Marvel Cinematic Universe

หมวดหมู่ Avengers/MARVEL ผู้เขียน

Spoiler Alert !! แจ้งเตือนการสปอยล์ !! บทความนี้ ผมรวบรวมเนื้อหาใน Marvel Cinematic Universe ทุกเรื่องที่ฉายมาจนถึงปัจจุบัน ย้ำว่า “หนังทุกเรื่อง” นั่นหมายความว่าผมจะเปิดเผยเนื้อหาปลีกย่อยทั้งหมดนะครับ  “และไม่รวมเนื้อหาในซีรีย์” จึงแจ้งเตือนมาเพื่อทราบ

ก่อนกาลก่อเกิดสรรพสิ่ง มีเอกภาวะอยู่ 6 ชนิด หลังการระเบิดของเอกภาวะ จักรวาลก็อุบัติขึ้น เศษชิ้นส่วนของเอกภาวะชนิดต่างๆ กลับมาหลอมรวมอัดกัน เป็นอัญมณีหนาแน่นสูง 6 ชิ้น เรียกขานว่า “อินฟินีตี้สโตน” (Infinity Stone) อัญมณีพลังทั้ง 6 มีดังนี้

Reality Stone=เปลี่ยนแปลงความจริง

Mind Stone=ควบคุมจิตใจ

Space Stone=ย้ายมวลสารข้ามจักรวาล

Power Stone=พลังทำลายล้าง

Soul Stone=ควบคุมความเป็นความตาย

Time Stone=ควบคุมมิติกาลเวลา

อินฟินีตี้สโตน (Guardians of the Galaxy Vol.1)

Cosmic Entities หรือ สี่สมดุลย์แห่งจักรวาล ประกอบไปด้วย Death (เดธ) / Eternity อีเทอร์นิตี้ / Entropy (เอ็นทรอฟี่) / และ Infinity (อินฟินิตี้) คือ มหาเทพคอสมิคบีอิ้ง 4 ตัวตนที่จุติมาพร้อมๆกับจักรวาลเช่นกัน

สี่สมดุลย์ทำการเจียรไนอินฟินิตี้สโตน ให้เป็นลักษณะต่างๆตามความสามารถของมัน และส่งให้อัญมณีพลังทั้งหมดนั้น กระจัดกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล มีเพียงรูปแบบพลังงานหรือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังสูงส่ง จึงสามารถควบคุมอัญมณีพลังเหล่านี้ได้..

สี่สมดุลย์กำลังสร้างอินฟินิตี้สโตน (Phase 2 Box Set)

 

“Ego the Living Planet” (อีโก้ เดอะลีฟวิ่งเพลเน็ต) หนึ่งในมหาเทพเจ้าของจักรวาล (Celestial) ได้จุติขึ้นมาเป็นรูปแบบสมองไฟฟ้าขนาดมหึมากลางจักรวาลอันเวิ้งว้าง เมื่อเวลาผ่านไป อีโก้พยายามสร้างดวงดาวขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง กำเนิดเป็นดาวเคราะห์อีโก้

แต่ทว่าอีโก้ยังคงสงสัย ว่าจะมีสิ่งใดเหมือนตนเองในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้หรือไม่ อีโก้จึงใช้พลังสร้างร่างกายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างฮิวแมนนอยด์ขึ้นมา และนำร่างแยกนั้นออกเดินทางสำรวจจักรวาลโดยมีแผนการณ์บางอย่าง..

ร่างจริงของอีโก้ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ในเวลาต่อมา.. หนึ่งในคอสมิคบีอิ้งเผ่าพันธุ์มหาเทพเจ้า Celestials ผู้มีนามว่า Eson “The Searcher” คอสมิคบีอิ้งผู้สำรวจอารยธรรมทั่วจักรวาล (เซเลสเทียลคนละประเภทกับอีโก้) อีสันได้ใช้ Power Stone หนึ่งในอินฟินิตี้สโตน ทำลายล้างอารยธรรมบนดาวดวงหนึ่งอย่างง่ายดาย ด้วยการใช้คฑาที่มีพาวเวอร์สโตนสัมผัสพื้นผิวดาว เพียงไม่กี่อึดใจ ดาวทั้งดวงก็ระเบิดเป็นจุล แต่ตัวอีสันที่ยืนอยู่บนดาวที่ระเบิดนั้นไม่มีแม้รอยขีดข่วน

เซเลสเทียลนามว่า อีสัน “เดอะเสิร์ซเชอร์” (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

หลังจากนั้นอีกนานแสนนาน.. พาวเวอร์สโตนบนยอดคฑาอีสัน ก็มาบรรจุอยู่ใน Orb และถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในวิหารบนดวงดาว Morag ที่มีอารยธรรมสูงล้ำ นักบวชชาวโมแร็กนั้นพอจะล่วงรู้ตำนานของสี่สมดุลย์และอินฟินิตี้สโตน จึงทำการสลักผนังขณะที่สี่สมดุลย์สร้างอินฟินิตี้่สโตนไว้ในห้องเก็บพาวเวอร์สโตนด้วย

จิตรกรรมฝาผนังสี่สมดุลย์ในวิหารบนดาวโมแร็ก (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

แต่หลังจากนั้นดาวโมแร็กก็เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่หลวง ดาวทั้งดวงจมอยู่ใต้มหาสมุทร อารยธรมล่มสลายกลายเป็นดาวร้าง ทำให้พาวเวอร์สโตนที่อยู่ในออร์ปจมอยู่ใต้มหาสมุทรบนดาวโมแร็กเช่นนั้นสืบมา..

ผ่านมาอีกนานแสนนานหลังกำเนิดจักรวาล.. ก่อนการกำเนิดแห่งแสงสว่างในจักรวาล ตอนที่จักรวาลยังคงมีแต่ความมืดมิด และจากความมืดมิด ก็ให้กำเนิด “Dark Elf” บนดาวสวาทาลฟ์ไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล

ที่มิดการ์ด (โลก) 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล อุกกาบาตแร่โลหะต่างดาวขนาดมหึมา (Vibranium) ได้ตกลงมาที่ทวีปขนาดใหญ่แห่งนึงบนโลก (ปัจจุบันคือทวีปแอฟริกา) ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับพืชพันธุ์และสิ่งมีชีวิตทั่วบริเวณนั้น ผ่านมาเนิ่นนาน ชนเผ่าดั้งเดิม 5 ชนเผ่าของแผ่นดินบริเวณนั้น ที่อาศัยอยู่บริเวณที่อุกกาบาตแร่ไวเบรเนียมตกลงมา ได้ต่อสู้แย่งชิงดินแดนแห่งนี้กันอย่างไม่หยุดหย่อน

ไวเบรเนียม (Black Panther 1)

 

จวบจนหมอผีของเผ่าโกลเด้นนามว่า Bashenga (บาเชนก้า) ได้รับการติดต่อจาก เทวีบาสท์ เทพเจ้าเสือดำแห่งทวีปแอฟริกา ชี้นำให้บาเชนก้ากิน “สมุนไพรรูปหัวใจ” ที่กลายพันธุ์ขึ้นจากอุกกาบาตต่างดาวเช่นกัน ทำให้บาเชนก้ามีพละกำลังเหนือมนุษย์ กำเนิดเป็น “แบล็คแพนเธอร์” คนแรก

แบล็คแพนเธอร์ได้ทำการรวมชนเผ่าทั้ง 5 เข้ามาเป็นหนึ่งเดียว ยุติสงคราม และสถาปนาก่อตั้งประเทศ “วากานด้า” ขึ้นมานับตั้งแต่นั้น แต่เผ่าจาบารี่ขอแยกตัวไปอยู่บนหุบเขาภายในวากานด้าอย่างโดดเดี่ยวไม่ยุ่งกับเผ่าอื่นๆ

เทวีบาสท์พบกับหมอผีบาเชนก้า (Black Panther 1)

 

ที่สวาทาลฟ์ไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล ดาร์คเอลฟ์มีราชานามว่า Malekith มาลาคิธ มีความโหดเหี้ยม ทะเยอทะยาน จนกระทั่งมาลาคิธได้ค้นพบหนทางเปลี่ยนจักรวาลให้กลับไปมืดมิดอีกครั้ง โดยมาลาคิธจะใช้หนึ่งในอัญมณีขุมพลังดึกดำบรรพ์ของจักรวาล นั่นก็คือ เรียลลิตี้สโตน ซึ่งถูกเรียกขานว่า “Aether” ที่มีพลังเปลี่ยนแปลงความจริง เพื่อทำการเปลี่ยนจักรวาลให้มืดมิด

มาลาคิธ (Thor:2 The Dark World)

 

อีกมุมหนึ่งในมิติเร้นลับของจักรวาล Agamotto ที่จุติขึ้นมานานแล้วจากดวงเนตรของ Oshtur อดีต Elder Goddess หรืออดีตเทพเจ้าชั้นอาวุโสของจักรวาล หลังจากอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานแสนนาน อกามอตโต้ก็เริ่มออกค้นหาพระมารดาของตนไปทั่วจักรวาล

อีกด้านนึงของจักรวาล.. สุดยอดจอมปีศาจผู้มีนามว่า Dormammu ซึ่งมาจากต่างมิติที่เรียกว่า Dark Dimension ดอร์มัมมูนำดาร์คดิเมนชั่นกลืนกินอาณาจักรและดวงดาวต่างๆมากมายไปทั่วจักรวาล

ดอร์มัมมู (Doctor Strange 1)

 

ที่มิดการ์ด (โลก) 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล โลก คือเป้าหมายสำคัญที่ดอร์มัมมูต้องการดูดกลืนสู่มิติดาร์คดิเมนชั่น แต่มหาเทพอกาม็อตโต้ ก็ออกตัวเข้าขัดขวางดอร์มัมมู ไม่ให้กลืนมิติโลกมนุษย์เข้าสู่ดาร์คดิเมนชั่น ทำให้อกามอตโต้กลายเป็นจอมเวทย์ผู้ปกป้องโลกคนแรก (First Sorcerer Supreme) อกามอตโต้จึงนำไทม์สโตนซึ่งถูกซ่อนอยู่ในไอเทมวิเศษ นั่นก็คือ Eye of Agamotto เพื่อเอาไว้สืบทอดสู่มนุษย์ใช้ปกป้องโลก

(Eye of Agamotto คือ Time Stone 1ใน Infinity Stone)

 

อกามอตโต้สร้างเขตเวทย์ (Sanctum) เพื่อป้องกันดอร์มัมมูไว้สามสถานที่บนโลกทั้งสามทวีปดินแดนใหญ่ (ปัจจุบันคือ ลอนดอน ฮ่องกง และ นิวยอร์ค) โดยเขตเวทย์ทั้งสามจะคอยป้องกันไม่ให้ดอร์มัมมูใช้ดาร์คดิเมนชั่นกลืนกินมิติโลกได้

หลังจากนั้น อกามอตโต้ก็สละหน้าที่จอมเวทย์สูงสุด เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลกมนุษย์ที่เก่งกาจเวทย์ ดูแลปกป้องมิติโลกแทนตนเอง จึงมีซอเซอร์เรอร์ซูพรีม หรือ จอมเวทย์สูงสุดของโลกคนที่ 2 ,3,4,5 ฯลฯ เรื่อยๆมาหลังจากนั้น จอมเวทย์สูงสุดของโลกทำหน้าที่หลักคือ ป้องกันไม่ให้มีอะไร หรือ สิ่งใด มารบกวนมิติโลก นับตั้งแต่บัดนั้นสืบมา..

เขตเวทย์แห่งอกามอตโต้ทั้งสามบนโลก (Doctor Strange 1)

 

ที่สวาทาร์ฟไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล มาลาคิธกำลังคิดจะใช้อีเธอร์หรือเรียลลิตี้สโตนเปลี่ยนจักรวาลให้กลับไปมืดมิดอีกครั้ง จากการเรียงตัวของหมู่ดาว 9 อาณาจักรแห่งจักรวาลในรอบพันปี มาลาคิธได้นำอีเธอร์ไปยังจุดที่ดาวเรียงกันและส่งพลังสูงที่สุด

(Aether คือ Reality Stone 1ใน Infinity Stone)

 

2988 ปีก่อนคริสตกาล.. แต่ทว่า “Bor” กษัตริย์แห่งแอสการ์ด ซึ่งเป็น 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาลเช่นกัน บอร์นำทัพแอสการ์เดี้ยนบุกสวาทาลฟ์ไฮม์ เพื่อทำการขัดขวางมาลาคิธ ชิงอีเธอร์มาได้ และสังหารดาร์คเอลฟ์ไปมากมาย มาลาคิธและดาร์คเอลฟ์ที่เหลือจึงหนีไปจำศีลหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืดของจักรวาล รอเวลาจะกลับมาอีกครา..

บอร์รู้ว่า อีเธอร์ คือขุมพลังดึกดำบรรพ์ทรงพลังที่มิอาจทำลายได้ บอร์จึงนำอีเธอร์ไปซ่อนเร้นไว้ในมิติลึกลับที่ทับซ้อนอยู่ในอิกดราซิล หรือ ต้นไม้แกนโลก ซึ่งเป็นหนทางเชื่อมต่ออาณาจักรทั้ง 9 ไว้ด้วยกันนั่นเอง

ราชาบอร์ อาวุธคู่กายคือกุงเนียร์ (Thor:2 The Dark World)

 

ที่มัสเปลไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล โอดิน บอร์ซัน เจ้าชายแอสการ์ด บุตรชายแห่งราชาบอร์ ได้พิชิตมัสเปลไฮม์ ดินแดนแห่งยักษ์อสูรไฟ ทำการปราบราชาอสูรไฟ Surtur (เซอร์เทอร์) ลงไปได้สำเร็จ

แต่โอดินฆ่าเซอร์เทอร์ไม่ได้ หัวกระโหลกเซอร์เทอร์จะคืนชีพได้อีกครั้ง โอดินจึงยึดเอา Eternal Flame ขุมพลังของเซอร์เทอร์มาเก็บไว้ที่คลังแอสการ์ดซะเลย เพื่อสะกดราชาเซอร์เทอร์ไว้ไม่ให้มีพลังกล้าแกร่งขึ้นได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้น

ราชาอสูรไฟ เซอร์เทอร์ (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่แอสการ์ด 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล ต่อมา บอร์ก็สละบัลลังค์ให้บุตรโอดิน มอบอาวุธคือกุงเนียร์ให้ด้วย โอดินกษัตริย์แห่งแอสการ์ดคนปัจจุบัน มีบุตรสาวคนแรกนามว่า Hela เมื่อเจ้าหญิงเฮล่าเติบโต โอดินก็แต่งตั้งให้ลูกสาวมีหน้าที่เป็นผู้สำเร็จโทษหรือ Executioner โอดินมอบฆ้อน Mjolnir ให้เฮล่าใช้ทำศึก โอดินและเฮล่านำเหล่าอานเฮอญ่าทำการพิชิตอาณาจักรที่กระด้างกระเดื่องไว้ได้ทั้งหมด

 เฮล่าถือโยเนียร์ โอดินถือกุงเนียร์ (Thor 3: Ragnarok)

 

แต่เมื่ออาณาจักรทั้ง 9 สงบร่มเย็นไม่มีศึก หากแต่เฮล่ายังไม่อยากหยุดเพียงแค่การยึดครองแค่ 9 อาณาจักร เฮล่าอยากยึดครองทั้งจักรวาล โอดินที่มีวุฒิภาวะขึ้น โอดินจึงคิดได้ว่า โอดินนั้นได้หล่อหลอมให้เฮล่ากลายเป็นเทพีแห่งความตายผู้กระหายสงครามไปเสียแล้ว ซึ่งอาจเป็นภัยกับแอสการ์ดและอาณาจักรทั้ง 9

โอดินจึงยึดโยเนียร์ สังหารเหล่าทหารในอาณัติเฮล่า สังหาร เฟนริส หมาป่ายักษ์สัตว์เลี้ยงของเฮล่า นำศพเหล่านั้นฝังลงใต้คลังสมบัติแอสการ์ด และใช้เวทย์มนต์เนรเทศให้เฮล่าตกไปสู่มิตินรกนามว่า Hel ซึ่งมิติเฮลซ้อนทับอยู่ใต้นิลฟ์ไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล

เฮล่า โดนเนรเทศไปสู่ เฮล (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่เฮล โอดินยังส่งให้เหล่าวัลคีริเออร์ เทพีนักรบสาวล้วน ทำการเดินทางด้วยไบฟรอสท์ไปยื้อเฮล่าไว้ที่นั่นก่อนประตูมิติเฮลจะปิดสนิท ทำให้เหล่าวัลคีริเออร์ล้มตายไปแทบหมดสิ้น แต่ยังคงเหลือวัลคีริเออร์นามว่า Brunnhilde เพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิต

บรันน์ฮิลด์ หรือ วัลคีรี่ (Thor 3: Ragnarok)

 

เฮล่าจึงโดนจองจำอยู่ที่เฮลด้วยมนต์สะกดของโอดิน ทำให้หนีออกมาไม่ได้อีกเลย ส่วนบรันฮิลด์กระเด็นเข้าสู่สะพานรูหนอนของไบฟรอสท์ที่ปั่นป่วน จึงไปโผล่ที่อาณาจักที่อยู่ในมิติกึ่งความเป็นจริงนามว่า Skarr และที่ดาวสคาร์นี้เอง ที่บรันน์ฮิลด์ได้พบกับแกรนด์มาสเตอร์ผู้เป็นใหญ่สูงสุดบนดาวสคาร์

The Grandmaster ผู้อาวุโสแห่งจักรวาล (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่แอสการ์ด หลังจากนั้น โอดินทำการบิดเบือนประวัติศาสตร์แอสการ์ดที่มีเฮล่าเกี่ยวข้องออกทั้งหมด และอภิเษกสมรสครองคู่กับ Frigga ราชินีฟลิกก้าให้กำเนิดบุตรชาย และให้ชื่อว่า “Thor”

ราชาโอดินก็ตั้งใจจะมอบฆ้อนโยเนียให้ธอร์เมื่อธอร์เติบโตขึ้น และไม่มีใครสามารถใช้หรือยกฆ้อนโยเนียนี้ได้นอกจากโอดินและธอร์ (แต่เฮล่าก็ใช้โยเนียร์ได้ เพราะเคยเป็นของนางมาก่อน) ราชินีฟลิกก้าให้ความสามารถธอร์คือความกล้าหาญ โอดินให้ความสามารถธอร์คือพละกำลังและอำนาจเรียกสายฟ้า..

โยเนียร์ (Thor 1)

 

โลกมนุษย์หรือมิดการ์ดในอดีตบรรพกาลปี ค.ศ. 965 ครานั้น ยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธันไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล ได้บุกรุกโลกมนุษย์เพื่อหวังยึดครอง โดยเหล่ายักษ์น้ำแข็งพึ่งพาพลังของ สเปซสโตน อัญมณีดึกดำบรรพ์ของจักรวาลที่ถูกเรียกขานว่า “Tesseract” นำกองทัพเดินทางข้ามจักรวาล (แทซเซอแรคน่าจะอยู่บนโลกก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยักษ์น้ำแข็งรู้วิธีเชื่อมพลัง จึงมาที่โลกได้)

สถานที่ที่เหล่ายักษ์น้ำแข็งได้ลงมายังโลกนั้นคือ ทอร์นสเบิร์ก นอร์เวย์ ยักษ์น้ำแข็งใช้หีบศักสิทธิ์ (Casket of Ancient Winters) คร่าชีวิตมนุษย์ไปมากมายในตอนนั้น

ยักษ์น้ำแข็ง (Thor 1)

 

โอดิน กษัตริย์แห่งแอสการ์ด ได้นำทัพนักรบอานเฮอญ่าเดินทางข้ามจักรวาลโดยสะพานไบฟรอสท์มายังโลก เพื่อสู้กับยักษ์น้ำแข็ง กองทัพแอสกาเดี้ยนมาช่วยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวมนุษย์ ขับไล่เหล่ายักษ์น้ำแข็งกลับไปโยธันไฮม์ได้สำเร็จ

โอดิน บอร์ซัน บิดาแห่งทวยเทพ (Thor: 1)

 

การปรากฏตัวของชาวแอสกาเดี้ยนครั้งนั้น ทำให้มนุษย์ได้ตระหนักว่า มนุษย์มิได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล เนื่องด้วยสติปัญญา/พละกำลัง/และเทคโนโลยีของชาวแอสกาเดี้ยน ทำให้มนุษ์มิอาจมองเสมอเหมือนตน กลับยกให้เป็นเทพเจ้าของพวกเขา

โอดินทำการซ่อนแทซเซอแร๊คไว้กับเหล่ามนุษย์ชาวไวกิ้งที่เมืองทอร์นสเบิร์กประเทศนอร์เวย์ในครั้งนั้น เพื่อหวังให้พ้นจากเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายในจักรวาลที่หวังจะใช้ขุมพลังนี้เพื่อรุกรานเผ่าพันธุ์อื่นๆอีก

( Tesseract คือ Space Stone 1ใน Infinity Stone)

 

ที่โยธันไฮม์ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล หลังจากนั้น โอดินก็ไล่ล่าตามเหล่ายักษ์น้ำแข็งกลับไปที่โยธันไฮม์ เพื่อหวังจะกำจัดให้สิ้นซาก โอดินทำการจับกุม “ลอฟฟี่” ราชาแห่งอาณาจักรโยธันไฮม์ไว้ได้ เมื่อเหล่ายักษ์น้ำแข็งพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง โอดินจึงมีความปราณี ไว้ชีวิตลอฟฟี่ และ เหล่ายักษ์น้ำแข็งที่เหลือ (โอดินเสียดวงตาข้างขวาไปในศึกนี้)

ราชาโอดินบุกโยธันไฮม์และจับกุมราชาลอฟฟี่ (Thor:1)

 

โดยลอฟฟี่และโอดินมีข้อตกลงกันว่า ห้ามยักษ์น้ำแข็งรุกรานใครอีก รวมถึงชาวแอสกาเดี้ยนก็จะไม่รุกรานโยธันไฮม์เช่นกัน โอดินยึดหีบศักสิทธิ์ไว้ด้วย และนำกลับไปเก็บรักษาไว้ในคลังสมบัติวังแอสการ์ด

ขณะกำลังบุกวังยักษ์น้ำแข็ง โอดินได้พบกับทารกน้อยซึ่งถูกทิ้งมีขนาดตัวเท่าๆแอสการ์เดี้ยน มิตัวใหญ่เหมือนเหล่ายักษ์น้ำแข็งทั่วไป โอดินจึงใช้มนต์ฉาบผิวให้เหมือนแอสการ์เดี้ยน และเก็บมาเลี้ยงไว้เสมือนลูก ตั้งชื่อให้นามว่า “Loki” (ซึ่งโลกิคือบุตรของลอฟฟี่นั่นเอง) ราชินีฟลิกก้าแห่งแอสการ์ด ได้สอนวิชาสร้างมายาแก่บุตรบุญธรรมโลกิด้วย ธอร์และโลกิจึงเติบโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ

ราชาโอดินจูงมือธอร์และโลกิในวัยเด็ก (Thor:1)

 

ปี ค.ศ.1372 ตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดของโลกสืบทอดจากมนุษย์รุ่นสู่รุ่น มาจนถึงหญิงจอมเวทย์วัย 30 กว่าปี ผู้มีสายเลือกชาวเคลต์ เธอพำนักอาศัยอยู่ในสำนักจอมเวทย์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานชื่อ KarMar – Taj (คามา-ทาจ) ตั้งอยู่บริเวณกำเนิดอารยธรรมแรกๆ (ปัจจุบันคือ เนปาล) ลูกศิษย์ลูกหาต่างเรียกขานเธอว่า อันเชียน วัน และเธอก็ไม่แก่ลงอีกเลยนับตั้งแต่นั้น ที่ไม่แก่เพราะอันเชี่ยนวันมีความลับบางอย่าง..

Ancient One / Sorcerer Supreme (Doctor Strange)

 

ปี ค.ศ. 1939 ขณะที่ชนวนเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มประทุ กองทัพนาซีนำโดยฮิตเลอร์ ได้นำกองกำลังเยอรมันและฝ่ายอักษะรุกรานประเทศแถบยุโรปอย่างหนัก และมีหน่วยรบที่แข็งแกร่งของนาซีนามว่า “ไฮดร้า” เป็นกองกำลังแนวหน้าของนาซี ไฮดร้ามีผู้นำคือ “ผู้พันโยฮัน ชมิธ” ผู้ซึ่งสนใจในพลังแห่งตำนานเหล่าเทพเจ้าโบราณกาลเฉกเช่นเดียวกับฮิตเลอร์

Hydra (Cap 1 The First Avenger)

 

ผู้พันชมิธได้เกณฑ์นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจซึ่งนำโดย “ดร.อาร์นิม โซล่า” มาสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยและทรงอาณุภาพเพื่อสู้รบกับฝ่ายพันธมิตรและอเมริกา แต่ผู้พันชมิธไม่พอใจเพียงแค่นั้น

“ดร.อับบราฮัม เอิลสกิน” ชาวเยอรมัน ได้ผลิตเซรั่มที่ทำให้มนุษย์นั้นมีความสามารถเกินขีดจำกัด หรือ เหนือมนุษย์นั่นเอง สูตรเซรั่มนี้เป็นที่หมายปองของชมิธเป็นอย่างมาก ชมิธนั้นบังคับให้ดร.เอิลสกินผลิตเซรั่มเหนือมนุษย์ให้แก่ตน

ผู้พันชมิธข่มขู่ดร.เอิลสกินให้มอบเซรุ่มเหนือมนุษย์ ( Cap 1 The First Avenger)

 

ดร.เอิลสกินนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าสูตรเซรั่มนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ชมิธก็ยังดื้อดึงฉีดมันเข้าไป ผลปรากฎว่าร่างกายชมิธแข็งแกร่งขึ้นก็จริง แต่ก็แลกกับผลข้างเคียง ที่ทำให้บริเวณทั่วกะโหลกนั้นโดนเซรุ่มแผดเผาผมร่วง และผิวหนังทั่วใบหน้าไหม้กลายเป็นสีแดง ชมิธจึงถูกเรียกขานจากนายทหารนาซีด้วยกันว่า “เร้ดสกัลล์” (Redskull) หรือ โหลกแดง

โหลกแดงใช้จิตรกรมีฝีมือแต่งหน้ากากหนังให้ปกคลุมใบหน้าเหมือนคนผู้พันชมิธเดิม และโหลกแดงก็เริ่มตามหาแหล่งขุมพลังเหล่าเทพเจ้าในตำนานต่างๆทั่วยุโรปต่อไปตามอุดมการณ์

โหลกแดง (Cap 1 The First Avenger)

 

ปี ค.ศ. 1942 จนกระทั่งโหลกแดงสืบมาถึงเมืองทอร์นสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ โหลกแดงจึงค้นพบแทซเซอแรคซึ่งซ่อนไว้ภายในผนังวัดที่นี่ โหลกแดงนำแทซเซอแรคกลับไปวิจัยร่วมกับดร.โซล่า และควบคุมพลังงานแทซเซอแรคได้ระดับนึง ซึ่งเพียงแค่นี้ก็สร้างอาวุธมหาประลัยได้แล้ว แต่โหลกแดงก็ยังไม่รู้ขอบเขตหรือพลังที่แท้จริงของอัญมณีดึกดำบรรพ์ของจักรวาลชิ้นนี้..

ดร.โซล่าและโหลกแดงนำพลังงานจากแทซเซอแรคมาใช้ ( Cap 1 The First Avenger)

 

ที่สหรัฐอเมริกา ด้าน ดร.เอิลสกิน หลังจากลี้ภัยมาอยู่กองทัพสหรัฐ ก็ยังทำการวิจัยเซรุ่มเหนือมนุษย์นี้ต่อ เพื่อสร้างสุดยอดทหารในหน่วยวิทยาศาสตร์แห่งกองยุทโธประการกองหนุนแห่งสหรัฐ หรือ หน่วย SSR หัวหน้าหน่วยคือ “ผู้พันฟิลิป” โดยมี “เอเจนท์มากาเร็ต เพ็กกี้ คาร์เตอร์” สายลับทหารหญิงชาวอังกฤษช่วยงานด้านข่าวกรอง

ผู้พันฟิลิปและเพกกี้ ( Cap 1 The First Avenger)

 

หน่วย SSR ยังได้เชิญให้ “ฮาเวิร์ด สตาร์ค” วิศกรอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งยุคของสหรัฐ เจ้าของบริษัทสตาร์คอินดรัสทรีย์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธให้กับกองทัพสหรัฐ เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาขั้นสูงอีกด้วย หน่วย SSR นี้มีหน้าที่สร้างอาวุธล้ำๆ ที่สามารถต่อกรกับหน่วยไฮดร้าของนาซีเยอรมันโดยเฉพาะ

ฮาเวิร์ด สตาร์ค (Cap 1 The First Avenger)

 

ดร.เอิลสกิน,ฮาเวิร์ด,ผู้พันฟิลิป,และเพกกี้ ยอดคนแห่งยุคทั้งสี่ จึงร่วมกันก่อตั้งโครงการ “รีเบิร์ธ” ขึ้นมา เพื่อหวังสร้างกองทัพสุดยอดทหารมาสู้กับไฮดร้าโดยเฉพาะ

ดร.เอิลสกินทำการวิจัยข้อมูลจนสำเร็จ โดยใช้ไครโอซิงค์ที่ฮาเวิร์ดผลิต บรรจุเซรุ่มของเขา ไครโอซิงค์ใช้เซรุ่มส่วนนึงอาบผิวนอกผู้ทดลอง และใช้เซรุ่มอีกส่วนฉีดเข้าด้านในร่างกายผู้ทดลอง

ดร.อับบราฮัม เอิลสกิน (Cap 1 The First Avenger)

 

ดร.เอิลสกิน อยากได้คนที่คู่ควร เพราะพลังนี้มหาศาล ต้องได้คนที่จิตใจดีควรค่าสมกับเป็นเจ้าของพลังวิเศษนี้ เพื่อจะได้ไม่นำพลังนี้ไปใช้ในทางเลวร้ายนั่นเอง หน่วย SSR จึงทำการเริ่มเฟ้นหาทหารคนแรกในโครงการรีเบิร์ธ

ที่ฐานลับไฮดร้าบนยอดเขาแอลป์ ประเทศออสเตรีย ด้านผู้พันชมิธก็สืบรู้แล้วว่า ดร.เอิลสกินลี้ภัยอยู่ที่อเมริกา จึงให้สายลับไฮดร้าติดตามดร.เอิลสกินไม่ให้คลาดสายตา และฆ่าทันทีที่มีโอกาส

 

ปี ค.ศ. 1943 “สตีฟ โรเจอร์” ชายหนุ่มอเมริกันร่างเล็ก ผู้ไม่เคยยอมให้ใครรังแก จิตใจดี สู้ไม่ถอย มีเพื่อนรักตั้งแต่วัยเด็กคือ “บัคกี้ บาร์น” ซึ่งบัคกี้เกณฑ์ติดทหารแล้ว อยู่หน่วยรบ 107 ได้ยศเป็นจ่า สตีฟอยากเป็นทหารรับใช้ชาติเช่นกัน อยากเป็นมากกว่าบัคกี้ด้วยซ้ำ แต่สตีฟสมัครทหารหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ

สตีฟและบัคกี้ (Cap 2 Winter Soldier)

 

จนวันนึง ดร.เอิลสกินได้พบสตีฟมาสมัครเกณฑ์ทหาร และถูกปฎิเสธอีกครั้ง เห็นความมุ่งมั่นและทัศนะคติของสตีฟแล้ว จึงตัดสินใจว่าสตีฟนี่ละ เหมาะสมกับสุดยอดทหารคนแรกในโครงการรีเบิร์ธ เอเจ้นท์คาเตอร์ก็เห็นแววผู้นำและความเด็ดเดี่ยวของสตีพเช่นกัน เมื่อการทดลองเสร็จสมบูรณ์ สตีฟได้กลายเป็นสุดยอดทหารในโครงการรีเบิร์ธคนแรก

ดร.เอิลสกินและฮาเวิร์ด นำสตีฟออกจากไครโอชิงค์ ( Cap 1 The First Avenger)

 

แต่ดร.เอิลสกินกลับถูกลอบสังหารโดยสายลับของไฮดร้าทันทีหลังการทดลอง เมื่อไม่มี ดร.เอิลสกิน จึงไม่มีใครสามารถผลิตสุดยอดทหารได้อีกเลยนับแต่นั้น โครงการรีเบิร์ธจึงถูกยุบไป ด้านสตีฟถูกแต่งตั้งให้เป็น “กัปตันอเมริกา” หน้าที่คือโฆษณาปลุกใจอเมริกันชนให้รักชาติ

สตีฟกลายเป็นเครื่องมือหาเสียงของรัฐบาล ( Cap 1 The First Avenger)

 

ชาวอเมริกันรักสตีฟ แต่ทหารอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ชอบกัปตันอเมริกา เนื่องด้วยวันๆเอาแต่โชว์ตัว ไม่เคยออกรบ ผู้พันฟิลิปก็ไม่เชื่อถือสตีฟว่าจะรบเป็น แต่เอเจ้นท์คาเตอร์หรือเพกกี้ ก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวสตีฟเสมอ

ที่ประเทศอิตาลี จนวันนึงขณะโชว์ตัวตามปกติ สตีฟก็ได้ข่าวว่าหน่วยรบ 107 ของบัคกี้เพื่อนรัก ถูกจับเป็นเชลยที่ค่ายไฮดร้าในออสเตรีย ฮาเวิร์ดและเพกกี้จึงช่วยสตีฟบินลอบเข้าเขตที่เยอรมันยึดครองในออสเตรีย

พกกี้และฮาเวิร์ดขับเครื่องบินพาสตีฟไปส่งในออสเตรีย ( Cap 1 The First Avenger)

 

สตีฟกระโดดร่มลงไปในพื้นที่ค่ายเชลยไฮดร้า และช่วยหน่วยรบ 107 ได้ทั้งหน่วย สตีฟพบบัคกี้กำลังถูกดร.โซล่าล้างสมอง เพื่อสร้างสุดยอดนักฆ่าที่สะกดจิตควบคุมได้ แต่สตีฟไปช่วยบัคกี้ไว้ก่อนขั้นตอนล้างสมองสมบูรณ์

โหลกแดงซึ่งอยู่ในฐานนั้นด้วย เห็นว่าคงจะต้านสตีฟไว้ไม่อยู่ จึงกดปุ่มระเบิดนับเวลาถอยหลัง เพื่อทำลายฐานทัพทิ้งทันที สตีฟและโหลกแดงจึงเผชิญหน้าและปะทะกันเป็นครั้งแรก

สตีฟและโหลกแดง ( Cap 1 The First Avenger)

 

ดร.โซล่าเห็นว่าการสู้คงยืดเยื้อ กลัวจะหนีไม่ทันระเบิด จึงสับสวิทย์แยกสะพานที่ทั้งคู่สู้กันอยู่ ต่างฝ่ายจึงต่างแยกกันหนีระเบิดไป ซึ่งโหลกแดงตัดสินใจไม่ใส่หน้ากากหน้ามนุษย์ปกติอำพรางตนเองอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเช่นกัน ส่วนด้านทางสตีฟก็นำพาทั้งหน่วย 107 แทบทั้งหมดกลับค่ายอเมริกันในอิตาลีได้สำเร็จ

สตีฟได้รับเสียงชื่นชมจากทหารอเมริกันแนวหน้าทั้งกองพัน ( Cap 1 The First Avenger)

 

หลังจากนั้น สตีฟ โรเจอร์ หรือกัปตันอเมริกา ก็ได้รับการยอมรับจากเพื่อนทหารและผู้พันฟิลิป กัปตันโรเจอร์ได้ก่อตั้งหน่วยฮาวลิ่งคอมมานโดซึ่งเป็นหน่วยจู่โจมลับของ SSR เพื่อทำลายฐานไฮดร้าโดยเฉพาะ ในทีมมีบัคกี้ด้วย

 

ปี 1945 ตลอดสามปี ภาระกิจต่างๆที่หน่วยฮาวลิ่งคอมมานโดบุกฐานไฮดร้า ถูกถ่ายทอดให้อเมริกันชนได้ชมตลอด ชาวอเมริกันยกย่องให้กัปตันโรเจอร์เป็นฮีโร่วีรบุรษสงคราม..

โหลกแดงแค้นใจมาก สั่งให้ ดร.โซล่าวางแผนล่อทีมฮาวลิ่งคอมมาโดไปติดกับบนรถไฟที่กำลังวิ่งเลาะหน้าผาบริเวณประเทศออสเตรีย ทำให้บัคกี้พลาดถูกเล่นงานจนเสียหลักตกหน้าผาไป

บักกี้และแคปวางแผนกระโดดขึ้นรถไฟด่วนจี๋ของไฮดร้า ( Cap 1 The First Avenger)

 

แต่ในที่สุดทีมฮาวลิ่งคอมมานโดก็จับตัว ดร.โซล่าได้สำเร็จ กัปตันโรเจอร์คิดว่าบัคกี้ตายแล้ว แต่ที่จริงบัคกี้ไม่ตาย และแขนขาด ไฮดร้าจับบัคกี้ไปล้างสมองที่ฐานลับไฮดร้าในไซบีเรีย สหภาพโซเวียต เพื่อนำบัคกี้เข้าโปรเจค “Winter Soldier” ไฮดร้าใส่แขนเหล็กกลให้บัคกี้ และทำการทดลองสร้างวินเทอร์โซลเยอร์ต่อไป

บัคกี้กำลังจะกลายเป็นวินเทอร์โซลเยอร์ (Cap3: Civil War)

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน.. กัปตันโรเจอร์ก็นำหน่วยฮาวลิ่งฯบุกฐานที่มั่นสุดท้ายของไฮดร้า ซึ่งเป็นฐานบัญชาการสูงสุดบน ยอดเขาแอลป์ ประเทศออสเตรีย กัปตันโรเจอร์ถล่มฐานได้สำเร็จ โหลกแดงนำแทซเซอแรคหนีไปขึ้นเครื่องบินรบวัลคีรี่ และขับออกไปพร้อมระเบิดทำลายล้างสูงหวังถล่มอเมริกา

กัปตันโรเจอร์ตามขึ้นเครื่องบินทัน ระหว่างที่ทั้งสองสู้กันนั้น แทซเซอแรคได้หลุดออกมาจากกระเป๋าที่บรรจุไว้ โหลกแดงจับแทซเซอแรคและโดนดูดไปที่ใดที่หนึ่งในจักรวาล ซึ่งที่นั่นคือดาว Vormir

โหลกแดงถูกวาร์ปไปสู่ดาววอร์เมียร์ ( Cap 1 The First Avenger)

แทซเซอแร๊คหลุดมือเร้ดสกัลล์ และหลอมพื้นเครื่องบินหล่นลงในทะเลน้ำแข็ง บริเวณเขตอาร์คติค เนื่องจากกัปตันโรเจอร์ขับเครื่องบินรบล้ำสมัยนี้ไม่เป็น อีกทั้งเร็วมาก อีกไม่กี่อึดใจก็ถึงอเมริกาแล้ว

กัปตันโรเจอร์จึงตัดสินใจสละชีวิตบังคับเครื่องลงทะเลน้ำแข็งไปเลย กองทัพสหรัฐฯและฮาเวิร์ดออกทำการค้นหา พบเพียงแทซเซอแรค ทุกคนรวมถึงเพกกี้คิดว่าสตีฟตาย แต่สตีฟไม่ตาย และถูกแช่แข็งในทะเลน้ำแข็งเขตอาร์คติคอยู่ในภาวะจำศีล..

เพกกี้พูดวิทยุกับแคปก่อนที่วัลคีรีจะจมลงทะเลน้ำแข็ง ( Cap 1 The First Avenger)

 

สงครามจบลง เยอรมันพ่ายแพ้ หน่วย SSR ตามจับนายทหารระดับสูงของไฮดร้าไว้ได้หลายคน กัปตันอเมริกากลายเป็นตำนานวีรบุรุษของชาติ เพกกี้นำหน่วยฮาวลิ่งคอมมาโดเข้าทำลายฐานทัพย่อยต่างของไฮดร้าทั่วยุโรป

 

ปี 1948 – ปี 1950 ผู้พันฟิลิป,เพกกี้,และฮาเวิร์ด ร่วมกันก่อตั้งหน่วย”ชีลด์” (S.H.I.E.L.D.) เพื่อทำหน้าที่ป้องกันการรุกรานจากสิ่งต่างๆที่คุกคามสหรัฐและโลก และยุบหน่วย SSR ลง ทั้งสิ่งของและฐานลับของ SSR จึงตกเป็นของชิลด์ด้วย

เพกกี้, ฮาเวิร์ด, ผู้พันฟิลิป (Cap 2 Winter Soldier)

 

ที่ตั้งหน่วยชิลด์ที่แรก คือฐานลับที่นิวยอร์ค ที่เดียวกันกับที่สร้างกัปตันอเมริกา หน่วยชีลด์ได้เชิญนักวิทยาศาสตร์ของไฮดร้าที่ถูกจับมาเป็นเชลยสงครามมาทำงานในโปรเจค “เปปเปอร์คลิป” รวมถึง ดร.โซล่าก็ถูกเชิญเข้าโปรเจคเช่นกัน ดร.โซล่าจึงปลุกไฮดร้าให้เติบโตขึ้นใหม่แบบลับๆในหน่วยชีลล์นี่เอง..

ดร.โซล่าสังกัดหน่วยชิลด์ (cap 2 Winter Soldier)

 

ดร.โซล่าได้แอบกลับไปที่ไซบีเรีย เพื่อทำการทดลองล้างสมองบัคกี้ต่อไป ในที่สุดไฮดร้ากับโปรเจควินเทอร์โซลเยอร์ ก็สร้างสุดยอดนักฆ่าคนแรกได้สำเร็จ บัคกี้จำอดีตไม่ได้ เชี่ยวชาญการต่อสู้และลอบฆ่า

ไฮดร้าแช่แข็งบัคกี้ไว้ เมื่อต้องการใช้งานจึงละลายน้ำแข็งออก ไฮดร้าให้บัคกี้สร้างความวุ่นวาย ลอบสังหาร ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและสงครามในโลกมากมาย บัคกี้จึงกลายเป็นมือสังหารที่ดีที่สุดของไฮดร้า

วินเทอร์โซลเยอร์ในตำนานสายลับโลก (cap 2 Winter Soldier)

 

ปี 1963 – 1966 แอนทอน แวนโก้ นักฟิสิกส์ชาวรัสเซีย ได้ลี้ภัยจากรัสเซียมาที่อเมริกา และได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในบริษัท สตาร์ค อินดรัสทรีย์ ของ ฮาเวิร์ด สตาร์ค ต่อมาแอนทอนก็ให้กำเนิดลูกชายคือ อีวาน แวนโก้

 

ปี 1967 ฮาเวิร์ด สตาร์ค และ แอนทอน แวนโก้ ก็ร่วมกันสร้าง “Arc Reactor หรือ” เตาปฏิกรณ์อาร์คขึ้นมาได้สำเร็จ กลายเป็นวิทยาการพลิกโลก จากนั้นไม่นาน ฮาเวิร์ดก็ไล่แอนทอนออก เพราะแอนทอนแอบขายความลับบริษัทให้รัฐบาลรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐจึงเนรเทศไล่แอนทอนกลับรัสเซีย ข้อหาจารชน

แอนทอน แวนโก้ (Iron Man 2)

 

แอนทอนและลูกชาย จึงกลับไปอาศัยอยู่ในรัสเซียอย่างลับๆ และอยู่อย่างอดๆอยากๆนับตั้งแต่นั้น แอนทอนเล่าให้ลูกชายฟังเสมอ เรื่องที่ตนเองและฮาเวิร์ดร่วมกันคิดค้นเตาปฏิกรณ์อาร์ค แต่ตนเองกลับไม่เคยได้รับเครดิตหรือเงินทองชื่อเสียงเลย อิวานลูกชายแอนทอนจึงเจ็บแค้นครอบครัวสตาร์คมาก

 

ปี 1970 ฮาเวิร์ด สตาร์ค และภรรยาสาวสวย มาเรีย ให้กำเนิดบุตรชายเพียงคนเดียวของทั้งสอง มาเรียและฮาเวิร์ดตั้งชื่อลูกชายของพวกเขาว่า Anthony Edward “TONY” Stark (โทนี่ สตาร์ค)

มาเรีย สตาร์ค (Cap3: Civil War)

 

ปี 1972 ขณะที่สงครามเย็นระอุ ดร.โซล่าก็เสียชีวิตลงด้วยโรครุมเร้าหลายชนิด แต่ด้วยวิทยาการความรู้และเทคโนโลยีของชิลด์ จึงเก็บข้อมูลมันสมองความรู้ของดร.โซล่าไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์หลักในฐานแรกของชิลด์ที่นิวยอร์ค ด้วยว่าชิลด์เสียดายความรู้ความสารถของดร.โซล่านั่นเอง

แม้ร่างกายจะตายไป แต่ดร.โซล่าจึงกลับเป็นอมตะในระบบสมองกลแทน และนี่ก็เป็นอีกครั้งในการตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ของชิลด์ ที่เก็บโซล่าไว้ในเซิฟเวอร์หลัก ดร.โซล่าร์จึงรวมรวบไฮดร้าซ่อนเร้นภายในชิลด์แบบลับๆได้ต่อไปเรื่อยๆ..

