Mission Impossible 1 (1996)

หมวดหมู่ MOVIE ผู้เขียน

Impossible Missions Force หรือเรียกย่อๆว่าหน่วย IMF คือหน่วยงานลับอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งอยู่ภายในตึกบัญชาการใหญ่ของหน่วยงานข่าวกรองลับแห่งสหรัฐอเมริกา Central Intelligence Agency หรือเรียกย่อๆว่า CIA อีกทีนึง หน่วยไอเอ็มเอฟเป็นหน่วยสายลับ ที่ซีไอเอนั้นไม่ก้าวก่ายงาน และเป็นเอกเทศอยู่ภายในตึก

 

โดยที่หน่วยงานไอเอ็มเอฟนี้จะมีอิสระในการคัดสรรบุคคล เพื่อเข้ามาฝึกฝนให้เป็นสุดยอดสายลับตัวฉกาจ อาจจะเลือกจากเจ้าหน้าที่ของซีไอเอ หรือคัดเลือกจากหน่วยงานอื่นก็ได้ หรือจากบุคคลภายนอกก็ได้ ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกคน ต้องผ่านการทดสอบก่อน จึงจะได้รับอนุญาตให้ออกไปปฎิบัติภารกิจภาคสนามได้ และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม จะไม่ค่อยกลับเข้าสำนักงานใหญ่ไอเอ็มเอฟในแลงลีย์ ถ้าไม่มีความจำเป็นหรือต้องเข้าไปสรุปงาน ก็จะระหกระเหเร่ร่อนแฝงตัวเป็นสายลับสองหน้าอยู่ที่ต่างๆทั่วโลกไปเรื่อย

แนะนำตัวละครหลัก สายลับตัวพ่อ หนึ่งเดียวคนนี้ Ethan Hunt

 

Ethan Matthew Hunt เกิดในวันที่ 18 สิงหาคม 1964 ที่เมืองซีราคิวน์ รัฐนิวยอร์ค เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ Donald Hunt และ Margaret Hunt หลังจากจบไฮสคูล อีธานก็ตัดสินใจสมัครเข้ากองทัพเพื่อรับใช้ชาติในขณะอายุเพียง 18 ปี

ปี 1982 อีธาน ฮันท์ อายุ 18 ปี อีธานได้ศึกษาเป็นทหารฝึกหัดของสุดยอดหน่วยรบอย่างหน่วย “Ranger” และอีธานก็จบหลักสูตรรุ่นที่ 75 ของหน่วยแรงเจอร์ในระยะเวลา 3 ปี

ปี 1985 อีธาน ฮันท์ อายุ 21 ปี เมื่ออีธานเรียนจบหลักสูตร ก็ได้เข้าสังกัดหน่วยแรงเจอร์ในกองพันที่สามแห่งกองทัพสหรัฐฯ ปฎิบัติการที่โดนเด่นของอีธานก็คือ Desert Storm หรือ “ปฎิบัติการพายุทะเลทราย”

ปี 1989 อีธาน ฮันท์ อายุ 25 ปี อีธานรับใช้ชาติในฐานะหน่วยแรงเจอร์ 4 ปี ก่อนที่จะออกจากกองทัพเพื่อเข้าศึกษาในมหาลัยเพนซิลวาเนีย และจบการศึกษาในระดับปริญญา สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสาขาวิศวกรรมเครื่องกล

ปี 1994 อีธาน ฮันท์ อายุ 30 ปี หลังจากเรียนจบ อีธานก็ได้เข้าไปทำงานที่หน่วยข่าวกรองลับสุดยอดของรัฐบาล นั่นคือ CIA หลังจากอีธานอยู่ซีไอเอได้ไม่นาน อีธานก็ถูกคัดเข้าไปในหน่วยงานที่ลับยิ่งกว่าลับอีกชั้น นั่นก็คือหน่วย IMF

ไอเอ็มเอฟต้องถามความสมัครใจของอีธานก่อนเบื้องต้น เพราะนี่จะเป็นหน่วยงานที่ถูกปฎิเสธการมีตัวตนจากรัฐบาล ภารกิจทุกๆอย่างจะต้องทำในเงามืดตลอด เมื่ออีธานตกลงยอมรับกับเงื่อนไข หน่วยไอเอ็มเอฟจึงให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง Jim Phelps ทำการเทรนด์สกิลสายลับขั้นแอดวานซ์ให้อีธานเข้าไปอีก ถึงอีธานจะเคยเป็นหน่วยแรนเจอร์ที่เก่งกาจมาแล้วก็ตาม และเมื่ออีธานผ่านทุกๆหลักสูตรที่จิมเทรนด์ให้ อีธานจึงเข้าสู่การเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามของไอเอ็มเอฟทันที หรือที่เรียกว่า “cover legend”

