Valerian: and the City of Thousand Planets

หมวดหมู่ MOVIE ผู้เขียน

Spoiler Alert !! เกริ่นนำก่อนเข้าสู่เรื่องราว ปี1975 ยานอพอลโล่ของอเมริกา นำโดย โธมัส สแตฟฟอร์ส แห่ง NASA (องค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา) และ ยานโซยุสของโซเวียต นำโดย อเล็กซิส ลีโอนอฟ แห่ง Roscosmos (องค์การอวกาศแห่งรัฐบาลรัสเซีย) เข้าเทียบท่าพบกันที่นอกโลก ทำให้มีการจับมือกันระหว่างอเมริกาและโซเวียตเป็นครั้งแรกในอวกาศ สองประเทศมหาอำนาจจึงริเริ่มโปรเจคสร้างสถานีอวกาศร่วมกันให้อยู่นอกโลกอย่างถาวร โดยมีชื่อว่า สถานีอวกาศ Alpha (อัลฟ่า) สถานีอวกาศอัลฟ่าจัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายสองประการ  หนึ่งคือ กระตุ้นนักวิทยาศาสตร์ให้มาประจำการบนสถานีมากขึ้น และสองคือ แสดงให้มนุษย์โลกเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ใด ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ หลังจากนั้นตลอดเวลาหลายสิบปี ชาติต่างๆทั่วทั้งโลกก็เข้ามามีส่วนร่วมทั้งด้านเงินทุน และกำลังคนกำลังสมอง ในการสร้างสถานีอวกาศอัลฟ่า

ปี 2031 นักวิทยาศาสตร์หลายๆชาติของโลก ก็ร่วมกันติดตั้งระบบจำลองแรงโน้มถ่วงให้สถานีอวกาศอัลฟ่าจนสำเร็จ ทุกประเทศในโลกส่งมนุษย์อวกาศอย่างน้อยหนึ่งคนต่อหนึ่งประเทศ มาประจำการบนสถานีอวกาศอัลฟ่า ชาติต่างๆส่งวัตถุดิบจากโลกมาต่อนั่นเติมนี่ จนทำให้สถานีอวกาศอัลฟ่าใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สถานีอวกาศอัลฟ่าจึงเริ่มพัฒนาให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้ และเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากโลกขึ้นมาเยี่ยมชมที่นี่

ปี 2060 สมาพันธ์วิทยาศาสตร์โลก และ สหประชาชาติอวกาศ ร่วมทุ่มกันสร้างดาวเทียมสื่อสารดวงใหม่ชื่อ Omega (โอเมก้า) ซึ่งสามารถส่งสัญญาณในอวกาศได้ไกลกว่าทุกดาวเทียมที่เคยมีมา 50 เท่า จุดประสงค์หลักของโอเมก้า คือการส่งสัญญาณออกไปในห้วงอวกาศเพื่อค้นหาดาวดวงใหม่ๆ และเพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆในอวกาศ  แต่หลายปีผ่านไป โอเมก้าก็ยังไม่สามารถตรวจจับอะไรได้ จนมนุษย์คิดว่าพวกตนอาจเป็นสายพันธุ์เดียวในอวกาศ โปรเจคโอเมก้าจึงถูกตราหน้าว่าเป็นความล้มเหลวของวงการวิทยาศาสตร์โลก

ปี2099 โอเมก้าติดต่อกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้เป็นครั้งแรก แต่ใช้เวลาหลายเดือน กว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะหาวิธีการสื่อสารให้เข้าใจด้วยภาษาของแต่ละฝั่งได้ จนคุยกันรู้เรื่องสื่อสารเข้าใจ เมื่อติดต่อกันเนิ่นนานหลายปี และติดต่อสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้มากสายพันธุ์ขึ้น มนุษย์จึงใช้โอเมก้าสื่อสารเชื้อเชิญให้เอเลี่ยนกลุ่มแรกที่ตอบรับคำเชิญ ให้เดินทางมาที่สถานีอวกาศอัลฟ่า

