศาลไต่สวนในสภาผู้อาวุโสบนดวงดาวคริปตอน นายพลซ้อดและลูกน้องถูกสภาตั้งข้อหากบฎ โดยพวกของนายพลซ้อดนั้น ถูกจับแช่แข็งไว้ด้วยสารเคลือบคุมขัง และถูกเนรเทศส่งไปยังยานกักขังที่ Phantom Zone ก่อนที่นายพลซ้อดจะถูกแช่แข็งนั้น เค้าได้ปฏิญาณกับลาร่าไว้ว่า เค้าจะตามล่าคาลเอลลูกของลาร่าให้พบจงได้ ไม่ว่าคาลเอลจะไปยังที่ไกลแสนไกลแค่ไหนก็ตาม..

แม่ทัพฟาโอร่าและกลุ่มก่อกบฎถูกแช่แข็งด้วยสารเคลือบกักขัง (Man of Steel)

 

(แฟนทอมโซนคือมิติที่มีไว้เพื่อคุมขังนักโทษโดยเฉพาะ) แต่หลังจากนายพลซ้อดและพวกถูกส่งมาที่แฟนทอมโซนในสภาพแช่แข็งได้ไม่นาน ดวงดาวคริปตอนก็ระเบิด และลาร่าแม่ของคาลเอลรวมถึงสิ่งมีชีวิตบนดาวคริปตอนก็ตายไปพร้อมกับดวงดาวคริปตอน

ดาวคริปตอนกำลังระเบิด (Man of Steel)

 

เหตุการณ์ดาวคริปตอนระเบิด ทำให้พวกของนายพลซ้อดเป็นอิสระทันที (ตัวควบคุมการแช่แข็งคงอยู่บนดาวคริปตอน พอดาวระเบิด ตัวควบคุมจึงพัง) นายพลซ้อดและพวกนั้นหิวโหยอย่างหนัก เพราะในมิติแฟนทอมโซนนั้นว่างเปล่าเคว้งคว้าง ในที่สุดพวกนายพลซ้อดก็คิดวิธีได้ โดยการปรับสภาพยานคุมขังนักโทษที่ขังพวกตน และปรับเปลี่ยนให้เป็นยานเดินทางที่ต้องขับเคลื่อนด้วยแฟนทอมไดรฟ์ ก่อนจะวาร์ปหนีมาจากแฟนทอมโซนได้สำเร็จ เพื่อไปยังทั่วๆอาณานิคมคริปตอนทุกๆเซคเตอร์ในระบบกาแล๊กซี่ต่างๆ

แต่เมื่อไม่มีดาวแม่อย่างคริปตอนอยู่ อาณานิคมเหล่านั้นก็แห้งตายไปด้วยเช่นกัน นายพลซ้อดและพวกจึงรวบรวมเทคโนโลยีทุกๆอย่างบนอาณานิคมเหล่านั้นมาให้มากที่สุด รวมถึงเครื่องจักรสร้างโลกด้วย และออกไล่ล่าหาเบาะแสคาลเอลไปทั่วทุกหนแห่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

นายพลซ้อดและพวกสำรวจอาณานิคมคริปตอนที่ตายแล้ว (Man of Steel)

 

ปลายคริสตศักราชที่ 1980 Kal-EL อายุไม่ถึง 1 ขวบ ที่โลกมนุษย์กลางดึก ณ เมือง Smallville เมืองเล็กๆในรัฐ Kansas City ยานเดินทางของคาลเอลก็พุ่งลงมาที่กลางไร่ในฟาร์มอันห่างไกลชุมชน ซึ่งเป็นฟาร์มของตระกูลเคนท์ อันมี Martha Kent และ Jonathan Kent (มาร์ธา และ โจนาธาน เค้นท์) อยู่กันเพียงสองคนสามีภรรยา โจนาธานรีบเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในฟาร์มของตน และโจนาธานก็พบยานอวกาศลึกลับตกอยู่ พอโจนาธานสัมผัสยานลำนั้น ประตูยานก็เปิดออกอัตโนมัติ และภายในยานลึกลับลำนั้นก็ปรากฎเด็กชายตัวน้อยที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง โจนาธานและมาร์ธาไม่มีลูก ทั้งสองจึงตั้งใจจะเลี้ยงเด็กลึกลับต่างดาวผู้นี้ไว้เอง ทั้งสองจึงรีบนำยานอวกาศลำนี้ไปซ่อนไว้ที่ใต้โรงนาในฟาร์ม และตั้งชื่อคาลเอลใหม่ว่า Clark Kent (คล้าก เค้นท์)

ยานเดินทางของคาลเอล (Man of Steel)

 

คริสตศักราชที่ 1981 ที่โลกมนุษย์ เมืองก็อตแธมซิตี้ ขณะที่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกครอบครัวเวย์น กำลังเดินอยู่บนทางเท้ากลางเมืองก็อตแธมหลังจากเพิ่งชมภาพยนตร์กันมา ชายคนหนึ่งก็มาพร้อมกับปืนในมือมาขวางทางครอบครัวเวย์น

โทมัสพยายามจะปกป้องครอบครัว จึงตรงเข้าไปหมายจะแย่งปืนจากโจร จึงโดนโจรยิงทรุดร่วงลงไป มาร์ธาต้องการปกป้องลูกจึงจะเข้าไปแย่งปืนอีกคน ก็โดนโจรยิงร่วงลงไปกองอีกคน โจรคนนั้นตกใจจึงวิ่งหนีเตลิดไป ปล่อยให้บรูซนั่งร้องไห้สติแตกมองพ่อแม่ตนเองขาดใจตายอย่างช้าๆ

บรูซขณะนั้นมีอายุ 9 ขวบ ((BvS: Dawn of Justice)

 

ศพของมาร์ธาและโทมัสถูกนำไปฝังไว้บริเวณที่ดินของตระกูลเวย์น Alfred Pennyworth (อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ) พ่อบ้านชาวอังกฤษของครอบครัวเวย์น จึงเข้ามาดูแลกิจการครอบครัวเวย์นทันที และจะส่งมอบทุกอย่างให้บรูซเมื่อบรูซเติบโตขึ้นจนบรรลุนิติภาวะ ซึ่งอัลเฟรดเคยเป็นสายลับMI6มาก่อนที่จะมาทำงานเป็นพ่อบ้านตระกูลเวย์น

โลงศพของมาร์ธา เวย์น และ โทมัส เวย์น ถูกฝังในปี 1981 ((BvS: Dawn of Justice)

 

 

คริสตศักราชที่ 1988 ที่สมอลวิลล์ คล้าก เค้นท์ อายุ 8 ปี ก็เติบโตขึ้นมาโดยดูดซับพลังงานของโลกไปด้วย ทำให้เซลล์บางอย่างในตัวเปลี่ยนไป นั่นก็เพราะชาวคริปโตเนี่ยนมีความพิเศษดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเพิ่มพลังกายให้ตนเองได้อย่างมหาศาล เด็กชายคล้ากนั้น เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นผิดปกติไม่เหมือนคนอื่นแล้วในตอนนี้

พลังของคล้ากตื่นขึ้นครั้งแรก (Man of Steel)

 

ทั้งการมองทะลุเสื้อผ้าและเนื้อหนัง รวมถึงมองทะลุกำแพงได้ คล้ายกับเครื่องเอ๊กซเรย์ รวมถึงมีดวงตาที่เป็นแสงเลเซอร์ได้ หูที่ได้ยินแม้เสียงกระซิบที่ไกลออกไปหลายเมตร ความรวดเร็วที่เร็วกว่าเสียง ร่างกายทนทานต่อแรงกระทำหนักๆได้อย่างไม่มีขีดจำกัด (ความสามารถเพิ่มเติมเหล่านี้ได้มาจากพลังงานของดวงอาทิตย์)

 

คริสตศักราชที่ 1992 ที่สมอลวิลล์ คล้าก เค้นท์ อายุ 12 ปี คล้ากผ่านพ้นช่วงเวลาอันทรมานในวัยเด็กมาได้ ก็เพราะพ่อและแม่บุญธรรมของตนนั่นเอง คล้ากเผลอใช้พลังเหนือมนุษย์ช่วยเหลือเพื่อนๆในรถรับส่งนักเรียนขึ้นมาจากอุบัติเหตุรถทั้งคันตกแม่น้ำ คล้ากดันรถทั้งคันขึ้นมาบนฝั่ง และลงไปช่วยเพื่อนคนนึงที่ชื่อว่า พีท

คล้ากช่วยชีวิตพีท (Man of Steel)

 

ในเหตุการณ์นี้ โจนาธานจึงบอกความจริงให้คล้ากฟัง ว่าคล้ากมิใช่มนุษย์โลก และไม่ใช่ลูกของตนเองกับมาร์ธา หากแต่คล้ากเดินทางมากับยานบินลึกลับ โจนาธานมอบผลึกกุญแจ S ให้กับคล้าก และบอกคล้ากว่า นี่คือสิ่งที่อยู่ข้างๆตัวคล้ากหรือคาลเอลตอนที่โจนาธานพบในยานครั้งแรก คล้ากจึงนำผลึกกุญแจ S คล้องคอนับตั้งแต่นั้น แต่คล้ากก็ยังรักและคิดเสมอว่า โจนาธานและมาร์ธาคือพ่อแม่ของตน

มาร์ธาและโจนาธานก็ช่วยให้คล้ากฝึกฝนควบคุมพลังเหล่านี้ และไม่ให้แสดงพลังออกมาโดยไม่จำเป็นอีก เพราะทั้งสองกลัวว่าคล้ากจะมีภัยจากพลังพิเศษนี้นั่นเอง และคล้ากก็ไม่แสดงความสามารถของตนให้ใครเห็นอีกเลย โจนาธานและมาร์ธาสอนสั่งให้คล้ากเติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่มที่แสนดี

 

คริสตศักราชที่ 1995 ที่ก็อตแธมซิตี้ บรูซ เวย์น อายุ 23 ปี มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของเวย์นเอนเทอไพรซ์ ตัดสินใจสวมชุด Batman (แบทแมน) ออกปราบปรามเหล่าร้ายในก็อตแธมซิตี้เป็นครั้งแรก กำเนิดสัญลักษณ์แห่งความ “ยุติธรรม”  โดยพ่อบ้านอัลเฟรดรู้เห็นด้วยตลอด ผู้คนต่างเริ่มกล่าวขานถึงอัศวินแห่งรัติกาลผู้นี้แล้ว..

 

คริสตศักราชที่ 1997 ที่สมอลวิลล์ คล้าก เค้นท์ อายุ 17 ปี คล้ากยังคงอยู่ที่ฟาร์มตระกูลเค้นท์ และช่วยพ่อแม่ทำไร่เสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่คล้ากและโจนาธานรวมถึงมาร์ธากำลังขับรถกลับบ้าน และอยู่บนท้องถนน คล้ากกำลังถกเถียงกับโจนาธาน ว่าตนอยากใช้พลังนี้ให้เป็นประโยชน์กับมวลมนุษย์ คล้ากเผลอพูดว่าตนเองไม่จำเป็นต้องฟังโจนาธาน เพราะตนไม่ใช่ลูกแท้ๆด้วยซ้ำ โจนาธานและมาร์ธาแค่เก็บเค้ามาจากไร่ และนำมาเลี้ยง พอพูดออกไปแล้วคล้ากกลับรู้สึกผิด และยังไม่ทันได้ข้อสรุปอะไร พายุทอร์นาโดก็ถล่มเมืองสมอลวิลล์ ในเหตุการณ์นี้ทำให้โจนาธานเสียชีวิตไปในพายุทอร์นาโด จนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต โจนาธานก็ยังสั่งไม่ให้คล้ากออกมาช่วยตนอง

โจนาธาน ห้ามไม่ให้คล้ากออกมาช่วย (Man of Steel)

 

คล้ากเสียใจอย่างมาก ที่ไม่อาจใช้พลังของตนช่วยเหลือพ่อได้ คล้ากจึงจากสมอลวิลล์และมาร์ธาผู้เป็นแม่ออกมา และระหกระเหเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ เพื่อค้นหาตัวตน และในที่ๆคล้ากไปนั้น บางครั้ง คล้ากก็ต้องใช้พลังพิเศษของตนช่วยเหลือมนุษย์บ้าง แต่คล้ากจะแฝงตัวอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเพียงไม่นาน คล้ากจะรีบจากมาและเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนตัวตนตลอด..

