Marvel’s Luke Cage Season 1

หมวดหมู่ MARVEL/SERIE ผู้เขียน

Mabel Stokes หรือที่มีฉายาว่า Mama Mabel คือหญิงผิวดำที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในย่านฮาเล็มนิวยอร์คซิตี้ ในช่วงยุค 80-90′ ผู้คนมักเรียกขานเธอว่า มัมม่า สั้นๆ จำง่ายๆ

 

ช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ มัมม่ามีสามีชื่อ Buggy Stokes ชายผู้มีอิทธิพลมากคนนึงในฮาเล็ม โหดสุดๆ ทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันชื่อ Jazmine Stokes ต่อมามัมม่าก็สูญเสียบัคกี้สามีที่รักไป

มัมม่า มาเบล หญิงที่มีอิทธิพลสูงในฮาเล็ม

070236782016-11-12-18-09-59

 

แต่มัมม่าก็รักษาอิทธิพลของบัคกี้ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยมีน้องชายสามีคือ Peter “Pistol Pete” Stokes คอยช่วยเหลือข้างกายมาตลอด ซึ่งพีทนั้นเคยหลงรักมัมม่ามาตั้งแต่ยังสาวเช่นกัน แต่โดนพี่ชายตัดหน้าไป มัมม่าขยายอิทธิพลจนเธอนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในฮาเล็มในช่วงเวลาตอนนั้น

เวลาหลายปีที่ผ่านมา มัมม่ากับพีทดูแลฮาเล็มในธุรกิจมืดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวคือยาเสพติด มัมม่าจะไม่อนุญาตให้ลูกน้องตนเองขายยาในฮาเล็มเด็ดขาด และต่อมามัมม่ากับพีทก็ตกลงอยู่ด้วยกัน สมใจพีทที่รอคอยมานาน

พีท ผู้ช่วยดูแลธุรกิจมืดของมัมม่า

070520832016-11-12-18-12-57

 

เมื่อเจซมินลูกสาวของมัมม่าเริ่มโตเป็นสาว เจซมินก็ไปคบหากับขี้ยาข้างถนนที่ชื่อ Malik เจซมินกับมัลลิคมีลูกชายด้วยกันชื่อ Cornell Stokes ต่อมาเจซมินกับมัลลิคก็เสพยาจนตาย มัมม่าจึงนำคอร์เนลหลานชายมาเลี้ยงเองนับตั้งแต่นั้น

เรื่องราวของ Black Mariah และ Cottonmouth

ตอนที่คอเนลล์ยังเล็ก มัมม่ามักให้หลานสาววัยรุ่นของเธอที่ชื่อ Mariah Dillard คอยช่วยเลี้ยงคอเนลล์ (ในซีรีส์ไม่ได้กล่าวถึงพ่อแม่ของมาเรียห์ แต่พ่อหรือแม่มาเรียห์คือลูกมัมม่ากับบัคกี้แน่นอน)

ซึ่งลุงพีทก็มักจ้องจะลวนลามมาเรียห์หลานรักของมัมม่ามาโดยตลอด ยิ่งมาเรียห์เริ่มโตขึ้น พีทก็เริ่มคุกคามหนักขึ้น โดยที่เรื่องนี้มัมม่าก็พอจะรู้บ้าง แต่ก็ทำเฉยๆไป

เนื่องจากมัมม่าฝากให้มาเรียห์ดูแลคอเนลล์ญาติผู้น้องตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งสองจึงโตมาด้วยกัน ซึ่งคอเนลล์ก็พอจะรู้ระแคะระคายว่า ลุงพีทมักลวนลามล่วงละเมิดทางเพศมาเรียห์ญาติผู้พี่

มาเรียห์ ดิลลาร์ด เด็กสาวหัวดี ฉลาด เรียนเก่ง

070235712016-11-12-18-08-06

เมื่อเข้าสู่ช่วงเริ่มโต คอเนลล์นั้นโดนรังแกชกต่อยจนกระทั่งฟันน้ำนมซี่หน้าหัก คอเนลล์ต้องใส่สำลีอุดฟันหน้าที่หลอเอาไว้ ผู้คนเลยเรียกคอเนลล์ว่า Cottonmouth (เป็นคำแสลงว่า ไอ้จืด,ขี้แหย ประมาณนั้นด้วย แต่คอเนลล์ไม่ชอบให้ใครเรียกตนเองว่าคอตตอนเม้าธ์) ซึ่งด้วยความเป็นหลานของมัมม่า ทำให้คอตตอนเม้าธ์เติบโตมาด้วยอิทธิพลที่ติดมาด้วย

คอตตอนเม้าธ์เติบโตขึ้นมาโดยมีพรสวรรค์เรื่องการเล่นเปียโนขั้นสูง เรียกว่าเป็นอัจฉริยะเลยก็ว่าได้ ลุงพีทอยากให้หลานไปเรียน Juilliard School (โรงเรียนจูลิอาร์ด) ซึ่งสอนดนตรีให้ผู้มีพรสวรรค์โดยตรง แต่มัมม่าอยากให้คอตตอนเม้าธ์สืบสานงานด้านแก๊งสเตอร์คุ้มครองฮาเล็มเหมือนอย่างเธอ

คอตตอนเม้าธ์กำลังแสดงความอัจฉริยะด้านเปียโนให้ลุงพีทและมัมม่าฟัง

070227022016-11-12-18-01-40

 

ในช่วงวัยรุ่นวันหนึ่ง.. มัมม่าก็สั่งให้คอเนลล์ลั่นไกสังหารวัยรุ่นที่ฝ่าฝืนขายยาเสพติด (โดยพีทสั่งให้ขาย) นั่นคือศพแรกในเส้นทางแก๊งค์สเตอร์ของคอตตอนเม้าธ์ และคอตตอนเม้าธ์ก็เก็บปืนกระบอกนั้นไว้กับตัวตลอดมา

คอตตอนเม้าธ์มีเพื่อนรักที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดคือ Henry Hunter ผู้มีฉายาว่า Pop เพราะเฮนรี่เป็นคนตัวใหญ่และใจถึง เสียงกำปั้นของเฮนรี่ที่ต่อยกระทบหน้าวัยรุ่นแก๊งค์อื่นจะดัง พ๊อพ! ทุกคนในย่านฮาเล็มจึงเรียกเฮนรี่ว่าพ็อพเรื่อยมา พ็อพเป็นหนึ่งในวัยรุ่นลูกน้องของมัมม่าที่เธอเชื่อใจ

เพื่อนรักอีกคนของคอตตอนเม้าธ์ก็คือ Fredo Diaz ซึ่งเฟรโด้นั้นคือญาติสนิทของหัวหน้าแก๊งค์เปอร์โตริกันที่มีอิทธิพลสูงอีกแก๊งค์หนึ่งในย่านฮาเล็ม มัมม่านั้นยินยอมให้คอร์เนลคบกับพ็อพและเฟรโด้ เพราะว่าพ็อพนั้นเป็นเด็กที่จริงใจ ใจถึง รักเพื่อน ส่วนเฟรโด้นั้นมีประโยชน์ด้านคานอำนาจแก๊งค์ของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง

เฟรโด้ / พ็อพ / คอตตอนเม้าธ์

020352032016-11-11-11-25-58

 

 มัมม่าจับได้ว่า พีทแอบทำการซื้อขายยาเสพติดกับแก๊งค์เปอร์โตริกันข้ามหัวมัมม่า และกำลังคิดจะยึดครองฮาเล็มล้มบารมีของมัมม่า บวกกับที่พีทมักลวนลามมาเรียห์ ฟางเส้นสุดท้ายของมัมม่าจึงขาดลง และสั่งคอตตอนเม้าธ์ใช้ปืนที่เก็บไว้ฆ่าลุงพีทด้วยตัวเองที่สวนหลังบ้าน

คอตตอนเม้าธ์ฆ่าลุงพีทต่อหน้ามัมม่าและมาเรียห์

070551972016-11-12-18-14-49

 

หลังจากนั้น.. สามสหายคือเฟรโด้/พ็อพ/คอตตอนเม้าธ์ก็ไปแอบขายกัญชา แต่พ็อพถูกตำรวจจับพร้อมกับเงินขายกัญชาและปืนเพียงคนเดียว ทำให้พ็อพต้องติดคุกไปสิบปีโดยที่เมียตัวเองก็ยังท้องอยู่ แต่พ็อพก็ไม่เคยซัดทอดเพื่อนๆทั้งสองคนเลยในความผิดครั้งนั้น

10 ปีต่อมา.. เมื่อพ็อพออกมาจากคุกจึงรู้ว่า บัดนี้เฟรโด้โดนยิงตายไปแล้ว หัวหน้าแก๊งค์เปอโตริกันคนปัจจุบันคือ Salvador Colon  พ็อพเลือกเส้นทางใหม่ ไม่ยุ่งกับสิ่งผิดกฏหมาย และหันไปเปิดร้านตัดผมเล็กๆแทน โดยพ็อพกับคอตตอนเม้าธ์ก็ห่างเหินกันไป ไม่สนิทกันเหมือนก่อน เพราะเส้นทางที่ทั้งสองเลือกเดินนั้นคนละเส้นแล้วในตอนนี้..

 

เรื่องราวของ Luke Cage

James Lucas บาทหลวงประจำโบสถ์ในเมือง Savannah รัฐ Georgia แต่งงานกับ Etta มานานหลายปี แต่ก็ยังไม่มีลูกด้วยกันซักที ซึ่งเจมส์แอบมีชู้กับเลขาสาวสวย Dana Stryker ทำให้เกิดเป็นลูกนอกกฏหมายคือ Willis Stryker โดยไม่มีใครรู้ความลับนี้ แต่เอทธ่าภรรยาของเจมส์ก็พอจะรู้ๆอยู่บ้าง..

