ประวัติทีม Guardians of the Galaxy

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

Drax เป็นคนเดียวในทีมการ์เดี้ยนฯที่ประวัติความเป็นมาเผ่าพันธุ์ไม่ชัดเจน ซึ่งผมจะไม่อ้างอิงเนื้อหาของคอมมิคจักรวาล616 หรือเนื้อหาในจักรวาลอัลติเมท ดังนั้นจักรวาลของ MCU จึงคาดว่า เดร๊กคือเผ่าพันธุ์ฮิวแมนนอย ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับมนุษย์นั่นละครับ แต่ก็มีพลังกายสูงกว่ามนุษย์ คล้ายกับแอสการ์เดี้ยน/กาโมร่า/โรแนน/ซานเดอเรี่ยน

คือมีสรีระเหมือนกัน แต่สีผิวแตกต่างกัน และพลังกายแฝงแต่ละเผ่าพันธุ์ที่กล่าวมาก็ไม่เท่ากัน ซึ่งมนุษย์นั้นจัดว่าอ่อนแอที่สุดของกลุ่มฮิวแมนนอยGuardians of the Galaxy 001

 

เผ่าพันธุ์ของเดร๊กนั้นมุ่งมั่นฝึกฝนไปกับการต่อสู้ ไม่ได้เน้นทางพัฒนาความรุ่งเรืองของอารยธรรม เดร๊กจึงเป็นคนที่การศึกษาและวัฒนธรรมไม่สูงมากนัก จึงทำให้เดร๊กไม่ค่อยจะเข้าใจศัพท์แสลงของเผ่าพันธุ์อื่นๆที่มีอารยธรรมล้ำกว่าตนเอง เรียกง่ายๆคือ หลังเขานั่นละ แต่ไม่โง่นะครับ นั่นเพราะเดร๊กดไม่เคยได้เรียนรู้ศัพท์แสลงพวกนี้ ซึ่งหลังจากที่มาอยู่กับเพื่อนๆในทีมการ์เดี้ยน การต่อปากต่อคำกับคนอื่นๆก็คงจะดีขึ้น

เดร๊กมีภรรยาที่ชื่อ Hovat และลูกสาวที่ชื่อ Kamaria ต่อมาลูกและเมียของเดร๊กนั้นก็โดนสังหารโดยโรแนน ซึ่งโรแนนก็ได้รับคำสั่งมาจากธานอสอีกทอด เดร๊กนั้นจึงตามไล่ล่าโรแนนกับธานอสเรื่อยมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งการที่เดร๊กทำการสังหารลูกน้องของโรแนนมากมายนั้น จึงทำให้เดร๊กได้รับฉายาจากชาวกาแล๊กซี่ว่า Drax the Destroyer  ที่แปลว่าจอมทำลายล้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เดร๊กเคยโดนข้อหาฆาตกรรม 22 คดี / โดนโทษการทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสอีก 6 คดี / และในที่สุด เดร๊กก็ถูกจับโดยหน่วยตำรวจอวกาศ Nova Corp. และหน่วยโนว่าก็นำเดร๊กไปขังที่ Kyln ซึ่งเป็นคุกสุดแน่นหนาประจำหน่วยโนว่า

ต่อมา เมื่อเข้าสู่เรื่องราวในภาพยนตร์ เดร๊กก็ได้พบกาโมร่าในคุกซึ่งโดนจับมาขังพร้อมกับสตาร์ลอร์ด/กรูธ/และร็อคเก๊ต เดร๊กนั้นพอจะรู้มาบ้าง ว่ากาโมร่าคือบุตรบุญธรรมของวอร์ลอร์ดธานอสและเป็นพวกเดียวกับโรแนน เดร๊กจึงคิดที่จะสังหารกาโมร่าแก้แค้นให้ลูกเมีย ต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องราวที่เราได้ชมในภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy นั่นละครับ

Option ของ Drax

Dual Knives

Guardians of the Galaxy 002

เดร๊กยึดมืดขนาดกระทัดรัดคู่นี้มาจากนักโทษผู้นึงในคุก Kyln และแฮ้บมาเป็นอาวุธของตัวเองซะเลย – -*

 

 

 

Groot

Guardians of the Galaxy 003

กรูธนั้นคือมนุษย์พืชทรงภูมิปัญญา มีระดับสมองการเรียนรู้ที่เทียบเท่ากับมนุษย์(ถ้าได้รับการเรียนรู้นะ) กรูธนั้นคือเผ่าพันธุ์ Flora colossus แห่ง Planet X ซึ่งกรูธเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีขนาดร่างกายสูงใหญ่และแข็งแกร่งทรงพลัง และเนื่องจากกรูธเป็นเผ่าพันธุ์ตระกูลพืช จึงทำให้กรูธกระหายน้ำบ่อยๆ

