Rogue One: A Star Wars Story

หมวดหมู่ MOVIE ผู้เขียน

Spoil Alert !! หลังจากที่ สมุหนายกพัลพาทีน หรือ ดาร์ธซีเดียส เปลี่ยนระบอบการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยคือสาธารณรัฐดวงดาว อันมีสภาสูงที่คอรัสซังเป็นหลัก มาเป็นระบอบเผด็จการคือจักรวรรดิกาแลคติก ดาร์ธซีเดียสจัดตั้งสภาสูงใหม่ในชื่อว่า “อิมพีเรียล” (Imperial) ขึ้นมาแทนที่สภาสูงคอรัสซังที่ถูกยกเลิกไป และสภาอิมพีเรียลก็กระจายขยายอำนาจไปทั่วกาแล็คซี่ ทำการกวาดล้างเหล่าเจไดแทบสูญสิ้นหมดกาแล็กซี่ เหล่าผู้ต่อต้านจักรวรรดิ (Rebels) ที่ยังแสวงหาความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างจริงๆจังๆแบบลับๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.. 

 

 อ่านเนื้อเรื่อง Star Wars ที่ลิ้งนี้ครับ คลิก!! 

 

แน่นอนว่าต่อหน้าจักรวรรดิกาแลคติก เหล่าดวงดาวต่างๆก็คือสมาชิกของสภาอิมพีเรียล แต่ในทางลับ หลายๆผู้นำดวงดาวเหล่านั้นก็เข้าร่วมกลุ่มกบฎด้วย ไม่เว้นแม้แต่ท่านทูตออการ์น่าแห่งดาวออลเดอรานน์ ที่ต่อหน้าเขาคือวุฒิสมาชิกแห่งสภาอิมพีเรียล แต่ลับหลังเค้าคือสมาชิกกลุ่มต่อต้านเช่นกัน

Bail Organa (เบล ออร์กาน่า)

เข้าสู่เรื่องราวของ 

“Rogue One”

 

หลังจากที่สภาสูงคอรัสซังเปลี่ยนเป็นสภาอิมพีเรียลได้ 6 ปี กาเลน เออร์โซ่ (Galen Erso) วิศวกรผู้ปราดเปรื่องของสาธารณรัฐและภรรยา Lyra Erso  (ไลร่า เออร์โซ่) ก็ตัดสินใจที่จะแยกตัวออกมาจากจักรวรรดิ เหตุเพราะกาเลนนั้นไม่ฝักใฝ่กับวิถีแห่งเผด็จการของจักรวรรดิ ที่เปลี่ยงแปลงไปกลายเป็นสภาอิมพีเรียลนั่นเอง

กาเลนและไลร่าจึงสร้างเรื่องว่า ไลร่าเสียชีวิต และกาเลนก็จะแสร้งว่าตรอมใจ หลังจากนั้นกาเลนก็พาลูกสาวคือ Jyn Erso (จิน เออร์โซ่) หนีมาใช้ชีวิตเงียบๆบนดาวอันห่างไกลที่ชื่อ Lah’mu (ลาห์’มู) เพียงลำพัง โดยที่อิมพีเรียลไม่รู้ว่าไลร่ายังไม่ตาย

กาเลน เออโซ่

 

แต่แผนนี้ก็ไม่รอดพ้นสายตาของ Orson Krennic (ออร์สัน เครนนิค) ผู้อำนวยการคุมกองกำลังฝ่ายสร้างอาวุธของอิมพีเรียล เครนนิคนำลูกน้องเหล่าเดธทรูปเปอร์ของตนบุกมาถึงดวงดาวที่สามพ่อแม่ลูกครอบครัวเออร์โซ่ซ่อนตัวอยู่ กาเลนแจ้งเพื่อนของตนที่อยู่กับฝ่ายกบฏชื่อ Saw Gerrera (ซอว์ เกอร์เรร่า) ให้มาที่ดาวลาห์’มูช่วยลูกเมียตนเองโดยด่วน กาเลนสั่งให้ไลร่าและจินหนีออกไปอีกทาง ส่วนตนเองก็ออกไปเผชิญหน้ากับเครนนิค  

จิน เออร์โซ่ ในวัยเด็ก

กาเลนนั้นแอบทำหลุมหลบภัยลับไว้ในถ้ำใกล้ๆที่พัก เพื่อให้จินลูกสาวซ่อนตัวเวลาฉุกเฉินเช่นนี้ และรอให้ ซอว์ เกอร์เรร่า มาพบ ไลร่าบอกให้จินรีบหนีไปซ่อนในหลุมลับนั้น

