ประวัติศาสตร์ Game of Thrones ตอนที่ 3 Targaryen

หมวดหมู่ SERIE ผู้เขียน

Daenerys Targaryen “Mother of Dragons” คือเชื้อสายทาแกเรียนที่กลับมาอ้างสิทธิ์ทวงบัลลังค์เหล็ก ในบทความนี้ผมจึงจะพาไปย้อนดูตั้งแต่เชื้อสายทาแกเรียนดั้งเดิม ว่าบรรพบุรุษนั้นเป็นใครมาจากไหน จนถึงวันที่ทากาเรียนคนแรกเหยียบแผ่นดินเวสเทอรอสครับ ไปเริ่มกันเลย..

 

5,000 ปี + ก่อนซีรี่ย์ Game of Thrones.. ณ  หมู่เกาะแถบ Smoking sea หมู่เกาะนี้อยู่ใกล้ๆทวีป Essos (เอสซอส) ปัจจุบัน ขอเรียกรวมเลยว่าทวีปเอสซอสตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกันครับ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

หมู่เกาะนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าโบราณ Valyria (วาลีเรีย) อันมีชาว Valyrian (วาลีเรี่ยน) ซึ่งเลี้ยงแกะเป็นอาชีพอาศัยอยู่ วาลีเรี่ยนได้พบกับมังกรเป็นฝูงใหญ่อาศัยบริเวณ The Fourteen Fires (เดอะ โฟร์ททีน ไฟร์) ใกล้ๆปล่องภูเขาไฟของเกาะ

ต่อมา.. วาลีเรี่ยนสามารถควบคุมมังกรได้ เรียนรู้เวทย์จากมังกร สร้างศาสตราวุธจากเวทย์แห่งมังกร (นี่คือจุดกำเนิดการสร้าง Valyrian steel หรือเหล็กกล้าวาลีเรียน ที่สามารถใช้ฆ่าไวท์วอร์คเกอร์ได้) จากนั้นวาลีเรี่ยนกับมังกรก็อยู่ร่วมกันเฉกเช่นญาติสนิท กินนอนด้วยกันเลย

The ancient Valyrian

The ancient Valyrian Game of Thrones history westeros

 

วาลีเรี่ยนเลิกเลี้ยงแกะหันมาจับอาวุธนั่งบนหลังมังกรแทน และเริ่มขยายอิทธิพลนำมังกรและชนเผ่าตนเองยึดครองดินแดนต่างๆ ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ และลุกลามไปในแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอสซอส..

ซึ่งเรื่องราวที่วาลีเรี่ยนยึดครองดินแดนขยายอิทธิพลมาเรื่อยๆนี้ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอสซอสอย่าง Ghiscari  มิอาจจะดูดายได้ 

ชาว Ghiscari ยกทัพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของตนมาตีชนเผ่าวาลีเรียถึงที่หมู่เกาะ บุกไปตีถึงห้ารอบ แต่ก็ไม่เคยได้รับชัยชนะเลยสักครั้ง วาลีเรี่ยนจึงพาฝูงมังกรบินออกจากหมู่เกาะ เข้ามาในทวีปเอสซอส เพื่อมาโจมตีถึงเมืองหลวงแห่ง Ghiscari กลับคืนบ้าง

Ghiscari Empire

Ghiscari Empire Game of Thrones history westeros

 

มังกรของวาลีเรี่ยนพ่นไฟเผาผลาญอาณาจักร Ghiscari ไหม้เกรียมเป็นจุลทั้งเมือง นับตั้งแต่นั้นชนเผ่าวาลีเรียก็ครอบครองทวีปเอสซอสทั้งทวีปอย่างสมบูรณ์..

