สปอยล์ และ ไข่อีสเตอร์ Guardians of the Galaxy Vol. 2 แบบน่าเกลียดละเอียดยิบ

หมวดหมู่ Easter Eggs/MARVEL/Review ผู้เขียน

Guardians of the Galaxy Vol. 2 นั้นจะเน้นเรื่องราวไปที่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้นหลายๆพิกัด ไม่ระบุชัดๆว่าพิกัดอยู่ที่ใดบ้างในจักรวาล แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ใช่แค่บริเวณกาแล็กซี่ทางช้างเผือกพิกัดเดียวแน่นอน ในบทความนี้ผมจะพูดถึงเนื้อหาล้วนๆ มีสองหัวข้อใหญ่ๆ เราไปเริ่มการสปอยล์เนื้อเรื่องที่ผสมไปกับการอธิบายถึงไข่อีสเตอร์ครับ..

เริ่มเรื่องราวมาที่ Ego / the Living Planet (อีโก้ : เดอะลีฟวิ่งแพลเน็ต หรือ ดวงดาวที่มีชีวิต) อีโก้เดินทางมาที่โลกในปี 1980 และอินเลิฟกับ Meredith Quill (เมเรดิธ ควิลล์) ทั้งสองมีลูกกันชื่อ Peter Quill (ปีเตอร์ ควิลล์) พร้อมกับที่อีโก้ฝังอะไรบางอย่างไว้กันพื้นโลก อีโก้บอกเมเรดิธว่านั่นคือรากพันธุ์ที่สวยงาม ซึ่งมันจะเติบโตไปทั่วทั้งจักรวาลทุกดวงดาวที่อีโก้ไปเยือน มองดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่ทว่า..

ฉากตัดมาที่ตัวหนังสือตัวโตๆบอกว่า 34 ปีต่อมา..  ชัดเจนว่านั่นคือปี 2014 ตรงกับที่ผู้กำกับบอกเราก่อนหนังเข้าว่า นี่คือเรื่องราวที่ห่างจากภาคแรกเพียง2-3เดือนครับ และไม่ต้องซีเรียสเรื่องกฎของเวลาในอวกาศ ดูๆแล้วมาร์เวลจะไม่ซับซ้อนเรื่องพวกนี้ เอาเป็นว่าเวลาตรงกับโลกมนุษย์ครับ จบ

 

สถานที่ที่ทีมการ์เดี้ยนมาเยือนคืออาณาจักร Sovereign (โซเวอเรียน) เพราะทีมการ์เดี้ยนถูกจ้างให้มาฆ่า Abilisk (อบิลลิสก์) สัตว์ประหลาดจากต่างมิติ ซึ่งตั้งใจจะมากินแท่งแบตเตอรี่ของชาวโซเวอเรียน แบตเตอรี่ที่ชาวโซเวอเรียนเรียกขานว่า Anulax อันมีอานุภาพประจุพลังงานมหาศาล ใครๆก็อยากจะครอบครองแบตอนูลักซ์ที่ว่านี้

อบิลลิสก์

เมื่อทีมการ์เดี้ยนปราบอบิลลิสก์ลงไปได้ ค่าตอบแทนการทำงานนี้คือตัวของ เนบิวล่า ที่หวังจะมาขโมยแบตอนูลักซ์เช่นกัน ซึ่งเนบิวล่าก็ถูก Ayesha (อเยชา) จับตัวได้ก่อนหนีทัน อเยชาคือ  Priestesses of the Sovereign (สังฆราชหญิงแห่งโซเวอเรียน) ที่ทีมการ์เดี้ยนต้องการเนบิวล่าก็เพราะว่า จะจับเอาตัวเนบิวล่าไปส่งดาวซานดาร์แลกเงินค่าหัว