ไม่กี่เดือนต่อมา อีธานก็ถูกเลือกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไอเอ็มเอฟให้เข้าร่วมทีม เจ้าหน้าที่จอมเก๋าระดับสูงผู้นั้นก็คือ จิม เฟลป์ ผู้ที่เทรนด์อีธานมากับมือนั่นเอง และอีธานก็ทำภารกิจช่วยเหลือทีมของจิมได้อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด

 

ปี 1996 อีธาน ฮันท์ อายุ 32 ปี ในระหว่างที่อีธานและเพื่อนร่วมทีมกำลังวางแผนจัดฉากล้วงข้อมูลอาชญากรอยู่ที่เมืองเคียฟประเทศยูเครนนั้น จิมซึ่งปล่อยให้ทีมของตนทำภารกิจที่เคียฟกันเอง โดยที่ตนไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย

อีธานกำลังปลอมตัวเพื่อล้วงข้อมูลจากอาชญากรในยูเครน

และจิมก็ได้รับภารกิจใหม่จากสำนักงานใหญ่ของไอเอ็มเอฟที่แลงลีย์ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งกับสายลับอเมริกันที่แฝงตัวอยู่ทั่วโลก รายละเอียดภารกิจคือ เจ้าหน้าที่สถานทูตของสหรัฐฯประจำสาธารณรัฐเช็กที่ชื่อ Alexander Golitsyn กำลังจะขโมยข้อมูลของสายลับอเมริกันที่แฝงตัวอยู่ทั่วโลกทั้งหมด และนำรายชื่อสายลับเหล่านั้นไปขายให้ผู้ก่อการร้าย ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องมีทั้งชื่อของสายลับซีไอเอและไอเอ็มเอฟด้วย

ภารกิจจับตัวโกลิธซินและผู้ซื้อที่จิมได้รับจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

การที่จะเข้าดูรายชื่อสายลับทั้งหมดได้นั้น ต้องใช้ชุดรหัสสองชุด จึงจะเปิดเผยข้อมูลนี้ได้ แต่ตอนนี้โกลิธซินได้รหัสไปเพียงแค่ชุดเดียว ยังมีรหัสอีกชุดอยู่ที่สถานทูตสหรัฐฯในกรุงปร้ากประเทศสาธารณเช็ก ซึ่งอีกหนึ่งวันจะมีงานเลี้ยงที่สถานทูตนี้ และโกลิธซินจะใช้จังหวะนี้ขโมยข้อมูลอีกส่วน

ดังนั้นภารกิจที่ทีมไอเอ็มเอฟของจิมได้รับก็คือ แฝงตัวสะกดรอยตามโกลิธซินไปในงานเลี้ยง ถ่ายรูปการจารกรรมนี้มา และติดตามโกลิธซินไปจนถึงตัวผู้ซื้อ ก่อนที่จะรวบตัวมาให้ได้ทั้งหมด จิมจึงรวมทีมที่เซฟเฮาส์ในกรุงปร้าก และอธิบายแผนการและขั้นตอนภารกิจจับตัวโกลิธซินและผู้ซื้อคนนี้ 

อเล็กซานเดอร์ โกลิธซิน เจ้าหน้าที่สถานทูตของสหรัฐฯประจำสาธารณรัฐเช็กผู้ทรยศขายชาติ

 

หน้าที่แต่ละคนในทีมไอเอ็มเอฟของจิมก็คือ :

Jim Phelps จิมหัวหน้าทีม จะสั่งการและสื่อสารกับทุกคนในทีมที่เซฟเฮ้าส์ ซึ่งเซฟเฮาส์นี้อยู่ใกล้ๆสถานทูตไม่กี่ช่วงตึก และจิมจะสั่งการระบบทุกๆอย่างเห็นกล้องทุกๆตัวในสถานทูตที่ Jack Harmon จะส่งมาให้

