Mission Impossible 2 (2000)

หมวดหมู่ MOVIE ผู้เขียน

Dr. Nekhorvich และ Dr.Gradski ทั้งคู่เป็นนักวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยาโมเลกุล และทำงานให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่ ชื่อ BIOCYTE pharmaceuticals (ไบโอไซต์ ฟามาซูติคอล) ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เมืองซิดนีย์ งานของทั้งคู่ก็คือ ร่วมกันวิจัยเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงชนิดต่างๆที่มีในโลก เพื่อผลิตสูตรยามารักษาเชื้อไวรัสเหล่านั้นให้ได้ผลที่สุด

ดร.วลาดิเมียร์ เนคโครวิช

และจากการผสมเชื้อไวรัสอันตรายหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งคู่ก็ให้กำเนิดไวรัสร้ายแรงที่สุดในโลกชนิดใหม่ขึ้นมา และทั้งคู่เรียกมันว่า Chimera (ไคเมร่า) ซึ่งไคเมร่าสามารถแพร่เชื้อทางอากาศได้ ถือว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอย่างมาก และผู้ติดเชื้อไคเมร่าจะถึงเส้นตายที่รักษาไม่ได้เลยคือ 20 ช.ม.ก่อนที่จะตายในอีก14 ชม.ต่อมา นั่นหมายถึงตั้งแต่ติดเชื้อ มีเวลาแค่เพียง 34 ชม.เท่านั้น

ภาพการทำงานขณะที่เชื้อไคเมร่ากำลังแทรกซึมเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือด

 

เพื่อเป็นการท้าทายในความรู้ความสามารถตนเอง นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองกลับไม่ทำลายไคเมร่า หากแต่พยายามสร้างสูตรยามารักษาเชื้อไวรัสนี้แทน เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้ไม่สามารถฆ่ามันได้ด้วยยาปฏิชีวนะธรรมดา ซึ่งยารักษาไวรัสไคเมร่านี้ทั้งคู่ก็ตั้งชื่อมันไว้ล่วงหน้าแล้วว่า Bellerophon (เบลเลโรฟอน)

John C. McCloy เจ้าของบริษัทไบโอไซต์รับรู้เรื่องเชื้อไวรัสร้ายแรงที่ชื่อว่าไคเมร่านี้ และเห็นช่องทางทำเงินมหาศาล จากการปล่อยเชื้อไคเมร่าไปสู่ประเทศต่างๆ และบริษัทของตนก็จะจำหน่ายยารักษาที่ชื่อเบลเลโรฟอนนั่นเอง แมคคลอยจึงบีบบังคับให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองสร้างยารักษาที่ชื่อเบลเลโรฟอนให้สำเร็จโดยเร็ว แต่นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองนั้นยังอยู่ในขั้นตอนค้นคว้า ซึ่งยังไม่สมบูรณ์

จอห์น ซี. แมคคลอย เจ้าของบริษัทไบโอไซต์ ฟาร์มาซูติคอล

แมคคลอยใจร้อน นึกว่าทั้งคู่ถ่วงเวลา จึงลอบแพร่เชื้อไคเมร่าให้ดร.กร้าดสกี้อย่างลับๆ เพื่อบีบให้ดร.เนคโครวิชสร้างเบลเลโรฟอนให้สำเร็จซักที ในที่สุดดร.เนคโครวิชก็ผลิตเบลเลโรฟอนสำเร็จ แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะดร.กร้าดสกี้ผ่านช่วงการติดเชื้อไป 20 ชม.แล้ว และเกินจุดเยียวยาได้ ดร.กร้าดสกี้ จึงตายลงไปด้วยเชื้อไวรัสไคเมร่าภายใน 34 ชม.นั่นเอง

ดร.กร้าดสกี้เสียชีวิตภายใน 34 ชม. หลังจากการติดเชื้อไคเมร่า

ดร.เนคโครวิชพอจะรู้บ้างว่าแมคคลอยคือผู้นำเชื้อไวรัสไคเมร่ามาแพร่ใส่ดร.กร้าดสกี้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ จึงได้แต่เก็บงำไว้ และแสร้งทำงานวิจัยต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา

ดร.เนคโครวิชต้องการจะเก็บสูตรยานี้ไว้เป็นความลับ จึงฉีดเชื้อไวรัสไคเมร่าเข้าตนเอง และส่งบันทึกวีดีโอของตนไปหาดิมิทรีเพื่อนเก่า ซึ่งดิมิทรีเป็นนามแฝงของ อีธาน ฮันท์ เพื่อให้ดิมิทรีอารักขาตนเองหนีไปกบดานที่แอตแลนต้า และไอเอ็มเอฟก็ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง Swanbeck มาทำหน้าที่บัญชาการแผนพาดร.เนคโครวิชหนี

Mission Commander สวอนเบ็ค

แต่เนื่องจากสวอนเบ็คตามหาตัวอีธานไม่เจอ เพราะอีธานกำลังหลบไปพักร้อน ซึ่งสวอนเบ็คตามหาตัวอีธานไม่ทันเวลา เนื่องด้วยดร.เนคโครวิชให้เวลาอีธานไปพบที่ซิดนีย์เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง และมีเงื่อนไขว่าดร.เนคโครวิชต้องถึงที่หมายก่อน 20 ชม.อีกด้วย

สวอนเบ็คจึงจำใจต้องส่งจารชนนักฆ่ารับจ้าง Sean Ambrose (ฌอร์น แอมโบรส) ปลอมตัวไปเป็นอีธานทำภารกิจอารักขานี้แทน ซึ่งสวอนเบ็คมักใช้งานแอมโบรสให้ทำเรื่องชั่วๆบ่อยๆแทนอีธาน และแอมโบรสก็ปลอมตัวเป็นอีธานบ่อยครั้ง

อีธาน ฮันท์ และ ฌอร์น แอมโบรส

แอมโบรสใช้เวลาสืบเรื่องราวของดร.เนคโครวิชเพียงชั่วครู่ ก็พบว่านักวิทย์ฯผู้นี้กำลังทำงานวิจัยเชื้อไวรัสไคเมร่าและยารักษาเบลเลโรฟอนอยู่ แอมโบรสเห็นช่องทางทำเงินจากสูตรยาตัวนี้ จึงวางแผนซ้อนแผนอีกทีในการช่วงชิงสูตรยา

แอมโบรสจึงจัดทีมเพื่อยึดเครื่องบินที่ดร.เนคโครวิชโดยสารมา โดยการให้ลูกน้องวายร้ายคนสนิทที่ชื่อ Hugh Stamp (ฮิวจ์ สแตมป์) ปลอมตัวเป็นกัปตันนักบินที่หนึ่ง

และพอเครื่องบินเข้าใกล้เทือกเขาเอลฟ์จุดหมายของแผนการนี้ ฮิวจ์ก็สั่งให้ทุกคนบนเครื่องบินใส่หน้ากากออกซิเจน ซึ่งในหน้ากากนี้ก็ปล่อยยาสลบอ่อนๆเข้าไป ทำให้คนบนเครื่องบินหมดสติทั้งลำ และฮิวจ์ก็ตั้งระบบขับเครื่องบินลำนี้ให้พุ่งลงไปชนเทือกเขาเอลฟ์

ฮิวจ์ สแตมป์ จารชนนักฆ่าฝีมือฉกาจ ลูกน้อง ฌอร์น แอมโบรส

แต่ดร.เนคโครวิชไม่ยอมใส่หน้ากากออกซิเจน แอมโบรสจึงเร่งรัดสรุปให้จบ โดนการซัดดร.เนคโครวิชให้สลบไป และช่วงชิงวัคซีนเบลเลโรฟอนมา แต่แอมโบสไม่มีไวรัสไคเมร่า เนื่องจากแอมโบรสไม่รู้ว่า เชื้อไวรัสนั้นอยู่ในเลือดของดร.เนคโครวิชนั่นเอง