จุดนี้อธิบายตามที่หนังจะสื่อ นั่นคือชาวโซเวอเรียนนั้นเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ชั้นสูงของจักรวาล ที่มีวัฒนธรรมสูงลิบเช่นกัน มีความรู้ความสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ ไม่สืบพันธุ์ด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ยังมีรักโลภโกรธหลง มีอารมณ์ทุกชนิดเหมือนมนุษย์ เพียงแต่ถือตัวเองว่าข้าแน่ ข้าเป็นชนชั้นสูงกว่า ประมาณนั้นครับ โดยเฉพาะสังฆราชอเยชานี่ เห็นสตาร์ลอร์ดปุ๊บก็รู้เลยว่า สตาร์ลอร์ดมีสายเลือดพิเศษ แสดงว่านางก็แน่พอตัว

อเยชา

ตัดกลับมาในเรื่องราวของหนัง มันวุ่นขึ้นเพราะร็อกเก็ตดันไปขโมยแบตอนูลักซ์มาซะเองด้วย อเยชานี่ปรี้ดแตกเลย อุตส่าห์ไว้ใจให้มาปกป้องแบต ดันมาขโมยซะเอง อเยชาสั่งให้ฝูงยาน Golden Drone ควบคุมระยะไกลเข้าโจมตียานมิลาโน่ นักบินเป็นร้อยๆคนนั่น ก็นั่งอยู่ในห้องควบคุมบนดาวโซเวอเรียนนั่นละ ในยานรบโกลเด้นโดรนจึงไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่

สตาร์ลอร์ดกับร็อกเก็ตที่ช่วยกันขับยานมิลาโน่ และเตรียมวาร์ปหนีฝูงยานโกลเด้นโดรนของชาวโซเวอเรียนไปลงบนดาวร์เคราะห์ Berhert (แบร์ฮาร์ท) ยานมิลาโน่โดนโจมตีอย่างหนักหน่วง

โกลเด้นโดรน

แต่ก็มียานอวกาศเทคโนโลยีสูงล้ำมายิงยานโกลเด้นโดรนของชาวโซเวอเรียนซะเหี้ยน แปลกกว่านั้นคือ มีสิ่งที่คล้ายมนุษย์ยืนอยู่บนยานที่ความเร็วสูงได้ด้วย ร็อกเก็ตนี่ถึงกับงง

มิลาโน่เสียหายหนักมาก และยานอวกาศเทคโนโลยีสูงลิบนั่นก็คือยานของ อีโก้ นั่นเอง อีโก้มากับเอเลี่ยนสาวผู้รับใช้นามว่า แมนทิส ซึ่งมีพลังเข้าถึงอารมณ์ผู้อื่นได้ และควบคุมอารมณ์ผู้อื่นได้ด้วย อีโก้บอกสตาร์ลอร์ดให้รู้ว่าเค้าคือพ่อสตาร์ลอร์ด และชวนไปที่ดาวตนเองเพื่ออธิบายถึงสายเลือดสตาร์ลอร์ด

อีโก้

 

ที่บาร์เหล้า Iron Lotus (ไอออนโลตัส) บนดาว Contraxia (คอนทราเซีย)  พวกสลัดอวกาศราเวเจอร์ต่างมาพักผ่อนหย่อนใจกันที่นี่เพียบ ไข่อีสเตอร์แรกก็ปรากฎครับ เพราะที่นี่มี Howard The Duck (ฮาเวิร์ดเดอะดั๊ก เป็ดช่างจ้อ) มาร่วมซีนในบาร์นี้ด้วย ฮาเวิร์ดเคยปรากฎในการ์เดี้ยนภาคแรกมาแล้วครับ

ฮาเวิร์ดเดอะดั๊ก

ไข่อีสเตอร์อันต่อไป คือการปรากฎตัวของ Stakar Ogord ผู้มีฉายาว่า Starhawk กัปตันสูงสุดของ House of Ogord แห่งราเวเจอร์ รับบทโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ซึ่งในคอมมิคนั้น สตาร์ฮอว์คคือสมาชิกดั้งเดิมของทีมการ์เดี้ยนนั่นเองครับ

สตาร์ฮอว์ค

กลับมาในเรื่องราวจักรวาลภาพยนตร์ สตาร์ฮอว์คคือผู้ช่วยชีวิตยอนดูมาจากคุก และชักนำยอนดูเข้าราเวเจอร์ ก่อนจะขับไล่ยอนดูออกจาก House of Ogord เนื่องจากยอนดูไปลักพาตัวสตาร์ลอร์ดมานั่นละครับ กฎคือ ต้องไม่รับงานลักพาตัวเด็ก แถมยังเป็นเด็กไม่ธรรมดา เป็นลูกของอีโก้ซะด้วย 