Jack Harmon แจ็คจะลอบเข้าไปอยู่ในช่องลิฟท์ เพื่อแฮคระบบ รปภ. ของสถานทูต และทำการเชื่อมต่อระบบทุกอย่างในสถานทูตเพื่อควบคุมเอง และส่งระบบควบคุมนี้ไปให้จิมที่เซฟเฮ้าส์

แจ็ค แฮมม่อน กับ ซาร่า เดวี่ส์

 

Sarah Davies และ Ethan Hunt อีธานจะปลอมตัวเป็นวุฒิสมาชิกวอเซอร์เข้าไปในงานเลี้ยง ส่วนซาร่าจะปลอมตัวเป็นผู้รับรองวุฒิสมาชิก ก่อนที่ทั้งสองจะลอบลงไปชั้นใต้ดินซึ่งเป็นห้องที่มีรายชื่อสายลับชุดอีกชุดนึงอยู่ เพื่อตั้งแว่นตาที่มีกล้องบันทึกภาพขณะที่โกลิธซินกำลังจารกรรมนั่นเอง และทั้งคู่จะออกมารอโกลิธซินข้างนอก เพื่อสะกดรอยตามต่อไป

Hannah Williams ฮานน่าจะแฝงตัวไปเป็นหนึ่งในแขกในงานเลี้ยง และจะอยู่บันไดชั้นสอง เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของโกลิธซินในมุมสูง และรายงานให้เพื่อนร่วมทีมทราบอย่างต่อเนื่อง เมื่อฮานน่าเสร็จสิ้นหน้าที่ นั่นคือโกลิธซินลงลิฟท์ไปชั้นใต้ดินแล้ว เธอจะออกไปขึ้นรถของ Claire Phelps เพื่อทำภารกิจต่อไป

แคลร์ เฟลป์

 

Claire Phelps (เมียจิม) จะรออยู่ในรถข้างนอก เพื่อรอให้อีธานและซาร่าแจ้งมาว่า โกลิธชินขึ้นยานพาหนะใดไป และแคลร์กับฮานน่าจะขับรถสะกดรอยตามไปหาตัวผู้ซื้อที่โกลิธซินจะต้องไปพบนั่นเอง

 

เมื่อถึงเวลาปฎิบัติบัติการณ์

โกลิธซินก็เข้าไปขโมยข้อมูลชุดที่สองตามแผน อีธานและซาร่าไปตั้งแว่นตากล้องวีดีโอสอดแนมไว้ในห้องข้อมูลตามแผนเช่นกัน เพื่อจับภาพขณะโกลิธซินขโมยข้อมูล และฮานน่าก็ถอนตัวออกไปจากภารกิจเป็นคนแรก เพราะงานเฝ้าระวังของเธอเสร็จสิ้นแล้ว

ฮานน่าห์ วิลเลี่ยม กับภารกิจจับตาโกลิธซิน

 

แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อลิฟท์เลื่อนขึ้นไปชั้นบนสุดโดยมีใครบางคนกดคำสั่ง ซึ่งในช่องลิฟท์มีแจ็คสายลับฝ่ายเทคนิคอยู่ในนั้น ทำให้แจ็คถูกดันขึ้นไปชั้นบนสุดอัดกับเหล็กแหลมนิรภัยตาย 

เมื่อแจ็คตายไปหนึ่งคนแล้ว จิมก็รีบสั่งยกเลิกภารกิจทันที และออกไปจากเซฟเฮ้าส์วิ่งไปบนสะพานซึ่งอยู่ระหว่างเซฟเฮ้าส์กับสถานทูตเพื่อหาทางช่วยลูกทีม

แจ็ค แฮมม่อน โดนสังหารเป็นคนแรกในช่องลิฟท์

 

ทางด้านซาร่าและอีธานนั้น หลังจากรับรู้ว่าแจ็คเพื่อนร่วมทีมโดนสังหารไปหนึ่งคน อีธานและลูกทีมของจิมทุกคนซึ่งด้รับคำสั่งจากจิมให้ยกเลิกภารกิจแต่อีธานไม่ฟัง จังหวะเดียวกันนั้น โกลิธซินก็ออกมาจากสถานทูต

อีธานตั้งใจทำภารกิจให้เสร็จ จึงตามโกลิธซินไปเพื่อหาตัวผู้ซื้อ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นอีธานก็ได้รับการติดต่อมาจากจิม ว่าจิมกำลังถูกใครบางคนติดตามขณะอยู่บนสะพาน 