ทุกคนในทีมนักฆ่าของแอมโบรส จึงรีบกระโดดร่มหนีลงไปบริเวณเทือกเขาเอลฟ์ ก่อนที่ในไม่กี่นาที เครื่องบินพาณิชย์ที่มีผู้โดยสารทั้งลำจะชนกับเทือกเขาเอลฟ์และตายยกลำ ที่แอมโบรสทำเช่นนี้ ก็เพื่อทำลายหลักฐานการขโมยยาเบลเลโรฟอน

ทีมจารชนของแอมโบรสกำลังเตรียมตัวกระโดดลงจากเครื่องบิน

 

ผ่านไปหลายวัน.. เจ้าหน้าที่สวอนเบ็ครู้แค่เพียงว่า แอมโบรสจัดฉากอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ และนำเอาสิ่งที่เรียกว่าไคเมร่าไป แต่สวอนเบ็คก็ยังไม่รู้อยู่ดี ว่าไคเมร่าคืออะไร เป็นอะไร สวอนแบ๊คมีเบาะแสแค่คำว่าไคเมร่า สวอนเบ็คจึงตามหาตัวอีธานให้วุ่น

 

ปี 2000 อีธาน ฮันท์ อายุ 36 ปี กระทั่งสวอนเบ็คพบอีธานใช้เวลาพักร้อนในการปีนหน้าผา สวอนเบ็คจึงส่งภารกิจใหม่ให้อีธาน นั่นคืออีธานต้องตามหาสิ่งที่เรียกว่า ไคเมร่า และอีธานต้องจัดทีมทำภารกิจ

ซึ่งมีข้อแม้ว่า หนึ่งในทีมนี้ต้องเป็นหัวขโมยระดับต้นๆของวงการ และเป็นเพียงพลเรือนหญิงที่ชื่อ Nyah Nordoff-Hall (ไนย่า นอร์ดอฟฟ์-ฮอลล์) ซึ่งอีธานมีเวลา 48 ชม. ในการนำตัวไนย่ามาร่วมทีม และอีธานต้องไปพบกับสวอนเบ็คที่เมืองเซวิลในประเทศสเปน

ที่ใดที่หนึ่งในยุโรป อีธานจึงไปล่อจับตัวไนย่า ขณะที่เธอกำลังจะขโมยสร้อยเพชรของมหาเศรษฐี แต่ไนย่าไม่ยอมอ่อนข้ออีธานง่ายๆ จนกระทั่งอีธานตื๊อจนไนย่าใจอ่อน จนยอมตามอีธานมาที่เมืองเซวิล และทั้งคู่ก็มีเซ็กส์กัน

ไนย่าและอีธาน

 

ในคืนนั้น อีธานก็เข้าไปพบกับสวอนเบ็ค และรู้แผนการที่แท้จริงของสวอนเบ็ค ว่าต้องการให้ไนย่าลอบเข้าไปใกล้ชิดแอมโบรส เพราะไนย่ากับแอมโบรมเคยเป็นแฟนเก่ากัน แต่ไนย่าทิ้งแอมโบรสมาได้ 6 เดือนแล้ว และหลบลี้หนีหน้าแอมโบรสมาตลอด โดยที่แอมโบรสก็พยายามตามหาตัวไนย่า แต่ก็ไม่เคยพบ

อีธานนั้นแม้ไม่เต็มใจจะใช้งานไนย่า แต่ก็ต้องลองถามความสมัครใจไนย่าก่อน ซึ่งไนย่าก็ยินดีร่วมทีมทำภารกิจนี้ด้วย และสายลับอีกสองคนที่อยู่ในทีมอีธานครั้งนี้ ก็คือ Billy Baird กับลูเธอร์เพื่อนเก่าอีธานตั้งแต่ครั้งจับหนอนบ่อนไส้ปี 1996 นั่นเอง