ดร.โซล่าในระบบสมองกล (cap 2 Winter Soldier)

 

ปี 1974 งานสตาร์คเอ๊กโปว์ครั้งที่ 1 ก็กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ และตั้งแต่ฮาเวิร์ดเข้ามาเป็นผู้ก่อตั้งหน่วยชิลด์ ฮาเวิร์ดก็ได้ทำการวิเคราะห์พลังงานแทซเซอแร๊คนานนับหลายสิบปี จนฮาเวิร์ดสามารถจำลองพลังงานแทซเซอแร๊คได้เป็นบางส่วน แต่แค่นี้ก็พอที่จะให้กำเนิดเป็นธาตุให้พลังงานตัวใหม่

แต่วิทยาการสมัยนั้นไม่เอื้ออำนวย ฮาเวิร์ดจึงซ่อนสูตรการสร้างธาตุตัวใหม่นี้ไว้ในผังโครงสร้างงานสตาร์คเอ๊กซ์โปว์ และอัดวีดีโอบอกใบ้ให้ลูกชาย โทนี่ สตาร์ค เอาไว้

ฮาเวิร์ดอัดวีดีโอบอกความลับสร้างธาตุใหม่ให้โทนี่ (Ironman 2)

 

ปี 1980 สิ่งมีชีวิตต่างดาวเผ่าพันธุ์โบราณกำลังเดินทางผ่านกาแล๊กซี่ทางช้างเผือก และสิ่งมีชีวิตต่างดาวเผ่าพันธุ์โบราณผู้นั้นก็คือ “Ego the Living Planet” (อีโก้ เดอะลีฟวิ่งเพลเน็ต) หนึ่งในพระเจ้าของจักรวาล (Celestial) และอีโก้ก็ตัดสินใจลงมาที่โลกบริเวณรัฐมิซซูรี่ อีโก้ฝังพืชประหลาดชนิดหนึ่งไว้บนโลก ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นส่วนนึงของร่างกายของเค้าเอง อีโก้ยังพบรักกับสาวสวยมนุษย์โลกนามว่า เมอราดิธ ควิลล์

เมเรอดิธและอีโก้ (Guardians of the Galaxy Vol. 2)

 

ทั้งอีโก้และเมเรอดิธมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง จนมีลูกชายด้วยกันที่ชื่อ “ปีเตอร์ ควิลล์” หลังจากนั้นอีโก้จึงเดินทางออกจากโลกมุ่งสู่ห้วงอวกาศที่ไกลแสนไกลข้ามกาแล็กซี่ โดยทิ้งลูกและเมียไว้บนโลก

 

ปี 1981 ผู้พัน “นิค ฟิวรี่” ก็เข้าหน่วยชิลด์ ด้วยความที่นิคมีประวัติงานอันดีเยี่ยม ทั้งทักษะจากการรบที่เวียตนามในฐานะทหารอเมิกันผู้กล้าหาญ และทักษะจากการจารกรรมในช่วงสงครามเย็นในฐานะซีไอเอ ฟิวรี่จึงได้รับการติดต่อจากชิลด์ให้เข้าหน่วยชิลด์

ซึ่งขณะนั้นผู้นำหน่วยชิลด์ก็คือ “Alexander Pierce” และเพียซยังเป็นผู้นำสูงสุดของไฮดร้าหลังจากดร.โซล่าตายอีกด้วย (ตอนนั้นชิลด์ยังไม่มีตำแหน่งผู้อำนวยการหรือ ผ.อ.  เนื่องจากฟิลิป,เพกกี้,ฮาเวิร์ด ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งทั้งสามยังอยู่กันครบ) และเพียงไม่กี่ปี ฟิวรี่ก็ได้รับการไว้วางใจจากผู้ก่อตั้งทั้งสามและเพียซเลื่อนตำแหน่งให้เป็นถึงรองผู้นำหน่วยชิลด์

ฟิวรี่ สาบานตนกับ เพียซ (cap 2 Winter Soldier)

 

ปี 1982 ขณะที่ “ฟิล โคลสัน” ใกล้จะจบไฮสคูล ชิลด์ก็ได้ติดต่อมายังโคลสัน ให้เข้าร่วมศึกษาต่อในสถาบันฝึกสอนของชิลด์ ด้วยเพราะโคลสันนั้นมีทักษะคุณสมบัติที่ดีของสายลับ โดยผู้แนะนำโคลสันเข้าสถาบันก็คือฟิวรี่

 

ปี 1987 ไฮดร้าหวังที่จะสร้างนักฆ่าที่ล้างสมองและสั่งได้เบ็ดเสร็จเพิ่มอีก หลังจากทำสำเร็จแล้วจากการทดลองบัคกี้ในโปรเจควินเทอโซลเยอร์ ซึ่งคราวนี้ไฮดร้าคิดการใหญ่ขนาดจะสร้างเป็นกองทัพเลยทีเดียว และฐานลับใหญ่นี้อยู่ในเบอร์ลินตะวันออกประเทศเยอรมัน

แต่ไฮดร้าที่เยอรมันก็ถูกแทรกซึมและขัดขวางโดยนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นสายลับพิเศษชิลด์คือ Dr. Hank Pym โดยดร.พิมใส่ชุดที่เขาประดิษฐ์ขึ้น เพื่อลักลอบเข้าไปทำลายปฎิบัติการขององค์กรร้ายอันนี้ ดร.พิมเรียกชุดของเค้าว่า “ANT-MAN”

ดร. แฮงค์ พิม (Ant-Man 1)

 

หลังจากภารกิจที่เยอรมันตะวันออกสำเร็จลุล่วง ดร.พิมก็ใส่ชุดแอนท์แมนเป็นสายลับพิเศษให้ชิลด์บ่อยๆ และภรรยาของดร.พิมคือ Janet Van Dyne นักวิทยาศาสตร์ชิลด์เช่นกัน เจเน็ตก็สวมชุด “The Wasp” ออกไปปฏิบัติภารกิจลับช่วยดร.พิมบ่อยครั้ง

เจเน็ต แวน ไดน์ (Ant-Man 2)

 

ดร.พิมและเจเน็ตมีเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ในชิลด์ที่สนิทกันมากสองคน นั่นก็คือ ดร.บิล ฟอสเตอร์ และ ดร. อีไลแอส สตาร์ ทั้งสี่คนคือเจ้าหน้าที่ชิลด์ที่เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของหน่วยชิลด์

ซึ่งดร.พิมและดร.ฟอสเตอร์กำลังช่วยกันทำโปรเจคโกไลแอธ ที่สามารถทำให้ผู้ใส่ชุดขยายใหญ่ได้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องล้มเลิกโปรเจคนี้ไป เพราะความเห็นไม่ค่อยจะลงรอยกัน โปรเจคโกไลแอธของดร.ฟอสเตอร์จึงล้มเลิกไป

ดร. บิล ฟอสเตอร์ หรือ โกไลแอธ (Ant-Man 2)

 

จนกระทั่งต่อมา ดร.พิมและภรรยาเจเน็ต แวน ไดน์ก็ไปทำภารกิจปลดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ที่กลุ่มแบ่งแยกโซเวียตไปขโมยมา และนำมายิงยิงใส่อเมริกา

เจเน็ตสละตนเองย่อส่วนเล็กกว่าอะตอมจนเกินขีดจำกัดเพื่อเข้าไปปลดชนวนระเบิด ทำให้หลุดหายเข้าไปในมิติควอนตัมนับตั้งแต่นั้น

แอนท์แมนและวอส์ปในยุค 80′ (Ant-Man 1)

 

Hope van Dyne (โฮป แวน ไดน์) ลูกสาวของดร.พิมกับเจเน็ตจึงกำพร้าแม่ โดยโฮปไม่รู้ว่าแม่หายไปไหนเพราะพ่อไม่ยอมบอก ตั้งแต่นั้นโฮปก็ระหองระแหงกับดร.พิมตลอด

ดร.พิม ก็ยังคงมุ่งมั่นตามหาภรรยาที่หายไปในมิติควอนตัม ดร.พิมจึงสร้างอุโมงค์มิติควอนตัมขึ้นมา และสร้างยานเพื่อเข้ามิติควอนตัมโดยเฉพาะ เพื่อหวังจะเข้าไปช่วยเจเน็ตในนั้น ในที่สุดดร.พิมก็พับโครงการสร้างอุโมงค์ควอนตัมไป

แต่.. ดร. อีไลแอส สตาร์ พยายามจะลอกเลียนสูตรอุโมงค์ควอนตัมของดร.พิม  และพยายามสร้างอุโมงค์ควอนตัมอีกอันที่แลปฯในบ้านตนเอง ผลทำให้อุโมงควอนตัมระเบิด ดร.สตาร์และภรรยาคือแม่ของอีวาตายทันที หากแต่อีวากลับรอดชีวิต

อุโมงค์ควอนตัม

 

ซึ่งพลังควอนตัมที่ออกมาจากอุโมงค์ ทำให้หนูน้อยอีวาในวัย 10 กว่าขวบ มีร่างกายที่แทรกผ่านทะลุมวลสารได้เหมือนวิญญาณ แต่แลกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานร่างกาย ดร.ฟอสเตอร์คือผู้ที่ช่วยให้อีวาผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นมาได้

ณ กาแล๊กซี่อันโดรเมด้า ชาวครีคลั่งสงครามบางกลุ่ม ยังไม่ยอมลดละศึกกับแซนด้าร์ได้ แซนด้าร์จึงตั้งหน่วยตำรวจอวกาศที่มีเทคโนโลยีการรบและความสามารถสูง “โนวา คอร์ป” (Nova corp.)

หน่วยโนวาจะคัดสรรค์ผู้มีฝีมือจากดวงดาวต่างๆมาเข้าหน่วยด้วย ไม่ใช่เฉพาะชาวแซนด้าร์เท่านั้น หน่วยโนวาทำให้เหล่าวายร้ายต่างๆในจักรวาลเริ่มขยาดและไม่กล้าปะทะตรงๆ รวมถึงชาวครีที่ยังคลั่งสงครามอยู่

หน่วย Nova Corp. (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

ที่ดาวไททัน “ธานอส” (Thanos)   ฉายาว่า “War Lord” ธานอสมีความคิดที่สุดโต่ง ที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะลดประชากรทั่วทั้งจักรวาลลงครึ่งนึง ด้วยเหตุผลที่ว่าทรัพยากรมีน้อยกว่าสิ่งมีชีวิต โดยดาวดวงแรกที่ธานอสลดประชากรหรือฆ่าไปเกือบทั้งดาว ก็คือดาวไททันบ้านเกินตนเอง

ธานอสเริ่มสะสมไพร่พลและลูกน้องที่มีแนวคิดเช่นตนเองไปทั่วทั้งจักรวาล ถ้าเผ่าพันธุ์ใดมีความแข็งแกร่งทางสายเลือดสูง ธานอสจะนำมาเป็นลูกบุญธรรม เพื่อให้ลูกบุญธรรมเหล่านั้นเป็นแม่ทัพของตน ธานอสจึงมีกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ..

ลอร์ดธานอส (Avengers 3: Infinity War)

 

จุดเริ่มต้นของภัยอันตรายต่อทุกชีวิตในจักรวาลก็เริ่มขึ้น.. เมื่อธานอสล่วงรู้ถึงความลับอันแสนยิ่งใหญ่ของขุมพลังแห่งจักรวาล ซึ่งกำเนิดมาพร้อมการระเบิดจักรวาล ที่ถูกเรียกขานว่า อินฟินิตี้สโตน

ธานอสจึงเริ่มออกตามล่าหาเบาะแสของอินฟินิตี้สโตนแต่ละชนิดไปทั่วจักรวาล เพื่อจะได้บรรลุจุดประสงค์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปครึ่งจักรวาลอย่างที่ตนตั้งใจได้เร็วขึ้น ธานอสพร้อมกับลูกน้องและกองทัพ ท่องไปในจักรวาลต่างๆเพื่อค้นหาอัญมณีพลังทั้งหกชนิดให้สำเร็จ

วันหนึ่ง ธานอสก็ได้พบกับชาวครีคลั่งสงครามนามว่า Ronan the Accuser “โรแนน ผู้กล่าวโทษ” ซึ่งโรแนนและกองยานดาร์คแอสเตอร์นั้นแยกตัวไม่ยุ่งกับจักรวรรดิครี โรแนนได้เป็นแม่ทัพของธานอสนำกองกำลังซาคารานนับตั้งแต่นั้น

โรแนน ครีผู้กระหายสงคราม (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

ณ ดวงดาว Zen-Whoberi (เซน-ฮูแบรี) บ้านเกิดของเผ่าพันธุ์  Zehoberei (เซโฮเบอรัย) ธานอสและทัพชิทอรี่ ก็ทำการเข่นฆ่าชาวเซโฮเบอรัยไปแทบจะหมดดวงดาว ตามอุดมการณ์ลดประชากร หากแต่ธานอสไว้ชีวิตเด็กน้อยชาวเซโฮเบอรัยไว้หนึ่งคน เด็กผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยว เด็กหญิงผิวสีเขียวผู้มีนามว่า กาโมร่า

ธานอสกับกาโมร่าในวัยเยาว์ (Avengers 3: Infinity War)

 

หลังจากนั้น ธานอสก็ไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Luphomoids (ลูโฟมอยด์ส) และนำสาวน้อยผิวสีม่วงผู้มีนามว่า เนบิวล่า มาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมอีกคน ทั้งเนบิวล่าและกาโมร่ารักกันดุจดังพี่น้องแท้ๆ เพราะมีชะตากรรมชีวิตที่เหมือนกัน

ธานอสนำกาโมร่าและเนบิวล่า มาผ่าตัดเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ทำให้กาโมร่าและเนบิวล่ามีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น ก่อนจะส่งทั้งคู่ไปเข้าหลักสูตรนักฆ่าโดยมีโรแนนเป็นผู้ควบคุมกับฝึกอันหฤโหด

เนบิวล่าและกาโมร่าในวัยรุ่น (Guardians of the Galaxy Prelude)

 

ที่โลกมนุษย์ หน่วยชิลด์ เริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรใหม่ เพราะว่าการขยายฐานลับไปทั่วโลก ทำให้องค์กรใหญ่ขึ้น ชิลด์จึงต้องเชิญสภาความมั่นคงโลกมาเป็นที่ปรึกษา โดยผู้มีอิทธิพลในประเทศมหาอำนาจทั้งหลายคือสมาชิกสภาความมั่นคงโลก

และผู้ก่อตั้งทั้งสาม ฮาเวิร์ด, เพ็กกี้, ผู้พันฟิลลิป, รวมถึงสภาความมั่นคงโลกทุกคน ก็เห็นชอบและแต่งตั้งให้ อเล็กซานเดอร์ เพียซ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงโลก เพื่อประสานงานสภากับกับชิลด์ นิค ฟิวรี่ จึงขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยชิลด์แทนเพียซ

เลขาธิการเพียซ หนึ่งในผู้นำไฮดร้า (Cap 2 Winter Soldier)

 

ปี 1988 อีโก้ เดอะลีฟวิงเพลเน็ต สามีของ เมราดิธ ควิลล์ ทำการว่าจ้าง “กลุ่มโจรสลัดอวกาศราเวเจอร์” ที่มีหัวหน้ากลุ่มคือ “ยอนดู อูดอนต้า” ให้เดินทางไปที่ดาวโลกโลกในระบบกาแล็กซี่ทางช้างเผือก เพื่อไปนำตัว ปีเตอร์ ควิลล์ ผู้เป็นลูกชายมาหาตน

เมราดิธ ควิลล์ และ ปีเตอร์ ควิลล์ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ที่โรงพยาบาลประจำรัฐมิซซูรี่ อเมริกา ช่วงเวลาเดียวกับที่ เมราดิธ ควิลล์ กำลังจะเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ยอนดูก็เดินทางมาถึงโลกพอดี ในขณะที่เมราดิธเพิ่งสิ้นใจ ยอนดูก็มาลักพาตัว ปีเตอร์ ควิลล์ ไปจากหน้าโรงพยาบาล

ที่กาแล็กซี่อีนโดรมีด้า แต่ยอนดูไม่ยอมไปส่งตัวปีเตอร์ให้อีโก้ กลับเลี้ยงดูปีเตอร์จนเติบโตกลายเป็นโจรผู้เก่งกาจ มีฉายาว่า”Star-Lord” (สตาร์ลอร์ด ชื่อนี้ปีเตอร์ตั้งให้ตนเอง เพราะแม่ของปีเตอร์มักเรียกปีเตอร์ว่าสตาร์ลอร์ด เพราะพ่อของปีเตอร์มาจากต่างดาวนั่นเอง)

ยอนดู อูดอนต้า ฝึกฝน ปีเตอร์ ควิลล์ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ปี 1989 ที่ไทรสเคลเลี่ยน ฐานบัญชาการสูงสุดของชิลด์ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะชนเพียงฐานเดียว(ฐานอื่นๆลับหมด) ฟางเส้นสุดท้ายของด็อกเตอร์พิมก็ขาดสะบั้นลง เมื่อด็อกเตอร์พิมจับได้ว่า ฮาเวิร์ด สตาร์ค ผู้ก่อตั้งชิลด์ และ มิทท์ คาร์สัน ไฮดร้าในคราบชิลด์ (แต่ฮาเวิร์ดไม่รู้) ทั้งคู่พยายามลอกเลียนสูตรอานุภาคพิมของตนเอง

มิทท์ คาร์สัน หัวหน้าฝ่ายป้องกันมาตุภูมิและสายลับไฮดร้า ก็พูดจายั่วยุสะกิดแผลใจเรื่องที่ด็อกเตอร์พิมปกป้องเจเน็ตไม่ได้ ทำให้มิทท์โดนด็อกเตอร์พิมต่อยปากแตกไปเลย เพกกี้ห้ามไม่ทัน ฮาเวิร์ดก็ไม่ห้าม เพราะมิทท์ปากเสียเอง

เพกกี้กำลังห้ามดร.พิมไม่ให้ต่อยคาร์สัน (Ant-Man 1)

 

ด็อกเตอร์พิมจึงลาออกจากชิลด์ต่อหน้าฮาเวิร์ด/เพกกี้/และมิทท์ โดยที่ฮาเวิร์ดก็ปล่อยด็อกเตอร์พิมไป เพราะรู้ว่าด็อกเตอร์พิมเป็นคนดี คงไม่ปล่อยให้ใครได้สูตรอานุภาคพิมไปแน่นอน (ช่วงนี้ผู้พันฟิลิปคงเสียชีวิตไปแล้ว)

เพกกี้ คาร์เตอร์ ในวัย 68 ปี (Ant-Man)

 

ด็อกเตอร์พิมจึงนำชุดแอนท์-แมนและอนุภาคพิมออกมาจากชิลด์กับตนเองด้วยโดยไม่โดนชิลด์ขัดขวาง หลังจากนั้นด็อกเตอร์พิมก็มาจัดตั้งบริษัท Pym technologies

บริษัท พิม เทคโนโลยี (Ant-Man 1)

 

หน่วยปฎิบัติการลับพิเศษของชิลด์ ฉวยโอกาสจากพลังพิเศษที่อีวาได้จากอุโมงค์ควอนตัมระเบิดในช่วงปี 1987 จับอีวามาฝึกเป็นสายลับมาหลายปี สร้างชุดโกสท์เพื่อควบคุมความเสถียรของร่างกาย และเริ่มให้อีวาออกปฎิบัติการลับๆ โดยที่ดร.ฟอสเตอร์ทำได้เพียงช่วยอีวาเท่าที่จะช่วยได้ (อันนี้ไม่รู้ว่าฮาเวิร์ดกับเพ็กกี้และฟิวรี่รู้เรื่องนี้มั๊ย)

กำเนิด โกสท์  (Ant-Man 2)

 

เมื่อชิลด์ทราบจากสายข้อมูลว่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งในฟาร์มอันห่างไกล มีทักษะการใช้ปืนที่ยอดเยี่ยมมาก ฟิวรี่จึงชักจูงให้มาเข้าสถาบันฝึกสอนของชิลด์ เด็กหนุ่มผู้นั้นก็คือ “คลิ้น บาร์ตัน” เมื่อเค้าจบจากสถาบันแล้ว เอเจนท์บาร์ตันก็ไปฝึกต่อทางกองกำลังทหารของชิลด์โดยตรง

แต่เอเจนท์บาร์ตันนั้นเลือกใช้แต่ธนูปฎิบัติภารกิจ และจากความแม่นที่ไม่เคยยิงพลาดแม้สักครั้งเดียวนี่เอง ทำให้เอเจนท์บาร์ตันได้รับสมญานามจากหัวหน้าหน่วยว่า “Hawkeye”

ฮอว์คอาย (Avengers 1)

 

ปี 1991 ที่ไซบีเรีย สหภาพโซเวียต ผู้พันคาพอฟผู้ดูแลโปรเจควินเทอร์โซลเยอร์คนล่าสุด ก็ปลุกบัคกี้ขึ้นมาจากการแช่แข็งอีกครั้ง เพื่อให้บัคกี้ปฎิบัติภารกิจสำคัญยิ่ง นั่นคือการลอบสังหารหนึ่งในผู้ก่อตั้งหน่วยชิลด์..

ผู้พันคาพอพอ่านชุดรหัสคำสั่ง เพื่อสะกดจิตบัคกี้ (Cap 3 Civil War)

 

16 ธันวาคม ปี 1991 ฮาเวิร์ด สตาร์ค ได้คิดค้นเซรุ่มสูตรยาจอมพลังได้คล้ายกับของแคปสำเร็จจนได้ แต่ขณะที่ฮาเวิร์ดและมาเรียกำลังจะขับรถเดินทางไปสนามบินนั้น ก็เกิดเรื่องร้ายขึ้นระหว่างเดินทาง สองสามีภรรยาตระกูลสตาร์ค โดนบัคกี้หรือวินเทอร์โซลเยอร์ตามมาสังหารอย่างเหี้ยมโหด

ฮาเวิร์ค สตาร์ค และ มาเรีย สตาร์ค (Cap 3 Civil War)

 

บัคกี้เอาเซรุ่มจอมพลัง 5 ถุงไปจากท้ายรถฮาเวิร์ด และจัดฉากว่านี่คืออุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้นบัคกี้ก็นำเซรุ่มกลับไปให้ผู้พันคาพอฟที่ไซบีเรีย และกำเนิดวินเทอร์โซลเยอร์ใหม่ขึ้นมาอีก 5 คนจากสูตรเซรุ่มของฮาเวิร์ด ก่อนที่ผู้พันคาพอฟจะแช่แข็งวินเทอร์โซลเยอร์ทั้ง 6 ไว้อีกครั้ง..

ฮาเวิร์คโดนบัคกี้ใช้แขนเหล็กทุบหน้าจนตาย (Cap 3 Civil War)

 

ซึ่งในขณะนั้น “โทนี่ สตาร์ค” มีอายุ 20 ปี โทนี่จึงกลายเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ค อินดัสทรีส์ โดยอัตโนมัติ แต่โทนี่ยังไม่รับตำแหน่งเต็มตัว โอบาเดอา สเตน ผู้เป็นเพื่อนฮาเวิร์ดและหนึ่งในบอร์ดบริหาร จึงดูแลบริษัทให้ชั่วคราว หลังจากทำใจได้ โทนี่ สตาร์ค ก็เข้ามาบริหารบริษัทสตาร์คอินดรัสทรีส์เต็มตัว

โทนี่ สตาร์ค ในวัยหนุ่ม (Cap 3 Civil War)

 

เมื่อผู้ก่อตั้งชิลด์ตายไปอีกหนึ่งคน (ผู้พันฟิลิปน่าจะแก่ตายไปก่อนหน้านี้) เพกกี้ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งชิลด์ที่เหลือเพียงคนเดียว จึงตัดสินใจเกษียณตัวเอง เพกกี้และเพียซตัดสินใจว่า ชิลด์สมควรมีตำแหน่งผู้อำนวยการ ทั้งสองจึงให้หัวหน้าหน่วยชิลด์ในขณะนั้นขึ้นเป็นผู้อำนวยการสูงสุด นั่นก็คือ นิค ฟิวรี่

ปี 1992 ที่โอ็คแลนด์ แคลิฟอร์เนีย กษัตริย์ทิ’ชาก้าหรือแบล็คแพนเธอร์แห่งวากานด้า มาหาน้องตนเองคือเอ็น’โจบู เพราะรู้ว่าเอ็น’โจบูแอบสมคบคิดกับ ยูลีเซส คลอว์ พ่อค้าอาวุธเถื่อน และขโมยไวเบรเนียมสองร้อยกว่ากิโลกรัมออกมาจากวากานด้า

ทิ’ชาก้า หรือ แบล็คแพนเธอร์ (Black Panther :1)

 

เหตุการนี้ทิ’ชาก้าพลั้งมือสังหารเอ็น’โจบู ทำให้เอ็น’จาดาก้าลูกชายเอ็น’โจบูกำพร้าพ่อนับตั้งแต่นั้น เอ็น’จาดาก้าจึงนำแหวนประจำราชวงศ์เผ่าโกด์เด้นของพ่อมาห้อยคอ และตั้งใจสานต่อความคิดพ่อเมื่อเขาเติบโตขึ้น เพราะเอ็น’โจบูพ่อเอ็น’จาดาก้าคิดว่า แร่ไวเบรเนียมควรนำมาใช้ประโยชน์และกู้ศักดิ์ศรีให้คนผิวดำที่ถูกคนขาวกดขี่มาเนิ่นนาน

เอ็น’จาดาก้า (Black Panther :1)

 

ยุค 90′  ช่วงเวลานี้นี่เอง ที่ฟิวรี่ได้พบกับ แครอล แดนเวอร์ส นักบินหญิงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งแครอลได้กลายเป็น กัปตันมาร์เวล ฮีโร่หญิงผู้มีพลังสูง (เรื่องราวของกัปตันมาร์เวล ผมจะนำมาเพิ่มภายหลังหนังฉายครับ)

กัปตัน มาร์เวล พบกับ นิค ฟิวรี่ (Captain Marvel)

 

ฟิวรี่ ก็เริ่มคิดที่จะจัดตั้งทีมผู้มีพลังพิเศษเหนือคนธรรมดามาดูแลปกป้องโลก นั่นคือทีม “Avengers” ด้านทางโทนี่เติบโตขึ้นมาเป็นวิศวกรอัจฉริยะเหมือนกับพ่อผู้ล่วงลับ โทนี่ยังผลิตอาวุธขายเหมือนเดิม และโทนี่หยุดพัฒนาเตาปฏิกรณ์อาร์คก็ไว้ แต่ยังคงมีอยู่ในบริษัท โทนี่เป็นมหาเศษฐีเสเพล เจ้าชู้ มั่นใจในตัวเองสูง

โอบาเดอาและโทนี่ (Iron man 1)

 

ปี 1995 หลังจากที่ Natalia Alianovna Romanoff (นาตาเลีย เอเลียนอฟน่า โรมานอฟ) เด็กสาวสาวกำพร้าชาวรัสเซียฝึกหนักในสถาบันห้องแดงของเคจีบีมานานถึง 3 ปี โรมานอฟก็จบหลักสูตรสายลับเป็นอันดับสูงสุด และได้รับรหัส Black Widow เพียงคนเดียวในรุ่น

โรมานอฟจบหลักสูตรสายลับนักฆ่าแบล็ควีโดว์ (Avengers: Age of Ultron)

 

ปี 1996 ที่โซโคเวีย ขณะที่ เปโตร แม็กซีมอฟ และ วานด้า แม็กซีมอฟ สองฝาแฝดชายหญิงอายุได้สิบขวบ มีจรวดยิงเข้ามาในตึกที่ครอบครัวแม๊กซีมอฟอาศัยอยู่ และระเบิดทำให้พ่อแม่ของพวกเขาตายทันที สักพักก็มีจรวดอีกลูกยิงมาอีก ซึ่งจรวดลูกนั้นมีชื่อสตาร์คอินดรัสทรีส์ติดอยู่ แต่ระเบิดไม่ทำงาน

สองพี่น้องต้องอยู่ในซากตึกอย่างหวาดผวา ว่าระเบิดจะทำงานเมื่อไหร ผ่านไปหลายวันจึงมีหน่วยกู้ภัยมาช่วยสองพี่น้องออกจากซากตึกได้ สองพี่น้องฝังใจเกลียดโทนี่ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์คอินดัสทรีย์นับตั้งแต่นั้น

 

ปี 1997 ที่นิวยอร์ค หนุ่มสมองดี Bruce Banner (บรูซ แบนเนอร์) พบกับสาวสวยลูกนายทหาร Betty Ross (เบ็ตตี้ รอสส์) เป็นครั้งแรก ทั้งสองตกหลุมรักกันทันที และเริ่มออกเดทกันเรื่อยมา จนกระทั่งทั้งคู่เรียนจบปริญญาเอกเป็นด็อกเตอร์ทั้งคู่

ดร.แบนเนอร์และดร.รอสส์ ( The Incredible Hulk)

 

Kaecilius (ไคซีเลียส) ชายผู้สูญเสียลูกเมีย และเคว้งคว้างสับสนในชีวิต ได้พบกับ Karl Mordo (คาล มอร์โด) ศิษย์เอกของ อันเชียนวัน มอร์โดพาไคซีเลียสมาที่ Kamar-Taj (คามา-ทาจ) และอันเชียนวันก็เริ่มขัดเกลาความเจ็บปวดในใจของไคซีเลียส ด้วยการสอนวิถีแห่งเวทย์ จนกระทั่งไคซีเลียสสำเร็จวิชาเป็นปรมาจารย์เวทย์

ไคซีเลียส (Doctor Strange)

 

ปี 1998 เอเจนท์บาร์ตันหรือฮอว์คอาย ได้รับคำสั่งจากผ.อ.ฟิวรี่ให้ไปสังหารสายลับสาวรุ่นเยาว์ของรัสเซียที่ใช้ชื่อรหัสว่า แบล็ควีโดว์ แต่เมื่อฮอว์คอายพบกับแบล็ควีโดว์แล้ว เค้ากลับไม่สังหาร กลับชักจูงให้เข้าหน่วยชิลด์ซะด้วยซ้ำ ซึ่งผ.อ.ฟิวรี่ก็เห็นดีด้วย

ตั้งแต่นั้นมาแบล็ควีโดว์ ก็สังกัดหน่วยชิลด์เต็มตัว ในฐานะสายลับที่เก่งกาจข้างกายผ.อ.ฟิวรี่มาตลอด และเปลี่ยนชื่อเป็น Natasha Romanoff (นาตาชา โรมานอฟ) นาตาชากับบาร์ตั้นมักจะปฎิบัติภารกิจด้วยกันบ่อยๆนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กำเนิดฮีโร่คู่หู Black Widow และ Hawkeye

 

23.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม 1999 โทนี่ได้พบกับ อัลดริดส์ คิลเลี่ยน คิลเลี่ยนพยายามเสนอโครงการ”Extremis” (เอ๊กซ์ตรีมมิส)ให้โทนี่ แต่โทนี่ไม่สนใจ ซ้ำยังหลอกให้คิลเลี่ยนไปรอที่ดาดฟ้าตึกที่หนาวเหน็บทั้งคืนในวันปีใหม่ คิลเลี่ยนเจ็บใจโทนี่มาก หาทางแก้แค้นโทนี่นับแต่นั้น

อันดริด คิลเลี่ยน พบ โทนี่ สตาร์ค ครั้งแรก (IRONMAN 3)

 

ปี 2005 ที่มหาลัยคัลเวอร์ ดร.บรูซ แบนเนอร์ และดร. เบ็ตตี้ รอส ทำการทดลองการฉายรังสีแกมม่า โดยที่ดร.แบนเนอร์ไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วหัวหน้าโปรเจคนี้คือนายพลรอสพ่อของดร.เบ็ตตี้รอสนั้น ต้องการเลียนแบบโปรเจครีเบิร์ธที่สร้างกัปตันอเมริกา  ดร.แบนเนอร์จึงเสี่ยงเอาตัวเองไปทดลองฉายรังสีแกมม่า

แต่ผลไม่เป็นออกมาตามที่คาด รังสีแกมม่านั้นฉายออกมารุนแรงและมากเกินไป ทุกคนในห้องทดลองต้องหนีตายออกมาหมด เหลือเพียงดร.แบนเนอร์คนเดียวในห้อง แล้วก็ บรึ้ม..

ดร.แบนเนอร์ กำลังฉายรังสีแกมม่าใส่ตัวเอง (The Incredible Hulk)

 

ดร.แบนเนอร์ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน และก่อนที่ดร.แบนเนอร์จะดิ้นจนหลุดออกจากเครื่องฉายรังสีแกมม่า ดร.รอสก็ตรวจพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจของดร.แบนเนอร์สูงและถี่มาก จากนั้นดร.แบนเนอร์ก็กลายร่างเป็น HULK ดร.บรูซ แบนเนอร์ ต้องทิ้งแฟนสาว ดร. เบ็ตตี้ รอส เพื่อหลบหนีกบดานไปทั่วโลกนับตั้งแต่นั้น

กำเนิดยักษ์ตัวเขียว ฮัลค์ (The Incredible Hulk)

 

ต้นปี 2008 โทนี่ สตาร์ค ในวัย 38 ปี ก็คิดค้นผลิตจรวดนามว่า เจอริโก้ ที่มีอำนาจทำลายล้างสูงออกมา เป็นที่สนใจของผู้ก่อการร้าย นามว่ากลุ่ม”เทนริงส์” (Ten Rings) “นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์” หรือ โรดี้ เพื่อนซี้โทนี่ ติดต่อประสานงานให้โทนี่นำจรวดเจอริโก้ ไปพรีเซนท์ให้นายทหารของเพนตากอนชมที่อัฟกานิสถาน

โทนี่และโรดี้ (IRONMAN 1)

 

ที่อัฟกานิสถาน ระหว่างเดินทางกลับ กลุ่มผู้ก่อการร้ายเทนริงส์ ได้ลักพาตัวโทนี่เพื่อให้ผลิตจรวดเจอริโก้ให้ ตามคำสั่งของโอบาเดอา สเตน ระหว่างการลักพาตัว โทนี่โดนสะเก็ดระเบิดลูกปรายวิ่งเข้าเส้นเลือด และกำลังวิ่งเข้าหัวใจ

ศัลยแพทย์ชาวอัฟกานิสถาน ดร.ยินเซน ที่ถูกคุมขังด้วยกับโทนี่ (โทนี่กับยินเซนเคยพบกันตั้งแต่งานเลี้ยงปีใหม่ 1999 ที่เดียวกับที่พบคิลเลี่ยนนั่นล่ะ)  ยินเซนจึงใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ดันสะเก็ดระเบิดไว้ ซึ่งอยู่ได้ไม่กี่วันโทนี่ก็ต้องตาย เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ดันสะเก็ดระะเบิดไว้ได้ไม่นาน

โทนี่และดร.ยินเซน (IRONMAN 1)

 

โทนี่มีเวลาแค่ไม่กี่วันทำระเบิดเจอริโก้ แต่โทนี่เลือกทำเตาปฏิกรณ์อาร์คขนาดเล็ก เพื่อให้พลังงานตรงหน้าอกแทนแบตเตอรี่ และสร้างต้นแบบชุดเกราะเหล็กเพื่อหนีแทน

ดร.ยินเซนตาย โทนี่หนีสำเร็จ และทิ้งชิ้นส่วนชุดเกราะเหล็กต้นแบบไว้กลางทะเลทราย  โรดี้ซึ่งออกตามหาโทนี่ตลอดและไปพบโทนี่กลางทะเลทราย จึงช่วยเหลือไว้ กลุ่มเทนริงส์ไปเก็บชุดเกราะเหล็กและมอบให้สเตน

ชุดเกราะ มาร์ค 1 (IRONMAN 1)

 

“เพพเพอร์ พอทท์” รอการกลับมาของโทนี่ (เพพเพอร์เป็นที่ปรึกษาและเลขาโทนี่) เมื่อโทนี่กลับมาถึงนิวยอร์ค มุมมองโทนี่ต่อโลกเปลี่ยนไป โทนี่เลือกที่จะพัฒนาเตาปฏิกรณ์อาร์คมรดกของพ่อต่อ และยกเลิกสายการผลิตอาวุธทั้งหมด ดูเหมือนชิลด์จะรู้ว่าโทนี่สร้างชุดเกราะเหล็กเพื่อหลบหนีออกมา ผ.อ.ฟิวรี่จึงส่งเอเจ้นท์โคลสันไปหาโทนี่เพราะเริ่มรู้ถึงศักยภาพโทนี่ว่า อัจฉริยะแค่ไหน

เพพเพอร์และโคลสัน (IRONMAN 1)

 

ขณะเดียวกันนั้น ปริศนายักษ์ตัวเขียว หรือ ฮัลค์ ก็เริ่มมีการพูดถึง มีคนถ่ายวีดีโอขณะฮัลค์อาละวาดไว้ได้ และแพร่ภาพทางอินเตอร์เน๊ต (เบ็ตตี้ยังไม่รู้ว่าแฟนตัวเองคือฮัลค์) ประชาชนต่างพากันหวาดกลัวยักษ์ตัวเขียว

นายพลรอสออกไล่ล่าบรูซ เพราะต้องการเลือดบรูซเพื่อนำไปสร้างสุดยอดทหาร บรูซหนีไปหลบซ่อนยังที่ต่างๆทั่วโลก เพื่อหาทางควบคุมความโกรธและรักษาตัวเอง ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาชิลด์ตลอด

ดร.เบ็ตตี้ รอส และนายพล แธดเดออัส รอส (The Incredible Hulk)

 

โทนี่ กับ จาร์วิส เริ่มพัฒนาชุดเกราะเหล็กมาร์ค 2 ขึ้นมา แต่มันยังไม่สมบูรณ์เพราะมีน้ำหนักเยอะเกินไป จึงสร้างมาร์ค 3 ขึ้นอีก เพื่อนำไปต่อสู้กับกลุ่มเทนริงส์ (J.A.R.V.I.S. เป็น A.I. สมองกลคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ มีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลให้กับโทนี่ ชื่อจาร์วิสมาจากชื่อพ่อบ้านคนเดิมของฮาเวิร์ด)

เมื่อโทนี่ในชุดไอออนแมนมาร์ค 3 จัดการกลุ่มเทนริงส์ในอัฟกันฯได้สำเร็จ นักข่าว รัฐบาล และคนทั่วไป ต่างหาคำตอบว่าชุดเกราะเหล็กหรือไอออนแมนคือใคร และดูเหมือนมีแค่หน่วยชิลด์ที่พอจะรู้ว่า ไอออนแมนต้องเกี่ยวข้องกับโทนี่ ช่วงเวลานี้เองที่โทนี่เริ่มรู้ใจตนว่า เพพเพอร์นั้นสำคัญกับเค้าแค่ไหน และโทนี่กับเพพเพอร์ก็เริ่มมีใจให้กัน

โทนี่เต้นรำกับเพพเพอร์  (IRONMAN 1)

 

ปลายปี 2008 เพพเพอร์รู้แผนลับอันชั่วร้ายของสเตน จึงร่วมมือกับเอเจ้นท์โคลสันและชีลด์ตามจับสเตน แต่สเตนหนีได้และนำชุดเกราะเหล็กตัวแรกที่พัฒนาแล้วนั่นก็คือ “Iron Monger”มาต่อสู้กับไอออนแมน

ผลคือสเตนพ่ายแพ้และถูกสังหาร การปะทะกันเกิดขึ้นบริเวณหน้าบริษัทน้ำมันร็อกซอนและบริษัทสตาร์กอินดัสทรีส์ นักข่าวจึงถามโทนี่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับไอออนแมนหรือไม่ โทนี่เลือกที่จะเปิดเผยตัวเองว่าเขานี่แหละคือไอออนแมน

“ผมคือ.. ไอออนแมน” (IRONMAN 1)

 

จังหวะเดียวกันนั้น แอนทอน แวนโก้และ อิวาน แวนโก้ (ลูกชายแอนทอน) ได้ชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่รัสเซียด้วย แอนทอนได้สิ้นใจตายในขณะนั้น ทำให้อิวานได้ระเบิดความแค้น

ซึ่งอิวานฝังใจมาตลอดว่า เป็นเพราะครอบครัวสตาร์ค จึงทำให้เค้าและพ่อต้องมาพบจุดจบอย่างนี้ อิวานจึงรื้อฟื้นโปรเจคเตาปฎิกรณ์อาร์คของพ่อ เพื่อหวังแก้แค้นให้พ่อ

สองพ่อลูกตระกูลแวนโก้ (IRONMAN 2)

 

คืนนั้นเองผ.อ.ฟิวรี่ ได้เข้าพบโทนี่เป็นครั้งแรก เพื่อชวนเข้าร่วมโครงการ ดิ อเวนเจอร์ ซึ่งโทนี่ขอลุยเดี่ยวดีกว่า แต่ยินดีเป็นที่ปรึกษาของชิลด์และของทีมอเวนเจอร์ หลังจากโทนี่กับผ.อ.ฟิวรี่ได้พูดคุยกันเรื่องงานสายลับและงานเฝ้าดูบุคคลที่อาจจะเป็นภัยคุกคามได้ ก็มีชื่อ ดร.บรูซ แบนเนอร์ อยู่ในการเฝ้าระวังของชิลด์ด้วย

ไดเรคเตอร์ นิค ฟิวรี่ (Avengers 2)

 

โทนี่เสนอกับฟิวรี่ว่า บรูซเป็นคนเก่ง น่าจะมีประโยชน์ในทีม ดิ อเวนเจอร์ โทนี่จึงร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการกับชิลด์และนายพลรอสในการค้นหาบรูซเพื่อช่วยเหลือแทนการไล่ล่า

ต้นปี 2009 นาตาชา โรมานอฟ หรือ แบล็ควีโดว์ ก็ได้รับภารกิจให้ช่วยเหลือวิศวกรนิวเคลียร์หนีออกมาจากอิหร่าน แต่ วินเทอร์โซลเยอร์ หรือ บัคกี้ ก็เข้ามาโจมตีรถของแบล็ควีโดว์ บัคกี้ยิงล้อรถทำให้รถเสียหลักกำลังจะตกหน้าผา แบล็ควีโดว์ดึงวิศวกรคนนั้นออกมาจากรถได้ทัน บัคกี้ยิงซ้ำอีก แบล็ควีโดว์เอาตัวบังกระสุนให้วิศวกรคนนั้น แต่กระสุนก็ทะลุท้องแบล็ควีโดว์ และพุ่งไปสังหารวิศวกรนิวเคลียร์คนนั้นตายคาที่

บัคกี้ผู้แม่นปืน (Cap2: The Winter Soldier)

 

แบล็ควีโดว์เห็นลักษณะบัคกี้ และจดจำบุคลิกการลอบสังหารของบัคกี้ไว้ทั้งหมดได้ โดยเฉพาะแขนเหล็กอันทรงพลัง และหลังจากนั้น แบล็ควีโดว์ก็นำกระสุนลูกนั้นไปตรวจสอบ จึงพบว่า เป็นกระสุนที่ผ่านการตกแต่งจนแกะรอยไม่ได้ ซึ่งมาจากสหภาพโซเวียต หรือ รัสเซีย บ้านเกิดเธอนั่นเอง

รอยกระสุนที่บัคกี้ยิงแบล็ควีโดว์ (Cap2: The Winter Soldier)

 

กลางปี 2009 ต่อมาอีก 6 เดือน หลังจากโทนี่ประกาศตัวเองว่าเขาคือไอออนแมน และกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะฮีโร่คนใหม่ของอเมริกา โทนี่อยากรื้อฟื้นจัดงานสตาร์คเอ๊กโปว์ขึ้นอีกครั้งเหมือนที่พ่อเคยทำ

ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล”วุฒิสมาชิกเสติร์น” (สายลับไฮดร้า) และ”จัสติน แฮมเมอร์” ผู้ผลิตอาวุธให้อเมริการายใหม่(เพราะโทนี่ไม่ผลิตอาวุธแล้ว) พยายามบีบโทนี่มอบชุดไอออนแมนให้รัฐบาล แต่โทนี่ไม่ให้

ผ.อ.ฟิวรี่ได้ส่ง”เอเจ้นท์โรมานอฟ” (แบล็ควีโดว์) เข้ามาแทรกซึมในสตาร์คอินดัสทรีส์ เพื่อประเมินพฤติกรรมโทนี่ แบล็ควีโดว์แฝงตัวมาเป็นทนายที่ทำงานใกล้ชิดกับเพพเพอร์

โทนี่พบกับแบล็ควีโดว์ครั้งแรก (IRONMAN 2)

 

ที่โมนาโก ฝรั่งเศส โทนี่มางานแข่งรถการกุศล และห้าวลงไปขับรถเอง “อิวาน แวนโก้” ก็โผล่กลางสนามแข่งรถ พร้อมชุดพลังงานจากเตาปฏิกรณ์อาร์คตรงเข้าเล่นงานโทนี่ที่กำลังขับรถแข่งด้วยความเร็วสูง

โทนี่เกือบแพ้ และโดนเล่นงานเสียทรงไปเยอะ ซึ่งในที่สุดอิวานก็แพ้โทนี่ในเกราะมาร์ค 4 และถูกจับกุม วุฒิสมาชิกเสติร์นได้โอกาสนี้ จึงโจมตีโทนี่ว่า ไม่มีความสามารถพอกับชุดไอออนแมน

โทนี่สู้กับอิวาน (IRONMAN 2)

 

โทนี่กำลังจิตตก จากการที่โดนอิแวนเล่นงานง่ายดาย และพาราเดียมในเตาปฏิกรณ์อาร์คจิ๋วในตัวกำลังเสื่อมสภาพ โทนี่กำลังจะตาย โทนี่จึงยกตำแหน่ง CEO สตาร์คอินดรัสทรี่ส์ให้เพพเพอร์

รัฐบาลส่งโรดี้ไปหาโทนี่ ให้โทนี่มอบชุดเกราะเหล็กกับรัฐบาล โทนี่กำลังจัดงานเลี้ยงวัดเกิดเละเทะในคฤหาสน์ตัวเอง เพพเพอร์ทนไม่ไหวจึงให้โรดี้ช่วยห้าม โรดี้ไปใส่ชุดเกราะมาร์ค 2 มาห้ามโทนี่อาละวาด โทนี่แกล้งแพ้ และปล่อยให้โรดี้เอาชุดเกราะมาร์ค 2 ไป

โรดี้ใส่เกราะมาร์ค 2 (IRONMAN 2)

 

แฮมเมอร์ ช่วยอิวานแหกคุกออกมา เพื่อให้อิวานช่วยสร้างหุ่นยนต์แบบไอออนแมนให้ แต่อิวานมีแผนการของตัวเองอยู่แล้ว คือตามฆ่าโทนี่เท่านั้น

ผ.อ.ฟิวรี่ตามหาโทนี่พบ และเปิดเผยตัวตนแบล็ควีโดว์ให้โทนี่ทราบ ผ.อ.ฟิวรี่เล่าให้โทนี่ฟังว่า ฮาเวิร์ดพ่อโทนี่คือ1ในผู้ก่อตั้งชิลด์ (S.H.I.E.L.D.) และฮาเวิร์ดยังฝากบอกผ.อ.ฟิวรี่ไว้ว่า เตาปฎิกรณ์อาร์คเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า และส่งต่อสูตรพลังนี้ให้โทนี่แล้ว มีเพียงโทนี่ที่รู้ ผ.อ.ฟิวรี่สั่งเอเจ้นท์โคลสันให้เฝ้าโทนี่ไว้

ที่ ริโอ เดอจาเนโร บราซิล บรูซมาหลบกบดานอยู่ที่นี่ และควบคุมความโกรธได้เกือบสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีวิธีรักษา ซึ่งบรูซกำลังถูกนายพลรอสจัดทีมไล่ล่า โดยมีทหารอังกฤษคือ”อิมิล บรอนสกี้”เป็นหัวหน้าทีม

นายพลรอสและบรอนสกี้ (The Incredible Hulk)

 

ที่อาณาจักรแอสการ์ด โอดินกำลังมอบบัลลังค์แอสการ์ดให้”ธอร์” บุตรชายคนโต แต่”โลกิ” บุตรบุญธรรมคนเล็ก ต้องการป่วนงานราชาภิเษก เพราะโลกิก็ต้องการบัลลังค์เช่นกัน โลกิค้นพบประตูมิติทางลับที่ไม่ต้องใช้สะพานไบฟรอสท์ และหลุดรอดสายตาฮัมดาลล์

ฮัมดาลล์ เทพผู้มีดวงตารู้เห็นทุกสิ่งทั้ง 9 อาณาจักร (Thor: 1)

 

โลกิเปิดทางให้เหล่ายักษ์น้ำแข็งลอบเข้ามาในคลังอาวุธเพื่อช่วงชิงหีบศักสิทธิ์คืน แต่เหล่ายักษ์น้ำแข็งก็โดนทำลายหมดโดย”เดสทรอยเยอร์” (หุ่นยนต์สังหารผู้เฝ้าคลังอาวุธ) และหีบศักสิทธิ์ก็ยังไม่ถุกชิงไป

ธอร์อยากบุกโยธันไฮม์ แต่โอดินห้ามไว้เพราะมีสัญญาสงบศึกอยู่ ธอร์ไม่ฟังคำสั่งโอดิน และถูกโลกิเป่าหูหลอกล่อธอร์  ธอร์จึงกล้าขัดคำสั่งราชาโอดิน และนำเลดี้ซิฟกับวอริเออร์ทรีบุกโยธันไฮม์

ธอร์กำลังโดนโลกิเป่าหู (Thor: 1)

 