ก่อนไปนั้นไลร่ามอบไคเบอร์คริสตัลหนึ่งเม็ดห้อยคอจินเอาไว้ด้วย (ไคเบอร์คริสตัลคือสิ่งที่นำมาทำไลท์เซเบอร์ของเจได) ส่วนไลร่าตัดสินใจย้อนกลับไปและถือปืนเลเซอร์เข้าไปเผชิญหน้ากับเครนนิค โดยจินก็ตามมาแอบดูพ่อแม่ยังไม่ไปซ่อนเช่นกัน

ไลร่าบ้าดีเดือดยิงเครนนิค แต่ก็โดนแค่หัวไหล่เท่านั้นไม่ถึงตาย ไลร่าจึงโดนเดธทรูปเปอร์ยิงสวนกลับ ตายไปต่อหน้าจินที่แอบเห็นพอดี และจินก็วิ่งไปแอบในหลุมตามคำสั่งเดิมพ่อและแม่

เหล่าเดธทรูปเปอร์ค้นหาจินไปจนทั่วบริเวณก็ไม่เจอ (เครนนิคหวังจะจับจินไปเป็นตัวประกันเพื่อให้กาเลนถวายชีวิตทำงานให้เต็มที่) เครนนิคจึงจับกาเลนไปคนเดียว และกาเลนก็ถูกพาไปที่ดาว Eadu (ดาวเอดู) เพื่อช่วยออกแบบและสร้างสถานีอวกาศยักษ์ Death Star (เดธสตาร์) ขึ้นมานั่นเอง

ออร์สัน เครนนิค มาจับตัว กาเลน  เออร์โซ่

ด้านทางจินที่แอบอยู่ในหลุมลับไม่นานนัก ซอว์ เกอร์เรร่า ก็มาพาตัวจินไปจากที่นั่น และชุบเลี้ยงจินให้แกร่งกล้าดูแลตัวเองได้ หลังจากจินอายุได้ 16 ปี เกอร์เรร่าก็ทิ้งจินให้เอาตัวรอดเพียงลำพัง..

13 ปีผ่านไป.. จิน เออร์โซ่ เติบโตกลายเป็นหญิงสาวที่มีสกิลเอาตัวรอดสูง มีฝีมือต่อสู้มากพอตัว แต่ก็ไม่วายถูกสภาอิมพีเรียลจับตัวในข้อหาเล็กน้อย ซึ่งจินนั้นใช้นามแฝงว่า Liana Halik (เลียน่าฮัลลิค) ไม่มีใครรู้ชื่อจริงเธอ

จิน เออร์โซ่  ในวัยสาวอยู่ในคุกอิมพีเรียล

ขณะที่จินที่ถูกจับ และกำลังจะถูกนำไปเป็นแรงงานทาสในเหมืองของอิมพีเรียลที่ดาว Wobani (โวบานี่) ฝ่ายต่อต้านกลุ่มนึงนำโดยกัปตัน Cassian Andor (แคสเซี่ยน เอนดอร์) ก็บุกมาชิงตัวจินออกไปจากรถขนย้ายนักโทษของอิมพีเรียล และพาจินไปที่ดวงจันทร์ Yavin 4 (ยาวิน โฟร์) ฐานที่มั่นหลักของกลุ่มกบฎ และตอนนี้เองที่จินได้เจอกับ K-2SO (เค-ทูเอสโอ) ดรอยด์ของอิมพีเรียลที่ฝ่ายกบฎนำมาโปรแกรมใหม่ 

เค-ทูเอสโอ

ที่ ยาวิน โฟร์ จินพบกับประธานพันธมิตรแห่งกลุ่มต่อต้านนามว่า Mon Mothma (มอน มอร์ธม่า) และผู้นำกองกำลังต่อต้านนายพล Draven (ดราเว่น) ทั้งมอร์ธม่าและนายพลดราเว่นรวมถึงท่านทูตออร์กาน่า ต้องการให้จินติดต่อกับเกอร์เรร่า (พวกต่อต้านรู้ตัวตนที่แท้จริงของจิน) และหวังว่าให้จินกล่อมเกอร์เรร่ายอมมาช่วยฝ่ายพันธมิตรต่อต้านต่อสู้กับอิมพีเรียล เพราะเกอร์เรร่าเป็นพวกต่อต้านขวาจัดรุนแรงสุดโต่งไม่ยอมฟังใคร