ลูเธอร์และบิลลี่ สายลับไอเอ็มเอฟผู้ร่วมทีมอีธานในภารกิจนี้

ลูเธอร์ฝังเครื่องติดตามตัวที่ไม่สามารถตรวจพบได้ในตัวไนย่า และวางแผนให้ไนย่ากลับไปหาแอมโบรส โดยไอเอ็มเอฟให้ตำรวจเมืองซีวิลตั้งข้อหาโจรกรรมเล็กๆน้อยๆกับไนย่า และจับเธอฝากขังไว้ที่เมืองเซวิล ซึ่งแอมโบรสนั้นเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของหน่วยราชการทั่วยุโรปอยู่แล้ว จึงพบตัวไนย่าตามแผนของไอเอ็มเอฟ
แอมโบรสก็ประกันตัวไนย่าออกมาจากคุกตามแผน ก่อนแอมโบรสจะสั่งลูกน้องให้รีบพาตัวไนย่ากลับมาที่บ้านของตนในเมืองซิดนีย์ทันที และแอมโบรสก็ไม่สงสัยในตัวไนย่าเลยแม้แต่น้อย แผนการทุกอย่าจึงลุล่วงไปด้วยดี

ฮิวจ์นั้นไม่ไว้ใจไนย่า ในการที่เธอกลับมาในช่วงเวลาอันตรายอย่างนี้ แต่ฮิวจ์ก็ไม่กล้าขัดแอมโบรสมากนัก แต่ที่สุดแล้วฮิวจ์ก็ลองพูดจาตักเตือนแอมโบรสให้ระวังไนย่า แต่แอมโบรสหลงไนย่าจนไม่รับรู้อะไร และบันดาลโทสะตัดปลายนิ้วก้อยของฮิวจ์เป็นการสั่งสอน ว่าไม่ให้ฮิวจ์วใส่ร้ายไนย่าสุดที่รักของตนเองอีก

ฮิวจ์โดนแอมโบลสตัดปลายนิ้วก้อย

แอมโบรสติดต่อกลับไปที่แมคคลอยเจ้าของบริษัทยไบโอไซต์เป็นเจ้าแรก เพื่อจะขายยาเบลเลโรฟอนคืนให้ในราคา 37ล้านเหรียญ และนัดพบกันเพื่อเจราจาที่สนามม้าในซิดนีย์ และแอมโบรสก็พาไนย่าไปด้วย

ในการเจรจาของแมคคลอยและแอมโบรสที่สนามม้าในครั้งนี้ แอมโบรสให้แมคคลอยดูตัวอย่างที่ไวรัสไคเมร่าเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดของ ดร.กร้าดสกี้ผ่านทางกล้องแฮนดี้แคม แต่แอมโบรสนั้นก็ยังไม่มีเชื้อไวรัสไคเมร่า อำนาจต่อรองจึงไม่สูงมากนัก เพราะถ้าแมคคลอยไม่แพร่เชื้อไวรัสไคเมร่า เบลเลโรฟอนก็ไม่มีความหมาย

เแอมโบรสนัดเจรจากับแมคคลอย

ซึ่งเชื้อไวรัสไคเมร่าที่เหลือทั้งหมด ก็ถูกเก็บรักษาไว้อย่างแน่นหนาในห้องแลปฯบนตึกชั้นที่ 42 ของบริษัทไบโอไซต์นั่นเอง แอมโบรสจึงมีวิธีเดียวที่จะได้เชื้อไวรัสไคเมร่า คือต้องบุกบริษัทไบโอไซต์ และนั่นคือการเสี่ยงมาก (ถ้าแอมโบรสไม่รีบฆ่าดร.เนคโครวิช เค้าก็จะมีทั้งเชื้อไวรัสที่พร้อมปล่อย และตัวยาเพื่อรักษาแล้ว) แอมโบรสนำการ์ดความจำออกจากกล้องแฮนดี้แคม และใส่การ์ดนั้นไว้ในซองกระดาษเก็บไว้ในเสื้อสูทของตน