ต่อมาอีกสองปีหลังจากวิลลิสเกิด เอทธ่าก็ให้กำเนิดลูกชายกับเจมส์จนได้ และตั้งชื่อว่า Carl Lucas คาร์ลจึงมีศักดิ์เป็นน้องชายต่างมารดาของวิลลิส โดยวิลลิสนั้นรู้ความจริงทุกอย่าง แต่คาร์ลไม่รู้ความลับนี้

ทั้งสองเติบโตขึ้นมาด้วยกันอย่างสนิทสนม (ลุคเริ่มรู้แล้วว่าวิลลิสคือพี่ชายต่างมารดาของตน) เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ทั้งวิลลิสและคาร์ลก็มีฝีมือชกมวยที่เก่งกาจ วิลลิสมักเป็นเทรนเนอร์ให้คาร์ลเสมอ ถึงแม้ตนเองจะมีฝีมือชกมวยเก่งกว่าคาร์ลก็ตาม

คาร์ลและวิลลิสขโมยรถคอร์เวตต์สีแดงร่วมกัน แต่เมื่อถูกตำรวจจับ บาทหลวงเจมส์ใช้เส้นสายให้วิลลิสถูกดำเนินคดีคนเดียว แต่กลับส่งคาร์ลเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร และสอบเป็นตำรวจต่อไป

วิลลิส จึงเจ็บแค้นบาทหลวงเจมส์และคาร์ลมาก เมื่อวิลลิสพ้นโทษและเริ่มสะสมอิทธิพลมืดได้มากพอตัว วิลลิสจึงจัดฉากกล่าวหาคาร์ลด้วยโทษรุนแรง  จนทำให้คาร์ลถูกปลดจากตำรวจ และถูกส่งไปขังคุกซีเกท

ลุคติดคุกซีเกท

040068592016-11-13-12-12-12

 

ที่คุกซีเกทนี้เอง คาร์ลได้พบกับหมอจิตวิทยาที่ชื่อ Reva Connors ทั้งสองสนิทสนมกันในฐานะคนไข้และหมอ โดยเริ่มสปาร์คกันมากขึ้นเรื่อยๆ และความแข็งแกร่งในตัวคาร์ลนั้นไปเข้าตา Hernan Alvarez หรือที่มีฉายาว่า Shades นักโทษที่มีสิทธิพิเศษบางอย่าง และเชดมีภูมิลำเนาอยู่ในย่านฮาเล็มนิวยอร์คซิตี้

เชดคือหนึ่งในทีมสรรหานักโทษมาทดลองโปรเจคลับสร้างคนเหนือมนุษย์ โดยมีทั้งผู้คุมแร็คแฮมและหมอประจำคุกชื่อเบอสแตน ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในโปรเจคลับนี้ทั้งสิ้น

เชดและแร็คแฮม

040127002016-11-13-12-05-12

 

ผู้คุมแร็คแฮมประเมินคาร์ล ด้วยการบังคับให้คาร์ลเข้าสู่สังเวียนชกมวยเถื่อนของคุก ซึ่งผู้ที่แพ้การชกจะหายตัวสาปสูญไปทุกคน (โดนจับไปทดลอง) แต่คาร์ลนั้นยังไม่เคยแพ้ใคร คาร์ลจึงยังไม่โดนจับไปทดลองเหมือนคนอื่นๆ แต่คาร์ลก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ที่คุกซีเกทมีเรื่องจับคนไปทดลองนี้เกิดขึ้น

คาร์ลไปเตือนรีว่าให้หนีออกไปจากที่คุกนี้ซะ เพราะคาร์ลวางแผนจะเปิดโปงที่นี่ และรีว่าใกล้ชิดกับคาร์ล ทำให้ผู้คุมแร็คแฮมอาจจะใช้รีว่ามาเล่นงานคาร์ลได้นั่นเอง

หมอรีว่า คอนเนอร์

040106012016-11-13-12-09-59

แต่เชดจับได้ทันซะก่อน ว่าคาร์ลคิดจะแฉเรื่องทดลองนี้ เชดและเพื่อนนักโทษอีกคนจึงรุมกระทืบคาร์ลจนปางตาย รีว่ามาขอร้องหมอเบอสแตนให้ช่วยคาร์ล โดยการให้เข้าโปรแกรมการทดลองฟื้นฟูสภาพร่างกายนี้ด้วยอีกคน

ผู้คุมแร็คแฮมเข้ามาปั่นป่วนกระบวนการขั้นตอนทดลอง ทำให้เครื่องทดลองกระแสไฟฟ้าแปรปรวนและระเบิด แต่นั่นกลับทำให้คาร์ลฟื้นขึ้นมามีพละกำลังเหนือมนุษย์ ฟันแทงไม่เข้า และแข็งแกร่งคงกระพัน เป็นผู้ทดลองเพียงคนเดียวของหมอเบอสแตนที่ไม่ตาย และคาร์ลก็ต่อยกำแพงคุกหนีออกมา โดยไม่มีใครรู้ว่าคาร์ลยังไม่ตาย (เหตุการณ์ระเบิดนี้ผู้คุมแร็คแฮมตาย แต่หมอเบอสแตนรอด)

คาร์ลที่มีพลังเหนือมนุษย์แล้ว

040603052016-11-13-12-14-02

 

ต่อมา คาร์ลได้รับการช่วยเหลือจากรีว่า และรีว่าทำประวัติใหม่ชื่อแซ่ใหม่ตัวตนใหม่ให้คาร์ลนามว่า Luke Cage ทั้งสองรักกันและหนีไปอยู่ด้วยกันที่เฮลคิตเช่นนิวยอร์คซิตี้ รีว่าสัญญาว่าซักวันหนึ่งเธอจะเล่าเรื่องโปรเจคทั้งหมดนี้ให้ลุคฟัง (โปรเจคนี้คงจะเฉลยในภายหน้าว่าองค์กรใดมีเอี่ยวบ้าง) รีว่าเคยพาลุคไปที่ฮาเล็มบ้านเกิดของเธอเพื่อเยี่ยมพ่อเธอด้วย

รีว่าและลุคหนีมาอยู่ด้วยกัน

040676102016-11-13-12-18-41

ต่อมารีว่าก็โดนคิลเกรฟบงการควบคุมจิตใจและทำตัวเหินห่างลุคเข้าไปทุกที สุดท้ายรีว่าก็โดนฆ่าตาย โดยที่ลุคไม่รู้ว่าใครฆ่า หลังจากนั้นไม่นานลุคไปเป็นบาร์เทนเดอร์ในย่านเฮลคิตเช่น และทำตัวเจ้าชู้นอนกับผู้หญิงไปทั่ว.. (เหตุการณ์ในย่อหน้านี้อยู่ในซีรีส์ เจสสิก้า โจนส์)

 

เวลาปัจจุบัน.. มัมม่าตายลงไปนานแล้ว (ในซีรีส์ไม่ได้บอกว่าตายยังไง) คอตตอนเม้าธ์ก็ขึ้นมาเป็นใหญ่คุมแก๊งค์สเตอร์คนผิวดำในย่านฮาเล็มแทนที่มัมม่า ค้าขายอาวุธปืนเป็นหลัก รีดไถค่าคุ้มครองชาวบ้านเป็นรอง มาเรียห์ก็กลายไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เขตฮาเล็ม โดยเบื้องหลังคือช่วยฟอกเงินให้คอตตอนเม้าธ์แบบลับๆ

ส.ส.มาเรียห์  นำเงินสนับสนุนการหาเสียงก้อนโตของเธอมาให้คอตตอนเม้าธ์ใช้เนรมิต Harlem’s Paradise  คลับแสนรักของมัมม่าคุณป้าผู้ล่วงลับของทั้งคู่ (เป็นมรดกที่มัมม่ายกให้หลานทั้งสองเป็นเจ้าของร่วมกัน) เพื่อให้ฮาเล็มพาราไดซ์กลับมาเป็นคลับหรูอันดับหนึ่งของย่านฮาเล็มอีกครั้ง โดยคอตตอนเม้าธ์ออกหน้าเป็นเจ้าของ

คอตตอนเม้าธ์กับคลับหรูของเขา

010185882016-11-11-09-29-05

 

เมื่อเงินทุนหาเสียงก้อนโตเอาไปหมุนสร้างคลับ มาเรียห์ก็ต้องการเงินก้อนโตคืนโดยด่วน ก่อนที่ทางพรรคจะจับได้ว่าเงินหายไป จุดนี้เองที่คอตตอนเม้าธ์จับมือกับ Diamonback พ่อค้าขายอาวุธเถื่อนผู้ทรงอิทธิพลและลึกลับในตลาดมืด เพื่อทำงานชิ้นโตโดยนำเอาอาวุธหนักระดับใช้ทางทหารของ Justin Hammer ออกมาปล่อยขายล็อตใหญ่ และแบ่งกำไรกัน (ในซีรีส์ไม่บอกว่า ไดมอนแบ็คไปมีคอนเนคชั่นกับแฮมเมอร์ตอนไหน)

โดยแก๊งค์ที่คอตตอนเม้าธ์จะขายอาวุธปืนของบริษัทแฮมเมอร์ให้ก็คือ แก๊งค์ชาวเปอร์โตริกันของ Domingo Colon นั่นเอง ซึ่งโดมิงโก้คือผู้สืบทอดอำนาจคุมแก๊งค์เปอร์โตริกันในฮาเล็มต่อจาก ซัลวาดอร์ โคลอน ผู้พี่