 

เป็นเวลาเกือบ 5,000 ปีแห่งความรุ่งโรจน์ของวาลีเรี่ยน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งถึงขีดสุด มีภาษาของตนเอง มีวิถีชีวิตสุขสบายล้ำสมัย สร้างถนนหนทางทอดยาวจากเมืองสู่เมืองทั่วทั้งทวีป มีความเจริญด้านอารยธรรมและศาสนา

 

500 ปีก่อนซีรี่ย์ Game of Thrones.. วาลีเรี่ยนส่วนนึงนำโดยตระกูล Targaryen (ทาแกเรี่ยน) ได้นำมังกรและไพร่พลทำการอพยพมาบริเวณ Blackwater Bay (อ่าวแบล็ควอเทอร์) ที่นั่นคือเกาะแห่งภูเขาไฟ  Dragonstone (ดราก้อนสโตน) และต่อมาเกาะดราก้อนสโตน ก็กลายเป็นเมืองหน้าด่านการค้าของชนเผ่าวาลีเรียนสืบมา.. (ห่างประมาณสามร้อยไมล์ออกไปทางทะเล อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคิงส์แลนดิ้งปัจจุบัน) 

 

แต่แล้วก็เกิดเภทภัยอันใหญ่หลวง เมื่อภูเขาไฟของแถบทะเลสโมคกิ้งเกิดการระเบิดรัวๆครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และแรงระเบิดกับไฟลาวาอันร้อนระอุ ก็เผาผลาญทำลายหมู่เกาะและดินแดนแถบทะเลสโมคกิ้งทั้งหมด ทำให้ชนเผ่าวาลีเรียนและมังกรถูกทำลายสูญสิ้น อารยธรรมความยิ่งใหญ่ของชนเผ่าวาลีเรียนจึงจบลง..

วาลีเรียที่โดนภูเขาไฟและลาวาถล่ม

valyria Game of Thrones history westeros

 

แต่ก็ไม่ใช่ทุกเกาะของชนเผ่าวาลีเรียนที่ถูกแรงระเบิดของภูเขาไฟทำลายลงไป  เกาะดราก้อนสโตนที่อยู่ห่างที่สุดทวีปเอสซอส แต่กลับไปอยู่ใกล้ทวีปเวสเทอรอส อันเป็นเมืองหน้าด่านการค้าของชนเผ่าวาลีเรียนนั้น รอดจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดไปได้ และชนเผ่าวาลีเรียนกับมังกรส่วนนึงยังคงรอดชีวิตเช่นกัน 

 

300 ปีก่อนซีรี่ย์ Game of Thrones..  ชนเผ่าวาลีเรียนแห่งเกาะดราก้อนสโตนในตอนนั้น มองหาดินแดนใหม่ที่กว้างขวางกว่านี้อยู่อาศัย และดินแดนที่ชนเผ่าวาลีเรียนเล็งไว้ว่าจะไปยึดครอง ก็คือเวสเทอรอสใกล้ๆนั่นเอง..

 Aegon Targaryen (เอกอน ทาแกเรี่ยน)  เป็นผู้นำชนเผ่าวาลีเรียนที่ยังเหลือเพียงน้อยนิด ข้ามมายังแผ่นดินเวสเทอรอสเพื่อโจมตีทั้งเจ็ดอาณาจักร (Seven Kingdoms) เอกอนบุกมาพร้อมกับน้องสาวทั้งสองคนคือ Rhaenys Targaryen และ Visenya Targaryen (เรนีสและวีเซนย่า)

  วีเซนย่า ทากาเรียน / เอกอน ทากาเรียน / เรนีส ทากาเรียน

AegonAndH Game of Thrones history westeros

ซึ่งทั้งเรนีสและวีเซนย่าก็เป็นภรรยาของเอกอนด้วย และแน่นอนว่า  Valyrian steel หรือเหล็กกล้าวาลีเรียนที่ใช้ฆ่าไวท์วอร์คเกอร์ได้ ก็มาที่เวสเทอรอสพร้อมกับกองทัพเอกอนนั่นเอง.. (จุดที่วาเลเรี่ยนนำโดยเอกอนมาขึ้นฝั่งเวสเทอรอสนั้น ต่อมาจะกลายเป็น King’s Landing)

 

NOTE : ถึงตรงนี้ต้องแปะแผนที่เวสเทอรอสทั้งทวีปแล้วครับ (เจ็ดอาณาจักรดั้งเดิมในตอนโน้น) ถ้าสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการบุกโจมตีทั้งเจ็ดอาณาจักรของเอกอน โปรดย้อนขึ้นมาดูเขตแดนอาณาจักรต่างๆตามแผนที่ได้เลยครับ