อีธานจึงให้ซาร่าตามโกลิธซินไปเพียงคนเดียว ส่วนตัวอีธานรีบวิ่งไปหาจิมเพื่อช่วยเหลือ ระหว่างทางอีธานก็เห็นแคลร์ภรรยาของจิมรออยู่ในรถเพื่อทำภารกิจต่อไป ทั้งคู่สบตากับแวบเดียว อีธานก็รีบมุ่งไปหาจิม

แคลร์นั่งรอคำสั่งภารกิจต่อไปอยู่ในรถ

 

แต่แล้วอีธานก็ได้ยินจิมโดนยิงจากปืนเก็บเสียงสองนัด เมื่ออีธานก้มดูนาฬิกาข้อมือซึ่งบนหน้าปัดเป็นภาพที่ส่งมาจากแว่นตาของจิม อีธานก็ได้เห็นปืนแวบนึง กับมือจิมจับเสื้อที่ชุ่มเลือด

หลังจากนั้นจิมก็กำลังจะตกลงจากสะพานลงสู่แม่น้ำ อีธานรีบวิ่งไปอีกเพียงครู่เดียว ก็ถึงยังจุดบนสะพานที่จิมโดนยิง แต่ไม่ทันเสียแล้ว จิมตกสะพานลงไปในแม่น้ำแล้ว และอีธานก็ไม่พบมือสังหาร

จิมโดนมือสังหารลึกลับยิงตกสะพานไป

 

เมื่ออีธานพบว่า ภารกิจนี้พังไม่เป็นท่า แจ็คตายแบบไม่ทราบสาเหตุ จิมก็โดนเก็บไปแล้วอีกคน อีธานจึงสื่อสารย้ำกับทุกคนในทีมให้ถอนตัวอีกครั้ง และรีบวิ่งกลับไปหาซาร่า

ฮานน่าซึ่งถอนตัวออกมากำลังจะเปิดประตูขึ้นรถแคลร์ แต่แล้วรถคันนั้นก็ระเบิด ซึ่งอีธานเห็นรถระเบิดคาตาขณะกำลังวิ่งกลับพอดี นั่นจึงหมายความว่าทั้งแคลร์และฮานน่าห์ตายจากรถระเบิดทั้งคู่ไปอีกสองคน

รถที่แคลร์และฮานน่าห์นั่งอยู่ระเบิดต่อหน้าต่อตาอีธาน

 

ตอนนี้อีธานเหลือเพียงซาร่าคนเดียวในทีมภารกิจนี้ อีธานจึงรีบวิ่งกลับไปหาซาร่า แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว ซาร่ากับโกลิธซินก็โดนใครบางคนลอบสังหารทั้งคู่ มือสังหารผู้นั้นยังนำเอาข้อมูลสายลับซึ่งอยู่ในตัวโกลิธซินไปทั้งหมดอีกด้วย

อีธานพยายามค้นตัวของโกลิธซินก็ไม่พบดิสท์ข้อมูลที่โกลิธซินขโมยมา ตำรวจปร้ากก็กำลังมาพอดี อีธานจึงต้องหนีไปก่อน และบัดนี้ อีธานคิดว่าเพื่อนในทีมของตนเองนั้นตายไปหมดทุกคนแล้ว..

ซาร่า เดวี่ส์ ตายเป็นคนสุดท้ายที่บริเวณตรอกข้างๆสถานทูตสหรัฐฯในปร้าก

 

อีธานโทรศัพท์ตู้สาธารณะติดต่อไปหา Eugene Kittridge เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไอเอ็มเอฟทันที และรายงานว่า ทีมของตนเองโดนกำจัดไปทั้งหมด ภารกิจก็ล้มเหลว โกลิธซินก็โดนสังหารไปแล้วเช่นกัน และดิสท์ที่มีข้อมูลสายลับก็ถูกมือลึกลับไม่ทราบฝ่ายช่วงชิงไปแล้ว