คริสตศักราชที่ 2011 เจสัน ทอดด์ หรือ โรบิ้น คู่หูและเพื่อนรักของแบทแมนถูกฆ่าโดย โจ็กเกอร์ และ ฮาลี่ ควินน์ แบทแมนจึงตั้งธงไล่ล่าสองวายร้ายคู่รักนี้มารับผิดให้จงได้.. 

ชุดเกราะของโรบิ้น (BvS: Dawn of Justice)

 

คริสตศักราชที่ 2013 แบทแมน จับกุมตัว ฟลอยด์ ลอว์ตัน หรือ เด้ดช็อต เพราะลูกสาวเด้ดช็อตขอร้องให้พ่อมอบตัว แบทแมนนำเด้ดช็อตไปให้ อแมนด้า วอลเลอร์ อแมนด้าจึงนำเด้ดช็อตไปขังที่คุก เบลลาเรฟ ที่รัฐ หลุยเซียน่า

แบทแมนมาจับเด้ดช็อตต่อหน้าลูกสาว (Suicide Squad)

 

คล้าก เค้นท์ อายุ 33 ปี คล้ากที่ออกเดินทางค้นหาตัวตน จวบจนวันหนึ่ง คล้ากได้ข่าวการกู้ซากเรือดำน้ำลึกลับใต้น้ำเแข็งบริเวณหุบเขาประเทศแคนาดา ซึ่งดาวเทียม NAZA เพิ่งตรวจพบได้ไม่นานนัก ภารกิจกู้ซากเรือดำน้ำลึกลับนี้ นำโดยนายทหารของกองทัพสหรัฐฯ ผู้พัน Nathan Hardy และนักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลที่ชื่อว่า Dr. Emil Hamilton ซึ่งกำลังกำลังรับสมัครคนงานลูกหาบขนสัมภาระ คล้ากจึงแฝงตัวมายังที่แห่งนี้เพื่อสมัครเป็นลูกหาบ เผื่อว่าจะเจอเบาะแสของตนเองได้บ้าง

และคล้ากก็คิดไม่ผิด นี่ไม่ใช่ภารกิจกอบกู้ซากเรือดำน้ำสมัยสงครามโลกซะแล้ว หากแต่เป็นยานพาหนะลึกลับไม่ทราบที่มา ซึ่งมีความยาวตลอดทั้งตัวยานถึง 300 เมตรเลยทีเดียว และจากการวิเคราะห์พื้นผิวน้ำแข็งชั้นนอกที่ปกคลุมยาน พบว่ามีอายุยาวนานถึง 18,000กว่าปีมาแล้ว และยานลำนี้ก็คือ ยานสำรวจอาณานิคมของคริปตอน ที่มายังโลกมนุษย์เมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้วนั่นเอง

Lois Lane นักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์แห่งสำนักพิมพ์ Daily planet ก็เดินทางมายังขั้วโลกเหนือที่ซึ่งค้นพบยานลึกลับลำนี้ด้วยเพื่อหาข่าวและทำข่าว โลอิสจึงพบกับคล้ากครั้งแรกที่นี่ และคิดว่าคล้ากเป็นเพียงแค่ลูกหาบธรรมดา ในคืนนั้นเอง โลอิสเห็นคล้ากแอบเข้าไปยังยานลึกลับนี้ โลอิสจึงแอบตามคล้ากไปติดๆ

ดร.แฮมิลตันและผู้พันฮาร์ดี้ออกมาต้อนรับโลอิส (Man of Steel)

 

คล้ากลอบเข้าไปในยานสำรวจอาณานิคมของชาวคริปตอน และด้วยสัญชาติญาณชาวคริปโตเนี่ยน คล้ากจึงนำผลึกกุญแจ S ใส่เข้าไปในช่องควบคุมระบบยาน ดรอยด์นิรภัยประจำยานกำลังเข้ามาจู่โจมคล้ากที่บุกรุก แต่พอผลึกกุญแจ S เข้าสั่งงานยาน ดรอยด์นิรภัยจึงไม่ทำอันตรายคล้าก เพราะคล้ากคือหนึ่งในชาวคริปโตเนี่ยน และมีสิทธิ์ชอบธรรมใช้ยานลำนี้เต็มที่ หลังจากนั้น คล้ากก็เห็นบุคคลลึกลับอยู่ภายในยานด้วย คล้ากจึงรีบเดินตามไป

ณ ที่ใดที่หนึ่งกลางอวกาศ แต่การเปิดสั่งงานยานสำรวจอาณานิคมของคล้ากในครั้งนี้ ก็ได้ส่งสัญญาณไปถึงพวกของนายพลซ้อดด้วย นายพลซ้อดจึงมุ่งหน้าเดินทางมาที่โลกมนุษย์ทันที เพราะคงไม่มีใครสั่งยานสำรวจได้นอกจากชาวคริปโตเนี่ยน ซึ่งซ้อดรู้ว่า ชาวคริปโตเนี่ยนนอกจากพวกตนนั้น ก็เหลือเพียงคาลเอลลูกของจอร์เอลเพียงผู้เดียว

ที่โลกมนุษย์ บริเวณหุบเขาน้ำเแข็งประเทศแคนาดา โลอิสตามคล้ากมาบนยานสำรวจอาณานิคมลำนี้ และพบกับดรอยด์นิรภัยตัวเดิม แต่คราวนี้ดรอยด์จู่โจมโลอิส และยิงเลเซอร์ใส่ท้องโลอิสจนโลอิสกระเด็น ดรอยด์นิรภัยกำลังเข้ามาจู่โจมซ้ำ แต่คล้ากก็มาช่วยทำลายดรอยด์นิรภัย และใช้ดวงตาเลเซอร์ยิงแสงไปฆ่าเชื้อและปิดแผลที่ท้องโลอิส ก่อนที่คล้ากจะสั่งการให้ยานสำรวจอาณานิคมบินจากไป ทิ้งความสงสัยให้ทีมงานของผู้พันฮาร์ดี้ และทิ้งความสงสัยให้โลอิสด้วย

ณ สถานที่ลึกลับอันห่างไกลผู้คน บริเวณขั้วโลกเหนือ คล้ากนำยานมาจอดที่นี่ และก็พบว่าบุคคลลึกลับนั้นคือจอร์เอลพ่อแท้ๆของตน แต่หลงเหลือเพียงแค่อนุจิตความรู้ซึ่งอยู่ในโคเด๊กซ์เท่านั้น ตัวจอร์เอลจริงๆนั้นตายไปแล้ว

พ่อลูกพบกันครั้งแรก (Man of Steel)

 

คล้ากจึงเรียนรู้กับอนุจิตของจอร์เอล ถึงวิถีแห่งชาวคริปโตเนี่ยน ความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ และการล่มสลายของอารยธรรมดาวคริปตอน หลังจากนั้นจอร์เอลก็พาคล้ากไปดูชุดเกราะดั้งเดิมของชาวคริปโตเนี่ยนที่อยู่ในยาน คล้ากจึงใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์ “ความหวัง” หรือ S  เฉกเช่นชาวคริปโตเนี่ยนทุกคนเคยใส่ และคล้ากก็เริ่มเรียนรู้ฝึกใช้พลังของตนเองอย่างเต็มที่เสียที หลังจากกักขังพลังนี้มาเนิ่นนานหลายสิบปี โดยเฉพาะการเหาะเหิน

คาเอล หรือ คล้าก เค้นท์ ใส่ชุด S ครั้งแรก (Man of Steel)

 

ที่เมืองเมโทรโปลิส ด้านโลอิสนั้นกลับไปที่เมืองเมโทรโปลิส และรายงาน Perry White บรรณาธิการเดลี่เพลเน็ทว่า มียอดมนุษย์และเป็นเอเลี่ยนอยู่ในหมู่พวกเรา ที่หายไปพร้อมกับยานอวกาศลึกลับ โลอิสขอให้เพอรี่ลงข่าวนี้ แต่เพอรี่ไม่ลง และยังสั่งห้ามโลอิสไม่ให้ติดตามข่าวนี้อีก แต่โลอิสไม่ฟัง และโลอิสก็แอบไปพบกับนักข่าวโลกออนไลน์ เพื่อให้ลอบปล่อยข่าวนี้ออกไปแทน

โลอิส เลน (Man of Steel)

 

ตัวโลอิสก็เริ่มสืบข่าวเพื่อค้นหาตัวตนของลูกหาบลึกลับผู้นี้ แต่โลอิสก็สืบรู้เพียงตัวตนปลอมๆและนามแฝงเท่านั้น จนกระทั่งโลอิสสืบกลับไปจนถึงตัวของ พีท ผู้ซึ่งคล้ากเคยช่วยชีวิตไว้ในวัยเด็ก โลอิสจึงรู้ตัวตนที่แท้จริงของบุรุษผู้มีพลังพิเศษผู้นี้ว่า เค้าชื่อ คล้าก เค้นท์

ที่สมอลวิลล์ โลอิสจึงไปหาคล้ากที่บ้านในฟาร์มเมืองสมอลวิลล์ และพบแค่เพียงมาร์ธาแม่ของคล้าก มาร์ธาจึงบอกกับโลอิสว่า คล้ากจากบ้านไปหลายปีแล้ว นับตั้งแต่โจนาธานพ่อของคล้ากตาย และมาร์ธาก็ไม่เคยได้รับข่าวของคล้ากอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเช่นกัน

มาร์ธา เค้นท์ (Man of Steel)

 

ขณะที่โลอิสกำลังยืนอยู่หน้าหลุมศพของโจนาธานนั้น คล้ากก็ปรากฎตัว และบอกกับโลอิสว่า เหตุผลในการแฝงตัวของตนนั้นมี เพราะว่าถ้ามนุษย์ทั่วไปรู้ถึงการมีอยู่ของเค้า โลกจะต้องวุ่นวายแน่นอน โลกนี้ยังรับไม่ได้กับเรื่องที่ประหลาดขนาดนี้ ซึ่งโลอิสก็รับฟังแต่โดยดี และคล้ากก็กลับมาอยู่ที่บ้านในสมอลวิลล์กับมาร์ธาแม่ของตนเองอีกครั้ง

ที่สมอลวิลล์ โลอิสจึงกลับไปรายงานบรรณาธิการเพอรี่ว่า เธอหาตัวยอดมนุษย์ลึกลับผู้นี้ไม่พบ แต่เพอรี่ไม่เชื่อโลอิส และรู้ว่าโลอิสสืบจนรู้ความจริงแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้โลอิสไม่เปิดเผยข้อมูลนี้ นั่นจึงทำให้เพอรี่สั่งพักงานโลอิสสามอาทิตย์ทันที

เพอรี่ ไวท์ (Man of Steel)

 

โลกมนุษย์เริ่มจับความผิดปกติได้ เริ่มจากดาวเทียมของนาซ่าตรวจพบยานบินลึกลับลงจอดบนดวงจันทร์ ดร.แฮลมิลตันจึงรีบรายงานนายพล Swanwick ทันที