Seven Kingdoms 

Seven Kingdoms Game of Thrones history westeros

*พิ้นที่สีแดงแหลมๆเล็กทางขวาสุด คือที่ซึ่งเอกอนยกพลขึ้นบกครับ*

 

อาณาจักรที่ 1  The Riverlands And Iron Islands หลังจากที่ขึ้นฝั่งเวสเทอรอสแล้ว เอกอนก็นำทัพไปตีปราสาท Harrenhal แห่งอาณาจักรริเวอร์แลนด์และหมู่เกาะเหล็ก ซึ่งปราสาทนี้ตีได้ยากมากที่สุดในเวสเทอรอสยุคนั้น

คิงฮาร์เรน ฮอร์ ยื้อต่อสู้กับเอกอนได้อย่างยาวนาน เอกอนประกาศกร้าวให้ฮาร์เรนยอมจำนนและคุกเข่าให้ แต่มีหรือที่คิงฮาร์เรนจะยอมง่ายๆ เมื่อพูดดีๆไม่ฟัง เอกอนจึงสั่งมังกรคู่ใจ Balerion (บาเลเรี่ยน) ทำการพ่นเพลิงย่างสดทั้งปราสาทซะเลย ผลทำให้ทั้งคิงฮาร์เรนและลูกชายถูกเผาตายคาปราสาทฮาร์เรนฮอล

มังกรตัวที่หนึ่ง ขี่โดย เอกอน ทากาเรียน นามว่า Balerion the black dread

Targaryen Dragon Game of Thrones history westeros

 

เมื่อชาวหมู่เกาะเหล็กเห็นว่าคิงฮาร์เรนโดนสังหารแล้ว ชาวหมู่เกาะเหล็กจึงล่าถอยกลับหมู่เกาะเหล็กถิ่นฐานเดิม แน่นอนว่าเอกอนไล่ตีตามพวกหมู่เกาะเหล็กที่ล่าถอยไปด้วย วิคคอน เกรย์จอย จึงเป็นตระกูลแรกในหมู่เกาะเหล็กที่ยอมคุกเข่าให้เอกอน เอกอนจึงแต่งตั้งให้ตระกูลเกรย์จอยปกครองหมู่เกาะเหล็ก แยกตัวจากริเวอร์แลนด์

ส่วนตระกูลทัลลี่แห่งปราสาทริเวอร์รัน ก็เป็นตระกูลแรกในอาณาจักรริเวอร์แลนด์ที่คุกเข่าให้เอกอน เอกอนจึงแต่งตั้งให้ตระกูลทัลลี่ปกครองอาณาจักรริเวอร์แลนด์แทนตระกูลฮอร์

 

อาณาจักรที่ 2  The Stormland ชนเผ่าวาลีเรียนที่นำโดยเอกอน บุกต่อเนื่องมาถึงปราสาท Storm’s End (สตอร์ม ‘แอนด์) แห่งอาณาจักรสตอร์มแลนด์ โดยมี ออรีส บาราเธี่ยน พี่ชายต่างมารดาของเอกอนนำทัพตีสตอร์มแลนด์ (ออรีสเป็นลูกนอกสมรสของบิดาเอกอน)  

กษัตริย์วายุแห่งสตอร์มแลนด์ คิงอาร์กิลแลค ดัวแรนดอน ออกมาขอสู้ตายปกป้องอาณาจักรของตนเอง ผลคือโดนออรีสฆ่าตายสมใจในสงครามการปะทะกันครั้งนี้

ธิดาของคิงอาร์กิลแลค คือเจ้าหญิงอาเกลล่า ขอยืนยันที่จะเป็นราชินีแห่งสตอร์มแลนด์ต่อไป อาร์กอนจึงให้ออรีสอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงอาเกลล่า กำเนิดเป็นธงตระกูลบาราเธี่ยน ปกครองอาณาจักรสตอร์มแลนด์ตั้งแต่นั้นสืบมา.. 