 

NOTE : เหตุการณ์ต่อจากนี้ เกิดขึ้นหลังจากแดร์เดวิลซีซั่น 2 จบไปแล้วนะครับ

 

Episode 01 “Moment of Truth”

 

6 เดือนต่อมา.. หลังจากคิลเกรฟถูก เจสสิก้า โจนส์ ฆ่าตายลงไป ลุค เคจ ก็เดินทางออกจากย่านเฮลคิตเช่น และไปอาศัยอยู่ที่ย่านฮาเล็ม  ซึ่งฮาเล็มคือบ้านเกิดของรีว่าภรรยาของลุคที่ตายไป

โดยตอนกลางวัน ลุคจะมาทำงานเป็นคนทำความสะอาดอยู่กับร้านตัดผมของพ็อพ ซึ่งเป็นพ่อของรีว่า (ลุคบอกพ็อพด้วยว่า ตนเองมีพลังเหนือมนุษย์ที่ได้จากการทดลองในคุกซีเกท) และตอนกลางคืนลุคก็ไปล้างจานในคลับของคอตตอนเม้าธ์

ลุคทำงานร้านตัดผมของพ็อพ

010029592016-11-11-09-22-07

 

จุดเริ่มต้นของความยุ่งเหยิง เริ่มต้นที่เด็กวันรุ่นสิ้นคิดทั้งสามคน คือ Shameek Smith (ชามีค สมิธ), Wilfredo “Chico” Diaz (วิลเฟรโด้ “ชิโค่” ดิแอซ), และ Dante Chapman (ดังเต้ เชปแมน) ตัดสินใจโง่ๆ ที่จะปล้นเงินซื้อขายอาวุธเถื่อนบริษัทแฮมเมอร์ที่คอตตอนเมาธ์จะขายให้โดมิงโก้

ข่าวการซื้อขายอาวุธเถื่อนบริษัทแฮมเมอร์ครั้งนี้ ดังเต้หนึ่งในสามเด็กวัยรุ่นที่คิดจะปล้นนั้น ได้ยินมาจากพวกลูกน้องคอตตอนเมาธ์ เนื่องจากดังเต้ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ฮาเล็มพาราไดซ์

ดังเต้นำเรื่องนี้มาบอกชามีคซึ่งไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่งทำ ทั้งสองคิดจะปล้นเงินของคอตตอนเมาธ์ ชามีคจึงมาชวนชิโค่ร่วมปล้นด้วยอีกคน (ชิโค่ทำงานเป็นช่างตัดผมในร้านของพ็อพ และชิโค่ยังเป็นลูกชายของเฟรโด้ผู้ล่วงลับเพื่อนรักของพ็อพกับคอตตอนเม้าธ์ด้วย) 

ชิโค่ (ซ้าย) / ชามีค (ขวา)

010055712016-11-11-09-31-20

 

วันที่ 1

วันทำงานธรรมดาของลุค ที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ ซึ่งคล้ายๆกับวันทั่วๆไปที่ผ่านมา ลุคก็ไปทำงานล้างจานหลังคลับตามปกติเหมือนเดิม แต่วันนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทุกอย่างในฮาเล็มจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อชิโค่,ดังเต้,ชามีค ใส่โม่งคลุมหัวและแอบซุ่มรอการซื้อขายอาวุธเถื่อนบริษัทแฮมเมอร์ที่ท่าเรือ 

ในตอนหัวค่ำ.. เมื่อดังเต้ขาดงาน ผู้จัดการคลับจึงมาตามตัวลุคไปเป็นบาร์เทนเดอร์ชั่วคราว ที่หน้าบาร์นั้นเองที่ลุคได้พบกับ Mercedes “Misty” Knight ตำรวจนักสืบสาวผู้เก่งกาจของกรมตำรวจประจำย่านฮาเล็ม มิสตี้มาแอบซุ่มดูคอตตอนเม้าธ์กับมาเรียห์ ซึ่งกำลังทำการนัดพบกับโดมิงโก้ เรื่องการซื้อขายอาวุธครั้งนี้ (แต่มิสตี้ไม่รู้เรื่องซื้อขายอาวุธนะ)

มิสตี้ ไนท์

010237202016-11-11-09-34-55

 

ในเวลากลางดึก.. ระหว่างที่คอตตอนเม้าธ์เจรจากับโดมิงโก้ที่คลับ ที่ท่าเรือการซื้อขายระหว่างลูกน้องโดมิงโก้และลูกน้องคอตตอนเม้าธ์นั้น วันรุ่นสิ้นคิดทั้งสามก็ทำการกราดยิงลูกน้องคอตต้อนเม้าธ์และลูกน้องโดมิงโก้ตายเรียบ

หลังจากทุกอย่างจบลง ดังเต้เกิดสติแตกขึ้นมา กลัวว่าคอตตอนเม้าธ์จะรู้ว่าตนเป็นคนปล้นเงิน ชามีคเลยยิงดังเต้เพื่อปิดปากและหอบเงินหนีไปกับชิโค่ แต่ก่อนดังเต้จะขาดใจตายนั้น ดังเต้โทรศัพท์หา Tone มือปืนผู้ติดตามคอตตอนเม้าธ์ ว่าเงินซื้อขายถูกชามีคกับชิโค่ปล้นไปแล้วและดังเต้ก็ขาดใจตายลงไป โทนจึงรายงานคอตตอนเม้าธ์ทันที

โทน หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของคอตตอนเม้าธ์

010357552016-11-11-09-37-01

 

กลางดึกเลยเวลาเที่ยงคืนไปนานแล้วหลังคลับปิด.. มิสตี้ออกมายืนรอรถคนเดียว ลุคเดินออกมาเห็น จึงชวนมิสตี้ไปดื่มกาแฟ และทั้งสองก็ไปจบลงที่อพาร์ทเม้นต์ของลุคซึ่งอยู่ชั้นบนของร้านอาหารจีน

เวลาใกล้รุ่งเช้า.. มิสตี้ซึ่งนอนอยู่บนเตียงลุคในสภาพเปลือยกาย ก็ได้รับโทรศัพท์จาก Rafael Scarfe ตำรวจนักสืบคู่หู ว่ามีเหตุฆาตกรรมหลายศพที่ท่าเรือ มิสตี้จึงรีบกลับไปเปลี่ยนชุดเพื่อสืบคดีทันที โดยที่ลุคก็ยังไม่รู้ว่า มิสตี้คือตำรวจนักสืบ (ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อมิสตี้)

มิสตี้มีเซ็กส์กับลุคเรียบร้อย

010406302016-11-11-09-39-11

 

วันที่ 2

เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ 2 มิสตี้กับราฟตำรวจคู่หูก็ไปที่ท่าเรือ และพบศพมากมายหลายศพที่นั่น หนึ่งในนั้นก็คือดังเต้ซึ่งมิสตี้รู้จัก (เมื่อคืนมิสตี้ก็จะไปหาดังเต้นี่ละ แต่ดังเต้มาปล้นเงิน มิสตี้เลยเจอลุคแทน) ปมการสืบสวนเหตุสังหารชาวแก๊งค์จึงพุ่งไปที่คอตตอนเม้าธ์ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นอาวุธของบริษัทแฮมเมอร์ก็โดนตำรวจนำไปเก็บไว้ในห้องหลักฐานทั้งหมด

เวลากลางวัน วันที่ 2 ที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ Hernan Alvarez หรือฉายา Shades ซึ่งในตอนนี้เชดเป็นลูกน้องมือขวาของไดม่อนแบ็ค เชดมาพบกับคอตตอนเม้าธ์ เพื่ออยู่เป็นที่ปรึกษาไล่ล่าตัวผู้ปล้นเงินครั้งนี้ (เชดเติบโตมาจากย่านฮาเล็มเช่นกัน จึงรู้จักขาใหญ่รุ่นเก่าๆทุกคน ทั้งมัมม่า และซัลวาดอร์)

เชด ผู้ที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของลุค

010468212016-11-11-09-47-43

 

ในเวลาบ่ายๆวันที่ 2 .. คอตตอนเม้าธ์กับเชดก็เดินทางไปพบกับมาเรียห์เพื่อแจ้งความคืบหน้าเรื่องเงินสูญหาย ซึ่งคอตตอนเม้าธ์จะพยายามเคลียร์สถานการณ์ให้เร็วที่สุด นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เชดกับมาเรียห์เจอหน้ากัน

ที่ร้านตัดผมของพ็อพ ลุคก็นั่งฟังพ็อพบ่นถึงชิโค่ที่หายตัวไป พ็อพพอจะเดาๆได้ว่าชิโค่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของสองแก๊งค์ที่ท่าเรือ (ว่ากันว่าร้านตัดผมของพ็อพร้านนี้คือสวิสเซอร์แลนด์ เปรียบเสมือนเขตเสรีจากสงครามแก๊งค์ ปลอดจากความขัดแย้งในเรื่องทุกๆอย่าง)

ในเวลาหัวค่ำคืนที่ 2 ..โทนและเชดก็ตามไปจับตัวชามีคมาจากคลับเปลื้องผ้าจนได้ และพาชามีคมาที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ ทำให้ลุคเห็นหน้าของของเชดอีกครั้งหลังจากที่หนีออกมาจากคุกซีเกท (เชดคิดว่าลุคตายไปในระเบิดครั้งนั้นแล้วด้วยซ้ำ)

ชามีคยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

010603892016-11-11-10-03-27

 

คอตตอนเม้าธ์ต่อยหน้าของชามีคจนตายคาหมัด ได้เงินซื้อขายอาวุธปืนแฮมเมอร์มาจากชามีคครึ่งนึงคืนแล้ว  ก่อนจะนำศพชามีคไปโยนทิ้งข้างถนนเพื่ออำพรางคดี หลังจากนี้คอตตอนเม้าธ์ก็ต้องตามล่าเงินที่เหลืออีกครึ่งนึงคืน ซึ่งอยู่ที่ชิโค่นั่นเอง..