ทีมของอีธานนั้นก็ติดตามมาที่สนามม้านี้ด้วย และอีธานก็เห็นการเจรจาของแมคคลอยและแอมโบรส ก่อนที่แอมโบรสจะนำการ์ดไปเก็บในสูท ไนย่าจึงอาสาไปนำเอาการ์ดนั้นมาให้อีธานเอง

ไนย่าทำทีล้วงกระเป๋าเสื้อสูทแอมโบรสเพื่อขอเงินไปพนันม้า และหยิบซองบรรจุการ์ดออกมาได้อย่างว่องไวโดยที่แอมโบรสไม่รู้สึก ก่อนที่จะรีบนำไปให้อีธานที่จุดจำหน่ายตั๋วแทงพนันม้า

อีธานรีบนำการ์ดใส่กล้องของตนเองและเปิดดู พร้อมกับส่งไฟลีดีโอนี้ไปให้ลูเธอร์ในเวลาพร้อมกัน ในไฟล์วีดีโอนั้นคือระยะเวลาตั้งแต่ดร.กร้าดสกี้ติดเชื้อไคเมร่า และเสียชีวิตลงไปภายในเวลา 34 ชม. ทีมอีธานจึงรู้อย่างชัดเจนแล้วว่า ไคเมร่าคือเชื้อไวรัสร้ายแรง และเบลเลโรฟอนคือยารักษา

อีธานรีบให้ไนย่านำการ์ดไปใส่ไว้ในเสื้อสูทของแอมโบรสคืน ก่อนที่แอมโบรสจะรู้ตัวว่ามันหายไป และกำชับให้ไนย่าถอนตัวออกมาจากบ้านหลังนั้นทันที
เมื่อไนย่ากลับไปหาแอมโบรส และแสร้งโอบเอวแอมโบรสเพื่อนำการ์ดใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทคืน แต่คราวนี้แอมโบรสรู้สึกตัวว่าไนย่าล้วงกระเป๋า โดยที่แอมโบรสก็ไม่พูดอะไร และแอมโบรสก็เริ่มสงสัยในตัวไนย่าบ้างแล้ว

แอมโบรสเริ่มระแคะระคายว่าไนย่าคิดไม่ซื่อ

 

ในคืนนั้นที่เซฟเฮ้าส์ แอมโบรสจึงปลอมตัวใส่หน้ากากเป็นอีธาน และเรียกไนย่าออกมาพบกันที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไนย่าเห็นหน้าอีธานก็เผยไต๋ทั้งหมดออกมาเอง โดยที่แอมโบรสไม่ได้พูดอะไรเลย ก่อนที่แอมโบรสในคราบอีธาน จะกำชับไนย่าว่าให้อยู่ที่นี่ต่อไปก่อน ซึ่งขัดกับเมื่อกลางวันที่อีธานให้ไนย่าถอนตัวและหนีออกมา แต่ไนย่าก็ทำตามที่แอมโบรสในคราบอีธานสั่ง

ในคืนนั้นเวลาเดียวกัน ทีมอีธานรมยาสลบแมคคลอยในรถลีมูซีนเพื่อจับตัวแมคคลอย ก่อนจะจัดฉากว่าแมคคลอยติดเชื้อไวรัสไคเมร่า และกำลังจะตาย อีธานใส่หน้ากากปลอมตัวเป็นดร.เนคโครวิช และแสร้งว่าตนเองยังไม่ตาย หากแต่ร่วมมือกับแอมโบรส

แมคคลอยนั้นกลัวตายอยากได้ยาเบลเลโรฟอนมารักษา แมคคลอยจึงเผยไต๋สารภาพกับอีธานในคราบดร.เนคโคริชทุกอย่าง ว่าตนเองต้องการแพร่เชื้อไคเมร่าไปทั่วโลก และจะขายเบลเลโรฟอนเพื่อรักษา นั่นจะทำให้เขาผูกขาดตลาดยารักษาแต่เพียงผู้เดียวในโลก