ที่โยธันไฮม์ พวกธอร์เกือบพ่ายแพ้ต่อเหล่ายักษ์น้ำแข็ง โอดินมาช่วยไว้ทัน เหตุการณ์นี้ทำให้โลกิเริ่มสงสัยความลับชาติกำเนิดของตนเอง เพราะยักษ์น้ำแข็งสัมผัสร่างโลกิ กลับไม่เป็นอันตราย เพราะถ้าเป็นเผ่าพันธุ์อื่นจะติดพิษความเย็น

“ลอฟฟี่”ราชาเหล่ายักษ์น้ำแข็งประกาศว่า แอสการ์ดผิดกฎสงบศึก และประกาศสงครามกับชาวแอสกาเดี้ยน ก่อนที่โอดินจะพาลูกทั้งสองและเพื่อนๆธอร์กลับแอสการ์ด

ที่อาณาจักรแอสการ์ด โอดินยึดพลังธอร์ใส่ในฆ้อนโยเนีย และเนรเทศธอร์มายังโลกพร้อมกับฆ้อนโยเนีย ธอร์จะได้พลังและฆ้อนคืนเมื่อธอร์คู่ควร ธอร์และฆ้อนตกลงมาที่โลกบริเวณนิวเม็กซิโก

โอดินยึดพลังและโยเนียของธอร์ (Thor: 1)

 

ที่โลก ในเวลาเดียวกันที่ธอร์ตกลงมาบนโลก โทนี่เปิดดูวีดีโอที่พ่อถ่ายทิ้งไว้ให้เกี่ยวกับสตาร์คเอ็กโปว์ โทนี่จึงเริ่มหาสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ และค้นพบตารางธาตุที่ซ่อนไว้ในผังโครงสร้างสตาร์คเอ๊กซ์โปว์จนได้

โทนี่และจาร์วิสช่วยกันจนสร้างธาตุใหม่สำเร็จ โทนี่เปลี่ยนพาราเดียมจากเตาปฎิกรณ์อาร์คจิ๋วที่หน้าอกไปใช้ธาตุใหม่ที่ เพิ่งสร้างสำเร็จแทน แต่เอเจ้นท์โคลสันมีคำสั่งด่วน จึงขอตัวโทนี่ไปงานที่ว่าในนิวเม็กซิโก (ฆ้อนโยเนีย)

โทนี่กับธาตุตัวใหม่ที่จำลองจากพลังงานแทซเซอแรค (Iron Man 2)

 

ที่นิวเม็กซิโก ในเวลาเดียวกับที่โทนี่สร้างธาตุตัวใหม่ ด.ร.เจน ฟอสเตอร์ กับ ดร.อีริค เซลวิค สองนักฟิสิกซ์ดาราศาสตร์ผู้ศึกษาวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับสะพานไอสไตร์โรเซ่น(ลักษณะเหมือนสะพาน ไบฟรอสท์) เจนตรวจจับสภาพอากาศคล้ายสะพานโรเซ่นได้ที่นิวเม็กซิโก จึงรีบไปที่นั่น เจนขับรถชนธอร์ และเจนพบธอร์ในสภาพไร้พลัง เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา จึงพาไปส่งโรงพยาบาล และทุกคนคิดว่าธอร์เพี้ยนเรื่องเทพ

เจนพาธอร์มาส่งโรงพยาบาล (Thor: 1)

 

ที่อาณาจักรแอสการ์ด โลกิล่วงรู้จากปากโอดินว่า โลกิคือลูกลอฟฟี่ ส่วนโอดินก็ได้ล่วงรู้เช่นกันว่า โลกิคือผู้พาเหล่ายักษ์น้ำแข็งบุกคลังอาวุธตอนนั้น โอดินเสียใจมาก เกิดหมดสติไปตั้งแต่นั้น และเข้าสู่สภาวะ โอดินสลีป

เลดี้ซิฟกับวอริเออร์ทรี ล่วงรู้ถึงแผนการโลกิ และกำลังจะไปเตือนโอดิน แต่สายไปเสียแล้ว โลกิฉวยโอกาสยึดกุงเนียร์คฑาของโอดิน และครองบัลลังค์แอสการ์ดแล้ว

เลดี้ซิฟกับวอริเออร์ทรีคุกเข่าให้โลกิ (Thor: 1)

 

ที่โลก ในงานสตาร์คเอ๊กซ์โปว์  แฮมเมอร์ก็เปิดตัวหุ่นรบที่สร้างโดยอิวาน และเปิดตัวโรดี้ในฐานะ”วอร์แมชชีน” แต่อิวานหักหลังแฮมเมอร์ โดยการบังคับทั้งหุ่นรบและวอร์แมชชีน โจมตีทำลายงานสตาร์คเอ๊กซ์โปว์เพื่อตามฆ่าโทนี่

ในงานนี้เด็กน้อยที่ชื่อ Peter Parker ก็ใส่หน้ากากไอออนแมนมาชมงานด้วย จนเกือบจะโดนหุ่นรบของแฮมเมอร์ทำร้าย เพราะหุ่นรบคิดว่าปีเตอร์คือไอออนแมนจากหน้ากากที่ใส่ แต่โทนี่ที่เป็นไอออนแมนตัวจริงมาช่วยไว้ทัน ปีเตอร์จึงมีโทนี่เป็นไอดอลนับตั้งแต่นั้น

ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ (Iron Man 2)

 

แบล็ควีโดว์ช่วยรีบูธชุดเกราะวอร์แมชชีนทำให้หลุดจากการควบคุมของอิวานได้ อิวานใส่ชุดเกราะมาสู้ สุดท้ายแล้วไอรอนแมนและวอร์แมชชีนก็ช่วยกันปราบอิวานลงสำเร็จ

ไอออนแมนกับวอร์แมชชีน (Iron Man 2)

 

ที่นิวเม็กซิโก เอเจ้นท์โคลสันและ”เอเจ้นท์ซิตเวลล์” (สายลับไฮดร้า)และ”เอเจ้นท์บาร์ตั้น” (ฮอว์คอาย) ถูกส่งมาสืบสวนเรื่องฆ้อนโยเนีย ชิลล์ทำค่ายล้อมฆ้อนโยเนียไว้ และกำลังหาเหตุผลว่าทำไมจึงไม่มีใครยกขึ้น หรือขยับเขยื้อนได้ เอเจ้นท์โคลสันยึดงานค้นคว้าของเจนและทีมงานทั้งหมด

เจนและธอร์เริ่มมีใจให้กัน (Thor: 1)

 

ที่นิวยอร์ค บรูซกลับมาเพื่อค้นหาหนทางรักษา และได้พบเบ๊ตตี้อีกครั้ง บรูซเล่าให้เบ๊ตตี้ฟังเรื่องจริงที่พ่อของเธอตามล่า ก็เพื่อนำเลือดไปสร้างสุดยอดทหาร นายพลรอสนำเซรุ่มที่อยู่ในไครโอซิงค์ (โปรเจครีเบิร์ธปี 1943) ฉีดให้อิมิล อิมิลกลายเป็นสุดยอดทหารแล้ว

อิมิลและทีมทหารชุดไล่ล่าปะทะกับฮัลค์ที่มหาลัยคัลเวอร์ อิมิลโดนฮัลค์อัดเกือบตาย เหตุการณ์นี้ถูกอัดคลิปไว้และเผยแพร่ทางอินเตอเน๊ตโดยเด็กมหาลัย 2 คน เรื่องปริศนาของยักษ์ตัวเขียวเริ่มแพร่หลายในวงกว้างแล้ว

อิมิลเผชิญหน้าฮัลค์ (The Incredible Hulk)

 

ที่นิวเม็กซิโก ธอร์บุกค่ายชิลล์เพื่อจะมาเอาโยเนียคืน แต่ไม่สามารถยกโยเนียได้เช่นคนอื่นๆ ธอร์เศร้ามาก หลังจากนั้นเอเจ้นท์โคลสันจึงจับกุมธอร์มาสืบสวน ก่อนที่ดร.เซลวิคจะมาช่วยธอร์ออกไปภายหลัง

ที่อาณาจักรแอสการ์ด เลดี้ซิฟกับวอริเออร์ทรีเล่าให้ฮัมดาลล์ฟังในแผนการร้ายของโลกิ และขอให้ฮัมดาลล์ส่งพวกตนไปยังโลกเพื่อพาธอร์กลับมา จังหวะเดียวกันโลกิส่งเดสทรอยเยอร์มาเพื่อฆ่าธอร์ โลกิยังใช้หีบศักสิทธิ์แช่แข็งฮัมดาลล์ไว้ เพื่อควบคุมสะพานไบฟรอสท์และพาเหล่ายักษ์น้ำแข็งเข้ามาแอสการ์ด

โลกิเผยร่างที่แท้จริงยามใช้หีบศักดิ์สิทธิ์ (Thor: 1)

 

ที่โลก นิวเม็กซิโก ช่วงที่วอริเออร์ทรีและเลดี้ซิฟมาตามหาธอร์ที่โลกเพื่อพากลับแอสการ์ด ขณะเดียวกันเดสทรอยเยอร์ก็ตามมาด้วย ธอร์สละชีวิตให้เดสทรอยเยอร์ฆ่าเพื่อปกป้องชาวเมืองและพวกของเจน ธอร์จึงได้โยเนียและพลังกลับคืน

ธอร์ทำลายเดสทรอยเยอร์ได้ เอเจ้นท์โคลสันคืนงานค้นคว้าให้เจน บุตรแห่งโอดินให้คำมั่นกับบุตรแห่งโคลว่า ชาวแอสการ์เดี้ยนเป็นพันธมิตรกับโลก และธอร์พร้อมปกป้องพิทักษ์โลก

ธอร์กับโคลสัน (Thor: 1)

 

ที่อาณาจักรแอสการ์ด ฮัมดาลล์หลุดจากการแช่แข็งได้ และพาธอร์,เลดี้ซิฟ,วอริเออร์ทรีกลับแอสการ์ด เพื่อยับยั้งโลกิ ลอฟฟี่ราชาเหล่ายักษ์น้ำแข็งบุกจนถึงห้องบรรทมของโอดินหวังสังหาร ราชินีฟลิกก้าซึ่งเฝ้าราชาโอดินอยู่พยายามขัดขวาง

โลกิใช้คฑาโอดินฆ่าลอฟฟี่เพื่อให้ราชินีฟลิกก้าเห็นความดีของตน ธอร์มาถึงและบอกราชินีฟลิกก้าว่า โลกิส่งเดรสทรอยเยอร์ไปเพื่อสังหารธอร์ และธอร์รู้ว่าโลกิจะใช้สะพานไบฟรอสท์ทำลายโยธันไฮม์ทั้งดวงดาว เพื่อเอาใจโอดิน ให้โอดินรับรู้ว่าตนเหมาะสมกับราชาแอสการ์ด

โลกิกำลังใช้กุงเนียร์เปิดสะพานไบฟรอสท์ (Thor: 1)

 

ธอร์จึงทำลายสะพานไบฟรอสท์ซะเลย โอดินจึงตื่นจากการหลับไหลในสภาวะโอดินสลีป ผลคือโลกิตกไปในห้วงอวกาศ ทุกคนคิดว่าโลกิตาย แต่โลกิยังอยู่

ที่โลก นิวยอร์คย่านฮาเล็ม อิมิลอยากเอาชนะฮัลค์ จึงฉีดเซรุ่มจอมพลังที่สกัดจากเลือดฮัลค์เข้าไปอีก ผลคืออิมิลกลายเป็น”Abomination” (อะบอมิเนชั่น) และสู้กับบรูซที่กลายร่างเป็นฮัลค์ ทั้งคู่ปะทะกันสร้างความเสียหายให้นิวยอร์คอย่างมาก

อิมิล บรอนสกี้ หรือ อะบอมิเนชั่น (The Incredible Hulk)

 

สุดท้ายอิมิลแพ้และไม่มีใครปราบฮัลค์ลงได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกว่าฮัลค์ไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ใช่มิตร ข่าวยักษ์ตัวเขียวแผ่เป็นวงกว้าง หลังจากนั้น ชิลล์ จึงบีบให้นายพลรอสยุติการไล่ล่าบรูซเสียที และจับอีมิลไปขังลืมในคุกลับ

ที่ขั้วโลกเหนือ ทีมขุดเจาะน้ำมันรัสเซียบังเอิญขุดเจอซากเครื่องบินเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณเขตอาร์คติค หน่วยชิลด์ซึ่งติดตามเรื่องกัปตันโรเจอร์มาเนิ่นนาน พอทราบเรื่องจึงรีบไปกู้เครื่องบินขึ้นมา และพบอยู่ในสภาพถูกแช่แข็งในเครื่องบิน

กัปตันโรเจอร์ (Avengers :1)

 

ที่นิวยอร์ค กัปตันโรเจอร์ฟื้นขึ้นมาในเวลาปัจจุบันที่ฐานบัญชาการศูนย์กลางของชิลด์ในนิวยอร์ค และค่อยๆปรับสภาพตัวเอง หน่วยชีลด์และฟิวรี่เคารพกัปตันโรเจอร์มาก เนื่องจากเป็นคนริเริ่มสายงานนี้ก่อนจะเป็นชิลด์ทีเดียว ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ก่อตั้งทั้งสามของชิลด์อีกด้วย

สภาความมั่นคงโลก แนะนำให้อิมิลอยู่ในทีมอเวนเจอร์ แต่ผ.อ.ฟิวรี่ไม่เห็นด้วย ผ.อ.ฟิวรี่สนใจในตัวบรูซมากกว่า เอเจนท์โคลสันคิดแผนได้ จึงส่งที่ปรึกษาระดับสูงของชิลด์(โทนี่)ไปพบนายพลรอสเพื่อขอตัวอีมิล (โดยหวังให้โทนี่ป่วนจนนายพลรอสไม่ให้ตัวอีมิล) ผลคือสำเร็จ อีมิลก็ถูกชิลด์ขังลืมไว้ต่อไป

นายพลรอสพบกับโทนี่ (The Incredible Hulk)

 

ขณะเดียวกันบรูซก็หลบไปอยู่ที่กัลกัตตา อินเดีย เพื่อฝึกควบคุมอารมณ์ ผ.อ.ฟิวรี่ก็ส่งสายลับติดตามบรูซแบบไม่ให้คลาดสายตา โทนี่ใช้พลังงานบริสุทธิ์จากเตาปฏิกรณ์อาร์คให้พลังงานทั้งตึกสตาร์คทาวน์เวอร์ได้สำเร็จ กัปตันโรเจอร์กำลังเรียนรู้โลกใหม่ ธอร์และฮัมดาลล์กำลังซ่อมแซมสะพานไบฟรอสท์ที่เสียหาย โลกกำลังสงบสุข

ที่โลก ผ.อ.ฟิวรี่เริ่มตระหนักว่า อาจมีภัยคุกคามจากต่างดาวอีก เพราะเรามิได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล จึงคิดจะรวมทีมอเวนเจอร์อีกครั้ง และสั่งให้ชิลล์เก็บชิ้นส่วนเดสทรอยเยอร์ไปวิจัยสร้างอาวุธ รวมถึงสังเคราะห์พลังงานแทซเซอแรคเพื่อผลิตอาวุธด้วย

ผ.อ.ฟิวรี่จึงได้ทาบทามดร.เซลวิคมาทำงานร่วมกับชิลด์เพื่อวิจัยพลังงานของแทซเซอแรค และนิคก็ริเริ่มโปรเจค P.E.G.A.S.U.S ที่นิวเม็กซิโก โลกิที่จำแลงกายกลับมาที่โลกและแอบสะกดรอยตามดร.เซลวิค จึงล่วงรู้ว่าแทซเซอแรคอยู่บนโลกที่โปรเจคพีกาซัสนี้

โลกิผู้เจ้าเล่ห์ (Thor: 1)

 

อีกฟากของจักรวาล The Other ลูกน้องธานอสผู้นำชิกทอรี่ได้พบโลกิ จึงพาโลกิไปพบธานอส โลกิบอกธานอสว่าแทซเซอแรคอยู่ที่โลก ธานอสรู้ว่าโลกิเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ดิออทเทอร์จึงให้โลกินำทัพชาวชิกทอรี่ไปยึดโลก ธานอสจะได้แทซเซอแร๊ค และโลกิจะได้โลกไปครอง ธานอสมอบคฑาพลังควบคุมจิตใจให้โลกิไว้ใช้เพื่อยึดโลกด้วย

(คฑาโลกิ คือ Mind Stone 1ใน Infinity Stone)

 

ปี 2012 แทซเซอแร็คถูกเก็บไว้ที่ฐานทัพลับของชิลด์ (Project: P.E.G.A.S.U.S.) โลกิเดินทางมาโลกในจุดที่แทซเซอแร๊คอยู่ด้วยพลังวิเศษของธานอส โลกิใช้คฑาควบคุมจิตใจของฮอว์คอายและดร.เซลวิค โลกิชิงแทซเซอแร๊คไปเพื่อจะเปิดประตูมิติและนำทัพชิกกอรี่บุกโลก คอมมานเดอร์ฮิลล์พยายามยับยั้งฮอว์คอายแต่ไม่สำเร็จ

ฮอว์คอายอยู่ในความควบคุมของโลกิ (Avengers :1)

 

โปรเจคพีกซัสระเบิดเพราะพลังงานแทซเซอแร๊คสูงเกินไปที่เปิดประตูมิติ ผ.อ.ฟิวรี่ต้องรื้อโปรเจครวมทีมอเวนเจอร์เป็นการด่วน โคลสันไปเชิญโทนี่ แบล็ควีโดไปเชิญบรูซ ผ.อ.ฟิวรี่ไปเชิญกัปตันโรเจอร์ คอมมานเดอร์ฮิลล์ไปเตรียมฐานทัพลอยฟ้าหรือ “Helicarrier” ซึ่งคือฐานทัพบัญชาการเพื่อสงครามนี้โดยเฉพาะของชิลด์

ที่เยอรมัน ชิลด์ตรวจพบโลกิปรากฎตัวที่ฮัมบูร์ก ผ.อ.ฟิวรี่จึงส่งกัปตันโรเจอร์และแบล็ควีโดไปจับตัว ไอออนแมนมาช่วยอีกคน โลกิจึงยอมให้จับ ขณะเดินทางกลับธอร์ก็ปรากฎตัวขึ้น (ธอร์ถูกโอดินส่งมา)

ทีแฮริแคเออร์ ทั้งสี่นำโลกิกลับฐานทัพลอยฟ้าแฮริแคเออร์ โลกิตั้งใจให้ถูกจับอยู่แล้ว เพราะต้องการให้ทีมอเวนเจอร์แตก โลกิใช้มายาปั่นหัวทุกคนจนแตกคอทะเลาะกันรุนแรง ที่สำคัญโลกิตั้งใจให้บรูซโกรธและกลายเป็นฮัลค์ เพื่อให้ฮัลค์ทำลายแฮริแคเออร์

ทีมอเวนเจอร์ปั่นป่วน (Avengers :1)

 

จังหวะนั้นฮอว์คอายก็นำกองกำลังทหารรับจ้างบุกแฮริแคเออร์ ฮอว์คอายยิงธนูระเบิดใส่ใบพัดเครื่องยนต์ ผลทำให้แฮริแคเออร์กำลังตก เกิดการต่อสู้กันหนักหน่วง บรูซกลายเป็นฮัลค์และหล่นลงพื้นโลก ไอออนแมนพยายามช่วยไม่ให้ฐานทัพลอยฟ้าตก กัปตันโรเจอร์ต่อสู้กับผู้บุกรุก แบล็ควีโดกับฮอว์คอายสู้กัน ก่อนที่แบล็ควีโดจะทำให้ฮอว์คอายคืนสติได้สำเร็จ

โลกิหลอกล่อธอร์จนหนีจากที่คุมขังได้ และขังธอร์ไว้ซะเอง โลกิปล่อยกรงขังธอร์ลงพื้นโลก ขณะโลกิกำลังหนี โคลสันมาขวางไว้ จึงถูกโลกิฆ่าและโลกิหนีไปได้

โคลสันตายด้วยคฑาโลกิแทงข้างหลัง (Avengers :1)

 

ผ.อ.ฟิวรี่ใช้การตายของโคลสันปลุกใจคนในทีมอเวนเจอร์ให้ฮึดสู้ โลกิให้ดร.เซลวิคใช้สตาร์คทาวน์เวอร์เป็นที่ตั้งเครื่องเปิดประตูมิติของแทซเซอแร็ค ไอออนแมนพยายามทำลายแทซเซอแร็คแต่ทำลายไม่ได้

แรงกระแทกที่ไอออนแมนยิงทำให้ดร.เซลวิคคืนสติ พวกชิกกอรี่บุกโลกทำลายนิวยอร์คย่อยยับ ทีมอเวนเจอร์ต้านทานไว้สุดกำลัง ฮัลค์อัดโลกิเละหมดสภาพ จนกระทั่งสภาความมั่งคงโลกเห็นชอบสั่งยิงนิวเคลียร์ถล่มนิวยอร์ค

ซึ่งผ.อ.ฟิวรี่ไม่เห็นด้วย เพราะจะมีคนตายเป็นล้านคน แต่ผ.อ.ฟิวรี่ก็ยับยั้งไม่ทัน นักบินชิลด์ได้ปล่อยจรวดนิวเคลียร์พุ่งออกไปแล้ว ดร.เซลวิคบอกแบล็ควีโดให้ใช้คฑาโลกิจิ้มไปที่แทซเซอแร็คเพื่อปิดประตูข้ามจักรวาล เพราะเป็นอัญมณีพลังเช่นเดียวกัน

แบล็ควีโดว์กำลังใช้คฑาโลกิจิ้มใส่แทซเซอแรค (Avengers :1)

 

ไอออนแมนจึงจับจรวดนิวเคลียร์และบินไปโยนใส่ยานแม่ของชิกกอรี่แทน ไอออนแมนเกือบตายแต่ก็รอดมาได้ สงครามจบลง ธอร์คุมตัวโลกิกลับแอสการ์ด และนำแทซเซอแร็คกลับไปเก็บที่คลังอาวุธวังแอสการ์ดด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวรุกรานโลกเพราะแทซเซอแร๊คอีก

โลกิพ่ายแพ้ (Avengers :1)

 

แต่ชิลด์ ยังคงเก็บคฑาโลกิที่มีอัญมณีพลังเอาไว้ ทำให้คฑาเป็นที่หมายตาของเหล่าไฮดร้าในชิลด์ ด้านธานอสก็ได้ตระหนักแล้วว่า มนุษย์โลก มิยอมศิโรราบให้ง่ายๆ และธานอสยังรอเวลาบุกโลกอีกครั้ง..

หลังจากเหตุการณ์กองทัพสิ่งมีชีวิตต่างดาวชิกทอรี่บุกนิวยอร์ค ชิลด์ก็ถูกเปิดเผยการมีตัวตน แม้จะไม่ค่อยมีใครรู้ แต่ก็ไม่อาจเหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกๆคนในทีมอเวนเจอร์ถูกสื่อต่างๆและรัฐบาลจับตา ผู้คนต่างฮือฮาและยกย่องซุปเปอร์ฮีโร่ของพวกเขา..

ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า กลายเป็นเทพเจ้าจากตำนานที่มีตัวตนจริงๆ

กัปตันอเมริกา ผู้เป็นฮีโร่วีรบุรษสงครามใโลกครั้งที่2′ ฟื้นคืนชีวิตกลับมาอีกครั้ง

ฮัลค์ มนุษย์ยักษ์ร่างเขียวผู้คนเลิกหวาดกลัว แต่กลับกลายเป็นฮีโร่สำหรับเด็กๆ

และไอออนแมน ผู้เป็นฮีโร่ที่เปิดตัวคนเดียว ฉายเดี่ยวมานาน ก็ได้รวมทีมเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ซักที

สมาชิกอเวนเจอร์สรุ่นก่อตั้ง (Avengers :1)

 

ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ไทรสเคลเลี่ยนฐานใหญ่ชิลด์ ด้วยเหตุการณ์โลกินำทัพชิทอรี่ถล่มโลกครั้งนี้ ชิลด์จึงเริ่ม Project Insight  (โปรเจคอินไซต์) เพื่อเฝ้าระวังทุกๆอย่างบนโลกนี้ อินไซต์เป็นระบบสอดแนมทุกชีวิตในโลกและอาวุธทำลายล้างมหาประลัย โดยมีเลขากรรมมาธิการอเล๊กซานเดอร์ เพียซ เป็นหัวหน้าโครงการ แต่เพียซมีแผนการจะเปลี่ยนอินไซต์ให้เป็นของไฮดร้าควบคุมเสียเอง

โปรเจคอินไซต์ (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่นิวยอร์ค ขณะที่โทนี่ก็ยังคิดจะปรับปรุงตึกสตาร์คทาวเวอร์ ให้เป็นฐานบัญชาการทีมอเวนเจอร์แทน และโทนี่ก็เริ่มสร้าง “Avengers Headquarters” โทนี่ก็เริ่มจิตตกอีกครั้ง สาเหตุจากการเกือบตายครั้งชิกทอรี่บุกโลก โทนี่จึงเริ่มคิดหาระบบป้องกันที่เบ็ดเสร็จ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดกำลังจะตามมา.. (กำเนิดความคิดจะสร้างหุ่นยนต์ไอออนลีเจี้ยนและเอไออัลตรอน)

ตึกอเวนเจอร์สกลางนิวยอร์ค (Avengers :1)

 

ที่นิวยอร์ค Adrian Toomes (เอเดรี่ยน ทูมส์) ผู้รับเหมาที่ทำสัญญากับเมืองนิวยอร์คไว้ ก็ขอสัมปทานในการเก็บกู้ซากของชิทอรี่ในเมืองนิวยอร์คทั้งหมด ซึ่งเอเดรี่ยนลงทุนหมดตัวเพื่อจ้างแรงงาน เพื่องานนี้โดยเฉพาะ

แต่แล้วรัฐบาลก็จัดตั้งหน่วย Damage Control ขึ้นมา โดยมีโทนี่ให้เงินทุนสนับสนุน แดมเมจคอนโทรลเข้ามายึดงานรับเหมาสัมปทานเก็บกู้ซากชิทอรี่ของเอเดรี่ยน ทำให้เอเดรี่ยนขาดทุนไปเยอะ

หน่วยแดมเมจคอนโทรล (Spider-Man: Homecoming)

 

เอเดรี่ยนเห็นว่าตนเองถูกเอาเปรียบ จึงคิดจะนำเศษซากชิทอรี่ที่เก็บมาได้ก่อนโดนยึดมาสร้างอาวุธวิทยาการล้ำๆ และนำออกขายในตลาดมืดแทน โดยมีลูกน้องเก่าสามคนช่วยเหลืองานตลาดมืดนี้ด้วย และเอเดรี่ยนก็เริ่มสร้างชุดที่บินได้เอาไว้ใช้จารกรรม นั่นก็คือชุด วัลเจอร์

เอเดรี่ยน ทูมส์ (Spider-Man: Homecoming)

 

ที่ซานฟรานซิสโก ด็อกเตอร์พิมรับลูกศิษย์มาหนึ่งคน ซึ่งเค้าคือนักวิทยาศาสตร์หนุ่มผู้มีความทะเยอทะยานสูงชื่อว่า Dr. Darren Cross ต่อมาด็อกเตอร์พิมก็สอนความรู้ทุกๆอย่างของตนเองให้ครอสยกเว้นสูตรอานุภาคพิม รวมถึงโฮปหลังจากเรียนจบก็มาทำงานช่วยด็อกเตอร์พิมที่บริษัทเช่นกัน

แต่ครอสสนั้นมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้สูตรอานุภาคพิมและชุดแอนท์-แมนของด็อกเตอร์พิมใหัจงได้ ซึ่งครอสได้ข่าวลือจากสายมาว่าด็อกเตอร์พิมคือแอนท์-แมน สายลับในตำนานของชิลด์

ซึ่งด็อกเตอร์พิมก็ปฏิเสธครอสว่าไม่เป็นความจริงตลอดมา แอนท์-แมนคือเรื่องเหลวไหล ทำให้ครอสมีความคิดที่จะเทคโอเวอร์บริษัทพิมเทคโนโลยีมาเป็นของตนเอง เพราะไม่พอใจที่ด็อกเตอร์พิมหวงวิชาสูตรอนุภาคพิม

ดร.พิมและดร.ครอส (ANT-MAN :1)

 

ปลายปี 2012 ที่แคลิฟอร์เนีย สก็อต แลงค์ วิศวกรไฟฟ้าที่มีฝีมือย่องเบาระดับพระกาฬ ได้ทำการบุกเข้าไปใน Vistacorp Headquarters ซึ่งเป็นบริษัทของตนเองที่ทำงานอยู่ เพื่อแฮคเงินในบริษัทไปคืนลูกค้าที่โดนบริษัทตนเองโกง ผลทำให้สก็อตต้องโทษจำคุก 3 ปี สก็อตต้องเลิกกับเมีย และเสียสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกสาวนับตั้งแต่นั้น

สก็อต แลงค์  ติดคุก (ANT-MAN :1)

 

ปี 2013 โทนี่ สตาร์ค เริ่มผลิตหุ่นไอออนลีเจี้ยนออกมามากมายหลายตัวในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่โทนี่ก็ยังไม่สร้างปัญญาประดิษฐ์อัลตรอนขึ้นมาควบคุมไอออนลีเจี้ยน หากแต่ให้จาร์วิสคุมไปก่อน เพราะโทนี่ต้องการสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่ดีกว่าจาร์วิส

หลังจากที่ อัลดริดส์ คิลเลี่ยน เก็บความแค้นกับโทนี่ไว้นับสิบปี คิลเลี่ยนก็มีบริษัททางชีววิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า A.I.M. โดยมีการช่วยเหลือจากองค์กรลับในยุโรป ซึ่งมี บารอน วอน สตรัคเกอร์ สายลับไฮดร้าอดีตเจ้าหน้าที่ชิลด์เป็นหัวหน้าองค์กรนั้น

อัลดริดส์ คิลเลี่ยน (IRONMAN 3)

 

สตรัคเกอร์เข้ามาช่วยเรื่องวิจัยโครงการเอ๊กซ์ตรีมมิสของคิลเลี่ยน จนในที่สุดโครงการเอ็กซ์ตรีมมิสก็สำเร็จจนได้ ทำให้ผู้ถูกทดลองใช้พลังเหนือมนุษย์ได้ ร่างกายงอกใหม่ได้ แต่มีผลข้างเคียงคือ ผู้ทดลองบางคนถ้าร่างกายไม่รับจะร้อนจนระเบิด

คิลเลี่ยนปลุกกลุ่มผู้ก่อการร้ายเท็นริงส์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยจ้างนักแสดงติดยาชื่อเทรเวอร์ สแล็กซ์เทอรี่มาศัลยกรรม และตั้งชื่อใหม่ว่า แมนดาริน ( ซึ่งแมนดารินตัวจริงมีชีวิตอยู่ในยุค 80′ )

แมนดาริน (IRONMAN 3)

 

คิลเลี่ยนให้หน้าฉากแมนดารินเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้ายกลุ่มเท็นริงส์ โดยมีคิลเลี่ยนชักใยอยู่เบื้องหลัง แมนดารินประกาศสงครามกับอเมริกา โดยนำผู้ทดลองที่ผิดพลาดไประเบิดสถานที่สำคัญๆในอเมริกา ซึ่งเป็นระเบิดที่ไม่สามารถเกาะรอยได้

ชาวอเมริกันต่างหวาดกลัวแมนดาริน แฮปปี้ ลูกน้องคนสนิทของโทนี่อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดโรงหนังของแมนดารินด้วย ผลทำให้แฮปปี้บาดเจ็บสาหัส โทนี่จึงประกาศเป็นศัตรูกับแมนดารินออกสื่อโทรทัศน์ แถมยังบอกบ้านเลขที่ตนเองท้าทายแมนดารินด้วย

โทนี่ท้าแมนดาริน (IRONMAN 3)

 

ที่บ้านโทนี่ในมาลิบู โทนี่กับจาร์วิสเริ่มสืบหาการระเบิดรูปแบบเดียวกับระเบิดของแมนดาริน จนไปพบที่เทนเนสซี่ จาร์วิสจึงวางแผนการบินของชุดไอออนแมนไปเทนเนสซี่เพื่อสืบสวน

ขณะนั้นเองคิลเลี่ยนส่งลูกน้องไปถล่มบ้านโทนี่ โทนี่หนีมาได้แต่สลบไป ชุดเกราะไอออนแมนพาโทนี่ไปเทนเนสซี่ตามที่จาร์วิสโปรแกรมไว้ โทนี่ตื่นมาพร้อมกับพลังงานในไอออนแมนหมด จึงไปพักบ้านเด็กคนนึงชื่อฮาลี่

โทนี่กับชุดเกราะมาร์ค 42 ของตน (IRONMAN 3)

 

ที่เทนเนสซี่ โทนี่ซ่อมเกราะมาร์ค 42 และชาร์ทพลังชุดเกราะที่บ้านฮาลี่ พร้อมกับสืบเรื่องราวจนพบความจริงว่า ระเบิดมาจากร่างกายมนุษย์ โทนี่สืบหาจนพบที่กบดานแมนดารินที่ไมอามี่ ขณะเดียวกันคิลเลี่ยนก็จับเพพเพอร์ไปฉีดเอ็กตรีมมิส

โทนี่แอบตามไปบ้านแมนดาริน และพบว่าแมนดารินนั้นเป็นเพียงนักแสดงรับจ้างหุ่นเชิดของคิลเลี่ยน คิลเลี่ยนจับโทนี่ได้ จับโรดี้ในชุดวอร์แมชชีนได้ด้วย คิลเลี่ยนให้ลูกน้องใส่ชุดวอร์แมชชีนไปจับตัวประธานาธิปดีเอลลิสที่แอร์ฟอซวัน

คิลเลี่ยนจะฆ่าประธานาธิปดีเอลลิสออกอากาศถ่ายทอดสดให้อเมริกาได้ดู โทนี่และโรดี้หนีออกมาจากบ้านแมนดารินได้ และรีบตามไปไปช่วยประธานาธิปดีเอลลิสจากคิลเลี่ยน

โทนี่และโรดี้มาลุยแบบไม่ใส่เกราะ (IRONMAN 3)

 

ที่ท่าเรือร๊อกซอน  โรดี้ช่วยประธานาธิปดีเอลลิสได้สำเร็จ โทนี่กำลังจะแพ้คิลเลี่ยนในร่างเอ็กซ์ตรีมมิส แต่เพ็พเพอร์ในร่างเอ็กซ์ตรีมมิสมาช่วยโทนี่ไว้และฆ่าคิลเลี่ยน โทนี่รักษาเพ็พเพอร์ให้กลับมาเป็นปกติสำเร็จ และโทนี่ยังให้หมอผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดทั้งหมดออกจากร่างกายอีกด้วย

เพพเพอร์ ตอนอยู่ในร่างเอ็กซ์ตรีมมิส (IRONMAN 3)

 

ผ.อ.ฟิวรี่ เริ่มระแคะระคายว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลในชิลด์ ผ.อ.ฟิวรี่ไม่ไว้ใจใครนอกจากคอมมานเดอร์ฮิลล์ จึงให้คอมมานเดอร์ฮิลล์เริ่มทำการสืบสวนภายในชิลด์อย่างลับๆ

ผ.อ.ฟิวรี่ยังส่งเอเจ้นท์ 13 หรือ ชารอน คาเตอร์ แฝงตัวเป็นเพื่อนบ้านกัปตันโรเจอร์เพื่อเฝ้าระวัง และให้ชารอนรายงานโดยตรงกับผ.อ.ฟิวรี่คนเดียว ซึ่งขณะนี้กัปตันโรเจอร์เป็นเจ้าหน้าที่ชิลด์เต็มตัว และอยู่ในระดับ 7

เอเจ้นท์13 หรือชารอน คาเตอร์ เป็นหลานของ เพกกี้ คาร์เตอร์ (Cap2: Winter Soldier)

 

แต่ทว่า บารอน วอน สตรัคเกอร์ สายลับชิลด์หนึ่งในหัวหน้าไฮดร้า ก็แอบให้ลูกน้องขโมยคฑาโลกิออกมาจากชิลด์ได้แล้ว โดยที่ชิลด์ยังไม่รู้ตัว สตรัคเกอร์และดร.ลิสท์จึงเริ่มวิจัยคฑาโลกิอย่างลับๆในประเทศโซโคเวีย

ที่โซโคเวีย ซึ่งเป็นประเทศยากจนแร้นแค้นทางยุโรปเหนือ บารอน วอน สตรัคเกอร์ นำกองกำลังทหารไฮดร้าเข้าไปรุกราน เพื่อหวังที่จะปั่นป่วน โดยที่ชาวโซโคเวี่ยนไม่รู้ว่ากองกำลังต่างชาติลึกลับนี้คือพวกไหน และต้องการอะไร

ชาวเมืองหลวงต่างออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่กองกำลังลึกลับนี้มากมาย และในกลุ่มชาวเมืองผู้ออกมาต่อต้าน ก็มีสองพี่น้องฝาแฝด เปโตร แม็กซีมอฟ และ วานด้า แม็กซีมอฟ ซึ่งสูญเสียพ่อแม่เพราะระเบิดของสตาร์คอินดัสทรีย์รวมอยู่ด้วย

เปโตรและวานด้า (Avengers 2: Age of Ultron)

 

ที่แอสการ์ด โลกิถูกคุมขังไว้ในคุกแน่นหนา ราชินีฟลิกก้ายังรักและเป็นห่วงโลกิอยู่เสมอ ฟลิกก้าใช้ร่างมายาไปเยี่ยมโลกิบ่อยๆ ธอร์,เลดี้ซิฟและวอริเออร์ทรี ได้ทำการรบเคียงบ่าเคียงไหล่ไปทั่วทั้ง 9 อาณาจักร เกิดความสงบสุขกับอาณาจักรทั้ง 9

ราชาโอดินภูมิใจในตัวธอร์มาก และคิดว่าธอร์เหมาะสมแล้วกับการเป็นกษัตริย์แอสการ์ดต่อจากตน โอดินอยากให้ธอร์สมรสกับเลดี้ซิฟ แต่ในใจธอร์มีเพียง เจน ฟอสเตอร์ เท่านั้น

เฟรนด์โซน เลดี้ซิฟกับธอร์ (Thor 2: The Dark World)

 

สะพานไบฟรอสท์ก็ซ่อมเสร็จแล้วจากพลังงานของแทซเซอแร็ค แต่เหตุการณ์การเรียงตัวกันของดวงดาวทั้ง 9 อาณาจักรในรอบห้าพันปีก็มาถึง ทำให้มิติต่างๆในอาณาจักรทั้ง 9 ปั่นป่วน รวมถึงโลกด้วย

ที่โลก เครื่องมือของเจนพบการเปลี่ยนแปลงของมิติที่ลอนดอน เจนรีบไปที่นั่น ตามคำเชิญของ ดร.เซลวิค เจนพบว่ามิติของโลกถูกเชื่อมต่อกับมิติของที่อื่นๆ ซึ่งเจนก็ไม่รู้ว่ามิติอันแตกแยกนี้อยู่บนโลกหรือดวงดาวอื่นๆ และเจนหลุดเข้าไปในมิติอิกดราซิลที่ราชาบอร์บิดาแห่งโอดินปู่แห่งธอร์ได้ซ่อนอีเธอร์ไว้ เจนเอื้อมมือไปสัมผัสอีเธอร์ด้วยความไม่รู้ อีเธอร์จึงไหลเข้าสู่ร่างกายเจน

เจนกลายเป็นภาชนะให้อีเธอร์ (Thor 2: The Dark World)

 

ด้วยพลังของอีเธอร์ที่เข้าครอบครองร่างของเจนทำให้เจนสลบไป ฮัมดาลล์ซึ่งจับตาเจนตลอดเวลาตามคำสั่งธอร์ มองหาเจนไม่พบ ฮัลดาลล์จึงบอกธอร์ว่า เค้าไม่เห็นเจนอยู่บนโลก (เจนอยู่ในมิติอื่น ฮัมดาลล์จึงไม่เห็น)

ธอร์จึงใช้สะพานไบฟรอสท์มายังโลกเพื่อมาหาเจน เจนฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไป5ชั่วโมง ใครที่แตะต้องตัวเจนจะถูกพลังอีเธอร์เล่นงาน ธอร์พบความผิดปกติจึงพาเจนไปแอสการ์ดเพื่อรักษา

เจน ฟอสเตอร์ มาเยือนแอสการ์ดครั้งแรก (Thor 2: The Dark World)

 

ที่สวาทาล์ฟไฮม์ “มาลาคิธ” ผู้หลับไหล ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการจำศีลอันยาวนาน ด้วยมาลาคิธรับรู้ถึงพลังอีเธอร์ (ใครจำไม่ได้ว่ามาลาคิธมาจากไหน โปรดกลับไปอ่านต้นๆบทความ)

ที่แอสการ์ด ราชาโอดินพบอีเธอร์อยู่ในตัวเจน ซึ่งอีเธอร์จะดูดกินพลังชีวิตเจนไปเรื่อยๆจนหมด และเจนจะตาย เนื่องด้วยร่างกายมนุษย์อ่อนแอ โอดินไม่รู้วิธีรักษาหรือวิธีนำออกมา

มาลาคิธจับพลังอีเธอร์ในตัวเจนได้ว่าอยู่ที่แอสการ์ด มาลาคิธจึงนำทัพดาร์คเอลฟ์บุกวังแอสการ์ดเพื่อชิงอีเธอร์คืน การบุกของดารคเอลฟ์ครั้งนี้สามารถพรางตัวซ่อนจากสายตาฮัมดาลล์ได้ เหตุการณ์นี้อัลกริมลูกน้องมาลาคิธได้สังหารราชินีฟลิกก้าด้วย เนื่องด้วยราชินีฟลิกก้าปกป้องเจนจากมาลาคิธ

ฟลิกก้าปกป้องเจน (Thor 2: The Dark World)

 

ธอร์มาทันช่วนเจนแต่ไม่สามารถช่วยราชินีฟลิกก้าทัน มาลาคิธขณะนั้นยังสู้ธอร์ไม่ได้ อัลกริมจึงพามาลาคิธหนีไป ทุกคนต่างเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของราชินีฟลิกก้ารวมถึงโลกิด้วย

ราชาโอดินสั่งปิดสะพานไบฟรอสท์ไม่ให้ใครเข้า-ออกอาณาจักรแอสการ์ดได้ และขังเจนไว้เพื่อล่อมาลาคิธ ธอร์ไม่เห็นด้วย เพราะธอร์คิดว่าวิธีนี้จะทำให้ชาวแอสกาเดี้ยนอาจล้มตายจากสงคราม

โอดินผู้สูญเสียราชินีของตน (Thor 2: The Dark World)

ธอร์อยากให้มาลาคิธดูดอีเธอร์ออกจากตัวเจน แล้วธอร์จะทำลายอีเธอร์ซะ(ธอร์ไม่รู้ว่าอีเธอร์ทำลายไม่ได้) ธอร์จึงให้เลดี้ซิฟช่วยเจนออกมา และให้เหล่าวอริเออร์ทรีคอยขัดขวางทหาร

ธอร์ยังพาโลกิออกจากคุก และขอให้โลกิช่วยพาออกจากแอสการ์ดที่ทางลับซึ่งโลกิรู้อยู่คนเดียว โลกิอยากแก้แค้นให้ท่านแม่ จึงช่วยธอร์และเจนหนีออกจากแอสการ์ดไปสวาทาล์ฟไฮม์ ที่ซึ่งมาลาคิธและดาร์คเอลฟ์ซ่อนตัวอยู่

โลกิพบเจนครั้งแรก (Thor 2: The Dark World)

 

ที่สวาทาล์ฟไฮม์ เมื่อมาถึง โลกิร่วมมือกับธอร์ใช้มายาหลอกให้มาลาคิธดูดอีเธอร์ออกจากเจนได้สำเร็จ ขณะอีเธอร์ยังไม่หลอมรวมกับมาลาคิธ ธอร์ใช้ฆ้อนโยเนียฟาดสายฟ้าใส่อีเธอร์เพื่อหวังทำลาย แต่อีเธอร์ก็กลับมารวมตัวกันใหม่และหลอมรวมเข้ากับมาลาคิธโดยสมบูรณ์

มาลาคิธในร่างที่มีอีเธอร์อยู่ในกาย (Thor 2: The Dark World)

 

ธอร์และโลกิต่อสู้กับอัลกริมและดาร์คเอลฟ์ โลกิปกป้องธอร์และถูกอัลกริมสังหาร(โลกิแกล้งตายด้วยมายา) ธอร์เศร้าเสียใจมาก และมาลาคิธหนีไปได้อีกครั้ง ราชาโอดินส่งทหารไปสวาทาล์ฟไฮม์เพื่อสืบเรื่องราว โลกิจึงใช้มายาปลอมตัวเป็นทหารกลับไปรายงานโอดินว่าตนเองตายแล้ว

ธอร์และเจนหาหนทางออกจากอาณาจักรสวาทาล์ฟไฮม์ เจนบังเอิญพบประตูมิติที่โผล่ไปลอนดอนได้ เจนและดร.เซลวิคช่วยกันหาจุดที่ดาวเรียงกันและส่งพลังสูงสุดให้อีเธอร์ และพบว่าที่นั่นคือเมืองกรีนิช อังกฤษ

ที่อังกฤษ ธอร์รีบไปและพบมาลาคิธกำลังใช้พลังอีเธอรืทำให้จักรวาลมืดมิด ธอร์เข้าขัดขวางและสังหารมาลาคิธได้สำเร็จ และนำอีเธอร์กลับไปแอสการ์ด ธอร์เข้าพบราชาโอดิน (ซึ่งคือโลกิใช้มายาแปลงกายเป็นราชาโอดิน)

โลกิปลอมเป็นโอดินนั่งบัลลังค์แอสการ์ด (Thor 2: The Dark World)

 

ซึ่งโลกิเสกมนต์สะกดโอดินไว้ และนำไปปล่อยไว้ในบ้านพักคนชราบนโลกที่นิวยอร์ค แต่ครู่เดียวโอดินก็คลายมนต์สะกดของโลกิได้ หากแต่โอดินไม่ยอมกลับแอสการ์ด เพราะรู้ว่าตนเองกำลังสิ้นอายุขัย จึงขออยู่เงียบๆบนโลกรอวันแตกดับของตนเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอะไรอีกเลย..