ปี 2150 ชาวโลกได้ต้อนรับสิ่งมีชีวิตต่างดาวเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นคือเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ที่ชื่อว่า “คอร์ตาน ดาฮุค” หลังจากนั้นเอเลี่ยนหลากหลายสายพันธุ์ก็เริ่มเดินทางมาที่มหานครอัลฟ่าตามคำเชิญ ที่นี่จึงเริ่มเปลี่ยนเป็นมหานคร อันมีเอเลี่ยนหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัย โดยเอเลี่ยนเหล่านี้บางเผ่าพันธุ์ก็มาพร้อมเทคโนโลยีอันสูงล้ำ มหานครอัลฟ่าจึงพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว

Kortan Dahük (คอร์ตาน ดาฮุค)

 

มหานครอัลฟ่าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มนุษยชาติเริ่มจับมือกันร่วมสร้างในปี 1975 จนถึงศรรตวรรษที่ 21 อัลฟ่ามีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 22.4 ไมล์ มีประชากรเกือบ 20 ล้านคนจากเอเลี่ยน 3,236 สายพันธุ์ มีภาษาที่ใช้พูดกันกว่า 5,000 ภาษา ทำให้ตอนนี้มหานครอัลฟ่าเริ่มจะเป็นอันตรายกับ “โลก” อันเป็นดาวแม่ เพราะขนาดและน้ำหนักของมหานครอัลฟ่าเยอะจนคุมไม่อยู่ ซึ่งถ้ามันเริ่มเข้าสู่วงโคจรโลก และตกลงมา จะเกิดหายนะครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่ชั้นสูงขององค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ จึงตัดสินใจดีดมหานครอัลฟ่าออกจากวงโคจรโลก ให้ล่องลอยออกไปในอวกาศพ้นจากแรงดึงดูดของโลกในระยะปลอดภัย หากแต่ยังคงติดต่อสื่อสารกับโลกมนุษย์ไม่เคยขาด และมหานครอัลฟ่าก็ลอยห่างจากโลกไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุด..

 

เข้าสู่เรื่องราวในภาพยนตร์

 

ที่ดาวมิวท์ ดวงดาวอันสวยงามของเอเลี่ยนชาวเพิร์ล ท้องฟ้าสีคราม และหาดทรายสีขาว อันเป็นแหล่งไข่มุกพลังงานมหาศาล และถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตตัวเพิ่มมวลสาร เจ้าหญิงลีโฮแห่งเพิร์ล กำลังนำไข่มุกใส่ไปปากในตัวเพิ่มมวลสาร ทำให้ตัวสร้างมวลสารเพิ่มไข่มุกพลังงานออกมาเป็นร้อยเท่า และส่งไข่มุกพลังงานนั้นคืนสู่ธรรมชาติในแกนกลางดาวมิวท์ นี่คือวิถีชีวิตของชาวเพิร์ลที่สืบทอดมายาวนาน..

Princess Lïhio-Minaa (เจ้าหญิงลีโฮ)

 

แต่แล้วก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เมื่อจู่ๆมีซากของยานอวกาศมากมายตกลงมาที่ดาวเพิร์ล จักรพรรดิ ลีมาอิ และ จักรพรรดินี เอโลอิ พ่อแม่ของเจ้าหญิงลีโฮ พร้อมด้วยไพร่พลชาวเพิร์ลส่วนนึง รีบรุดเดินทางเข้าไปในหนึ่งในยานอวกาศสู้รบที่ตกลงมา ซึ่งนี่คือยานรบของมนุษย์

ขณะที่ลีมาอิและเอโลอิกับชาวเพิร์ลส่วนนึงอยู่ภายในยานรบ ยานแม่ลำมหึมาของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ยานของมนุษย์ ก็ตกลงมาที่ดาวมิวท์ของชาวเพิร์ล ทันใดนั้นก็เกิดระเบิดนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพมหาศาล ลีมาอิและเอโลอิพ่อแม่ของลีโฮสั่งให้ทหารรีบปิดประตูยานรบลำนี้ และคันโยกก็หักลงหลังจากปิดสนิท  เจ้าหญิงลีโฮรีบวิ่งตามพระบิดาพระมารดามาที่ยานรบมนุษย์ แต่ก็สายไป เพราะเปิดประตูไม่ได้แล้วนั่นเอง เจ้าหญิงลีโฮจึงตายด้วยแรงระเบิดนิวเคลียร์ไปพร้อมๆกับดาวมิวท์ที่ระเบิดเป็นจุลในทันที..