ไม่กี่วันต่อมา.. ชาวบ้านและหอส่องดวงดาวทั่วไป ก็เริ่มจับภาพยานบินลึกลับนี้ได้ ในคืนนั้นเอง การสื่อสารและไฟฟ้าทั่วโลกก็ขัดข้อง หลังจากนั้นจึงปรากฎหน้าของนายพลซ้อดไปในจอมอนิเตอร์ทุกๆเครื่องทั่วโลก ทั้งจอคอมหรือจอมือถือ รวมถึงจอโทรทัศน์ และนายพลซ้อดก็สื่อสารเป็นทุกๆภาษาที่มีในโลก เพื่อให้ชาวโลกส่งมอบตัวมนุษย์ต่างดาวที่ชื่อคาลเอลออกมาให้พวกตนภายใน 24 ชม. มิเช่นนั้น นายพลซ้อดจะทำลายโลกใบนี้

นายพลสวอนวิค (Man of Steel)

 

เช้าวันรุ่งขึ้น นักข่าวเวปออนไลน์คนที่โลอิสส่งข่าวเรื่องบุรุษลึกลับให้นั้น ก็ออกมาแฉว่า โลอิสน่าจะเป็นคนที่รู้ตัวตนของคาลเอล นายพลสวอนวิคจึงส่งเอฟบีไอและผู้พันฮาร์ดี้มาจับตัวโลอิสไปสอบสวน

คล้ากจึงไปมอบตัวกับนายพลสวอนวิค เพื่อให้นายพลสวอนวิคมอบตัวของเขานั้นให้นายพลซ้อดอีกที แต่มีเงื่อนไขว่า เขาต้องการพบโลอิสก่อน เพราะคล้ากไม่สบายใจที่เป็นต้นเหตให้โลอิสถูกจับมาสอบสวน

โลอิสคุยกับคล้ากในห้องสอบสวน (Man of Steel)

 

วันรุ่งขึ้น ในเวลาส่งมอบตัว นายพลซ้อดก็ส่งรองแม่ทัพของกองกำลังตนเองคือ Faora Hu-Ul มาพาตัวคาลเอลไปยานแม่ของชาวคริปตอน แต่นายพลซ้อดต้องการตัวโลอิสด้วย ซึ่งโลอิสก็เต็มใจไป

เมื่ออยู่บนยานลำเลียง ฟาโอร่าก็ให้โลอิสใส่เครื่องปรับสภาพอากาศไว้ เพราะสภาพอากาศบนยานแม่นั้น คือสภาพอากาศเดียวกับดาวคลิปตอน มนุษย์ทนไม่ได้ ซึ่งตอนนี้คล้ากก็แอบมอบกุญแจ S ให้โลอิสเก็บไว้

เมื่อขึ้นไปถึงยานแม่ของซ้อด ซึ่งลอยลำอยู่นอกชั้นบรรยากาศโลก คล้ากก็อ่อนแรงทันทีจากสภาพอากาศของดาวคริปตอนบนยาน เหตุเพราะเซลล์ร่างกายคล้ากซึมซับระบบนิเวศของโลกมากเกินไป นั่นหมายความว่า อะไรที่เกี่ยวกับคริปตอนนั้น คล้ากแพ้หมดทุกอย่าง

คล้ากแพ้บรรยากาศคริปตอน (Man of Steel)

 

โลอิสและคาลเอลก็ถูกจับเข้าเครื่องอ่านความทรงจำ เพราะนายพลซ้อดต้องการรู้ว่า ยานเดินทางของคาลเอลอยู่ที่ใดในโลก เมื่อนายพลซ้อดรู้พิกัดที่แน่นอนของบ้านคาลเอลบนโลกจากความจำของโลอิสแล้ว นายพลซ้อดก็จับโลอิสไปคุมขัง

ในห้องคุมขังนั้น โลอิสใส่กุญแจ S เชื่อมต่อยาน ผลคืออนุจิตของจอร์เอลพ่อของคาลเอลก็ปรากฏออกมา และแนะนำให้โลอิสตั้งค่าปรับเปลี่ยนสภาพอากาศในยานแม่ให้เหมือนโลกมนุษย์ เพื่อให้คาลเอลคืนพลัง และอนุจิตจอร์เอลก็บอกกับโลอิสว่า วิธีต่อกรกับพวกนายพลซ้อดก็คือ ส่งพวกมันกลับไปยังแฟนทอมโซน วิธีนั้นจอร์เอลก็สอนโลอิส ให้โลอิสไปบอกคาลเอลอีกที ก่อนที่จอร์เอลจะช่วยโลอิสหนีลงกระสวยอวกาศเพื่อกลับสู่โลก คาลเอลหรือคล้ากจึงคืนพลังกลับมา และรีบเหาะกลับโลกไปช่วยโลอิสในกระสวยอวกาศ และลงมายังพื้นโลกอย่างปลอดภัย

คล้ากมาฃ่วยโลอิส (Man of Steel)

ที่สมอลวิลล์ นายพลซ้อดและรองแม่ทัพฟาโอร่าบุกมาที่บ้านครอบครัวเค้นท์ที่สมอลวิลล์ทันที และบังคับให้มาร์ธาบอกที่ซ่อนยานเดินทางของคาลเอล แแต่พอฟาโอร่าไปตรวจดู กลับไม่พบโคเด็กซ์ในนั้น ซึ่งนายพลซ้อดยังไม่รู้ว่า โคเด็กซ์อยู่ในตัวคาลเอลนั่นเอง

คล้ากรีบกลับมาช่วยแม่ทันที และต่อสู้กับนายพลซ้อดอย่างหนักหน่วง ก่อนที่หน้ากากปรับสภาพอากาศของนายพลซ้อดจะพัง และนายพลซ้อดก็เริ่มตาลายเห็นภาพเอ๊กซเรย์เหมือนคล้ากตอนยังเป็นเด็ก ทำให้นายพลซ้อดเวียนหัวมาก นายพลซ้อดจึงกลับยานแม่ไป ด้านรองแม่ทัพฟาโอร่าสู้กับคล้ากได้สักพัก ก็เกิดอาการเดียวกับนายพลซ้อดเมื่อหน้ากากเริ่มเสียหาย ลูกน้องชาวคริปโตเนี่ยนจึงพาฟาโอร่ากลับยานแม่ไปอีกคน (ยังควบคุมการรับพลังจากดวงอาทิตย์ไม่ได้)

รองแม่ทัพฟาโอร่าน็อคหมดสติ (Man of Steel)

 

เมื่อนายพลซ้อดและฟาโอร่าขึ้นไปบนยานแม่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ประจำยานจึงแจ้งว่า โคเด๊กซ์ทั้งหมดอยู่ในตัวคาลเอล ซึ่งหมายถึงเผ่าพันธุ์ชาวคริปโตเนี่ยนนับล้านชีวิต นั่นคือต้องจับคาลเอลกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพเป็นหรือตาย

นายพลซ้อดใช้เครื่องจักรสร้างโลกและยานแม่ ยิงไปที่กลางมหาสมุทรอินเดียและกลางเมืองเมโทรโปลิสทันที ให้ยิงพลังทะลุถึงกัน เพื่อแปรเปลี่ยนสภาพอากาศและระบบนิเวศบนโลกให้เป็นดังเช่นดาวคริปตอน นั่นคือมนุษย์ทั้งหมดจะต้องตายลง และนายพลซ้อดจะสกัดโคเด็กซ์ออกมาจากคาลเอลไม่ว่าในสภาพเป็นหรือตาย เพื่อสร้างอารยธรรมคริปตอนขึ้นมาใหม่

การสร้างบรรยากาศของชาวคริปตอน (Man of Steel)

 

ช่วงเวลานี้เองที่ทางพวกทหารสหรัฐฯตั้งชื่อให้คาลเอลว่า Superman โลอิสมาบอกซุปเปอร์แมนถึงวิธีขับไล่พวกนายพลซ้อด นั่นคือต้องใช้ยานเดินทางของซุปเปอร์แมนทิ้งลงไปใส่ยานแม่ของชาวคริปตอน ซึ่งยานทั้งคู่ใช้พลังขับเคลื่อนชนิดเดียวกัน นั่นก็คือแฟนทอมไดรฟ์ เมื่อพลังงานเหมือนกันปะทะกัน จะทำให้เกิดปฎิกิริยาคล้ายหลุมดำและดูดยานทั้งลำกลับไปที่แฟนทอมโซนนั่นเอง (วิธีนี้จอร์เอลบอกลูอิส)

ผู้พันฮาร์ดี้และโลอิสจึงอาสาไปทิ้งยานเดินทางของคาลเอลใส่ยานแม่ที่เมโทรโปลิสเอง ส่วนซุปเปอร์แมนก็รีบไปหยุดเครื่องจักรสร้างโลกที่กลางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งในที่สุดซุปเปอร์แมนก็ทำลายเครื่องจักรสร้างโลกที่มหาสมุทรอินเดียลงไปได้ ในเหตุการณนี้ผู้พันฮาร์ดี้ก็ได้สละชีวิตทำลายเครื่องจักรสร้างโลกที่เมโทรโปลิสด้วยเช่นกัน โลอิสปลอดภัยออกมาได้ก่อน ส่งผลให้ลูกน้องของนายพลซ้อดกลับไปสู่แฟนทอมโชนได้ทั้งหมด เหลือเพียงซ้อดเพียงผู้เดียวที่ยังอยู่บนโลก

บรูซ เวย์น ที่ีติดตามเหตุการณ์นี้ตลอด ก็รีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจากเมืองก็อตแธมมุ่งหน้าไปที่เมืองโทรโปลิสอย่างรีบร้อน และทันพบเห็นจังหวะที่ผู้พันฮาร์ดี้สละชีวิตพุ่งชนเครื่องจักรสร้างโลก (เมโทรโปลิสและก็อตแธมอยู่ห่างกันแค่แม่น้ำกั้น) ซึ่งสาเหตุที่บรูซรีบมา ก็เพราะที่เมืองเมโทรโปลิสมีตึกเวย์นไฟแนนเชี่ยลตั้งอยู่ด้วย ส่วนซ้อดกับซุปก็ปะทะกันโครมคราม เพราะซ้อดเริ่มชินกับพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว

บรูซมาทันเห็นเครื่องจักรสร้างโลกพอดี (BvS: Dawn of Justice)

 

บรูซรีบติดต่อแจ็คผู้บริหารตึกเวย์นไฟแนนเชี่ยลทางโทรศัพท์ เพื่อให้แจ็ครีบอพยพลูกน้องพนักงานออกมาจากตึกโดยด่วน จังหวะเดียวกับที่ซุปเปอร์แมนและนายพลซ้อดเหาะทะลุเข้ามากลางตึกเวย์นไฟแนเชี่ยล และนายพลซ้อดก็ยิงเลเซอร์จากดวงตาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ลำแสงเลเซอร์ตัดกลางตึกทั้งตึก ผลทำให้ตึกล้มครืนและถล่มอย่างรวดเร็ว แจ็คนั้นตายทันที บรูซรีบวิ่งเข้าไปในเศษซากตึก และพบกับ วอลเลซ หนึ่งในพนักงานบริษัทของเวย์นไฟแนนเชี่ยล ซึ่งถูกเศษซากตึกทับขาทั้งสองข้างจนกระดูกเละ บวกกับพนักงานของเวย์นไฟแนนเชี่ยลมากมายที่ตายลงไป..

บรูซรีบช่วยวอลเลซออกจากซากตึก (BvS: Dawn of Justice)

 

ขณะที่บรูซพุ่งไปช่วยเด็กอีกคน บรูซก็เงยหน้ามองบนท้องฟ้าด้วยสายตาโกรธแค้น เพราะห็นซุปเปอร์แมนกับนายพลซ้อดกำลังเหาะอัดกันทำลายบ้านเมืองเละเทะ ทั้งคู่เหา่ะทะลุเข้าไปในตึกๆนึง ซึ่งนายพลซ้อดกำลังยิงเลเซอร์จากตาฆ่ามนุษย์ในตึกนี้ ซุปเปอร์แมนจึงต้องตัดสินใจหักคอซ้อดหยุดความบ้าคลั่ง และนี่คือชีวิตแรกที่ซุปเปอร์แมนฆ่า

ซ้อดถูกซุปเปอร์แมนสังหาร (Man of Steel)

 

หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง คล้าก เค้นท์ จึงไปสมัครงานเป็นนักข่าวที่สำนักพิมพ์เดลลี่เพลเน็ทในเมืองเมโทรโปลิส ซึ่งมีโลอิสเพียงผู้เดียวในสำนักพิมพ์ ที่รู้ว่าคล้าก ก็คือ คาลเอล หรือ ซุปเปอร์แมน มนุษย์ต่างดาวชาวคลิปตอนที่ช่วยโลกไว้..