มิสตี้และราฟพบศพของชามีคข้างถนน

010687372016-11-11-10-00-49

 

เมื่อลุคเลิกงานและกลับบ้าน ลุคเกือบจะตัดสินใจหนีออกจากฮาเล็ม เพราะไม่อยากให้เชดจำตนเองได้ แต่ลุคก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นรูปของรีว่า ลุคจึงคิดสู้กับคอตตอนเม้าธ์ และการท้าชนครั้งแรกก็คือ การเข้าขัดขวาง Zip หนึ่งในลูกน้องสุดห้าวของคอตตอนเม้าธ์ ที่กำลังไถเงินเจ้าของร้านอาหารจีนที่ลุคอาศัยอยู่ จนทำให้ซิปหนีกลับไป

ซิป หนึ่งในลูกน้องหัวแถวของคอตตอนเม้าธ์

010731772016-11-11-10-14-53

 

 

Episode 02 “Code of the Streets”

 

กลางดึกคืนที่ 2 .. มิสตี้เริ่มปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่างจากภาพถ่าย และเห็นเป็นโครงสร้างเหตุการณ์เรื่องราวทุกอย่างในสมองคล้ายๆโฮโลแกรม (นี่คือความพิเศษของมิสตี้ที่ไม่มีใครเหมือน) ตั้งแต่เหตุการณ์ยิงกันที่ท่าเรือ จนพบศพชามีค มิสตี้คิดว่าชิโค่ไม่ใจแข็งพอจะทำเรื่องพวกนี้แน่นอน ชิโค่จึงน่าจะเป็นพยานปากเอกได้

มิสตี้กำลังอธิบายภาพที่เธอเห็นให้เรฟฟัง

020057352016-11-11-10-26-37

 

วันที่ 3

ในตอนเช้าวันที่ 3 คอตตอนเม้าธ์และเชดรวมถึงโทนก็มาที่ร้านตัดผมของพ็อพ เพื่อลองหยั่งเชิงดูว่าพ็อพซ่อนชิโค่ไว้ที่นี่หรือไม่ และทั้งสามก็จากไป พ็อพจึงขอร้องให้ลุคตามหาชิโค่ให้เจอ ก่อนคอตตอนเม้าธ์จะเจอ

โดยที่ลุคและพ็อพไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้ที่นั่งเล่นหมากรุกอยู่กับ Bobby Fish ก็คือ เติร์ค พ่อค้าอาวุธเถื่อนข้างถนนที่ย้ายมาจากเฮลคิตเช่น และเติร์คกำลังเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวในร้าน เพื่อรายงานให้คอตตอนเมาธ์นั่นเอง (เติร์คไปโผล่ทั้งซีรีส์แดร์เดวิล และ ซีรีส์เจสสิก้า โจนส์)

บ็อบบี้ นั่งเล่นหมากรุกกับ เติร์ค

020138922016-11-12-08-11-17

 

ในตอนบ่ายๆวันที่ 3 ลุคก็ตามหาตัวชิโค่จนพบ แต่ชิโค่ไม่ยอมตามลุคกลับไป แต่ในที่สุดเวลาต่อมา ชิโค่ก็ยอมกลับมาหาพ็อพที่หลังร้าน จังหวะเดียวกันนี้เองที่เติร์คทำทีมาขอเข้าห้องน้ำ เติร์คจึงเห็นหน้าชิโค่เต็มๆ ก่อนที่ลุคจะไล่เติร์คออกจากร้านไป

เมื่อเติร์คออกจากร้านไปไม่นาน มิสตี้กับราฟก็เข้ามาถามหาชิโค่เช่นกัน ลุคจึงรู้ตอนนี้เองว่ามิสตี้คือตำรวจ และมิสตี้ก็รู้ครั้งแรกเช่นกันว่า ลุคคือหนึ่งในชิ้นส่วนคดีที่เธอสืบ และตำรวจทั้งคู่ก็จากไป

มิสตี้รักและนับถือพ็อพเช่นกัน

020476452016-11-12-08-17-26

 

พ็อพไม่อยากให้ชิโค่ต้องตายข้างถนนเหมือนพ่อของชิโค่หรือชามีค พ็อพจึงขอร้องให้ลุคไปเจรจานัดพบกับคอตตอนเม้าธ์ เพื่อต่อรองชีวิตของชิโค่

ช่วงหัวค่ำวันที่ 3 ลุคจึงเดินทางมาที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ เพื่อยื่นข้อเสนอว่าให้ชิโค่ออกจากนิวยอร์คไปอย่างปลอดภัย และคืนเงินที่เหลือให้ทั้งหมด คอตตอนเม้าธ์ก็ตอบตกลง เพราะถึงยังไงทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่

ลุคมาเจรจากับคอตตอนเม้าธ์

020531062016-11-12-08-20-18

 

แต่ในจังหวะเดียวกันที่ลุคมาเจรจา เติร์คก็ส่งข้อความมาบอกโทนว่าพบที่ซ่อนตัวชิโค่เช่นกัน โทนมาถามคอตตอนเม้าธ์ว่าควรทำเช่นไร คอตตอนเม้าธ์สั่งให้เฝ้าดูเฉยๆและห้ามทำอะไรชิโค่ ถ้าชิโค่คิดหนีค่อยจัดการ

ประมาณสามทุ่มวันที่ 3 โทนไปกับเชดมุ่งหน้าไปที่ร้านตัดผมของพ็อพ แต่เมื่อโทนเห็นหน้าชิโค่ โทนก็สาดกระสุนใส่ร้านพ็อพอย่างหนักหน่วงโดยที่เชดห้ามก็ไม่ฟัง ลุคนั้นใช้ตัวบังกระสุนให้ ลอนนี่ วิลสัน ซึ่งเป็นเด็กน้อยที่มาตัดผมกับพ็อพ ชิโค่บาดเจ็บสาหัส พ็อพโดนยิงตาย

โทนสาดกระสุนรัวๆใส่ร้านพ็อพ

020609982016-11-12-08-23-22

 

กลางดึกคืนที่ 3 โทนกลับไปรายงานว่าตนเองยิงร้านตัดผมของพ็อพแหลก และพ็อพก็ตายลงไป คอตตอนเม้าธ์โกรธโทนมากที่ฆ่าพ็อพอดีตเพื่อนรักของตนเอง คอตตอนเม้าธ์จึงผลักโทนตกจากชั้นดาดฟ้าตายไปอีกคน เติร์คเห็นว่าพวกในฮาเล็มบ้าบอระห่ำแตกเช่นนี้ ขอกลับไปหากินในเฮลคิตเช่นเหมือนเดิมดีกว่า..

 

Episode 03 “Who’s Gonna Take the Weight?”

 

วันที่ 4

ช่วงเช้าวันที่ 4 คอตตอนเม้าธ์จะจัดการค่าใช้จ่ายเรื่องงานศพของพ็อพทุกอย่าง ด้านมิสตี้กับราฟก็ไปสอบสวนชิโค่ และเสนอให้ชิโค่ขึ้นให้การเอาผิดคนฆ่าชามีคและฆ่าพ็อพ เพราะถึงยังไงตอนนี้ชิโค่น่าจะโดนตามล่าแน่นอน แต่ชิโค่ก็ปฏิเสธไป ตำรวจทั้งสองจึงกลับไป

เรฟไขกุญแจมือให้ชิโค่ อยากหนีก็หนีไป แต่ทิ้งนามบัตรไว้ให้

030207312016-11-12-08-28-54

 

ทางร้านตัดผมของพ็อพก็กำลังจะปิดตัวลง เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าจำนองธนาคารไว้ตามข้อมูลของบ็อบบี้ (บ็อบบี้เป็นเพื่อนของพ็อพ มานั่งเล่นหมากรุกในร้านประจำ และเป็นนักบัญชีให้พ็อพด้วย)

ลุคจึงคิดปล้นเงินของคอตตอนเม้าธ์ ลุคจึงมาหาชิโค่ที่โรงพยาบาล เพื่อถามว่าคอตตอนเม้าธ์กับมาเรียห์เก็บเงินไว้ที่ไหน (ชิโค่กำลังแต่งตัวจะหนีพอดี) ชิโค่บอกว่ามีเงินของคอตตอนเม้าธ์เก็บไว้ทั่วทั้งฮาเล็ม แต่มีศูนย์กลางเก็นเงินคือที่ตึกคริสปัสอัททัคส์ จากนั้นชิโค่ก็ชิ่งหายไป..