ที่โนว์แวร์ เลดี้ซิฟกับโว้ลสเต๊กซ์นำอีเธอร์ หรือ เรียลลิตี้สโตนนำมาฝากให้กับ “ทานีเลีย ทิวาน เดอะ คอลเลคเตอร์” เก็บรักษาไว้ เพราะแอสการ์ดเห็นว่าที่อาณาจักแอสการ์ดนั้นมีอินฟินิตี้สโตนอยู่ชิ้นนึงแล้ว นั่นก็คือ แทซเซอแร็ค หรือ สเปซสโตน แอสการ์ดเห็นว่า อัญมณีพลังไม่ควรอยู่ด้วยกัน จึงนำมาให้ทิวานเก็บดีกว่า

The Collector ผู้อาวุโสแห่งจักรวาล (Thor 2: The Dark World)

 

ปี 2014 ร้อยเอก สตีฟ โรเจอร์ส (กัปตันอเมริกา) ใช้ชีวิตอาศัยอยู่วอชิงตันดีซีเป็นเจ้าหน้าที่สเปเชี่ยลลิสท์ของชิลด์ วันนึงกัปตันโรเจอร์สได้พบกับ แซม วิลสัน อดีตทหารพลร่มปลดระวาง กัปตันโรเจอร์กับแซมรู้สึกคุยถูกคอและถูกชะตากัน แซมจึงบอกกัปตันโรเจอร์ว่า มีอะไรไปหาเค้าได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

แซม วิลสัน พบกับ สตีฟ โรเจอร์ส (Cap2: Winter Soldier)

 

ผ.อ.ฟิวรี่มีคำสั่งให้โรมานอฟ,ทีมสไตรท์,กัปตันโรเจอร์ ไปช่วยเหลือตัวประกันรวมไปถึงเอเจ้นท์ซิตเวลล์(สายลับไฮดร้า)ที่โดนโจรสลัดชื่อบาทรอคยึดบนเรือ ริเมอเรียลสตาร์ ซึ่งเป็นเรือปล่อยดาวเทียมโครงการอินไซด์ของชิลด์ (เพียซสั่งให้ซิตเวลล์ใส่อัลกอริทึ่มของดร.โซล่าเพื่อให้ไฮดร้าสั่งการแทน)

ภารกิจที่ ผ.อ.ฟิวรี่วางไว้คือ หน้าฉากให้ทีมสไตรท์ รัมโรว์และกัปตันโรเจอร์ไปช่วยตัวประกัน หลังฉากคือให้โรมานอฟไปขโมยข้อมูลในเรือ และผ.อ.ฟิวรี่ ก็เป็นคนจ้างบาทร้อคให้ไปยึดเรือเอง เพราะฟิวรี่รูว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลกับโครงการอินไซต์

แคปกับแนทกำลังฟังรัมโรว์บรีฟแผน (Cap2: Winter Soldier)

 

สตีฟจับได้ว่าโรมานอฟทำภาระกิจซ้อนบนเรือลีมูเรี่ยนสตาร์ พอกลับมาฐานชิลด์กัปตันโรเจอร์ตำหนิผ.อ.ฟิวรี่ว่าปิดบังข้อมูล ผ.อ.ฟิวรี่จึงเปิดเผยโครงการอินไซต์ให้กัปตันโรเจอร์ทราบ และเลื่อนขั้นกัปตันโรเจอร์เป็นระดับ 8

กัปตันโรเจอร์เรื่มไม่แน่ใจในงานสายลับที่ชิลด์ทำว่าถูกหรือไม่ และคิดถึงบัคกี้คิดถึงเพื่อนเก่าๆ จึงกลับไปเยี่ยมเอเจ้นท์คาเตอร์หรือเพกกี้ ซึ่งแก่มากแล้ว เพกกี้เป็นคนเดียวในสามคนผู้ก่อตั้งชิลด์ที่ยังมีชีวิตอยู่

เพกกี้ คาร์เตอร์ ในวัย 90 กว่าๆ  (Cap2: Winter Soldier)

 

ด้านผ.อ.ฟิวรี่หลังจากทราบข้อมูลในเฟลซไดรฟ์ที่ให้โรมานอฟไปขโมยมาจากเรือ จึงเริ่มระแคะระคายแผนการว่ามีองค์กรลับแทรกซึมชิลด์ โดยผ.อ.ฟิวรี่ก็ยังไม่รู้ว่าคือไฮดร้า

และผ.อ.ฟิวรี่ก็ยังไม่รู้อีกว่า คนสั่งการองค์กรลับในชิลด์หรือไฮดร้า ก็คือเลขาธิการเพียซ ผ.อ.ฟิวรี่จึงไปไปบอกให้เพียซชะลอโครงการอินไซต์ไว้ก่อน ทำให้เพียซไหวตัวทัน เพียซ จึงสั่งให้ละลายการแช่แข็งบัคกี้ และให้บัคกี้ไปลอบสังหารผ.อ.ฟิวรี่ปิดปาก

เพียซและฟิวรี่คุยกันเรื่องอินไซต์ (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่อพาร์ทเมนต์กัปตันโรเจอร์ ผ.อ.ฟิวรี่เกือบตาย หนีรอดมาได้จึงไปหากัปตันโรเจอร์ที่บ้านเพื่อจะมอบข้อมูลบนเรือริเมอเรียนสตาร์ให้กัปตันโรเจอร์ และบอกว่า ห้ามกัปตันโรเจอร์ไว้ใจใคร

บัคกี้ตามมาซุ่มยิงผ.อ.ฟิวรี่ที่บ้านกัปตันโรเจอร์อีกครั้ง ชารอนหรือเอเจ้นท์ 13 ที่ปลอมเป็นพยาบาลข้างๆห้องได้ยินเสียงปืนในห้องกัปตันโรเจอร์ จึงเปิดเผยตัวและคุ้มครองผ.อ.ฟิวรี่เบื้องต้นเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

เอเจ้นท์ 13 เผยตัวตน (Cap2: Winter Soldier)

 

กัปตันโรเจอร์ไล่ตามบัคกี้ไป กัปตันโรเจอร์และบัคกี้ปะทะกันและเจอกันครั้งแรกในรอบ 70 ปี (ยังจำกันไม่ได้) กัปตันโรเจอร์ตามจับบัคกี้ไม่ทัน ต่อมาที่โรงพยาบาลของชีลด์ ฟิวรี่อยู่ในห้องผ่าตัด ซึ่งมีคอมมานเดอร์ฮิลล์,โรมานอฟ,และกัปตันโรเจอร์เฝ้าอยู่

คอมมานเดอร์ฮิลล์บอกโรมานอฟว่า ฟิวรี่ถูกกระสุนแกะรอยไม่ได้ยิง กัปตันโรเจอร์บอกโรมานอฟว่า มือสังหารมีแขนเหล็ก โรมานอฟรู้ทันทีว่าคือใครแต่ยังไม่พูดออกมา หลังจากนั้นผ.อ.ฟิวรี่ก็ตาย

ฟิวรี่แกล้งตาย (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่ไทรสเคลเลี่ยน เพียซก็เรียกกัปตันโรเจอร์ไปพบทันที เพียซบอกว่า ผ.อ.ฟิวรี่คือคนจ้างทหารรับจ้างไปยึดเรือปล่อยดาวเทียมเอง และผ.อ.ฟิวรี่คือคนทรยศของชิลด์ เพียซซักถามกัปตันโรเจอร์ว่าผ.อ.ฟิวรี่ไปหากัปตันโรเจอร์ทำไม? ตอนนี้กัปตันโรเจอร์ไม่ไว้ใจใครแล้ว จึงไม่บอกเพียซ

เพียซจึงสั่งให้หน่วยชิลด์และทีมสไตรท์ จับกุมกัปตันโรเจอร์ในข้อหาปิดบังข้อมูล และอาจจะมีส่วนรู้เห็นกับการตายของผ.อ.ฟิวรี่ แต่ทีมสไตรท์ก็จับกัปตันโรเจอร์ไม่สำเร็จ

แคปจัดการทีมสไตรท์ทั้งทีม (Cap2: Winter Soldier)

 

กัปตันโรเจอร์หนีมาเจอโรมานอฟที่รอดักพบ โรมานอฟบอกกัปตันโรเจอร์ว่า คนที่ฆ่าผ.อ.ฟิวรี่คือมือสังหารในตำนานวงการสายลับชื่อ วินเทอร์โซลเยอร์ เค้าคนนี้ทำการลอบสังหารทั่วโลกมา 70 กว่าปีแล้ว เป็นผีในตำนาน

ที่ฐานลับเก่าแก่ของชิลด์ในนิวยอร์ค โรมานอฟและกัปตันโรเจอร์ค้นหาแหล่งสร้างไฟล์ตั้งต้นจากข้อมูลในเฟลซไดรฟ์ จนไปถึงฐานทัพเริ่มแรกก่อตั้งของชิลด์ (และเป็นที่สร้างกัปตันอเมริกานั่นเอง)

ที่นี่กัปตันโรเจอร์พบดร.โซล่าในระบบสมองกลอยู่ในเซิฟเวอร์หลักของหน่วยนี้ ดร.โซล่าเล่าให้กัปตันโรเจอร์ฟังว่าไฮดร้าแทรกซึมและเติบโตอยู่ในชิลด์มาตั้งแต่ต้น ชิลด์คือไฮดร้า ไฮดร้าคือชิลด์

แนทและแคปพบกับโซล่า (Cap2: Winter Soldier)

 

จากนั้นมีจรวดยิงใส่ฐานทัพชิลด์ที่กัปตันโรเจอร์และโรมานอฟอยู่ ซึ่งเพียซสั่งยิงเอง กัปตันโรเจอร์ช่วยกำบังแรงระเบิดให้โรมานอฟทำให้ทั้งคู่รอดมาได้ หลักฐานทุกอย่างพังทลายไปพร้อมกับสมองกลของดร.โซล่า

ที่วอชิงตัน ดี.ซี. กัปตันโรเจอร์และโรมานอฟจึงมาขอความช่วยเหลือจากแซม วิลสัน เพราะไม่อาจเชื่อใจใครในชิลด์ได้อีกแล้ว แซม,กัปตันโรเจอร์,และโรมานอฟ จับได้ว่าซิตเวลล์กับเพียซเป็นไฮดร้า ทั้ง 3 เลยไปจับซิตเวลล์เพื่อรีดข้อมูล แซมเปิดเผยว่าตนคือฟอลคอนตอนนี้

แซม วิลสัน หรือ ฟอลคอน (Cap2: Winter Soldier)

 

ซิตเวลล์สารภาพหมด ว่าอินไซต์จะยิงสังหารผู้มีความสามารถสูงในด้านต่างๆและมีแววเป็นคนมีคุณธรรมทั้งหมดทั่วอเมริกา หนึ่งในรายชื่อเป้าหมายสังหารนั้นมีชื่อของ Doctor Stephen Strange รวมอยู่ด้วย ดร.สเตร้นจ์คือศัลยแพทย์ชื่อดังของนิวยอร์ค ฉลาดเป็นกรด จบปริญญาเอก ฝีมือการผ่าตัดขั้นเทพ ทะนงตนเองเหนือสิ่งอื่นใด และมีความมั่นใจในฝีมือตนเองเต็มเปี่ยม เป็นแพทย์ประจำที่ Metro-General Hospital

ดร.สตีเฟ่น สเตร้นจ์ (Doctor Strange 1)

 

บัคกี้จับตาดูอยู่ จึงสังหารซิดเวลล์ปิดปาก โรมานอฟถูกบัคกี้ยิง กัปตันโรเจอร์กับบัคกี้สู้กันอย่างสูสี พละกำลังความสามารถเท่าเทียมกัน บัคกี้ทำหน้ากากหลุด กัปตันโรเจอร์จึงรู้ว่า วินเทอร์โซลเยอร์ก็คือบัคกี้นั่นเอง

 

รัมโรว์และทีมสไตรท์มาถึงพอดี และล้อมจับตัวคนทั้งสามได้ บัคกี้จึงหลบฉากไป(รัมโรว์กับบัคกี้เป็นพวกเดียวกัน) ขณะที่ทั้งสามอยู่บนรถคุมขังของทีมสไตรท์ คอมมานเดอร์ฮิลล์ได้ปลอมตัวเป็นทีมสไตรท์อยู่บนรถด้วยและช่วยทั้งสามหนีสำเร็จ

แคปพบบัคกี้อีกครั้งในรอบ 70 ปี (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่ใดที่หนึ่งในอเมริกา คอมมานเดอร์ฮิลล์พาทั้ง3ไปฐานลับชิลด์เพื่อรักษาบาดแผลถูกยิงของโรมานอฟ ที่นั่นทั้งสามพบกับผ.อ.ฟิวรี่ซึ่งคอมมานเดอร์ฮิลล์พามาหลบซ่อนเพื่อรักษาตัวที่นี่

ทุกคนปรึกษากันว่าจะทำยังไงกับโครงการอินไซต์และชิลด์ กัปตันโรเจอร์เสนอว่าต้องล้มหน่วยชิลด์ไปเลย เพราะไม่รู้ว่าไฮดร้าแทรกซึมได้ขนาดไหนแล้ว ทุกคนเห็นตามกัปตันโรเจอร์

ฟิวรี่และฮิลล์ทำตามแผนแคป (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่ไทรสเคลเลี่ยน กัปตันโรเจอร์พร้อมกับคอมมานเดอร์ฮิลล์และฟอลคอนบุกไทรสเคลเลี่ยน ซึ่งก็คือฐานทัพใหญ่ชิลด์ ทั้งสามยึดห้องควบคุมการสั่งการสื่อสารของไทรสเคลเลี่ยนไว้ได้

กัปตันโรเจอร์กระจายเสียงบอกทุกคนในชิลด์ว่า ไฮดร้าแทรกซึมอยู่ในชิลด์ และเพียซ เป็นไฮดร้า ชารอนจึงร่วมกับชิลด์ที่เข้าข้างกัปตันโรเจอร์เข้าขัดขวางรัมโรว์ซึ่งเป็นไฮดร้าในคราบชิลด์

เอเจ้นท์ 13 ใช้ปืนจ่อหัวลัมโรว์ (Cap2: Winter Soldier)

 

เพียซกำลังจะฆ่ากรรมาธิการสภาความมั่งคงโลกของชีลด์ แต่โรมานอฟที่แฝงตัวเป็นหนึ่งในกรรมาธิการขัดขวางไว้ สุดท้ายแล้วเพียซก็ฆ่ากรรมมธิการไปสามคน (ตอนนั้นในห้องมีทั้งหมดสี่คน ซึ่งจริงๆมีเยอะกว่านั้น)

ก่อนที่เพียซจะสั่งโปรเจคอินไซต์ได้สมบูรณ์ ผ.อ.ฟิวรี่ก็เข้ายึดห้องสั่งการ และฆ่าเพียซ ฟอลคอนกำลังต่อสู้กับรัมโรว์ แต่ตึกเกิดระเบิดขึ้นเสียก่อน ซึ่งผ.อ.ฟิวรี่และโรมานอฟขับเฮลิคอปเตอร์มาช่วยฟอลคอนทัน

จุดจบของเพียซ (Cap2: Winter Soldier)

 

ทางด้านรัมโรว์นั้นบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดและตึกไทรส์เคลเลี่ยนถล่มใส่ ก่อนจะถูกนำไปรักษาตัว (ต่อมารัมโรว์จะกลายเป็นครอสโบนท์ ศัตรูอีกตัวของกัปตัน) กัปตันโรเจอร์สู้กับบัคกี้อยู่บนยานอินไซต์

กัปตันหยุดอินไซต์ได้สำเร็จ และเรียกความจำบัคกี้กลับมาได้ส่วนนึง ยานอินไซต์ทั้งสามลำถล่มไปพร้อมกับไทรส์เคลเลี่ยน กัปตันโรเจอร์และบัคกี้จึงหล่นลงทะเลสาป บัคกี้ช่วยกัปตันโรเจอร์ไว้และจากไป

บัคกี้เริ่มมีสติจึงช่วยเพื่อนรัก (Cap2: Winter Soldier)

 

ที่ประเทศโซโคเวีย หลังจากถูกรุกรานโดยกองกำลังไฮดร้ามานาน ชาวเมืองเริ่มสิ้นหวัง ก็มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เสนอความช่วยเหลือ (ก็พวกไฮดร้าอีกนั่นละ) มาเสนอทางเลือกให้กับเปโตรและวานด้า (รวมถึงชาวเมืองคนอื่นด้วย) ถึงทางเลือกที่จะขับไล่กองกำลังผู้รุกรานออกไปจากประเทศตน โดยต้องเข้าสู่กระบวนการทดลองเพื่อทำให้แข็งแกร่งและมีความสามารถเหนือมนุษย์นั่นเอง ซึ่งเป็นการนำคฑาโลกิมาทดลองกับมนุษย์นั่นเอง

ดร.ลิสท์และสตรัคเกอร์กับคฑาโลกิ (Cap2: The Winter Soldier)

 

เปโตรนั้นยินดีที่จะเข้าทำการทดลองนี้ แต่วานด้านั้น รู้สึกแคลงใจนิดๆ ที่สุดแล้วเธอก็ตามใจแฝดผู้น้องด้วยการยินยอมเข้ากระบวนการการทดลองประหลาดนี้ หลังจากการทดลอง ทั้งสองก็มีพลังอำนาจพิเศษ

สองพี่น้องโดนการทดลองโดยใช้พลังอำนาจหรือเวทมนต์ที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งมาจากคฑาของโลกิและเทคโนโลยีของชิกทอรี่ ทำให้ทั้งคู่มีพลังเหนือมนุษย์ และวานด้ากลายเป็น Scarlet Witch ส่วนเปโตรก็ กลายเป็น Quicksilver

เปโตร และ วานด้า ฝาแฝดยอดมนุษย์ผู้มีปมกับโทนี่ (Cap2: The Winter Soldier)

 

ที่อเมริกา เอ็น’จาดาก้า หรือ  อีริค ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานกษัตริย์ทิ’ชาก้าแห่งวากันด้า ก็เติบโตมาเป็นชายหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นจะล้างแค้นให้เอ็น’โจบูพ่อของตน และสานต่ออุดมการณ์พ่อที่จะนำพาเทคโนโลยีวากานด้ามาช่วยเหลือคนผิวสีทั่วโลก หากแต่แนวคิดของอีริคสุดโต่งกว่า อีริคคิดจะนำคนผิวสีครองโลกเลย และกดขี่คนผิวขาวเหมือนอย่างที่คนผิวดำโดนมาตลอดหลายร้อยปี

อีริคเรียนรู้วัฒนธรรมของวากานด้าจากบันทึกของพ่อ พร้อมๆกับเข้ากองทัพสหรัฐฯเพื่อฝึกฝนฝีมือการต่อสู้ อีริคเก่งกาจจนได้ประจำหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพ และสังหารศัตรูของอเมริกันไปมากมาย จนกระทั่งอีริคได้ฉายาว่า คิลมองเกอร์

อีริค คิลมองเกอร์ (Black Panther)

 

ณ กาแล๊กซี่อันโดรเมด้า โรแนนนั้นยังคงอยากทำลายล้างอารยธรรมของชาวแซนด้าร์ให้สิ้นซาก โรแนนรุกรานแซนด้าร์ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ยังทำไม่สำเร็จ เพราะโนวาคอร์ปคุ้มครองดาวแซนด้าร์อยู่ ธานอสก็ไม่เล่นด้วย

ธานอส จึงยื่นข้อเสนอให้โรแนนตามหา”ออร์ป”ในตำนานมาให้ได้ แล้วธานอสจะทำลายดาวแซนด้าร์ตอบแทน พร้อมกับให้บุตรบุญธรรมทั้งสองกาโมร่าและเนบิวล่าไปช่วย โรแนนจึงนำกองทัพเอเลี่ยนชาวซาคารานบุกไปทั่วกาแล็กซี่ เพื่อค้นหาออร์ป

โรแนนผู้อยู่ใต้อาณัติธานอส (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

เพื่อตามหาอินฟินิตี้สโตน โรแนนและธานอสฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่างๆไปมากมายทั่วจักรวาล หนึ่งในเหยื่อคือ” Drax “ซึ่งก็ถูกโรแนนและธานอสฆ่าลูกเมียเช่นกัน เดร็กซ์จึงตามล่าเพื่อหมายฆ่าโรแนนล้างแค้นให้ได้

เดร๊กซ์สังหารลูกน้องโรแนนและลูกน้องธานอสไปมากมายด้วยความบ้าคลั่ง เดร๊กซ์จึงถูกตั้งฉายาว่า จอมทำลายล้าง โนวาคอร์ปจับเดร๊กซ์ได้ จึงนำเดร๊กไปขังไว้ในคุกที่มีการป้องกันขั้นสูงสุดของโนวาคอร์ปชื่อ” THE KYLN ” ( เดอะ คีล์น )

เดร็กซ์ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

และบัดนี้ อาณาจักร Morag (โมแร็ก) ดวงดาวแห่งมหาสมุทรนั้น น้ำลงในรอบ 300 ปี ซึ่งในวิหารโบราณบนดาวโมแร็กนั้นมี Orb (ออร์ป) ซึ่งบรรจุ Power Stone (พาวเวอร์สโตน) ซ่อนอยู่ที่นั่น

ซึ่งเรื่องพาวเวอร์สโตนซ่อนในออร์ป มีไม่กี่ชีวิตบนจักรวาลที่รู้ หนึ่งในผู้ที่รู้นั้นคือ ทานิเลีย ทิวาน เดอะคอลเลคเตอร์ หนึ่งในผู้อาวุโสแห่งจักรวาล ทิวานจึงว่าจ้างให้ เดอะ โบรกเกอร์ แห่งดวงดาวซานด้าร์ให้นำมาให้

เดอะโบร้คเกอร์ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

เดอะโบรกเกอร์จึงไปว่าจ้างสลัดอวกาศแคลนราเวเจอร์ของยอนดูไปอีกที และต้องนำมาโดยด่วนก่อนน้ำจะขึ้นท่วมดาวโมแร็กอีกครั้ง ยอนดูจึงส่งสตาร์ลอร์ดที่อยู่ใกล้โมแร็กที่สุดรีบไปเอาออร์ป

แต่ธานอสที่ทรงปัญญาและรอบรู้ศึกษาประวัติศาสตร์จักรวาล ก็รู้เช่นกันว่าภายในออร์ปมีพาวเวอร์สโตน ธานอสจึงสั่งให้โรแนนถึงพิกัดของออร์ป แต่โรแนนกลับส่งเพียงโครอธและทหารซาคารานน์ส่วนนึงไปที่นั่นเพื่อนำออร์ปกลับมาโดยเร็ว ก่อนที่น้ำทะเลและมรสุมอันบ้าคลั่งจะกลืนกินผิวดาวโมแร็กไปอีก 300 ปี

โครอธ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ในระหว่างที่โครอธเดินทางไปดาวโมแร็ก กาโมร่าก็กลับมาพักผ่อนบนดาว ทิวานจึงแอบเดินทางไปพบกาโมร่า เพื่อว่าจ้างกาโมร่าให้นำออร์ปมาให้ตน ซึ่งนั่นหมายความว่าทิวานจ้างทั้งเดอะโบร้คเกอร์และกาโมร่าให้นำออร์ปมาให้ ใครเอามาก่อนก็ได้ค่าจ้างก่อน

กาโมร่าที่เริ่มจะกระจ่างแจ้งว่าวิถีชีวิตของเธอที่เป็นนักฆ่าให้ธานอสนั้นไม่ถูกต้อง จึงตกลงรับงานนี้ และรอคอยเวลาที่จะชิงออร์ปมาให้ทิวานก่อนธานอสหรือโรแนนจะได้ไป

ที่ดาวโมแร็ก เกิดการปะทะกันอย่างจังระหว่างโครอธและสตาร์ลอร์ด แต่สตาร์ลอร์ดก็นำออร์ปหนีโครอธออกมาได้ สตาร์ลอร์ดคิดจะหักหลังยอนดู โดยการนำออร์ปไปส่งให้โบร้กเกอร์ที่ดาวซานด้าร์ด้วยตนเองตรงๆเพื่อรับเงิน โดยไม่ผ่านยอนดู

สตาร์ลอร์ด (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ที่ยานดาร์คแอสเตอร์ โครอธกลับมารายงานโรแนนว่า หนึ่งในราเวเจอร์ที่ชื่อสตาร์ลอร์ดได้ออร์ปไปก่อนตน โครอธรู้ว่าสตาร์ลอร์ดจะไปดาวซานด้าร์ โรแนนจะส่งเนบิวล่าไป แต่กาโมร่าเห็นจังหวะชิงออร์ปไปให้ทิวาน จึงอาสาไปแทน

ที่ดาวซานด้าร์ สตาร์ลอร์ดที่กำลังจะเข้าไปหาโบร้กเกอร์ ก็ถูกจับตาโดยร็อคเก็ตและกรูธ เพราะสตาร์ลอร์ดมีค่าหัวมากโขอยู่ ร็อคเก็ตกับกรูธจึงซุ่มรอสตาร์ลอร์ดข้างนอก จังหวะเดียวกับที่กาโมร่ามาถึง และเห็นสตาร์ลอร์ดเข้าไปหาโบร้คเกอร์เช่นกัน

กาโมร่า (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

แต่เมื่อโบร้กเกอร์รู้ว่า โรแนนก็ต้องการออร์ป บวกกับชื่อเสียงโรแนนที่คอยเข่นฆ่าชาวซานด้าร์อย่างเลือดเย็น โบร้กเกอร์จึงขับไล่สตาร์ลอร์ดออกไปจากร้าน และไม่รับซื้อออร์ป

เมื่อสตาร์ลอร์ดออกมานอกร้าน จึงโดนกาโมร่าแย่งชิงออร์ปทันที ร็อคเก็ตกับกรูธก็จะจับสตาร์ลอร์ด ทั้งสี่คนจึงสู้กันอุตลุต ก่อนที่หน่วยโนว่าคอร์ปจะมาจับทั้งสี่คน และนำไปขังที่คุก Kyln (คีล์น)

ร็อกเก็ตกับกรูธ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ที่คุกคีลน์ กาโมร่าเกือบโดนเดร้กซ์สังหารเนื่องจากเป็นลูกบุญธรรมธานอส แต่กาโมร่าก็บอกว่าเธอก็โดนธานอสฆ่าพ่อแม่เช่นกัน สตาร์ลอร์ดมาห้ามไว้อีกคน และยื่นข้อเสนอว่าจะพาเดร้กซ์หนีออกไปจากที่นี่แลกกับการไว้ชีวิตกาโมร่า จากนั้นเดร้กซ์จะไปฆ่าโรแนนด้วยตนเองก็ตามใจ เดร้กซ์ตกลง

กาโมร่ามีแหล่งขายออร์ป (ขายให้ทิวาน) ร็อคเก็ตวางแผนหนี จอมโฉดทั้งห้าคน คือ กรูธ/กาโมร่า/สตาร์ลอร์ด/เดร้กซ์/ร็อคเก็ต จึงนำออร์ปแหกคุกหนีออกมาจากคีล์นได้ในที่สุด

กำเนิดทีมจอมโฉด (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ซึ่งโรแนนกับเนบิวล่าตามมาที่คีล์นช้าไป แต่ก็รู้แล้วว่า กาโมร่ากับสตาร์ลอร์ดร่วมมือกัน จากนั้นโรแนนก็สั่งเนบิวล่าให้ระเบิดคุกคีล์นพินาศไปซะ

ที่ Knowher (โนวแวร์) ซึ่งเป็นหัวกระโหลกเก่าแก่อายุหลายล้านๆปีของหนึ่งในเซเลสเทียล (เซเลสเทียลคนละประเภทกับอีโก้) เป็นที่อยู่ของทิวานเดอะคอลเลคเตอร์นั่นเอง

กาโมร่าพาเพื่อนๆเข้าไปมอบออร์ปให้ทิวานแลกเงิน โดยทิ้งเดร้กซ์ไว้คนเดียว เดร้กซ์จึงตัดสินใจระห่ำ วิทยุเรียกกองยานดาร์คเอสเตอร์ของโรแนนมาที่นี่ เพราะต้องการฆ่าโรแนน

โนวแวร์ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ที่ดาวซานด้าร์ ยอนดูตามมาเค้นคอเดอะโบร้กเกอร์ ว่าแท้จริงแล้วคนว่าจ้างให้ไปเอาลูกออร์ปเป็นใคร โบร้กเกอร์จึงบอกความจริงว่าคือ ทานิเลีย ทิวาน เดอะคอลเลคเตอร์ แห่ง โนว์แวร์ ยอนดูจึงพาลูกน้องดิ่งไปโนวแวร์เช่นกัน

ภายในมิวเซียมของทิวานที่โนวแวร์ ทิวานกำลังพยายามบอกเล่าประวัติศาสตร์ของพาวเวอร์สโตนให้พวกสตาร์ลอร์ดฟัง คาริน่าสาวใช้ทิวานอยากครอบครองพลังของพาวเวอร์สโตน จึงสัมผัสกับอัญมณี ผลทำให้พาวเวอร์สโตนปล่อยอานุภาพออกมาพิสูจน์ผู้ครอบครองว่าเอาอยู่มั๊ย คาริน่าเอาพลังไม่อยู่ จึงระเบิดตายไป พร้อมกับที่มิวเซียมระเบิดเสียหายไปเยอะ

คาริน่าโดนออร์ประเบิดใส่ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

กาโมร่าตัดสินใจไม่ขายออร์ปให้ทิวาน และจะนำไปให้โนว่าคอร์ปเก็บรักษาดูแล ทันใดนั้นโรแนนกับเนบิวล่าก็มาพอดี บวกกับยอนดูและราเวเจอร์ก็มาเช่นกัน ซึ่งที่สุดโรแนนก็ได้ออร์ปไปจนได้ และรู้แล้วว่าออร์ปบรรจุพาวเวอร์สโตนไว้

โรแนนจึงครอบครองพลังพาวเวอร์สโตนไว้เอง โดยบรรจุมันไว้ในอาวุธส่วนตัวของตนที่ชื่อ Cosmi-Rod ก่อนจะประกาศตัดขาดจากธานอส และมุ่งหน้าบุกดาวซานดาร์ เพื่อใช้พาวเวอร์สโตนทำลายดาว

โรแนนสัมผัสพาวเวอร์สโตนได้นานหลายวิฯ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

บนยานแอคเลคเตอร์ของยอนดู ด้านสตาร์ลอร์ดกับกาโมร่าก็โดนยอนดูจับไป สตาร์ลอร์ดตกลงกับยอนดูว่า จะแย่งชิงออร์ปจากโรแนนและมอบให้ยอนดู แลกกับการที่ยอนดูพาแคลนของตนเองไปช่วยโนว่าต่อสู้ปกป้องดาวซานด้าร์ และยอนดูก็ใจอ่อนกับสตาร์ลอร์ด จึงยอมตกลงง่ายๆ

เดร็กซ์กับร็อคเก็ตกำลังมาช่วยสตาร์ลอร์ดพอดี จึงร่วมเดินทางไปกับราเวเจอร์ด้วยอีก ทีมสตาร์ลอร์ดจึงครบ หลังจากนั้นสตาร์ลอร์ดก็รีบส่งข้อความไปหาโนว่าคอร์ป เตือนไม่ให้โรแนนลงพื้นผิวดาวได้เด็ดขาด

ทีมกาเดี้ยนในชุดราเวเจอร์ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

ที่ดาวซานด้าร์ การต่อสู้อันชุลมุนนี้ เนบิวล่าหนีออกไปได้ โครอธตาย กรูธสละร่างตนเองจนแหลกเป็นผุยผงแลกกับการช่วยเพื่อนๆ และจบลงด้วยการที่สตาร์ลอร์ดแย่งออร์ปมาจากโรแนน และกำไว้ในมือได้นานมาก ก่อนที่เพื่อนๆจะมาช่วยแบ่งพลัง และควบคุมพาวเวอร์สโตนฆ่าโรแนน สตาร์ลอร์ดมอบออร์ปปลอมให้ยอนดู และยอนดูก็จากไป..

ยอนดูได้ออร์ปของปลอมไป (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

โนว่าคอร์ปเก็บรักษาพาวเวอร์สโตนไว้บนดาวซานด้าร์ ผู้นำสูงสุดของโนว่า หรือ Nova Prime (โนว่า ไพรม์ ) นามว่า Irani Rael (ไอรานี่ เรียล) ตรวจหาสายพันธุ์สตาร์ลอร์ด ก็ไม่มีในระบบ และไอรานี่ก็ลบประวัติอาชญากรของทุกคนในทีม

ไอรานี่ เรียล โนว่าไพรม์ (Guardians of the Galaxy Vol.1)

 

เอเลี่ยนทุกเผ่าพันธุ์ที่รู้วีรกรรมของพวกสตาร์ลอร์ด ต่างขนานนามพวกเขาว่า Guardians of the Galaxy (การ์เดี้ยน ออฟ เดอะ กาแล็กซี่) หรือ ผู้พิทักษ์จักรวาลนับตั้งแต่นั้น ด้านร็อคเก็ตก็เก็บชิ้นส่วนกรูธมาเพาะชำกำเนิดใหม่ กลายเป็น เบบี้กรูธ

กรูธน้อย (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

บนยานแอคเลคเตอร์ ยอนดูตัดสินใจเปิดดูภายในออร์ป ว่ามีพาวเวอร์สโตนอยู่ภายในหรือไม่ และปรากฎว่าไม่มี แต่ยอนดูก็แค่นั่งหัวเราะในความเจ้าเล่ห์ของสตาร์ลอร์ด ท่าทางเหมือนไม่โกรธสตาร์ลอร์ดซะด้วยซ้ำ

ที่ดวงดาว Sovereign (โซเวอเรน).. อาณาจักรของสิ่งมีชีวิตเพาะพันธุ์พิเศษชั้นสูง เนบิวล่าแอบลอบเข้ามาที่นี่ เพื่อขโมยแบตเตอรี่ที่ชาวโซเวอเรนหวงแหนคือ Anulax (อนูแล็กซ์) ซึ่งอนูแล็กซ์นั้นมีประจุที่เก็บพลังงานได้มหาศาล ทำให้มีราคาในตลาดมืดสูงลิบ แต่เนบิวล่าก็โดนจับได้ซะก่อน

เนบิวล่าโดนชาวโซเวอเรนจับ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

สามเดือนต่อมา ที่ดวงดาวโซเวอเรน ทีมการ์เดี้ยนได้รับว่าจ้างจาก Ayesha (อเยชา) ซึ่งเป็น Golden High Priestess หรือ สังฆราชทองชั้นสูงของโซเวอเรน เพื่อให้มากำจัดสัตว์ประหลาดต่างมิติที่ชื่อ Abilisk (อบิลลิสก์) เพราะมันจะมากินแบตอนูแล็กซ์

อเยชา (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ทีมการ์เดี้ยนปราบอบิลลิสก์ได้สำเร็จ และสิ่งที่ทีมการ์เดี้ยนต้องการจากอเยชาแลกเปลี่ยนกับงานนี้ก็คือ ตัวของเนบิวล่า หลังจากนั้นทีมการ์เดี้ยนก็จากมาและมุ่งหน้าไปดาวซานด้าร์ เพื่อนำตัวเนบิวล่าไปรับเงินค่าหัว (ข้อหาที่เนบิวล่าระเบิดคุกคีล์นของโนว่านั่นละ) แต่ร็อคเก็ตดันขโมยแบตอนูแล็กซ์มาหลายๆก้อนซะเอง

อเยชาเมื่อรู้ว่าทีมการ์เดี้ยนขโมยแบตอนูแล็กซ์ไป ก็จัดส่งฝูงยาน Golden Drone (โกลเด้นโดรน) ซึ่งบังคับระยะไกลเข้าโจมตีทีมการ์เดี้ยน ยานมิลาโน่เตรียมจะวาร์ปหนีไปที่ดาวเคราะห์ Berhert (แบร์ฮาร์ท) ก็เสียหายหนักหนาสาหัส

กองยานรบโกลเด้นโดรนของชาวโซเวอเรน (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ทันใดนั้นอีโก้ก็ขับยานอวกาศสุดล้ำของตนเอง มายิงโจมตีกองยานโกลเด้นโดรนทีเดียววอดวายยกกอง และยานมิลาโน่ก็วาร์ปไปที่ดาวเคราะห์แบร์ฮาร์ทได้สำเร็จ ก่อนจะร่อนลงจอดอย่างทุลักทุเล

ที่ดาวแบร์ฮาร์ท อีโก้ขับยานตามลงมาที่ดาวแบร์ฮาร์ทด้วย และออกมาจากยานกับเอเลี่ยนทาสสาวที่ชื่อ Mantis (แมนทิส) ก่อนจะบอกสตาร์ลอร์ดว่า เค้าคือพ่อของสตาร์ลอร์ด และชวนสตาร์ลอร์ดไปที่ดาวตนเองเพื่อเรียนรู้กันและกัน

แมนทิสกับอีโก้ออกมาจากยาน (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

อีโก้รู้เรื่องชายคนนึง ที่จับพาวเวอร์สโตนได้นานมาก แล้วไม่ตาย ชายที่ชื่อ ปีเตอร์ ควิลล์ ฉายา สตาร์ลอร์ด อีโก้รู้ทันทีว่านั่นคือลูกของตนกับเมเรดิธ สตาร์ลอร์ดตกลงตามอีโก้ไป และพากาโมร่ากับเดร้กซ์ไปด้วยกัน ส่วนทางร็อคเก็ตอยู่ซ่อมยานกับเบบี้กรูธ ซึ่งทั้งสองต้องคอยเฝ้าเนบิวล่าไม่ให้หนีอีกด้วย

ที่ดาว Contraxia (คอนทราเซีย) ยอนดูพาเหล่าราเวเจอร์ลูกน้องตนเองเดินทางมาที่นี่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจในบาร์เหล้า Iron Lotus (ไอออนโลตัส) ซึ่งจังหวะเดียวกับที่ Stakar Ogord (สตาคาร์ โอกอร์ด) และพรรคพวกมาที่นี่เช่นกัน ทันทีที่สตาคาร์เห็นหน้ายอนดู สตาคาร์ก็ลั่นวาจาให้กองยานราเวเจอร์ทั้ง 99 แคลนออกไปจากที่นี่ สตาคาร์ไม่อยากพักผ่อนที่เดียวกับยอนดู ทำให้ยอนดูเสียใจมาก

สตาคาร์ โอกอร์ด (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

เมื่อสตาคาร์จากไป ชาวโซเวอเรนนำโดยอเยชาก็มาหายอนดู เพื่อจ้างให้ยอนดูไล่ล่าทีมการ์เดี้ยนและจับกลับมาให้ตนเอง และยอนดูก็รับงานนี้จากอเยชา ยอนดูจึงพาลูกน้องไปที่ดาวแบร์ฮาร์ท

ที่ดาวแบร์ฮาร์ท พวกลูกน้องยอนดูโดนร็อคเก็ตดักเล่นงานซะอ่วม แต่ร็อคเก็ตก็ต้องจนมุมศร Yaka ของยอนดู จึงต้องยอมแพ้โดยดี เนบิวล่าหลอกล่อให้กรูธปล่อยตนเอง และเธอจะไปช่วยร็อคเก็ต

ยอนดูมีท่าทางใจอ่อนไม่ยอมตามล่าสตาร์ลอร์ดอีกครั้ง โดยบอกว่าจะเก็บแบตอนูแล็กซ์ไปขายเอง ทำให้มีลูกน้องส่วนใหญ่ไม่พอใจยอนดู จึงเกิดเสียงถกเถียงกันเซ็งเซ่

ร็อคเก็ตจนมุม (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ยอนดูกำลังจะควบศรขู่ลูกน้องที่ไม่เชื่อฟัง ทันใดนั้นก็มีลูกปืนพุ่งมาที่ Finn บนหัวยอนดูที่ใช้ส่งพลังจิตบังคับศร ทำให้ยอนดูหมดสติล้มตึงลงไป เนบิวล่าเป็นผู้ยิงนั่นเอง ร็อคเก็ต/ยอนดู/กรูธ จึงโดนจับกลับไปที่ยานแอคเลคเตอร์

บนยานแอคเลคเตอร์ ลูกน้องที่ภักดียอนดูถูกฆ่าทิ้งด้วยการปล่อยออกสู่บรรยากาศ Taserface (เทเซอร์เฟซ) ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นกัปตันยานแอคเลคเตอร์ ที่ร็อคเก็ต/ยอนดู/กรูธยังคงรอดชีวิตอยู่ เนื่องจากเนบิวล่าขู่ห้ามฆ่าทุกคน เพราะทั้งสามมีค่าหัวกับอเยชาสูงลิบ หลังจากนั้นเนบิวล่าก็ขับยานเอ็มชิปของราเวเจอร์มุ่งหน้าไปหากาโมร่าที่ดาวอีโก้

เนบิวล่าบนยานแอคเลคเตอร์ของยอนดู (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

หลังจากเนบิวล่าไปได้ไม่นาน Kraglin Obfonteri (เครกลิ้น ออปฟอนเทอรี่) หนึ่งในอดีตลูกน้องคนสนิทของยอนดูซึ่งร่วมก่อกบฎ แต่จากการที่เครกลิ้น เห็นเพื่อนๆราเวเจอร์ของตนเองถูกเทเซอร์เฟซฆ่า เครกลิ้นจึงกลับใจ และนำฟินน์อันเดิมของยอนดูมาให้ ผลคือยอนดูใช้พลังจิตบังคับลูกศรฆ่าลูกน้องกบฎทั้งลำ

ยอนดูสังหารอดีตลูกน้องเกลี้ยงทั้งยาน (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

เทเซอร์เฟซใช้นาทีสุดท้ายของชีวิต ส่งข่าวไปให้ชาวโซเวอเรน ว่าทีมการ์เดี้ยนอยู่ที่ดาวอีโก้ ก่อนที่ยอนดูจะระเบิดยานแอคเลคเตอร์ทิ้งทั้งลำ เทเซอร์เฟซจึงตายไปกับยาน เคร้กกลิ้นนำยานเล็กที่ชื่อ Quadrant (เคว้ดเร้นท์) ออกมาใช้เดินทางแทน ร็อคเก็ตตั้งเป้าหมายมุ่งหน้าจั๊มป์วาร์ปไปที่ดาวอีโก้ทันที

บนดาวอีโก้.. กาโมร่ากับเนบิวล่าปรับความเข้าใจกันได้ในระดับนึง สตาร์ลอร์ดรับรู้สายเลือดเซเลสเทียลของตนเอง และรู้ว่าตนเองจะอยู่เป็นนิรันดร์ ตราบใดที่ได้อาบแสงเทพจากสมองแกนกลางดวงดาว

พ่อและลูกคุยกัน (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

แต่อีโก้ก็เริ่มเล่าสิ่งเลวร้ายให้สตาร์ลอร์ดฟังว่า ที่ตนเองอยู่โดดเดี่ยวมานานเป็นล้านๆปี อีโก้ก็มีเป้าหมายแล้วในที่สุด นั่นคือขยายร่างตนเองไปสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ หลายพันปีที่แล้ว อีโก้จึงเริ่มฝังส่วนนึงของตนเองไว้บนดาวเคราะห์นับพันๆดวง ตามแผนขยายร่างครองจักรวาล

พร้อมๆกับที่อีโก้สมสู่กับสิ่งมีชีวิตบนดาวเหล่านั้น เพื่อหวังจะมีทายาทเป็นเซเลสเทียลรูปแบบพลังเฉกเช่นตนเอง แต่ก็ยังไม่เคยมีลูกคนใดกำเนิดมาและได้รับพลังเซเลสเทียลของอีโก้เลย

อีโก้สมสู่กับเอเลี่ยนหลากหลายสายพันธุ์ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

เมื่ออีโก้มาที่โลกและพบเมเรดิธ อีโก้ก็เริ่มหลงรักเมเรดิธเข้าจริงๆ อีโก้จึงต้องคิดแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ตอนนั้น อีโก้จึงกลับมาที่โลกอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แต่การมาครั้งนั้นของอีโก้ ก็เพื่อฝังมะเร็งไว้ในสมองของเมเรดิธ

อีโก้ไม่อยากให้ความรักที่มีต่อสาวชาวโลกคนนี้ ทำให้เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของตนเองไขว้เขว จึงคิดฆ่าทิ้งดีกว่า แต่ที่ไม่ฆ่าทันที เพราะอีโก้ยังหวังลูกในท้องเมเรดิธ เมื่อสตาร์ลอร์ดรู้ความจริงเรื่องแม่ ว่าพ่อเป็นคนฆ่าแม่ สตาร์ลอร์ดจึงปรี้ดแตก

ซึ่งลำพังพลังเซเลสเทียลของอีโก้คนเดียว ไม่พอจะควบคุมดาวเคราะห์เป็นพันดวง อีโก้จึงต้องการมีลูกที่เป็นเซเลสเทียลเช่นตนเอง สองพลังจะเพียงพอ

อีโก้เห็นว่า เมื่อขอความร่วมมือกันดีๆไม่ได้ ก็สูบพลังเซเลสเทียลของสตาร์ลอร์ดมาใช้ซะเลย ผลทำให้อีโก้ควบคุมดาวเคราะห์ได้หลายพันดวงทั่วทั้งจักรวาลเลยตอนนี้ และสตาร์ลอร์ดจะตายในที่สุด

สตาร์ลอร์ดกำลังโดนอีโก้สูบพลังเซเลสเทียล (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

จังหวะเดียวกันที่แมนทิสบอกกับเดร้กซ์ เรื่องลูกของอีโก้ที่เป็นเอเลี่ยนพันธุ์ต่างๆมากมายถูกอีโก้พามาฆ่าที่นี่ เนื่องจากเขาเหล่านั้นไม่ได้มีพลังเซเลสเทียล สตาร์ลอร์ดคือคนแรกที่มีพลังนั้น กอรปกับที่กาโมร่ากับเนบิวล่าเห็นกองกระดูกลูกอีโก้ และร็อคเก็ตวิทยุคุยกับกาโมร่า ทุกคนในทีมจึงรู้เรื่องราวทุกอย่างพร้อมๆกัน

เพื่อนๆในทีมบุกมาช่วยสตาร์ลอร์ด (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

สมาชิกทีมการ์เดี้ยนทั้งเก่าและใหม่ จึงร่วมมือกันช่วยสตาร์ลอร์ดก่อน ทุกคนรู้ความลับจากแมนทิสว่า ต้องทำลายสมองใจกลางดาวแห่งนี้ จึงจะฆ่าอีโก้ได้ แมนทิสใช้พลังตนเองควบคุมให้อีโก้หลับ ทีมการ์เดี้ยนจึงมีเวลาวางแผน

จังหวะที่ทุกคนอยู่แกนกลางดาวในขณะที่อีโก้หลับจากพลังแมนทิส อเยชาก็นำกองยานโกลเด้นโดรนบุกมาอีกครั้ง สตาร์ลอร์ดและเพื่อนๆต่อสู้ยื้อเวลาให้ร็อคเก็ต ในขณะที่ร็อคเก็ตพยายามสอนให้กรูธนำระเบิดเวลาที่ผูกกับแบตอนูแล็กซ์ วิ่งเข้าไปหาแกนกลางสมองอีโก้ และวางลงที่นั่น กดปุ่มนับถอยหลัง และรีบออกมา

ดาวอีโก้ (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

แต่แมนทิสโดนสะเก็ดยานจากการที่ทีมต่อสู้กับโกลเด้นโดรน ลอยพุ่งกระแทกหัวหมดสติไป ทำให้อีโก้กลับมาฟื้นสติ สตาร์ลอร์ดได้ฟังยอนดูเตือนสติเรื่องควบคุมพลังโดยใช้หัวใจ สตาร์ลอร์ดจึงดึงพลังแสงเทพมาสู้กับอีโก้ได้อย่างสูสี ทุกคนหนีมาขึ้นยานได้ทั้งหมด ยกเว้นยอนดูและสตาร์ลอร์ด ซึ่งยอนดูมีเพียงเจ็ตหนึ่งอัน และชุดอวกาศสำหรับคนเดียว

และสุดท้าย ยอนดูใช้พลังงานของเนบิวล่ายิงแสงเลเซอร์ถล่มกองยานโกลเด้นโดรนย่อยยับไปอีกครั้ง สมองอีโก้ก็ถูกทำลายจากระเบิดที่เบบี้กรูธนำไปวาง อีโก้ตายลงไป

ยอนดูสละชีวิตติดเจ็ตกับตัวเอง พาสตาร์ลอร์ดบินหนีออกมานอกชั้นบรรยากาศให้ไกลจากรัศมีระเบิด ยอนดูติดชุดอวกาศให้สตาร์ลอร์ด และยอนดูก็แข็งตายไปเช่นกัน พ่อของสตาร์ลอร์ดจึงตายในเหตุการณ์นี้ทั้งคู่