ข้อดีคือกรูธมีร่างกายที่ยืดได้และงอกใหม่ได้ แต่ข้อเสียคือ กรูธนั้นถูกจำกัดในการออกเสียงพูด คือออกเสียงได้คำเดียวว่า ” I am Groot ” ซึ่งสำเนียงและโทนน้ำเสียงที่แตกต่างกันไป ความหมายของคำว่าไอแอมกรูธจะเปลี่ยนไปเช่นกัน

Guardians of the Galaxy 004

กรูธถูกตั้งข้อหาโดยโนว่าคอร์ปหลายข้อหา อาทิเช่น แหกคุกถึง 15 คดี /เป็นทหารรับจ้างไม่มีสังกัด(เถื่อน)อีก 3 คดี / ทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสอีก 3 คดี

ต่อมา กรูธได้พบกับ ร็อคเก็ต กรูธจึงกลายเป็นคู่หูนักล่าค่าหัวกับร็อคเก็ตมาโดยตลอดนับตั้งแต่นั้น (เจอกันตอนไหนอะไรยังไงมาร์เวลยังไม่ลงรายละเอียดครับ) ซึ่งในจักรวาลมาร์เวล ณ ตอนนี้ มีเพียงร็อคเก็ตเพียงผู้เดียวที่ฟังกรูธออก  และเข้าใจคำพูดไอแอมกรูธของกรูธที่ต้องการจะสื่อ

ร็อคเก็ตกับกรูธเดินทางมาถึงสถานีอวกาศเดอะฮับ ในบาร์ที่เดอะฮับนี่เอง ทั้งสองก็ได้รับงานนอกกฎหมายจากเอเลี่ยนที่ชื่อ Sqqd’li ให้ไปนำแพ็คเกจสุดสำคัญจาก “Uptown”มาให้

แต่หลังจากร็อคเก็ตกับกรูธนำแพ็คเกจที่ว่านี้ออกมาแล้ว ภายในของแพ็คเกจกลับเจอเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนคล้ายหอยทากที่มีนามว่า Scalluscs

และร็อคเก็ตกับกรูธก็ได้รับรู้ว่า Scalluscs มีเงินจ่ายค่าจ้างมากกว่า Sqqd’li ถึงสองเท่า ร็อคเก็ตและกรูธจึงกลับลำเข้าขัดขวางและต่อสู้กับพวก Sqqd’li เพื่อช่วย Scalluscs หลบหนีได้สำเร็จ

Guardians of the Galaxy 005

หลังจากได้เงินทุนมาจากพวก Scalluscs ซึ่งให้เงินตอบแทนที่ช่วยเหลือ ร็อคเก็ตกับกรูธจึงมุ่งหน้าเดินทางมาที่ดวงดาวซานด้าร์ที่ตั้งอาณาจักโนว่า ต่อจากนี้ก็เข้าสู่เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

Option ของ Groot -ไม่มี แต่ร่างกายของกรูธทุกส่วนแปลเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ไม่ซับซ้อนได้ (อาวุธไม่ซับซ้อนคือมีด/กระบอง/ ส่วนอาวุธที่ซับซ้อนคือ ปืน/ระเบิด เป็นต้น)

 

 

 

Rocket Racoon

Guardians of the Galaxy 006

ร็อคเก็ต หรือในชื่ออย่างเป็นทางการคือ Subject: 89P13 เป็นเผ่าพันธุ์สัตว์เดรัจฉานที่คล้ายกับแรคคูน มีถิ่นฐานกำเนิดที่อาณาจักร Halfworld ตั้งอยู่ในระบบดวงดาว Keystone Quadrant ร็อคเก็ตถูกเอเลี่ยนทรงภูมิปัญญาจับมาผ่าตัดดัดเแปลงพันธุกรรมทั้งทางร่างกายและระดับสมอง ทำให้ร็อคเก็ตมีมันสมองการเรียนรู้ที่เป็นเลิศขั้นสูง ด้านพลังกายและความทนทานก็เพิ่มขึ้นสูงสุดเท่าที่เผ่าพันธุ์สัตว์เดรัจฉานของร็อคเก็ตจะมีเช่นกัน ร็อคเก็ตจึงเป็นสัตว์ที่พูดได้ และล้ำขนาดที่เรียนรู้ที่จะสื่อสารภาษาในกาแล๊กซี่ได้แทบทุกอาณาจักร และยังเชี่ยวชาญในเรื่องวางแผนการรบและใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ร็อคเก็ตฉลาดขนาดที่ว่าสามารถผลิตอาวุธสงครามต่างๆได้ด้วยตนเอง เพราะนั่นคือจุดประสงค์หลักที่เอเลี่ยนผู้ผ่าตัดร็อคเก็ตต้องการ คือให้ร็อคเก็ตเป็นอาวุธที่เป็นสิ่งมีชีวิตนักรบที่สมบูรณ์แบบ