จุดนี้ มีตัวละครลับอีกหนึ่งตัว เรียกไข่อีสเตอร์ก็ได้ นั่นคือลูกน้องสตาร์ฮอว์คที่ชื่อ Martinex (มาร์ทิแน็กซ์) ตัวที่วิ๊งๆ คล้ายๆกับผลึกใสๆหรือก้อนน้ำแข็งนั่นละครับ ตัวละครนี้ในคอมมิคเอิร์ธ691 เคยเป็นกัปตันยานอวกาศที่ชื่อกัปตันอเมริกาด้วย ในภาพยนตร์นั้นรับบทโดยดาราหนุ่มมากฝีมือ ไมเคิล โรเซนบาม ผู้เคยรับบทเป็น เล็กซ์ ลูเธอร์ ในซีรีส์สมอลวิลล์นั่นแล.. 

มาร์ทิแน็กซ์

 

ไข่อีสเตอร์มาติดๆรัวๆ กับการปรากฏตัวของ Aleta Ogord  รับบทโดยดาราสาวรุ่นใหญ่เชื้อสายจีน มิเชล โหย่ว และในคอมมิค อเลต้าก็เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมการ์เดี้ยนดั้งเดิมเช่นกันครับ ในจักรวาลภาพยนตร์ผมเห็นตอนแรกนี่นึกว่าเฮล่ามาเอง ผมยุ่งๆขอบตาดำๆเหมือนๆกัน 555+

อเลต้า

***ยังครับยัง..

อ้างอิงสมาชิกทีมการ์เดี้ยนดั้งเดิมในคอมมิคยังไม่หมด

เดี๋ยวตอนเครดิตซีนจะออกมาอีก***

กลับมาในเรื่องราว สตาร์ฮอว์คหันหลังให้ยอนดู ทำให้ยอนดูเสียใจมาก และสมาชิกกลุ่มยอนดูก็เริ่มไม่โอเคกับยอนดูแล้ว ที่เอ็นดูสตาร์ลอร์ดเกินเหตุ ในจังหวะนี้เอง อเยชาก็เข้ามาเสนองานไล่ล่าตัวทีมการ์เดี้ยน ยอนดูรับงานทันที

ที่ดาวแบร์ฮาร์ท สตาร์ลอร์ดตัดสินใจเดินทางไปกับอีโก้ เพื่อรับรู้สายเลือดตนเอง โดยพากาโมร่ากับเดร็กซ์ไปด้วย ทิ้งให้ร็อคเก็ตกับเบบี้กรูธเฝ้าเนบิวล่าที่ดาวแบร์ฮาร์ท เพราะร็อคเก็ตจะอยู่ซ่อมยานมิลาโน่ด้วย

ดาวของอีโก้

ขณะที่ยานอวกาศอีโก้เดินทางพาพวกสตาร์ลอร์ดไปดาวอีโก้ ยอนดูกับพวกก็มาจับตัวร็อคเก็ตได้ เนบิวล่าเกลี้ยกล่อมให้เบบี้กรูธปล่อยตัวเธอ แล้วเนบิวล่าจะไปช่วยร็อคเก็ต และเบบี้กรูธก็หลงเชื่อ

ยอนดูแสดงท่าทีอ่อนแอต่อหน้าลูกน้อง ไม่ยอมไปไล่ล่าสตาร์ลอร์ดต่อ เอื้อประโยชน์ให้สตาร์ลอร์ดอีกเช่นเคย ทำให้มีลูกน้องกลุ่มที่เข้าข้าง Taserface เริ่มไม่พอใจ ลูกน้องที่ยังภักดีกับยอนดูก็หันปืนใส่

 

ลูกน้องยอนดูจึงทีมแตก ขณะสถานการณ์กำลังตึงเครียด เนบิวล่าก็ยิง Fin ซึ่งเป็นเครื่องควบคุมพลังจิตบนหัวยอนดู และยิงปืนช็อตไฟฟ้าใส่ร็อคเก็ต