มอน มอร์ธม่า ประธานสูงสุดของฝ่ายต่อต้าน

เหตุที่ฝ่ายพันธมิตรต่อต้านต้องการกองกำลังต่อต้านของเกอร์เรร่า นั่นก็เพราะว่าฝ่ายพันธมิตรต่อต้านได้ข่าวร้ายแรงอย่างนึง ว่าอิมพีเรียลนั้นสร้างอาวุธมหาประลัยทำลายดวงดาวได้แล้ว (เดธสตาร์) แต่ฝ่ายพันธมิตรต่อต้านไม่รู้ว่าอาวุธนั่นมันคืออะไร หน้าตายังไงนั่นเอง

กัปตัน แคสเซี่ยน เอนดอร์ แห่งฝ่ายต่อต้าน

ซึ่งผู้พันแคสเซี่ยนรู้มาจากผู้ที่แปรพักษ์อิมพีเรียลมาว่า กาเลนพ่อของจินคือผู้ควบคุมการสร้างอาวุธนี้ที่ฐานลับอิมพีเรียล และกาเลนส่งนักบินคนนึงของอิมพีเรียลไปหาเกอร์เรร่า

จิน จึงเป็นคำตอบเดียวที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้

จินนั้นยอมช่วยเหลือ เพราะรู้ว่าพ่อของตนไม่ใช่คนเลวร้าย และแลกกับการเป็นอิสระด้วย จินจึงเดินทางไปกับแคสเซี่ยนมุ่งหน้าไปที่ดวงจันทร์ Jedha (เจด้าร์) ที่ซึ่งกองกำลังต่อต้านของเกอร์เรร่าซ่อนตัวอยู่ โดยที่แคสเซี่ยนได้คำสั่งลับจากนายพลดราเว่นว่า ถ้าพบตัวกาเลน ให้สังหารทันที มนุษย์สองคนคือจินและแคสเซี่ยน กับแอนดรอยด์หนึ่งตัวคือเค-ทูเอสโอ ทั้งสามก็มุ่งหน้าสู่ดาวเจด้าร์..

ที่ดวงจันทร์เจด้าร์ ดวงดาวแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในวิหารโบราณของอัศวินเจไดมาเนิ่นนาน ที่นี่คือแหล่งแร่ไคเบอร์คริสตัลที่อุดมสมบูรณ์

ซากอารธรรมของวิหารเจไดบนดาวเจด้าร์

อดีตนักบินอิมพีเรียลผู้กลับใจนามว่า Bodhi Rook (โบดี้ห์ รู้ก)  ดั้นด้นมาขอพบเกอร์เรร่าตามคำสั่งของกาเลน เพื่อมอบบางอย่างให้เกอร์เรร่า จากนั้นโบดี้ห์ก็ถูกจับไปขังไว้ก่อน

เมื่อจิน/แคสเซี่ยน/และเค-ทูเอสโอมาถึงเจด้าร์ จึงพบเห็นเหล่าทหารของอิมพีเรียลมากมายที่ดาวนี้ ส่วนนึงคือมาตามหาโบดี้ห์ แต่ส่วนใหญ่มาเพื่อขนไคเบอร์คริสตัลออกไปจากดวงดาวเจด้าร์อย่างมากมายด้วยเหตุผลบางอย่าง.. (นำไคเบอร์คริสตัลไปเป็นพลังงานของปืนเลเซอร์มหาประลัยเดธสตาร์)

จินและแคสเซียนเข้าไปในตัวเมืองเจด้าร์ และจินก็พบกับชายตาบอดอดีตผู้พิทักษ์วิหารเจไดนามว่า Chirrut Îmwe (ชิรุต อิมเว) ผู้เข้าถึงวิถีแห่งฟอร์ซได้ และชิรุตก็สัมผัสถึงพลังความกล้าหาญในตัวจินอย่างเต็มเปี่ยม

ชิรุต อิมเว ชายตาบอดแสนประหลาด

ทันใดนั้นพวกต่อต้านลูกน้องเกอร์เรร่า ก็โจมตีเหล่าสตอร์มทรูปเปอร์ของอิมพีเรียลอย่างหนักหน่วง จินกับแคสเซี่ยนที่อยู่ในใจกลางการปะทะจึงไม่มีทางเลือก ต้องสู้ด้วย ชิรุตสู้กับเหล่าสตอร์มทรูปเปอร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะใช้ไม้พลองสู้กับปืน แถมชิรุตตาบอดซะด้วย สร้างความประหลาดใจให้จินและแคสเซี่ยนเป็นอย่างมาก 