ยอนดูตายเพื่อช่วยสตาร์ลอร์ด (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

สตาร์ลอร์ดจัดงานศพให้ยอนดู โดยสตาคาร์รับรู้วีรกรรมช่วยจักรวาลของยอนดูครั้งนี้เช่นกัน จึงพากองยานรบราเวเจอร์ทั้ง 99 กองยานมาทำพิธีสดุดีในงานศพยอนดูอย่างสมเกียรติ ในฐานะราเวเจอร์ผู้กล้าหาญ ด้านทางเนบิวล่าก็จากไปอีกครั้ง และเคร้กลิ้นพยายามฝึกใช้ฟินน์ควบคุมศรเฉกเช่นยอนดู

จากการตายของยอนดู ทำให้เหล่ากัปตันราเวเจอร์ในยุคเก่ากลับมารวมตัวกันออกปล้นอีกครั้ง ซึ่งมี Stakar Ogord / Charlie-27 / Mainframe / Krugarr / Aleta Ogord / และ Martinex

ทีมราเวเจอร์ยุคดั้งเดิม (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

ที่อาณาจักรโซเวอเรน อเยชา ยังไม่ล้มเลิกความเคียดแค้นกับทีมการ์เดี้ยน ที่บังอาจลบหลู่มาขโมยแบตอนูแล็กซ์ อเยชาจึงใช้ความรู้ที่มีเพาะพันธุ์มนุษย์สังเคราะห์ที่ทรงอำนาจวิเศษขึ้นมา โดยอเยชาเรียกขานเค้าผู้นั้นว่า Adam เพื่อให้อดัมไปปราบทีมการ์เดี้ยน

มนุษย์สังเคราะห์ผู้มีพลังเวทย์ระดับคอสมิคบีอิ้ง อดัม วอล็อค (Guardians of the Galaxy Vol.2)

 

เมื่อธานอสไม่ได้พาวเวอร์สโตนมาครอบครองอย่างที่หวัง แต่ธานอสยังไม่บุกดาวซานด้าร์ในทันที หากแต่ธานอสนำลูกน้องและลูกบุญธรรมที่เหลือ บุกดาวไนดาเวลเลียซะก่อน เพื่อให้เหล่าคนแคระสร้างถุงมืออินฟินิตี้ในตำนาน ซึ่งสร้างไว้ใส่อินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชนิดโดยเฉพาะ ผู้สวมถุงมือจะสามารถรวมพลังมณีทั้งหมดเข้าด้วยกัน (แบบหรือบล็อกสร้างถุงมือ พวกคนแคระน่าจะมีอยู่แล้ว)

ที่ไนดาเวลเลีย 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งจักรวาล แต่ไม่มีคนแคระคนใดยอมร่วมมือแต่โดยดี ธานอสจึงขู่บังคับ อีทรี่ หัวหน้าคนแคระผู้สร้างอาวุธว่า ถ้าไม่ทำตามคำสั่ง ธานอสจะฆ่าพวกคนแคระให้หมด อีทรี่จึงยอมสร้างถุงมืออินฟินิตี้ สุดท้ายธานอสก็ฆ่าคนแคระทั้งหมดอยู่ดี หากแต่ไว้ชีวิตอีทรี่ ต่อจากนี้ธานอสจะเริ่มไล่ล่าอินฟินิตี้สโตนด้วยตนเองแล้ว

ธานอสกับถุงมืออินฟินิตี้ (Avengers :2)

 

ที่ซานฟรานซิสโก ในที่สุดด็อกเตอร์ดาเรน ครอส ก็เทคโอเวอร์บริษัทพิมเทคโนโลยีได้สำเร็จ ทำให้ด็อกเตอร์พิมต้องหลุดออกจากตำแหน่งประธานบริหารทันที แต่ครอสยังคงให้โฮปทำงานที่พิมเทคโนโลยีอยู่ เพราะครอสคิดว่าโฮปก็คงเกลียดด็อกเตอร์พิมเช่นตน ซึ่งแท้จริงแล้วถึงโฮปจะไม่พอใจที่ผู้เป็นพ่อปิดบังเรื่องสาเหตุการตายของแม่ แต่โฮปก็ยังไม่ถึงขั้นเกลียดพ่อ ยังรักพ่ออยู่เช่นเดิม

ดร.ครอสและโฮป (Ant-Man 1)

 

ปี 2015 หลังจากที่แนทสืบหา และชี้เป้าบุกฐานไฮดร้ามาแล้วหลายฐานไปทั่วโลก เพราะทีมอเวนเจอร์ต้องการค้นหาคฑาโลกิให้จงได้ ซึ่งยังไม่พบ แต่ มาเรีย ฮิลล์ ซึ่งทำงานอยู่กับโทนี่ในฐานะหน่วยงานอเวนเจอร์ ฮิลล์รู้จากเบาะแสลับว่า คฑาโลกิถูกซ่อนอยู่ในฐานของสตรัคเกอร์ที่โซโคเวีย ฮิลล์จึงแจ้งเรื่องนี้กับโทนี่ และโทนี่ก็ให้จาร์วิสตามทุกคนในทีมมาที่ตึกอเวนเจอร์ เพื่อเตรียมพร้อมบุกโซโคเวีย

ที่ประเทศโซโคเวีย ในที่สุดทีมอเวนเจอร์ก็บุกฐานใหญ่ของไฮดร้าซึ่งอยู่บนยอดเขาในป่าหิมะที่ประเทศโซโคเวีย  ที่สุดแล้วกัปตันโรเจอร์ก็จับกุมบารอน วอน สตรัคเกอร์ไว้ได้สำเร็จ ซึ่งภารกิจนี้โทนี่ก็ส่งหุ่นไอออนลีเจี้ยนมาร่วมสู้ด้วย

ทีมอเวนเจอร์บุกฐานไฮดร้า (Avengers :2)

 

ซึ่งไอออนลีเจี้ยนเป็นเพียงหุ่นรักษาความสงบธรรมดาของอเวนเจอร์เท่านั้น ไอรอนลีเจี้ยนไปรักษาความสงบในตัวเมืองโซโคเวีย ในขณะที่ทีมอเวนเจอร์บุกฐานไฮดร้า

ในเหตุการณ์นี้ฮอว์คอายและกัปตันโรเจอร์ก็ได้พบกับเปโตรครั้งแรก และฮอว์คอายได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฮดร้าเล่นงาน โทนี่นั้นเข้าไปยังแลปฯของไฮดร้าที่ฐานนี้ และสังหารดร.ลิส โทนี่ยังพบยานรบลาเวียธานของชิทอรี่กับคฑาโลกิ โทนี่จึงจะนำมันกลับไปด้วย

แต่โทนี่ก็โดนวานด้าเล่นงานฝังความกลัวเข้าไปในสมองโทนี่ ทำให้โทนี่เห็นภาพเพื่อนๆในทีมอเวนเจอร์ล้มตายจากกองทัพยานรบลาเวียธานของชิทอรี่ โทนี่จึงขอวิจัยคฑาโลกิสามวัน ก่อนที่ธอร์จะนำกลับแอสการ์ด

โทนี่โดนวาด้าหลอนประสาท  (Avengers :2)

 

ที่นิวยอร์ค โทนี่และเพื่อนๆในทีมนั่งควินเจ็ทกลับมาที่ตึกอเวนเจอร์ในนิวยอร์ค กัปตันโรเจอร์ขอให้มาเรีย ฮิลล์ ตรวจว่าสองพี่น้องฝาแฝดอันตรายคู่นี้ที่พวกตนไปเจอในโซโคเวียเป็นใคร

ฮอว์คอายไปรับการรักษาจากดร.เฮเลน โช หมอและนักวิทย์ฯผู้เก่งกาจชาวเกาหลีใต้ และเป็นเพื่อนสนิทของบรูซกับโทนี่ ดร.โชเชี่ยวชาญในเรื่องสังเคราะห์ผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นใหม่โดยชีวเคมี

ดร.เฮเลน โช (Avengers :2)

 

โทนี่และบรูซค้นพบว่ามีเอไอซ่อนอยู่ในคฑาโลกิ (A.I. ย่อมาจาก Artificial Intelligence แปลว่า ปัญญาประดิษฐ์) ทั้งสองขบคิดกันหาวิธีนำเอไอที่อยู่ในคฑาโลกิเพื่อทำประโยชน์ จากโปรเจคดั้งเดิมของโทนี่ที่ชื่อว่า อัลตรอน โดยโทนี่หวังให้ปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นอัลตรอน และให้อัลตรอนควบคุมไอรอนลีเจี้ยนแทนจาร์วิส

จาร์วิสซ้าย/อัลตรอนขวา (Avengers :2)

 

แต่อัลตรอนทรงปัญญาอย่างที่โทนี่คาดไม่ถึง อัลตรอนเข้าไปในระบบและทำลายจาร์วิส (ซึ่งไม่สำเร็จ จาร์วิสแยกตัวเป็นหลายๆส่วน และไปซ่อนอยู่ในระบบอินเตอร์เน๊ต)

อัลตรอนเข้าไปในระบบหุ่นยนตร์ไอออนลีเจี้ยนของโทนี่ และระบบหน่วยความจำในตึกอเวนเจอร์ ทำให้มันล่วงรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโทนี่ทั้งหมด ก่อนที่จะยึดระะบบหุ่นไอออนลีเจี้ยนทั้งหมดและควบคุมเอง และสร้างร่างของตนขึ้นมาใหม่จากเศษซากของหุ่นไอออนลีเจี้ยน กำเนิดเป็นอัลตรอนไพรม์ร่างแรก

Ultron Prime ร่างเริ่มต้น (Avengers :2)

 

ทีมอเวนเจอร์จัดงานฉลองชัยชนะที่มีต่อไฮดร้าที่ตึกอเวนเจอร์ ขณะที่งานเลี้ยงเลิกไปแล้ว แต่สมาชิกหลักในอเวนเจอร์ยังฉลองอยู่ อัลตรอนไพรม์ก็ออกมาแสดงตัวให้ทุกคนในอเวนเจอร์เห็น ก่อนที่จะสั่งให้อัลตรอนโจมตีทีมอเวนเจอร์ ดร.โชเกือบจะโดนสังหาร แต่อัลตรอนไพรม์สั่งไว้ชีวิตดร.โชด้วยเหตุผลบางอย่าง

อัลตรอนช่วงชิงคฑาโลกิไป และอัลตรอนไพรม์ร่างแรกก็โดนทำลาย แต่เอไอของอัลตรอนไพรม์อัพลิ้งค์ตัวเองผ่านอินเตอร์เน๊ตไปที่ฐานของไฮดร้า ที่โซโคเวียแล้ว และกำลังสร้างร่างใหม่

ธอร์นั้นโกรธโทนี่มากที่ทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นขนาดนี้ แต่โทนี่ก็บอกว่า เขามีเจตนาดีในการสร้างอัลตรอนก็เพื่อรักษาความสงบของโลก แต่เอไอของคฑาโลกินั้นเข้าไปยึดระบบอัลตรอนเอง

ทีมอเวนเจอร์ประชุมกันหลังจากอัลตรอนคิดได้เอง (Avengers :2)

 

ที่โซโคเวีย เปโตรและวานด้านั้นเข้าไปพบกับอัลตรอนไพรม์ที่ฐานเก่าของไฮดร้าที่โซโคเวีย เปโตรและวานด้าจึงยินดีร่วมมือกับอัลตรอนสู้กับอเวนเจอร์ที่มีโทนี่ร่วมทีม และอัลตรอนไพรม์นั้นกำลังมีจุดหมายไปที่ชายฝั่งอาฟริกาใต้

อัลตรอนไพรม์พาสองฝาแฝดดูแลปฯของไฮดร้า (Avengers :2)

 

ที่นิวยอร์ค ทีมอเวนเจอร์ได้ข่าวว่า บารอน วอน สตรัคเกอร์ โดนอัลตรอนฆ่าในคุก ทุกคนในทีมอเวนเจอร์ช่วยกันหาข้อมูลของสตรัคเกอร์ ว่าติดต่อใครบ้าง และมีคนนึงในกองเอกสารของไฮดร้าที่โทนี่รู้จัก นั่นก็คือ ยูลีสเซส คลอว์ อาชญากรพ่อค้าของเถื่อนชื่อดังของโลก

และสินค้าชิ้นเอกของคลอว์ก็คือ แร่ไวเบรเนียม  โลหะชนิดเดียวกันกับโล่ของกัปตัน ซึ่งคลอว์ไปขโมยมาจากประเทศวากันด้า โทนี่จึงเดาทางได้ว่าอัลตรอนก็กำลังจะไปหาคลอว์เช่นกัน ทีมอเวนเจอร์ทั้งหมดจึงไปที่ชายฝั่งประเทศอาฟริกา เหลือแค่มาเรีย ฮิลล์เฝ้าตึกอเวนเจอร์เท่านั้น และดร.โชก็กลับเกาหลีใต้

 

ที่ท่าเรือประเทศอาฟริกาใต้ ยูลีสเซส คลอว์ หัวหน้าองค์กรค้าของเถื่อนข้ามชาติ ก็ได้พบกับเปโตรและวานด้ารวมถึงอัลตรอนไพรม์บนเรือขนสินค้าเถื่อนของเขาที่ลอยอยู่ในชายฝั่งทะเลทวีปอาฟริกา อัลตรอนไพรม์บังคับให้คลาวมอบแร่ไวเบรเนียมให้

ยูลีสเซส คลอว์ พบกับ อัลตรอนไพรม์ (Avengers :2)

 

สุดท้ายคลอว์โดนอัลตรอนตัดแขนซ้ายไปครึ่งนึงเพราะพูดจาจี้ใจดำ ก่อนที่ไอออนแมน กัปตันอเมริกา และธอร์ จะบุกเข้ามาในเรือเช่นกัน โดยที่แบล็ควีโดและฮอว์คอายซุ่มอยู่ข้างๆ คลอว์หนีไปได้ ทีมอเวนเจอร์ประจันหน้ากับเปโตรและวานด้ารวมถึงอัลตรอนไพรม์

การพบกันของทั้งสองฝ่ายบนเรือของคลอว์ (Avengers :2)

 

ทั้งหมดสู้กันชุลมุน วานด้าเล่นงานสมองธอร์ ทำให้ธอร์เห็นภาพหลอนที่เฮล วานด้าเล่นงานสมองกับตันอเมริกา ทำให้กัปตันโรเจอร์เห็นภาพหลอนว่าเต้นรำกับเพกกี้หลังสงครามโลกครั้งที่2 วานด้าเล่นงานสมองแนท ทำให้แนทเห็นภาพหลอนตอนที่ตนเองในวัยเด็กกำลังอยู่ในโปรแกรมฝึกนักฆ่า ในชื่อรหัสแบล็ควีโด

แนทกำลังโดนวานด้าหลอน (Avengers :2)

 

ทั้ง 3 คนจึงควบคุมตัวเองไม่ได้ และหมดสภาพต่อสู้ เหลือเพียงโทนี่ที่ซัดกับอัลตรอนด้านนอกเรือสินค้าของคลาว และบินสู้กัน ก่อนที่โทนี่จะทำลายร่างอัลตรอนไพรม์ได้อีกตัว เอไออัลตรอนไพรม์จึงอัพลิงค์ตัวเองไปร่างใหม่อีก

วานด้ากำลังจะเล่นงานฮอว์คอาย แต่ฮอว์คอายรู้ทัน จึงใช้ลูกธนูช็อตไปที่หน้าผากของวานด้า ควิกซิลเวอร์จึงมาช่วยพี่สาวหนีออกไปที่ชายฝั่งอาฟริกาใต้

คลิ้นท์ไม่หลงกลวานด้า (Avengers :2)

ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ สองพี่น้องเห็นบรูซอยู่เฝ้าควินเจ็ทคนเดียว วานด้าจึงเข้าไปเล่นงานสมองบรูซ ผลทำให้บรูซคุ้มคลั่งกลายเป็นฮัลค์ และฮัลค์ก็ทำลายบ้านเมืองโจฮันเนสเบิร์กแหลกลาญ

โทนี่จึงเรียกชุดเกราะฮัลค์บัสเตอร์มาจากดาวเทียมเวโรนนิก้าของสตาร์คอินดัสทรีย์ ซึ่งโคจรอยู่นอกโลก ฮัลค์บัสเตอร์ที่โทนี่สวมใส่หยุดฮัลค์ได้สำเร็จ เพราะฮัลค์ก็รู้สึกผิดที่เห็นชาวบ้านเดือดร้อนเพราะตนพังบ้านเมือง

ฮัลค์บัสเตอร์และฮัลค์อัดกันเละ (Avengers :2)

 

เมื่อบ้านเมืองโยฮันเนสเบิร์กก็พังพินาศ ฮิลล์จึงแจ้งว่าตอนนี้ประชาคมโลกและยูเอ็นประนามทีมอเวนเจอร์ว่าสร้างความเสียหายให้ประเทศอาฟริกาใต้อย่างใหญ่หลวง (ซึ่งที่จริงฮัล์คทำเละคนเดียว) ฮิลล์แนะว่าทุกคนน่าจะหลบไปก่อน

ที่ใดที่นึงทางตอนเหนืออเมริกา ฮอว์คอายจึงพาทุกคนไปที่บาร์ตันฟาร์ม บ้านเกิดของบาร์ตัน ที่นี่ทุกคนในทีมจึงรับรู้ว่าฮอว์คอายหรือบาร์ตันมีภรรยาแล้ว และมีลูกแล้วสองคน อยู่ในท้องลาร่าภรรยาบาร์ตันอีกหนึ่งคน และ นิค ฟิวรี่ ก็ ปรากฎตัวอีกครั้ง เพื่อช่วยทีมอเวนเจอร์วางแผนรับมืออัลตรอน

คลิ้น และ ลาร่า (Avengers :2)

 

ที่อังกฤษ ด้านธอร์นั้นแยกตัวกับเพื่อนๆในทีม เพราะต้องการเดินทางไปที่บ่อน้ำแห่งวารีนิมิตของแอสการ์ด ซึ่งอยู่บนมิดการ์ดหรือโลกมนุษย์ เพื่อเข้าถึงสิ่งที่ธอร์เผชิญมาจากการโดนวานด้าเล่นงาน ว่ามันคืออะไรกันแน่

แต่ธอร์ไม่รู้ว่าบ่อน้ำนี้อยู่ที่ไหน ธอร์จึงไปหาดร.เซลวิคที่ลอนดอน เพื่อให้ดร.เซลวิคพาไปที่นั่น และเมื่อธอร์ลงไปในบ่อน้ำนั้น ธอร์จึงรู้แจ้งเกี่ยวกับที่มาของอัญมณีดึกดำบรรพ์ของจักรวาลทั้งหมดทุกชนิดด้วย

ธอร์เห็นอนาคตของอินฟินิตี้สโตน (Avengers :2)

 

ที่บาร์ตันฟาร์ม บรูซและแนทนั้นเผยความในใจที่มีต่อกัน และขณะที่ทุกคนหารือกันในคืนนั้นเอง บรูซนั้นก็คิดออกว่า อัลตรอนไพรม์นั้นต้องการนำไวเบรเนียมไปทำไม

อัลตรอนไพรม์ต้องการที่จะสังเคราะห์แร่ไวเบรเนียมเพื่อสร้างร่างกายที่ทนทาน และแข็งแรงยืดหยุ่นได้นั่นเอง และมีผู้เดียวในโลกที่ทำร่างแบบนั้นได้ นั่นก็คือดร.โช บรูซ แบนเนอร์ จึงกลับตึกอเวนเจอร์เพื่อเตรียมการ ส่วนนิค ฟิวรี่ ก็ไปส่งแบนเนอร์ที่ตึกอเวนเจอร์ และเดินทางไปสมทบกับ มาเรีย ฮิลล์ เพื่อเตรียมเครื่องเฮริแคเออร์มาเตรียมพร้อมไว้

นิค ฟิวรี่ สายลับตัวพ่อ (Avengers :2)

 

ที่นอร์เวย์ ส่วนด้านโทนี่ก็ไปดูระบบอินเตอร์เน๊ตสากลที่เน็กซัส เพราะฟิวรี่บอกว่า ทุกครั้งที่อัลตรอนพยายามจะสั่งยิงขีปนาวุธ จะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนรหัสสั่งยิงก่อนอัลตรอนได้ทุกครั้ง

โทนี่จึงได้พบเศษชิ้นส่วนของ จาร์วิส ซ่อนอยู่ในระบบอินเตอร์เน๊ต จาร์วิสนี่เองที่เปลี่ยนรหัสยิงขีปนาวุธ โทนี่จึงรวมเอไอของจาร์วิสขึ้นมาอีกครั้ง และนำกลับตึกอเวนเจอร์

โทนี่พบจาร์วิส เอไอเพื่อนเก่าที่ยังไม่ถูกทำลาย (Avengers :2)

 

ที่เกาหลีใต้ เปโตรและวานด้ารวมถึงอัลตรอนไพรม์เดินทางไปที่กรุงโซล เพื่อไปที่แลปฯของดร.โช อัลตรอนไพรม์ใช้คฑาโลกิควบคุมจิตใจของดร.โชไว้ และให้ดร.โชสร้างร่างกายให้ตนใหม่ โดยให้สังเคราะห์ร่างกายจากไวเบรเนียม ให้มีผิวหนังและกล้ามเนื้อที่ทนทานกว่ามนุษย์ แต่ยืดหยุ่นได้และรูปร่างเหมือนมนุษย์ เป็นแอนดรอยด์ที่อัลตรอนจะอัพลิงค์ตัวเองเข้าไปใช้ร่างนี้

อัลตรอนควบคุมดร.โชสร้างร่างไวเบรเนียม (Avengers :2)

 

อัลตรอนไพรม์ยังทำลายก้อนพลังงานบนยอดคฑาโลกิ และนำอัญมณีขุมพลังดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา ก่อนจะนำอัญมณีนั้นใส่ไปบนหน้าผากของแอนดรอยด์ตนนั้น ทำให้ร่างนี้มีพละกำลังและอำนาจที่มหาศาลขึ้น

ขณะที่ดร.โชกำลังสร้างร่างใกล้จะสมบูรณ์ และอัลตรอนไพรม์กำลังอัพลิงค์ลงไปในร่างนี้ วานด้าไปสัมผัสกับร่างนี้ และล่วงรู้ความคิดของอัลตรอนไพรม์ ว่าต้องการทำลายโลกมนุษย์ทั้งหมด วานด้าจึงคลายมนต์สะกดให้ดร.โช

วานด้าเริ่มกลับใจ (Avengers :2)

 

เมื่อดร.โชคืนสติ ดร.โชจึงถอดปลั๊กอัลตรอนไพรม์จากร่างนี้ อัลตรอนไพรม์จึงยิงพลังใส่ดร.โชจนบาดเจ็บสาหัส เปโตรนำวานด้าหนีไปด้วยความเร็ว อัลตรอนนำร่างแอนดรอยด์หนีไปในรถบรรทุก และอัพโหลดตนเองเข้าร่างในรถบรรทุกนี้ต่อ

ทีมอเวนเจอร์มาที่เกาหลีใต้กันแค่สามคน คือ กัปตันโรเจอร์ บาร์ตัน และ แนท กัปตันโรเจอร์บุกมาแลปฯของดร.โช และพบดร.โชบาดเจ็บสาหัสอยู่ เธอบอกว่าต้องขัดขวางอัลตรอนไพรม์ให้ได้ ถ้าอัลตรอนไพรม์ได้ร่างนั้นไป จะไม่มีทางกำจัดร่างแอนดรอยด์ไวเบรเนียมที่แสนจะแข็งแกร่งนั้นได้เลย แคปกระโดดเกาะหลังรถบรรทุกคันที่บรรจุร่างแอนดรอยด์ อัลตรอนไพรม์ถอดปลั๊กและหยุดอัพลิงค์ตนเอง ก่อนจะออกมาสู้กับแคป

อัลตรอนเผชิญหน้ากับแคป (Avengers :2)

 

บาร์ตันและแนทช่วยกันชิงร่างแอนดรอยด์สำเร็จ แต่แนทพลัดตกควินเจ็ท และโดนพวกอัลตรอนจับไป แคปสู้กับอัลตรอนไพรม์บนรถไฟฟ้าและเกือบแพ้ วานด้าและเปโตรซึ่งกลับใจแล้ว ก็ตามมาช่วยแคปได้ทันพอดี อัลตรอนไพรม์จึงทำลายหัวรถไฟฟ้าถ่วงเวลาเพื่อหนี(สู้ยอดมนุษย์สามคนรุมไม่ไหว) ทั้งสามจึงช่วยกันหยุดรถไฟฟ้าและช่วยผู้คน ก่อนที่แคปจะเกลี้ยกล่อมให้สองพี่น้องฝาแฝดกลับไปที่ตึกอเวนเจอร์ในนิวยอร์คด้วยกัน

วานด้าและเปโตรมาอยู่ทีมแคป (Avengers :2)

 

ที่นิวยอร์ค บาร์ตันซึ่งพลัดหลงกับแนทและแคปจึงนำร่างไวเบรเนียมมาที่ตึกอเวนเจอร์คนเดียว เมื่อโทนี่เห็นร่างนี้ โทนี่จึงเกิดความคิดที่จะอัพโหลดจาร์วิสเข้าไปในร่างไวเบรเนียมแอนดรอยด์นี้แทน ซึ่งบรูซนั้นไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็เออออห่อหมกไปภายหลัง

โทนี่เกลี้ยกล่อมบรูซให้อัพโหลดเอไอจาร์วิสเข้าไป (Avengers :2)

 

ขณะกำลังอัพโหลดจาร์วิสใส่ร่างแอนดรอยด์ แคปและสองฝาแฝดก็มาถึงตึกอเวนเจอร์ แคปไม่ต้องการให้เกิดเหตุเหมือนอัลตรอนอีก ฝ่ายโทนี่และฝ่ายแคปจึงสู้กัน ขณะกำลังชุลมุน ธอร์ ซึ่งกลับมาจากบ่อน้ำแห่งวารีนิมิตก็เหาะเข้ามา และฟาดสายฟ้าลงไปในแอนดรอยด์ตนนั้นเพื่อช่วยปลุกร่างนี้ให้สมบูรณ์ แอนดรอยด์ตนนั้นตื่นขึ้นมา และเหาะได้ด้วย

แคปกำลังจะมุ่งไปโจมตีแอนดรอยด์ตนนั้น แต่ธอร์ห้ามไว้ หลังจากแอนดรอยด์ตนนั้นเห็นหน้าตนเองในกระจก จึงรู้ว่า บัดนี้เขาได้มีร่างกายแล้ว ในแอนดรอยด์ร่างนี้มีทั้งอัลตรอนและจาร์วิสอย่างละครึ่ง และกำเนิดใหม่ในชื่อ Vision

(อัญมณีที่อยู่บนหน้าผากวิชั่นคือ Mind Stone หนึ่งใน Infinity Stone)

 

ธอร์บอกทุกคนว่า โทนี่คิดถูกแล้ว และที่อยู่บนหน้าผากของวิชั่นคือ Mind Stone ขุมพลังดึกดำบรรพ์ของจักรวาล และวิชั่นก็บอกทุกคนว่าเค้าอยู่ฝ่ายให้ชีวิต แต่อัลตรอนอยู่ฝ่ายทำลายชีวิต และถ้าอัลตรอนจะทำเช่นนั้น วิชั่นจะทำลายอัลตรอนเอง

ซึ่งขณะนี้อัลตรอนไพรม์กำลังคิดทำเรื่องเลวร้ายบางอย่างจากไวเบรเนียมที่ได้มา และอัลตรอนไพรม์กำลังทำอยู่ที่โซโคเวีย วิชั่นยังเซอไพรซ์ทุกคนด้วยการหยิบโยเนียมาส่งให้ธอร์ (วิชั่นมีพลังมหาศาลจากอัญมณี Mind Stone และยังมีจิตที่บริสุทธิ์ จึงใช้ฆ้อนธอร์ได้ ไม่เกี่ยวกับคู่ควรแต่อย่างใด)

ทีมอเวนเจอร์วางแผนปะทะอัลตรอน (Avengers :2)

 

ที่โซโคเวีย ทีมอเวนเจอร์จึงบุกประเทศโซโคเวียอีกครั้ง บรูซไปช่วยแนท และสัญญาว่าจะหนีไปด้วยกันเมื่อจบเรื่องนี้ ขณะที่ทุกๆคนกำลังอพยพชาวโซโคเวียนออกจากสถานที่เสี่ยงภัย เครื่องจักรทำลายล้างโลกก็เริ่มทำงาน ทีมอเวนเจอร์จึงรู้จุดหมายที่แท้จริงของอัลตรอน ว่าต้องการทำลายล้างโลก

กองทัพอัลตรอนและทีมอเวนเจอร์ปะทะกันนัวเนีย แผ่นดินโซโคเวียส่วนนึงซึ่งเป็นเครื่องจักรทำลายล้างนี้ค่อยๆแยกออกจากแผ่นดินเดิม และลอยขึ้นไปยังท้องฟ้า และทีมอเวนเจอร์ทุกคนอยู่ในแผ่นดินที่ลอยอยู่นี้

เครื่องจักล้างโลกลอยขึ้นฟ้า (Avengers :2)

 

นิค ฟิวรี่ และ มาเรีย ฮิลล์ นำเฮริแคเออร์ No.64 พร้อมด้วยหน่วยชีลด์ส่วนนึงมาที่โซโคเวีย และช่วยพวกทีมอเวนเจอร์ลำเลียงประชาชนโซโคเวียนขึ้นเรือเหาะเพื่อหนีภัยนี้ วอร์แมชชีนมาช่วยไอรอนแมนสู้ด้วย อัลตรอนไพรม์โดนยำใหญ่โดยผู้มีพลังสูงสุดทั้งสามในเอเวนเจอร์ช่วยกันรุม วิชั่นยิงลำแสงจากหน้าผาก ธอร์ฟาดสายฟ้าใส่ โทนี่ยิงพลังอาร์คใส่ ก่อนที่ฮัลค์จะมาซ้ำอัลตรอนอีกคน

อัลตรอนไพรม์หนีไปขึ้นควินเจ็ท ขณะที่บาร์ตันกำลังไปช่วยเด็กคนนึง อัลตรอนไพรม์ก็ขับควินเจ็ทกราดยิงหน่วยชิลด์ที่กำลังช่วยประชาชน บาร์ตันและเด็กกำลังจะถูกยิงเพราะอยู่ในวิถีกระสุน เปโตรนำตัวเองมาขวางกระสุนให้บาร์ตัน และเปโตรก็เสียชีวิต

เปโตรสละชีวิตช่วยบาร์ตันและเด็ก (Avengers :2)

 

ฮัลค์กระโดดใส่ควินเจ็ทลำนั้น และอัดอัลตรอนไพรม์หล่นลงมาข้างล่าง วานด้าควักหัวใจจักรกลอัลตรอนไพรม์ออกมา อัลตรอนไพรม์จึงอัพลิงค์ย้ายไปร่างสุดท้าย วิชั่นรออยู่แล้ว จึงทำลายอัลตรอนร่างสุดท้ายลงได้สำเร็จ

ฮัลค์ตัดสินใจทิ้งแนทและทุกคน โดนขับควินเจ็ทที่ตนเองโยนอัลตรอนไพรม์ออกไป และขับควินเจ็ทลำนั้นมุ่งหน้าไปให้ไกลที่สุดออกไปนอกโลก เพราะฮัคล์ไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้มวลมนุษยชาติอีกต่อไป และยานของฮัลล์ก็หลุดไปยังช่องว่างประตูรูหนอน ไปโผล่บนดาวสคาร์..

ฮัลค์ลอยสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น.. (Avengers :2)

 

ที่นิวยอร์ค หลังจากเหตุการณ์สงบ ทีมอเวนเจอร์ก็สร้างฐานใหม่ขึ้นที่ตอนเหนือของนิวยอร์ค ซึ่งเป็นโกดังร้างของสตาร์คอินดัสทรีย์ โดยมีฟิวรี่และมาเรียช่วยสร้างฐานเบื้องต้น

ดร.โชและดร.เซลวิคก็มาช่วยจัดระบบฐานอเวนเจอร์เช่นกัน ผู้นำทีมอเวนเจอร์คือกัปตันโรเจอร์เหมือนเดิม โดยมีแนทเป็นมือขวา และได้สมาชิกใหม่คือ วิชั่น/ วานด้า/ วอร์แมชชีน/ ฟาลคอน

แคปและแนทรวมทีมอเวนเจอร์รุ่นสอง (Avengers :2)

 

ธอร์ ออกเดินทางไปทั่วจักรวาล เพื่อหาเบาะแสอินฟินิตี้สโตนที่เหลือ และไว้ใจวิชั่นให้ดูแล Mind Stone บนหน้าผาก/ โทนี่ สตาร์ค ขอไม่ปฎิบัติภารกิจช่วยโลกอีกต่อไป/ บาร์ตันกลับไปอยู่ที่ฟาร์มกับลูกและภรรยา/ ฮัลค์ ไปอยู่บนดาวสคาร์ ไม่กลับร่างเป็นบรูซอีกเลย..

 

ที่ซานฟรานซิสโก จากความรู้ที่ครอสได้จากด็อกเตอร์พิม บวกกับความอัจฉริยะของครอส ในที่สุด ครอสก็ผลิตชุด Yellow Jacket ได้สำเร็จ และผลิตอนุภาคครอสใกล้สำเร็จเช่นกัน แต่ยังใช้ย่อส่วนสิ่งมีชีวิตไม่ได้ ยังคงอยู่ในขั้นตอนย่อส่วนวัสดุธรรมดาได้เท่านั้น

ดร.ครอส สร้างชุดเยลโล่แจ็คเก็ตได้แล้ว (Ant-Man 1)

 

เรื่องนี้ทำให้โฮปกังวลมาก โฮปจึงแอบไปปรึกษากับพ่อคือด็อกเตอร์พิมว่า ต้องทำลายโครงการนี้ของครอสให้ได้ เพราะถ้าเทคโนโลยีการย่อส่วนนี้ไปอยู่ในมือคนไม่ดี จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

โฮปพยายามขอใส่ชุดแอนท์-แมนลอบเข้าไปทำลายโครงการเยลโล่แจ็คเก็ตของครอสด้วยตนเอง แต่ด็อกเตอร์พิมไม่อนุญาติ เพราะด็อกเตอร์พิมกลัวว่าโฮปจะพลาดและหลุดเข้าไปในมิติควอนตัมเหมือนเจเน็ต สิ่งนี้ยิ่งทำให้โฮปไม่เข้าใจด็อกเตอร์พิมเข้าไปอีก

พ่อลูกยังไม่เข้าใจกัน (Ant-Man 1)

 

ด็อกเตอร์พิมก็เริ่มเสาะหาคนที่เหมาะกับชุดแอนท์-แมน จนกระทั่งด็อกเตอร์พิมตัดสินใจเลือกจอมโจรย่องเบาผู้ติดคุกเพราะช่วยเหลือคนอื่น โจรผู้นั้นก็คือ สก็อต แลงค์ ซึ่งสก็อตยังคงเหลือการรับโทษอยู่อีกเพียงไม่นาน..

สก็อต แลงค์ นักย่องเบาฝีมือพระกาฬผู้โดนข้อหายักยอกเงินบริษัทตนเองไปคืนให้ลูกค้า หลังจากต้องโทษถูกจำคุกมาหลายปี สก็อตก็ได้รับการปล่อยตัว โดยมีดร.พิมอดีตแอนท์-แมนของชิลด์จับตาดูสก็อตตลอดตั้งแต่ออกจากคุก

สก็อตนั้นไร้ที่อยู่ และไร้งานทำ สก็อตจึงไปพักอยู่กับเพื่อนนักย่องเบาของตนที่ชื่อ Luis หลุยส์จึงแนะนำให้สก็อตรู้จักกับทีมนักย่องเบาของตนเอง คือเคิร์ทและเดฟ จอมโจรทั้งสี่จึงพักอยู่ด้วยกันที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้

เดฟ หลุยส์ เคิร์ท (Ant-Man 1)

 

โดยที่หลุยนั้นเกลี้ยกล่อมให้สก็อตย่องเบาอีกครั้ง เพราะหลุยมีเบาะแสรายละเอียดของเป้าหมาย ซึ่งทั้งสามไม่มีฝีมืองัดแงะเท่าสก็อต แต่สก็อตก็ปฎิเสธหลุยไป เพราะสก็อตอยากทำอาชีพสุจริตมากกว่า

ดาเรน ครอส เชิญให้ด็อกเตอร์พิมไปงานเปิดตัวเยลโล่แจ็คเก็ต พร้อมๆกับที่ด็อกเตอร์พิมรู้ว่าครอสจะเปลี่ยนบริษัทพิมเทคโนโลยีไปเป็นบริษัทครอสเอนเทอไพรซ์แทน

ที่งานเปิดตัวโครงการเยลโล่แจ็คเก็ต ด็อกเตอร์พิมก็พบกับมิทท์ คาร์สัน อดีตหัวหน้าฝ่ายป้องกันมาตุภูมิของหน่วยชิลด์ คู่ปรับเก่าของตนเอง ซึ่งมิทท์ก็สนใจในโครงการเยลโล่แจ็คเก็ตมาก และเสนอครอสให้ขายชุดเยลโล่แจ็คเก็ตให้ตนทันทีที่โครงการนี้สมบูรณ์ 100%

มิทท์ คาร์สัน สายลับไฮดร้า (Ant-Man 1)

 

สก็อตไปทำงานที่ร้านไอศกรีมบัสกิ้นแอนด์ร็อบบิ้นไม่กี่วัน ก็โดนไล่ออกทันที หลังจากทางร้านรู้ว่าสก็อตเคยติดคุก สก็อตจึงตัดสินใจรับงานที่หลุยเสนอ หลุยจึงเล่าแผนงานให้สก็อตฟัง หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์เพื่อจารกรรม

คืนต่อมา สก็อตก็ย่องเบาเข้าไปในบ้านจุดหมาย ซึ่งมันคือบ้านของดร.พิมนั่นเอง จนกระทั่งสก็อตฝ่าความยากลำบากเปิดเซฟเข้าไปได้ แต่ภายในกลับมีแค่ชุดรัดรูปหนังสีแดงดำกับหมวกกันน็อกใบเดียวเท่านั้น ซึ่งมันคือชุดแอนท์-แมน

สก็อตพบกับชุดครั้งแรก (Ant-Man 1)

 

สก็อตไม่อยากเสียเที่ยว จึงนำชุดแอนท์-แมนกลับมาที่อพาร์ทเม้นต์ด้วย และสก็อตก็ลองใส่ชุดดู สก็อตกดปุ่มที่ถุงมือขวาของชุด ทันใดนั้นร่างกายของสก็อตที่อยู่ในชุดก็ย่อส่วนทันที สก็อตมัวแต่ตกใจกับสิ่งมหัศจรรย์นี้ จนหนีเตลิดออกไปนอกอพาร์ทเม้นท์ และก็มีเสียงด็อกเตอร์พิมสื่อสารกับสก็อตทางหมวกกันน็อก บอกให้สก็อตใจเย็นๆ และเก็บชุดนี้ไว้ แล้วด็อกเตอร์พิมจะติดต่อไปอีกที

สก็อตเผลอใช้มือซ้ายกดปุ่มที่ถุงมือ ทำให้สก็อตร่างขยายใหญ่กลับเป็นเช่นเดิม สก็อตไม่อยากเอาด้วย สก็อตจึงรีบถอดชุด และนำกลับไปคืนที่บ้านเป้าหมายในตู้เซฟดังเดิม

สก็อตสติแตกกับชุด (Ant-Man 1)

 

ทันทีที่สก็อตนำชุดแอนท์-แมนไปคืนในตู้เซฟ และกลับออกมา ตำรวจก็มาจับสก็อตทันที เพราะโฮปเป็นคนโทรแจ้งตำรวจเอง (โฮปหมั่นไส้สก็อต และไม่พอใจที่พ่อนำหัวขโมยมาใส่ชุดแอนท์-แมน แต่กลับไม่ยอมให้ตนเองใส่)

ในโรงพัก สก็อตซึ่งอยู่ในห้องขังชั่วคราวก็ได้รับการมาเยี่ยมจากด็อกเตอร์พิม และด็อกเตอร์พิมก็บอกรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับชุดแอนท์-แมน กับเหตุผลการเลือกให้สก็อตใส่ชุด แต่สก็อตก็ยังไม่ตกลง ด็อกเตอร์พิมจึงยื่นข้อเสนอว่า จะอยู่ติดคุก หรือจะหนีออกไปและช่วยตนทำงานบางอย่าง แล้วด็อกเตอร์พิมก็จากไป

สก็อตพบดร.พิมครั้งแรก (Ant-Man 1)

 

สก็อตกลับมานั่งคิดทบทวนในห้องขัง ทันใดนั้นฝูงมดก็นำชุดแอนท์-แมนที่ย่อส่วนอยู่เข้ามาในห้องขัง ทำให้สก็อตแปลกใจมากที่ฝูงมดทำเช่นนั้นได้ สก็อตจึงรีบใส่ชุดแอนท์-แมนทันที และหนีออกมาจากโรงพักพร้อมกับฝูงมด

ตำรวจวิ่งวุ่นค้นหาตัวสก็อตทั้งโรงพัก สก็อตในร่างย่อส่วนรีบขึ้นไปบนหลังมดมีปีกบินได้เพื่อบินหนีออกมาให้ไกลโรงพักมากที่สุด แต่ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาเร็วไป สก็อตจึงเป็นลมหมดสติไปขณะอยู่บนหลังของมดบินได้

ที่บ้านดร.พิม สก็อตคืนสติขึ้นมาอีกทีในบ้านของด็อกเตอร์พิม โดยมีโฮปยืนจ้องอยู่ พร้อมกับฝูงมดยักษ์ที่ล้อมเตียงสก็อตไว้ สก็อตเริ่มแปลกใจกับการที่มดทำแปลกๆ เหมือนมีบางอย่างควบคุมให้มดทำเช่นนั้นเช่นนี้ได้

โฮปเฝ้าสก็อตอย่างไม่คลาดสายตา (Ant-Man 1)

 

ด็อกเตอร์พิมจึงบอกสก็อตว่า ตัวเค้าผลิต EMP Communication Device ซึ่งคือเครื่องสื่อสารกับสายพันธุ์มดทุกชนิดบนโลกได้ เพื่อควบคุมให้มดทำตามที่เราสั่ง ซึ่งผู้ใช้เครื่องนี้เป็นมีเพียงสามคนคือ ด็อกเตอร์พิม / เจเน็ต / และโฮป

ด็อกเตอร์พิมเริ่มสอนให้สก็อตควบคุมชุดแอนท์-แมนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้เครื่องสื่อสารมดให้เป็น และสก็อตก็จำมดมีปีกตัวนั้นที่ช่วยเขาออกมาจากโรงพัก สก็อตจึงตั้งชื่อมดตัวนั้นว่า Antony (แอ๊นโทนี่) โดยมีโฮปคอยช่วยเหลือสก็อต แต่ตัวโฮปก็ไม่ค่อยชอบหน้าสก็อตอยู่ดี

สก็อตเริ่มฝึกฝนเป็นแอนท์-แมน (Ant-Man 1)

 

ด้านทางดาเรน ครอส ก็ผลิตอานุภาคครอสได้สำเร็จแล้ว ด้วยการใช้อานุภาคย่อส่วนแกะที่ยังมีชีวิตได้ สิ่งนี้ยิ่งทำให้โฮปและด็อกเตอร์พิมต้องเร่งมือฝึกฝนสก็อตให้เร็วขึ้น เพื่อลงมือบุกทำลายโครงการเยลโล่แจ็คเก็ตให้เร็วที่สุด ก่อนที่วิทยาการนี้จะไปอยู่ในมือคนชั่ว เพราะครอสจะจัดงานขายชุดเยลโล่แจ็คเก็ตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ดร.ครอสสร้างอนุภาคครอสได้สำเร็จ (Ant-Man 1)

 

ในระหว่างการฝึกฝนสก็อตนั้น โฮปและด็อกเตอร์พิมก็มีปากเสียงกันเรื่องสก็อตใส่ชุดแอนท์-แมน สก็อตจึงเตือนสติโฮปว่า ที่ด็อกเตอร์พิมให้สก็อตใส่ชุดแอนท์-แมนไปบุกโครงการเยลโล่แจ็คเก็ตนั้น เพราะว่าความเสี่ยงจะได้อยู่ที่สก็อตคนเดียวถ้าโดนจับได้ขึ้นมา ทำให้โฮปเริ่มคิดได้

ด็อกเตอร์พิมจึงตัดสินใจเล่าเรื่องภารกิจกู้ระเบิดนิวเคลียร์ของแอนท์-แมนและวอส์ปในปี 1987 ให้โฮปฟัง และสาเหตุการย่อส่วนของเจเน็ตในชุดวอส์ปจนเล็กกว่าอะตอมและหายสาปสูญไปในมิติควอนตัม รวมถึงการที่ด็อกเตอร์พิมไม่ล้มเลิกการตามหาเจเน็ตในมิติควอนตัมตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาอีกด้วย จึงทำให้โฮปเลิกต่อต้านด็อกเตอร์พิม และเข้าใจพ่อตนเองมากขึ้นแล้ว ว่าทำไมจึงไม่ต้องการให้ตนเองใส่ชุดแอนท์-แมน แต่ให้สก็อตใส่แทน โฮปจึงตั้งใจสอนสก็อตควบคุมชุดแอนท์-แมนอย่างจริงจัง

พ่อลูกเข้าใจกันแล้ว (Ant-Man 1)

 

เมื่อสก็อตควบคุมชุดแอนท์-แมนได้เกือบสมบูรณ์100%แล้ว ด็อกเตอร์พิมก็ต้องทดสอบฝีมือการจารกรรมและการควบคุมชุดขั้นตอนสุดท้าย คือให้สก็อตลอบเข้าไปขโมยเครื่องต้นแบบสร้างสัญญาณลวงที่โรงงานร้างสตาร์คอินดรัสทรีย์ ซึ่งด็อกเตอร์พิมผลิตไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังทำงานกับชิลด์ โรงงานนี้อยู่บริเวณตอนเหนือของนิวยอร์ค

สก็อตต้องกระโดดลงจากเครื่องบิน และขี่แอ๊นโทนี่เข้าไปยังโรงงานนี้ทางอากาศ โดยมีโฮปและด็อกเตอร์พิมมอนิเตอร์อยู่ที่บ้านและเห็นภาพทุกอย่าง จากกล้องที่อยู่ในเลนส์ดวงตาของหมวกกันน็อกชุดแอนท์-แมนนั่นเอง

ที่ตอนเหนือของนิวยอร์ค แต่ด็อกเตอร์พิมคาดการผิด เพราะโรงงานร้างสตาร์คอินดรัสทรีย์แห่งนี้ โทนี่ สตาร์ค ได้มอบให้กัปตันอเมริกาสร้างฐานบัญชาการใหญ่อเวนเจอร์ที่นี่ ด็อกเตอร์พิมบอกให้สก็อตรีบถอนตัวล้มเลิกภารกิจจารกรรมทันที แต่ก็ช้าไปเพราะสก็อตร่อนลงถึงดาดฟ้าโรงงานแล้ว

ฐานอเวนเจอร์ (Ant-Man 1)

 

ทันใดนั้น ฟัลคอน หรือ แซม วิลสัน ก็บินมาที่ดาดฟ้าบริเวณที่แอนท์-แมนร่อนลงมาทันที เพราะระบบรักษาความปลอดภัยอเวนเจอร์ตรวจจับการบุกรุกจากอากาศได้ ฟัลคอนใช้แว่นตรวจจับความเคลื่อนไหว จึงพบแอนท์-แมนที่ย่อส่วนอยู่