ร็อคเก็ตกลายมาเป็นทหารรับจ้างที่สุดแสนอันตรายแห่งกลุ่มโจรทหารรับจ้าง Gunslinging ร็อคเก็ตได้ทำสิ่งผิดกฎหมายไปทั่วทั้งกาแล๊กซี่ ร็อคเก็ตจึงถูกหน่วยโนว่าตั้งข้อหามากมายหลายคดี อาทิเช่น ทำการแหกคุก 23 คดี /ทหารรับจ้างไม่ได้รับอนุญาติ(เถื่อน)อีก 7 คดี /ทำการวางเพลิงอีก 13 คดี /ทำการโจรกรรมอีก 13 คดี

ต่อมา ร็อคเก็ตก็ได้ออกจากกลุ่มทหารรับจ้าง Gunslinging และพบกับ Groot มนุษย์พืชผู้ทรงพลัง ทั้งสองกลายมาเป็นคู่หูกันในที่สุด และงานที่ทั้งสองร่วมกันทำก็คือ การเป็นนักล่าค่าหัว

ร็อคเก็ตกับกรูธเดินทางไปทั่วทั้งกาแล๊กซี่จนกระทั่งน้ำมันเชื้อเพลิงในยานหมด ทั้งสองไม่มีทั้งเงินหรือโชค งานล่าค่าหัวก็หาไม่ได้ และที่สถานีอวกาศเดอะฮับ อันเป็นที่สุดท้ายที่ยานของร็อคเก๊ตน้ำมันมาหมดติดแหง็กอยู่ที่นี่พอดี  ร็อคเก็ตกับกรูธก็ได้รับงานนอกกฎหมายจาก Sqqd’li เพื่อให้ทั้งคู่นำแพ็คเกจสุดแสนสำคัญออกมาจาก “Uptown” ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา โดยที่ Sqqd’li นั้นทำงานให้กับไครม์ลอร์ด Zade Scraggot อีกทอดหนึ่ง

Guardians of the Galaxy 007

แต่มันก็กลับกลายเป็นภารกิจช่วยเหลือแพคเกจหลบหนีแทน ซึ่งแพคเกจที่ว่านี้ก็คือเอเลี่ยนรูปร่างคล้ายหอยทากที่ชื่อ Scalluscs เพราะว่า Scallusus นั้นจ่ายเงินให้ทั้งสองมากกว่าพวกไครม์ลอร์ด ร็อคเก็ตกับกรูธจึงช่วยหลือพวก Scalluscs หลบหนีเพื่อรับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นสองเท่า

หลังจากได้เงินทุนในงานครั้งนั้น ร็อคเก็ตกับกรูธจึงได้เดินทางมาที่ดวงดาวซานด้าร์เมืองหลวงแห่งโนว่าเอ็มไพร์เพื่อค้นหาผู้ที่มีการตั้งค่าหัวเอาไว้นั่นเอง (ทั้งคู่ก็โดนโนว่าออกหมายจับไว้นะ ห้าวขนาด ไม่กลัวจะโดนจับบ้างเล๊ย..)

และเครื่องแสกนค่าหัวของร็อคเก็ตก็พบคนผู้นึงที่มีค่าหัวสูงถึงสี่หมื่นยูนิต คนผู้นั้นคือ ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ Star- lord นั่นเอง ซึ่งค่าหัวปีเตอร์ผู้ที่ตั้งไว้ก็คือ หัวหน้าสลัดอวกาศกลุ่มราเวเจอร์ Yondu Udonta ต่อจากนี้ก็เข้าสู่เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