ช่วงบ่ายวันที่ 4 ลุคจึงถล่มที่เก็บเงินคอตตอนเม้าธ์สองสามที่ คอตตอนเม้าธ์จึงย้ายเงินทั้งหมดไปไว้ที่คริสปัสอัททัคส์ตามแผนของลุค

คอตตอนเม้าธ์ไปพบกับโดมิงโก้เพื่อเจรจา โดมิงโก้ยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่ได้อาวุธก็ต้องคืนเงินเต็มจำนวน แต่คอตตอนเม้าธ์จะไม่คืนเงิน แต่จะหาอาวุธมาคืนให้

ช่วงหัวค่ำวันที่ 4 ในคืนนั้นเอง ลุคจึงถล่มคริสปัสอัททัคส์ซะเละ และนำเงินของคอตตอนเม้าธ์มาทั้งสิ้น 7 ล้านดอลลาห์ โดยไม่มีใครเห็นหน้าลุค เห็นแค่เพียงชายผิวดำร่างใหญ่ใส่ฮู้ดคลุมหัวแค่นั้น

ลุคโดนยิงยังไงก็ไม่เข้าเนื้อ แต่เสื้อเป็นรูพรุนเลย

030553782016-11-12-08-37-02

 

ช่วงกลางคืนวันที่ 4 ขณะที่มิสตี้กับเรฟกำลังดูหลักฐานในโรงพัก ชิโค่ก็โทรมาหาเรฟให้ไปรับ ชิโค่อยากมอบตัวแล้วตอนนี้ แต่มิสตี้ไม่ไปรับตัวชิโค่กับเรฟด้วย เรฟจึงไปคนเดียว

ที่ท่าเรือจุดนัดพบที่ชิโค่นัดไว้ ชิโค่บอกเรฟว่าคนปล้นคอตตอนเม้าธ์คือลุค และตนเองจะเปิดโปงเรื่องของคอตตอนเม้าธ์ให้หมดทุกอย่าง เรฟจึงใช้เนคไทรัดคอชิโค่ฆ่าปิดปาก และนำศพชิโค่ไปให้คอตตอนเม้าธ์  พร้อมกับที่เรฟบอกคอตตอนเม้าธ์ด้วยว่า คนที่ลงมือปล้นคือลุค

จุดจบชองชิโค่

030660122016-11-12-08-47-41

 

ที่ร้านตัดผมพ็อพ ลุคก็นำเงินเกือบทั้งหมดมาให้บ็อบบี้เก็บรักษาเอาไว้ เพื่อให้บ็อบบี้นำเงินส่วนนึงไปจ่ายหนี้ธนาคาร ร้านตัดผมนี้ก็จะยังคงเปิดต่อไป และเงินส่วนที่เหลือบ็อบบี้ก็เก็บไว้ก่อน

ลุคนำเงินอีกส่วนนึงมามอบให้ Connie Lin หญิงแก่เจ้าของร้านอาหารจีนที่ลุคมาเช่าห้องชั้นบนอาศัย ขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งคุยกันที่ร้านอาหารจีน คอตตอนเม้าธ์ก็ยิงบาซูก้าถล่มทั้งตึก ลุคใช้ตัวบังป้าหลินเอาไว้ และตึกทั้งตึกก็ถล่มลงมา..

คอตตอนเม้าธ์ใช้บาซูก้ายิงลุค

030783412016-11-12-09-55-03

 

Episode 04 “Step in the Arena”

 

กลางดึกคืนวันที่ 4 ลุคและป้าหลินติดอยู่ในซากปรักหักพังของตึก ป้าหลินบาดเจ็บที่ขา ทีมกู้ภัยนิวยอร์คพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตในตึก มิสตี้กับเรฟก็มาที่เกิดเหตุด้วย โดยที่ลุคพยายามจะแหวกซากก้อนปูนออกมา

ราฟและมิสตี้ยืนมองซากตึกร้านอาหารจีน

040036122016-11-12-09-44-42

 

หลังเที่ยงคืนวันที่ 4 ผ่านไปหลายชั่วโมง ลุคก็แหวกซากตึกออกมาจนได้ ทั้งหน่วยกู้ภัยรวมถึงมิสตี้ ต่างก็ตะลึงที่ลุคและป้าหลินรอดตายมาได้เช่นไร? (เนื้อหาในตอนนี้ส่วนใหญ่ กล่าวย้อนอดีตของลุคในคุกซีเกท ซึ่งผมเขียนไว้ข้างบนช่วงก่อนเข้าซีรี่ส์แล้วครับ เพื่อให้เนื้อเรื่องไหลลื่นตามไทม์ไลน์ ไม่กล่าวย้อนอดีตไปมาให้งง)

 

Episode 05 “Just to Get a Rep”

 

วันที่ 5

Claire Temple ลาออกจากโรงพยาบาลเมโทร-เจเนอรัลในย่านเฮลคิตเช่น และเดินทางมาหา Soledad Temple แม่ของเธอที่เปิดร้านอาหารในย่านฮาเล็ม เนื่องจากตอนนี้แคลร์ไม่รู้ว่าตนเองจะทำเช่นไรกับชีวิต (แคลร์ลาออกเพราะเหตุการณ์ที่นินจาเดอะแฮนด์บุกเมโทร-เจเนอรัลในแดร์เดวิลซีซั่นสอง)

แคลร์ เทมเปิ้ล และ โซลีดาด เทมเปิ้ล

050542182016-11-12-10-05-20

 

เช้าวันที่ 5 ลุค เคจ กลายเป็นคนดังในย่านฮาเล็ม เพราะภาพของลุคที่แหวกซากตึกออกมานั้นนักข่าวถ่ายไว้ได้ทั้งหมด คอตตอนเมาธ์สั่งให้ลูกน้องไปไถเงินผู้คนในห้างร้านย่านฮาเล็มให้เกลี้ยง และเมื่อผู้คนถามว่าทำไม ก็ให้บอกไปว่า นี่คือภาษีที่ ลุค เคจ ทำให้ทุกคนเดือดร้อน

บ่ายๆวันที่ 5 ลุคเดินเข้าไปที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ทื่อๆ เพื่อสั่งไม่ให้คอตตอนเม้าธ์ระรานชาวบ้าน คอตตอนเม้าธ์สั่งให้ลูกน้องรุมลุคก็เอาไม่อยู่ และลุคก็จากไป ตอนนี้เองที่เชดเห็นว่าลุคนั้นหนังเหนียวและทรงพลัง ซึ่งทำให้เชดจำได้ทันทีว่า ลุค เคจ คือ คาร์ล ลูคัส ผู้ทดลองที่ควรจะตายไปแล้วในคุกซีเกท

เชดจำลุคได้แล้ว..

050316672016-11-12-10-40-23

 

เมื่อลุคกลับออกไปแล้ว เชดจึงนำวีดีโอสาธิตกระสุนทำลายล้างสูงมาให้คอตตอนเม้าธ์ดู ซึ่งกระสุนนี้ทำมาจากวัสดุต่างดาวในครั้งที่ชิทอรี่บุกโลกเมื่อปี 2012 พัฒนาอย่างลับๆโดยบริษัทแฮมเมอร์ และไปทดลองประสิทธิภาพกระสุนทำลายล้างนี้ไกลถึงยูเครน ถ้าจะมีสิ่งใดฆ่าลุคได้ก็ต้องเป็นกระสุนนี้เท่านั้น ชื่อมันเรียกว่า Judas Bullet (กระสุนเยซู)

กระสุนเยซูจะแตกตัวหลังปะทะกับเป้าหมาย เจาะได้ทุกอย่างไม่ว่าจะแข็งแค่ไหน และสารละลายที่สกัดมาจากชิทอรี่จะสลายตัวกระจัดกระจายหายไป ทำให้หาร่องรอยทางนิติเวชไม่ได้

บัดนี้ไดมอนแบ็คคือตัวแทนจำหน่ายกระสุนเยซูที่ว่านี้ ซึ่งมันมีราคาแพงมาก แต่คอตตอนเม้าธ์ก็ยอมจ่าย โดยคอตตอนเม้าธ์จะนำอาวุธปืนที่จะขายให้โดมิงโก้ไปส่งให้โดมิงโก้เพื่อจบงานที่ค้างไว้ นั่นจะทำให้คอตตอนเม้าธ์มีเครดิตในการยืมลูกกระสุนเยซูใช้ (ปืนของแฮมเมอร์โดนตำรวจยึดไปตั้งแต่ ep.1) คอตตอนเม้าธ์จึงติดต่อไปทาง Perez ตำรวจชั่วอีกคนให้นำอาวุธปืนออกมาจากคลังเก็บหลักฐาน

เชดให้คอตตอนเม้าธ์ดูพลังทำลายล้างของกระสุนเยซู

050385382016-11-12-11-02-07

 

ในร้านอาหารของโซลีเดดแม่ของแคลร์นั้น โทรทัศน์ก็ออกข่าวของลุคตอนที่คุ้ยซากตึกออกมา แคลร์จึงบอกแม่ว่าคนนี้ละคือหนึ่งในฮีโร่ที่เธอเจอในเฮลคิตเช่น ผู้ที่หนังเหนียวและกระสุนยิงไม่เข้า บางทีนี่อาจจะเป็นชะตาลิขิตให้เธอช่วยพวกฮีโร่ข้างถนนเหล่านี้นั่นเอง.. (จุดกำเนิดความคิดที่จะเป็น Night nurse จริงๆละทีนี้ ตลอดมาแคลร์ยังไม่ค่อยเต็มใจช่วย)

ร้อยตำรวจเอก Betty Audrey ผู้กองหญิงหัวหน้าสถานีตำรวจฮาเล็ม และ ร้อยตำรวจโทเปเรซคู่หู เริ่มสืบสวนภายในเกี่ยวกับราฟที่พัวพันกับคอตตอนเม้าธ์ (เปเรซก็สายคอตตอนเม้าธ์เช่นกัน) เบ็ตตี้มาเตือนให้มิสตี้คอยจับตาดูราฟเอาไว้ เพราะครั้งล่าสุดที่ราฟไปหาชิโค่ ก็ไม่มีใครเห็นชิโค่อีกเลย และเป็นไปได้ว่าชิโค่โดนเก็บไปแล้วนั่นเอง

เบ็ตตี้กับเปเรซมาเตือนมิสตี้

050428832016-11-12-10-52-13

 