ที่เมืองเมโทรโปลิส หลายสัปดาห์ต่อมา.. รัฐบาลสหรัฐฯสร้างเขตควบคุมพิเศษ ห้ามคนภายนอกเข้าล้อมยานของนายพลซ้อดที่ตกกลางเมืองเอาไว้ และนำศพของนายพลซ้อดไปแช่แข็ง พร้อมกับสร้างอนุสาวรีย์ของซุปเปอร์แมนไว้ที่สวนสาธารณะกลางเมืองเมโทรโปลิสนับตั้งแต่นั้น

รูปปั้นซุปเปอร์แมน (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่เมืองก็อตแธม บรูซนั้นไม่ไว้ใจบุรุษเหล็กซุปเปอร์แมนบุตรแห่งคริปตอนผู้นี้ บรูซคิดว่าซุปเป็นเอเลี่ยนไม่ใช่มนุษย์ เอเลี่ยนจะไม่มีหัวใจเฉกเช่นมนุษย์ และด้วยพลังที่มากมายดุจพระเจ้าของซุปเปอร์แมน บรูซเกรงว่าซุปจะใช้อำนาจนี้ทำลายโลกเข้าซักวัน

บรูซจึงมีแผนการที่จะกำจัดซุปเปอร์แมน และเริ่มสืบหาความเกี่ยวข้องกับจุดอ่อนซุปเปอร์แมน จนบรูซสืบรู้ว่า Lex Luthor มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของลูเธอร์คอร์ปนั้นทำการส่งลูกน้องไปที่มหาสมุทรอินเดียเพื่อค้นหาบางอย่างในยานของชาวคริปตอน

เล๊กซ์ ลูเธอร์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่เมืองเมโทรโปลิส ย้อนความกลับไปที่ เล๊กซ์ ลูเธอร์ ลูเธอร์นั้นหลังจากรู้ว่า มีเอเลี่ยนผู้ทรงพลังอย่างซุปเปอร์แมนปะปนอยู่ในหมู่มนุษยชาติ ลูเธอร์ก็ตั้งธงเกลียดซุปทันที (เนื่องจากปมวัยเด็กที่พ่อทารุณแต่ไม่เคยมีพระเจ้ามาช่วย ลูเธอร์จึงเกลียดซุป เพราะซุปก็เปรียบเสมือนพระเจ้าที่ไม่เคยมาช่วยเขา)

และลูเธอร์ก็เริ่มค้นหายอดมนุษย์ทั่วโลกอย่างละเอียดว่าจะมีใครเหมือนซุปเปอร์แมนอีกบ้าง จนกระทั่งลูเธอร์เริ่มค้นพบเบาะแสเกี่ยวกับยอดมนุษย์หลากหลายคนปะปนอยู่ในหมู่มวลมนุษย์ ลูเธอร์จึงคิดจัดทำไฟล์ลับเก็บไว้ โดยไฟล์ข้อมูลยอดมนุษย์เหล่านี้ลูเธอร์ตั้งชื่อว่า “Meta Human” (เมต้า ฮิวแมน)

 

คริสตศักราชที่ 2014 ที่เมืองก็อตแธมซิตี้ ฮาลี่ ควินน์ แฟนสาววายร้ายของโจ็กเกอร์ ก็ถูกแบทแมนจับกุมได้ระหว่างการไล่ล่าบนถนนเมืองก็อตแธมซิตี้ แต่โจ็กเกอร์หนีไปได้ หลังจากนั้นฮาร์ลี่ก็โดนนำไปขังที่คุกเบลลาเรฟ

ฮาลี่ ควินน์ ก่อนถูกแบทแมนจับ (Suicide squad)

 

คริสตศักราชที่ 2015 ไดอาน่า ปรินซ์ หรือ วันเดอร์วูแมน ใช้ชีวิตแฝงตัวอยู่ปะปนกับผู้คนมาทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งตอนนี้ไดอาน่าแฝงตัวมาทำงานเป็นภันฑารักษ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญวัตถุโบราณและประวัติศาสตร์ของ The Grand Louvre หรือ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในประเทศฝรั่งเศส

 

18 เดือนผ่านไป.. ณ ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย ชาวพื้นเมืองที่ได้รับว่าจ้างจากคนของลูเธอร์คอร์ป ให้งมทุกอย่างที่หาได้จากยานคริปตอนมาขายให้ ในที่สุดชาวพื้นเมืองก็ค้นพบกับก้อนคริปโตไนต์ขนาดใหญ่เท่าลูกฟุตบอลอยู่ในทะเล

คริปโตไนต์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ต้นคริสตศักราชที่ 2016 ผ่านไป 2 ปีกว่าๆหลังจากนายพลซ้อดตาย Anatoli Knyazev (อนาโตลี คนียาเซฟ) มาเฟียรัสเซียผู้มีอิทธิพลในตลาดมืดลูกน้องของของลูเธอร์ จึงลำเลียงคริปโตไนต์ก้อนนี้แอบมาอย่างลับๆทางเรือเดินสมุทรที่ชื่อว่า ไวท์โปรตุกีส (ที่อนาโตลี่ต้องขนมาลับๆ เพราะอาจจะมีมือที่สามมาแย่งชิงของมีค่าขนาดนี้ไป) แต่ลูเธอร์ยังหาทางนำคริปโตไนต์เข้าสหรัฐฯไม่ได้ อนาโตลี่จึงสั่งให้ลูกน้องลอยลำเรือไวท์โปรตุกีสอยู่นอกน่านน้ำสหรัฐฯก่อน

อนาโตลี ลูกน้องลูเธอร์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ซึ่งความลับก็ไม่มีในโลก เพราะบรูซสืบค้นจนพบกับเบาะแสความเชื่อมโยงระหว่าง ลูเธอร์ กับ อนาโตลี่ บรูซจึงเริ่มไล่ล่าหาข้อมูลของอนาโตลี่ โดยการจับพวกค้ามนุษย์ในตลาดมืดมาเค้นข้อมูล เพื่อไปให้ใกล้ๆตัวของอนาโตลี่ที่สุด ด้านลูเธอร์ก็ได้ค้นพบหลักฐานการมีตัวตนของเมต้าฮิวแมนถึงสี่คนด้วยกัน (นอกเหนือจากซุป)

ที่แอฟริกาใต้ ด้านทาง โลอิส เลน สืบรู้ว่ามีคนคิดร้ายกับซุปฯ จึงบ้าบิ่นถึงขนาดไปสืบข่าวนี้ที่องค์กรก่อการร้ายกลางทะเลทรายในทวีปแอฟริกา แต่อนาโตลี่และลูกน้องที่ปลอมเป็นทหารรับจ้างของผู้ก่อการร้ายแอฟริกาจับได้ว่า ตากล้องที่มากับโลอิสคือ CIA ที่แฝงตัวเข้ามา อนาโตลี่จึงยิงซีไอเอคนนั้นต่อหน้าต่อตาโลอิส

ซีไอเอโดนจับพิรุธ (BvS: Dawn of Justice)

 

หัวหน้าผู้ก่อการร้ายชาวแอฟริกันจับโลอิสเข้าไปสอบสวนเพียงลำพังสองคน ทันใดนั้นจู่ๆพวกอนาโตลี่ก็หันไปยิงผู้ก่อการร้ายแอฟริกันพวกเดียวกันตายเรียบ แถมยังเข่นฆ่าชาวบ้านแอฟริกันผู้บริสุทธิ์ไปมากมายอีกด้วย ก่อนที่จะรีบขับรถหนีหายไปในทะเลทราย

หัวหน้าผู้ก่อการร้ายชาวแอฟริกันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและเสียงปืน จึงคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของโลอิส ทันใดนั้นซุปเปอร์แมนก็เหาะมาที่นั่น และช่วยโลอิสจากหัวหน้าผู้ก่อการร้ายชาวแอฟริกันได้สำเร็จ

โลอิสกำลังโดนหัวหน้าผู้ก่อการร้ายแอฟริกันใช้ปืนจ่อหัว (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่แคปปิตอลซิตี้ June Finch (จูน ฟินซ์) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯก็จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในเหตุการณ์ที่คนในหมู่บ้านที่แอฟริกาเสียชีวิตมากมาย โดยผู้รอดชีวิตหญิงแอฟริกันกล่าวโทษซุปเปอร์แมน ที่เป็นสาเหตุในการตายของคนบริสุทธิ์ชาวแอฟริกันเหล่านั้น สว.ฟินซ์จึงมีความคิดจะสอบสวนซุป แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิด

วุฒิสมาชิก จูน ฟินซ์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่เมืองเมโทรโปลิส เล๊กซ์ ลูเธอร์ ก็เชิญให้สว.บาโรวส์กับสว.ฟินซ์มาพูดคุยถึงโปรเจคใหญ่ของตนที่ลูเธอร์คอร์ป โปรเจคของลูเธอร์นั้นเกี่ยวเนื่องกับนักวิทยาศาสตร์ซึ่งวิจัยนายพลซ้อดอยู่ ได้ค้นพบว่าคริปโตไนต์สามารถกำจัดเซลล์ของชาวคริปตอนได้ โดยการทดลองกับศพนายพลซ้อด ลูเธอร์ต้องการให้สว.ฟินซ์อนุญาติให้ลูเธอร์คอร์ปนำคริปโตไนต์ที่ตนค้นพบกลางมหาสมุทรอินเดียเข้ามาภายในสหรัฐฯ

โดยลูเธอร์อ้างว่า คริปโตไนต์อาจจะเป็นอาวุธที่ไว้ใช้ต่อกรกับพวกมนุษย์ต่างดาวที่อาจจะบุกโลกในอนาคต แต่สว.ฟินซ์รู้ทันว่าลูเธอร์จะใช้ปราบซุปเปอร์แมน จึงไม่อนุมัติลูเธอร์ให้นำคริปโตไนต์เข้าสหรัฐฯ

ภาพคริปโตไนต์ในคอมของลูเธอร์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ลูเธอร์จึงใช้แผนสอง และเบี่ยงไปหาสว.บาโรวส์ชักชวนให้เข้าพวกแทน เพื่อให้สว.บาโรวส์อนุมัติลูเธอร์เข้าไปผ่าศพนายพลซ้อด และต้องเข้าไปในยานแม่ของคริปตอนด้วย แถมยังต้องอนุญาติให้ลูเธอร์นำคริปโตไนต์เข้าสหรัฐฯด้วย ซึ่งด้วยอำนาจเงินของลูเธอร์ สว.บาโรวส์ก็ตกลงทุกข้อเรียกร้อง และลูเธอร์ก็ตัดผิวหนังส่วนลายนิ้วมือนายพลซ้อดมาทุกนิ้ว เพื่อหาหนทางเข้าไปในยานแม่คริปตอนต่อไป
วอลเลซ อดีตพนักงานของเวย์นไฟแนนเชี่ยล ที่ต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้งเมื่อครั้งซุปกับนายพลซ้อดสู้กันเมื่อสองปีที่แล้ว ก็โกรธแค้นซุปตลอดมา และวอลเลซก็ปีนขึ้นไปบนรูปปั้นของซุปที่สวนสาธารณะกลางเมืองเมโทรโปลิส ก่อนจะพ่นสีแดงคำว่า false god วอลเลซจึงถูกตำรวจจับไปขังคุก