option ของ Rocket

Hadron Enforcer

Guardians of the Galaxy 008

เป็นปืนคล้ายบาซูก้าที่อานุภาพสูง ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของร็อคเก๊ตเอง บรรจุกระสุนปืนที่มีอำนาจการทำลายล้างได้เทียบเท่าระเบิดนิวเคลียร์ทีเดียวเชียวละ ร็อคเก็ตถึงขนาดโม้เอาไว้ว่า ปืนของเขาอันนี้ระเบิดดวงจันทร์ได้สบายๆ (โม้มากไปละ – -*) ปืนกระบอกนี้นั้นถูกใช้ให้เห็นเพียงแค่ 3 ครั้ง / ครั้งที่ 1 คือซีนที่เดร๊กไปช่วยสตาร์-ลอร์ดกับกาโมร่าซึ่งโดนราเวเจอร์จับตัวไป / ครั้งที่ 2 คือซีนที่สตาร์-ลอร์ดยิงเข้าลิ้นปี่โรแนนแบบเต็มๆ แต่โรแนนกลับไม่เป็นอะไรเลยซักนิด เพราะได้พลังอำนาจจาก Power Stone นั่นละ / ครั้งที่ 3 คือซีนที่เดร็กยิงเข้าไปที่ยอดคฑาของโรแนน และ Power Stone ก็กระเด็นออกมา ก่อนที่สตาร์-ลอร์ดจะพุ่งไปคว้าพาวเวอร์สโตนได้ทันก่อนโรแนน และร็อคเก๊ตซึ่งคือผู้ผลิตปืนอันนี้ไม่เคยใช้เลยในภาพยนตร์

 

Laser Cannon

Guardians of the Galaxy 009

เป็นปืนที่ร็อคเก๊ตยึดมาจากสถานีอวกาศเดอะฮับเมื่อครั้งไปเทียบท่า และร็อคเก๊ตใช้ในภาพยนตร์ครั้งเดียว คือตอนยิงสตาร์-ลอร์ด ซึ่งซีนหลังจากนั้นโนว่าคอร์ปก็มาจับตัวทุกคนไป

 

 

Gamora

Guardians of the Galaxy 010

กาโมร่า เป็นเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ Zehoberei คนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ เนื่องมาจากธานอสฆ่าพ่อและแม่ พร้อมกับทำลายล้างดาวของเธอทั้งอาณาจักร แต่ธานอสกลับไว้ชีวิตเด็กน้อยกาโมร่าไว้เพียงคนเดียวในเผ่าพันธุ์ และรับกาโมร่ามาเป็นลูกบุญธรรม ก่อนที่จะจับกาโมร่ามาผ่าตัดดัดแปลงพันธุกรรมโครงสร้างและร่างกาย ธานอสหวังที่จะสร้างกาโมร่าให้เป็นเครื่องจักรสังหาร กาโมร่าโดนดัดแปลงให้เสริมกระดูกแทบทุกชิ้นเป็น Cybernetic ทั่วร่างกาย มีความรวดเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเผ่าพันธุ์ที่เป็นปกติของเธอ ปฏิกิริยาตอบสนองก็เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ร่างเนื้อสีเขียวของกาโมร่านั้นเป็นสิ่งดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานมากกว่าชุดเกราะ นั่นจึงทำให้กาโมร่ามีความอึดและทนทานเทียบเท่าแอสการ์ดเลยทีเดียว และด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่รวมกัน ทำให้กาโมร่ามีคุณสมบัติที่จะฝึกฝนเพื่อเป็นสุดยอดนักฆ่าได้ไม่ยากเย็นนัก

Nova corp 011

ธานอสให้กาโมร่าเข้าฝึกเป็นมือสังหารตั้งแต่ยังเด็ก ในหลักสูตรที่ชื่อว่า Galaxy-Class Killer โดยมีโรแนนป็นผู้ควบคุมการฝึกอันสุดหฤโหดในครั้งนี้ ซึ่งในคลาสการฝึกของโรแนนนี้มี 3 ชีวิตด้วยกัน นั่นคือ เนบิวล่า / โครอธ และกาโมร่า (เนบิวล่าก็ประสบพบเจอชะตากรรมเช่นเดียวกับกาโมร่า คือโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และนำมาผ่าตัดดัดแปลงพันธุกรรมเช่นกัน เนบิลล่าเป็นบุตรบุญธรรมอีกหนึ่งคนของวอร์ลอร์ดธานอส)

Guardians of the Galaxy 02454545

เมื่อกาโมร่าและเนบิวล่าเติบโตเป็นวัยรุ่น ทั้งสองก็ได้รับภารกิจสำคัญจากธานอส โดยการออกไปตามหาออร์ป โดยมีโครอธนำภารกิจ ทั้งสามสืบเสาะหาออร์ปมาจนกระทั่งถึงดาวเคราะห์ชื่อ ” Praxius IX ” ซึ่งในภารกิจนี้ก็ไม่พบออร์ป แต่เนบิวล่ากลับพลาดท่าถูกกับดักนิรภัยวิหาร Cloud Tombs of Praxius ซึ่งเป็นปิรามิดวิหารลอยฟ้าในอาณาจักร โดยที่กับดักนี้ชื่อ Thorn Energy Net ซึ่งเป็นตาข่ายแสงเลเซอร์ดักจับ เนบิวล่านั้นจำเป็นต้องใช้ดาบ Galaxy-Class Killer ซึ่งกาโมร่าโยนให้