Baze Malbus (บาซ มัลบัส) สหายสนิทของชิรุต ผู้ที่ยิงปืนเลเซอร์ได้รวดเร็วต่อเนื่องและแม่นยำ ก็มาช่วยชิรุตสู้กับสตอร์มทรูปเปอร์อีกคน

บาซ มัลบัส

แต่แล้วทั้งสี่คนคือ บาซ/ชิรุต/จิน/แคสเซี่ยน ก็โดนลูกน้องเกอร์เรร่าจับไป ซึ่งที่ลูกน้องเกอร์เรร่ายังไม่ฆ่าทั้งสี่ เพราะว่าได้ยินชื่อ จิน เออร์โซ่ คนสนิทของเกอร์เรร่านั่นเอง

เมื่อทั้งสี่คนมาถึงป้อมปราการลับกลางหุบเขาของกลุ่มต่อต้านเกอร์เรร่าบนดาวเจด้าร์ จินก็ถูกแยกตัวไปพบเกอร์เรร่า จินโกรธเกอร์เรร่ามากที่ทิ้งเธอไป เกอร์เรร่าจึงอธิบายว่า ต้องทิ้งจินไม่งั้นจินจะเป็นภัย และจะมีคนนำจินมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อต่อรองกับกาเลน เกอร์เรร่าอยากให้คนทั่วไปคิดว่าจินตายไปแล้ว

ซอว์ เกอร์เรร่า หัวหน้าฝ่ายกบฎบนดาวเจด้าร์

เกอร์เรร่ารีบนำเอาโฮโลแกรมที่กาเลนอัดข้อความฝากนักบินโบดี้ห์ส่งมาให้เกอร์เรร่า เพื่อให้นำไปบอกจินอีกที  ข้อความนั้นก็คือ กาเลนอยู่ที่ฐานผลิตอาวุธบนดาวเอดู เพื่อช่วยจักรวรรดิสร้างอาวุธทำลายล้างดวงดาวที่ชื่อ เดธสตาร์

กาเลนรู้ว่า ถึงตนเองจะปฏิเสธไม่ทำ แต่ซักวันนึงพวกจักรวรรดิก็จะรู้ว่า ถึงแม้จะไม่มีกาเลน พวกมันก็สร้างเองได้ กาเลนจึงแอบสร้างจุดอ่อนเอาไว้ในระบบของเดธสตาร์ ซึ่งถ้าทำลายเตาปฏิกรณ์ตรงกลาง เดธสตาร์จะทำปฏิกิริยาลูกโซ่ระเบิดไปทั้งฐานนั่นเอง

กาเลน เออร์โซ๋ ใส่เครื่องแบบจักรวรรดิ

อีกด้านนึงในคุกที่แคสเซี่ยน/ชิรุต/และบาซ ถูกคุมขังอยู่นั้น ชิรุตสัมผัสถึงบางคนที่เป็นผู้ส่งข้อความสำคัญในห้องขังข้างๆได้ นั่นก็คือโบดี้ห์นั่นเอง บาซกะยิงโบดี้ห์ทิ้งซะเลยข้อหาเป็นนักบินอิมพีเรียล แต่แคสเซี่ยนรู้ข้อมูลมาก่อนหน้านี้ว่า กาเลนส่งนักบินมาพบเกอร์เรร่า และก็ใช่ โบดี้ห์คือนักบินผู้นั้นจริงๆ

ขณะเดียวกันที่ฐานเดธสตาร์ อธิบดีทาคินแห่งจักรวรรดิ คิดว่าเครนนิคทำเรื่องอาวุธไม่คืบหน้า กอรปกับบนดาวเจด้าร์เกิดเรื่องที่กลุ่มต่อต้านตอบโต้อิมพีเรียลพอดี เครนนิคจึงขอพิสูจน์อาวุธเดธสตาร์ให้อธิบดีทาคินดู ด้วยการใช้เดธสตาร์ยิงถล่มดาวเจด้าร์ซะเลย 