คิตทริดจ์จึงสั่งให้อีธานไปพบกับตนเองที่จุดนัดพบในร้านอาหารกลางเมืองแห่งนึงที่กรุงปร้ากในอีกหนึ่งชั่วโมง นั่นทำให้อีธานเริ่มสะกิดใจ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างคิตทริดจ์จึงมาอยู่ที่ปร้ากพอดิบพอดีในเวลาเช่นนี้ นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญแน่ แต่อีธานก็รับคำสั่งไปพบที่จุดนัดแต่โดยดี

อีธาน ฮันท์ และ ยูจีน คิตทริดจ์ นัดพบกับที่ ” Green Point ” หรือจุดปลอดภัย

 

เมื่อคิตทริดจ์และอีธานสนทนากัน อีธานจึงจับได้ว่าคิตทริดจ์ส่งไอเอ็มเอฟอีกทีมประกบตัวทีมของตนอีกทีนึง และทีมไอเอ็มเอฟเหล่านั้นก็อยู่ในร้านอาหารแห่งนี้ขณะที่กำลังคุยกันด้วย

คิตทริดจ์จึงเล่าให้อีธานฟังถึงภารกิจที่แท้จริงในปฎิบัติการนี้ นั่นคือการหาตัวหนอนบ่อนไส้ เพราะจริงๆแล้วรายชื่อสายลับทั่วโลกทั้งหมดนั้นถูกเก็บไว้ที่แลงลีย์ แต่ที่ไอเอ็มเอฟปล่อยข่าวลวงไปว่า รายชื่ออยู่ในสถานทูตที่ปร้าก ก็เพราะว่า ไอเอ็มเอฟจับได้ว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กร โดยที่หนอนบ่อนไส้คนนี้ทำให้ปฎิบัติการของไอเอ็มเอฟโดนเปิดเผย และทำให้ภารกิจล้มเหลวไปหลายครั้งในรอบสองปีที่ผ่านมา

ไอเอ็มเอฟจึงต้องการจับสายลับหนอนบ่อนไส้ผู้นี้ให้ได้ว่าเป็นใคร จนกระทั่งไอเอ็มเอฟแกะข้อมูลได้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ล้มภารกิจไอเอ็มเอฟตลอดสองปีที่ผ่านมาก็คือ นักค้าอาวุธยุโรปตัวอันตรายที่ใช้ชื่อว่า MAX โดยหนอนบ่อนไส้คนนี้ขายข้อมูลให้กับแม๊กซ์นั่นเอง ไอเอ็มเอฟยังสืบทราบมาอีกด้วยว่า แม็กซ์และหนอนบ่อนไส้นั้น ใช้การติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ต โดยมีแค่เบาะแสชื่ออีเมลของหนอนคนนี้ว่า “JOB 3:14”

และปฎิบัติการจับตัวหนอนบ่อนไส้ก็มาถึง เพราะเมื่อไอเอ็มเอฟสืบรู้ว่า แม็กซ์ต้องการรายชื่อสายลับอเมริกันทั่วโลก โดยที่แม็กซ์ติดต่อซื้อตัวโกลิธซินให้ไปจารกรรมข้อมูลนั้น ไอเอ็มเอฟจึงสร้างหลักฐานลวงว่า การจะเข้าถึงข้อมูลรายชื่อสายลับอเมริกัน ต้องเข้าไปเอามาจากห้องลับใต้ดินในสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงปร้ากนี่เอง และแน่นอนซะเหลือเกินว่า แม็กซ์ก็ต้องจ้างหนอนบ่อนไส้คนเดิมมาทำการจารกรรมนี้ด้วย จึงเข้าทางไอเอ็มเอฟในการหาตัวหนอนบ่อนไส้

นั่นก็คือภารกิจที่แท้จริงซึ่งจิมได้รับ คือจับตัวหนอนบ่อนไส้ แต่จิมก็ไม่รู้ภารกิจที่แท้จริงของไอเอ็มเอฟ 

ในเมื่อทุกๆคนในทีมของอีธานตายไปหมด ไอเอ็มเอฟจึงต้องการจับตัวอีธานกลับไปสอบสวนที่แลงลีย์ข้อหาหนอนบ่อนไส้ แต่อีธานก็ใช้ระเบิดหมากฝรั่งของแจ็คระเบิดตู้ปลาในร้าน และอาศัยจังหวะชุลมุนหนีมาได้

อีธานไม่ยอมโดนใส่ความแบบนี้ และหนีไปง่ายๆอย่างแน่นอน อีธานจึงกลับไปที่เซฟเฮ้าส์ เพื่อหาหนทางสืบค้นความจริง พร้อมกับค้นเซฟเฮ้าส์เพื่อหาเงินทุนเพื่อดำเนินแผนการต่อไป