กาโมร่าทิ้งดาบให้เนบิลล่าเพราะต้องการให้เนบิวล่าตัดสินใจชีวิตตนเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเนบิวล่านั้นตัดสินใจฟันแขนข้างซ้ายของตนเองออกเพื่อรักษาชีวิตให้รอด  ในที่สุดแล้วทั้งสองก็หนีรอดออกมาจากดาวมหาภัยนี้ได้สำเร็จ

Guardians of the Galaxy 013

ผ่านมาอีกหลายปี กาโมร่าก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ สร้างผลงานมากมายให้กองทัพธานอสในการโจมตีอาณาจักรต่างๆ และได้กลายเป็นลูกสาวคนโปรดของวอร์ลอร์ดธานอสในที่สุด ซึ่งนี่ก็ทำให้เนบิวล่าบังเกิดความไม่พอใจลึกๆในตัวกาโมร่าขึ้นมาเรื่อยๆนับตั้งแต่นั้น ซึ่งจากความเก่งกาจนี้ กาโมร่าจึงได้รับฉายาจากเอเลี่ยนทั่วทั้งกาแล๊กซี่ว่า “Deadliest Woman in the Galaxy”

ค.ศ. 2013-2014 วอร์ลอร์ดธานอสสั่งให้กาโมร่า/เนบิวลา ติดตามโรแนนและโครอธไปกับกองยานรบเดอะดาร์คเอสเตอร์ของจักรวรรดิครี เพื่อช่วยโรแนนตามหาออร์ป ธานอสนั้นได้ทำการตกลงกับโรแนน ด้วยการจะทำลายล้างอาณาจักรซานด้าร์เป็นการแลกเปลี่ยน ถ้านำออร์ปมาให้ตนได้สำเร็จ กาโมร่านั้นไม่เต็มใจที่จะช่วยธานอสกับโรแนนในการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์นับล้านๆชีวิตบนดวงดาวซานด้าร์ แต่ตอนนี้กาโมร่าไม่มีทางเลือก

ต่อมา กาโมร่าได้พบกับ Taneleer Tivan ที่มายื่นข้อเสนอให้กาโมร่าสี่พันล้านยูนิตเพื่อแลกกับออร์ป ถ้ากาโมร่าได้ออร์ปมาแล้ว ให้กาโมร่าเดินทางไปมอบให้ตนที่โนว์แวร์ทันที กาโมร่าจึงตกลง เพราะยังดีกว่าจะปล่อยให้ธานอสใช้ออร์ปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นๆอีก กาโมร่าไม่ต้องการให้เผ่าพันธุ์อื่นๆมาประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกับตนเอง

Nova corp 012

ซึ่งในที่สุด โรแนนก็สืบเสาะหาจนกระทั่งพบว่า ออร์ปอยู่ในวิหารโบาณที่อาณาจักรโมแร็ก ดวงดาวแห่งมหาสมุทร (Ocean Planet) โรแนนจึงสั่งให้โครอธรีบรุดลงไปที่โมแร็กทันที ก่อนที่น้ำทะเลบนโมแร็กจะสูงขึ้นและปิดทางเข้าวิหาร ซึ่งโครอธก็ปะทะกับสตาร์ลอร์ดที่วิหาร สุดท้ายสตาร์ลอร์ดก็ชิงออร์ปไปได้

โครอธจึงกลับมามือเปล่าและรายงานโรแนนว่า พบหนึ่งในสลัดอวกาศราเวเจอร์ โจรผู้นี้ใช้ชื่อว่าสตาร์-ลอร์ด และสตาร์ลอร์ดชิงออร์ปไปได้ โครอธยังสืบทราบมาอีกว่า สลัดอวกาศราเวเจอร์จะนำออร์ปไปขายให้กับเดอะโบรกเกอร์บนอาณาจักรซานด้าร์ โรแนนจึงสั่งให้เนบิวล่าไปช่วงชิงออร์ปมาจากสตาร์-ลอร์ด

กาโมร่าซึ่งฟังอย่างเงียบๆมาตั้งแต่ต้น จึงออกตัวอาสาไปชิงออร์ปแทน เนื่องด้วยกาโมร่าเห็นช่องที่จะชิงออร์ปไปมอบให้ทิวาน ซึ่งต่อจากนี้ก็คือเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