ดาวเจด้าร์กำลังแตกดับ

ศูนย์กลางของการยิงระเบิดดาวอยู่ไกลหลายร้อยกิโลและค่อยๆขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็สั่นสะเทือนมาถึงฐานลับของเกอร์เรร่าเช่นกัน เกอร์เรร่ารีบสั่งให้จินหนีออกไปซะ ตัวเขานั้นคงหนีไม่ไหวแล้ว ขออยู่ตายที่นี่ดีกว่า

ด้านทางแคสเซี่ยนก็รีบแหกคุก และสั่งให้ชิรุตกับบาซช่วยโบดี้ห์ออกมาด้วย แคสเซี่ยนรีบสั่งให้เค-ทูเอสโอนำยานมาที่พิกัดของตนเองโดยด่วน และมนุษย์ห้าคน กับหุ่นยนต์หนึ่งตัว ก็คือผู้รอดชีวิตจากดวงดาวเจด้าร์ นอกนั้นตายเกลี้ยงทั้งดวงดาว รวมถึง ซอว์ เกอร์เรร่า

ที่ฐานสร้างอาวุธสภาอิมพีเรียลบนดาวเอดู จากข้อมูลที่ได้จากโฮโลแกรมและโบดี้ห์ จึงรู้ว่ากาเลนพ่อของจินอยู่ที่นี่ จินอยากไปช่วยกาเลน แคสเซี่ยนจะไปเพื่อสังหารกาเลน ทั้งสองจึงมีจุดหมายที่ต่างกัน และนายพลดราเว่นก็สั่งให้ฝูงบินรบของฝ่ายต่อต้านมุ่งไปโจมตีฐานอาวุธอิมพีเรียลบนดาวเอดูทันที 

แคสเซี่ยนสั่งให้ทุกคนรออยู่ในยาน แคสเซี่ยนจะลงไปกับโบดี้ห์เพียงสองคน แต่ชิรุตจับกระแสพลังด้านลบที่มีพลังการฆ่าออกมาจากตัวแคสเซี่ยนได้จึงบอกจิน จินจึงรีบตามลงไปเพราะรู้ว่าแคสเซี่ยนจะฆ่ากาเลนพ่อของตน ชิรุตกับบาซก็รีบตามลงไปคุ้มกันจินระยะไกลด้วย

เครนนิคมาถึงที่ฐานผลิตอาวุธแห่งนี้ก่อน และเรียกพวกวิศวกรออกมาพบที่ท่าจอดเครื่องบินภายนอกฐานทั้งหมด ก่อนจะเค้นข้อมูลจากทุกคนว่า ใคร ทรยศโดยการส่งนักบินโบดี้ห์ออกไปให้ข่าวฝ่ายต่อต้าน ที่สุดแล้วกาเลนก็ยอมรับผิด แต่เครนนิคก็ยิงวิศวกรทุกคนทิ้งอยู่ดี 

กาเลน เออร์โซ่ จนมุมแล้ว

อีกมุมหนึ่งบนหน้าผานอกฐานอาวุธอิมพีเรียลบนดาวเอดู แคสเซี่ยนก็ตัดใจยิงสังหารกาเลนตามคำสั่งไม่ได้ และแคสเซี่ยนก็เห็นจินอยู่ที่ท่าจอดยานพอดี  ทันใดนั้นกองยานรบของฝ่ายต่อต้านก็ยิงโจมตีฐานผลิตอาวุธอิมพีเรียลอย่างหนัก

กาเลน โดนระเบิดเต็มๆบาดเจ็บสาหัสจวนเจียนตาย แต่เครนนิคบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และเดธทรูปเปอร์ก็รีบนำเครนนิคเจ้านายตนขึ้นยานหนีออกไป จินจึงได้คุยกับกาเลนครั้งสุดท้ายเพียงไม่กี่คำก่อนกาเลนขาดใจตาย และแคสเซี่ยนก็รีบพาจินหนีออกมา  

ที่ดวงดาว ยาวิน โฟร์ จินกลับมาเล่าเรื่องจุดอ่อนเดธสตาร์และความเสียสละของกาเลนพ่อของตนให้ทั้งสภาฝ่ายต่อต้านฟัง  เหล่าสภาของฝ่ายต่อต้านถกเถียงกันอย่างมาก บ้างก็ไม่เชื่อคำของจิน บ้างก็คิดว่าสิ่งที่จินพูดเป็นเรื่องจริง จินเสนอให้บุกดาวแห่งมหาสมุทรที่ชื่อ Scarif (สคาริฟ) เพื่อชิงแผนผังเดธสตาร์ตามที่กาเลนพ่อเธอบอก จะได้รู้จุดอ่อนของเดธสตาร์ 