จักรพรรดิ ลีมาอิ (Emperor Haban-Limaï) และ จักรพรรดินี เอโลอิ (Empress Aloï)

 

แต่ชาวเพิร์ลก่อนตายนั้น จะมีความสามารถส่งคลื่นพลังงานวิญญาณของตนออกไปอย่างรวดเร็วแผ่เป็นคลื่นพลังงานวงกว้างกระแทกออกไป เพื่อถ่ายทอดความนึกคิดและสิ่งที่รับรู้ในชีวิตส่งไปให้สิ่งมีชีวิตอื่นๆ คลื่นพลังงานดวงวิญญาณของลีโฮเดินทางข้ามกาลเวลาและจักรวาลมาหลายกาแล็กซี่ และเลือกเข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์เพศชายที่ชื่อว่า “วาเลอเรียน”

ผู้พันหนุ่มหล่อวาเลอเรียน และ จ่าสาวสวยลอเรลีน ทั้งสองคือสายพันธุ์มนุษย์ และเป็นเจ้าหน้าที่คู่หูปฏิบัติการพิเศษ แห่งองค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ มีหน้าที่ในการรักษาความสงบให้แก่มนุษย์ และทุกสายพันธุ์ทั่วจักรวาล ทั้งสองมีสถิติทำภารกิจสำเร็จ 100 % ทำให้ทั้งคู่โดดเด่นเก่งกาจที่สุดในเจ้าหน้าที่ขององค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ แต่ภายในหน้าที่ก็มีความรัก วาเลอเรียนนั้นตกหลุมรักลอเรลีนอย่างจัง หากแต่ลอเรลีนยังไม่เชื่อใจในความเจ้าชู้ของวาเลอเรียน จึงยังไม่ตกลงรับรัก

(Major Valerian) ผู้พันวาเลอเรียน และ (Sergeant Laureline)จ่าลอเรลีน  

 

วาเลอเรียนและลอเรลีน ได้รับภารกิจในการไปช่วงชิงตัวเพิ่มมวลสารตัวสุดท้ายในจักรวาลที่เหลือของสายพันธุ์ (พันธุ์เดียวกับที่อยู่บนดาวมิวท์ของชาวเพิร์ลที่ระเบิดนั่นละ) ซึ่งมันกำลังถูกซื้อขายที่ บิ๊กมาเก็ต บนดาว เคียเรียน แหล่งค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล ที่อยู่ไกลถึง 19 ปีแสงห่างจากโลก วาเลอเรียนและลอเรลีนจึงเดินทางโดยยานประจำตัวคือยานอินทรูเดอร์ และเข้ารูหนอนเพื่อไปดาวเคียเรียนให้ทันเวลา

แต่ขณะที่ยานทั้งคู่กำลังเดินทางอยู่ในรูหนอน วาเลเรียนที่นอนเล่นและเผลอหลับในห้องซีมูเลเตอร์จำลองสภาพบรรยากาศ วาเลอเรียนก็โดนคลื่นพลังวิญญาณของลีโฮมาเข้าสิงร่างในขณะหลับ วาเลอเรียนจึงเห็นลีโฮและดาวมิวท์ในความฝัน เมื่อวาเลอเรียนตื่น วาเลอเรียนจึงถามเอไอของยานอินทรูเดอร์และดึงความทรงจำในฝันออกมาประมวลผล แต่เอไอของยานก็ไม่สามารถระบุช่วงเวลาหรือพิกัดของสถานที่ในความฝันของวาเลอเรียนได้