False god หมายถึง พระเจ้านอกรีตอื่นๆนอกเหนือจากพระยาห์เวห์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ลูเธอร์เห็นหนทางเล่นงานซุปเปอร์แมน จึงให้มาซี่เลขาส่วนตัวไปประกันตัววอลเลซออกมา โดยลูเธอร์นั้นยุยงให้วอลเลซยื่นฟ้องสาธารณะต่อหน้าสื่อ เพื่อเรียกร้องให้ซุปเปอร์แมนรับผิดชอบที่วอลเลซต้องขาขาด ลูเธอร์ยังมอบวีลแชร์ไฟฟ้าคันใหม่ให้วอลเลซด้วย

มาซี่ (BvS: Dawn of Justice)

 

บรูซ เวย์น แกะรอยอนาโตลี่จนถึงตัว บรูซแอบก็อปปี้ข้อมูลจากโทรศัพท์ของอนาโตลี่มาได้ และนำไปแกะข้อมูล จนพบว่าอนาโตลี่และลูเธอร์ทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ไวท์โปรตุกีส

ที่เมืองก็อตแธม บรูซกลับมาปรึกษากับอัลเฟรดว่า ทำอย่างไรจึงจะเข้าไปล้วงข้อมูลของลูเธอร์คอร์ปได้ อัลเฟรดบอกว่าไม่จำเป็นต้องลอบเข้าไป เพราะลูเธอร์ให้บัตรเชิญงานเลี้ยงตอนค่ำมาให้บรูซไปร่วมงานในคืนนี้

อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่งานเลี้ยงลูเธอร์เมืองเมโทรโปลิส ลูเธอร์นั้นได้เชิญให้คล้ากนักข่าวเดลี่เพลเน็ตมางานเลี้ยงด้วย คล้ากนั้นได้ยินเสียงสนทนาระหว่างบรูซกับอัลเฟรดผ่านทางเครื่องส่งสัญญานลับ (คล้ากหูดีกว่าคนทั่วไปหลายเท่า) คล้ากจึงเริ่มสงสัยในตัวมหาเศรษฐีก็อตแธมผู้นี้ว่าต้องมีความลับบางอย่างแน่ และเสียงสนทนาระหว่างอัลเฟรดกับบรูซก็คือ บรูซจะลงไปที่ห้องควบคุมระบบเพื่อแอบติดเครื่องดูดข้อมูลบางอย่างจากลูเธอร์

หลังจากบรูซติดเครื่องดูดข้อมูลและกลับเข้ามาในงานเลี้ยงแล้ว คล้ากจึงเข้าไปชวนบรูซพูดคุยถึงศาลเตี้ยแห่งเมืองก็อตแธมที่ชื่อว่าแบทแมน บรูซจึงสวนกลับถึงเอเลี่ยนบ้าพลังชาวคริปตอนแห่งเมืองเมโทรโปลิส ก่อนที่ลูเธอร์จะมาขัดจังหวะการเถียงกันของทั้งคู่ (จุดนี้ลูเธอร์น่าจะรู้จักตัวตนจริงๆของทุกคนแล้ว)

ทั้งสามพบหน้ากันครั้งแรก (BvS: Dawn of Justice)

 

แต่คนที่รับรู้ว่าบรูซจะมาขโมยข้อมูลลูเธอร์นั้นยังมีอีกคน เพราะเธอก็จะมาขโมยข้อมูลบางอย่างเช่นกัน สาวสวยลึกลับคนนั้นคือไดอาน่า หรือ วันเดอร์วูแมน ไดอาน่าจึงไปขโมยเครื่องดูดข้อมูลของบรูซมาอีกที

เมื่อบรูซได้รับสัญญาณจากอัลเฟรดว่า เครื่องดูดข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว บรูซกำลังจะลงไปยังห้องระบบเพื่อเอาเครื่องดูดข้อมูล จึงพบว่าเครื่องหายไปแล้ว พร้อมกับที่ไดอาน่ายืนยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่หน้าห้องระบบ บรูซจึงรู้ว่าสาวสวยผู้นี้ขโมยเครื่องไปอีกทีนึง และบรูซก็ตามไล่ตัวไดอาน่าไม่ทัน เพราะไดอาน่าขับรถหนีไปได้ซะก่อน

ไดอาน่า ปริ๊นซ์ หรือ วันเดอร์วูแมน (BvS: Dawn of Justice)

 

ด้านทางคล้ากก็กำลังจะตามบรูซไปเค้นความจริง แต่ทีวีก็รายงานข่าวเพลิงไหม้ที่แม็กซิโกซิตี้ และมีเด็กสาวติดอยู่บนตึกท่ามกลางเปลวเพลิง คล้ากจึงต้องจำใจไปช่วยเหลือคนก่อน ฮีโร่ทั้งสามจึงแยกย้ายกันไปคนละทาง

ที่เมืองก็อตแธม บรูซสืบหาตัวตนของหญิงสาวลึกลับผู้ขโมยเครื่องดูดข้อมูลในคืนนั้น และพบว่าเธอชื่อ ไดอาน่า ปริ๊นซ์ ผู้เชี่ยวชาญวัถุโบราณล้ำค่าของโลก และมีอาชีพซื้อขายวัตถุโบราณ ภัณฑารักษ์แห่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ประเทศฝรั่งเศส

บรูซจึงตามรอยไดอาน่าไปถึงงานโชว์วัตถุโบราณที่งานเลี้ยงแห่งนึงเพื่อทวงของคืน ไดอาน่าจึงบอกว่า เธอต้องการเพียงรูปถ่ายที่เป็นของเธอ ซึ่งลูเธอร์ได้ไป และข้อมูลในเครื่องของบรูซที่ไปดูดมาจากลูเธอร์นั้นถูกเข้ารหัสเอาไว้ ไดอาน่าจึงคืนเครื่องให้บรูซไปถอดรหัสเอาเอง

ไดอาน่าพบกับบรูซ (BvS: Dawn of Justice)

 

บรูซจึงนำข้อมูลของลูเธอร์ไปถอดรหัสที่ BATCAVE (ถ้ำค้างคาว) ระหว่างรอการถอดรหัสนั้น พลังงานอันยิ่งใหญ่บางอย่างก็ทำให้บรูซหลับฝันถึงโลกอนาคตอันสิ้นหวัง มีบางอย่างทำลายโลกไปแล้วในอนาคต (ดาร์คไซด์และเหล่าพาราเดมอนลูกน้องของดาร์คไซด์ยึดโลกไปแล้วในอนาคตที่บรูซเห็น)

แบทแมนในอนาคต (BvS: Dawn of Justice)

 

ในความฝันโลกอนาคตนั้น ความหวังเดียวของแบทแมนคือคริปโตไนต์ แต่แล้วกองกำลังซุปก็ปรากฎตัว และเข่นฆ่าลูกน้องแบทแมนจนหมดสิ้น ซึ่งกองกำลังซุปกับพาราเดมอนนั้นคือพวกเดียวกัน และแบทแมนก็ถูกจับ ซุปนั้นเข้ามาหาแบทแมนซึ่งโดนจับอยู่ และสังหารแบทแมนกับลูกน้องอย่างเลือดเย็น (จุดนี้มีบางอย่างทำให้ซุปเป็นคนโหดเหี้ยม)

บรูซโดนซุปฯฆ่าในฝัน (BvS: Dawn of Justice)

 

บรูซสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันของโลกอนาคต หากแต่ยังคงอยู่ในอินเซปชั่น เพราะว่าแฟลซมาเตือนบรูซผ่านทางสปีดฟอร์ซ ว่าบรูซคิดถูกแล้วเรื่องของคนผู้นั้น และโลอิสคือกุญแจ ก่อนที่บรูซจะตื่นจริงๆและหลุดออกจากอินเซปชั่นสองชั้น (ที่บรูซฝันตั้งแต่แรกก็เพราะผลกระทบจากพลังงานแห่งสปีดฟอร์ซนี่ละ)

เดอะแฟลซมาบอกคีเวิร์ดกับบรูซ (BvS: Dawn of Justice)

 

และข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสของลูเธอร์ก็เสร็จพอดี พร้อมกับที่บรูซตื่นขึ้นมาสู่โลกจริง จากข้อมูลที่ถูกถอดรหัสจึงรู้ว่า ไวท์โปรตุกีสคือเรือซึ่งบรรทุกคริปโตไนต์มาจากมหาสมุทรอินเดีย และเรือก็กำลังจะเทียบท่าเมโทรโปลิสในคืนนี้ อัลเฟรดถามความจริงกับบรูซว่าคิดจะทำอะไรกับแน่? จึงรู้ว่าบรูซตั้งใจจะหาคริปโตไนต์เพื่อนำมากำจัดซุป อัลเฟรดจึงเตือนบรูซว่า ซุปไม่ใช่ศัตรู แต่บรูซไม่ฟังเสียง และมุ่งหน้าไปที่เมโทรโปลิสทันที (และบรูซยังไม่สังเกตเห็นแฟ้มเมต้าฮิวแมนในข้อมูลลูเธอร์)

ที่ท่าเรือเมืองเมโทรโปลิส แบทโมบิลก็ไล่ล่าขบวนรถของอนาโตลี่ที่บรรทุกคริปโตไนต์อย่างดุเดือด และอยู่ๆซุปก็มาขวางทางแบทโมบิล ทำให้แบทโมบิลเสียหลักพุ่งชนหัวจ่ายน้ำมันในปั๊มเก่า ซุปบอกให้แบทเลิกทำตัวเป็นศาลเตี้ยได้แล้ว ขณะทั้งคู่กำลังเขม่นกัน ทำให้อนาโตลี่นำคริปโตไนต์ไปที่ลูเธอร์คอร์ปสำเร็จ

ที่แคปปิตอลซิตี้ วอลเลซซึ่งได้รับการหนุนหลังจากลูเธอร์ให้เรียกร้องความยุติธรรมกับซุปนั้น ก็ออกมาเรียกร้องให้ซุปมารับฟังคำไต่สวนนี้ที่รัฐสภาในแคปปิตอลซิตี้ ซุปจึงยินยอมไป

ซุปยืนต่อหน้าสว.ฟินซ์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ในการไต่สวนนี้ ลูเธอร์นั้นได้ติดตั้งระเบิดไว้ภายในวีลแชร์ของวอลเลซ เมื่อซุปอยู่ในศาลสูงฟังคำไต่สวน รัฐสภาก็ระเบิดเป็นจุลทันที สว.ฟินซ์ / สว.บาโรวส์ / วอลเลซ / มาซี่ (เลขาเล๊กซ์) / รวมถึงผู้คนนับหลายร้อยชีวิตจึงตายด้วยเหตุระเบิดครั้งนี้ ซุปก็หายหน้าไปนับตั้งแต่นั้นเช่นกัน

ที่เมืองเมโทรโปลิส หลังจากเหตุระเบิดสะเทือนขวัญที่รัฐสภา แบทแมนก็บุกมาชิงเอาคริปโตไนต์ไปทั้งก้อนจากลูเธอร์ ทำให้ลูเธอร์ไม่มีทางเลือก จึงต้องใช้แผนสอง โดยการใช้ลายนิ้วมือของนายพลซ้อดเข้าไปในยานคริปตอน และได้รับรู้ถึงข้อมูลอันมากมายที่ดรอยด์เฝ้ายานถ่ายทอดให้ (ดรอยด์เก่งแฮะ พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย และใครจะรู้ว่าลูเธอร์ได้ข้อมูลใดมาบ้าง)

เล๊กซ์ ลูเธอร์ ในยานคริปตอน (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่เมืองก็อตแธม บรูซนั้นเริ่มฟิตตนเองให้กลับมาแข็งแรง เพื่อเตรียมตัวไปปะทะกับซุป และสร้างอาวุธต่างๆขึ้นมาเพียบ โดยบรูซนำคริปโตไนต์มาแปรสภาพเป็นระเบิดควัน และนำคริปโตไนต์ส่วนใหญ่มาทำหอกเพื่อฆ่าซุป