อีธานคิดหาทางออกได้ นั่นก็คือต้องติดต่อแม็กซ์และเตือนแม็กซ์ว่าข้อมูลสายลับนั้นเป็นของปลอม โดยที่อีธานมีเพียงเบาะแสเดียว คือคำว่า JOB 3:14 ที่หนอนใช้เป็นชื่ออีเมล อีธานพิมพ์ข้อความเตือนภัยนี้ไปให้แม็กซ์ และอีธานก็ส่งหว่านไปทั่วทุกๆอีเมลที่ชื่อเกี่ยวข้องกับคำว่า JOB 3:14 และ MAX อย่างไม่มีจุดหมาย เวลาที่เหลือคือรอให้แม็กซ์ตัวจริงติดต่อกลับมา

แคลร์ภรรยาของจิมก็กลับมาพอดีระหว่างที่อีธานกำลังรอแม็กซ์ติดต่อกลับมา ซึ่งตอนนั้นอีธานเห็นรถของแคลร์ระเบิดกับตาตัวเอง จึงคิดว่าแคลร์คือหนอนบ่อนไส้คนนั้นแน่ๆ จึงรอดมาได้ แต่แคลร์ก็พูดจนอีธานเชื่อ ว่าเธอไม่รู้เรื่อง

แคลร์กลับมาเซฟเฮ้าส์ลับของทีม หลังจากหายตัวไปหลายชั่วโมง

 

ผ่านมาจนเช้า แม็กซ์จึงติดต่อกลับมาทางอีเมลเพื่อนัดเจอตัวอีธาน โดยงานนี้อีธานต้องไปคนเดียว และให้แคลร์เฝ้าเซฟเฮ้าส์ไว้ เมื่ออีธานเจอกับแมกซ์ จึงพบว่าผู้ค้าอาวุธเถื่อนที่มีอิทธิพลที่สุดในยุโรปนั้น เป็นหญิงวัยห้าสิบกว่าปี

แม็กไม่เชื่อว่าข้อมูลที่หนอนบ่อนไส้ของเธอนำมาให้เป็นของปลอม แต่อีธานก็ท้าให้พิสูจน์ ว่าถ้าเมื่อใดที่แม็กซ์พยายามนำรหัสสองชุดที่ได้มา และนำมารวมกันเพื่อถอดรหัสรายชื่อสายลับเมื่อไหร่ หน่วยไอเอ็มเอฟของตนจะบุกมาที่นี่ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีแน่นอน

MAX ต่อรองธุกิจกับ Ethan Hunt

 

และก็เป็นอย่างที่อีธานว่าจริงๆ ทันทีที่แม็กซ์นำข้อมูลสองอันมารวมกัน ตำรวจปร้ากและซีไอเอรวมถึงหน่วยไอเอ็มเอฟก็กรูเข้ามายังห้องพักของแม็กซ์ทันทีเช่นกัน แต่แม็กซ์ก็พาอีธานหลบออกมาได้ทันเวลา อีธานจึงเสนอรายชื่อสายลับของจริงให้แม็กซ์ โดยตนเองจะเป็นคนจารกรรมมาให้ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องนัดเจอตัวหนอนบ่อนไส้ที่ชื่อ JOB มาพบกับตน พร้อมกับพันธบัตรรัฐบาลสิบล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐฯ และแม็กซ์ก็ตกลง พร้อมกับให้เงินทุนดำเนินการส่วนนึงกับอีธานเบื้องต้นก่อนด้วย

อีธานและแคลร์จึงต้องหาสมาชิกเพิ่มเติมในการจารกรรมข้อมูลรายชื่อสายลับครั้งนี้ และมีรายชื่อสายลับเก่าปลดระวางขึ้นมาสองชื่อที่อีธานและแคลร์สนใจ นั่นก็คือ Luther Stickell เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค และเป็นสุดยอดแฮคเกอร์ในตำนาน ลูเธอร์คือผู้เดียวในโลกที่เคยแฮคระบบนาโต้ได้ อีกคนนั้นแคลร์เป็นคนเลือกเอง นั่นก็คือ Franz Krieger อดีตสายลับมือสังหาร ที่เชียวชาญในการขับขี่ยานพาหนะแทบทุกชนิดบนโลก 