วาเลอเรียนเก็บคำถามนี้ไว้ในใจก่อน เพราะบัดนี้ยานอินทรูเดอร์เดินทางมาถึงที่ดาวเคอเรียนแล้ว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สายลับส่วนนึงขององค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติแฝงตัวอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยเหลือวาเลอเรียนและลอเรลีนปฏิบัติภารกิจช่วงชิงตัวเพิ่มมวลสาร ทีมเจ้าหน้าที่มนุษย์จึงดิ่งไปที่บิ๊กมาร์เก็ตทันที

Mül (มุล) ตัวเพิ่มมวลสาร

 

ตลาดบิ๊กมาเก็ตแห่งนี้ พิเศษตรงที่มันอยู่ในอีกมิติที่ทับซ้อนกันอยู่ เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถเห็นหรือสัมผัสสิ่งที่อยู่ในตลาดอีกมิติได้ จะเห็นเพียงทะเลทรายเวิ้งว้าง ในทางกลับกันผู้คนสายพันธุ์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในมิติตลาดบิ๊กมาร์เก็ต ก็มองไม่เห็นและสัมผัสมิติธรรมดาไม่ได้เช่นกัน ต้องใช้แว่นตาพิเศษและอุปกรณ์ถ่ายเทมิติ จึงจะเข้าถึงระหว่างสองมิตินี้ได้

ขั้นตอนภารกิจคือ วาเลอเรียนจะเข้าไปในมิติตลาดบิ๊กมาเก็ต เพื่อช่วงชิงตัวเพิ่มมวลสารจากการขายระหว่างเจ้าพ่อเอเลี่ยนนักค้าของเถื่อนโคดาร์ ข่าน และผู้ซื้อลึกลับ ส่วนลอเรลีนจะอยู่ในมิติธรรมดาเพื่อรอวาเลอเรียนส่งมอบตัวเพิ่มมวลสารผ่านอุปกรณ์เชื่อมมิติ และทั้งคู่จะต้องถอนตัวโดยด่วน โดยมีทีมช่วยเหลือคอยระวังหลังให้ แต่วาเลอเรียนกลับถูกจับตามองโดยชาวเพิร์ลสองคนตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่บิ๊กมาร์เก็ตแล้ว

Khodar’Khan (โคดาร์ ข่าน) เอเลี่ยนสายพันธุ์ Igon Siruss (อิกอน เซอร์รัส)

 

ซึ่งชาวเพิร์ลสองคนที่จับตาดูวาเลอเรียนก็คือ จักรพรรดิ ลีมาอิ และ จักรพรรดินี เอโลอิ เพราะทั้งคู่จับคลื่นพลังวิญญาณของเจ้าหญิงลีโฮในตัววาเลอเรียนได้ และการที่ลีมาอิกับเอโลอิมาที่บิ๊กมาร์เก็ตแห่งนี้ ก็เพื่อซื้อตัวเพิ่มมวลสารตัวสุดท้ายจากโคดาร์ข่าน โดยแลกกับไข่มุกพลังงานนั่นเอง

เมื่อวาเลอเรียนใช้อุปกรณ์สร้างการพรางตัวล่องหนเข้าไปในการซื้อขาย ทันทีที่วาเลอเรียนเห็นไข่มุกพลังงาน วาเลอเรียนก็จำได้ทันทีว่าเคยเห็นในฝันประหลาด วาเลอเรียนจึงช่วงชิงไข่มุกมาเก็บไว้กับตัวเองเพื่อสืบหาร่องรอย และนำตัวเพิ่มมวลสารส่งข้ามมิติไปให้ลอเรลีน ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบถอนตัวออกมาทันที

รัฐมนตรีป้องกันมาตุภูมิแห่งองค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ สั่งให้วาเลอเรียนและลอเรลีนนำตัวเพิ่มมวลสารเดินทางไปที่มหานครอัลฟ่า เพื่อไปรับคำสั่งภารกิจลับและเร่งด่วนที่นั่น ขณะที่อยู่บนยานกำลังเดินทาง วาเลอเรียนก็เล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับชาวเพิร์ลให้ลอเรลีนฟังทั้งหมด เมื่อทั้งคู่มาถึงมหานครอัลฟ่า ทั้งคู่ก็พบกับจ่าเนซ่าและนายพลออคโทบาร์ เพื่อรับภารกิจลับนี้