เมื่อบรูซสร้างหอกจากคริปโตไนต์สำเร็จ บรูซก็กลับไปเปิดไฟล์ข้อมูลของลูเธอร์ดูอีกรอบ และรอบนี้บรูซสังเกตเห็นแฟ้มที่เขียนว่า เมต้าฮิวแมน โดยในแฟ้มเมต้าฮิวแมนมีแฟ้มย่อยอยู่ 4 แฟ้ม บรูซเลือกเปิดแฟ้มที่มีสัญลักษณ์ W เป็นอย่างแรก

สัญลักษณ์ของซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งสี่ (BvS: Dawn of Justice)

 

และในแฟ้ม W นั้นเอง บรูซก็รู้ว่า ไดอาน่านั้นมีอายุยืนยาวมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (และมีชีวิตมาก่อนหน้านั้น 5,000 ปีมาแล้ว แต่บรูซไม่รู้) โดยเป็นรูปถ่ายของไดอาน่ากับเพื่อนๆทหารสายลับในประเทศเบลเยี่ยมตั้งแต่ปี 1918

รูปถ่ายไดอาน่าเมื่อเกือบ 100 ปืที่แล้ว (BvS: Dawn of Justice)

 

บรูซจึงนำแฟ้มเมต้าฮิวแมนส่งเมลไปให้ไดอาน่า พร้อมกับข้อความถามไดอาน่าว่า “เธอคือใครกันแน่?” ไดอาน่าจึงเปิดแฟ้มเหล่านั้นที่เหลืออีกสามไฟล์ในแฟ้มเมต้าฮิวแมน และเผยให้เห็น แบรี่ อัลเลน(แฟลซ) ใช้สปีดช่วยจับโจรในซุปเปอร์มาเก็ต / เห็น วิคเตอร์ สโตน (ไซบอร์ค) กำลังโดน ไซลาส สโตน ทดลองหลอมรวมร่างกายกับเครื่องจักร / เห็นอาเธอร์ เคอร์รี่ (อควอร์แมน) กำลังใช้ตรีปล่อยพลังแหวกกระแสน้ำลึกในมหาสมุทร / ไดอาน่าจึงคิดหนีไปให้ไกลจากเรื่องเหล่านี้

ที่เมืองเมโทรโปลิส หลังจากลูเธอร์เรียนรู้ข้อมูลอันมากมายมหาศาล อันเป็นความลับต่างๆของจักรวาลและชาวคริปตอน หนึ่งในความลับที่ลูเธอร์ได้มาก็คือสร้างดูมส์เดย์จากศพของชาวคริปตอน อันเป็นสิ่งต้องห้ามของชาวคริปตอนมาเนิ่นนาน ลูเธอร์จึงคิดจะสร้างดูมส์เดย์ขึ้นจากศพนายพลซ้อด

กรรมวิธีสร้างดูมส์เดย์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ในคืนนั้นที่ก็อตแธม แบทแมนไปเปิดสัญญาณไฟค้างคาวส่องฟ้าเพื่อเรียกให้ซุปปรากฎตัวจะได้กำจัดตามแผน แต่ซุปไม่มา ซึ่งที่เมโทรโปลิสนั้นลูเธอร์สั่งให้ลูกน้องไปจับตัวมาร์ธาแม่ของซุปไปไว้ที่ท่าเรือเมโทรโปลิส ลูเธอร์ยังสั่งให้อนาโตลี่ไปจับโลอิสมาที่ยอดตึกด้วย และให้อนาโตลี่กลับไปเฝ้าตัวมาร์ธาแม่ซุปเอาไว้ เพื่อรอคำสั่งสังหารต่อไป

โลอิสโดนเล๊กซ์จับไว้ (BvS: Dawn of Justice)

 

ที่เมืองเมโทรโปลิส ลูเธอร์นั้นต้องการเรียกซุปมา จึงผลักโลอิสตกตึกซะเลย ซึ่งได้ผล ซุปได้ยินเสียงร้องโลอิสก็รีบเหาะมารับโลอิสลงพื้นอย่างปลอดภัย และรีบเหาะกลับไปขึ้นไปบนตึกจะเอาเรื่องลูเธอร์ แต่ลูเธอร์ก็ขู่ว่า ถ้าซุปไม่ฟังคำสั่งของเค้า ลูเธอร์จะสั่งให้ลูกน้องฆ่ามาร์ธา

โดยคำสั่งของลูเธอร์ก็คือ ให้ซุปไปที่เมืองก็อตแธมและฆ่าแบทแมน โดยมีเวลา 1 ชั่วโมงนับจากนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ก่อนที่ลูเธอร์จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป ซุปบินลงมาบอกโลอิสว่าแม่ของตนถูกลูเธอร์จับไป และซุปก็รีบเหาะไปก็อตแธมเพื่อจะคุยกับแบท แต่แบทไม่ฟังเสียง และใช้ระเบิดควันคริปโตไนต์เล่นงานจนซุปจนอ่อนแรง

แบทปะทะซุปฯ (BvS: Dawn of Justice)

โลอิสรีบนำเฮลิคอปเตอร์ตามไปที่ก็อตแธมยังสถานที่ซึ่งซุปกับแบทสู้กัน และมาห้ามแบททันก่อนที่แบทจะใช้หอกคริปโตไนต์ฆ่าซุป โลอิสบอกแบทว่ามาร์ธาแม่ของซุปถูกลูเธอร์จับตัวไป แบทจึงมองซุปเป็นมนุษย์ที่มีแม่รักแม่เช่นเดียวกับตน แบทบอกให้ซุปไปจับลูเธอร์ ส่วนแบทจะไปช่วยมาร์ธาเอง และแบทก็บอกกับซุปว่า “มาร์ธาจะไม่ตายในคืนนี้” หลังจากนั้นแบทก็ไปที่ท่าเรือและช่วยมาร์ธาไว้ได้สำเร็จ

ซุปตามลูเธอร์เข้าไปถึงยานคริปตอน และต้องสู้กับดูมส์เดย์ที่เพิ่งกำเนิดขึ้น โดยซุปนั้นเหาะดันร่างดูมส์เดย์ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ หลังจากนั้นกองทัพแห่งสหรัฐฯก็ผสมโรงยิงนิวเคลียร์ใส่ทั้งคู่ซะเลย เพราะไหนๆทั้งคู่ก็เป็นเอเลี่ยน

วินาทีที่นิวเคลียร์ปะทะซุปกับดูมส์เดย์กลางอวกาศ (BvS: Dawn of Justice)

 

ดูมส์เดย์นั้นตกลงมาที่โลกโดยแข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะอะไรก็ตามที่โจมตีมัน มันจะดูดเอาสิ่งนั้นมาเป็นพลังตนเอง และมีภูมิต้านทานสิ่งนั้น หากแต่ซุปนั้นกลับหมดสติไปเลยจากแรงระเบิดนิวเคลียร์ และลอยเคว้งอยู่นอกชั้นบรรยากาศ ทันใดนั้นแสงอาทิตย์ก็สาดส่องต้องกาย ซุปจึงกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ซุปเปอร์แมนคืนชีพด้วยแสงอาทิตย์ (BvS: Dawn of Justice)

 

ไดอาน่าซึ่งกำลังจะขึ้นเครื่องบินหนีไปจากอเมริกา เพราะบัดนี้มีผู้รู้ความลับของตนแล้ว แต่เมื่อไดอาน่าได้เห็นข่าวดูมส์เดย์สู้กับซุปเปอร์แมนทางทีวี ไดอาน่าจึงเปลี่ยนใจและกลับไปช่วยซุปสู้กับดูมส์เดย์ และไดอาน่าก็สวมชุดเกาะรบแห่งเธอมิสซีร่าเต็มยศไปช่วยแบทกับซุป

ความหวัง ความรัก ความยุติธรรม (BvS: Dawn of Justice)

 

ด้านแบทแมนซึ่งตามมาก็ช่วยซุปกับวันเดอร์วูแมนสู้ดูมส์เดย์ไม่ได้เลย (เพราะเป็นแค่คนธรรมดา) ผิดกับวันเดอร์วูแมนที่ใช้ดาบของเธอทั้งตัดขาตัดแขนดูมส์เดย์ แต่แขนขาดูมส์เดย์ก็งอกมาใหม่ได้

ไดอาน่าใช้บ่วงบาศน์แห่งความจริงคล้องจับดูมส์เดย์เอาไว้ ซุปก็ถือหอกคริปโตไนต์เหาะมาแทงเข้าไปในร่างดูมส์เดย์ และซุปก็โดนดูมส์เดย์แทงเช่นกัน ทั้งคู่จึงตายไปพร้อมกัน

เดธ ออฟ ซุปเปอร์แมน (BvS: Dawn of Justice)

 

หลายวันต่อมา.. เล็กซ์ ลูเธอร์ ถูกโกนหัวและโดนจับเข้าคุกคนบ้าที่ อาร์คัม อาไซลัม ลูเธอร์ขู่แบทแมนว่า ระฆังถูกตีขึ้นแล้ว หยุดยั้งไม่ได้แล้ว (หมายถึงสเตฟเพ่นวูฟและพาราเดมอนกำลังจะบุกโลก)

ด้านทางประชาชนชาวอเมริกัน ก็จัดงานศพให้ซุปเปอร์แมนอย่างสมเกียติ พร้อมกับที่สำนักพิมพ์เดลี่เพลเน็ตลงข่าวการเสียชีวิตของ คล้าก เค้นท์

ลูเธอร์พูดว่า ติ๊ง.. ติ๊ง.. ติ๊ง.. (BvS: Dawn of Justice)

 

(มีหลุมศพสองหลุม หลุมของซุปฯที่เมโทรโปลิส หลุมของคล้ากที่สมอลวิลล์ นั่นหมายความว่าหลุมใดหลุมหนึ่งไม่มีศพ) และบรูซก็บอกกับไดอาน่าว่า พวกเราต้องรวมทีมเมต้าฮิวแมนที่เหลือในแฟ้ม เพื่อสู้ศึกที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

คริสตศักราชที่ 2016 ที่เซนทรัลซิตี้ แบรี่ อัลเลน หรือ เดอะแฟลซ ได้จับกุมตัว กัปตันบูมเมอแรง ไว้ได้ในขณะกำลังพยายามปล้นธนาคาร หลังจากนั้นกัปตันบูมเมอแรงก็ถูกเอฟบีไอจับกุมตัวไปขัง

 

เมื่อผ่านเหตุการณ์ที่สามฮีโร่ปะทะกับดูมส์เดย์มาได้หลายเดือน หลังจากนั้นผู้คนทั่วทั้งโลกก็เริ่มล่วงรู้ว่า บัดนี้ได้มีฮีโร่ปรากฎขึ้นแล้ว เช่น อัศวินรัตติกาลแห่งเมืองก็อดแธมที่ชื่อว่า Batman / และเอเลี่ยนจากดาวคริปตอนอันไกลโพ้นชื่อว่า Kal-EL หรือที่มนุษย์โลกเรียกว่า Superman ที่ตายลงไป

แต่ทุกอย่างมีสองด้าน เมื่อกำเนิดฮีโร่ ก็ย่อมกำเนิดวายร้ายมากมายเช่นกัน Amanda Waller เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายปฎิบัติการลับของรัฐบาลสหรัฐฯ จึงเริ่มมีความคิดที่จะนำเหล่าร้ายฝีมือดีเหล่านั้นที่รัฐบาลจับขังไว้มาใช้งานเสี่ยงภัยและงานลับต่าง

อแมนด้า วอลเลอร์ (Suicide Squad)

 

เพราะอแมนด้ากังวลว่า ถ้าไม่มีซุปฯแล้ว และโลกโดนภัยคุกคามอีก จะได้มีกองกำลังที่มีประสิทธิภาพไว้ตอบโต้ ซึ่งพวกวายร้ายเหล่านี้ก็เก่งกาจไม่แพ้เหล่าฮีโร่เช่นกัน อแมนด้าจึงริเริ่มโปรเจค “Task Force X” อแมนด้าสั่งให้ผู้พัน ริค เฟลคก์ ไปเก็บข้อมูลของเหล่าร้ายที่เธอหมายตาไว้ทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกจับขังอยู่ในคุกแน่นหนาที่ชื่อ Belle Reve ในรัฐหลุยเซียน่า