ปล. ปีค.ศ.2014 กาโมร่ามีอายุ 25 ปี นับตามปีของดวงดาว Zehoberei บ้านเกิดกาโมร่า แต่ถ้าเทียบเป็นปีโลก ยังไม่สามารถระบุอายุชัดเจนได้

option ของ Gamora

Retractable Blade

Guardians of the Galaxy 015

เป็นดาบประจำตัวของเหล่า Galaxy-Class Killer ซึ่งมีความพิเศษคือตัดโลหะได้แทบจะทุกชนิด พับได้ ใช้เป็นมีดสั้นขว้างก็ได้ กาโมร่าใช้ Retractable Blade ในภาพยนตร์ 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกคือตอนตัดแขนกรูธ ครั้งที่สองคือตอนต่อสู้กับเนบิวล่าบนยานเดอะดาร์คเอสเตอร์

 

 

Star-Lord

Guardians of the Galaxy 016

Peter Jason Quill เกิดปีค.ศ. 1980 ที่รัฐมิซซูรี่สหรัฐอเมริกา ปีเตอร์เป็นลูกชายคนเดียวของ Meredith Quill กับเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนลึกลับ เมอเรดิธนั้นชื่นชอบการฟังเพลงมาก ถึงขนาดที่อัดเพลงที่เธอชอบของศิลปินหลายๆคนลงในเทปคาสเซ็ท และเขียนบนปกเทปไว้ว่า “Awesome Mix Vol. 1” ซึ่งทำให้ปีเตอร์เติบโตขึ้นมาก็ชอบเสียงเพลงเช่นเดียวกับเมอเรดิธแม่ของเขา และปีเตอร์มักฟังเทปคาสเซ็ทที่เมอเรดิธอัดเอาไว้เป็นประจำ

Guardians of the Galaxy 017

ปี ค.ศ. 1988 ในตอนที่ปีเตอร์มีอายุได้ 8 ขวบ ตั้งแต่เมอเรดิธคลอดปีเตอร์ ร่างกายเมอเรดิธก็เจ็บป่วยมาโดยตลอด (สงสัยโดนเชื้อเอเลี่ยนเยอะเกิน) ซึ่งในที่สุดเมอเรดิธก็กำลังจะตายเพราะเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย เมอเรดิธนั้นให้กล่องของขวัญกับปีเตอร์ก่อนที่เธอจะตาย (ต่อมาในปี ค.ศ.2014 ปีเตอร์ก็ทำการแกะห่อของขวัญชิ้นนี้ และพบว่าข้างในคือ “Awesome Mix Vol. 2” ) ครอบครัวปีเตอร์คิดกันเอาไว้ว่า หลังจากที่เมอเรดิธเสียชีวิต คุณตาปีเตอร์จะรับตัวเขาไปอยู่ด้วย

Guardians of the Galaxy 018

และหลังจากนั้นเมอเรดิธก็สิ้นใจตายลงไป ปีเตอร์เสียใจเป็นอย่างมากและวิ่งออกไปร้องไห้อยู่ที่สนามหญ้าหน้าโรงพยาบาล ทันใดนั้นยานอวกาศหรือยูเอฟโอต่างดาวลึกลับ ก็มาทำการลักพาตัวปีเตอร์ไป ซึ่งยูเอฟโอลำนั้นก็คือสลัดอวกาศราเวเจอร์นั่นเอง

กลุ่มสลัดอวกาศราเวเจอร์นำโดยบอสสูงสุดคือ Yondu Udonta เดินทางข้ามกาแล็กซี่เพื่อมายังที่โลกมนุษย์ และนำตัวปีเตอร์ไปให้กับเอเลี่ยนตนหนึ่งที่ว่าจ้างยอนดูอีกที ซี่งเอเลี่ยนตนนั้นก็คือพ่อแท้ๆของปีเตอร์นั่นเอง

แต่เมื่อยอนดูได้ตัวปีเตอร์มาแล้ว ยอนดูกลับไม่ยอมส่งตัวปีเตอร์ตามที่ได้ตกลงไว้กับพ่อแท้ๆของปีเตอร์ ยอนดูกลับเลี้ยงดูปีเตอร์ซะเอง และฝึกสอนปีเตอร์ให้เป็นจอมโจร ซึ่งนั่นจึงทำให้ปีเตอร์ยังไม่รู้ว่าพ่อของตนคือใคร