สก็อตจึงขยายร่างใหญ่ขึ้นมา เพื่อเจรจาขอเครื่องต้นแบบสร้างสัญญาณลวงกับฟัลคอนดีๆ แต่มันจะขอกันง่ายๆได้อย่างไร ฟัลคอนและแอนท์-แมนจึงเข้าปะทะต่อสู้กัน แต่ที่สุดแล้วสก็อตก็ย่อส่วนเข้าไปทำลายชุดฟัลคอน และขโมยเครื่องสร้างสัญญาณลวงออกมาได้สำเร็จ ก่อนจะหนีฟัลคอนออกมาได้

ฟัลคอนปะทะแอนท์-แมน (Ant-Man 1)

 

ที่ซานฟรานซิสโก เมื่อสก็อตนำเครื่องสร้างสัญญาณลวงออกมาได้ และกลับไปที่บ้านด็อกเตอร์พิม ขณะที่โฮป/ด็อกเตอร์พิม/สก็อต กำลังคุยกัน ครอสก็มาบ้านด็อกเตอร์พิม โฮปและสก็อตจึงรีบหลบครอส

ซึ่งครอสนั้นตั้งใจจะมาฆ่าด็อกเตอร์พิม แต่ครอสรู้แล้วว่าสก็อตและโฮปก็อยู่ที่นี่ ครอสจึงล้มเลิกการสังหารด็อกเตอร์พิม และผิดหวังในตัวโฮป ที่โฮปอยู่ฝ่ายพ่อตนเองตั้งแต่แรก และหลอกเขาตลอดมา ก่อนที่ครอสจะกลับไป

อาจารย์และศิษย์หมางใจกันรุนแรง (Ant-Man 1)

 

ที่ตึกพิมเทคโนโลยี และในวันเปิดการขายโครงการเยลโล่แจ็คเก็ตของครอสก็มาถึง สก็อตนำหลุย/เดฟ/และเคิร์ทมาช่วยงานนี้ด้วย โดยที่ด็อกเตอร์พิมและโฮปนั้นเข้าร่วมงานอย่างเปิดเผย ส่วนทางสก็อตนั้นย่อส่วนลอบเข้าไปทางช่องอากาศภายในตึกพร้อมกับกองทัพมดของเขา เพื่อวางระเบิดอนุภาคพิมไปทั่วทั้งตึกและมิทท์ คาร์สัน ก็เปิดเผยตัวว่าเป็นไฮดร้าอย่างชัดเจนในงานนี้

แต่ทุกอย่างก็ผิดแผนของด็อกเตอร์พิม เมื่อครอสวางแผนจับตัวสก็อต และยิงด็อกเตอร์พิม โฮปยิงต่อสู้กับพวกไฮดร้าและพวกครอสชุลมุน สก็อตใช้เครื่องขยายร่างตนเองจากการถูกจับออกมาสู้กับพวกครอสและไฮดร้าช่วยโฮปอีกคน ครอสรีบหนีออกจากตึกทันที โดยที่ตอนนี้ มิทท์ได้ชุดเยลโล่แจ็คเก็ตแล้ว และมิทท์ก็นำอนุภาคครอสไปได้ด้วยเช่นกัน ก่อนที่มิทท์จะหนีไปได้อย่างลอยนวล

โฮปบอกให้สก็อตรีบตามไปจับครอสขณะกำลังหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ด็อกเตอร์พิมและโฮปรีบออกมาจากตึก และหลุยก็ดูจนแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ในตึกแล้ว ด็อกเตอร์พิมจึงกดปุ่มระเบิดอานุภาคพิมที่ให้สก็อตเข้าไปติดตั้งทั่วทั้งตึก ผลทำให้บริษัทพิมเทคโนโลยีระเบิดย่อยยับ และเศษซากตึกทั้งหมดก็ย่อหายเข้าไปในมิติควอนตัม

ตึกพิมเทคโนโลยีระเบิดเป็นจุล (Ant-Man 1)

 

สก็อตในชุดแอนท์-แมนตามครอสขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์ได้ และต่อสู้กับครอสในชุดเยลโล่แจ็คเก็ต ทั้งสองสู้กันจนร่วงลงมาสู่พื้นดิน และครอสก็โดนเครื่องช็อตแมลงช็อต สก็อตจึงคิดว่าครอสตายแล้ว แต่ครอสก็ฟื้นมาอีกครั้ง

ครอสบุกบ้านแม็กกี้เมียเก่าสก็อต เพื่อจับตัวแคสซี่ลูกสาวสก็อต ตำรวจนักสืบจิมคู่หมั้นแม็กกี้ก็รีบตามมาช่วยเช่นกัน แต่ชุดเยลโล่แจ็คเก็ตของครอสนั้นทนทานและไม่มีช่องโหว่ให้สก็อตย่อส่วนเข้าไปทำลายได้เลย เพราะชุดทำมาจากแร่ไวเบรเนียม

ครอสในชุดเยลโล่แจ็คเก็ต (Ant-Man 1)

 

สก็อตจึงปิดตัวควบคุมสเถียรให้ตนเองเล็กกว่าอะตอมเพื่อแทรกโมเลกุลเข้าไปในชุดเยลโล่แจ็คเก็ตได้ ครอสสจึงถูกทำลาย และชุดเยลโล่แจ็คเก็ตก็ย่อส่วนด้วยความไม่คงที่ ทำให้ครอสตายและหายไปในมิติควอนตัมอีกคน

สก็อตก็หลุดเข้าไปในมิติควอนตัมเช่นกัน ซึ่งที่ทางเข้ามิติควอนตัมนั้น สก็อตก็สังเกตเห็นเจเน็ตแม่ของโฮปซึ่งอยู่ในชุดวอส์ป กำลังดำดิ่งสู่มิติควอนตัมอยู่ข้างหน้าของเขาเพียงไม่กี่เมตร

สก็อตพบเจเน็ต (Ant-Man 1)

 

และแว่บเดียว ทุกอย่างก็มีแต่ความล่องลอย สก็อตคิดหาทางออก จึงนึกได้ว่าตนเองมี Pym Particles Discs หรืออาวุธดิสที่เอาไว้โจมตีเป้าหมายให้ย่อหรือขยายได้ สก็อตจึงนำดิสที่ขยายมาใส่ในตัวควบคุมสเถียร ทำให้สก็อตหลุดออกมาจากมิติควอนตัมได้สำเร็จ

สีแดงย่อส่วน สีน้ำเงินขยายส่วน (Ant-Man 1)

เมื่อสก็อตพักฟื้นได้เพียงไม่กี่วัน ด็อกเตอร์พิมก็พยายามถามสก็อตถึงมิติควอนตัมว่า ภายในนั้นเป็นเช่นไร และเห็นเจเน็ตหรือไม่ แต่สก็อตก็บอกว่าตัวเขาจำอะไรไม่ได้

ที่บ้านของแม็กกี้ แคสซี่/แม็กกี้/จิม/ และสก็อต ก็นั่งกินข้าวด้วยกันเป็นครั้งแรก ตำรวจนักสืบจิมบอกว่าจะไม่เอาเรื่องที่สก็อตแหกคุก และช่วยทำหลักฐานว่าสก็อตออกจากห้องขังมาอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้แคสซี่ได้พบกับพ่อของเธอบ่อยๆนั่นเอง

ครอบครัวสุขสันต์ (Ant-Man 1)

 

และหลุยก็โทรตามสก็อตมาคุยเรื่องสำคัญ นั่นคือฟัลคอน หนึ่งในสมาชิกทีมอเวนเจอร์นั้นออกตามหาตัวยอดมนุษย์ที่ย่อส่วนได้ จุดประสงค์คือฟัลคอนต้องการให้แอนท์-แมนให้ไปช่วยเหลือ

ด้านทางด็อกเตอร์พิมนั้น ก็ตัดสินใจมอบชุดวอส์ปรุ่นที่ 2 ให้กับโฮป และสองพ่อลูกจะช่วยกันสร้างชุดนี้ให้เสร็จสมบูรณ์เสียที หลังจากด็อกเตอร์พิมไม่แตะต้องชุดนี้เลยยี่สิบกว่าปีนับตั้งแต่เจเน็ตหายไป

โฮปกับชุดวอสป์รุ่นที่ 2 (Ant-Man 1)

 

ดร.พิมยังได้ตัดสินในรื้อฟื้นโปรเจคอุโมงควอนตัมขึ้นมาอีกครั้ง ดร.พิมและโฮปจึงช่วยกันสร้างอุโมงค์ควอนตัมนับตั้งแต่นั้น เพื่อหวังจะช่วยเจเน็ตกลับมา โดยสองพ่อลูกช่วยกันสร้างอุโมงค์ควอนตัมในแลปฯลับที่อยู่ในตึกย่อส่วน

 

ปลายปี 2015 เด็กหนุ่มไฮสคูลแห่งโรงเรียน Midtown School of Science and Technology (มิดทาวน์สคูล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ที่ชื่อ ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ซึ่งปีเตอร์คือเด็กที่อยู่ในงานสตาร์คเอ๊กโปว์ปี 2011 และได้รับการช่วยเหลือจากโทนี่นั่นเอง

ปีเตอร์บังเอิญโดนแมงมุมพิเศษกัด ทำให้ปีเตอร์ได้รับพลังเหนือมนุษย์ และปีเตอร์ก็เริ่มฝึกควบคุมพลัง (ในหนังยังไม่เฉลยว่าปีเตอร์ไปเจอแมงมุมตัวนั้นที่ไหน และแมงมุมตายอย่างไร)

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มวัย 14 ที่เก่งกาจวิทยาศาสตร์ (Spider-Man: Homecoming)

 

ต้นปี 2016 ปีเตอร์สร้างชุดสไปเดอร์แมนโฮมเมดขึ้นมา ไว้อำพรางตนเองเวลาใช้พลังพิเศษเพื่อไม่ให้ใครจับได้ ซึ่งพิเศษตรงที่แว่นตาของชุดนั้นจะช่วยให้ปีเตอร์มองชัดเจนขึ้นยามที่ปีเตอร์ประสาทสัมผัสตื่นตัว และปีเตอร์ก็เริ่มใส่ชุดนั้นออกปราบปรามเหล่าร้ายในย่านควีนส์รัฐนิวยอร์คที่ตนเองอาศัย ปีเตอร์เรียกตัวเองที่ใส่ชุดนี้ว่า Spider-Man (สไปเดอร์แมน)

ชุดสไปเดอร์แมนโฮมเมด (Spider-Man: Homecoming)

 

ที่คามา-ทาจ เนปาล ไคซีเลียสนำพวกเซียล็อทบุกหอตำรา และสังหารบรรณารักษ์อย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะฉีกหนึ่งในหน้าตำราแห่งคาลีแอสโตรไป เมื่ออันเชียนวันรู้และรีบมา พวกไคซีเลียสก็เข้าประตูมิติหนีไปที่นิวยอร์ค อันเชี่ยนวันตามไปจับก็ไม่ทัน

อันเชี่ยนวันขัดขวางไคซีเลียส ในมิติกระจก (Doctor Strange)

 

วันที 2 กุมภาพันธ์ 2016  ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มือทั้งสองข้างแหลกเหลว เพื่อนๆหมอด้วยกันพยายามผ่าตัดช่วยเต็มที่ แต่เส้นประสาทและเส้นเอ็นเสียหายหนักมากเกินไป ทำให้มือของด็อกเตอร์สเตร้นจ์ใช้การแทบไม่ได้ และสูญเสียสกิลการจับมีดผ่าตัดไปอย่างถาวร

ดร. สเตร้นจ์บาดเจ็บสาหัส (Doctor Strange)

 

หมอกายภาพบำบัดเอ่ยบอกด็อกเตอร์สเตร้นจ์แบบเปรยๆว่า มีคนไข้ชายที่ชื่อ โจนาธาน แพงบอร์น เคยพิการกระดูกสันหลังป่นปี้เดินไม่ได้ตลอดชีวิต แต่แล้ววันหนึ่งแพงบอร์นก็เดินได้ปร๋อเฉยเลย หมอกายภาพบำบัดส่งประวัติคนไข้ของแพงบอร์นให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ดู เมื่อด็อกเตอร์สเตร้นจ์พบแพงบอร์น ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงรับรู้ถึง อันเชี่ยน วัน จอมเวทย์สูงสุดของโลก

โจนาธาน แพงบอร์น ผู้ชี้ทางสายเวทย์ให้ดร.สเตร้นจ์ (Doctor Strange)

 

ที่เนปาล ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงมุ่งหน้าไปคามา-ทาจทันที และพบกับคาร์ล มอร์โด ศิษย์เอกของอันเชียนวัน ที่มาช่วยด็อกเตอร์สเตร้นจ์จากการถูกโจรข้างถนนทำร้าย ซึ่งในที่สุด ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็ได้เข้าพบอันเชียนวัน และได้เป็นลูกศิษย์อันเชี่ยนวัน ก่อนจะเริ่มฝึกฝนเวทย์นับตั้งแต่นั้น..

อันเชียนวันและมอโด (Doctor Strange)

 

ที่นิวยอร์ค ทางด้านสไปเดอร์แมน ก็ถูกจับตามองมากขึ้นจากชาวนิวยอร์ค เมื่อปีเตอร์ที่สวมชุดสไปเดอร์แมนโฮมเมด ก็ออกไปหยุดรถโฟร์วิลที่กำลังพุ่งชนรถบัสของโรงเรียน

เหตุการณ์นี้มีผู้ถ่ายคลิปไว้ และอัพสู่ยูทูป ทำให้ชื่อเสียงของสไปเดอร์แมนมีการถูกพูดถึงเป็นวงกว้างขึ้นไปอีกในนิวยอร์ค ซึ่งสไปเดอร์แมนก็เริ่มเป็นที่สนใจของ โทนี่ สตาร์ค ด้วยเช่นกัน

ด้านทางกัปตันโรเจอร์นั้น ได้เบาะแสของรัมโลอดีตหัวหน้าทีมสไตรท์ ซึ่งขณะนี้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายนานาชาตินามว่า ครอสโบนส์ และเบาะแสล่าสุดนั้นครอสโบนส์จะไปก่อเหตุในประเทศไนจีเรีย กัปตันโรเจอร์จึงเรียกรวมทีมอเวนเจอร์ที่สนิทสนม เช่น วานด้า/แนท/แซม

ที่ไนจีเรีย ครอสโบนส์หวังระเบิดพลีชีพตายไปพร้อมกัปตันโรเจอร์ แต่วานด้ากักพลังระเบิดไว้ชั่วคราว ก่อนจะไปปล่อยให้ระเบิดที่กลางอากาศ ผลทำให้ประชาชนที่อยู่บนตึกตายไปมากมาย และมีชาววากานด้าตายไป 15 คน

วานด้าพยายามหยุดรัศมีระเบิดของครอสโบนส์ (Cap3: Civil War)

 

ที่คลีฟแลนด์ พันเอก เฮลมุต ซีโม่ อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองจู่โจมพิเศษของโซโคเวีย ซึ่งบอบช้ำทางใจอย่างรุนแรง เพราะสูญเสียลูกเมียจากศึกอัลตรอนปะทะอเวนเจอร์ครั้งโน้น

ซีโม่จึงแกะรอยพบว่า ผู้พันคาพอฟซึ่งเป็นผู้เฝ้าฐานโปรเจควินเทอร์โซลเยอร์หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ซีโม่จึงตามคาพอฟมา เพื่อนำสมุดปกแดงเอาไปสะกดจิตบัคกี้ และคาพอฟก็ตายลงไป

เฮลมุต ซีโม่ (Cap3: Civil War)

 

ที่นิวยอร์ค รัฐมนตรีรอสจึงเดินทางมาที่ฐานอเวนเจอร์ และต้องการให้ทุกคนในทีมลงนามในสนธิสัญญาโซโคเวีย เพราะที่ผ่านมาอเวนเจอร์ไม่มีคนควบคุม ยูเอ็นต้องการควบคุมภารกิจอเวนเจอร์ด้วยสนธิสัญญาโซโคเวีย แต่กัปตันโรเจอร์/แซม/และวานด้าไม่เห็นด้วย ที่เหลือคือโทนี่/วิชั่น/โรดี้/แนท ยินยอมลงนามกันหมด

ทีมอเวนเจอร์ประชุมเครียด (Cap3: Civil War)

 

ที่อังกฤษ เอเจ้นท์ มากาเร็ต “เพกกี้” คาเตอร์ หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งชิลด์ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 95 ปี กัปตันโรเจอร์จึงไปร่วมงานศพเพกกี้ที่อังกฤษ และรู้ความจริงว่า ชารอน คาเตอร์ คือหลานของเพกกี้

งานศพเพ็กกี้ 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งชิลด์  (Cap3: Civil War)

 

ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่แคปอยู่งานศพเพ็กกี้ที่อังกฤษ ยูเอ็นก็จัดงานงานลงนามสนธิสัญญาโซโคเวียที่นี่ และเกิดเหตุวินาศกรรมลอบวางระเบิดขึ้น ผลทำให้ ทิ’ชาคา กษัตริย์แห่งวากานด้าสิ้นพระชนม์ทันที

องค์ชายทิ’ชาล่าซึ่งเป็นแบล็คแพนเธอร์ จึงนำแหวนประจำราชวงศ์เผ่าโกลด์เด้นของพระบิดามาใส่ สืบทอดการเป็นกษัติริย์องค์ต่อไปแห่งวากานด้า ควบสองตำแหน่งคือเป็นทั้งแบล็คแพนเธอร์และกษัตริย์

ทิ’ชาลล่ากอดศพทิ’ชาก้า (Cap3: Civil War)

 

หลักฐานกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นชี้ไปที่บัคกี้เป็นผู้ลงมือลอบวางระเบิดพิธีลงนามสนธิสัญญาโซโคเวีย ซึ่งบัคกี้เริ่มจำความได้แล้วว่าตนเองเป็นใคร กัปตันโรเจอร์ได้รับแจ้งที่อยู่บัคกี้จากชารอนว่า บัคกี้กบดานในโรมาเนีย

ที่โรมาเนีย กัปตันโรเจอร์จึงรีบไปให้ถึงตัวบัคกี้ก่อนยูเอ็น และบัคกี้ก็บอกเพื่อนรักว่า เค้าไม่ใช่คนวางระเบิด บัคกี้หนียูเอ็นออกมาเจอกับแบล็คแพนเธอร์ที่ไล่ตามจับ จนในที่สุดวอร์แมชชีนก็พากองกำลังยูเอ็นล้อมคนทั้งหมดไว้ได้ และจับทุกคนกลับตึกยูเอ็นในเยอรมัน

แคปอยู่ข้างบัคกี้ (Cap3: Civil War)

 

ที่เยอรมัน เฮลมุต ซีโม่ ที่หลังจากได้สมุดปกแดงสะกดจิตวินเทอร์โซลเยอร์แล้ว ก็ได้ปลอมตัวมาเป็นจิตแพทย์ตรวจสภาพจิตบัคกี้ในตึกยูเอ็น และซีโม่ก็สะกดจิตบัคกี้อีกครั้ง เพื่อถามภารกิจของบัคกี้ในปี 1991 และบัคกี้ก็ฟาดงวงฟาดงาอย่างไร้สติหนีออกไปขึ้นฮ. แต่กัปตันโรเจอร์ก็ทำให้ฮ.ตก บัคกี้สลบเหมือด

กัปตันโรเจอร์และแซมจึงพาบัคกี้ไปซ่อนในโกดังร้างแห่งหนึ่งในเยอรมัน ยูเอ็นจึงสั่งให้โทนี่ไปจับแซม/กัปตันโรเจอร์/บัคกี้กลับมาภายใน 36 ชั่วโมง แนทจึงไปชวนทิ’ชาล่ามาช่วย และโทนี่ก็ไปชวนสไปเดอร์-แมนมาช่วยอีกคน

โทนี่รู้ว่าปีเตอร์คือสไปเดอร์แมน (Cap3: Civil War)

 

ที่เยอรมัน กัปตันโรเจอร์รู้แล้วว่าซีโม่จะไปที่ฐานไฮดร้าในแถบไซบีเรียประเทศรัสเซีย และยังมีวินเทอร์โซลเยอร์เหมือนบัคกี้อีกห้าคน กัปตันโรเจอร์จึงรวมทีมเพื่อนๆที่ไว้ใจไปไซบีเรียเพื่อจับวินเทอร์โซลเยอร์ทั้งห้า ซึ่งมีแอนท์-แมนกับฮอว์คอายด้วย ชารอนนำชุดของกัปตันอเมริกาและชุดฟัลคอนมาให้กัปตันโรเจอร์คืนและกลับไป ตอนนี้ชารอนจึงติดร่างแหเป็นคนมีความผิดไปอีกคน

กัปตันโรเจอร์จูบชารอนครั้งแรก (Cap3: Civil War)

 

ทีมโทนี่มาขวางทีมกัปตันโรเจอร์ที่สนามบินเยอรมัน ในที่สุดแนทก็กลับลำขวางแบล็คแพนเธอร์ เพื่อช่วยกัปตันโรเจอร์และบัคกี้หนี แนทจึงต้องกลายเป็นคนมีความผิดหลบหนีไปอีกคน

ทางด้านทีมโทนี่นั้น โรดี้ก็ถูกวิชั่นยิงร่วงโดยไม่ได้ตั้งใจ และโรดี้ก็เป็นอัมพาตครึ่งตัวส่วนล่างนับตั้งแต่นั้น ส่วนเพื่อนๆในทีมกัปตันโรเจอร์ทั้งสี่คนคือ แซม/วานด้า/บาร์ตัน/และสก็อต ก็ถูกนายพลรอสจับไปขังคุกกลางน้ำทั้งหมด

ทีมไอออนแมนและทีมแคปปะทะกัน (Cap3: Civil War)

 

ที่นิวยอร์ค หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจับกุมแคปที่ไม่สำเร็จ โทนี่ก็พาปีเตอร์นั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับนิวยอร์ค โดยโทนี่มอบชุดสไปเดอร์แมนรุ่นที่ 1 ให้ปีเตอร์ไว้ใส่ปราบปรามเหล่าร้ายต่อไป และฝากฝังให้ปีเตอร์ติดต่อกับแฮปปี้ เพื่อรอเวลาที่โทนี่จะเรียกใช้อีกครั้ง ตอนนี้โทนี่อยากให้ปีเตอร์เป็นสไปเดอร์แมนเพื่อนบ้านที่แสนดีของคนนิวยอร์คต่อไปก่อน

โทนี่มาส่งปีเตอร์หน้าแมนชั่นป้าเมย์ (Spider-Man: Homecoming)

 

ที่คุก The Raft โทนี่รู้แล้วว่าผู้ก่อวินาศกรรมลอบวางระเบิดงานลงนามสนธิสัญญาโซโคเวียไม่ใช่บัคกี้ แต่เป็นพันเอก เฮลมุต ซีโม่ โทนี่ไปที่คุกกลางน้ำแรฟท์ และพบสภาพเพื่อนๆถูกขังก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน

โทนี่ขอร้องให้แซมบอกว่ากัปตันโรเจอร์และบัคกี้ไปไหน เขาจะตามไปช่วย แซมจึงบอกว่าไปไซบีเรีย โทนี่รีบสวมชุดไอออนแมนบินตามไปทันที โดยมีทิ’ชาล่าแอบขับเจ็ทไร้เสียงตามไป

ทิ’ชาลล่ารู้ทันโทนี่ (Cap3: Civil War)

 

ที่ไซบีเรีย ซีโม่ฆ่าวินเทอร์โซลเยอร์ทั้งห้าตายเรียบ และนำเทปบันทึกภารกิจของบัคกี้ในปี 1991 รอให้ทุกคนที่บุกเข้ามาได้ดู และเป็นไปตามแผน เมื่อโทนี่เห็นว่าบัคกี้คือผู้สังหารพ่อและแม่ของตนเอง โทนี่จึงไล่ฆ่าล้างแค้นให้พ่อแม่ โดยมีกัปตันโรเจอร์ขวางไว้ และทิ’ชาล่าก็รู้ความจริงเช่นกันว่าบัคกี้ไม่ใช่คนวางระเบิด ทิ’ชาล่าจึงตามไปจับซีโม่ได้ทันก่อนที่ซีโม่จะฆ่าตัวตาย

ซีโม่คิดฆ่าตัวตาย (Cap3: Civil War)

 

ในที่สุดบัคกี้ก็โดนอาร์ครีแอคเตอร์ยิงแขนเหล็กขาดไป กัปตันโรเจอร์จึงหยุดความบ้าของโทนี่ด้วยการใช้โล่ไวเบรเนียมของตนเองพังอาร์ครีแอคเตอร์ และพาร่างอันบาดเจ็บของบัคกี้หนีไป ก่อนจะทิ้งโล่ไวเบรเนียมซึ่งพ่อของโทนี่เป็นผู้ผลิตขึ้นคืนให้โทนี่ บัดนี้กัปตันอเมริกากลายเป็นอาชญากรไปแล้ว..

ทั้งสามคนสู้กับจนเกือบตาย (Cap3: Civil War)

 

ที่นิวยอร์ค หลายวันผ่านไป.. โทนี่หลังจากกลับมานั่งไตร่ตรองที่ฐานอเวนเจอร์จึงอารมณ์เย็นลง โทนี่มองไปรอบฐานไม่พบเพื่อนๆมากมายเหมือนเดิม มีแต่โรดี้ที่ทำกายภาพบำบัดอยู่ และวิชั่นที่เอาแต่นั่งจ้องกระดานหมากรุก

แคปแอบไปที่คุกกลางน้ำของยูเอ็น และปล่อยเพื่อนๆทั้งสี่คนของเขาออกมา โดยส่งข้อความทางไปรษณีย์ด่วนไปบอกโทนี่ด้วย ว่าขอโทษในทุกๆสิ่ง ถ้าโทนี่ต้องการตัวทีมแคป ทุกคนจะกลับมาช่วยโทนี่แน่นอน พร้อมกับทิ้งโทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ให้โทนี่

โทรศัพท์ที่แคปทิ้งไว้ให้โทนี่ (Cap3: Civil War)

 

ตอนนี้ฮีโร่ซึ่งเป็นนักโทษหลบหนีของยูเอ็นจึงมีรายชื่อทั้งหมดดังต่อไปนี้..

สตีฟ โรเจอร์ / กัปตันอเมริกา

นาตาชา โรมานอฟ / แบล็ควีโด

ชารอน คาเตอร์ / เอเจ้นท์13

วานด้า แม็กซีมอฟ / สกาเล็ทวิช

แซม วิลสัน /ฟัลคอน

เจมส์ “บัคกี้”บาร์น /วินเทอร์โซลเยอร์

สก็อต แลงค์ /แอนท์-แมน

คลินท์ บาร์ตัน / ฮอว์คอาย

 

ที่วากานด้า และแคปนั้นก็พาบัคกี้ไปฝากไว้กับราชาทิ’ชาล่าที่วากานด้า บัคกี้ยินยอมโดนแช่แข็งอย่างไม่มีกำหนด เพื่อหาวิธีรักษาอาการโดนสะกดจิตให้หายขาด บัคกี้กลัวว่าจะมีใครใช้ประโยชน์จากตนเองอีก

บัคกี้ยินยอมถูกแช่แข็ง (Cap3: Civil War)

 

ที่อเมริกา แต่ที่สุดแล้ว สก็อตกับคลิ้นท์ก็ยอมกลับไปรับโทษกับยูเอ็น เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวของพวกตนเดือดร้อน ผลการตัดสิน ทำให้สก็อตโดนภาคทัณฑ์กักบริเวณ 2 ปี โดยห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด (ส่วนคลิ้นท์ยังไม่รู้ว่าโดนโทษอะไรครับ)

สก็อตถูกใส่เครื่องติดตามที่ข้อเท้า (Ant-Man 2)

 

ดร.พิมและโฮปจึงเคืองสก็อตมาก ที่ทำให้วิทยาการย่อส่วนของตนถูกยูเอ็นเพ่งเล็งและจับตาเป็นพิเศษ สองพ่อลูกจึงย้ายแลปฯที่สร้างอุโมงค์ควอนตัมนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ทางการจับได้ (แลปย่อส่วนได้นั่นเอง) และไม่ติดต่อหาสก็อตอีกเลยหลังจากนั้น แต่ยังคงจับตาดูสก็อตอยู่ห่างๆตลอดเวลา

ซึ่งตามกฎหมายของสนธิสัญญาโซโคเวีย ผู้ใดครอบครองเทคโนโลยีที่มีอานุภาพสูง จะต้องมาขึ้นทะเบียนสนธิสัญญาโซโคเวียด้วย แต่ดร.พิมและโฮปไม่ยอมขึ้นทะเบียน ซ้ำยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สองพ่อลูกจึงกลายเป็นผู้ต้องหาหลบหนีของยูเอ็นไปโดยปริยาย

โฮปกับดร.พิมซวยเพราะสก็อต (Ant-Man 1)

 

ที่ไนจีเรีย หลังจากกษัตริย์ที’ชาก้าสิ้นพระชนม์และผู้พันซีโม่ถูกจับได้ 1 สัปดาห์ เจ้าชายที’ชาลล่ากับนายพลหญิงโอโคเย่หัวหน้าหน่วยองครักษ์โดร่ามิลาเจ้ ก็เดินทางมาที่บริเวณป่า Sambisa ทางตอนเหนือประเทศไนจีเรีย

ที’ชาลล่ามาที่กลางป่านี้เพื่อมาพบกับ นาเคีย สังกัดหน่วยวอร์ด็อกสายลับของวากันด้า นาเคียคือคนรักของที’ชาลล่า เพื่อเชิญให้นาเคียกลับวากันด้าไปร่วมพิธีราชาภิเษกของตนเอง

นาเคีย เชื้อสายเผ่าวารี (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศวากานด้า โอโคเย่นำยาน Royal Talon Flyer พาที’ชาลล่าและนาเคียบินเข้าไปยังเมือง Birnin Zana เมืองหลวงของวากันด้าที่ถูกพรางตาไว้ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง โดยมีราชินีรามอนด้าและชูรีรอต้อนรับ เพื่อเตรียมเข้าสู่พิธีราชาภิเษกของที’ชาลล่าต่อไป

รามอนด้าและชูรี เชื้อสายเผ่าโกลด์เด้น (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศอังกฤษ ณ พิพิธภัณฑ์ Great Britain ในเวลาเดียวกัน คิลมองเกอร์ร่วมมือกับคลอว์ ทำการปล้นหอกโบราณของวากานด้า เพราะปลายหอกมันคือไวเบรเนียมนั่นเอง คลอว์จะเอามันไปขายให้ผู้ซื้อในตลาดมืดที่ให้ราคาสูงสุด ข้อตกลงคือคลอว์ต้องแบ่งเงินที่ขายให้คิลมองเกอร์ (ไวเบรเนียมที่คลอว์ไปขโมยมาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนนั้นไม่เหลือแล้ว โดนอัลตรอนเอาไปหมดแล้ว)

คิลมองเกอร์ร่วมมือกับคลอว์ (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศวากานด้า ณ วอริเออร์ฟอล ก่อนพิธีราชาภิเษก ที’ชาลล่าต้องปลดพลังแบล็คแพนเธอร์ออกจากร่างเพื่อเข้าสู่พิธีท้าทายตำแหน่งราชา เผ่าต่างๆทั้งสามเผ่าไม่มีเผ่าใดขอท้า ยกเว้นเผ่าจาบารี่ โดยหัวหน้าเผ่าคือ อึม’บากู ฉายาแมนแอป

อึม’บากู หัวหน้าเผ่าจาบารี่ (Black Panther 1)

 

อึม’บากูขอท้าสู้ชิงตำแหน่งราชา โดยกติกาคือ ต้องสู้จนตายหรืออีกฝ่ายยอมแพ้เท่านั้น การต่อสู้จึงจบลง ซึ่งที’ชาลล่าก็เอาชนะไปได้ โดยให้โอกาสอึม’บากูยอมแพ้ไม่ฆ่า

และเมื่อที’ชาลล่าต้องเข้าสู่พิธีกรรมการเป็นแบล็คแพนเธอร์อีกครั้งโดยการกินสมุนไพรรูปหัวใจ ทำให้ที’ชาลล่าเข้าสู่มิติภพวิญญาณอันเป็นนิรันดร์ของบรรพบุรุษแบล็คแพนเธอร์ ที’ชาลล่าจึงได้พบและพูดคุยกับพระบิดาอีกครั้ง

มิติภพวิญญาณบรรพบุรุษเสือดำ (Black Panther 1)

 

วันต่อมา.. โอโคเย่ก็มารายงานสภาสูงวากานด้าว่า ยูลีสเซส คลอว์ ทำการปล้นหอกโบราณของวากานด้าไปจากพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ ซึ่งปลายหอกคือไวเบรเนียม นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะจับคลอว์ เพราะสายรายงานว่า คลอว์ จะไปซื้อ-ขายที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

วี’กาบี้ หัวหน้าเผ่าบอเดอร์ หนึ่งในห้าเผ่าโบราณแห่งวากานด้า ผู้ซึ่งสูญเสียพ่อแม่ไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนครั้งเมื่อตอนคลอว์ระเบิดพรมแดนวากานด้า สนับสนุนให้ที’ชาลล่าไปตามจับคลอว์มาลงโทษให้จงได้ เพราะวี’กาบี้เคยผิดหวังในตัวที’ชาก้ากษัตริย์องค์ก่อนที่ไม่ยอมออกตามล่าคลอว์ ครั้งนี้วี’กาบี้หวังในตัวที’ชาลล่ามาก ว่าจะจับตัวคลอว์มาลงโทษซะที

วี’กาบี้ หัวหน้าเผ่าพรมแดน (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศวากานด้า ณ หุบเขาบาเชนก้า ที’ชาลล่าไปพบกับชูรีที่ห้องแลปของเธอ เพื่อเลือกชุดแบล็คแพนเธอร์ตัวใหม่ โดยชุดใหม่นี้เป็นเพียงแค่สร้อยเขี้ยวคล้องคอเท่านั้น ส่วนของชุดจะออกมาจากสร้อย มีให้เลือกสองสี คือสีเงิน และ สีทอง ที’ชาลล่าเลือกสีเงินมาใช้ โดยชุดทั้งสองสามารถดูดซับแรงที่กระทบชุดเก็บไว้เป็นพลังงานได้ ยิ่งชุดโดนโจมตีรุนแรงเท่าใด พลังงานก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ชุดทั้งสอง ทองและเงิน (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศเกาหลีใต้ ณ เมืองปูซาน ที’ชาลล่านำตัวนาเคียกับโอโคเย่ไปทำภารกิจนี้ด้วย ซึ่งมีการซื้อขายปลายหอกไวเบรเนียมคือคาสิโนลับกลางเมือง ซึ่งผู้ซื้อคือ เอฟเวอเรส รอสส์ ซีไอเอชาวอเมริกันที่หวังล่อซื้อหวังจับตัวคลอว์ด้วยเช่นกัน แต่คลอว์นั้นไหวตัวหนีไป ที’ชาลล่าและทีมจึงไล่ล่าคลอว์ไปทั่วถนนเมืองปูซาน จนกระทั่งจับตัวได้ในที่สุด

คลอว์จนมุมแบล็คแพนเธอร์ (Black Panther 1)

 

ที่โกดังลับของซีไอเอในเมืองปูซาน รอสส์กับที’ชาลล่าอยากได้ตัวคลอว์กลับไปประเทศตนเองทั้งคู่ แต่ยังไม่ทันได้ข้อสรุป คิลมองเกอร์ก็มาช่วยคลอว์หนี วินาทีนั้นที’ชาลล่าเห็นแหวนราชวงศ์โกลเด้นเหมือนที่ตนเองสวมซึ่งคล้องคอชายที่มาช่วยคลอว์หนี และวงนั้นคือแหวนของเอ็น’โจบูท่านอาของตน

รอสกำลังสอบสวนคลอว์ก่อนจะหนี (Black Panther 1)

 

ที่วากานด้า ณ แลปของชูรี ขณะที่ชูรีกำลังรักษารอสส์ วี’กาบี้ก็เข้ามาหาที’ชาลล่าถามหาตัวคลอว์ แต่วี’กาบี้ก็ผิดหวังกลับไป ที่ได้รับข่าวว่าคลอว์หนีไปได้อีกครั้ง

ด้านทางที’ชาลล่าเข้าไปคาดคั้นกับซูรีผู้อาวุโส ว่าแหวนของท่านอาเอ็น’โจบูไปคล้องคอชายลึกลับที่มาช่วยคลอว์ได้ยังไง ซูรีจึงบอกเหตุการณ์ในปี 1992 ให้ที’ชาลล่ารู้ความจริง ว่าที’ชาก้าพลั้งมือสังหารเอ็น’โจบู และชายลึกลับคนนั้นก็น่าจะเป็นเอ็น’จาดาก้า(คิลมองเกอร์) ลูกชายเอ็น’โจบูนั่นเอง

ผู้อาวุโส ซูรี (Black Panther 1)

 

ที่สนามบินเอกชนในเมืองปูซาน คิลมองเกอร์เปิดเผยสิ่งที่ตนเองต้องการ นั่นก็คือการเข้าไปในประเทศวากานด้า ไม่ใช่การขายไวเบรเนียมเอาเงิน และคลอว์ก็โดนคิลมองเกอร์ฆ่าตายไป เพราะคิลมองเกอร์ต้องการใช้ศพคลอว์เข้าวากานด้า

ที่ชายแดนวากานด้า ที่ซึ่งเผ่าพรมแดนเฝ้าอยู่ คิลมองเกอร์ก็นำศพคลอว์มามอบให้วี’กาบี้หัวหน้าเผ่า และบอกความจริงทุกอย่างกับวี’กาบี้ ว่าตนเองคือลูกชายของเอ็น’โจบู  และมาเพื่อท้าชิงบัลลังค์ตามสิทธิ์สายเลือดตระกูลของเผ่าโกลเด้น

คิลมองเกอร์หาหนทางเข้าวากานด้า (Black Panther 1)

 

ที่เมืองหลวงวากานด้า ณ ฮอลออฟคิง วี’กาบี้นำตัวคิลมองเกอร์เข้ามาบอกให้หัวหน้าเผ่าในสภาสูงรับรู้ว่าเค้าคือใคร และคิลมองเกอร์ก็ขอใช้สิทธิ์สายเลือดราชวงศ์ท้าชิงตำแหน่งกษัตริย์ และตำแหน่งแบล็คแพนเธอร์

ณ วอริเออร์ฟอล ที’ชาลล่าต้องปลดพลังแบล็คแพนเธอร์ออกจากร่างเพื่อเข้าสู่พิธีท้าทายตำแหน่งราชาอีกครั้ง และครั้งนี้ที’ชาลล่าโดนคิลมองเกอร์เล่นงานอย่างหนัก

การต่อสู้ของที’ชาลล่าและคิลมองเกอร์ (Black Panther 1)

 

ผู้อาวุโสซูรีโดนคิลมองเกอร์ฆ่า  ก่อนที่ที’ชาลล่าที่สะบักสะบอมจะโดนคิลมองเกอร์จับโยนลงหน้าผาไป นาเคียต้องรีบพาชูรีกับรามอนด้าหนี รวมถึงกลับไปพารอสส์หนีด้วย ซึ่งกองกำลังโดร่ามิลาเจ้ก็ต้องนิ่งเฉยรอรับใช้ราชาองค์ใหม่ตามกฎ

สภาสูงแห่งวากานด้าไม่มีทางเลือก จึงต้องแต่งตั้งคิลมองเกอร์ให้ขึ้นเป็นราชาวากานด้าตามกฏเช่นกัน เพราะทุกคนคิดว่าที’ชาลล่าตายแล้ว คิลมองเกอร์จึงได้เข้าสู่พิธีกินสมุนไพรรูปหัวใจกลายเป็นแบล็คแพนเธอร์ และเข้าสู่ภพภูมิวิญญาณ

หากแต่ในภพนั้น คิลมองเกอร์ไม่ได้ไปสถานที่ของบรรพบุรุษแบล็คแพนเธอร์ หากแต่ไปพบวิญญาณพ่อของตนแทน เมื่อฟื้นขึ้นมา คิลมองเกอร์ก็สั่งให้เผาสมุนไพรรูปหัวใจทิ้งให้หมด หากแต่นาเคียแอบเอาสมุนไพรรูปหัวใจมาดอกนึงก่อนโดนเผาหมด หลังจากนั้นคิลมองเกอร์ก็นำสร้อยแบล็คแพนเธอร์ชุดทองมาใส่คล้องคอ

คิลมองเกอร์กลายเป็นแบล็คแพนเธอร์โดยสมบูรณ์ (Black Panther 1)

 

ที่ประเทศวากานด้า ณ กอริลล่าซิตี้ นาเคียพารามอนด้า/ชูรี/และรอสส์ ไปพบกับอึม’บากู และขอให้อึม’บากูกินสมุนไพรรูปหัวใจ เพื่อนำพลังไปปราบคิลมองเกอร์ที่เป็นคนนอก

หากแต่อึม’บากูกลับพาทุกคนไปในถ้ำเผ่าจาบารี่ ทุกคนพบกับที’ชาลล่าที่นอนหมดสติอยู่ในหิมะเพื่อรักษาชีวิต รามอนด้าจึงนำสมุนไพรรูปหัวใจไปให้ที’ชาลล่ากิน

ทิ’ชาลล่าบาดเจ็บหนัก (Black Panther 1)

 

ที’ชาลล่าจึงเข้าสู่มิติภพวิญญาณอันเป็นนิรันดร์ของบรรพบุรุษแบล็คแพนเธอร์ และพูดคุยกับพระบิดาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ที’ชาลล่าตัดสินใจจะไม่ปกปิดวากานด้าจากโลกภายนอกอีกต่อไป

เมื่อฟื้นขึ้นมา ชูรีจึงนำสร้อยแบล็คแพนเธอร์ชุดเงินมาใส่คล้องคอพี่ชาย ที’ชาลล่าขอร้องให้อึม’บากูช่วยส่งทัพไปช่วยยึดบัลลังค์คืน แต่อึม’บากูไม่อยากเอาคนของตนไปสู้จึงปฎิเสธไป

ทิ’ชาลล่าเจรจากับอึม’บากู (Black Panther 1)

 

ที่เมืองหลวงวากานด้า ณ เกรทมาวด์ เหมืองแร่ผลิตอาวุธของวากานด้า คิลมองเกอร์กำลังสั่งให้ส่งอาวุธไวเบรเนียมล้ำสมัยออกไปให้สายลับวอร์ด็อกของวากานด้าทั่วโลก เพื่อยึดครองทุกๆประเทศ

หากแต่ที’ชาลล่าก็เข้ามาขัดขวางขณะยานขนส่งกำลังบินออกไป และขอท้าสู้กับคิลมองเกอร์ต่อ เพราะการต่อสู้ครั้งนั้นที’ชาลล่ายังไม่ยอมแพ้ และที’ชาลล่าก็ยังไม่ตาย จึงยังต้องต่อสู้เพื่อให้จบ

แบล็คแพนเธอร์ทั้งสองสู้กัน (Black Panther 1)

 

คิลมองเกอร์สั่งให้วี’กาบี้เอากองทัพชนเผ่าชายแดนออกไปสู้ แต่กองกำลังโดร่ามิลาเจ้ก็หันไปช่วยที’ชาลล่า รอสส์บังคับยานรบทางไกลช่วยหยุดยั้งยานลำเลียงอาวุธ และเผ่าจาบารี่ของอึม’บากูก็ตัดสินใจมาช่วยที’ชาลล่า

ที่สุดแล้วคิลมองเกอร์ก็พ่ายแพ้ให้กับที’ชาลล่าแบบฉิวเฉียด ขณะคิลมองเกอร์กำลังจะตาย ที’ชาลล่าให้เกียรติคิลมองเกอร์ที่มีศักดิ์เป็นญาติสนิท หิ้วปีกออกไปดูพระอาทิตย์ตกดินครั้งสุดท้ายในชีวิต

วาระสุดท้ายของคิลมองเกอร์ (Black Panther 1)

 

หลายวันต่อมา.. ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในการประชุมยูเอ็น กษัตริย์ที’ชาลล่าตัดสินใจประกาศเปิดประเทศ และยินดีสอนเทคโนโลยีของวากานด้าให้โลกรู้

ที่กลางป่าเผ่านึงในวากานด้า บัคกี้ไม่ได้ถูกแช่แข็งแล้ว และตื่นขึ้นมาในกระท่อมโดยไร้แขนเหล็กไซเบอเนติค โดยเด็กๆเรียกบัคกี้ว่า “หมาป่าขาว” ซึ่งชูรีรอบัคกี้อยู่ข้างนอก เพื่อจะพาบัคกี้ไปเรียนรู้บางสิ่งต่อจากที่เรียนมาได้ซักระยะแล้ว

บัคกี้และชูรี (Black Panther 1)

 

ผ่านมาสองเดือน.. หลังจากแคปและเพื่อนๆในทีมที่เหลือกลายเป็นผู้ร้ายหลบหนี โทนี่ตัดสินใจขายตึกสตาร์คทาวเวอร์หรือตึกอเวนเจอร์สที่ย่านแมนฮัทตันกลางเมืองนิวยอร์ค ซึ่งแฮปปี้ก็กำลังง่วนย้ายทรัพย์สินของโทนี่และของทีมอเวนเจอร์สออกไปจากตึก

ที่นิวยอร์ค ย่านควีนส์ ส่วนปีเตอร์ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากโทนี่เลย แต่โทนี่รับรู้ความเคลื่อนไหวปีเตอร์ตลอดเวลา เพราะชุดสไปเดอร์แมนรุ่น 1 มีเครื่องติดตามตัวด้วย ปีเตอร์ก็ยังคงใส่ชุดสไปเดอร์แมนรุ่น 1 ที่โทนี่ให้ออกช่วยเหลือผู้คนในย่านควีนส์ต่อไป

สไปเดอร์แมน เพื่อนบ้านที่แสนดีในย่านควีนส์ (Spider-Man: Homecoming)

 

ด้านทาง เอเดรี่ยน ทูมส์ ที่แอบขายอาวุธร้ายแรงที่ผลิตมาจากเทคโนโลยีชืทอรี่เรื่อยมา โดยรอดหูรอดตาอเวนเจอร์สมาตลอด จนกระทั่งในคืนนึงอาวุธของเอเดรี่ยนก็ไปเข้าตาสไปเดอร์แมน เมื่อสไปเดอร์แมนพบกับกลุ่มโจร 4 คนที่ใช้อาวุธไฮเทคของเอเดรี่ยนกำลังปล้นตู้เอทีเอ็ม สไปเดอร์แมนเข้าไปขัดขวาง

โจรใส่หน้ากากอเวนเจอร์ส (Spider-Man: Homecoming)

 

และการปะทะกันนี้ ทำให้ร้านสะดวกซื้อละแวกนั้นโดนอาวุธไฮเทคยิงพัง สไปเดอร์แมนต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือเจ้าของร้าน ทำให้โจรหนีไปได้ สไปเดอร์แมนจึงเป็นที่รู้จักขึ้นไปอีกระดับแล้วจากการยับยั้งโจรขโมยเงินเอทีเอ็ม