ราเวเจอร์

 

ที่ยานแม่ Eclector (อิเลคเตอร์) ลูกน้องที่เข้าข้างยอนดูถูกฆ่าไปมากมายโดยการปล่อยออกสู่อวกาศ Taserface ตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มคนใหม่ เนบิวล่าขอยาน M-Ship ไปหนึ่งลำเพื่อเดินทางไปที่ดาวอีโก้ และเนบิวล่าก็จากไป

แต่ก็ยังมีราเวเจอร์หนึ่งคนที่กลับใจมาช่วยยอนดู  นั่นก็คือ  Kraglin Obfonteri  (เครกลิ้น ออปฟอนเทอรี่) ที่ไปเอา Fin อันแรกของยอนดูมาให้ ผลทำให้ยอนดูใช้พลังจิตบังคับ Yaka พุ่งไปฆ่าราเวเจอร์ที่ทรยศตนเองจนหมดลำ

ยอนดูสั่งให้เครกลิ้นไปปลดยานเล็กที่ชื่อ Quadrant (เคว้ดเร้นท์) ก่อนที่ยอนดูจะระเบิดทำลายยานอิเลคเตอร์ทั้งลำ ร็อคเก็ตตั้งการจั๊มป์วาร์ปไปที่ดาวอีโก้ทันที

มาถึงจุดนี้ตอนกำลังจัมป์วาร์ป มีไข่อีสเตอร์สำคัญอีกแล้วครับ นั่นคือปู่ Stan Lee (สแตน ลี) ซึ่งอยู่ในชุดอวกาศของนาซ่า นั่งคุยกับ The Watcher สามตนอยู่กลางอวกาศบนดาวดวงนึง 

ปูลีบอกเดอะวอชเชอร์ทั้งสามว่า คราวที่แล้วเขาเป็นบุรุษไปรษณีย์ บางแหล่งข้อมูลก็บอกว่าอ้างอิงไปถึงตอนปู่ลีคาเมโอเรื่อง F4 เวอร์ชั่นแรก แต่ส่วนตัวผมคาดว่าอ้างอิงถึงเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง captain America: Civil War ตอนที่ปู่ลีเอ่ยว่า โทนี่ สแตร๊งค์ นั่นละครับ *อัพเดท* และประธานมาร์เวล Kevin Feige ออกมายืนยันแล้วว่าปูลีรับบทเป็น Uatu the Watcher นั่นละครับ

สแตน ลี

 

อธิบายเรื่องเดอะวอชเชอร์ในคอมมิคซักหน่อย เดอะวอชเชอร์จะมีหลายตน เพราะเดอะวอชเชอร์คือเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เป็นระดับคอสมิคบีอิ้ง เดอะวอชเชอร์จะกระจัดกระจายไปทั่วจักรวาลเพื่อเฝ้าดู ซึ่งเดอะวอชเชอร์ที่ชื่อ Uatu (อูอาตู) จะเป็นผู้เฝ้าดูอยู่บริเวณโลกมนุษย์และดวงดาวใกล้ๆโลกนี่ละครับ

อูอาตู เดอะ วอชเชอร์

มีไข่อีสเตอร์ด้วยอีกหนึ่ง ในซีนที่ร็อคเก็ตพายานเคว้ดเร้นท์จั๊มป์วาร์ป คือกลุ่มคอสมิคบีอิ้งที่ยืนล้อมวงกันบนดาวที่ไม่มีชั้นบรรยากาศ กำลังทำอะไรพิธีอะไรกันซักอย่างที่ผมมองไม่ทัน ใครจำได้บอกทีครับ ว่าเขาเหล่านั้นคือใคร?