Sergeant Neza (จ่าเนซ่า)

 

ขณะที่นายพลออคโทบาร์กำลังจะอธิบายภารกิจ คอมมานเดอร์ อารุน ฟิลลิทช์ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองกำลังป้องกันมหานครอัลฟ่า ก็มาอธิบายภารกิจด้วยตนเอง ว่าบัดนี้ได้มี “บางคน” กำลังสร้างสนามพลังงานอันตรายภายในแกนกลางอัลฟ่าทำให้ปนเปื้อนรังสีที่อันตรายต่อทุกๆชีวิต และมันค่อยๆลุกลามขึ้นเรื่อยๆ อัลฟ่าจะล่มสลายภายใน 1 อาทิตย์ถ้าไม่รีบหยุดมัน 

นี่คือคำสั่งที่รัฐมนตรีฯสั่งให้วาเลอเรียนและลอเรลีนต้องนำภารกิจ และคอยอยู่ไม่ห่างจากคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์เพื่อร่วมมือช่วยเหลือมหานครอัลฟ่าจากการล่มสลายครั้งนี้ คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ไม่ค่อยอยากให้วาเลอเรียนและลอเรลีนอารักขาซักเท่าไหร่ คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์มีหุ่นยนต์เค-ทรอนคอยอารักขาอยู่แล้ว แต่เนื่องจากนี่คือคำสั่งตรงจากรัฐมนตรีฯ คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์จึงต้องยอม

Commander Arun Filitt (คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์)

 

วาเลอเรียนไว้ใจให้ลอเรลีนเก็บรักษาตัวเพิ่มมวลสารไว้กับตัวเอง และวาเลอเรียนจะเข้าไปอารักขาคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ในห้องประชุมผู้นำเผ่าพันธุ์ต่างๆในมหานครอัลฟ่า เพื่อสืบหาต้นตอของสาเหตุนี้ ลอเรลีนที่รออยู่นอกห้องประชุม ก็พบกับเอเลี่ยนพันธุ์ด๊อกฮานดากุยช่างจ้อ 3 ตัว ที่พูดได้ 1,000 ภาษา ซึ่งเอเลี่ยนทั้งสามนี้รอบรู้ทุกอย่างในมหานครอัลฟ่าทั้่งหมด ลอเรลีนจึงถามถึงดาวมิวท์และชาวเพิร์ล ลอเรลีนจึงได้รู้จากเอเลี่ยนทั้งสามว่า ผู้รอบรู้เรื่องชาวเพิร์ลโดนฆาตกรรมไปแล้ว และเรื่องราวของดาวมิวท์กับชาวเพิร์ลถูกลบออกจากบันทึกของฐานข้อมูลอัลฟ่าอย่างลึกลับ 

Doghan-Dagui ด๊อกฮาน ดากุย

 

ขณะที่คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์กำลังประชุมกับผู้นำเผ่าพันธุ์ต่างๆในมหานครอัลฟ่า ทันใดนั้นชาวเพิร์ลก็บุกที่นี่ และโจมตีทุกคนในห้องด้วยปืนสารเคลือบ ทำให้ทุกคนที่โดนยิงถูกขังอยู่ในเมือกขยับตัวไม่ได้ ชาวเพิร์ลไม่ฆ่าใครแม้แต่คนเดียว และลักพาตัวคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ไปโดยไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไปทำไม

วาเลอเรียนซึ่งออกมาจากเมือกได้คนแรก ก็รีบไปปล่อยตัวลอเรลีน และสั่งให้ลอเรลีนประสานงานกับหมวดเนซ่ากับนายพลออคโทบาร์หาพิกัดที่ชาวเพิร์ลหนีไป (ณ จุดนี้ยังไม่มีใครรู้จักชาวเพิร์ล รู้แค่ว่าเป็นเอเลี่ยนลึกลับมาลักพาตัวคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์) ส่วนตัวของวาเลอเรียนก็รีบไล่ตามชาวเพิร์ลไป วาเลอเรียนนั่งยานสกายเจ็ทซึ่งเป็นยานขับไล่เล็กของยานอินทรูเดอร์ บินไล่ยานชาวเพิร์ลไปจนถึงเขตปนเปื้อนรังสีที่ว่า และยานของวาเลอเรียนก็ขาดการติดต่อ ก่อนจะตกลงไปที่ใดที่หนึ่งใจกลางเขตหวงห้ามของมหานครอัลฟ่า