ช่วงเย็นวันที่ 5 เปเรซนัดพบกับเรฟ และเตือนเรฟว่าผู้กองเบ็ตตี้เริ่มสงสัยเรฟแล้ว อีกเรื่องคือคอตตอนเม้าธ์ต้องการปืนของกลางคืนออกมา เรฟบ่นๆว่ายุ่งยาก น่าจะเก็บคอตตอนเม้าธ์ตัดปัญหาไปเลยมากกว่า

ช่วงหัวค่ำวันที่ 5 ลุคไปร่วมงานศพของพ็อพ และเผชิญหน้ากับคอตต้อนเม้าธ์อีกครั้ง ทั้งสองไม่แสดงอาการเขม่นกันมากนัก เพราะต่างก็ให้เกียรติในงานศพของพ็อพทั้งคู่ มีเพียงคำไว้อาลัยที่พูดแซะจิกกัดกันเล็กน้อย

 

Episode 06 “Suckas Need Bodyguards”

 

วันที่ 6

เช้าวันที่ 6 ที่ท่าเรือฮาเล็ม เรฟนัดพบกับคอตตอนเม้าธ์เพื่อไถเงิน 5,000 ดอลลาห์ ครั้งนี้คอตตอนเม้าธ์ทนไม่ไหวจึงแย่งปืนของเรฟมา และยิงเรฟจนบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามท่าเรือเริ่มโวยวาย คอตต้อนเม้าธ์จึงหนีไป ส่วนเรฟก็กระเสือกกระสนหนีไปอีกทาง

เรฟกับคอตตอนเม้าธ์แย่งปืนกัน ก่อนที่ปืนจะหล่น

060061972016-11-12-11-12-19

 

สายๆวันที่ 6 ลุคกับบ็อบบี้มานั่งทานอาหารกันที่ร้านของโซลีเดดแม่ของแคลร์ โซลีเดดจึงโทรฯตามแคลร์ทันที แคลร์พยายามพูดให้ลุคใช้พลังพิเศษตนเองเป็นฮีโร่ช่วยเหลือผู้คน แต่ลุคยังไม่อยากออกหน้าทำตัวเป็นฮีโร่ขนาดนั้น และลุคก็เดินออกจากร้านอาหารไป

แคลร์เดินตามลุคไปจนถึงร้านตัดผมของพ็อพ และทั้งสองก็พบว่าเรฟที่โดนยิงเลือดท่วมมาขอความช่วยเหลือกับลุค เรฟสารภาพให้ลุคฟังทั้งหมดว่าตนเองฆ่าชิโค่ แคลร์จึงช่วยทำแผลเบื้องต้นให้เรฟ และกำลังคิดจะพาเรฟไปที่สำนักงานอัยการนิวยอร์คเพื่อสารภาพและบอกข้อมูลทั้งหมดเมื่อทำแผลเบื้องต้นเสร็จ

เรฟไม่รู้จะพึ่งใครนอกจากลุค

060231672016-11-12-11-25-15

 

ทางด้านกรมตำรวจฮาเล็ม ผู้กองเบ็ตตี้ก็สั่งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจทุกคนออกตามหาเรฟให้พบจงได้ ก่อนจะสั่งให้เปเรซจับคู่กับมิสตี้สืบเรื่องนี้โดยเร็ว เปเรซจึงรู้ความเคลื่อนไหวมิสตี้ทุกอย่าง และมิสตี้กับเปเรซก็ไปซุ่มอยู่ที่นอกตึกห้องของเรฟ

บ่ายๆวันที่ 6 เรฟบอกว่าตนเองจดบันทึกเรื่องฉ้อโกงทุกอย่างของคอตตอนเม้าธ์กับไดมอนแบ็คเอาไว้ และมันถูกซ่อนอยู่ใต้พื้นในห้องพักของเรฟ ลุคจึงแอบเข้าไปที่ห้องเรฟ มิสตี้ก็พบสิ่งผิดสังเกตหน้าประตูแมนชั่นของเรฟจึงบุกตามเข้าไป แต่ก็ไม่ทันเพราะลุคกระโดดตึกหนีไปแล้ว

ช่วงค่ำวันที่ 6 มิสตี้จับได้ว่าเปเรซเป็นคนของคอตตอนเม้าธ์จึงจับใส่กุญแจมือไว้ ลุคกำลังขับรถพาเรฟเดินทางไปสำนักอัยการ แต่ลุคก็โดนลูกน้องคอตตอนเม้าธ์ไล่โจมตีตามมา มิสตี้และตำรวจก็ไล่ตามมาเช่นกัน ซึ่งในที่สุดเรฟก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวขาดใจตายไปต่อหน้ามิสตี้ และคอตตอนเม้าก็ถูกตำรวจจับจากหลักฐานในสมุดโน็ตของเรฟ..

คอตตอนเม้าธ์ถูกจับ

060679582016-11-12-11-37-49

 

Episode 07 “Manifest”

วันที่ 7

เช้าวันที่ 7 คอตตอนเม้าธ์หลุดจากการตั้งข้อหาทุกอย่าง เพราะทนายส่วนตัวคอตตอนเม้าธ์โต้แย้งว่า สมุดโน็ตของเรฟนั้นใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ เรฟที่จะให้การปรักปรำก็ตายไปแล้ว พยานคนอื่นๆก็ไม่มี ตำรวจจึงต้องปล่อยคอตตอนเม้าธ์ไป

จากผลงานที่ผิดพลาดจับตัวคอตตอนเม้าธ์ของกรมตำรวจฮาเล็มครั้งนี้ ทำให้ผู้กองเบ็ตตี้โดนสั่งย้าย และได้ผู้ตรวจการณ์ พริสซิลล่า ริดลีย์ มาแทนที่ตำแหน่งหัวหน้ากรมตำรวจฮาเล็มแทน ซึ่งริดลีย์เคยเป็นหัวหน้าเก่ามิสตี้มาก่อน

พริสซิลล่า ริดลีย์ หัวหน้าคนใหม่ของมิสตี้

070214212016-11-12-18-23-55

 

เรื่องที่คอตตอนเม้าธ์ถูกจับนั้น แม้จะไม่โดนตั้งข้อหา แต่ก็ส่งผลกระทบทางการเมืองไปถึงมาเรียห์ ทำให้ตำแหน่งผู้แทนพรรคลงสมัครส.ส.ของมาเรียห์ในเขตฮาเล็มสั่นคลอน และมาเรียห์ก็เริ่มโดนทางพรรคต้นสังกัดบีบให้ลาออก เนื่องจากมีความด่างพร้อยในประวัติ โดยพรรคส่ง ดามอน บูน มากดดันให้มาเรียห์ลาออก แล้วดามอนจะลงตำแหน่งนี้ในสมัยหน้าเอง แต่มาเรียห์ไม่ยอมง่ายๆ..

ด้านทางคอตตอนเม้าธ์ก็นัดพบกับลุค และขู่ลุคเรื่องอดีตของลุคที่แหกคุกซีเกทออกมา ถ้าลุคยังวอแวกับคอตตอนเม้าธ์ไม่เลิกจะต้องโดนแฉแน่นอน ทำให้ลุคเตรียมจะหนี แต่แคลร์ก็มาพูดเกลี้ยกล่อมจนลุคเปลี่ยนใจ

ลุคจนมุมคอตตอนเม้าธ์

070311542016-11-13-09-31-33

 

ลุคบุกไปที่ถิ่นของโดมิงโก้ หัวหน้าแก๊งค์เปอร์โตริกันในฮาเล็ม และนำอาวุธของ จัสติน แฮมเมอร์ กลับคืนมาจนหมด ก่อนที่จะนัดพบกับมิสตี้ และมอบอาวุธปืนแฮมเมอร์คืนให้ตำรวจ

ช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 7 มาเรียห์มาหาคอตตอนเม้าธ์หลังคลับปิด และมีปากเสียงกันรุนเแรง คอตตอนเม้าธ์พูดสะกิดแผลใจของมาเรียห์ในวัยเด็ก ที่ถูกลุงพีทลวนลาม บวกกับหน้าที่ตำแหน่งทางการเมืองของมาเรียห์กำลังพังย่อยยับ

มาเรียห์จึงฟิวส์ขาด คว้าขวดแชมเปญตีหัวคอตตอนเม้าธ์ และผลักจนตกจากชั้นบนร่วงลงมาบาดเจ็บสาหัส ยังไม่พอ มาเรียห์ยังตามลงไปใช้ท่อนเสาเวทีตีซ้ำคอตตอนเม้าธ์จนตาย กำเนิดเป็นแบล็คมาเรียห์โดยสมบูรณ์ (Black Mariah)

จุดจบของคอตตอนเม้าธ์

070601632016-11-13-09-33-15

 

เชดซึ่งกำลังคิดจะไปฆ่าคอตตอนเม้าธ์ เพราะคอตตอนเม้าธ์เริ่มทำเรื่องเละเทะบานปลาย แต่เมื่อเชดเดินทางมาถึงที่ฮาเล็มพาราไดซ์ เชดก็พบกับคอตตอนเม้าธ์ที่ขาดใจตายไปแล้วด้วยฝีมือของแบล็คมาเรียห์

เชดจึงทำการจัดฉากโยนความผิดให้ลุคในการตายของคอตตอนเม้าธ์ โดยยัดเงินให้สาวเสิร์ฟในฮาเล็มพาราไดซ์ที่ชื่อ Candace Miller เป็นพยานเท็จกล่าวหาลุคว่าเป็นคนฆ่า