 

อาณาจักรที่ 3 The Reach  และอาณาจักรที่ 4 The Rock  จากนั้นอย่างไม่รอช้า เอกอนและน้องสาวทั้งสองนำทัพชาววาลีเรียนบุกตีอาณาจักรเดอะรีซของตระกูลกาเดนเนอร์ ตีไปเรื่อยจนถึงฮาณาจักรเดอะร็อคของตระกูลแลนนิสเตอร์  

ชาวเวสเทอรอสทั้งสองอาณาจักร ที่เพิ่งจะเคยพบเคยเห็นทัพแห่งมังกรเป็นครั้งแรกก็เกรงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ลอร์ดแห่งอาณาจักรทั้งสองเห็นว่า กองกำลังของตนไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบ จึงยอมศิโรราบโดยทันที เพื่อรักษาอำนาจและไพร่พลเอาไว้ก่อน เอกอนจึงไว้ชีวิตผู้ปกครองอาณาจักรทั้งสอง โดยให้ ลอร์ดเมิร์น กาเดนเนอร์ ดูแลเรื่องการเกษตรที่เดอะรีซ และให้ ลอร์ดลอเรน แลนนิสเตอร์ ดูแลเหมืองทองแห่งเดอะร็อค คอยส่งบรรนาการให้กองทัพของตนเอง

เมื่อเวลาผ่านไปซักระยะ ลอร์ดเมิร์น กาเดนเนอร์ และ ลอร์ดลอเรน แลนนิสเตอร์ เริ่มคิดจะแข็งข้อปลดแอกจากการถูกเอกอนยึดครอง ตระกูลกาเดนเนอร์และตระกูลแลนนิสเตอร์ จึงได้แอบรวบรวมตระกูลต่างๆในสองอาณาจักรได้ถึงห้าร้อยตระกูล กำลังทหารม้าห้าพัน กำลังพลเดินเท้าห้าหมื่น และลุกฮือขึ้นต่อต้านเอกอน สงครามปฎิวัติได้เกิดขึ้นแล้ว..

กองทัพของทั้งห้าร้อยตระกูลใต้ธงแลนนิสเตอร์และใต้ธงกาเดนเนอร์ ไล่บดขยี้ทหารวาลีเรี่ยนซึ่งเหลือเพียงแค่ห้าพันกว่าคนหนีตายอลหม่าน เอกอนจึงตัดสินใจปล่อยมังกรของตระกูลทากาเรียนทั้งสามตัวออกมา..

วีเซนย่า ทากาเรียน สั่งให้ Vhagar (วาการ์) พ่นไฟบรรลัยกัลป์โจมตีพวกกบฏทันที จริงๆมังกรก็พ่นไฟได้ทุกตัว แต่เพลิงมหาโหดความร้อนสูงปรี๊ดต้องยกให้วาก้าร์ เพลิงอันร้อนระอุของวาการ์ เผาผลาญกองทัพกบฎของทั้งห้าร้อยตระกูลไหม้เกรียมตายไปสี่พันกว่าคนอย่างรวดเร็ว รวมถึงลอร์ดเมิร์น กาเดนเนอร์ แห่งอาณาจักรเดอะรีซ ก็โดนเพลิงแห่งมังกรเผาตายไปในครั้งนี้ด้วย

มังกรตัวที่สอง ขี่โดย วีเซนย่า ทากาเรียน นามว่า Vhagar

Vhagar Game of Thrones history westeros

 

ลอร์ดฮาร์เรน ไทเรล แห่งตระกูลไทเรล เสนาบดีหรือมือขวาของลอร์ดการ์เดนเนอร์ ก็คุกเข่ายอมแพ้ทันที เพื่อรักษาชีวิตตระกูลอื่นๆใต้ธงการ์เดนเนอร์เอาไว้ และลอร์ดลอเรน แลนนิสเตอร์ ก็คุกเข่ายอมแพ้เช่นกัน ซึ่งเอกอนก็ยังปราณีให้อภัยโทษทั้งคู่