ลอเรลีนจะเข้าไปยังแกนกลางมหานครอัลฟ่าเพื่อช่วยวาเลอเรียน แต่ก็โดนนายพลออคโทบาร์สั่งคุมตัวไว้ นายพลออคโทบาร์ไม่อยากเสียเจ้าหน้าที่มืิอดีไปที่เดียวสองคนนั่นเอง นายพลออคโทบาร์เริ่มระแคะระคายเรื่องดาวมิวท์ที่ลอเรลีนเล่าให้ฟัง แต่ระดับนายพลออคโทบาร์ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของดาวมิวท์ได้เช่นกัน ทำให้นายพลออคโทบาร์แปลกใจมาก ว่าต้องมีใครบางคนพยายามปิดบังบางอย่างเกี่ยวกับดาวนี้แน่นอน

General Okto-Bar (นายพลออคโทบาร์)

 

ลอเรลีนขัดขืนการถูกคุมตัว และดิ่งไปหาเอเลี่ยนปากมากทั้งสาม ว่าต้องทำเช่นไรเพื่อหาพิกัดของวาเลอเรียนได้ เอเลี่ยนปากมากทั้งสามจึงแนะนำให้ลอเรลีนไปจับตัวแมงกระพรุนใต้น้ำสายพันธุ์มีเลียของมหานครอัลฟ่า เพราะพวกมันสามารถเชื่อมจิตของลอเรลีนกับวาเลอเรียนได้ และลอเรลีนก็พบพิกัดของวาเลอเรียนแล้ว ว่ายานสกายเจ็ทตกอยู่ในเขต L 330 E ซึ่งอยู่ในเขตแดนเถื่อนของมหานครอัลฟ่า ลอเรลีนจึงรีบไปที่นั่น และพบตัววาเลเรียนในที่สุด

เขต L 330 E

แต่ลอเรลีนพลาดท่าถูกเอเลี่ยนพวก บัวลาน บาธอร์ จับตัวไป ซึ่งเอเลี่ยนพวกนี้อันตรายมาก และกองกำลังป้องกันมหานครอัลฟ่าก็ไม่ค่อยอยากยุ่งด้วย วาเลอเรียนจึงตามไปถึงทางเข้าเขตพวกบัวลานบาธอร์ และติดต่อกับเอไอของยานอินทรูเดอร์ว่าควรทำเช่นไร เอไอจึงแนะนำให้วาเลอเรียนไปหาเอเลี่ยนสาวที่ชื่อ บับเบิ้ล ซึ่งเป็นนางโชว์อยู่ในพาราไดซ์ซิตี้ และเป็นสมบัติของ จอลลี่ เดอะพิมพ์ ผู้คุมบาร์ เพราะบับเบิ้ลมีความสามารถแปลงร่างได้ 

จอลลี่เดอะพิมพ์ พาวาเลอเรียนไปดูโชว์ของบับเบิ้ล และวาเลอเรียนก็ชักจูงให้บับเบิ้ลหนีจอลลี่เดอะพิมพ์ออกมา แล้วเขาจะวิ่งเต้นเรื่องสัญชาติให้บับเบิ้ลอยู่ในมหานครอัลฟ่าอย่างถูกกฏหมายได้ วาเลอเรียนซัดจอลลี่เดอะพิมพ์จนสลบ และบับเบิ้ลก็ครอบร่างของวาเลอเรียนหนีออกมาจากบาร์โดยปลอมตัวเป็นจอลลี่เดอะพิมพ์

บับเบิ้ล เอเลี่ยนสาวสายพันธุ์ Glamopod (กลาโมพ้อด)