หลังจากนั้นเชดก็ให้แบล็คมาเรียห์โทรแจ้งตำรวจทันทีที่จัดฉากเสร็จ มิสตี้รีบรุดไปที่เกิดเหตุฆาตกรรมคอตตอนเม้าธ์ทันทีเช่นกัน ลุคยังไม่รู้ตัวในตอนนี้ว่าคอตตอนเม้าธ์ตายแล้ว และตนเองโดนปรักปรำ

ลุคเดินคุยกับแคลร์ตอนคอตตอนเม้าธ์ตาย

070674412016-11-13-09-35-40

ขณะที่ลุคกำลังเดินคุยกับแคลร์พูดคุยเล่าเรื่องในอดีตของตนให้แคลร์ฟัง ไดมอนม่อนแบ็คซึ่งลงมาลุยเองและซุ่มดูอยู่ไกลๆนานแล้ว ก็ใช้กระสุนเยซู สไนเปอร์เข้ากลางท้องของลุค ทำให้ลุคเลือดออกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และกระสุนเยซูก็แตกตัวภายในร่างของลุค ทำให้ลุคทรมานมาก

 

Episode 08 “Blowin’ Up the Spot”

 

แคลร์รีบพาลุคขึ้นรถตู้หนีทันที แต่ไดม่อนแบ็คก็ขับตามมา และใช้อาวุธหนักยิงรถตู้ซ้ำจนพลิกคว่ำกลางถนน ลุคกับแคลร์รีบตะเกียกตะกายออกมาจากรถตู้ ในวินาทีที่ลุคได้ยินเสียงไดม่อนแบ็ค ลุคก็รู้ทันทีว่าอดีตตามมาหลอกหลอนเค้าแล้ว เพราะเสียงนั่นคือเสียงของ วิลลิส สไตรเกอร์ พี่ชายต่างมารดาของตนเอง และแคลร์ก็พาลุคหนีมาพ้นจากไดม่อนแบ็คจนได้ ก่อนจะไปแอบอยู่ในคลีนิคแห่งนึง

แคลร์ปฐมพยาบาลลุคเบื้องต้น

080209952016-11-13-09-28-55

 

มิสตี้โทรเข้ามือถือลุค แคลร์รับสายให้ มิสตี้จึงรีบไปพบลุคเพียงคนเดียวที่คลีนิคทันที ขณะที่มิสตี้กำลังจะจับลุคในข้อหาฆาตกรรมคอตตอนเม้าธ์  ไดม่อนแบ็คก็ยิงถล่มเข้าไปในคลีนิคอีกรอบ

ไดม่อนแบ็คก็จับตัวมิสตี้ไปได้ แต่ไดม่อนแบ็คไม่ฆ่ามิสตี้ตอนนี้ เพียงแค่ทุบต้นคอให้สลบและหนีไป ไดม่อนแบ็คต้องการเล่นสงครามประสาทกับลุคนั่นเอง

วิลลิส สไตรเกอร์ หรือ ไดม่อนแบ็ค

080454662016-11-13-09-38-49

 

และเมื่อแคลร์ไปช่วยมิสตี้จนฟื้น มิสตี้ก็จับแคลร์ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ซึ่งเมื่อไม่มีหลักฐานเอาผิดแคลร์ มิสตี้จึงต้องปล่อยแคลร์ไป ตามคำสั่งของผู้กองริดลีย์

วันที่ 8

เช้ามืดวันที่ 8 ลุคและไดม่อนแบ็คไล่ล่ากันทั้งคืน จนในที่สุดลุคก็จนมุมไดม่อนแบ็คที่กลางถนน และโดนยิงกระสุนเยซูซ้ำไปอีกนัดกลางหน้าอก ลุคกระเด็นตกลงไปในรถขยะและสลบไปเลย

ลุคโดนเล่นงานหนักจะตายแหล่มิตายแหล่

080666442016-11-13-09-25-30

 

Episode 09 “DWYCK”

มิสตี้ถูกกิจการภายในสอบสวนอย่างหนักเรื่องที่เธอสืบและพัวพัน แต่มิสตี้ก็รอดข้อกล่าวหามาได้ ด้านทางเชดก็จัดระเบียบพวกลูกน้องเก่าของคอตตอนเม้าธ์ไม่ให้แตกแถว เพื่อเตรียมให้แบล็คมาเรียห์ขึ้นมาคุมอำนาจแทน โดยไดมอนแบ็คก็ทำทีว่าไม่สนใจอำนาจในฮาเล็ม ไดมอนแบ็คสนแค่การค้าอาวุธและการไล่ล่าลุคเท่านั้น

ไดม่อนแบ็คมาขู่ลูกน้องเก่าคอตตอนเม้าธ์

090112872016-11-13-10-19-50

 

ช่วงบ่ายวันที่ 8 แบล็คมาเรียห์เดินทางไปหาโดมิงโก้เพื่อเจรจาทิศทางการคุ้มครองฮาเล็มตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ว่าควรจะไปในทิศทางใด โดยที่โดมิงโก้นั้นไม่ชอบไดมอนแบ็คที่มาก้าวก่ายฮาเล็มเช่นนี้

แบล็คมาเรียห์มาพบเจรจากับโดมิงโก้

090409742016-11-13-10-22-10

 

ด้านทางลุคเมื่อฟื้นคืนสติก็กลับมาหาแคลร์ที่ร้านอาหารแม่เธอ ซึ่งแคลร์เริ่มได้เบาะแสเกี่ยวกับการทดลองในคุกซีเกท แคลร์จึงขับรถแม่เธอพาลุคไปหาคนที่อาจจะช่วยลุคได้ ซึ่งเค้าคือหมอเบอสแตน หมอที่ทำการทดลองลุคในคุกซีเกทนั่นเอง

แคลร์พาลุคมารักษาแผลถูกยิง

090919342016-11-13-10-24-42

 

Episode 10 “Take It Personal”

คืนวันที่ 8 หมอเบอสแตนกับแคลร์ช่วยกันทำการทดลองเหมือนที่คุกซีเกทอีกครั้ง โดยเปลี่ยนแปลงขั้นตอนนิดหน่อยบ้าง เพื่อให้สามารถนำเศษลูกกระสุนเยซูออกจากร่างกายลุคได้จนสำเร็จ

วันที่ 9

เช้าวันที่ 9 และเมื่อลุคฟื้น ลุคจึงไปเปิดบันทืกของหมอเบอสแตนในคอมพิวเตอร์ จนรู้ความจริงที่ว่า รีว่าคือหนึ่งในทีมทดลองผู้พาลุคเข้าโปรเจคนี้เช่นกัน (ซึ่งภายหลังรีว่าเปลี่ยนใจพาลุคหนี) ลุคฟาดงวงฟาดงาทำลายคอมพิวเตอร์หมอเบอสแตนทิ้งหมด และพาแคลร์จากไป แต่หลังจากลุคออกไป หมอเบอสแตนก็เก็บฮาร์ดดิสมากู้ข้อมูลได้อยู่ดี

ลุครู้ความจริงว่า รีว่ารู้เห็น และจับตาดูพฤติกรรมลุคตลอดมาตอนอยู่ในคุก

100281432016-11-13-12-25-46

 

คืนวันที่ 9 ด้านทางแบล็คมาเรียห์ก็มาพบกับไดมอนด์แบ็คครั้งแรก ซึ่งไดมอนแบ็คมีแผนจะโยนความผิดให้ลุค โดยการใช้โลหะเยซูที่เป็นสนับมือต่อยฆ่าตำรวจแก่ๆคนหนึ่ง และประกาศตัวให้คนได้ยินว่าเค้าชื่อ ลุค เคจ

ตำรวจผู้โชคร้าย ถูกไดมอนแบ็คใช้เป็นเครื่องมือปรักปรำลุค

100146262016-11-13-10-26-08

 

วันที่ 10

เช้าวันที่ 10 เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจทั้งกรมตามล่าลุคอย่างหนักหน่วง แบล็คมาเรียห์อาศัยจังหวะนี้โจมตีลุค และเสนอกระสุนเยซูให้กรมตำรวจและนายกเทศมนตรีเพื่อจัดการลุค ชื่อเสียงแบล็คมาเรียห์เริ่มกลับมา ทำให้ตอนนี้ทางพรรค ยังไม่กล้าถอนหน้าที่ตัวแทนพรรคของแบล็คมาเรียห์

แบล็คมาเรียห์ให้สัมภาษณ์สื่อหน้าสถานีตำรวจ

100390382016-11-13-15-41-30

 

มีเพียงมิสตี้คนเดียวที่คิดว่า คนที่ฆ่าตำรวจไม่ใช่ลุค เพราะลุคคงไม่โง่ประกาศชื่อตัวเองโต้งๆตอนจะฆ่าใคร มิสตี้รู้ว่าไดมอนแบ็คผู้ลึกลับคือผู้อยู่เบื้องหลังแน่นอน

บ่ายวันที่ 10 มิสตี้ไปหาโดมิงโก้ เพื่อถามโดมิงโก้ว่ารู้จักไดมอนแบ็คหรือไม่ เพราะตั้งแต่คอตตอนเม้าธ์ตายชายคนนี้ก็โผล่มา แก๊งค์อื่นๆก็หายหน้าไปหมดจากฮาเล็ม เหลือเพียงแก๊งค์โดมิงโก้และแก๊งค์แบล็คมาเรียห์เท่านั้น โดมิงโก้จึงแนะนำให้มิสตี้ไปที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์ ที่นั่นมีคำตอบ

มิสตี้มาสอบถามข้อมูลโดมิงโก้

100477232016-11-13-15-39-42

 