แมคคลอยถูกจัดฉากให้ดูเหมือนว่าติดเชื้อไวรัสไคเมร่า

เมื่ออีธานได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดทุกแง่มุมแล้ว ก็รมยาสลบแมคคลอยอีกรอบ ก่อนที่แมคคลอยจะตื่นขึ้นมาบนรถลีมูซีนคันเดิม และแมคคลอยก็คิดว่าตนเองฝันไป ทีมอีธานจึงวางแผนบุกเข้าไปในแลปฯที่เก็บเชื้อไวรัสไคเมร่า และทำลายทิ้งให้หมด เพราะเมื่อไม่มีไวรัส ยารักษาก็ไร้ค่า

ภารกิจนี้ก็คือ ในคืนถัดไปเวลา 23.01น. อีธานจะบุกห้องแลปฯไบโอไซต์บนตึกชั้นที่ 42 โดยเข้าจากทางด้านบนสุด นั่นคือต้องทิ้งตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ เพราะ 23.01น. คือช่วงเวลาเดียวที่ช่องบนตึกจะเปิดออก และเปิดเพียงแค่ 10 วินาที

ด้านทางฮิวจ์ก็สืบทราบมาว่า อีธานเข้าถึงตัวแมคคลอยแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อีธานจะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเช่นกัน แอมโบรสจึงรู้ว่า ในคืนถัดไปเวลา 23.01น.อีธานต้องบุกไบโอไซต์เพื่อไปเอาไคเมร่าแน่ๆ
ในคืนถัดไป.. ทีมกองกำลังนักฆ่าของแอมโบรสจึงจัดหนัก และบุกเข้าไปทางชั้น 1 ของตึกไบโอไซต์แบบโต้งๆ ต่างกับทีมอีธานซึ่งคิดจะแอบเข้าแบบลับๆทางด้านฟ้า

แต่แอมโบรสก็มาเกือบไม่ทัน เพราะอีธานทำลายไคเมร่าไปเกือบหมดทุกหลอดแล้ว ขณะที่อีธานกำลังจะทำลายไคเมร่าหลอดสุดท้าย ทีมแอมโบรสก็บุกมาถึงพอดี และยิงถล่มใส่อีธานแบบไม่ยั้ง

ปืนบรรจุเชื้อไคเมร่าหลอดสุดท้ายจึงกระเด็นกระดอนนออกมาจากตู้ควบคุมเชื้อ และหล่นอยู่บนพื้นห้องแลปฯ แอมโบรสต้องสั่งให้ลูกน้องหยุดยิงถล่มแลปฯ เพราะเกรงว่าจะไปถูกไวรัสไคเมร่าหลอดสุดท้าย

ปฎิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible II (2000)

เมื่อไนย่าเดินไปหยิบปืนบรรจุเชื้อไคเมร่าขึ้นมาได้แล้ว ไนย่าก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด นั่นคือฉีดไคเมร่าใส่แขนตัวเอง ก่อนที่เธอจะเดินไปหาอีธาน ไนย่ารู้ว่าแอมโบรสไม่กล้าฆ่าเธอตอนนี้แน่ เพราะเชื้อไคเมร่าในตัวเธอคือเงินจำนวนมหาศาล

ไนย่าขอร้องให้อีธานกำจัดเธอซะ เรื่องทุกอย่างจะได้จบลง แต่อีธานก็บอกไนย่าว่า ไนย่าต้องอดทนอีก 20 ชม. อยู่กับแอมโบรสไปก่อน และอีธานจะนำเบลเลโนฟอนกลับมาฉีดให้ไนย่าแน่นอน ก่อนที่อีธานจะระเบิดกำแพงตึกกระโดดตึกหนีออกไป

ในเหตุการณ์นี้ คอมฯของลูเธอร์ก็ชำรุดนิดหน่อยด้วย ทำให้ไม่สามารถระบุพิกัดที่อยู่ของไนย่าได้ชั่วคราว ลูเธอร์จึงต้องเร่งซ่อมแซมมันเป็นการด่วน