กลับมาในเรื่องราวของหนัง อีโก้พาสตาร์ลอร์ดมาดาวตนเอง และอธิบายว่า อีโก้จุติมาเนิ่นนานสมัยที่จักรวาลเพิ่งกำเนิด อีโก้มีเพียงสมองที่โดดเดี่ยวและพลังวิเศษที่มากมาย อีโก้เริ่มเรียนรู้การใช้พลังนั้นสร้างดาวล้อมรอบสมองตนเอง และใช้พลังนั้นสร้างร่างกายให้เหมือนฮิวแมนนอย จึงแยกพลังงานไว้ในดาว และร่างไปไหนก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้อีโก้เรียนรู้หลายล้านปีเลยทีเดียว

อีโก้ใช้ร่างฮิวแมนนอยออกตามหาสิ่งมีชีวิตอื่นๆไปทั่วจักรวาล พบเผ่าพันธุ์อื่นๆมากมาย ตรงนี้ผมตัดจบเลยละกัน อีโก้เสพสมกับเผ่าพันธุ์เหล่านั้นเพราะอยากมีลูก เพื่อให้ลูกมีพลังเฉกเช่นตนเอง และช่วยกันยึดครองจักรวาล ด้วยการฝังร่างของตนลงไปที่ดวงดาวต่างๆทั่วจักรวาล อีโก้ยังมีข้อจำกัด ตรงที่ต้องพาร่างฮิวแมนนอยของตนกลับดาวอีโก้ เพื่อฟื้นพลัง มิเช่นนั้นอีโก้จะแห้งตาย

ลำพังพลังเซเลสเทียลชนิดเดียวกับอีโก้ (เซเลสเทียล แปลว่า พระเจ้าผู้สร้าง) ไม่เพียงพอที่จะแผ่พลังไปยึดครองควบคุมดาวอื่น อีโก้ต้องการเซเลสเทียลอีกคนที่มีพลังเหมือนตนเอง อีโก้จึงต้องการลูก แต่ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดได้รับพลังของอีโก้ได้ อีโก้ฆ่าลูกตัวเองไปมากมาย เพราะเมื่ออีโก้พาลูกมาดาวตนเอง แต่ลููกๆเหล่านั้นกลับไม่สามารถดึงพลังออกมาจากแกนกลางดาวได้

จนกระทั่งอีโก้ได้ข่าวว่า มีมนุษย์โลกผู้นึงนามว่า สตาร์ลอร์ด ที่สัมผัสพาวเวอร์สโตนแล้วไม่ตาย (ตรงจุดนี้หนังไม่ได้อธิบาย แต่ถ้าอีโก้รู้จักพาวเวอร์สโตน อีโก้ก็ต้องรู้จักมหาเทพอีกพวกคือสี่สมดุลย์แห่งจักรวาลผู้สร้างอินฟินิตี้สโตน และต้องรู้จักคอสมิคบีอิ้งชนิดต่างๆแน่นอน ซึ่งอีโก้ก็จัดอยู่ในคอสมิคบีอิ้งด้วย) อีโก้รู้ทันทีว่านั่นคือลูกของตนกับหญิงชาวโลก

อีโก้จึงออกตามหาสตาร์ลอร์ด เพื่อจะดึงมาเป็นพวก สตาร์ลอร์ดจะมีชีวิตอมตะไปนิรันดร์ตราบใดที่อยู่บนดาวอีโก้ แต่เมื่อสตาร์ลอร์ดรู้ความจริงว่า อีโก้ฆ่าแม่ของตนด้วยการฝังมะเร็งไว้ในหัว สตาร์ลอร์ดจึงปรี้ดแตก และเริ่มต่อสู้กับอีโก้พ่อตนเอง (จุดนี้มีคาเมโออีกคน นั่นคือ เดวิด แฮสเซลฮอฟ)

ตรงนี้ตัดจบเลย เนบิวล่ากับกาโมร่าฆ่ากันไม่ลง และเริ่มเข้าใจหัวอกกันและกัน จังหวะเดียวกับที่ร็อคเก็ตพาเบบี้กรูธกับยอนดูวาร์ปมาถึงดาวอีโก้ บวกกับที่แมนทิสบอกความจริงเรื่องอีโก้พาลูกมาฆ่าที่นี่มากมาย ทีมการ์เดี้ยนที่มีสมาชิกเพิ่มจึงต่อสู้กับอีโก้