ปีเตอร์เติบโตขึ้นมากับสลัดอวกาศสุดเถื่อนทั้งฝูง สิ่งนี้หล่อหลอมให้ปีเตอร์ได้มีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ปีเตอร์จึงเติบโตขึ้นมากลายเป็นหนึ่งในจอมโจรผู้เก่งกาจแห่งกลุ่มราเวเจอร์ และด้วยความที่ปีเตอร์มีสายเลือดเอเลี่ยนลึกลับ ทำให้ปีเตอร์มีพลังกายมากกว่ามนุษย์ปกติ  (เนื่องจากเรายังไม่เห็นปีเตอร์ซัดกับมนุษย์ธรรมดา เห็นเพียงตอนสู้กับกาโมร่าได้อย่างสูสี และประมือกับพวกซาคารานได้ชิลๆ ผู้ชมจึงยังไม่รู้ว่าแกเก่งกว่ามนุษย์ธรรมดานะ) และเมื่อปีเตอร์เริ่มมีชื่อเสียง ปีเตอร์จึงตั้งฉายาให้กับตนเองว่า Star-Lord ซึ่งที่มาของชื่อนี้นั้น เป็นชื่อที่เมอเรดิธมักเรียกปีเตอร์ว่าสตาร์-ลอร์ดน้อยของแม่เป็นประจำตั้งแต่เด็กๆนั่นเอง

สตาร์-ลอร์ดมักจะได้รับงานในลักษณะต้องฉายเดี่ยวจากยอนดูเสมอ ยอนดูนั้นไว้วางใจสตาร์-ลอร์ดมาก ถึงขนาดให้ใช้ยาน M-ship ส่วนตัวหนึ่งลำให้สตาร์-ลอร์ดเลยทีเดียว  ซึ่งสตาร์-ลอร์ดนั้นเดินทางไปยังดวงดาวต่างๆและกาแล็กซี่ต่างๆเพื่อลักเล็กขโมยน้อยและเจ้าชู้ไก่แจ้จีบเอเลี่ยนที่นู่นที่นี่ที่นั่นไปเรื่อย จนกระทั่งสตาร์-ลอร์ดถูกตำรวจอวกาศโนว่าคอร์ปขึ้นบัญชีดำตามจับกุมตัว ในฐานะอาชญากรสำคัญของกาแล็กซี่

ปี ค.ศ. 2014 สตาร์-ลอร์ดอายุ 34 ปี กลุ่มสลัดอวกาศราเวเจอร์นั้นได้รับการว่าจ้างจากเดอะโบร้กเกอร์ซึ่งเป็นชาวซานด้าร์ เพื่อให้ราเวเจอร์ไปเอาออร์ปจากวิหารเก่าแก่บนดาวโมแร็ก

ยอนดูนั้นเห็นว่าสตาร์-ลอร์ดอยู่ใกล้โมแร็กมากว่าตนเอง จึงสั่งให้ปีเตอร์ลงไปเอาออร์ปที่โมแร็กทันทีโดยเร็วที่สุด เพราะช่วงนี้คือช่วงน้ำทะเลของดาวลดลง ซึ่งถ้าเกินช่วงเวลานี้ จะไม่มีใครสามารถนำยานลงจอดบนผืนดาวได้ และต้องรออีก 300 ปีเลยที่น้ำจะลงเช่นนี้อีกครั้ง ต่อจากนี้ก็เป็นเนื้อหาตอนเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

option ต่างๆของ Sta-Lord

Helmet

Guardians of the Galaxy 019

หมวกอเนกประสงค์ของสตาร์-ลอร์ดอันนี้นั้น สามารถปรับแรงดันได้ และกรองอากาศที่เป็นพิษให้แปรเปลี่ยนเป็นอ็อกซิเจนได้อีกด้วย(มันจะล้ำไปไหน) เมื่ออยู่ในห้วงอวกาศนั้น เฮลเม็ตก็มีอ็อกซิเจนสำรองที่เคยซึมซับมาไว้ภายในเฮลเม็ตก่อนหน้านี้ และนำอ็อกซีเจนนั้นมาหายใจได้ในอวกาศชั่วคราว ภายในเฮลเม็ตยังมีระบบสื่อสารอีกซะด้วย

 

Star-Lord Uniform

Guardians of the Galaxy 020

ชุดเครื่องแบบของสตาร์-ลอร์ดนั้นก็คือชุดของกลุ่มราเวนเจอร์นั่นเอง มีคุณสมบัติที่ทนทานอุณภูมิทุกสภาพอากาศ และป้องกันของมีคมเฉือน (ยกเว้นโดนยิงหรือโดนแทงนะ อันนั้นกันไม่ได้) ปกติสตาร์-ลอร์ดจะใส่เสื้อโอเวอร์โค้ท แต่ในภาพนี้คือชุดออกรบของราเวเจอร์ และในฉากใกล้ๆตอนจบ ทีมกาเดี้ยนทุกๆคนใส่ชุดนี้กันหมด (ยกเว้นเดร็ก นั่นใส่แค่กางเกง ส่วนกรูธไม่ใส่อะไรเลย)

 