บับเบิ้ลครอบร่างวาเลอเรียนและแปลงร่างเป็นบัวลานบาธอร์ จนกระทั่งวาเลอเรียนรู้ว่าพวกบัวลานบาธอร์จะกินสมองของลอเรลีน วาเลเรียนกับบับเบิ้ลจึงเข้าไปช่วยลอเรลีน และทั้งสามก็สู้กับบัวลานบาธอร์ชุลมุนก่อนจะหนีออกมาได้ แต่บับเบิ้ลบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ และตายลงไป

ลอเรลีนกับวาเลเรียนบุกเข้าไปจนถึงแกนกลางของมหานครอัลฟ่า และพบกับเจ้าชายของชาวเพิร์ลน้องชายของเจ้าหญิงลีโฮ เจ้าชายออกมาต้อนรับลอเรลีนกับวาเลเรียนเป็นอย่างดี ทั้งสองเข้าไปในกระสวยอวกาศขนาดใหญ่ที่ชาวเพิร์ลแอบสร้างไว้ในแกนกลางมหานครอัลฟ่ามาเนิ่นนาน และที่นี่ก็ไม่มีรังสีอันตรายอย่างที่คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์กล่าวอ้าง

จักรพรรดิ ลีมาอิ และ จักรพรรดินี เอโลอิ เล่าความจริงครั้งเก่าก่อนให้ลอเรลีนกับวาเลเรียนฟังว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน น่านอวกาศของดาวมิวท์คือสมรภูมิรบของกองกำลังทหารมนุษย์กับเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนกลุ่มนึง (ในหนังยังไม่เฉลยว่ามนุษย์สู้กับเอเลี่ยนพวกไหน?) การต่อสู้รุนแรงมาก จนทำให้ผู้บัญชาการมนุษย์สั่งยิงมหานิวเคลียร์ใส่ยานแม่ของเอเลี่ยน ผลทำให้ยานแม่เอเลี่ยนลำนั้นตกลงมาที่ดาวมิวท์ และชาวเพิร์ลตายเกลี้ยงทั้งดาว รวมทั้งเจ้าหญิงลีโฮที่วิญญาณอาศัยในร่างวาเลอเรียนด้วย เหลือรอดเพียงไม่ถึงร้อยชีวิตที่ติดอยู่ในซากยานรบของมนุษย์ลำนี้

วินาทีที่ยานเอเลี่ยนร่วงลงดาวมิวท์


ตลอดเวลาหลายสิบปี ชาวเพิร์ลเรียนรู้เทคโนโลยีในยานรบของมนุษย์ลำนั้น จนกระทั่งเข้าถึงเข้าใจเทคโนโลยีชั้นสูงมากมาย ชาวเพิร์ลพยุงชีวิตให้รอดตายมาได้โดยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศเนิ่นนาน จนกระทั่งยานเก็บขยะอวกาศพบซากยานที่ชาวเพิร์ลแอบอยู่ และนำซากยานนี้กลับมาที่มหานครอัลฟ่า

ชาวเพิร์ลเรียนรู้เทคโนโลยีของเอเลี่ยนสายพันธุ์ชั้นสูงในมหานครอัลฟ่า และแอบอยู่ในเขตป่าเถื่อนของมหานครอัลฟ่า จนกระทั่งแอบสร้างกระสวยอวกาศมหึมาลำนี้สำเร็จ และเพื่อจำลองบรรยากาศของดาวมิวท์ขึ้นมาใหม่ ชาวเพิร์ลจำเป็นต้องใช้ไข่มุกพลังงานและตัวเพิ่มมวลสาร เพื่อขับเคลื่อนกระสวยอวกาศลำนี้ออกไปจากมหานครอัลฟ่า และเสาะหาดวงดาวที่เหมาะจะเป็น “บ้าน” ของชาวเพิร์ลต่อไป