อเยชานำโกลเด้นโดรนมาผสมโรง จึงเกิดการยิงกันตู้มต้ามโครมครามไปทั่วดาวอีโก้ ที่สุดแล้วโกลเด้นโดรนก็พ่ายแพ้ถูกทีมการ์เดี้ยนยิงร่วงหมด อเยชานำชาวเซเวอเรียนพ่ายแพ้เป็นครั้งที่สอง ตรงจุดนี้เราจะเห็นไข่อีสเตอร์อีกอัน นั่นคืออีโก้มีหน้าตาดวงดาวเหมือนคอมมิคเป๊ะๆ คือดวงดาวที่มีชีวิต

อีโก้ตาย เพราะระเบิดจากแบตอนูลักซ์ ยอนดูตาย เพราะสละชีวิตช่วยสตาร์ลอร์ด ในงานศพยอนดู สตาร์ฮอว์คพาราเวเจอร์ทุกหน่วยมาฉลองพิธีศพให้ยอนดูอย่างสมเกียรติ และก็เริ่มเข้าสู่เครดิตทั้งห้า..

เครดิตที่ 1 เครกลิ้น ลูกน้องเก่ายอนดู พยายามสวม Fin บนหัว และฝึกบังคับ Yaka จนพุ่งไปปักตัวเดร็กซ์

เครดิตที่ 2 อันนี้เริ่ด เมื่อสมาชิกกลุ่มราเวเจอร์ของสตาร์ฮออว์คเรียกรวมทีม เพื่อช่วยเหลือทีมการ์เดี้ยนสานต่อเจตนารมณ์พิทักษ์จักรวาลเฉกเช่นยอนดู ซึ่งนอกจากสตาร์ฮอว์คและอเลต้าที่โผล่มาช่วงต้นเรื่องแล้ว ก็ยังมี Charlie-27 รับบทโดย วิงส์ แรม ซึ่งทั้งสามคนนี้คือสมาชิกทีมการ์เดี้ยนดั้งเดิมในคอมมิคครับ นอกจากนั้นยังมี Mainframe พากษ์เสียงโดยนักร้องสาว ไมลี่ ไซรัส  และ Krugarr ที่ไม่มีเครดิตชื่อคนพากษ์

ชาร์ลี-27

เครดิตที่ 3 กรูธเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว โดนสตาร์ลอร์ดมาดุว่านั่งเป็นรากงอก เล่นแต่เกมส์ ไม่ยอมเก็บเศษไม้ที่รกทั้งห้อง

เครดิตที่ 4 อเยชากำลังจะโดนบักบวชชั้นสูงของเซเวอเรียนเรียกไปตำหนิ ที่สูญเสียทรัพยากรไปมากมายกับการล่าทีมการ์เดี้ยน แต่อเยชาก็กำลังเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ชั้นสูงที่ทรงอำนาจนามว่า Adam Warlock

นคอมมิคนั้น อดัม วอร์ล็อค อยู่ในระดับคอสมิคบีอิ้งเลย มีพลังงานแนวเวทย์มนตร์ ตายไปแล้วก็จุติใหม่ได้ในดักแด้ เป็นหนึ่งในแกนนำร่วมกับหมอแปลกต่อสู้กับธานอสช่วงแย่งชิงถุงมือเกรียนและเจมทั้งหก 

เครดิตที่ 5 เดอะวอชเชอร์ทั้งสามเริ่มเบื่อกับปู่ลี และกำลังเดินหนี 

 

มีอีกเล็กน้อย ช่วงตัวหนังสือทีมงานขึ้น แล้วตัวละครเต้นๆกัน หนึ่งในนั้นมี แกรนด์มาสเตอร์ ที่เป็นตัวละครระดับเอลเดอร์ออฟยูนิเวิร์ส  และจะโผล่มาในภาพยนตร์เรื่อง Thor: Ragnarok ปลายปี 2017 นี้ละครับ

แกรนด์มาสเตอร์

เดี่ยวผมจะเขียนเนื้อเรื่องรวบยอดของหนังเรื่องการ์เดี้ยนทั้งสองภาคในบทความเดียวเลย รอติดตามอ่านกันได้

 จบบทความแค่นี้ครับ สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