เช้าวันรุ่งขึ้น.. แอมโบรสก็นำไนย่าไปปล่อยกลางเมืองออสเตรเลีย เพื่อรอเวลาให้ไนย่าตาย และศพไนย่าจะแพร่เชื้อไคเมร่าไปทั่วออสเตรเลียเป็นที่แรก ก่อนที่จะลามไปประเทศอื่นๆทั่วโลกภายในเวลา2-3วัน

ไนย่าถูกแอมโบรสมาปล่อยไว้กลางเมืองซิดนีย์เพื่อแพร่เชื้อไคเมร่า

และแอมโบรสก็นัดพบกับแมคคลอยอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้แอมโบรสมีทั้งเชื้อไคเมร่าและเบลเลโรฟรอนครบทั้งสองอย่าง แอมโบรสต้องการหุ้นของบริษัทไบโอไซต์ 51% เพราะหลังจากที่เชื้อไวรัสไคเมร่าระบาดไปแล้ว บริษัทที่มียารักษาแต่เพียงผู้เดียวอย่างไบโอไซต์หุ้นจะพุ่งกระฉูดแน่นอน

แมคคลอยจึงยินยอมตกลงข้อเสนอของแอมโบรสทุกอย่าง เพราะแอมโบรสขู่ว่า ขณะนี้เชื้อไวรัสไคเมร่าจะแพร่กระจายในออสเตรเลียในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ หยุดไม่ได้แล้ว และถ้าแมคคลอยไม่ตกลง แอมโบรสก็จะนำเบลเลโรฟอนไปขายบริษัทยาเจ้าอื่น

อีธานบุกเข้าไปในการตกลงครั้งนี้ และล่อให้แอมโบรสส่งลูกน้องมาตามล่าตนเอง แอมโบรสส่งฮิวจ์ไปต่อสู้กับอีธาน แต่ฮิวจ์สู้อีธานไม่ได้ ก่อนที่อีธานจะจับตัวฮิวจ์และใช้เทปกาวปิดปากฮิวจ์ไว้ และสวมหน้ากากสลับใบหน้าของตนเองกับฮิวจ์  และอีธานก็พาฮิวจ์ไปให้แอมโบรส แอมโบรสจึงยิงกระสุนรัวๆสังหารฮิวจ์ในหน้ากากอีธานทันที

อีธานใช้จังหวะนี้ช่วงชิงยาเบลเลโรฟอนและหนีออกมาได้ ลูเธอร์และบิลลี่เพื่อนร่วมทีมอีธานรีบขับฮ.มารับตัวอีธานที่จุดนัดพบ แต่พวกนักฆ่าของแอมโบรสก็ตามมาสกัดกั้นอีธานไว้

อีธานจึงต้องขับมอเตอร์ไซต์ที่ชิงมาจากพวกแอมโบรสหนีแทน และลูเธอร์ก็แจ้งอีธานว่า คอมของตนใช้ได้แล้ว และตรวจพบตำแหน่งของไนย่าพบแล้วเช่นกัน อีธานจึงสื่อสารไปหาลูเธอร์บนฮ. ให้ไปรับตัวไนย่ามาหาตน เพราะอีธานได้ยาเบลเลโรฟอนแล้ว

แอมโบรสขี่มอเตอร์ไซต์มาจนทันอีธาน และทั้งคู่ก็ขับมอเตอร์ไซต์บวกกัน ก่อนที่จะลงมาต่อสู้กันต่อที่หาดทราย ที่สุดแล้ว แอมโบรสก็ถูกอีธานสังหารลงได้สำเร็จ และก็ช่วยชีวิตไนย่าได้ทันท่วงที เชื้อไวรัสไคเมร่าและยารักษาเบลเลโรฟอนจึงไม่มีหลงเหลืออยู่อีกเลย

อีธานกำจัดแอมโบรสลงได้สำเร็จ

จบภาคสอง สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