การประชุมสภาของฝ่ายต่อต้าน

แต่ที่สุดแล้ว ทุกคนก็ไม่เห็นด้วยที่ต้องเอาชีวิตฝ่ายต่อต้านไปเสี่ยง พันธมิตรฝ่ายต่อต้านยอมที่จะหลบหนีไปซ่อนเงียบๆดีกว่า จินกับโบดี้ห์จึงคิดจะลุยดาวสคาริฟชิงแผนผังเดธสตาร์เอง โดยที่ชิรุตกับบาซก็เอาด้วย ทันใดนั้นแคสเซี่ยนก็ปรากฎตัว พร้อมกับทหารของฝ่ายต่อต้านสิบกว่าคน ซึ่งยินดีไปดาวสคาริฟกับจินเช่นกัน

ทหารฝ่ายต่อต้านสิบกว่านายพร้อมไปบู๊ด้วย

แคสเซี่ยนพาทุกคนขึ้นยานลำเลียงของอิมพีเรียลที่ฝ่ายต่อต้านยึดมา เมื่อเครื่องกำลังจะออกจากฐานยาวินโฟร์ หอควบคุมอวกาศจึงถามหารหัสคำสั่งภารกิจ โบดี้ห์จึงด้นสดบอกไปว่า รหัสปฏิบัติการคือ Rogue One (โร้ค วัน) แล้วก็ตีมึนขับยานออกไปเฉยๆเลย

โบดี้ รู้ก ผู้ตั้งชื่อภารกิจทีม โร้ค วัน 

ทางฝ่ายต่อต้านต้องเตรียมรับมือกับการโดนกวาดล้างครั้งใหญ่ ด้านทางท่านทูตออการ์น่าจึงเตรียมเดินทางกลับดาวออลเดอรานน์เพื่อดูแลประชาชนของตน และท่านทูตออร์กาน่าก็ทิ้งให้บุคคลที่ตนไว้ใจที่สุดในชีวิต อยู่ประจำการกับฝ่ายกบฎที่ยาวิน 4 แห่งนี้ก่อน (ซี-ทรีพีโอ และ อาร์ทู-ดีทู ก็ปรากฎในซีนนี้)

ที่ดาวสคาริฟ โบดี้ห์ใช้รหัสผ่านเก่าของตน และบินเข้าไปลงจอดบนพื้นผิวที่ดาวสคาริฟจนได้ แคสเซี่ยน / จิน / และ เค-ทูเอสโอ แฝงตัวเป็นทหารของอิมพีเรียล และลอบเข้าไปจนถึงหอเก็บเอกสารของฐานดาวสคาริฟนี้ ทันใดนั้น แคสเซี่ยนก็ให้สัญญาณพวกกบฎที่อยู่ข้างนอกเปิดฉากโจมตี เพื่อล่อให้ทหารอิมพีเรียลออกไปข้างนอกฐานให้มากที่สุดนั่นเอง

แคสเซี่ยน / จิน และ เค-ทูเอสโอ

เมื่อสภาฝ่ายต่อต้านรู้ข่าวเรื่องฐานอิมพีเรียลบนดวงดาวสคาริฟโดนกบฎบางกลุ่มโจมตี มอร์ธม่าก็รู้ทันทีว่านั่นคือแคสเซี่ยนและจิน มอร์ธม่าจึงสั่งให้กองยานรบของฝ่ายต่อต้านเต็มอัตตราศึกลุยไปช่วยแคสเซี่ยนกับจินทันที ซึ่งผู้บังคับการกองบินรบคือนายพล Raddus (แร้ดดุส)

จินกับแคสเซี่ยนเข้าไปที่แกนกลางของฐานข้อมูลเอกสารที่มีเป็นพันๆชื่อ แต่จินนั้นเดาว่า ชื่อของผังเดธสตาร์ที่กาเลนซ่อนไว้จะต้องชื่อ “สตาร์ดัส” อย่างที่กาเลนเรียกจินมาเสมอ