ลูเธอร์และแฟรงค์ผู้ซึ่งอีธานจ้างมาปฎิบัติภารกิจชั่วคราวเท่านั้น

 

อีธานอธิบายปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้นี้ให้กับลูเธอร์และครีเกอร์ว่า ต้องเข้าไปจารกรรมข้อมูลรายชื่อสายลับของจริงอันนี้ ในตึกบัญชาการใหญ่ซีไอเอที่แลงลีย์ และเมื่อทั้งสองตกลง ทีมเฉพาะกิจปฎิบัติการเป็นไปไม่ได้ของอีธาน ซึ่งมีทั้งหมดสี่คน ก็ลอบกลับเข้าไปในสหรัฐทันที

โดยภารกิจนี้ ลูเธอร์จะควบคุมระบบทางเทคนิคและการสื่อสารอยู่บนรถดับเพลิงที่เตรียมไว้เพื่อหนี แคลร์จะนำยาอันตรายอ่อนๆไปลอบใส่ในแก้วกาแฟของ William Donloe เพื่อทำให้คลื่นไส้ ซึ่งจนท.ดอนโลก็คือผู้เฝ้าห้องนิรภัยที่มีข้อมูลรายชื่อสายลับ

เมื่อแคลร์เฝ้าดูจนเรียบร้อยแล้วว่า จนท.ดอนโลอ้วกอยู่ในห้องน้ำไปอีกนานแน่นอน แคลร์ก็จะถอนตัวออกมาจากตึกไปขึ้นรถลูเธอร์เป็นคนแรก ด้านทางอีธานต้องหย่อนตัวลงไปจากช่องแอร์บนเพดาน โดยที่ตัวเองต้องไม่สัมผัสกับพื้นห้อง เพราะห้องนิรภัยนี้เป็นห้องควบคุมอุณหภูมิและน้ำหนัก และครีเกอร์ก็อยู่บนช่องแอร์คอยเป็นคนดึงเชือกคอนโทรลอีธานให้ค่อยๆหย่อนตัวลงไป

ปฎิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission: Impossible 1(1996)

 

เมื่อแผนการจารกรรมข้อมูลสำเร็จ ลูเธอร์จึงเปิดสัญญาณเพลิงไหม้ และรถดับเพลิงก็มายังตึกบัญชาการใหญ่ซีไอเอ ทางอีธานและครีเกอร์ก็ปลอมตัวเป็นจนท.ดับเพลิง และอาศัยช่วงชุลมุนออกมาขึ้นรถดับเพลิงที่ลูเธอร์และแคลร์รออยู่เพื่อหนี

ปฎิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ครั้งนี้ก็สำเร็จไปด้วยดี หลังจากนั้นทีมจารชนเฉพาะกิจของอีธาน ก็หลบไปกบดานกันที่เซฟเฮ้าส์ลับในลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อหาเวลานัดกับแม็กซ์ในการส่งมอบรายชื่อสายลับให้กับแม็กซ์ในประเทศใดประเทศนึงในยุโรป

คิตทริดจ์ต้องการบีบให้อีธานออกมามอบตัว จึงยัดข้อหาแม่กับน้าเขยของอีธานว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติด อีธานจึงไปที่สถานีรถไฟในลอนดอน และใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรไปหาคิตทริดจ์ คิตทริดจ์จึงรีบให้เจ้าหน้าที่แกะรอยตรวจหาพิกัดที่แน่นอนของปลายสายฝั่งอีธานโดยด่วน

อีธานรอเวลาในการถือสายโทรศัพท์จนแน่ใจว่า คิตทริดจ์ได้พิกัดรวมว่าอยู่ในอังกฤษ แต่ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน หลังจากนั้นอีธานก็ตัดสาย เพราะนี่คือวิธีบอกใบ้ของอีธาน เพื่อให้คิตทริดจ์ตามมาจับตัวแม็กซ์และหนอนบ่อนไส้ตัวจริงนั่นเอง

และก็ได้ผล คิตทริตจ์เข้าใจความหมายที่อีธานสื่อ ว่าต้องการให้ตนตามไปลอนดอน แต่คิตทริตจ์ก็ยังไม่รู้ว่าทำไม อย่างไรก็ตาม คิตทริดจ์ก็รีบมุ่งหน้าไปลอนดอนทันที