เอกอนจึงประกาศให้ตระกูลไทเรลขึ้นมาปกครองอาณาจักรเดอะรีซแทนตระกูลกาเดนเนอร์นับตั้งแต่นั้น ยกปราสาทไฮการ์เด้นให้ด้วย เพราะเอกอนเห็นความดีของลอร์ดฮาร์เรนที่ปกป้องไพร่พลฝ่ายตนเอง สมกับเป็นผู้นำที่ดี  ส่วนลอร์ดแลนนิสเตอร์ ก็ไม่คิดหืออือกับเอกอนและมังกรทั้งสามของเอกอนอีกเลย และแลนนิสเตอร์ก็กลับไปปกครองปราสาทคาสเทิลี่ร็อคของอาณาจักรเดอะร็อคตามเดิม 

 

อาณาจักรที่ 5 The North หลังจากได้ข่าวว่าอาณาจักรในเวสเทอรอสถูก เอกอน ทากาเรียน ยึดไปแล้วสี่อาณาจักร  คิงทอเรน สตาร์ค แห่งตระกูลสตาร์ค กษัตริย์แห่งอาณาจักรแดนเหนือที่กว้างใหญ่ ตระกูลที่ไม่เคยยอมให้ใครมากล้าหือ มีแต่ตระกูลอื่นที่ต้องมาคุกเข่าให้ ก็กำลังจะวางแผนเพื่อที่ต่อต้านเอกอน และนำทัพของตนเดินเท้าลงใต้จ่อเข้ามาถึงปราสาทริเวอร์รัน ซึ่งเผชิญหน้ากับทัพเอกอนที่ยกทัพขึ้นเหนือมาถึงปราสาทริเวอร์รันพอดีเช่นกัน (ตอนแรกเอกอนจะลงใต้ไปดอร์นเลย แต่รู้ว่าสตาร์คยกกองทัพมา จึงกลับไปทางเหนือเพื่อเผชิญหน้า)

เมื่อคิงทอเรนได้พบเห็นสัตว์มหึมาคือมังกรทั้งสามตัว คิงทอเรนรู้ทันทีว่าไพร่พลตนเองต้องตายเปล่าแน่ๆงานนี้ ทำยังไงก็สู้ไม่ได้ คิงทอเรนจึงยอมคุกเข่าให้เอกอน โดยที่ไม่เสียเลือดเนื้อทหารแดนเหนือแม้แต่คนเดียว

และคิงทอเรน สตาร์ค ก็ถูกขนานนามว่า “กษัตริย์ผู้ยอมคุกเข่า”

 

อาณาจักรที่ 6 The Vale of Arryn เมื่อเอกอนพิชิตแดนเหนือได้แล้ว เอกอนและน้องทั้งสองก็มุ่งหน้าไปที่หุบเขาแห่งอาร์รีนที่อยู่ติดๆกัน ซึ่งมีกษัตริย์ที่ยังเด็กมากๆคือ รอนเนล อาร์รีน

จึงเป็นหน้าที่ของพระมารดาคือ แชร์ร่า อาร์รีน ต้องส่งกองทัพแห่งเวลไปที่บลัดดี้เกต ซึ่งถ้าเดินเท้าเข้ามา จะเป็นประตูทางเข้าปราสาทที่สุดหฤโหด ส่วนตัวเองกับลูกก็ถอยขึ้นไปหลบบนปราสาทเอียรี่

อาณาจักรแห่งนี้มีภูมิศาสตร์ที่ตียากก็จริง แต่วีเซนย่าน้องสาวเอกอนก็ขี่มังกรบินขึ้นไปถึงปราสาทเอียรี่ง่ายๆซะเลย รอลเนลเมื่อเห็นมังกรก็ขอขึ้นไปขี่หลังตามประสาเด็กๆ

แชร์ร่าเห็นภาพลูกชายอยู่บนหลังมังกรก็รู้ทันทีว่า คงเอาชีวิตทหารแห่งเวลไปทิ้งซะเปล่า ถ้ากล้าหือไปต่อสู้กับผู้ที่ควบคุมมังกรแสนอันตรายเช่นนี้ได้  หุบเขาแห่งอาร์รีนจึงยอมคุกเข่าให้เอกอนโดยไม่เสียเลือเนื้อเช่นกัน 

 