กระสวยอวกาศของชาวเพิร์ล

เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ เพราะคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์จับตัวชาวเพิร์ลมาได้หนึ่งคนขณะลอบซื้อขายในมหานครอัลฟ่าแห่งนี้ เหตุที่คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ต้องโกหกสร้างเรื่องรังสีอันตรายขึ้นมา นั่นก็เพราะคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์คือผู้สั่งยิงมหานิวเคลียร์ระเบิดดาวมิวท์นั่นเอง มนุษย์ทุกคนในการรบครั้งนั้นไม่มีใครรู้ว่าดาวมิวท์มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอาศัยอยู่ คิดว่ามีเพียงสัตว์เดียรัจฉานเท่านั้่น

ซึ่งถ้าชาวเพิร์ลปูดเรื่องนี้ขึ้นมา คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์จะมีความผิดโทษฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และมีมนุษย์อีกเพียงผู้เดียวในครั้งนั้นที่รู้ว่าดาวมิวท์มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอาศัยอยู่ แต่มนุษย์ผู้นั้นก็โดนคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์สั่งฆ่าปิดปากไปนานแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นความลับมาตลอดจนวันนี้..

เมื่อทุกอย่างเคลียร์ จักรพรรดินีเอโลอิแห่งเพิร์ลปลดปล่อยดวงวิญญาณเจ้าหญิงลีโฮออกจากร่างวาเลอเรียน วาเลอเรียนและลอเรลีนมอบไข่มุกพลังงานคืนให้ชาวเพิร์ล และลอเรลีนพยายามกล่อมให้วาเรเลียนยอมคืนตัวเพิ่มมวลสารคืนให้ชาวเพิร์ลด้วย หลังจากนั้นตัวเพิ่มมวลสารก็ผลิตไข่มุกออกมานับร้อยเม็ดลงไปสู่แหล่งพลังงานของกระสวยอวกาศ ส่งผลให้ทั้งกระสวยขนาดมหึมามีสภาพแวดล้อมเป็นดาวมิวท์ทันที และชาวเพิร์ลกำลังจะออกไปจากมหานครอัลฟ่าในอีกไม่กี่อึดใจ..

ในเวลาเดียวกันนี้เอง ที่นายพลออคโทบาร์สั่งหน่วยจู่โจมบุกไปช่วยลอเรลีนกับวาเลเรียนและคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ โดยมีพวกหุ่นยนต์เค-ทรอนมาด้วย แม้ว่าจะตรวจไม่พบรังสีอันตราย แต่หน่วยจู่โจมก็เริ่มวางระเบิดเวลาไปทั่วทั้งบริเวณรอบๆกระสวยอวกาศของชาวเพิร์ลตามคำสั่ง และหุ่นยนต์เค-ทรอนส่วนนึงก็อยู่ในศูนย์บัญชาการกับจ่าเนซ่าและนายพลออคโทบาร์ด้วย

หุ่นยนต์เค-ทรอน


ทำให้ลอเรลีนกับวาเลเรียน ต้องบังคับให้คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์สารภาพความจริงกับนายพลออคโทบาร์ให้สั่งยุติภารกิจทำลายที่นี่ เพราะทุกอย่างคือเรื่องหลอกลวงของคอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ แต่คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์กลับสั่งให้หุ่นยนต์เค-ทรอนโจมตี ทั้งศูนย์บัญชาการและวาเลเรียนจึงต้องสู้กับหุ่นยนต์เค-ทรอนอุตลุต แต่ในที่สุดหุ่นยนต์เค-ทรอนทั้งหมดก็ถูกทำลาย คอมมานเดอร์ฟิลลิทช์ถูกจับมัดไว้ในบริเวณนั้น พร้อมกับที่กระสวยอวกาศของชาวเพิร์ลพุ่งออกไปจากมหานครอัลฟ่า ก่อนจะปล่อยลอเรลีนกับวาเลเรียนไว้กลางอวกาศในยานชูชีพ ทั้งสองมีเวลา 2 ชั่วโมงก่อนที่ยานกู้ภัยของมหานครอัลฟ่าจะมาช่วย และทั้งคู่ก็มีเซ็กส์กันในยานกู้ชีพ

 

จบ สวัสดีครับ _/\_

 

 

 

หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

MOVIESOLDNEW.COM
ดูบทความทั้งหมด

แสดงความเห็นของคุณ