ทางน่านอวกาศนอกดาวสคาริฟ ทั้งฝ่ายจักรวรรดิที่อยู่ประจำฐานดาวสคาริฟ และกองยานรบฝ่ายต่อต้าน ก็สู้กันอย่างหนักหน่วง โดยมีกองยานและกำลังทหารส่วนนึงของฝ่ายต่อต้านลงไปถึงน่านฟ้าดวงดาวสคาริฟได้สำเร็จเพื่อช่วยพวกจิน ก่อนที่จักรวรรดิจะใช้บาเรียปิดชั้นอวกาศ

การสู้รบบนดาวสคาริฟ

ผู้ที่สละชีวิตตัวแรกคือ เค-ทูเอสโอ ที่อยู่ตรึงพวกสตรอมทรูปเปอร์เอาไว้ข้างนอก ก่อนจะโดนยิงยำเละ

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สองคือ ชิรุต ที่เดินแหวกดงกระสุนไปสับสวิทย์เปิดการส่งสัญญาณ

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สามคือ โบดี้ห์ ที่โดนระเบิดตายไปพร้อมกับยานลำเลียง

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สี่คือ บาซ หลังจากเห็นชิรุตตายและยานลำเลียงระเบิด ก็เดินลุยให้เค้ายิงตายไปอีกคน

นายพลเครนนิคพยายามมาหยุดยั้งจิน แต่ก็โดนแคสเซี่ยนยิงจนบาดเจ็บสาหัสไป และทีมโร้ควัน ก็ส่งข้อมูลแผนผังเดธสตาร์ไปให้นายพลแร้ดดุสได้สำเร็จ

แต่ขณะที่นายพลแร้ดดุสกำลังจะสั่งให้กองยานรบฝ่ายต่อต้านให้วาร์ปหนี กองยานรบเดสทรอยเยอร์และเดธสตาร์ นำโดยอธิบดีทาคินและลอร์ดดาร์ธเวเดอร์ ก็วาร์ปมาถึงน่านอวกาศบริเวณดาวสคาริฟพอดี ทำให้ยานของนายพลแร้ดดุสเสียหายหนัก หนีไม่ได้ และลอร์ดเวเดอร์ก็เตรียมนั่งยานลำเลียงเร็วไปเทียบยานรบหลักของนายพลแร้ดดุส เพื่อชิงเอาแผนผังเดธสตาร์คืนมา

นายพลแร้ดดุส

 

ซึ่งทางอธิบดีทาคิน ก็สั่งให้เดธสตาร์ยิงทำลายดาวสคาริฟนี้ซะ ทำให้ผู้สละชีวิตคนที่ห้าและหกก็คือ จินและแคสเซี่ยน ที่ระเบิดตายไปพร้อมกับเครนนิค และทุกชีวิตบนดาวสคาริฟก็ไม่มีเหลือรอด สรุปคือ ทีมโร้ควันตายเกลี้ยง

ลอร์ดเวเดอร์ขึ้นมาลุยบนยานรบของนายพลแร้ดดุสด้วยตนเอง และกำลังจะช่วงชิงชิปข้อมูลผังเดธสตาร์ได้อยู่แล้ว แต่เหล่าทหารฝ่ายต่อต้านบนยานรบนายพลแร้ดดุสก็สละชีวิตปกป้อง ก่อนจะส่งให้ทหารกลุ่มนึงขึ้นยาน Tantive IV ของวุฒิสมาชิกอิมพีเรียลคนปัจจุบันแห่งออลเดอรานน์

ซึ่งท่านทูตออการ์น่าส่งลูกสาวก็คือ เจ้าหญิงเลอา ซึ่งเป็นทั้งวุฒิสมาชิกสภาอิมพีเรียล และหนึ่งในฝ่ายต่อต้านมาประจำการนั่นเอง และยาน Tantive IV ก็บินหนีออกไป

วุฒิสมาชิก เลอา ออร์กาน่า

 

เมื่อเลอาได้รับแผนผังเดธสตาร์เอาไว้ในครอบครองและกำลังวาร์ปยานหนี กองยานรบเดสทรอยเยอร์ของจักรวรรดิก็วาร์ปไล่ตามยาน Tantive IV ของเลอามาติดๆ ก่อนจะมาไล่ทันกันบริเวณน่านอวกาศดาวแห่งทะเลทรายที่มีดวงอาทิตย์โคจรรอบดาวถึงสองดวง และดาวนั้นก็คือ ทาทูอีน

เรื่องราวต่อจากนี้คือ Star Wars episode 4 A New Hope

จบครับ สวัสดีครับ _/\_

 

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ

Tags: