เส้นทางของ Infinity Stone ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

ก่อนการกำเนิดสรรพสิ่ง เอกภาวะ 6 ชนิด คือแก่นหลักของทั้งหมดทั้งมวลในทุกๆมิติ และหลังจากจักรวาลถือกำเนิดขึ้น อำนาจของเอกภาวะทั้ง 6 ชนิด ก็หลอมรวมอัดกันกลายเป็นวัตถุ นี่คือจุดกำเนิดของ Infinity Stone ที่เป็นพลังงานต้นแบบของทุกสิ่งในจักรวาล

เอกภาวะแห่งจักรวาล กลายเป็นวัตถุ 6 ชิ้น (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

เมื่อเอกภาวะ 6 ชนิดแปรสภาพกลายเป็นวัตถุที่จับต้องได้ สี่สมดุลย์แห่งจักรวาลที่เป็นคอสบิคบีอิ้ง ได้แก่ อีเธอนิตี้/อินฟินิตี้/ออบลิฟเวียน/และ เดธ ซึ่งจุติขึ้นพร้อมกับการกำเนิดจักรวาล จึงใช้พลังของตน นำเอาวัตถุเอกภาวะ 6 ชนิด มาเจียระไนให้เป็นอัญมณี

เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น  4 สมดุลย์แห่งจักรวาล จึงส่งให้อัญมณีทั้ง 6 ชนิด กระจัดกระจายไปทั่วจักรวาลที่เกิดใหม่นี้ เพื่อให้อัญมณีเหล่านี้ ทำหน้าที่ “ถ่วงดุลย์” พลังงานของจักรวาลซึ่งกันและกัน

4 สมดุลย์กำลังเจียระไนอินฟินิตี้สโตน (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

คราวนี้ เราไปดูเส้นทาง และพลังต้นแบบของมณีแต่ละชนิด ว่าหลังจาก 4 สมดุลย์ส่งกระจายไปทั่วจักรวาล มณีไปอยู่ที่ใดบ้าง ก่อนจะไปอยู่กับธานอสครบ 6 ชิ้นครับผม

ไปเริ่มกันที่ ชิ้นที่ 1 คือ Power Stone หรือ มณีพลัง ตามหลักฐานที่ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ ผู้ครอบครองมณีพลังคนแรกคือ อีสัน เดอะเซิร์ซเชอร์ หนึ่งในเผ่าพันธุ์เซเลสเทียล ซึ่งคือคอสมิคบีอิ้งประเภทหนึ่ง อีสันใช้มณีพลังทำลายดวงดาวทั้งดวงภายในพริบตา

อีสัน ใช้มณีพลังทำลายดาว (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

หลังจากนั้น นานเท่าใดไม่ทราบได้ มณีพลังก็ถูกนำมาเก็บรักษาอยู่ในวิหารแห่งมณีพลังบนดาวมอร์แอ๊ก เหล่านักบวชแห่งวิหารนี้ ต้องล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของ  4 สมดุลย์แห่งจักรวาลซะด้วย จึงมีจิตรกรรมฝาผนัง 4 สมดุลย์อยู่ในวิหารแห่งนี้ หรืออีสัน อาจจะเป็นผู้นำมาเก็บไว้บนดาวดวงนี้ด้วยตนเองก็เป็นได้ หลังจากนั้น ดาวโมแอ๊กก็ร้างอารยธรรม เพราะกลายเป็นดาวที่น้ำในมหาสมุทรท่วมทั้งดาว แต่ทุกๆ 300 ปี น้ำจะลดลง 1 วัน

ปี 2014 ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานหลายพันปีหลังจากมอร์แอ๊กร้างอารยธรรม ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด ก็ลงมาที่ดาวมอร์แอ๊ก  เข้าไปในวิหารแห่งมณีพลัง และได้ครอบครองมณีพลัง

วิหารแห่งมณีพลัง ผนังสลักรูป 4 สมดุลย์กำลังสร้างอินฟินิตี้สโตน (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

มณีถูกเปลี่ยนมือไปที่ทานิเลีย ทิวาน แป๊บนึง ไปอยู่กับ โรแนน ช่วงนึง และกลับมาอยู่กับสตาร์ลอร์ดดังเดิม ซึ่งสตาร์ลอร์ดกับเพื่อนๆในทีมการ์เดี้ยนฯ ก็ใช้มณีพลังฆ่าโรแนนลงไป หลังจากนั้น ทีมการ์เดี้ยนก็ตกลงกันว่า ควรจะให้หน่วยโนว่าคอร์ปแห่งดาวซานดาร์เก็บรักษามณีพลังไว้ที่นี่

สตาร์ลอร์ดและเพื่อนๆการ์เดี้ยนฯ ใช้มณีพลังฆ่าโรแนน (Guardians of the Galaxy Vol. 1)

 

ปี 2018 ธานอส นำกองกำลังบุกดาวซานดาร์ และได้ครอบครองมณีพลังเป็นชิ้นแรก

มาถึงคำอธิบายต้นแบบของมณีพลัง  ตรงตามตัวเลยครับ ระเบิดทุกชนิดในจักรวาล ล้วนมีพลังตั้งต้นมาจากมณีพลัง มณีพลังคือโคตรเหง้าของการทำลายล้าง และเมื่อมณีมารวมกันครบ 6 ชิ้น มณีพลังยังเสริมอำนาจให้มณีชนิดอื่นๆที่เหลืออีกห้าชิ้น ให้มีขอบเขตสูงขึ้นอย่างมหาศาลอีกด้วย

 

ชิ้นที่สอง คือ  Space Stone หรือ มณีอวกาศ ซึ่งเบาะแสที่ชัดที่สุดคือ มณีอวกาศถูกบรรจุเข้าไปอยู่ใน แทซเซอแร็ค ต่อมา ชาวแอสการ์เดี้ยนใช้แทซเซอแร๊คสร้างสะพานไบฟรอสท์บนดาวแอสการ์ด ซึ่งนั่นหมายความว่า มณีอวกาศมาอยู่กับแอสกาเดี้ยนน่าจะนานแสนนานมาก เพราะสะพานไบฟรอสท์อยู่คู่แอสการ์ดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว และช่วงอายุชาวแอสการ์ดคือ 1,500 ปีขึ้นไป

สะพานไบฟรอสท์ (Thor 1)

 

อีกสิ่งนึง ผมคาดว่า แกนดวงดาวของชาวไนดาเวลเลีย ก็ได้รับพลังงานของมณีอวกาศมาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน อาวุธที่สร้างจากคนแคระแห่งไนดาเวลเลีย จึงมีความสามารถเคลื่อนย้ายมวลสารได้ หรือติดต่อเครื่องย้ายมวลสารได้ เช่น กุงเนียร์ของโอดินที่เปิดปิดสะพานไบฟรอสท์บนแอสการ์ด ดาบฮอฟเฟิร์นของฮัมดาลที่เปิดปิดสะพานไบฟรอสท์ และสตรอมเบรคเกอร์ของธอร์ ที่เปิดไบฟรอสท์ได้เลยโดยไม่ต้องมีประตูหรือสะพาน อาวุธทั้งสามชิ้นนี้ ล้วนถูกสร้างขึ้นโดยชาวไนดาเวลเลียครับ

ธอร์เปิดรูหนอนไบฟรอสท์ได้โดยไม่ต้องมีสะพาน (Avengers 3: Infinity War)

 

คราวนี้ ไปไล่ดูกันว่า แทซเซอแรคเมื่อออกมาจากแอสการ์ด ไปอยู่ที่ใดกับใครมาบ้าง

ปี 965 โอดิน ราชาแอสการ์ด ทำการซ่อนแทซเซอแรคไว้บนโลก ในผนังวัดเมืองทอนสเบิร์ก ประเทศนอเวย์

ปี 1942 ผู้พันโยฮัน ชมิธ หรือ เร้ดสกัลล์ ค้นพบแทซเซอแรคในผนังวัดที่ว่า และนำพลังของมันมาสร้างอาวุธ

เร้ดสกัลล์พบมณีอวกาศ (Captain America 1: The First Avenger)

 

ปี 1945 แทซเซอแรค ส่งเร้ดสกัลล์ไปดาววอร์เมียร์ และตกลงไปในทะเลน้ำแข็งเขตอาร์คติก ฮาเวิร์ด สตาร์ค ค้นพบแทซเซอแรคในทะเลน้ำแข็ง และนำไปเก็บไว้ในหน่วย SSR

ปี 1947 หน่วย SSR ถูกยุบมารวมเป็นหน่วยชิลด์ แทซเซอแรคจึงอยู่ที่ชิลด์

ฮาเวิร์ด งมมณีอวกาศขึ้นมาจากทะเลน้ำแข็ง (Captain America 1: The First Avenger)

 

ยุค 80 มาร์-แวล หญิงนักวิทยาศาสตร์ชาวครี แฝงตัวมาอยู่ในโปรเจคพีกาซัส และนำสัตว์ต่างดาวนามว่า กู๊ส มาด้วย ซึ่งโปรเจคนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ชิลด์ และนาซ่า และกองทัพอากาศสหรัฐฯ

มาร์-แวล แอบนำแทซเซอแรคออกไปจากชิลด์ และนำไปวิจัยที่แลปลับของตนเองนอกบรรยากาศโลก เพื่อหวังใช้แทซเซอแรคช่วยชีวิตชาวสครัลล์ที่โดนครีไล่ล่า

ปี 1989 มาร์-แวล โดนยอนร็อคหัวหน้าหน่วยสตาร์ฟอร์ซของครีสังหาร นักบินหญิงมนุษย์โลกนามว่า แครอล เดนเวอร์ ถูกพลังคอสมิคที่สกัดมาจากแทซเซอแรคอาบร่าง ทำให้มีพลังเหนือมนุษย์

แครอล ได้รับคอสมิคจากสารที่สกัดจากมณีอวกาศ (Captain Marvel 1)

 

กู๊ส ยังคงวิ่งเล่นในโปรเจคพีกาซัส เพราะคนทั่วไปคิดว่ากู๊สคือแมวธรรมดา แต่แครอลโดนจับตัวไปล้างความทรงจำ ถ่ายเลือดชาวครีให้ บวกกับพลังคอสมิค จึงกลายเป็นมือหนึ่งในหน่วยสตาร์ฟอร์ซของครี

ปี 1995 แครอลกลับมาโลก และแครอลนำกู๊สไปที่แลปลับของมาร์-แวล กู๊สกลืนแทซเซอแรคเก็บไว้ในท้องตนเอง เมื่อแครอลออกเดินทางไปนอกกาแลกซี่แล้ว ฟิวรี่นำกู๊สกลับมาที่ชิลด์ และกู๊สก็คายเอาแทซเซอแรคมาบนโต๊ะฟิวรี่

กู๊ส คืนมณีอวกาศให้ชิลด์ ข้างซ้ายคือจอคอมรุนเก่ายุค 90′ (Captain Marvel 1)

 

ปี 2012 ฟิวรี่นำแทซเซอแรคมาให้ดร.เซลวิควิจัยสร้างอาวุธในโปรเจคพีกาซัสอีกครั้ง และโดนโลกิช่วงชิง ธอร์และเพื่อนๆในทีมอเวนเจอร์ปราบโลกิลงไปได้ ธอร์นำแทซเซอแรคกลับไปเก็บที่แอสการ์ดอีกครั้ง

ปี 2013 ธอร์และฮัมดาลล์นำแทซเซอแรคไปซ่อมแซมสะพานไบฟรอสท์จนสำเร็จ

ปี 2018 โลกินำแทซเซอแรคออกมาจากคลังอาวุธแอสการ์ด ก่อนที่แอสการ์ดจะพินาศลงไป โลกิมอบแทซเซอแรคให้ธานอสแลกกับชีวิตธอร์ และโลกิก็โดนธานอสฆ่าตายลงไป ธานอสได้ครอบครองมณีอวกาศเป็นชิ้นที่สอง