เบลเล่ เรฟ คุกที่กักขังมหาวายร้ายอันตรายขั้นสูงสุด (Suicide Squad)

 

ที่ป่าดงดิบในอเมริกาใต้.. Dr. June Moone นักโบราณคดีสาวสวย กำลังสำรวจบริเวณรอบๆปีรามิดของชนเผ่ามายาโบราณ และจูนก็ได้ค้นพบสุสานในถ้ำประหลาดโดยบังเอิญ

จูนสำรวจทั่วทั้งบริเวณถ้ำ และพบเทวรูปดินเผาโบราณอยู่บนแท่นในสุสาน จูนหยิบเทวรูปเล็กๆชิ้นนั้นขึ้นมา ทันใดนั้นเทวรูปก็แตกออก และวิญญาณของแม่มดโบราณผู้แสนทรงพลังนามว่า Enchantress ก็ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระออกจากรูปปั้นดินเผา และเข้าสิงร่างของจูนทันที หลังจากต้องอยู่ในเทวรูปนานถึง 6,313 ปี (เอนชานเทรสเก่าแก่กว่าวันเดอร์วูแมนพันกว่าปี)

ด็อกเตอร์ จูน มูน โดนเอนชานเทรสเข้าสิง (Suicide Squad)

 

เรื่องที่นักโบราณคดีสาวถูกวิญญาณแม่มดโบราณเข้าสิง ก็ล่วงรู้ไปถึงหูของอแมนด้าอย่างรวดเร็ว อแมนด้าให้นักโบราณคดีสืบสาวตำนานของเอนชานเทรสโดยด่วน ก่อนที่จะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น

อแมนด้าส่งผู้พัน ริค เฟลคก์ ไปควบคุมตัวกักบริเวณจูนทันทีเช่นกัน และริคก็พบกับจูนในสภาพที่เอนชานเทรสกำลังจะฟื้นคืนพลังได้อย่างสมบูรณ์ (คาดว่าตอนนั้นเอนชานเทรสยังอ่อนกำลังอยู่ เพราะเพิ่งคืนชีพ) จูนจะสลับร่างเป็นเอนชานเทรสไปและกลับ ก็ต่อเมื่อเอ่ยคำว่า “เอนชานเทรส” เท่านั้น..

วินาทีแรกที่ริคเห็นจูน (Suicide Squad)

 

จนกระทั่งอแมนด้าล่วงรู้จากบันทึกโบราณว่า เอนชานเทรสร่ายคำสาปทำพิธีควักหัวใจของตนเองออกมาเก็บไว้ เอนชานเทรสจะไม่มีวันตาย ตราบใดที่หัวใจของเธอยังอยู่

และอแมนด้าก็ค้นพบหัวใจของเอนชานเทรสอยู่ในบริเวณสุสานในถ้ำนั้น อแมนด้าจึงสั่งให้นำทุกๆอย่างที่พบในถ้ำกลับมาสหรัฐฯให้หมด รวมถึงเทวรูปดินเผาอีกตัวที่ยังอยู่ในสภาพดีด้วย

ด้านริคและจูนนั้น เมื่ออยู่ใกล้ชิดกันนานวันเข้า ทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน อแมนด้าจึงปล่อยให้จูนใช้ชีวิตอย่างอิสระกับริค แต่จูนต้องทำงานให้เธอ โดยให้ริคเกลี้ยกล่อม จูนจึงยอมตกลง

จูนและริค (Suicide Squad)

 

รวมถึงอแมนด้าก็ควบคุมเอนชานเทรสได้ด้วย เพราะอแมนด้าขู่เอนชานเทรสว่า ถ้าเอนชานเทรสไม่ทำตามคำสั่ง อแมนด้าจะทำลายหัวใจเอนชานเทรสทันที เอนชานเทรสนั้นจึงจำใจยอม แต่ก็หาทางจะเป็นอิสระจากอแมนด้าตลอดเวลา และอแมนด้าก็ไปเสนอโปรเจค Task Force X นี้ให้คณะความมั่นคงของสหรัฐฯ

ที่ประชุมสภาความมั่นคงสหรัฐฯ (Suicide Squad)

 

ไมกี่วันต่อมา ในคืนๆหนึ่ง.. ขณะที่ริคกำลังเครียดที่ต้องรวมทีมมหาวายร้าย จูนก็ละเมอเอ่ยคำว่า เอนชานเทรส ออกมา ทำให้แม่มดปรากฏตัวขึ้น ริคกำลังรีบโทรบอกอแมนด้า แต่เอนชานเทรสขู่ว่าห้ามฟ้อง มิเช่นนั้นจูนจะเจ็บตัว ริคไม่มีปัญญาและอำนาจจะต่อกรและต่อรองกับเอนชานเทรสได้ เพราะริคกลัวจูนเป็นอันตราย

เอนชานเทรสปรากฏกายโดยที่ริคไม่ทันตั้งตัว (Suicide Squad)

 

ที่เมือง Midway City (มิดเวย์ซิตี้) เอนชานเทรสรีบเทเลพอร์ทไปตามสายสัญญาณของริคที่ต่อถึงอแมนด้า และไปถึงที่ห้องนอนของอแมนด้าอย่างรวดเร็ว (อแมนด้าหลับอยู่) แต่เอนชานเทรสไม่สามารถเข้าใกล้หัวใจของเธอ ที่อยู่ในกล่องนิรภัยข้างๆตัวอแมนด้าได้ เพราะสัญญาณจะดังทันทีที่มีใครไปเปิดกระเป๋า เอนชานเทรสไม่กล้าเสี่ยงให้หัวใจของเธอถูกทำลาย

ทันใดนั้น เอนชานเทรสก็เหลือบไปเห็นเทวรูปโบราณอีกชิ้น ที่อแมนด้านำมาเก็บเอาไว้ในห้องนอน ซึ่งนั่นคือ อินคิวบัส พ่อมดพี่ชายของเอนชานเทรสนั่นเอง เอนชานเทรสจึงนำเทวรูปโบราณเทเลพอร์ทไปที่ชานชาลาสถานีรถไปในเมืองมิดเวย์ซิตี้ และปลดปล่อยวิญญาณของอินคูบัสออกจากเทวรูป วิญญาณนั้นเข้าไปสิงในร่างของชายโชคร้ายคนหนึ่ง

เอนชานเทรสนั้นอธิบายอินคูบัสว่า เราอยู่ในโลกเดิม ในเวลาที่ต่างจากเดิมเนิ่นนานสู่อนาคต ซึ่งบัดนี้.. เหล่ามนุษย์ไม่บูชาเราสองพี่น้องดุจดังเทพเจ้าอีกแล้ว พวกมนุษย์หันไปบูชาเครื่องจักรแทน

“พี่ชายของข้า.. โปรดจงรีบฟื้นคืนพลัง และร่วมมือกันยึดโลกใบนี้กลับคืนมาเถิด..” และเอนชานเทรสก็เทเลพอร์ทกลับไปที่ห้องของริค พร้อมกับคืนร่างเดิมของจูน โดยเหตุการณ์ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 5 นาที ที่เอนชานเทรสหายไปจากห้องของริคและจูน

พ่อมดดึกดำบรรพ์ อินคิวบัส กำลังทำลายขบวนรถไฟ (Suicide Squad)

 

อินคิวบัสสูบพลังมนุษย์ในสถานีรถไฟมิดเวย์ซิตี้ไปมากมาย และเริ่มคืนพลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความเสียหายเริ่มขยายวงกว้างออกไปรอบๆสถานีรถไฟ

เหตุการณ์นี้ทำให้อแมนด้าต้องสั่งให้ริคพาตัวจูนไปที่นั่นพร้อมกับระเบิดทำลายล้างสูง โดยที่อแมนด้าไม่รู้เลยว่า สิ่งที่คุกคามเมืองมิดเวย์ซิตี้อยู่นั้น แท้จริงแล้วก็คืออินคูบัสพี่ชายของเอนชานเทรสนั่นเอง และทันทีที่อแมนด้าสั่งให้จูนเรียกเอนชานเทรสออกมา เอนชานเทรสก็เทเลพอร์ทไปหาอินคูบัสทันที

อแมนด้ารีบทำลายหัวใจเอนชานเทรส แต่ด้วยพลังที่แข็งแกร่งของอินคูบัส ทำให้เอนชานเทรสไม่ตาย อินคูบัสร่ายมนตราคืนพลังและชีวิตให้เอนชานเทรส แต่ถึงยังไงซะ เอนชานเทรสก็ต้องการหัวใจกลับมาเข้าร่างอยู่ดี เพื่อความเป็นอมตะที่สมบูรณ์

เอนชานเทรสในอีกร่าง (Suicide Squad)

 

เอนชานเทรสจึงเริ่มใช้เวทย์มนต์ของเธอ สาปให้ผู้คนเปลี่ยนเป็นลูกน้องสัตว์ประหลาด เพื่อให้ลูกน้องเหล่านั้นตามหาหัวใจของเธอกลับคืนมาให้ได้ (ทำไมไม่เทเลพอร์ทไปเอาเองซะเลย?)

ที่ห้องสั่งการลับในตึกบัญชาการมิดเวย์ซิตี้ อแมนด้าสั่งให้ริค รีบไปรวมทีมมหาวายร้ายในคุกเบลเล่เรฟโดยด่วน เพื่อให้มาช่วยอแมนด้าออกจากเมือง และให้ทีมวายร้ายทีมนี้เข้าปะทะกับสิ่งคุกคามเมือง มหาวายร้ายทุกคนโดนฝังระเบิดไว้ในคอ ถ้าใครคิดหนี ตัวจุดระเบิดอยู่ในมือริคและอแมนด้านั่นเอง

ฮาร์ลี่ ควินน์ หนึ่งในมหาวายร้ายที่ถูกคัดเลือก โดนฝังระเบิดไว้ที่คอ (Suicide Squad)

 

โดยเหล่าร้ายได้ข้อมูลลวงว่า พวกตนมีหน้าที่ไปช่วยบุคคลสำคัญคนนึงออกมาจากมิดเวย์ซิตี้แค่นั้น และหากทีมมหาวายร้ายตาย ก็ไม่มีอะไรต้องเสีย รัฐบาลก็พร้อมปัดความรับผิดชอบได้ด้วย

ที่ก็อดแธมซิตี้ โจ๊กเกอร์นั้นออกสืบหาคุกขังฮาร์ลี่แฟนสาวของตนเองไปทั่ว จนกระทั่งรู้ว่าฮาร์ลี่ถูกจับไว้ที่คุกเบลเล่เรฟในรัฐหลุยเซียน่า โจ๊กเกอร์จึงเดินทางมาที่คาสิโนในหลุยเซียน่า เพื่อบีบบังคับให้พัศดีที่ติดการพนันส่งโทรศัพท์มือถือให้ฮาร์ลี่ และวางแผนชิงตัวฮาร์ลี่

ที่หลุยเซียน่า เมื่อโจ๊กเกอร์รู้จากพัศดีว่า ฮาร์ลี่โดนฝังระเบิดไว้ที่คอ และกำลังถูกบังคับให้ไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายในมิดเวย์ซิตี้ โจ๊กเกอร์จึงพาลูกน้องบุกแลปฯทดลองระเบิด และนำเครื่องตัดสัญญาณจุดระเบิดมาได้

โจ๊กเกอร์บุกแลปฯทดลองระเบิดฝังคอ (Suicide Squad)

 