Jet Boot Attachments

Guardians of the Galaxy 021

รองเท้าบูธของสตาร์-ลอร์ดนั้น ติดตั้งพลังงานขับเคลื่อนไว้ด้วย นั่นจึงทำให้สตาร์-ลอร์ดลอยตัวได้ในสภาวะที่ดาวนั้นมีแรงโน้มถ่วง แต่ถ้าเป็นในห้วงอวกาศ รองเท้าบูธคู่นี้จะขับเคลื่อนได้ฉิวเลยทีเดียว

 

Translator Implant

Guardians of the Galaxy 022

สตาร์-ลอร์ดฝังเครื่องแปลภาษาไว้ที่ช่วงลำคอ (จากบรรทัดแถวล่างสุดในภาพ) ทำให้สตาร์-ลอร์ดนั้นสื่อสารได้กับเอเลี่ยนทุกๆพันธุ์ที่มีในกาแล็กซี่

 

Milano Ship

Guardians of the Galaxy 023

ยานมิลาโนของสตาร์-ลอร์ดมันคือยาน M-ship ของราเวเจอร์นั่นเองครับ แต่สตาร์-ลอร์ดเอามาตั้งชื่อใหม่ว่ามิลาโน ที่มาก็คือ สมัยตอนที่สตาร์-ลอร์ดนั้นยังเป็นเด็กและยังอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ก่อนถูกจับตัวมา ดาราวัยรุ่นหญิงที่เป็นอเมริกันสวีทฮาร์ทขวัญใจหนุ่มเล็กและหนุ่มใหญทั่วอเมริกาก็คือ Alisa Milano  สตาร์-ลอร์ดแกก็เลยเอาชื่อเธอมาตั้งเป็นชื่อยานซะเลย

 

Quad Blasters

Guardians of the Galaxy 024

เป็นปืนที่มีหลายหลากคุณสมบัติ คือใช้ยิงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆเพื่อแค่หวังผลให้หมดสติและทำให้ช้าลงนิดนึง หรือปรับเปลี่ยนเป็นกระสุนพลาสม่าพิฆาตเพื่อสังหารก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งปืนคู่นี้ยังปรับให้เป็นแรงดัน เพื่อดีดตัวผู้ใช้กระโดดจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งก็ทำได้ เป็นอาวุธหลักคู่กายของสตาร์-ลอร์ด

 

Plasma Sphere

Guardians of the Galaxy 025

ลูกพลาสม่าของสตาร์-ลอร์ด เมื่อเขย่าจะมำให้เกิดแสงสว่างจ้า แต่..ขณะที่มันระเบิดพลังงานพลาสม่าออกมา มันก็มีพลังทำลายล้างในระยะรัศมีประมาณสองเมตรรอบๆตัวมันที่จุดระเบิด ซึ่งสตาร์-ลอร์ดกลับนำเอาไอเทมอันตรายขนาดนี้มาเป็นแค่หลอดไฟ..

 

Holographic Scanner

Guardians of the Galaxy 026

เป็นเครื่องที่ใช้สแกนอานุภาคของอินทรีย์สารซึ่งเคยมีอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการเห็น และจำลองภาพเหล่านั้นออกมาเป็นโฮโลแกรมให้ดูได้ ทำให้สตาร์-ลอร์ดสามารถรู้ว่าเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในที่แห่งนี้ (ซึ่งเครื่องนี้ก็น่าจะปรับวันที่และช่วงเวลาที่จะดูได้ด้วยนะ ล้ำจริงๆ)

 

Gravity Mine

Guardians of the Galaxy 027

เครื่องจำลองแรงโน้มถ่วงของสตาร์-ลอร์ดอันนี้นั้น สตาร์-ลอร์ดใช้เพื่อดึงดูดออร์ปออกมาจากบาเรียนิรภัยในวิหารโบราณ และต่อมาก็ใช้ดูดทหารของซาคาราน เพื่อถ่วงเวลาตอนที่จะหนีออกมาจากโมแร็กนั่นละครับ

 

Sony TPS-L2 Walkman Headset

Guardians of the Galaxy 028

เครื่องเล่นเทปโซนีวอร์คแมนยุค80′ ของสตาร์ลอร์ดเครื่องนี้ ได้กลายเป็นแรร์ไอเทมทันทีหลังจากภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy ออกฉายในช่วงนั้น โซนี่วอร์คแมนรุ่นที่สตาร์-ลอร์ดใช้ในหนังจึงมีราคาประมูลที่สูงมากๆในอี-เบย์ช่วงปี 2014 เลยละครับ

 

จบบทความของทีมกาเดี้ยนแต่เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ _/\_

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