อาณาจักรที่ 7  Dorne แต่นี่คืออาณาจักรเดียวที่เอกอนไม่ยึดครอง เหตุเพราะว่าชาวดอร์นใช้วิธีซุ่มโจมตีทหารวาลีเรี่ยนแบบกองโจร เมื่อเรนีสนำ Meraxes (เมอราเซส) มังกรของเธอโผล่มา ทหารดอร์นก็หายเรียบ เมอราเซสมีฟันกรามที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถใช้ฟันบดขยี้ม้าศึกได้ละเอียดแค่งับเดียว

มังกรตัวที่สาม ขี่โดย เรนีส ทากาเรียน นามว่า Meraxes

meraxes Game of Thrones history westeros

 

เรนีสบุกไปปราสาทซันสเปียร์จนถึงตัวของ มาริย่า มาร์แทล หญิงชราผู้ปกครองอาณาจักรดอร์น ทั้งคู่ปะทะคารมกัน (พูดคำขวัญประจำตระกูลใส่กัน เรนีสพูดว่า จะไม่กลับจนนกว่าจะได้ Fire and Blood ส่วนมาริย่าก็ตอบกลับว่า Unbowed, Unbent, Unbroken)

แต่เรนีสก็ไม่ทำอะไรหญิงชรานามว่ามาริย่าผู้นี้ และถอยทัพกลับไปโดยไม่ฆ่าใคร เรนีสกลับไปปรึกษากับเอกอนว่า ควรให้ดอร์นอยู่อย่างอิสระไม่ต้องไปยึดครอง ดอร์นจึงปกครองตนเองอย่างอิสระ แต่ต้องเป็นพันธมิตกับทาแกเรี่ยนนับแต่นี้สืบไป (จริงๆคือเอามังกรมาเผาถล่มเมืองแล้วยึดก็ได้นะ แต่คงสงสารมาริย่า)

 

เอกอน ทาแกเรี่ยน  อายุ 27 ปี หลังจากพิชิตทั้ง 6 อาณาจักรได้แล้ว เอกอนก็ได้ฉายา “Aegon the Conqueror” หรือ เอกอนผู้พิชิต ก็กลับไปยังบริเวณที่ตนเองนำชนเผ่าวาเลเรียนมาขึ้นฝั่งทวีปเวสเทอรอสครั้งแรก และตั้งปราสาทที่เมืองนั้นชื่อว่า King’s Landing (เมืองคราวแลนด์ในปัจจุบัน) พร้อมกับนำดาบของตระกูลต่างๆในเวสเทอรอสที่ต่อสู้กันมานั้นหลอมรวมกันเป็น Iron Throne (ไอออนโทรน หรือ บัลลังค์เหล็ก) ตั้งอยู่กลางปราสาทคิงแลนดิ้ง สถาปนาตนเองเป็น คิงเอกอนที่หนึ่ง น้องสาวหรือภรรยาทั้งสองของเอกอนก็ได้รับตำแหน่งเป็นควีนแห่งเวสเทอรอส ด้านทาง ออรีส บาราเธี่ยน ผู้ครองอาณาจักรสตอร์มแลนด์ ก็ได้ตำแหน่งพระหัตถ์ หรือมือขวาคิงเอกอน

บัลลังค์เหล็ก

Marc_Simonetti_Bran_theironthroneJoff

 

 

: สรุปท้ายบทความ :

บทความหน้าผมจะลัดไปถึงช่วงเวลาที่ โรเบิร์ต บาราเธี่ยน จับมือกับ เอ็ดดาร์ด สตาร์ค ยึดบัลลังค์เหล็กเลยนะครับ เพื่อความกระชับจึงขอข้ามเรื่องราวของราชวงศ์ทาแกเรี่ยนยุคต่างๆไปเลย และในบทความถัดไปอีก จะได้เข้าสู่ซีซั่นหนึ่งกันละครับ

อ่านกันต่อที่ลิ้งค์ข้างล่างครับ

ประวัติศาสตร์ Game of Thrones ตอนที่ 1 Night’s King

ประวัติศาสตร์ Game of Thrones ตอนที่ 2 Westeros

ประวัติศาสตร์ Game of Thrones ตอนที่ 4 King’s Landing

สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