หลังจากอีธานวางสายโทรศัพท์แล้ว อีธานก็ตกใจมากที่พบว่า จิม เฟลป์ หัวหน้าทีมของตนยังไม่ตายและมาดักรอพบตนที่นี่ จิมและอีธานไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟที่สถานีรถไฟในลอนดอน

จิมเล่าให้อีธานฟังว่า ตอนตกสะพานไปนั้นตนเองยังไม่ตาย และหลบไปสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้มา และจิมก็บอกอีธาน ว่าตนรู้แล้วว่าคนทรยศหรือหนอนบ่อนไส้คนนั้นคือ ยูจีน คิตทริดจ์

จิมกำลังบอกว่าคิตทริดจ์เป็นผู้ทรยศ

 

แต่อีธานปะติดปะต่อเรื่องราวได้เองแล้วว่า จิมคือผู้ทรยศและหนอนบ่อนไส้คนนั้นนั่นเอง และจิมกับครีเกอร์ก็ร่วมมือกัน เพราะคืนนั้นจิมจ้างครีเกอร์มาช่วยเหลือในภารกิจสังหารลูกทีมตนเองในครั้งนั้นด้วย ซึ่งครีเกอร์คือผู้ที่สังหารโกลิธซินกับซาร่า และขโมยข้อมูลสายลับปลอมทั้งสองอันมาให้จิมกับแม็กซ์

เพื่อนๆในทีมที่เหลือก็ล้วนแล้วแต่ตายไปเพราะฝีมือจิมกับครีเกอร์ แต่อีธานก็ตามน้ำแกล้งทำเป็นเออออกับจิมไปก่อน ซึ่งตอนนี้อีธานวางแผนเปิดโปงความชั่วของจิมให้คิตทริจด์รับรู้ ตนเองและแม่กับน้าเขยของตนจะได้พ้นข้อหาร้ายแรงที่คิตทริดจ์ยัดให้

เช้าวันรุ่งขึ้น คิตทริดจ์ก็เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากแลงลีย์มาถึงลอนดอน และทันทีที่คิตทริดจ์ถึงลอนดอน คิตทริดจ์ก็ได้รับพัสดุลึกลับที่ถูกส่งมาให้ ในซองเอกสารนั้นมีตั๋วรถไฟฟ้าลอนดอน-ปารีสเวลาเที่ยง พร้อมกับนาฬิกาสายลับเพื่อดูภาพจากแว่นตาสายลับคู่กัน ซึ่งพัสดุนี้อีธานเป็นคนส่งให่คิตทริดจ์เอง ทั้งหมดคือแผนที่อีธานวางเอาไว้ นั่นจะทำให้คิตทริดจ์เห็นภาพปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อจับคนทรยศของทีมอีธาน โดยที่ผู้รู้แผนการนี้มีเพียงลูเธอร์และอีธานเท่านั้น

บนรถไฟฟ้าสายลอนดอน-ปารีสในตอนเที่ยงนั้น อีธานก็เปิดโปงทั้งแม็กซ์และจิมให้คิตทริดต์รับรู้ได้หมด รวมถึงยังรู้ด้วยว่าแคลร์ก์คือหนึ่งในผู้ทรยศเช่นกัน และแคลร์ก็ตายในเหตุการณ์จับคนทรยศนี้ รวมถึงจิมและครีเกอร์ก็ตายด้วยเหตุคอปเตอร์ตกและระเบิดในอุโมงค์รถไฟนั่นเอง

คิตทริดจ์ไม่จับแม็กซ์ หากแต่ให้แม็กซ์ช่วยเหลือกันด้านข้อมูลกับไอเอ็มเอฟต่อไป อีธานกลับไปแฝงตัวอย่างลับๆในที่ใดที่นึงในยุโรปตามเดิม เพื่อรอคำสั่งภารกิจใหม่ ลูเธอร์ก็ได้เข้าประจำการเป็นเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟในแลงลีย์ แม่และน้าเขยอีธานก็พ้นข้อกล่าวหาค้ายาเสพติด

อีธานร่ำลาลูเธอร์ก่อนที่จะแฝงตัวเข้าสู่เงามืดในยุโรปอีกครั้ง

จบครับ ภาคสองจะตามมาเร็วๆนี้ครับ สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