ริค ได้ตามตัวซามูไรนักฆ่าสาว คาตานะ มาร่วมทีมด้วย เพื่อให้คาตานะช่วยควบคุมพวกมหาวายร้าย ซึ่งทีมมหาวายร้ายทุกคนนั้นพร้อมจะหนีทุกเมื่อ โดยเฉพาะฮาร์ลี่ ควินน์ ที่รู้ว่าโจ๊กเกอร์กำลังมาช่วย

ที่มิดเวย์ซิตี้ เมื่อฮ.ของทีมมหาวายร้าย นำโดยริคมาถึงที่กลางเมือง ฮ.ก็ถูกยิงโจมตีจนตกทันที แต่ทุกคนก็ไม่เป็นอะไร และออกเดินเท้าเข้าเมืองต่อไป หากทว่ากัปตันบูมเมอแรง (กัปตันบูมเมอแรงถูกเดอะแฟลซจับในเมืองเซลทรัลซิตี้) หนึ่งในทีมมหาวายร้ายมีความคิดอุตริ กับเรื่องระเบิดที่ฝังคอทุกคนเป็นเรื่องแหกตา กัปตันบูมเมอแรงจึงวางแผนกับปสลิปน๊อตเพื่อจะหนี

สองวายร้ายกำลังคิดบ้าๆ (Suicide Squad)

 

แต่สลิปน๊อตก็โดนริคกดชนวนระเบิดหัวขาดไปเลย ส่วนกัปตันบูมเมอแรงก็โดนคาตานะใช้ดาบกักเก็บวิญญาณจี้คอไว้ ทีมมหาวายร้ายจึงกระจ่างว่า เรื่องระเบิดฝังคอไม่ใช่แค่คำขู่

เมื่อทุกคนเริ่มเดินเข้าเมืองลึกไปเรื่อยๆ ทีมทหารและทีมมหาวายร้ายก็ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังประหลาดลูกน้องเอนชานเทรส เด้ดช๊อต หนึ่งในทีมมหาวายร้ายจึงเริ่มเอะใจว่า ริคและอแมนด้ามีบางอย่างปิดพวกตนเองอยู่

Deadshot ยิงลูกน้องเอนชานเทรสอย่างแม่นยำ (Suicide Squad)

 

และเด้ดช๊อตก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ตัวเขาแม่นและฝีมือเยี่ยมขนาดไหน ด้วยการลุยอยู่ข้างหน้ายิงลูกน้องเอนชานเทรสกระจุยกระจายเพียงคนเดียว

เมื่อทุกคนไปถึงตึกที่อแมนด้ารออยู่ ทีมมหาวายร้ายก็ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังประหลาดลูกน้องเอนชานเทรสอีกครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่โดนตัวประหลาดบุกนั้น ตัวประหลาดมักจะพยายามจับตัวริคไปทุกที (เอนชานเทรสสั่งมา)

คาตานะ ใช้ดาบกักเก็บวิญญาณฟันหัวตัวประหลาดแตกกระจุย (Suicide Squad)

 

เมื่อทีมมหาวายร้ายบุกไปรับตัวอแมนด้าได้แล้ว อแมนด้าจึงยิงพนักงานในห้องสื่อสารทิ้งทั้งหมดเพื่อรักษาความลับ และกำลังจะขึ้นฮ.บนดาดฟ้าเพื่อออกจากเมือง

แต่ฮ.ลำนั้นกลับถูกโจ๊กเกอร์ยึดไปแล้ว และโจ๊กเกอร์ก็ปลดล๊อคชนวนระเบิดที่คอของฮาร์ลี่ให้ปลอดภัย พร้อมกับส่งข้อความบอกให้ฮาร์ลี่กระโดนขึ้นฮ.หนีทันที

โจ๊กเกอร์กราดยิงแหลกเพื่อเปิดช่องให้ฮาร์ลี่ (Suicide Squad)

 

อแมนด้าสั่งให้เด้ดช๊อตยิงฮาร์ลี่ แต่เด้ดช๊อตก็แกล้งยิงพลาด อแมนด้าจึงสั่งให้ฮ.ลำอื่นๆยิงฮ.ของโจ๊กเกอร์แทน ฮาร์ลี่รอดมาได้ แต่ฮ.ของโจ๊กเกอร์ก็ตกระเบิดเป็นจุล ฮาร์ลี่จึงคิดว่าโจ๊กเกอร์ตายแล้ว

อแมนด้าขึ้นฮ.อีกลำ และกำลังจะบินออกจากมิดเวย์ซิตี้ แต่ฮ.ของอแมนด้าก็โดนพวกของเอนชานเทรสโจมตีจนร่วง และอแมนด้าก็ถูกลูกน้องเอนชานเทรสจับไปที่สถานีรถไฟมิดเวย์ซิตี้

เอนชานเทรสได้หัวใจของตนเองกลับคืนมาจากอแมนด้าแล้ว และดูดข้อมูลในสมองอแมนด้า เพื่อหาพิกัดฐานลับทางทหารต่างๆของมนุษย์ทั่วโลก ทั้งเรือรบ ดาวเทียมนอกโลก ฯลฯ เอนชานเทรสใช้เวทมนต์สร้างอาวุธมหาประลัย เพื่อทำลายฐานเหล่านั้นให้หมด

อาวุธประหลาดที่เอนชานเทรสสร้างขึ้น (Suicide Squad)

 

ในที่สุด เด้ดช๊อตก็รู้ว่า เรื่องทุกอย่างนั้นอะไรเป็นอะไร และให้ริคบอกทุกๆคนในทีมมหาวายร้ายถึงความจริง ซึ่งในที่สุด ทุกๆคนก็พร้อมจะร่วมมือกันหยุดเอนชานเทรสและอินคูบัส

คิลเลอร์ครอคหนึ่งในทีมมหาวายร้าย อาสาดำน้ำไปกับจีคิวลูกน้องของริค เพื่อนำระเบิดที่ริคทิ้งไว้วันก่อน ไประเบิดที่กลางสถานีรถไฟ และทุกคนที่เหลือก็บุกไปซึ่งๆหน้า

คิลเลอร์คร๊อค อาสาดำน้ำไปเอง (Suicide Squad)

 

เมื่อทุกคนไปถึงตัวเอนชานเทรสและอินคูบัส ทีมมหาวายร้ายก็สู้ไม่ได้เลย ดิอาโบลจึงใช้พลังเพลิงของตนเองโจมตีอินคูบัส จนกระทั่งดิอาโบลดึงพลังแฝงทั้งหมดของตนออกมาจนกลายร่างเป็นเทพอสูรแห่งเพลิง ซึ่งมีพลังสูสีกับอินคูบัสเลยทีเดียว

ดิอาโบล วายร้ายตัวขโมยซีน (Suicide Squad)

 

ดิอาโบลล่อให้อินคูบัสไปยังตำแหน่งระเบิดที่จีคิวกับคิลเลอร์ครอคไปติดตั้งไว้ และดิอาโบลก็ยอมพลีชีพตายไปพร้อมกับอินคูบัส ริคจึงสั่งให้จุดระเบิดทันที และดิอาโบลกับอินคูบัสก็ตายไปพร้อมกัน

ทุกคนที่เหลือในทีมช่วยกันรุมเอนชานเทรส ซึ่งไม่มีใครสู้ได้เลย ฮาร์ลี่จึงทำทีว่ายอมร่วมมือกับเอนชานเทรสทำลายโลก เมื่อเอนชานเทรสไม่ระวังตัว ฮาร์ลี่จึงคว้าดาบกักเก็บวิญญาณของคาตานะฟันไปที่หน้าอกของเอนชานเทรส พร้อมกับควักหัวใจเอนชานเทรสออกมาได้สำเร็จ

ริคบอกให้เอนชานเทรสคืนร่างเป็นจูนดังเดิม ไม่เช่นนั้นริคจะทำลายหัวใจของเอนชานเทรส แต่เอนชานเทรสท้าว่าริคไม่กล้า ริคจึงจำใจทำลายหัวใจของเอนชานเทรส และเอนชานเทรสก็ตายไปพร้อมกับดร.จูน มูน

แต่.. ทุกคนคิดผิด จูนออกมาจากร่างของเอนชานเทรสได้ และยังไม่ตาย จูนบอกว่า บัดนี้ไม่มีเอนชานเทรสอีกแล้ว.. (ซึ่งผมมีทฤษฎีว่า เอนชานเทรสก็ยังไม่ตาย แต่ซ่อนตัวอยู่ในจิตลึกๆของจูน)

อแมนด้าก็ยังไม่ตายเช่นกัน และขู่ทีมมหาวายร้ายว่า ทุกคนต้องกลับไปถูกขังที่เบลเล่เรฟดังเดิม ซึ่งต่อรองได้ว่า ลดเหลือโทษแค่จำคุก 10 ปี กับโดนระเบิดคอตายในตอนนี้ ทุกคนจึงยอมกลับเข้าคุก แต่โจ๊กเกอร์นั้นรอดตายจากฮ.ตก และพากองกำลังลูกน้องของตนบุกมาช่วยฮาร์ลี่ในคุกออกไปจนได้สำเร็จ

ฮาร์ลี่ ควินน์ ต่อรองกับอแมนด้าขอเครื่องชงกาแฟในคุก (Suicide Squad)

 

อแมนด้า วอลเลอร์ นำแฟ้มเมตาฮิวแมนที่อแมนด้าเก็บไว้มาให้ บรูซ เวย์น และเตือนไม่ให้บรูซทำงานกลางคืนอีก (อแมนด้ารู้ว่าบรูซคือแบทแมน) บรูซจึงตอบกลับไปว่า อแมนด้าก็อย่าคิดรวมทีมบ้าๆแบบนั้นอีก ไม่เช่นนั้นตัวเค้าและเพื่อนๆจะมาหยุดเอง (เพื่อนของบรูซน่าจะหมายถึงเพื่อนๆในทีมจัสติสลีคในอนาคต)

อแมนด้าพบกับ บรูซ เวย์น (Suicide Squad)

 

หลังจากนั้น บรูซ เวย์น ที่สืบเสาะไปทั่วโลก จนกระทั่งบรูซพบกับรูปถ่ายต้นฉบับของไดอาน่าในสงครามโลกครั้งที่ 1เข้าจนได้ บรูซจึงส่งภาพถ่ายต้นฉบับภาพนั้นมาให้ไดอาน่าถึงที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ไดอาน่าหวนคิดถึงอดีตในรักครั้งแรกกับเทรเวอร์อีกครั้ง..

รูปถ่ายต้นฉบับในปี 1918 (Wonder Woman)

 

คริสตศักราชที่ 2017 ไดอาน่า ปริ๊นซ์ ร่วมมือกับ บรูซ เวย์น เริ่มออกตามหาตัวเหล่าเมต้าฮิวแมนคนอื่นๆ โดยแกะรอยจากข้อมูลในไฟล์ของลูเธอร์ และแฟ้มลับที่ได้จากอแมนด้า เพื่อรวมทีม จัสติส ลีค ไว้รอรับศึกในอนาคตที่ส่อเค้าลางขึ้นเรื่อยๆ..

ไดอาน่ากับบรูซในถ้ำค้างคาว (Justice League)

 

เรื่องราวต่อจากนี้ จะเป็นเนื้อหาในภาพยนตร์เรื่อง Justice League ที่จะฉายวันที่ 16 พฤศจิกายน 2017 นี้้ครับ และเมื่อถึงตอนนั้น บทความนี้ก็จะมีการอัพเดตเนื้อหาเพิ่ม ซึ่งหลังจากภาพยนตร์เรื่อง จัสติส ลีค ฉายจบ ก็จะมีภาพยนตร์ใน DECU ตามมาอีกแน่ๆคือ

Aquaman 21 ธันวาคม 2018

Shazam! 5 เมษายน 2019

Wonder Woman 2 13 ธันวาคม 2019

Cyborg 3 เมษายน 2020

Green Lantern Corps 24 กรกฎาคม  2020

 

ส่วนหนังเดี่ยวของแบทแมน ยังไม่ประกาศวันชัดๆครับ

 

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