หัวค่ำคืนวันที่ 10 แบล็คมาเรียห์จัดงานแถลงข่าวโจมตีลุคที่ฮาเล็มพาราไดซ์ ดามอน บูน ตัวแทนพรรคที่พร้อมเลื่อยเก้าอี้แบล็คมาเรียห์ ก็มาฟังแถลงข่าวด้วย ซึ่งเมื่อลุคกลับมาฮาเล็มและรู้ข่าวนี้ ลุคก็ไปที่คลับฮาเล็มพาราไดซ์เช่นกัน

เมื่อมิสตี้ที่มาถึงคลับ ก็ถูกไดมอนแบ็คยิงเข้าที่แขนต่อหน้าผู้คน ลุครีบใช้ตัวบังกระสุนให้มิสตี้และพาไปหลบ ผู้คนที่มาฟังแถลงข่าวบางคนหนีออกไปได้ทัน บางคนหนีไม่ทัน ซึ่งคนที่หนีไม่ทันก็โดนไดมอนแบ็คและลูกน้องจับเป็นตัวประกันหมด

ลุคบังกระสุนให้มิสตี้

100648332016-11-13-15-43-29

 

Episode 11 “Now You’re Mine”

 

เชดเริ่มเห็นความบ้าระห่ำอย่างไร้สติของไดมอนแบ็ค ซึ่งการทำโฉ่งฉ่างเช่นนี้อาจทำให้ตำรวจบุกเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้เชดก็ต้องตามน้ำไดมอนแบ็คไปก่อน และไดมอนแบ็คก็โยนความผิดเรื่องจับตัวประกันไปให้ลุคอีกคดี

เชดเผชิญหน้ากับไดมอนแบ็ค

110553142016-11-13-15-46-17

 

กลางดึกวันที่ 10 นายกเทศมนตรีและกรมตำรวจฮาเล็ม ตอบรับกระสุนเยซูของแบล็คมาเรียห์ที่เคยเสนอมา เพราะสิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวที่สยบลุคได้ เข้าแผนของไดมอนแบ็ค

จากนั้นไดมอนแบ็คก็ให้ดามอนโทรออกไปบอกตำรวจ ว่าคนจับตัวประกันคือลุค และฆ่าดามอนทิ้งเมื่องานเสร็จ ก่อนจะนำศพดามอนออกไปโยนไว้หน้าคลับ ผู้กองริดลีย์จึงสั่งตำรวจชุดจู่โจมบุกทันที

ดามอน บูน ถูกไดมอนแบ็คฆ่า

110716432016-11-13-15-44-58

จังหวะเดียวกับเชดโดนแคลร์และรีว่าช่วยกันซัดจนสลบ และลุคแอบไปปล่อยตัวประกันทั้งหมด ส่วนไดมอนแบ็คก็หนีไปได้ โดยการช่วยเหลือของซิปลูกน้องเก่าคอตตอนเม้าธ์

และลุคก็ยอมโดนจับง่ายๆเพื่อให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงก่อนในตอนนี้ แต่พยานทุกคนก็ยืนยันว่าลุคบริสุทธิ์ ส่วนเชดก็โดนจับไปง่ายๆเช่นกันเพราะสลบอยู่

 

 

Episode 12 “Soliloquy of Chaos”

 

เมื่อลุคยอมนั่งรถขนย้ายนักโทษไปได้ไกลแล้ว ลุคก็หลบหนีออกมาอย่างง่ายดาย โดยที่ตำรวจซึ่งตามลุคมานั้นไปตัดผมร้านพ็อพบ่อยๆ เมื่อพ็อพเชื่อใจลุค ตำรวจคนนั้นก็เชื่อใจลุคเช่นกัน จึงปล่อยลุคไป

ไดมอนแบ็คนั้นก็รู้ตัวเช่นกันว่า เชดเริ่มกระด้างกระเดื่อง ไดมอนแบ็คจึงสั่งให้ซิปไปรับตัวเชดที่สถานีตำรวจ หลังจากเชดได้รับประกันตัว และให้ซิปฆ่าเชดทิ้งซะ แต่ซิปก็สู้ชั้นเชิงฝีมือของเชดไม่ได้ ซิปจึงโดนฆ่าซะเอง เชดกับไดมอนแบ็คจึงแตกคอกันอย่างเด็ดขาดแล้วในตอนนี้..

เชดฆ่าซิป

120706662016-11-13-14-18-15

แคนแดซ มิลเลอร์ สาวเสิร์ฟที่โดนยัดเงิน ให้กล่าวหาลุคฆ่าคอตตอนเม้าธ์นั้นเกิดเปลี่ยนใจ และนัดพบกับมิสตี้เพื่อให้การความจริงว่า แบล็คมาเรียห์เป็นคนฆ่าคอตตอนเม้าธ์ มิสตี้จึงให้โทรศัพท์ฉุกเฉินกับแคนแดซไว้ติดต่อกัน

แคนแดซ พยานปากเอกเอาผิดแบล็คมาเรียห์

120473062016-11-13-14-16-18

 

ด้านทางโดมิงโก้บุกไปที่กบดานของไดมอนแบ็คเพื่อถล่มแหลก แต่ไดมอนแบ็คก็ใส่ชุดโลหะเยซูที่ผลิตโดยบริษัทแฮมเมอร์ ออกมาลุยแก๊งค์เปอร์โตริกันของโดมิงโก้แหลกเละเทะจนตายหมดแก๊งค์

ลุคซึ่งสืบหาที่กบดานไดมอนแบ็ค ก็ตามมาเช่นกัน แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว และไดมอนแบ็คก็วางระเบิดเวลาทำลายที่กบดานตัวเอง เพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด

คืนนั้นเอง เชดก็แอบมาพบกับแบล็คมาเรียห์ เพื่อตกลงกันว่าต้องฆ่าไดมอนแบ็คทิ้งซะ โดยการยืมมือลุคเป็นคนฆ่า เชดมีแฟ้มประวัติของลุคเพื่อเอาไว้ต่อรองกับลุค แฟ้มที่สามารถเคลียร์ประวัติให้ลุคได้ทั้งหมดในความผิดครั้งนั้น

แฟ้มลบข้อกล่าวหาของ คาร์ล ลูคัส หรือ ลุค เคจ

121051942016-11-13-14-20-04

 

แบล็คมาเรียห์และเชดไปหาลุคที่ร้านตัดผมของพ็อพ หลังจากนั้นมิสตี้ก็โผล่มา โดยมิสตี้นั้นมีพยานยืนยันว่า แบล็คมาเรียห์ฆ่าคอตตอนเม้าธ์จึงมาตามจับ

ขณะที่กำลังเถียงกันวุ่นวาย ไดมอนแบ็คก็โผล่มาพร้อมกับชุดโลหะเยซู ทั้งเชดและมิสตี้กระหน่ำยิงใส่ไดมอนแบ็คก็ไม่ระคาย..

 

Episode 13 “You Know My Steez” (END)

 

แฟ้มของ คาร์ล ลูคัส ซึ่งเคลียร์ข้อหาให้ลุคได้ หล่นไปจากมือเชดกระเด็นไปใต้เบาะในร้าน มือถือของมิสตี้ที่ไว้ติดต่อกับแคนแดซก็หล่นหายเช่นกัน ทุกคนหลบออกมาจากร้านของพ็อพ แล้วปล่อยให้ลุคกับไดมอนแบ็คต่อยกัน 

ข่าวถ่ายทอดสดลุคกับไดมอนแบ็คต่อยกัน

130095732016-11-13-14-32-00

 

ทั้งคู่ต่อยกันจนออกมานอกถนน ซึ่งในที่สุดไดมอนแบ็คก็โดนลุคอัดจนกองลงไป แบล็คมาเรียห์ถูกมิสตี้จับไปดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมคอตตอนเม้าธ์ และลุคก็ยอมเดินทางไปมอบตัวที่สถานีตำรวจฮาเล็มเพื่อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ที่สถานีตำรวจฮาเล็ม แบล็คมาเรียห์ให้การปรักปรำไดมอนแบ็คว่า เป็นผู้ฆ่าคอตตอนเม้าธ์ โดยเธอถูกไดมอนแบ็คบังคับให้ใส่ร้ายลุค จังหวะเดียวกับที่เชดใช้มือถือของมิสตี้ หลอกให้แคนแดซออกมาพบและยิงทิ้ง พยานกล่าวหาแบล็คมาเรียห์จึงไม่มี แบล็คมาเรียห์จึงหลุดคดีไป..

เชดฆ่าแคนแดซปิดปาก

130531402016-11-13-14-30-52

สรุปตอนจบ

ลุค เคจ โดนราชทัณฑ์ตามมาจับในข้อหาแหกคุกซีเกท ซึ่งลุคยอมโดนจับกลับไปแต่โดยดี

หมอเบอสแตนได้สิทธิ์ทดลองร่างของไดมอนแบ็คที่บาดเจ็บสาหัส เพราะได้สูตรใหม่ตอนที่ลุคมารักษารอบสอง

บ็อบบี้เก็บแฟ้มลับเคลียร์ข้อกล่าวหาของลุคได้ในร้านตัดผมของพ็อพ

เชดและแบล็คมาเรียห์คบหากัน และดูแลคลับฮาเล็มพาราไดซ์ร่วมกัน

มิสตี้ ไนท์  เริ่มไม่เชื่อในระบบราชการตำรวจ และมีรูปโฉมเหมือนในคอมมิคแล้ว..

 

*มิสตี้ ไนท์ จะไปร่วมแสดงในเดอะดีเฟนเดอร์ด้วยแน่นอน

130775772016-11-13-14-41-14

 

จบซีซั่นที่ 1 สวัสดีครับ _/\_


หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