ปีเตอร์ตกหลุมรัก Liz (ลิซ) ซึ่งเป็นกัปตันทีมวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนที่ปีเตอร์อยู่ในทีมด้วย ลิซกำลังจะจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน จึงเชิญให้ปีเตอร์ไปร่วมงาน แต่ในคืนที่จัดปาร์ตี้ ปีเตอร์ก็เห็นบางอย่างระเบิดตู้มต้ามอยู่ไกลๆ ปีเตอร์จึงรีบไปที่นั่นทันที โดยอยู่ร่วมงานปาร์ตี้ของลิซเพียงครู่เดียว

ลิซ (Spider-Man: Homecoming)

 

เมื่อปีเตอร์ใส่ชุดสไปเดอร์แมนและไปถึงที่นั่น จึงพบการซื้อขายอาววุธของเอเดรี่ยน ที่ช็อคเกอร์ลูกน้องเอเดรี่ยนนำมาขาย สไปเดอร์แมนจึงเข้าขัดขวางการซื้อขายอาวุธ ทำให้โดนช็อคเกอร์ยิงสวนตู้มต้าม

สไปเดอร์แมนไล่ตามไป แต่ก็จับไม่ได้ เพราะว่าเอเดรี่ยนที่ใส่ชุด Vulture (วัลเจอร์) บินเข้ามาสกัดสไปเดอร์แมนไว้ วัลเจอร์บินโฉบสไปเดอร์แมนและปล่อยให้ตกจากฟ้า หลังจากนั้นวัลเจอร์ก็บินหนีไป สไปเดอร์แมนเกือบร่วงลงมาตาย หากแต่ว่าไอออนแมนบินมาช่วยได้ทัน

โดยโทนี่ควบคุมชุดไอออนแมนทางไกลไม่ได้ใส่ชุดมาเอง โทนี่สั่งไม่ให้ปีเตอร์ไปยุ่งกับวัลเจอร์อีก หลังจากนั้น ปีเตอร์ก็พบชิ้นส่วนของชิทอรี่หล่นอยู่ระหว่างทางที่ไล่ล่า ปีเตอร์จึงเก็บมันมา เพื่อใช้แกะรอยแอบตามหาต้นตอต่อไป โดยไม่ให้โทนี่รู้

ปีเตอร์กำลังเถียงไม่หยุด (Spider-Man: Homecoming)

 

ที่เรือเฟอร์รี่ สไปเดอร์แมนเข้าขัดขวางการซื้อขายอาวุธที่วัลเจอร์กำลังจะขายให้ Mac Gargan (แมค การ์แกน ในอนาคตเค้าคือตัวร้ายที่ชื่อ Scorpion) ทำให้วัลเจอร์ปรี้ดแตก และนำปืนที่มีพลังทำลายล้างสูงมายิงสไปเดอร์แมน แต่สไปเดอร์แมนก็ยิงใยใส่อาวุธนั้นจนหลุดมือวัลเจอร์ และยังยิงใยใส่รอบๆปืน แต่ด้วยอำนาจทำลายล้างปืนยังทำงานอยู่ ปืนจึงยิงเรือเฟอร์รี่ขาดครึ่ง  สไปเดอร์แมนพยายามหยุดการแยกของเรือก็ทำไม่สำเร็จ

วัลเจอร์ (Spider-Man: Homecoming)

 

หากแต่ไอออนแมนและเครื่องมือไอพ่นนับร้อยอันของเขา ก็พุ่งมาช่วยประสานเรือที่แยกได้ ถึงอย่างไรก็ทำให้ทรัพย์สินบนเรือเสียหายไปเยอะ ทั้งรถราที่จอดบนเรือ และทรัพย์สินบนเรือ ตกลงไปในแม่น้ำหมด หลังจากเหตุการณ์บนเรือเฟอร์รี่คลี่คลาย โทนี่เห็นว่าปีเตอร์ทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ฟังคำเตือน จนเกือบทำให้มีคนตายมากมายในวันนี้ โทนี่จึงยึดชุดสไปเดอร์แมนรุ่น 1 คืนมาจากปีเตอร์

โทนี่เริ่มไม่แน่ใจในตัวปีเตอร์ (Spider-Man: Homecoming)

 

วัลเจอร์โดนสไปเดอร์แมนขัดขวางทั้งการปล้นและการขายครั้งแล้วครั้งเล่า จึงคิดวางแผนการปล้นครั้งใหญ่ โดยการปล้นเครื่องบินบรรทุกทรัพย์สินของอเวนเจอร์ส ที่กำลังทยอยนำขึ้นเครื่องและจะขึ้นบินไปที่ฐานใหม่อเวนเจอร์สคืนนี้

ในคืนเดียวกัน ปีเตอร์ที่ชวนลิซไปงานเต้นรำคืนสู่เหย้า (Homecoming) และปีเตอร์ก็ต้องช็อค เพราะล่วงรู้แล้วว่าพ่อของลิซก็คือ เอเดรี่ยน ทูมส์ หรือวัลเจอร์นั่นเอง ปีเตอร์ทิ้งลิซและงานเลี้ยง ใส่ชุดสไปเดอร์แมนโฮมเมดไปสู้กับวัลเจอร์เพื่อหยุดการปล้น และจบลงที่เกือบตาย วัลเจอร์ไว้ชีวิตปีเตอร์ แต่ในที่สุด วัลเจอร์ที่โดนระเบิดจากอาวุธตัวเอง ก็ได้ปีเตอร์ช่วยชีวิต และวัลเจอร์ก็ถูกจับติดคุก

ปีเตอร์โดนวัลเจอร์อัดเละ (Spider-Man: Homecoming)

 

ที่ฐานอเวนเจอร์ส แฮปปี้ ลูกน้องคนสนิทของโทนี่ มาเชิญปีเตอร์ไปที่ฐานอเวนเจอร์สในตอนเหนือนิวยอร์ค เพื่อพาไปพบโทนี่ เพราะโทนี่ต้องการจัดงานแถลงข่าวประกาศตัวสไปเดอร์แมนเป็นสมาชิกใหม่ของทีมอเวนเจอร์ส พร้อมกับทำชุดสไปเดอร์แมนรุ่นสองไว้รอแล้ว

แต่ปีเตอร์ตัดสินใจเป็นสไปเดอร์แมนเพื่อนบ้านที่แสนดีเหมือนเดิม ยังไม่อยากเป็นสมาชิกทีมอเวนเจอร์สตอนนี้ โทนี่ไม่บังคับ จึงปล่อยให้ปีเตอร์กลับไป

ชุดสไปเดอร์แมนรุ่น 2 (Spider-Man: Homecoming)

 

เพพเพอร์ พอทท์ ที่อยู่ในห้องแถลงข่าวกับนักข่าวมากมายที่โทนี่เชิญมา จึงรีบมาหาโทนี่และถามว่าจะทำยังไงกันต่อ โทนี่จึงแถลงข่าวงานหมั้นของทั้งคู่ แทนข่าวเปิดตัวสไปเดอร์แมนเป็นอเวนเจอร์สซะเลย

ปี 2017 ที่คามา-ทาจ ผ่านมาหลายเดือนที่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ฝึกเวทย์กับอันเชี่ยนวันที่นี่ เนื่องจากด็อกเตอร์สเตร้นจ์เป็นอัจฉริยะและฉลาดสุดๆ ทำให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์อ่านตำราต่างๆได้อย่างรวดเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า จึงทำให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก้าวหน้ากว่าลูกศิษย์คนอื่นๆอย่างรวดเร็ว ทั้งการต่อสู้ รวมถึงด็อกเตอร์สเตร้นจ์ร่ายเวทย์ยากๆได้หมดแล้วในตอนนี้ (ความสามารถเทียบเท่ากับปรมาจารย์แล้ว)

ดร.สเตร้นจ์เข้าถึงศาสตร์เวทย์อย่างรวดเร็ว (Doctor Strange)

 

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์มักเข้าห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือจาก Wong หนึ่งใน Masters of the Mystic Arts ที่มาทำหน้าที่บรรณารักษ์แทนคนเก่าที่ไคซิเลียสฆ่าตายไป และหว่องก็เตือนไม่ให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ร่ายเวทย์จากหนังสือ The Book of Cagliostro เด็ดขาด (หนังสือแห่งคาลิเอสโตร) เพราะหว่องคิดว่าด็อกเตอร์สเตร้นจ์ยังไม่พร้อม (ไม่ได้ห้ามอ่าน แต่ห้ามร่ายคาถา)

หว่อง หนึ่งในปรมาจารย์เวทย์ (Doctor Strange)

 

และวันอันแสนวุ่นวายก็มาถึง.. ด็อกเตอร์สเตร้นจ์เข้ามาอ่านหนังสือแห่งคาลิเอสโตร เมื่ออ่านถึงหน้าที่ขาดไป ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็สังเกตว่า ภายในห้องสมุดมีสัญลักษณ์อกามอตโต้เต็มไปหมด และสิ่งที่วางกลางห้องสมุดคือ Eye of Agamotto (ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้) ก็มีสัญลักษณ์นี้เช่นกัน

หนังสือแห่งคาลิเอสโตร (Doctor Strange)

 

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงหยิบดวงตาแห่งอกามอตโต้มาสวมคอ และร่ายเวทย์ตามที่หนังสือแห่งคาลิเอสโตรบอก ผลทำให้อำนาจจากดวงตาแห่งอกามอตโต้และคำสวดส่งผลให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ย้อนเวลาให้มวลสารได้ และเวลาที่บิดเบือนก็ทำให้มวลสารจากโดนทำลายกลับเป็นคงอยู่ จากคงอยู่เป็นสูญสิ้นได้ โดยด็อกเตอร์สเตร้นจ์ทดสอบคาถานี้ด้วยลูกแอปเปิ้ลก่อน

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ใช้ดวงตาแห่งอกามอตโต้ครั้งแรกเพื่อบิดเวลา (Doctor Strange)

 

หลังจากทดลองกับแอปเปิ้ลได้ผลดีเยี่ยม ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงร่ายเวทย์บิดเบือนเวลากับหนังสือแห่งคาลิเอสโตร ทำให้หน้าหนังสือแห่งคาลิเอสโตรที่โดนไคซิเลียสฉีกไปกลับมาเป็นดังเดิม ทันใดนั้นมอร์โดและหว่องก็เข้ามาพบพอดี และตำหนิด็อกเตอร์สเตร้นจ์ว่า การบิดเบือนเวลานั้นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะอาจจะทำให้ติดอยู่ในวังวนของเวลาไม่มีสิ้นสุด

มอร์โดและหว่องอธิบายถึงหน้าที่ของจอมเวทย์สูงสุดอย่างอันเชียนวันซึ่งเป็นคนปัจจุบัน และ อกาม็อตโต้คือจอมเวทย์สูงสุดคนแรกของโลก อกามอตโต้สร้างเขตเวทย์ไว้สามที่ คือในลอนดอน ในฮ่องกง และในนิวยอร์ค ปัจจุบันทั้งสามสถานที่มีอาคารสิ่งปลูกสร้างครอบทับอีกที แต่ก็ยังเป็นเขตเวทย์อยู่

สามจอมเวทย์กำลังคุยกัน (Doctor Strange)

 

และเขตเวทย์มีเพื่อป้องกันดอร์มัมมู จอมปีศาจร้ายที่หวังจะยึดครองโลกด้วยดาร์คดิเมนชั่น ซึ่งหนึ่งในหน้าหนังสือแห่งคาลิเอสโตรที่อดีตศิษย์เก่าผู้ฝักใฝ่ความชั่ว ไคซิเลียส ฉีกไปนั้น ก็คือคาถาติดต่อกับดอร์มัมมูนั่นเอง หน้าที่ต่อจากนี้คือต้องป้องกันไม่ให้ไคซิเลียสทำลายเขตเวทย์ทั้งสามได้

ทันใดนั้นไคซิเลียสก็โจมตีอีกครั้ง ประตูมิติที่ซางทัมในลอนดอนเปิดออก เพราะเขตเวทย์ที่ลอนดอนถูกบุกทำลายลงไปพร้อมๆกับปรมาจารย์เวทย์ที่ถูกไคซิเลียสฆ่า ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กระเด็นเข้าประตูมิติไปโผล่อยู่ในเขตเวทย์ที่นิวยอร์คเพียงผู้เดียวทันที (ประตูมิติที่เชื่อมไปเขตเวทย์ทั้งสามอยู่ในห้องเก็บดวงตาแห่งอกามอตโต้)

ไคซิเลียสกำลังทำลายซางทัมในลอนดอน (Doctor Strange)

 

ณ บ้านเลขที่ 177A , Bleecker St. , Greenwich Village , New York City ที่นั่นคือสถานที่ 1 ใน 3 เขตเวทย์มนต์เก่าแก่ หรือ ซางทัมแซงทอรัมในนิวยอร์ค ด็อกเตอร์สเตร้นจ์เดินงงๆลงมาจากชั้นบน และพบว่า Daniel Drumm หนึ่งในปรมาจารย์เวทย์ผู้ดูแลซางทัมแซงทอรัมแห่งนี้โดนไคซิเลียสฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมไปอีกคนกลางห้องโถงชั้น 1

ด็อกเตอร์สเตร้นเข้าต่อสู้กับไคซิเลียส ไอเทมที่ชื่อว่า Cloak of Levitation หรือ ผ้าคลุมแห่งการล่องลอย ก็เข้ามาช่วยด็อกเตอร์สเตร้นจ์ต่อสู้ (ผ้าคลุมนี้มีความคิดเหมือนสิ่งมีชีวิต)

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์เหาะได้ด้วยผ้าคลุมแห่งการล่องลอย (Doctor Strange)

 

จนกระทั่งด็อกเตอร์สเตร้นจ์จับไคซิเลียสได้ ช่วงนี้เองที่ไคซิเลียสกับด็อกเตอร์สเตร้นจ์ได้มีโอกาสสนทนากันสั้นๆ และไคซิเลียสก็กล่าวหาอันเชียนวันว่า อันเชียนวันดึงพลังมืดมาจากดาร์คดิเมนชั่น เพื่อทำให้ตัวเองอายุยืนยาวนับพันปี ไคซิเลียสพยายามดึงด็อกเตอร์สเตร้นจ์เข้าด้านมืด แต่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ไม่หลงกล และด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็พลาดท่าโดน ลูเชี่ยน หนึ่งในลูกน้องไคซิเลียสโจมตีและแทงจนบาดเจ็บ

ไคซิเลียสถูกจับด้วย Crimson Bands of Cyttorak (Doctor Strange)

 

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ใช้แหวนแห่งเวทย์เปิดเทเลพอร์ทไปที่ Metro-General Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ตนเองเคยทำงานอยู่ และขอให้คริสตินอดีตแฟนช่วยตนเอง หลังจากนั้นด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็สลบไป

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ถอดจิตออกจากกายหยาบเข้าสู่มิติกายทิพย์ชั่วขณะนึง ทำให้คริสตินรู้ว่าด็อกเตอร์สเตร้นจ์ถอดจิตได้ แต่จิตของลูเชี่ยนก็เข้ามาสู้กับจิตของด็อกเตอร์สเตร้นจ์ ผลจากการที่คริสตินปั๊มหัวใจให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ ทำให้ไฟฟ้าไหลเข้าสู่จิตด้วย และช็อตจิตของลูเชี่ยนตายลงไป

ลูเชี่ยนสู้กับสเตร้นจ์ (Doctor Strange)

 

เมื่อฟื้นคืนสู่มิติโลกมนุษย์ธรรมดา และคริสตินเย็บแผลที่หน้าอกให้แล้ว ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็รีบกลับไปที่ซางทัมแซงทอรัม แต่ก็ไม่ทันเพราะไคซิเลียสก็หนีไปแล้ว อันเชียนวันและมอร์โด ก็มาถึงที่ซางทัมแซงทอรัมพอดีเหมือนกัน อันเชียนวันแต่งตั้งให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ขึ้นเป็น Masters of the Mystic Arts หรือปรมาจารย์เวทย์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประจำอยู่ที่ซางทัมแซงทอรัมในนิวยอร์คปกป้องเขตเวทย์มนต์ต่อไป

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์นั้นไม่ค่อยอยากรับหน้าที่นี้ เพราะตนเองต้องการเพียงรักษามือทั้งสองข้าง แต่จับพลัดจับผลูดันกลายเป็นปรมาจารย์เฉยเลย และด็อกเตอร์สเตร้นจ์คิดว่าตนควรช่วยชีวิตผู้คน ไม่ใช่คร่าชีวิต แถมด็อกเตอร์สเตร้นจ์ยังแคลงใจที่อันเชียนวันอาจจะดึงพลังมืดมาจากดาร์คดิเมนชั่นอย่างที่ไคซิเลียสกล่าวหาด้วย แต่อันเชียนวันก็ไม่แสดงท่าทีใดๆที่ถูกกล่าวหา

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์แคลงใจอันเชียนวัน (Doctor Strange)

 

มอร์โดไม่พอใจที่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กล่าวหาท่านอาจารย์เช่นนั้น เพราะมอร์โดเคารพอันเชียนวันมาก มอร์โดไม่เชื่อว่าอันเชียนวันจะทำเช่นนั้นจริง ขณะที่กำลังถกเถียง ไคซิเลียสก็รวบรวมเซียลอทที่เหลือบุกซางทัมแซงทอรัมที่นิวยอร์คอีกรอบ อันเชียนวันจึงสั่งให้ทั้งคู่ไปสู้กับเซียลอท

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ไม่อยากให้การต่อสู้ลุกลามไปทำให้คนธรรมดาบาดเจ็บ ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงร่ายคาถาเปิดมิติกระจกครอบทั้งเมืองนิวยอร์คไว้ แต่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ไม่รู้ว่า พวกที่ได้พลังด้านมืดเมื่ออยู่ในมิติกระจกจะทำให้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กับมอร์โดก็เกือบจะพ่ายแพ้ไคซิเลียส

อันเชี่ยนวันโผล่มาช่วยทั้งสองได้ทัน โดยดึงพลังมืดจากดาร์คไดเมนชั่นมาใช้ ปรากฏเป็นสัญลักษณ์บนหน้าผากเช่นเดียวกับไคซิเลียสและพวกเซียลอท ทำให้มอร์โดผิดหวังในตัวอันเชียนวันมาก

อันเชี่ยนวันมีสัญลักษณ์บนหน้าผาก (Doctor Strange)

 

และอันเชียนวันก็โดนไคซิเลียสโจมตีหล่นร่วงลงไปหลายสิบเมตรในประตูเทเลพอร์ทกระแทกพื้นอย่างรุนแรง มอร์โดและด็อกเตอร์สเตร้นจ์กระโดดตามลงไปในประตูเทเลพอร์ทเช่นกัน แต่ก็จับอันเชียนวันไม่ทัน

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์พาร่างกายที่บอบช้ำรุนแรงของอันเชียนวันไปรักษาที่ Metro-General Hospital ที่ทำงานเก่าตนเอง แต่กายหยาบของอันเชียนวันนั้นสาหัสเกินเยียวยาและกำลังจะตาย

จิตของอันเชียนวันถอดออกจากร่างเข้าสู่มิติกายทิพย์ (Astral Dimension) ที่ห้วงเวลาช้ากว่ามิติโลกมนุษย์ ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงถอดจิตตามไปติดๆ อันเชียนวันบอกด็อกเตอร์สเตร้นจ์ในมิติกายทิพย์ว่า อันเชียนวันใช้พลังเวทย์เพ่งมองเห็นการตายของตนเองในวันนี้เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรู้ว่าไม่มีทางฝืนลิขิตได้ ยังไงอันเชียนวันก็จะตายในวันนี้เวลานี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นมิติคู่ขนานใดในทางเลือก อันเชียนวันไม่เคยเห็นอนาคตไกลกว่านี้

Astral Dimension หรือ มิติกายทิพย์ (Doctor Strange)

 

(คาดว่าอันเชี่ยนวันใช้พลังจากดาร์คดิเมนชั่นโกงเวลาอายุขัยของตนจนอยู่มานานนับพันปี แต่ก็รู้ว่าต้องตายวันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะใช้ดวงตาแห่งอกามอตโต้เพงดูอนาคตเพื่อจะโกงความตายในวันนี้ ก็ไม่เคยสำเร็จเลย อันเชียนวันจึงปลงกับจุดจบชีวิตในวันนี้)

อันเชียนวันฝากให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ชี้นำมอร์โดให้รู้จักยืดหยุ่นกับกฏบ้าง และมอร์โดก็ต้องคอยชี้นำด็อกเตอร์สเตร้นจ์เรื่องความเคร่งครัดในกฏบ้าง ทั้งสองคนต้องเป็นผู้นำเหล่านักเวทย์ และช่วยกันดูแลเขตเวทย์ปกป้องโลกนับตั้งแต่วันนี้ จากนั้นจิตอันเชียนวันก็ไปสู่ภพภูมิอื่น พร้อมๆกับชีพจรของกายหยาบอันเชียนวันหยุดเต้น..

จุดจบของอันเชียนวัน (Doctor Strange)

 

มอร์โดทั้งโกรธทั้งผิดหวังในตัวอันเชียนวัน และยังโศกเศร้ากับการจากไปของอาจารย์ที่ตนเองเคารพรัก แต่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็เตือนสติมอร์โดว่า ตอนนี้เขตเวทย์ลอนดอนกับนิวยอร์คพังไปแล้ว เหลือเพียงที่ฮ่องกงที่เดียว ถ้าไคซิเลียสทำสำเร็จ โลกถึงจุดจบแน่นอน

ที่เกาะฮ่องกง ประเทศจีน มอร์โดจึงได้สติ และรีบเปิดประตูเทเลพอร์ทไปที่ฮ่องกง แต่ทั้งสองก็มาช้าไป เขตเวทย์ฮ่องกงที่หว่องรีบมาสมทบถูกทำลายลงไปแล้ว พร้อมๆกับการตายของปรมาจารย์ที่เหลือแทบทั้งหมด ดาร์คดิเมนชั่นกำลังกลืนกินฮ่องกง ผู้คนล้มตายลงไปมากมาย

ดาร์คดิเมนชั่นกำลังกลืนกินซางทัมในฮ่องกง (Doctor Strange)

 

ไคซิเลียสเดินออกมาจากความพินาศพร้อมกับเซียลอทที่เหลือ และกล่าวว่า ด็อกเตอร์สเตร้นจ์มาช้าไปแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้แล้ว แต่มีหรือที่คนฉลาดอย่างด็อกเตอร์สเตร้นจ์จะคิดแก้ไขไม่ได้

ว่าแล้วด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็ร่ายเวทย์เปิดเนตรอกามอตโต้เพื่อย้อนเวลาสรรพสิ่งในบริเวณเขตเวทย์ที่ฮ่องกง เพื่อย้อนกลับไปตอนที่เขตเวทย์ยังไม่โดนทำลาย รวมถึงหว่องก็กลับคืนชีวิตด้วย ทำให้มอร์โดขัดใจนิดๆที่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ฝืนชะตาเข้าไปวุ่นวายกับมิติกาลเวลา..

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กำลังบิดเบือนเวลา (Doctor Strange)

 

แต่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็พลาดท่าโดนไคซิเลียสโจมตีจนหมดสติไปชั่วครู่ ทำให้การคืนเขตเวทย์ไม่สมบูรณ์ และดาร์คดิเมนชั่นยังคงกลืนกินโลกอยู่ ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ได้สติขึ้นมา จึงใช้วิธีสุดท้ายที่ตนเองคิดออก นั่นคือเหาะมุ่งหน้าเข้าสู่ดาร์คดิเมนชั่นบนฟากฟ้า และใช้ดวงตาแห่งอกามอตโต้สร้างวังวนเวลาไม่รู้จบชั่วกัปชั่วกัลป์ในดาร์คดิเมนชั่น ก่อนที่จะเข้าไปเผชิญหน้ากับจอมปีศาจดอร์มัมมู

ดอร์มัมมู (Doctor Strange)

 

ใครหน้าไหนก็สู้ดอร์มัมมูในมิติดาร์คดิเมนชั่นไม่ได้ แน่นอนว่าด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็ไม่มีปัญญาสู้ตรงๆ ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงเข้าไปยื่นข้อเสนอกับดอร์มัมมู แต่มีหรือที่ดอร์มัมมูจะฟัง และฆ่าด็อกเตอร์สเตร้นจ์ทันที

ซึ่งทันทีที่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ตาย วังวนเวลาก็กลับมาเช่นเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยพลังแห่งดวงตาอกามอตโต้ ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ถูกดอร์มัมมูฆ่าด้วยวิธีต่างๆนับครั้งไม่ถ้วน ตายๆฟื้นๆวนไปอย่างนั้นไม่มีสิ้นสุด จนดอร์มัมมูทนไม่ไหวและยอมฟังข้อเสนอของด็อกเตอร์สเตร้นจ์ เพราะต้องการออกจากมิติวังวนเวลาบ้าๆนี้

“ดอร์มัมมู ชั้นมาเพื่อต่อรอง..” (Doctor Strange)

 

และข้อเสนอนั้นคือ ให้ดอร์มัมมูพาสาวกผู้จงรักภักดีอย่างพวกเซียลอทเข้ามายังดาร์คดิเมนชั่นทั้งหมด รวมถึงห้ามกลืนกินโลกมนุษย์และถอนตัวจากไป แล้วด็อกเตอร์สเตร้นจ์จะคืนห้วงเวลาปกติให้ ดอร์มัมมูจึงยอมรับกับข้อเสนอนี้ไปก่อน พวกไคซีเลียสจึงโดนดูดเข้าสู่ดาร์คดิเมนชั่นทั้งหมด

เซียลอทหายไปในดาร์คดิเมนชั่น (Doctor Strange)

 

ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ร่ายเวทย์ย้อนเวลาให้เขตเวทย์ฮ่องกงเป็นปกติดังเดิม โลกจึงเข้าสู่การป้องกันของเวทย์ปกป้องแห่งอกาม็อตโต้อีกครั้ง แต่ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กับหว่องก็ต้องสูญเสียมอร์โดไป เพราะมอร์โดหมดสิ้นศรัทธากับเส้นทางนี้แล้ว และมอร์โดก็หันหลังให้ด็อกเตอร์สเตร้นจ์กับหว่องนับตั้งแต่นั้น..

มอร์โดหันหลังเดินจากไป.. (Doctor Strange)

 

หลายวันต่อมา.. หว่องบอกด็อกเตอร์สเตร้นจ์ว่า ไม่ควรที่จะห้อยดวงตาแห่งอกามอตโต้ซึ่งเป็นอินฟินิตี้สโตนไปไหนมาไหนด้วย ควรจะเก็บรักษาไว้เป็นที่เป็นทาง ด็อกเตอร์สเตร้นจ์จึงร่ายเวทย์เปิดมิติกระจกในคามา-ทาจ และเก็บดวงตาแห่งอกามอตโต้ไว้ในมิติกระจกนับตั้งแต่นั้น และด็อกเตอร์สเตร้นจ์ก็กลับไปประจำซางทัมแซงเทอรัมในนิวยอร์ค

ดวงตาแห่งอกามอตโต้ถูกเก็บไว้ในมิติกระจกที่คามา-ทาจ (Doctor Strange)

 

ปี 2018 ณ เมือง ซานฟรานซิสโก ผ่านมา 2 ปีที่สก็อตยอมโดนยูเอ็นจับกักบริเวณเพราะช่วยแคปกับบัคกี้หนี และถึงแม้สก็อตจะถูกกักบริเวณ แต่ก็ร่วมทุนกับหลุยส์และเพื่อนๆเปิดบริษัทเอ็กซ์-คอน ที่ปรึกษาระบบความปลอดภัยในทรัพย์สิน

ช่วงเวลาที่สก็อตกำลังจะพ้นโทษจากการโดนกักบริเวณในอีก 3 วัน ในจังหวะเดียวกันกับที่ดร.พิมและโฮปทดลองเปิดอุโมงค์ควอนตัมเป็นครั้งแรกหลังจากช่วยกันสร้างมานาน

อุโมงควอนตัม (Ant-Man 2)

 

แต่การทดลองเปิดอุโมงค์ควอนตัมครั้งนี้ ทำให้สมองของสก็อตสื่อสารไปถึงสมองของเจเน็ตในมิติควอนตัม และเห็นเหตุการในอดีตผ่านสายตาของเจเน็ตในอดีต แต่เพียงครู่เดียวเครื่องก็หยุดทำงาน เพราะยังขาดอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นส่วน อุโมงค์ควอนตัมจึงจะทำงานสมบูรณ์

สก็อตรีบใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินโทรหาดร.พิม และเล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟังทางโทรศัพท์ โฮปจึงรีบไปนำตัวสก็อตออกมาจากบ้านตรงไปที่แลปฯลับ โดยถอดเครื่องติดตามที่ข้อเท้าสก็อตใส่ไว้ในมดยักษ์ที่ถูกโปรแกรมให้ทำกิจวัตรประจำวันเหมือนสก็อต

ที่แลปฯลับของดร.พิม สก็อตคิดว่าตัวเองฝันไร้สาระ แต่ข้อมูลที่สก็อตบอกออกมา ตรงกับความทรงจำของโฮปในวัยเด็กตอนที่เล่นซ่อนหากับเจเน็ตแม่ของตน สองพ่อลูกจึงมั่นใจมากว่า เจเน็ตพยายามสื่อสารออกมาจากมิติควอนตัม โดยเชื่อมคลื่นสมองกับสก็อตไว้ตั้งแต่ตอนที่สก็อตหลุดไปในมิติควอนตัมเมื่อปี 2015

ช่วงที่เจเน็ตพบสก็อต (Ant-Man 2)

 

ดร.พิมและโฮปหวังใช้สมองของสก็อตเชื่อมต่อกับสมองเจเน็ตอีกครั้ง เพื่อระบุพิกัดของเจเน็ตในมิติควอนตัมให้ตรงที่สุด จะได้ช่วยเจเน็ตออกมา แต่ยังขาดอีกหนึ่งชิ้นส่วนในการเปิดอุโมงค์ ซึ่งโฮปนัดซื้อขายชิ้นส่วนที่ว่านี้ในตลาดมืดวันนี้พอดี

ดร.พิมและโฮปจึงพาสก็อตไปด้วย และย่อส่วนแลปฯให้เล็กเท่ากระเป๋าเดินทาง สองพ่อลูกหวังให้สก็อตอยู่ช่วยแป็บเดียว ตอนนี้เองที่สก็อตบอกดร.พิมไปว่า ทำลายชุดแอนท์-แมนรุ่นที่ 1 ไปแล้ว

แลปฯของดร.พิม โดนย่อส่วนเท่ากระเป๋าลากเลื่อน  (Ant-Man 2)

 

แต่ทว่า.. ยังมีบุคคลลึกลับผู้หนึ่ง ที่เฝ้าจับตามองทั้งสก็อตทั้งโฮปและดร.พิมมาตั้งแต่เทคโนโลยีแอนท์-แมนเปิดเผยเป็นวงกว้าง และบุคคลลึกลับผู้นั้นก็ยังคงซุ่มแอบตามดูทั้งสามคนไปเรื่อยๆ โดยมีจุดประสงค์บางอย่าง..

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอนนี่ เบิร์ซ พ่อค้าในตลาดมืด หาชิ้นส่วนที่ว่านี้มาขายให้โฮปได้ แต่ซอนนี่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของโฮป จึงสนใจจะเป็นหุ้นส่วนของโฮปกับดร.พิม เพื่อนำเทคโนโลยีควอนตัมมาหาเงินมหาศาล โดยซอนนี่บอกว่าเบื้องบนของตนมีความต้องการเช่นนี้  โฮปไม่เล่นด้วย จึงถูกยึดทั้งเงินและไม่ให้ชิ้นส่วน โฮปจึงสวมชุดวอสพ์ออกมาบู๊กับลูกน้องซอนนี่ และชิงทั้งเงินกับชิ้นส่วนมาได้

ซอนนี่ เบิร์ซ   (Ant-Man 2)

 

ทันใดนั้น บุคคลลึกลับผู้นั้นก็ปรากฎตัว นั่นก็คือ โกสท์ ที่มีความสามารถแทรกผ่านทะลุมวลสารได้เหมือนวิญญาณ โฮปทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำโกสท์ ดร.พิมจึงให้ชุดแอนท์-แมนรุ่นที่ 2 ที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สก็อตใส่ไปช่วยโฮป

แต่ที่สุดแล้ว โกสท์ก็ช่วงชิงทั้งชิ้นส่วนและแลปฯย่อส่วนของดร.พิมไปได้สำเร็จ ดร.พิมคิดถึงเพื่อนเก่าสมัยที่เป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่ในชิลด์ด้วยกัน ที่อาจจะช่วยแกะรอยแลปฯได้  นั่นก็คือ ดร.บิล ฟอสเตอร์

ดร.บิล ฟอสเตอร์ หรือ โกไลแอธ (Ant-Man 2)

 

ดร.ฟอสเตอร์แนะนำบางอย่างให้ดร.พิม นั่นก็คือนำบางอย่างจากชุดแอนท์-แมนรุ่นที่ 1 มาแกะรอย ซึ่งความจริงสก็อตยังไม่ทำลายชุด หากแต่เอาไปซ่อนไว้ในถ้วยรางวัลของแคสซี่ลูกสาวตน

สิ่งนี้ ทำให้ดร.พิมตามรอยโกสท์ไปจนถึงแหล่งกบดาน แต่ถึงกระนั้น ทั้งดร.พิม,โฮป,และสก็อต ก็พลาดท่าถูกโกสท์จับตัวไว้ได้  ตอนนี้เองที่ทุกคนรู้ว่า ดร.ฟอสเตอร์กับโกสท์คือพวกเดียวกัน

อีวา สตาร์ หรือ โกสท์ (Ant-Man 2)

 

เหตุเพราะดร.ฟอสเตอร์ตรวจร่างกายอีวาจึงรู้ว่า อีวากำลังจะตายอีกในไม่ช้านี้ และสิ่งที่จะช่วยอีวาได้คืออนุภาคควอนตัม เหตุนี้เองที่อีวาต้องการอุโมงค์ควอนตัม เพื่อสูบอนุภาคควอนตัมออกมาจากร่างเจเน็ต แต่นั่น จะทำให้เจเน็ตตาย

อีวาคิดมาตลอดว่า ดร.สตาร์พ่อของเธอ และดร.พิม คือหุ้นส่วนที่ช่วยกันสร้างอุโมงค์ควอนตัม (แต่ความจริงคือดร.สตาร์ขโมยงานวิจัยของดร.พิมมาทำเองต่างหาก) เมื่อดร.ฟอสเตอร์เล่าเรื่องจบ พวกของดร.พิมก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมหนีออกมาได้ พร้อมกับที่เอาแลปฯกับชิ้นส่วนกลับคืนมาได้ด้วย

ทั้งสามคนหนีออกมาได้ (Ant-Man 2)

 

ในคืนนั้น ดร.พิมนำแลปฯมาขยายใหญ่ในป่า และใช้ชิ้นส่วนสุดท้ายเปิดอุโมงค์ควอนตัมได้สำเร็จ เจเน็ตต่อสายตรงมาทางสมองของสก็อตทันที และใช้ร่างสก็อตช่วยดร.พิมคำนวนพิกัดของตนเองจนเจอ

ในเวลาเดียวกันที่ซอนนี่และลูกน้องใช้น้ำยาพูดความจริงกับหลุยส์ ทำให้รู้ว่าดร.พิมอยู่ที่ไหน (หลุยส์กำลังจะไปหาสก็อตเพื่อแก้แบบแปลนให้ลูกค้าบริษัทของพวกเขา) โกสท์ที่ตามมาที่นี่จึงรู้เช่นกัน ซอนนี่คิดแผนใหม่ และแจ้งให้เอฟบีไอที่เป็นสายของตนเองทำการแจ้งเบาะแสบุกจับกุมพวกดร.พิม และในช่วงนั้นจะได้ชิงแลปฯมา

เมื่อดร.พิมรู้ก็หัวร้อนมากที่สก็อตทำเสียเรื่องอีกครั้ง แต่ดร.พิมก็ยังให้ชุดแอนท์-แมนกับสก็อต เพื่อรีบกลับไปบ้านก่อนที่เอฟบีไอจะรู้ว่าสก็อตมีเอี่ยว หลังจากนั้นดร.พิมกับโฮปก็โดนเอฟบีไอจับ สายของซอนนี่ที่เป็นหนึ่งในเอฟบีไอกำลังขโมยแลปฯไปให้ซอนนี่ แต่อีวาหรือโกสท์ก็มาชิงตัดหน้าไปอีกครั้ง

ดร.พิมกับโฮปโดนเอฟบีไอล้อมจับ (Ant-Man 2)

สก็อตไม่อาจทิ้งดร.พิมและโฮปได้ จึงสวมชุดแอนท์-แมนกลับไปช่วยดร.พิมและโฮปออกมาจากโรงพัก ซึ่งครั้งนี้ดร.พิมแกะรอยแลปฯตนเองได้แล้วด้วยการควบคุมเหล่ามด จึงพบว่าดร.ฟอสเตอร์กับอีวานำแลปฯของตนไปที่ไหน

แผนการณ์ก็คือ สก็อตจะต้องหลอกล่อโกสท์ให้ออกมาจากแลปฯ เหล่ามดจะบีบดร.ฟอสเตอร์ออกจากตึก ส่วนดร.พิมขับยานมิติเข้าไปในอุโมงค์ควอนตัมเพื่อช่วยเจเน็ตด้วยตนเอง ด้านโฮปกับหลุยส์จะเอาแลปฯที่ย่อส่วนออกไปที่จุดปลอดภัย

หลุยส์กับโฮป (Ant-Man 2)

 

ซอนนี่และพรรคพวกมาดักโฮปกับหลุยส์ จึงมีการขับรถไล่ล่ากันขึ้น แลปฯถูกชิงเปลี่ยนมือไปๆมามาๆระหว่างโฮป สก็อต  อีวา ซอนนี่ แต่ที่สุดแล้วอีวาก็ขยายแลปฯและเข้าไปภายในจนได้

ในมิติควอนตัม เวลาเดียวกันกับที่ดร.พิมพบตัวเจเน็ตและกำลัังขึ้นยานพากลับมาโลกปกติ เจเน็ตทรมานมากจากการที่อีวาพยายามดึงอนุภาคควอนตัมในร่างเจเน็ตขณะที่เจเน็ตยังไม่หลุดออกมา แต่สก็อตและโฮปก็มายับยั้งกระบวนการนี้ทัน พร้อมๆกับที่ยานเดินทางของดร.พิมและเจเน็ตออกมาสู่โลกปกติพอดี

ยานมิติที่ดร.พิมขับเข้าไป (Ant-Man 2)

 

เจเน็ตตรงดิ่งไปหาอีวา และใช้พลังช่วยหยุดความเจ็บปวดของอีวาได้ เนื่องด้วยเจเน็ตซึมซับอนุภาคควอนตัมมานานหลายปี เจเน็ตจึงมีพลังพิเศษที่แสนประหลาดนี้นั่นเอง

จากพลังเจเน็ต ทำให้อีวายืดชีวิตตนเองไปได้อีกนานพอสมควร อีวาสำนึกผิด จึงไม่คิดฆ่าเจเน็ตอีกต่อไป  และดร.ฟอสเตอร์ก็พาอีวาหนีไปอีกทาง พวกดร.พิมกับเจเน็ตหนีไปอีกทาง พวกของซอนนี่ถูกจับ

ดร.แฮงค์ พิม และ เจเน็ต แวน ไดน์ (Ant-Man 2)

 

เอฟบีไอก็เอาผิดสก็อตไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสก็อตอยู่ในเหตุการณ์ไล่ล่าอย่างวุ่นวายกลางเมืองซานฟรานซิสโก สก็อต แลงค์ จึงพ้นจากการถูกกักบริเวณ สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระในรอบ 2 ปี

 

ที่ดาวซานดาร์ เบาะแสแรกที่แน่ชัดที่สุดของอินฟินิตี้สโตนที่ธานอสล่วงรู้ คือ พาวเวอร์สโตน ที่อยู่กับหน่วยโนว่าคอร์ปบนดาวซานดาร์ เพราะข่าวแก๊งค์การ์เดี้ยนมันดังกระฉ่อนไปทั่วทุกกาแล็กซี่ซะขนาดนั้น

ธานอสที่รวบรวมทัพเอเลี่ยนในอาณัติของตนได้เต็มอัตตราศึก และแบล็คออเดอร์ลูกบุญธรรมอีกสี่คน จึงนำทัพเอเลี่ยนและยาน  Sanctuary II บุกดาวซานดาร์เป็นที่แรก และช่วงชิงพาวเวอร์สโตนมาจนได้ ซึ่งจุดหมายต่อไปของธานอสคือ แอสการ์ด..

ธานอสมีมณี 1 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่มัสเปลไฮม์ ช่วงนี้ธอร์เริ่มฝันถึงวันสิ้นโลกแรคนาร๊อค วันที่แอสการ์ดล่มสลาย และธอร์รู้ว่าอสูรไฟเริ่มแข็งข้อกับแอสการ์ด ธอร์จึงแกล้งโดนจับ และธอร์ก็พบกับ เซอร์เทอร์ ราชาอสูรไฟที่ธอร์คิดว่าตายไปแล้วเพราะโอดินบอกเช่นนั้น แต่เซอร์เทอร์กลับคืนชีพขึ้นมา ซึ่งเซอร์เทอร์คือหนึ่งในคำทำนายวันสิ้นโลกหรือแรคนาร๊อค

ธอร์จึงกำจัดเซอร์เทอร์อีกรอบ และนำเซอร์เทอร์กลับแอสการ์ด เพื่อไม่ให้เซอร์เทอร์คืนชีพอีก การที่เซอร์เทอร์แพ้ง่ายดาย เพราะเซอร์เทอร์ไม่มีพลังเต็มที่จากขุมพลังอีเธอนอลเฟลมของตนเอง

ธอร์เผชิญหน้ากับเซอร์เทอร์และดาบทไวไลซอว์ด (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่แอสการ์ด ธอร์กลับมาแอสการ์ดในรอบ 2 ปี จึงรู้ว่า เลดี้ซิฟถูกเนรเทศ และฮัลดาลล์ถูกสั่งปลดจากตำแหน่งโทษฐานละทิ้งหน้าที่ มีโทษประหาร คำสั่งโดย โอดิน(ปลอม) แต่ฮัมดาลล์หนีหายไป ผู้ถือดาบ Hofund (ฮอฟเฟินด์) เฝ้าไบฟรอสท์คือ Skurge (สเคิร์จ) นักรบชนชั้นอัศวินที่โอดิน(ปลอม)แต่งตั้งให้มาเฝ้าไบฟรอสท์แทนฮัมดาลล์

สเคิร์จ อัศวินของแอสการ์ด (Thor 3: Ragnarok)

ธอร์จึงรีบไปหาโอดิน เพื่อถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทันทีที่ธอร์พบโอดิน ธอร์ก็พอจะจับพิรุธได้ว่า นี่ไม่ใช่โอดิน หากแต่เป็นโลกิจำแลง โลกิจึงสารภาพว่านำโอดินไปปล่อยที่โลก

ธอร์จึงสั่งให้อานเฮอญ่านำเซอร์เทอร์ไปเก็บในคลังสมบัติโอดินไว้ก่อน และรีบให้สเคิร์จเปิดไบฟรอสท์ส่งทั้งคู่ไปโลกตามหาโอดินโดยด่วน (เบื้องต้นธอร์จะไปตามหาฮัมดาลล์ แต่โอดินสำคัญกว่าฮัมดาลล์ จึงต้องไปโลกก่อน)

ธอร์กับโลกิมาตามหาโอดินที่โลก (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่โลกมนุษย์ แต่เมื่อไปถึงบ้านพักคนชราแห่งนั้นในนิวยอร์คที่โลกิทิ้งโอดินไว้ มันกลับถูกทุบไปแล้ว ขณะโลกิกับธอร์กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป วงแหวนมิติเวทย์ของดร.สเตร้นจ์ก็เปิดขึ้นใต้พื้นที่โลกิยืน และโลกิก็ตกลงไปในห้วงมิติไม่มีสิ้นสุดเรื่อยๆ นั่นก็เพราะโลกิคือบุคคลอันตรายของโลก ดร.เสตร้นจ์จึงจับไว้ก่อน..

ธอร์สังเกตว่า มีนามบัตรตกอยู่บริเวณที่โลกิหายไป เขียนที่อยู่ว่า บ้านเลขที่ 177A , Bleecker St. ธอร์จึงไปที่นั่น มันคือซางทัมแซงทอรัมของดร.สเตร้นจ์นั่นเอง ธอร์จึงรู้ว่าบัดนี้พ่อมดสูงสุดของโลกมนุษย์เปิดเผยตัวแล้ว

แต่เมื่อดร.สเตร้นจ์รู้ความต้องการตามหาโอดินของธอร์ และเทพทั้งสามจะกลับแอสการ์ดทันที  ดร.เสตร้นจ์จึงปล่อยโลกิจากห้วงมิติการร่วงหล่นไม่จบสิ้นที่โลกิร่วงตลอด 30 นาทีที่ผ่านมา ก่อนจะส่งธอร์กับโลกิไปทางประตูมิติสู่นอร์เวย์ไปพบโอดิน

ดร.สเตร้นจ์พบกับเทพเจ้าทั้งสอง (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่นอร์เวย์ โอดินเมื่อพบกับลูกชายทั้งสอง ก็รีบบอกเรื่องของเฮล่าให้ทั้งคู่ฟังทันที เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว นั่นคือเฮล่าคือพี่สาวที่ชั่วร้ายของธอร์ และจะหลุดจากการจองจำจากเฮลทันทีที่โอดินสิ้นอายุขัย เฮล่าจะมีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการสูบพลังแอสการ์ดมาเป็นขุมพลังตนเอง

โอดินบอกความจริงกับลูกชายทั้งสอง (Thor 3: Ragnarok)

 

สุดท้าย.. โอดินบอกทั้งคู่ว่า นอร์เวย์คือบ้าน และแอสการ์ด ไม่ใช่สถานที่ หากแต่เป็นผู้คน หลังจากนั้น โอดินก็สูญสลายกลายเป็นละอองแสง ลอยสู่ฟ้า

ผ่านไปเกือบสองพันปี นับตั้งแต่เฮล่าถูกขังที่เฮล.. วินาทีที่โอดินสิ้นอายุขัย เฮล่าก็ออกมาจากมิติเฮลทันทีเช่นกันเพราะหมดสิ้นมนต์สะกดแล้ว โดยเฮล่ามาโผล่ยังสถานที่ซึ่งโอดินสูญสลาย นั่นคือนอร์เวย์ นั่นทำให้โลกิกับธอร์เผชิญหน้ากับเฮล่าเต็มๆ โดยไม่ทันตั้งตัว

ธอร์กับโลกิเผชิญหน้าเฮล่าที่นอร์เวย์ (Thor 3: Ragnarok)

 

เฮล่าสั่งให้โลกิกับธอร์คุกเข่าให้ แต่มีหรือธอร์จะยอม ธอร์จึงขว้างโยเนียร์ใส่เฮล่า แต่เฮล่ารับโยเนียร์ชิลๆ เพราะมันก็เคยเป็นของเฮล่า ก่อนที่เฮล่าจะบีบทำลายโยเนียร์อย่างง่ายดาย..

โลกิเห็นเช่นนั้น จึงรีบเรียกสเคิร์จให้เปิดไบฟรอสท์เพื่อรับทั้งคู่กลับแอสการ์ดโดยด่วน ธอร์พยายามร้องห้ามโลกิก็ไม่ทัน เพราะนั่นจะทำให้เฮล่าตามไปที่แอสการ์ดด้วย

เฮล่าทำลายโยเนียร์ (Thor 3: Ragnarok)

 

และก็เป็นตามคาด เฮล่าเหาะเข้ามาในไบฟรอสท์ โจมตีโลกิกระเด็นออกไปจากสะพานไบฟรอสท์ และโจมตีธอร์กระเด็นหลุดตามออกไปอีกคน ทั้งคู่จึงติดอยู่ที่อาณาจักรแห่งช่องว่างมิติความจริง ที่ดาวสการ์ ที่เดียวกับบรันฮิลด์หรือวัลคีรี่มาอยู่เกือบสองพันปีแล้ว..

โลกิกระเด็นออกไปก่อนธอร์ (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่แอสการ์ด เมื่อเฮล่าออกมาจากไบฟรอสท์ จึงพบว่าโว้ลสเต๊กส์และเฟนดรัลล์รวมถึงสเคิร์จ รออยู่ในห้องสะพาน (โว้ลสเต๊กส์และเฟนดรัลล์มารอพบธอร์หลังจากรู้เรื่องโลกิจำแลงเป็นโอดินนานหลายปี ส่วนสเคิร์จประจำอยู่ที่นี่อยู่แล้ว)

เฮล่าเสกดาบเวทย์พุ่งเสียบตัวโว้ลสเต๊กส์และเฟนดรัลล์เพื่อฆ่าทิ้งทันที เพราะโว้ลสเต๊กส์กับเฟนดรัลล์มีท่าทีต่อสู้ หากแต่สเคิร์จอยู่เป็น จึงยอมคุกเข่าให้เฮล่าอย่างรวดเร็ว เฮล่าจึงไว้ชีวิตสเคิร์จ และให้สเคิร์จติดตามตนเองไปยึดบัลลังค์แอสการ์ด

โว้ลสเต๊กส์และเฟนดรัลล์ตายอย่างรวดเร็ว (Thor 3: Ragnarok)

 

โฮกัน หนึ่งในวอริเออร์ทรีคนสุดท้าย นำทัพอานเฮอญ่ามาขวางเฮล่า เหล่ากองทัพอานเฮอญ่ามากมายจึงโดนเฮล่าฆ่าเกลี้ยง รวมถึงโฮกันก็โดนฆ่าด้วย ปิดตำนานวอริเออร์ทรีไป โดยสเคิร์จได้แต่มองศพเพื่อนๆนักรบแอสการ์เดี้ยนด้วยสายตาหดหู่ หากแต่ทำอะไรไม่ได้

โฮกันตายตามเพื่อนไปอีกคน (Thor 3: Ragnarok)

 

เฮล่าเดินไปนั่งบัลลังค์แอสการ์ด และแต่งตั้งให้สเคิร์จเป็น Executioner of Asgard หรือ ผู้สำเร็จโทษแห่งแอสการ์ด เฉกเช่นที่เธอเคยเป็น ยังเสกขวานให้สเคิร์จไว้ใช้ประหารผู้ต่อต้านอีกด้วย

แต่อีกมุมหนึ่ง ฮัมดาลล์ซึ่งซ่อนอยู่ที่ถ้ำลับในป่าแอสการ์ด ก็กลับมาปีนขึ้นไปยังหอสะพานไบฟรอสท์ และนำดาบฮอฟเฟินด์ของตนเองออกมา ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครเข้าออกแอสการ์ดทางไบฟรอสท์ได้แล้ว..

ฮัมดาลล์ได้ดาบตนเองคืน (Thor 3: Ragnarok)

 

หลังจากนั้น เฮล่าก็เดินลงไปที่คลังสมบัติโอดิน นำเปลวไฟอีเธอนอลเฟลมมาหนึ่งหยิบมือ และลงไปในดันเจี้ยนลับใต้คลังสมบัติ ก่อนจะคืนชีพเฟนริสและอานเฮอญ่าของเธอด้วยอีเธอนอลเฟลม เพื่อเตรียมทัพอันเดธบุกดวงดาวต่างๆ หากแต่เฮล่าก็ไปไหนไม่ได้ เมื่อดาบฮอฟเฟินด์ที่ใช้เปิดไบฟรอสท์โดนฮัมดาลล์มาฉกไปแล้ว..

เฮล่าคืนชีพให้ลูกสมุนของเธอด้วยอีเธอนอลเฟลม (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่สการ์ ในเวลาเดียวกับที่แอสการ์ดเกิดหายนะ ธอร์ที่หล่นลงมาที่นี่ก็ถูกชาวสการ์จับ ก่อนที่บรันฮิลด์หรือวัลคีรี่จะมาชิงตัวไปอีกที เพื่อไปขายให้แกรนด์มาสเตอร์ และเอาไปสู้ในสังเวียนแกล้ดดิเอเตอร์ของแกรนด์มาสเตอร์ ระหว่างรอการประลอง ธอร์ได้พบกับโลกิ ที่มาถึงที่สการ์ก่อน และกลายเป็นคนสนิทแกรนด์มาสเตอร์

โดยบรันฮิลด์ฝังเครื่องช็อตควบคุมไว้ที่คอธอร์ ทำให้ธอร์หนีไม่ได้ หลังจากนั้นธอร์จึงรู้ว่า บรันฮิลด์คือแอสการ์เดี้ยนชนชั้นวัลคีรี่คนสุดท้ายที่รอดชีวิต แต่บรันฮิลด์ก็ไม่คิดเข้าไปยุ่งเรื่องแอสการ์ดอีกต่อไป ถึงตอนนี้บรันฮิลด์ยังไม่รู้ว่า โอดินสิ้นชีพแล้ว และเฮล่าถูกปลดปล่อย

บรันฮิล หรือ วัลคีรี่ (Thor 3: Ragnarok)

 

ในวันประลองบนดาวสการ์ ธอร์ยังได้รู้จักกับสหายใหม่สองชีวิต นั่นคือ คอร์ก เอเลี่ยนร่างหินเผ่าพันธุ์โครแนน และ มีค เอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ซาคารานน์ และผู้ที่เป็นแชมป์เปี้ยนก็คือฮัลค์นั่นเองที่ธอร์ต้องประลองด้วย แต่ฮัลค์ไม่ฟังธอร์ อัดเอาอัดเอา จนกระทั่งความเป็นเทพสายฟ้าของธอร์แสดงออกมา ธอร์ทำท่าจะล้มฮัลค์ได้ แกรนด์มาสเตอรืจึงช็อตให้ธอร์สลบไป

ธอร์ vs ฮัลค์ (Thor 3: Ragnarok)

 

ธอร์ตื่นขึ้นมา และพยายามคุยกับฮัลค์ว่า ฮัลค์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จึงรู้ว่าฮัลค์อยู่ในร่างนี้มา 2 ปี โดยไม่เคยกลับไปเป็นดร.แบนเนอร์เลย ในช่วงนี้ธอร์จึงสื่อสารจิตกับฮัมดาลล์ จึงรู้ว่าเฮล่ายึดแอสการ์ด ฆ่าอานเฮอญ่าทั้งหมด

ด้านทางแอสการ์เดี้ยนชาวบ้านทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่ฮัมดาลล์พาไปหลบซ่อนในถ้ำลับกลางป่า และฮัมดาลล์ยังบอกธอร์ว่า ประตูมิติบนฟ้าสการ์ที่ใหญ่ที่สุด คือทางกลับแอสการ์ดที่ใกล้ที่สุด หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ขาดการสื่อสาร

ธอร์สื่อสารทางเวทย์กับฮัมดาลล์ (Thor 3: Ragnarok)

 

เนื่องจากฮัลค์สนิทกับบรันฮิลด์ ธอร์จึงให้ฮัลค์หลอกล่อให้บรันฮิลด์มาหา ธอร์บอกบรันฮิลด์ตอนนี้เองว่า โอดินสิ้นแล้ว เฮล่าหลุดจากการจองจำ ธอร์ชวนบรันฮิลด์ลุยแอสการ์ดช่วยเหลือแอสการ์เดี้ยน บรันฮิลด์ยังไม่ทันตกลง ธอร์ก็แอบขโมยเครื่องควบคุมตนเองจากบรันฮิลด์ได้ ก่อนจะรีบดิ่งไปที่ควินเจ็ทของฮัลค์ เพื่อหาทางหนีออกจากดาวสการ์

ในควินเจ็ท ฮัลค์ตามมาติดๆ และเผอิญไปเปิดเครื่องบันทึกสัญญาณที่แนทส่งมา ฮัลค์จึงคืนร่างดร.แบนเนอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ธอร์กับแบนเนอร์จึงช่วยกันคิด เพื่อหาทางหนีออกจากดาวสการ์ไปแอสการ์ด

แบนเนอร์กลับมาอีกครั้ง (Thor 3: Ragnarok)

 

แกรนด์มาสเตอร์สั่งให้โลกิกับบรันฮิลด์ตามล่าหาตัวฮัลค์กับธอร์จับกลับมาให้ได้ ตอนนี้เองที่โลกิก็รู้อีกคนว่า บรันฮิลด์คือวัลคีรี่ บรันฮิลด์จึงจับโลกิมัดโซ่ขังไว้ก่อน และบรันฮิลด์ก็มาเสนอกับธอร์ว่า คราวนี้จะขอกลับไปลุยแอสการ์ดด้วย

บรันฮิลด์ ธอร์ แบนเนอร์ ทั้งสามกลับมาหาโลกิที่ถูกมัดโซ่อยู่ โลกิมีแผน คือไปขโมยยานใหญ่ของแกรนด์มาสเตอร์ ธอร์จึงปล่อยตัวโลกิ หลังจากนั้นบรันฮิลด์ก็ไปแหกคุกช่วยนักสู้ที่ถูกขัง ให้ออกมาก่อกบฎกับแกรนด์มาสเตอร์ คอร์กกับมีคจึงเป็นอิสระและก่อกบฎ โลกิกับธอร์ดิ่งไปที่ลานจอดยาน

โลกิกับธอร์ยิงการ์ดของแกรนด์มาสเตอร์ (Thor 3: Ragnarok)

 

โลกิคิดหักหลังธอร์ แต่ธอร์ดัดเส้นโดยการฝังเครื่องช็อตใส่โลกิ และปล่อยโลกินอนโดนช็อตอยู่ที่ลานจอดยาน โยนเครื่องควบคุมไว้แถวนั้น และ บรันฮิลด์ ธอร์ แบนเนอร์ ก็ขึ้นยานเล็กได้สำเร็จ

โทเปซ ลูกน้องคนสนิทแกรนด์มาสเตอร์ ขับยานรบตามมาไล่ล่าทั้งสาม โทเปซจึงโดนกำจัดตายไป  ทั้งสามที่ขึ้นยานเล็กจึงหนีออกมาจากดาวสการ์ได้สำเร็จทางประตูมิติใหญ่บนฟ้าดาวสการ์ และมาโผล่หน้าแอสการ์ดพอดี

ด้านทางคอร์กกับมีค รวมถึงนักสู้เอเลี่ยนหลายชีวิต หนีมาถึงลานจอดยาน คอร์กหยิบเครื่องควบคุมมากด โลกิจึงเป็นอิสระ และอาสาเป็นผู้นำพาทุกคนหนีออกจากดาวสการ์เอง โลกิจึงพานักสู้ทั้งหมดขึ้นยานลำใหญ่ออกมาจากสการ์

คอร์กกับมีคก่อกบฎ (Thor 3: Ragnarok)

 

ที่แอสการ์ด เฮล่าเรียกชาวแอสการ์เดี้ยนมาถามหาตัวฮัมดาลล์ โดยจับหญิงแอสการ์เดี้ยนหนึ่งคนมาสอบสวน เธอไม่บอก เฮล่าจึงสั่งให้สเคิร์จประหารเธอ แต่ชายคนหนึ่งทนไม่ได้ จึงยอมบอกที่ซ่อนในถ้ำลับกลางป่า ที่ฮัมดาลล์พาชาวบ้านไปซ่อน

ในเวลาเดียวกัน บรันฮิลด์ ธอร์ แบนเนอร์ มาถึงแอสการ์ด และวางแผนพาชาวแอสการ์เดี้ยนหนีไปทางไบฟรอสท์ ธอร์จึงคุยจิตกับฮัมดาลล์ ให้ฮัมดาลล์พาทุกคนไปที่สะพานไบฟรอสท์โดยด่วน เฮล่าจึงไม่พบใครในถ้ำเลย

ด้านธอร์ใเข้าไปในวัง หยิบกุงเนียร์ และไปนั่งรอเฮล่าบนบัลลังค์ ธอร์กระแทกกุงเนียร์ลงพื้นส่งพลังไปถึงเฮล่าในถ้ำ เฮล่าจึงรีบกลับมาในวัง สองพี่น้องสู้กัน เพราะธอร์ต้องการแค่ถ่วงเวลาให้ฮัมดาลล์พาแอสการ์เดี้ยนหนีสำเร็จ แต่ธอร์ก็แทบจะสู้เฮล่าไม่ได้เลย เสียตาขวาไปด้วย

ธอร์สู้กับเฮล่า (Thor 3: Ragnarok)

 

ธอร์สื่อจิตไปถึงวิญญาณของโอดิน ที่เตือนสติธอร์ว่า ธอร์เป็นเทพเจ้าแห่งฆ้อนยังงั้นหรือ? ธอร์คือเทพเจ้าแห่งสายฟ้าต่างหาก ธอร์จึงปล่อยพลังสายฟ้าขั้นสุดออกมาจากตัว แต่ก็ยังแทบจะสู้เฮล่าไม่ได้อยู่ดี

ขณะที่ฮัมดาลล์กำลังพาแอสการ์เดี้ยนหนี ฮัมดาลล์ก็ไปเจอหมาป่าเฟนริสดักหน้า หันกลับก็เจอสเคิร์จพาอันเดธอานเฮอญ่ามาดักหลัง ฮัมดาลล์กับชาวบ้านจึงติดอยู่กลางสะพานระหว่างไปไบฟรอสท์ แบนเนอร์จึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเป็นฮัลค์ ออกไปสู้กับเฟนริส

เฟนริสกระโดดใส่ฮัลค์ (Thor 3: Ragnarok)

 

ขณะที่ฮัมดาลล์กำลังยื้อกับอันเดธอานเฮอญ่า ด้านทางโลกิ ก็ตามมาที่แอสการ์ด เพื่อนำนักสู้เอเลี่ยนเพื่อนๆธอร์มาช่วยสู้กับอันเดธอานเฮอญ่าด้วยอีกแรง

ด้านบรันฮิลด์ ได้สวมชุดวัลคีรี่เต็มยศอีกครั้ง ซึ่งธอร์นำมาให้ และออกมาร่วมสู้กับอันเดธอานเฮอญ่าด้วย เฮล่าจึงทำลายสะพานทางเดินเท้าเข้าไบฟรอสท์ทิ้งซะเลย เพื่อไม่ให้ใครหนี ทุกคนจึงต้องหาทางหนีทางอื่น นั่นคือขึ้นยานลำใหญ่ที่โลกินำมา

โลกิกลายเป็นผู้กอบกู้แอสการ์เดี้ยน (Thor 3: Ragnarok)

 

และในที่สุด แอสการ์เดี้ยนที่เหลือก็ขึ้นยานที่โลกินำมาได้ทั้งหมด สเคิร์จเห็นท่าไม่ดี จึงตีเนียนขึ้นยานหนีไปด้วยซะเลย (ถึงจุดนี้สเคิร์จยังไม่ฆ่าใครนะ) ซึ่งถึงแม้ทุกคนช่วยกันรุมเฮล่า ก็สู้เฮล่าไม่ได้

เฮล่าทำสะพานดาบยักษ์ เพื่อให้อันเดธอานเฮอญ่าของเธอขึ้นไปโจมตียาน สเคิร์จตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง ออกมาสู้กับอันเดธอานเฮอญ่า ช่วยให้ยานบินขึ้นได้ สเคิร์จจึงถูกเฮล่าฆ่าตายไป

สเคิร์จตัดสินใจอยู่ฝ่ายดีในนาทีสุดท้ายของชีวิต (Thor 3: Ragnarok)

 

ธอร์ไม่มีทางเลือก เพราะสู้เฮล่ายังไงก็สู้ไม่ได้ จึงตัดสินใจให้โลกิไปนำเซอร์เทอร์อาบไฟนิรันดร์ในชามอีเธอนอลเฟลม เพื่อคืนชีพให้เซอร์เทอร์มาทำลายแอสการ์ดตามคำทำนายแรคนาร๊อค เพราะเมื่อไม่มีแอสการ์ด ก็จะไม่มีขุมพลังของเฮล่า ตามที่โอดินเคยบอก

ธอร์ในเวอร์ชั่นเทพสายฟ้าขั้นสุด ก็ยังสู้เฮล่าไม่ได้ (Thor 3: Ragnarok)

 

โลกิเข้าไปในคลังสมบัติโอดิน และพบแทซเซอแรคก่อนพบอีเธอนอลเฟลม โลกิชะงักนิดนึง ก่อนภาพจะตัดไปที่โลกินำหัวกระโลกเซอร์เทอร์ใส่ชามอีเธอนอลเฟลม และโลกิก็รีบชิ่งออกมาทันที (แน่นอนว่าโลกินำแทซเซอแรคออกมาด้วยแน่ๆ)

เซอร์เทอร์จึงคืนชีพขึ้นมาเป็นยักษ์อสูรไฟที่มีพลังมหาศาล ยากใครจะต่อกร เพราะได้รับขุมพลังอีเธอนอลเฟลมกลับคืนเต็มที่ ฮัลค์เข้าไปบวกเซอร์เทอร์ ธอร์ต้องรีบเรียกให้ฮัลค์หยุดและหนีขึ้นยาน ฮัลค์จึงยอม

เซอร์เทอร์ทำลายแอสการ์ด (Thor 3: Ragnarok)

 

เซอร์เทอร์ ก็ทำลายแอสการ์ดระเบิดวอดวายสูญสิ้น โดยที่แม้แต่เฮล่า ก็หยุดเซอร์เทอร์ไม่อยู่ และทั้งเซอร์เทอร์กับเฮล่า ก็ตายไปพร้อมกับแอสการ์ดที่แตกดับ

ส่วนยานอวกาศที่ช่วยชีวิตชาวแอสการ์เดี้ยน ก็บินออกมาอย่างปลอดภัย ฮัลค์(ยังไม่คืนร่างแบนเนอร์) บรันฮิลด์ โลกิ คอร์ก มีค ฮัมดาลล์ ก็ขึ้นมาบนยานทันทั้งหมด ธอร์ตั้งเป้ามุ่งหน้าไปที่โลก เพื่อสร้างแอสการ์ดขึ้นใหม่ที่นั่น แอสการ์เดี้ยนยกให้ธอร์เป็นกษัตริย์แอสการ์ดคนใหม่

ธอร์เป็นกษัตริย์อย่างชอบธรรม (Thor 3: Ragnarok)

 

แต่ระหว่างทาง ยานอวกาศลี้ภัยชาวแอสการ์เดี้ยนของธอร์ที่มุ่งหน้าไปโลก ก็เผชิญหน้ากับยานอวกาศขนาดมหึมา นั่นก็คือยาน Sanctuary II ของธานอสและแบล็คออร์เดอร์ ที่ตามมาถล่มยับ ชาวแอสการ์เดี้ยนตายไปมากมาย

ฮัลค์และธอร์ก็สู้ธานอสไม่ได้ เพราะธานอสทรงพลังขึ้นมาก จากอำนาจพาวเวอร์สโตน ฮัมดาลล์ใช้พลังเฮือกสุดท้ายส่งฮัลค์ลงไปที่โลกมนุษย์ด้วยสะพานไบฟรอสท์ และฮัมดาลล์ก็โดนธานอสสังหาร

โลกิยอมแลกสเปซสโตนกับชีวิตธอร์ ธานอสจึงได้มณีชิ้นที่สองคือสเปซสโตนไปใส่ในถุงมืออินฟินิตี้ ทำให้ธานอสมีพลังเพิ่มขึ้นคือเปิดประตูวาร์ปไปที่ไหนก็ได้ในจักรวาล

โลกิมอบแทซเซอแร็คให้ธานอส (Avengers 3: Infinity War)

 

แต่สุดท้าย โลกิก็ถูกธานอสสังหารไปอีกคน เพราะคิดจะโจมตีธานอส ธอร์ทำอะไรไม่ได้ เพราะถูกหนึ่งในแบล็คออร์เดอร์ อีบอนี่ มาว ใช้พลังจิต พันธนาการร่างไว้ด้วยโลหะหนาแน่น ธอร์ทำได้เพียงเห็นน้องตนเองถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา

ธานอสระเบิดยานลี้ภัยแอสการ์ด ก่อนจะพาลูกบุญธรรมทั้งสี่วาร์ปหนีออกจากยาน แต่ธอร์ยังไม่ตาย หากแต่หมดสติ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอวกาศท่ามกลางเศษซากยานและศพชาวแอสการ์ด

ธานอสมีมณี 2 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่โลกมนุษย์ ฮัลค์ถูกฮัมดาลล์ส่งลงมาที่ ซางทัม แซงทอร์รัม กลางเมืองนิวยอร์ค ซึ่งเป็นอาศรมของดร.สเตร้นจ์ หลังจากนั้นฮัลค์ก็กลับคืนร่างเป็นแบนเนอร์ แบนเนอร์รีบเตือนภัยร้ายที่ธานอสจะบุกโลกชิงมณีให้ดร.สเตร้นจ์ฟังทันที

แบนเนอร์ตกลงมาที่ ซางทัม แซงทอร์รัม (Avengers 3: Infinity War)

 

ดร.สเตร้นจ์รีบเปิดวงแหวนเวทย์วาร์ปพาแบนเนอร์ไปหาโทนี่ หลังจากนั้นหว่องก็เล่าความเป็นมาของอินฟินิตี้สโตนให้โทนี่ฟัง มณีทั้งสองชนิดที่อยู่บนโลกนั้นเป็นภัย หนึ่งคือที่ห้อยคอดร.สเตร้นจ์ สองคือบนหน้าผากวิชั่น

แต่ตอนนี้ วิชั่นหายไป โทนี่บอกแบนเนอร์ว่าผู้ที่จะตามหาวิชั่นได้มีเพียงแคป แบนเนอร์จึงต้องการให้โทนี่โทรหาแคป แต่ อีโบนี่ และ คัล ลูกบุญธรรมธานอสสังกัดแบล็คออเดอร์ ก็นำยาน Q-Ship บุกนิวยอร์คอย่างรวดเร็วก่อนที่ทุกคนจะทันได้ทำอะไร

นิวยอร์คโดนคัลและอีโบนี่โจมตี (Avengers 3: Infinity War)

 

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ รับรู้อันตรายได้จากสไปเดอร์เซ้นส์ จึงรีบสวมชุดสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นหนึ่ง และรุดไปพิกัดในนิวยอร์คที่อีบอนี่และคัลบุก เพื่อช่วยโทนี่และดร.สเตร้นจ์สู้ คัลถูกหว่องเปิดประเวทย์ส่งไปที่ขั้วโลกเหนือ อีบอนี่ชิงมณีออกมาจากคอดร.สเตร้นจ์ไม่ได้ เพราะดร.สเตร้นจ์ร่ายเวทย์ปกป้องอยู่ อีบอนี่จึงจับดร.สเตร้นจ์ที่หมดสติขึ้นยาน Q-Ship ไปเลย

ดร.สเตร้นจ์พลาดท่าอีบอนี่ (Avengers 3: Infinity War)

 

สไปเดอร์แมนรีบตามขึ้นไปเกาะข้างๆยาน Q-Ship แต่กำลังจะหมดสติเพราะ้มทาิยานบินสูงขึ้นก็เริ่มอากาศเบาบาง หายใจไม่ออก ไอออนแมนจึงสั่งชุดสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นสองลอยออกมาจากฐานอวเวนเจอร์พุ่งมาสวมร่างปีเตอร์ ทำให้ปีเตอร์มีอากาศหายใจได้จากชุดนี้ สไปเดอร์แมนกับไอออนแมนจึงแอบอยู่ในยาน Q-Ship เพื่อหาทางช่วยดร.สเตร้นจ์

ชุดสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นสอง (Avengers 3: Infinity War)

 

เมื่อดร.สเตร้นจ์ซึ่งเป็นจอมเวทย์สูงสุดของโลกโดนจับตัวไป หว่องจึงรีบเปิดประตูเวทย์วาร์ปกลับคามา-ทาจ เพื่อคุ้มกันที่นั่น ส่วนทางด้านแบนเนอร์ ก็หยิบมือถือที่แคปทิ้งไว้ให้โทนี่ และโทรหาแคปเพื่อขอความช่วยเหลือทันที (ในตลอดเวลาของการต่อสู้ แบนเนอร์เรียกฮัลค์ออกมาไม่ได้เลย)

ในเวลาเดียวกัน ที่กลางอวกาศ.. ทีมการ์เดี้ยนขับยาน M-Ship ตามสัญญาณขอความช่วยเหลือของยานลี้ภัยแอสการ์ดมา และพบเพียงศพชาวแอสการ์เดี้ยนลอยเคว้งคว้างกับเศษซากยานลี้ภัย หากแต่ ธอร์ ยังไม่ตาย ทีมการ์เดี้ยนจึงนำธอร์เข้ามาในยาน ธอร์ฟื้นขึ้นมาเพราะแมนทิสใช้พลังปลุก

ธอร์พบทีมการ์เดี้ยน (Avengers 3: Infinity War)

 ธอร์บอกทุกคนว่า ธานอสโจมตียานลี้ภัย และได้มณีไปสองเม็ดแล้ว ซึ่งมณีที่เหลือธอร์รู้แทบทั้งหมดว่าอยู่ที่ใด

นั่นคืออยู่ที่โลกสองชิ้นคือไทม์สโตนและมายด์สโตน โดยมีทีมอเวนเจอร์สปกป้อง อีกชิ้นอยู่ที่โนว์แวร์นั่นคือเรียลลิตี้สโตนที่คอลเลคเตอร์เก็บรักษาไว้ แต่ธอร์ไม่รู้ว่าโซลสโตนอยู่ที่ใด

ทีมการ์เดี้ยนรับฟังสถานการณ์จากธอร์ (Avengers 3: Infinity War)

 

กาโมร่าอยากไปโนว์แวร์เพื่อปกป้องเรียลลิตี้สโตน ส่วนธอร์อยากไปไนดาเวลเลีย เพื่อให้คนแคระสร้างอาวุธอันใหม่ที่โหดกว่าโยเนียร์ ทีมการ์เดี้ยนจึงแยกเป็นสองกลุ่ม

กรูธและร็อคเก็ตนำยานเล็ก Benatar ไปกับธอร์

ปีเตอร์/แมนทิส/สตาร์ลอร์ด นำยาน M-Ship ไปกับกาโมร่า

 

ในคืนเดียวกัน ที่โลกมนุษย์ ประเทศสก็อตแลนด์.. วิชั่นและวานด้านั้นแอบมาพรอดรักกันที่นี่ ซึ่งทำแบบนี้มาสองปีแล้ว แต่ในคืนนี้ทั้งสองโดน คอร์วัส เกลฟ และ พร็อกซีม่า มิดไนท์ ดักโจมตี ซึ่งทั้งสองคือแบล็คออเดอร์ลูกบุญธรรมของธานอส

คอร์วัสและพร็อกซิม่าโจมตีวิชั่น (Avengers 3: Infinity War)

 

วิชั่นโดนหอกของคอร์วัสแทงท้องจนบาดเจ็บหนัก ทำให้ระบบจักรกลในร่างกายไวเบรเนียมรวน วานด้าและวิชั่นเกือบจะเสียท่าให้คอร์วัสและพร็อกซิม่า หากแต่ทีมแคปก็ตามมาช่วยได้ทันเวลา หนำซ้ำยังโจมตีคอร์วัสจนเจ็บหนักเช่นกัน ส่วนพร็อกซีม่าก็จนมุม  แต่ทีมแคปก็ปล่อยคอร์วัสกับพร็อกซีม่าให้หนีไป

ทีมแคปปล่อยสองผัวเมียเอเลี่ยนหนีไปง่ายๆ (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่โนว์แวร์ ก่อนยานของสตาร์ลอร์ดจะลงจอด กาโมร่าขอร้องให้สตาร์ลอร์ดฆ่าเธอซะ ถ้าถึงเวลาที่เธอต้องเสียท่าให้ธานอส เพื่อป้องกันความลับอันยิ่งใหญ่ที่เธอปกปิดธานอสไว้มาเนิ่นนาน (พิกัดดาววอร์เมียที่ซ่อนโซลสโตนนั่นเอง) หลังจากนั้นเมื่อยานลงจอดที่โนว์แวร์ ทีมสตาร์ลอร์ดก็พบว่าธานอสกำลังทรมานทิวาน เพื่อเค้นข้อมูลของเรียลลิตี้สโตน

ทีมสตาร์ลอร์ดติดกับดักธานอสที่โนว์แวร์ (Avengers 3: Infinity War)

 

เดร็กซ์วู่วามจู่โจมธานอส กาโมร่าจึงออกไปบู๊ด้วย และกาโมร่าก็สังหารธานอสได้สำเร็จ แต่กาโมร่ากลับร้องไห้เสียใจในสิ่งที่เธอทำลงไป ซึ่งภาพทั้งหมดทั้งมวลในโนว์แวร์นั้นไม่ใช่ของจริง หากแต่ถูกบิดเบือนความจริงจากพลังของเรียลลิตี้สโตนซึ่งธานอสได้ไปแล้ว และใช้พลังนี้หลอกทีมสตาร์ลอร์ด

ธานอสเผยตัว และใช้พลังเรียลลิตี้สโตนบิดเบือนความจริงกับร่างกายของเดร็กซ์และแมนทิส ทำให้ร่างทั้งคู่ย่อยกลายเป็นเส้นแต่ยังไม่ตาย ส่วนกาโมร่าก็โดนธานอสจับตัวไว้ กาโมร่าจึงขอร้องให้สตาร์ลอร์ดฆ่าเธอตามที่เคยสัญญาไว้ สตาร์ลอร์ดกลั้นใจอยู่พักนึง และตัดสินใจยิงกาโมร่าตามสัญญา หากแต่สิ่งที่ออกมาจากปลายปืนกลับกลายเป็นฟองสบู่ เพราะพลังเปลี่ยนแปลงความจริงของเรียลลิตี้สโตนที่ธานอสใช้

ธานอสมีมณี 3 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ธานอสยิ้มอย่างถูกใจ และไม่ฆ่าใครในทีมสตาร์ลอร์ดเลยแม้แต่คนเดียว ก่อนจะใช้พลังของสเปซสโตนพากาโมร่าวาร์ปกลับไปที่ยาน Sanctuary II ของตน หลังจากนั้นเดร็กซ์และแมนทิสก็กลับมาร่างกายเป็นปกติ

 

ที่โลกมนุษย์ ทีมแคปพาวิชั่นกลับมาพบกับโรห์ดี้ที่ฐานอเวนเจอร์ส  รัฐมนตรีรอสที่กำลังคุยโฮโลแกรมกับโรห์ดี้อยู่ จึงสั่งให้โรห์ดี้จับกุมทุกคนทันที หากแต่โรห์ดี้กลับปิดสัญญาณโฮโลแกรมและต้อนรับเพื่อนเก่าทุกคน พร้อมกับที่แบนเนอร์เผยตัว

ทีมแคปกลับบ้านอีกครั้ง (Avengers 3: Infinity War)

 

ทุกคนมีความเห็นว่า ต้องทำลายมายด์สโตนก่อนที่ธานอสจะได้ไป และผู้ทำเช่นนั้นได้มีเพียงวานด้า แต่นั่นจะทำให้วิชั่นตายไปด้วย แบนเนอร์จึงเสนอว่า ควรจะแยกมายด์สโตนกับวิชั่นออกจากกันก่อน แล้วค่อยทำลาย ซึ่งทำที่ฐานอเวนเจอร์สไม่ได้ เพราะเดี๋ยวรัฐมนตรีรอสก็ต้องส่งกองกำลังมาจับทีมแคปในเร็วๆนี้ แคปจึงเสนอให้พาวิชั่นไปที่แลปของชูรีในวากานด้า

 

ที่กลางอวกาศ ยาน Q-Ship ของอีบอนี่ สไปเดอร์แมนบอกแผนการณ์ที่จะช่วยดร.สเตร้นจ์ให้ไอออนแมนฟัง โดยเลียนแบบหนังเรื่องเอเลี่ยน วิธีคือระเบิดยานให้เป็นรู อีบอนี่จึงโดนดูุุดออกจากยานตายไป ส่วนสไปดี้ก็ยิงใยช่วยดร.สเตร้นจ์ไว้ไม่ให้โดนดูุดออกไปอีกคน ทางด้านไอออนแมนก็ซ่อมรูยานอย่างรวดเร็ว

ฮีโร่ทั้งสามติดอยู่บนยานของเอเลี่ยน

 

และยาน Q-Ship ลำนี้ ขับเคลื่อนด้วยระบอัตโนมัติไปจอดที่ปลายทางที่ตั้งโปรแกรมไว้แล้ว ซึ่งต้องเจอกับธานอสแน่ๆ ดร.สเตร้นจ์/ไอออนแมน/และสไปดี้ จึงเริ่มระดมความเห็นว่า จะเอายังไงกันดีต่อจากนี้

ดร.สเตร้นจ์อยากนำมณีเวลากลับไปพิทักษ์ที่โลก แต่โทนี่เห็นควรว่าน่าจะนำมณีเวลาให้ไกลจากโลก จึงคิดโจมตีธานอสที่นั่น เพราะธานอสคงคาดไม่ถึงแน่ ดร.สเตร้นจ์จึงบอกว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างปกป้องมณีเวลากับชีวิตโทนี่และสไปดี้  ดร.สเตร้นจ์จะเลือกปกป้องมณีอย่างไม่ลังเล และจุดหมายของยาน Q-Ship ก็ลงจอดที่ดาวไททัน

โทนี่กับดร.สเตร้นจ์ความเห็นไม่ตรงกัน (Avengers 3: Infinity War)

ที่ยาน Sanctuary II ธานอสนำกาโมร่ามาพบกับเนบิวล่า ที่กำลังโดนทรมานด้วยการแยกชิ้นส่วนร่างกายอยู่ ธานอสดึงความทรงจำของเนบิวล่าออกมา จึงทำให้รู้ว่ากาโมร่ารู้ที่ซ่อนของโซลสโตน ธานอสขู่กาโมร่าว่า ถ้าไม่บอกที่ซ่อนของโซลสโตน ธานอสจะฆ่าเนบิวล่า กาโมร่าจึงยอมพาธานอสไปที่ดาววอร์เมียร์ที่ซ่อนโซลสโตนเพราะสงสารน้อง

เนบิวล่าโดนชำแหละร่างจักรกล (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่ดาวไนดาเวลเลีย 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งอิกดราซิล ธอร์/ ร็อคเก็ต/ และกรูธ พบว่าที่นี่นั้นร้างไปแล้ว แต่ยังมีคนแคระรอดชีวิตอยู่เพียงคนเดียว นั่นก็คือ อีทรี่ ธอร์จึงขอร้องให้อีทรี่สร้างสุดยอดอาวุธที่ถูกขนานนามว่า “สตรอมเบรคเกอร์”

อีทรี่ คนแคระผู้สร้างอาวุธเวทย์ (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่ยาน Sanctuary II หลังจากธานอสและกาโมร่าออกไปแล้ว เนบิวล่าก็สามารถหนีออกมาได้สำเร็จ และรีบติดต่อหาแมนทิสทันที เพื่อให้ทีมสตาร์ลอร์ดไปพบกับเธอที่ดาวไททันบ้านเกิดธานอส

ที่ดาวไททัน หลังจากยาน Q-Ship ที่ดร.สเตร้นจ์/ไอออนแมน/และสไปดี้ โดยสารมาลงจอดแล้ว ทีมสตาร์ลอร์ดที่มาถึงก่อน จากข้อมูลที่เนบิลว่าบอกให้มาพบ ก็เข้ามาโจมตีทีมโทนี่ทันที เพราะคิดว่าพวกโทนี่เป็นลูกน้องธานอส สตาร์ลอร์ดกำลังตามหาตัวกาโมร่านั่นเอง

สตาร์ลอร์ดล็อคคอสไปดี้ (Avengers 3: Infinity War)

 

แต่หลังจากทุกคนรู้ว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน จึงปรึกษากันว่า จะสู้กับธานอสยังไง ช่วงเวลานี้เองที่ดร.สเตร้นจ์ใช้ไทม์สโตนเร่งเวลาไปดูโลกคู่ขนานถึงเหตุการณ์ในอนาคต และพบว่ามีหนทางถึงสิบสี่ล้านหกร้อยห้าหนทางที่ฝ่ายตนจะแพ้ มีเพียงหนทางหนึ่งเดียวที่จะชนะธานอสได้..

ทีมสตาร์ลอร์ดและทีมโทนี่เตรียมรับมือธานอสบนดาวไททัน (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่ดาววอร์เมีย ธานอสและกาโมร่าพบกับผู้ปกป้องดูแลรักษาโซลสโตน นั่นก็คือ เร้ดสกัลล์ หรือ โหลกแดง นั่นเอง โหลกแดงนั้นถูกอำนาจอันลึกลับซับซ้อนของอินฟินิตี้สโตนสาปให้อยู่เฝ้าโซลสโตนที่หน้าผาบนดาวดวงนี้มาเนิ่นนานเกือบร้อยปีแล้ว

โหลกแดงกลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ (Avengers 3: Infinity War)

 

โหลกแดงทำหน้าที่ชี้ทางให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ต้องการครอบครองโซลสโตน โดยไม่เลือกว่าคนผู้นั้นเป็นใครมาจากไหน วิธีการคือ ใครอยากได้โซลสโตนจะต้องสละชีวิตที่ตนเองรัก เพื่อแลกกับโซลสโตน ธานอสจึงผลักกาโมร่าลงเหวเพื่อแลกชีวิต จนกระทั่งธานอสได้ครอบครองโซลสโตนสำเร็จ และกาโมร่าก็ตายลงไป..

ธานอสมีมณี 4 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่โลกมนุษย์ ฟัลคอนขับยานควินเจ็ตพาเพื่อนๆมายังวากานด้าตามพิกัดที่แคปบอก ซึ่งบัคกี้ที่ได้แขนไซเบอเนติคใหม่จากที’ชาลล่าก็มาร่วมบู๊ด้วยอีกคน

ขณะที่ชูรีกำลังจะนำมณีบนหน้าผากวิชั่นออกอย่างระมัดระวัง พร็อกซีม่า มิดไนท์ ที่ไปพาตัวคัลกลับมานำทัพสู้ ทั้งสองนำยาน Q-Ship ที่ลำเลียงกองทัพเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์เอาท์ไทรเดอร์บุกวากานด้าอย่างรวดเร็ว

คัลและพร็อกซิม่า (Avengers 3: Infinity War)

 

ทีมฮีโร่ที่โลกมนุษย์จึงออกไปต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนทันที ซึ่งวานด้าคอยอยู่เฝ้าชูรีและวิชั่นในแลป เพราะเมื่อมณีแยกจากร่างวิชั่นเมื่อไหร่ วานด้าจะใช้พลังของเธอทำลายมณีทันที สมรภูมิที่วากานด้ากำลังดุเดือดเลือดพล่านมาก ฝ่ายของมนุษย์นั้นกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ

เหล่าฮีโร่บนโลกเตรียมสู้กับแบล็คออเดอร์ (Avengers 3: Infinity War)

 

วานด้าต้องทิ้งวิชั่นไว้กับชูรี และลงมาช่วยเพื่อนสู้ คอร์วัส เกลฟ จึงได้จังหวะจึงเผยตัว หลังจากแอบมาซุ่มรออยู่นาน และโจมตีวิชั่นทันที ชูรีกับวิชั่นจึงต้องยุติกระบวนการและต้องลงไปสู้ด้วยอีกแรง

วิชั่นโดนคอร์วัสเล่นงาน (Avengers 3: Infinity War)

 

ในช่วงเวลาเดียวกันที่ไนดาเวลเลีย อีทรี่และธอร์ก็กำลังเปิดแกนดวงดาวที่ใกล้ตายอีกครั้งเพื่อสร้างอาวุธสุดยอดนี้ และกรูธ ก็ตัดมือตนเองเพื่อใช้เป็นด้ามอาวุธ หลังจากนั้นสตรอมเบรคเกอร์ก็สำเร็จเสร็จสมบูรณ์

ธอร์กำลังช่วยเปิดรูลำแสงเพื่อสร้างสตรอมเบรคเกอร์ (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่โลกมนุษย์ ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังแย่ ธอร์ก็ใช้สตรอมเบรคเกอร์เปิดสะพานไบฟรอสพากรูธและร็อคเก็ตวาร์ปมาที่วากานด้าทันที และใช้สตรอมเบรคเกอร์เรียกสายฟ้าสังหารพวกเอาท์ไทรเดอร์ไปมากมาย ทำให้ฝ่ายมนุษย์กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง

ธอร์และสหายใหม่ทั้งสอง (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่ดาวไททัน ธานอสวาร์ปกลับมาบ้านเกิด และต่อสู้กับพวกฮีโร่อย่างอุตลุต โดยมีเนบิวล่ามาช่วยสู้ด้วย ฝ่ายฮีโร่กำลังจะถอดถุงมือได้สำเร็จเพราะแมนทิสใช้พลังเธอทำให้ธานอสหมดสติ

แต่สตาร์ลอร์ดกลับปรี้ดแตกก่อน เพราะเนบิวล่าบอกว่า ธานอสกับกาโมร่าเดินทางไปหาโซลสโตนกันสองคน แต่ธานอสกลับมาคนเดียว สตาร์ลอร์ดจึงพอจะเดาได้ว่ากาโมร่าคงตายไปแล้ว

ธานอสกำลังพลาดท่าให้เหล่าฮีโร่ (Avengers 3: Infinity War)

 

ธานอสโดนสตาร์ลอร์ดต่อยหน้า สติจึงกลับมา และไล่ทุบฮีโร่มันส์มือ ฝ่ายฮีโร่พ่ายแพ้ ธานอสกำลังจะฆ่าโทนี่ แต่ดร.สเตร้นจ์ยื่นข้อเสนอมอบไทม์สโตนให้ธานอสแลกกับชีวิตโทนี่ ธานอสจึงได้ไทม์สโตนไปอีกเม็ด และยังไม่ฆ่าฮีโร่ที่สู้กับตนบนดาวไททันเลยแม้แต่คนเดียว และธานอสก็วาร์ปหายไป

ธานอสมีมณี 5 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ที่โลกมนุษย์ เหล่าลูกบุญธรรมธานอสสังกัดแบล็คออเดอร์ที่เหลืออีกสามคนคือ คัล พร็อกซีม่า และ คอร์วัส ถูกฮีโร่บนโลกมนุษย์ฆ่าตายเรียบ หลังจากนั้นธานอสก็วาร์ปมาถึง เหล่าฮีโร่เข้าโจมตีธานอสถ่วงเวลาให้วานด้าทำลายมณีบนหน้าผากวิชั่นสำเร็จ

แต่ธานอสก็ใช้พลังของไทม์สโตน ย้อนเวลากลับไปก่อนวานด้าทำลายมายด์สโตน และดึงมณีออกจากหัววิชั่นทันที ทำให้วิชั่นตายไปเพราะระบบเส้นประสาทจักรกลทั่วร่างชัทดาวน์อย่างกระทันหัน ธานอสจึงมีมณีครบแล้วในตอนนี้

ธานอสมีมณี 6 เม็ดแล้ว (Avengers 3: Infinity War)

 

ธอร์กระโดดลอยมาด้วยพลังสายฟ้าอย่างรวดเร็ว และปักขวานสตรอมเบรคเกอร์ลงไปที่หน้าอกธานอสอย่างจัง ซ้ำยังเสียบกดขวานเข้าไปในหน้าอกธานอสเข้าไปลึกๆ ธานอสกำลังจะตาย แต่ธานอสก็ใช้อำนาจลึกลับของมณี ทำให้ธานอสไม่ตาย และธานอสก็วาร์ปหายตัวไปทันที

*ไม่ขออธิบายช่วงเวลาที่ธานอสโดนธอร์เอาขวานสตรอมเบรคเกอร์ปักอก แล้วแว่บไปในนิมิตรคุยกับกาโมร่าวัยเด็ก ไปตีความกันเอาเองครับ *

หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตทั่วจักรวาล ก็เริ่มตายสลายกลายเป็นผงไปครึ่งจักรวาล ซึ่งธานอสใช้พลังของอินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชนิดที่รวมกันสังหารแบบสุ่มไปครึ่งจักรวาล..

ที่ดาวไททัน สไปดี้ก็โดนหวยแบบสุ่มตายคาอ้อมกอดโทนี่ รวมถึงฮีโร่บนดาวไททันสูญสลายตายไปแทบทั้งหมด เหลือเพียงเนบิวล่าและโทนี่ที่รอดตายบนดาวไททัน และคำพูดสุดท้ายของดร.สเตร้นจ์ที่บอกโทนี่ คือ “ตอนนั้น.. ไม่มีทางอื่น”

โทนี่ในอารมณ์สูญเสีย (Avengers 3: Infinity War)

 

บนดาดฟ้าแห่งนึงบที่ซานฟรานซิสโก ในช่วงเวลาที่ธานอสได้อินฟินิตี้สโตนครบทั้ง 6 ชนิดที่วากานด้า ดร.พิมกับเจเน็ตและโฮป ได้ส่งสก็อตเข้าไปในมิติควอนตัม เพื่อนำประจุกักเก็บอนุภาคควอนตัมออกมาจากมิติควอนตัมให้ได้จำนวนตามที่ต้องการ เพื่อนำไปรักษาโกสท์

แต่ดร.พิมกับเจเน็ตและโฮป ก็โดนพลังของอินฟินิตี้สโตนที่ธานอสใช้สังหารแบบสุ่มตายลงไปกลายเป็นผุยผงไปทั้ง 3 คน ทิ้งให้สก็อตลอยเคว้งคว้างอยู่ในมิติควอนตัมโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกภายนอก..

สามพ่อแม่ลูกก่อนโดนธานอสดีดนิ้วสลายไป (Ant-Man 2)

 

ที่ใดที่หนึ่ง ณ กระท่อมกลางป่า ธานอสในสภาพอิดโรยจากการต่อสู้นั้นวาร์ปมาโผล่ที่นี่ และออกมานั่งดูท้องฟ้าด้วยสายตาที่ค่อนข้างเศร้า ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นการยิ้มเล็กๆ

ที่นิวยอร์ค มาเรีย ฮิลล์ และ นิค ฟิวรี่ รับรู้ถึงความปั่นป่วนในเมืองได้ ผู้คนเริ่มสลายหายไปเพราะพลังของมณีที่ธานอสดีดนิ้ว ฮิลล์ก็โดนสุ่มให้ตายด้วย ฟิวรี่กำลังส่งเพจเจอร์ไปหาใครบางคน และฟิวรี่ก็สลายตายไปอีกคน ข้อความในเพจเจอร์ที่ฟิวรี่ส่งคือ สัญลักษณ์ของ Captain Marvel เพื่อนเก่าฟิวรี่ที่หายไปตั้งแต่ยุค 90′ นั่นเอง..

เพจเจอร์ที่ฟิวรี่ใช้เรียกกัปตันมาร์เวล (Avengers 3: Infinity War)


ตอนนี้ จบเท่านี้ครับ

เหลือภาพยนตร์ในเฟส 3 อีก  2 เรื่องคือ

Captain Marvel และ Avengers 4

ซึ่งฉายในปี 2019 ทั้งสองเรื่อง

ถึงตอนนั้นผมจะมาเพิ่มเนื้อหาครับ

สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