โลกิให้มณีอวกาศแลกชีวิตธอร์ (Avengers 3: Infinity War)

 

มาถึงพลังต้นแบบของมณีอวกาศคือ ทุกสิ่งที่วาร์ป อะไรก็ตามที่เป็นประตูมิติจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง การเดินทางข้ามรูหนอนผ่านจักรวาล ล้วนแล้วแต่มีพลังตั้งต้นมาจากมณีอวกาศนี้ครับ

 

ชิ้นที่สาม คือ Reality Stone หรือ มณีภาวะเป็นจริง ตามข้อมูลที่ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ มณีภาวะเป็นจริง ถูกแปรรูปกลายเป็นของเหลวที่เรียกว่า อีเธอร์ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เปลี่ยน ผู้ที่ค้นพบคนแรกคือ มาลาคิธ ราชาของเผ่าพันธุ์ดาร์คเอลฟ์แห่งสวาทาลฟ์ไฮม์ จึงมีความเป็นไปได้สามอย่างคือ สี่สมดุลย์คือผู้เปลี่ยนมณีกลายเป็นของเหลว ตัวกลางระหว่างนั้นคือผู้เปลี่ยนมณีกลายเป็นของเหลว หรือ มาลาคิธคือผู้เปลี่ยนมณีกลายเป็นของเหลว

มณีภาวะเป็นจริงแปรรูปเป็นของเหลว (Thor 2: The Dark World)

 

หลายพันปีก่อน มาลาคิธนำอีเธอร์มาที่สวาทาลฟ์ไฮม์ หวังจะเปลี่ยนทั้งจักรวาลให้ไร้แสงสว่าง แต่ราชาบอร์แห่งแอสการ์ดมาขัดขวาง มาลาคิธหนีไปจำศีล บอร์นำอีเธอร์ไปซ่อนไว้ในแกนกลางอุตกาบาตที่อยู่ในมิติอิกดราซิล

ปี 2013 มิติอิกดราซิลปั่นป่วน ดร.เจน ฟอสเตอร์ หลุดเข้าไปในมิติอิกดราซิล เจนเผลอไปสัมผัสกับอีเธอร์ จึงโดนอีเธอร์ไหลเข้าร่าง ธอร์พยายามหาวิธีนำอีเธอร์ออกจากตัวเจนจนสำเร็จ

เจน พบมณีภาวะเป็นจริงกลางอุกกาบาตที่ถูกซ่อนไว้หลายพันปี (Thor 2: The Dark World)

 

ที่สุดแล้ว ธอร์ก็สั่งให้เลดี้ซิฟกับโว้ลสเต๊ก แม่ทัพแอสการเดี้ยนเพื่อนรักของธอร์ นำอีเธอร์ไปให้ ทานิเลีย ทิวาน เดอะคอลเลคเตอร์ เก็บรักษาไว้ภายในหัวกระโหลกดึกดำบรรพ์ของชาวเซเลสเทียลที่ถูกเรียกว่า โนว์แวร์

ปี 2018 ธานอส บุกโนว์แวร์ และช่วงชิงอีเธอร์มาจากเดอะคอลเลคเตอร์ได้ พวกของสตาร์ลอร์ดและกาโมร่ามาช่วยไม่ทัน ธานอสจึงครอบครองมณีภาวะเป็นจริงเป็นชิ้นที่สามแล้ว

ธานอสใช้มณีภาวะเป็นจริงเปลี่ยนกระสุนเป็นฟองสบู่ (Avengers 3: Infinity War)

 

ความสามารถต้นแบบของมณีภาวะเป็นจริง คือ สิ่งลวงตา มายากล สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ รวมไปจนถึงเวทมนต์ขั้นสูง ล้วนแล้วแต่เป็นพลังตั้งต้นของมณีภาวะเป็นจริงทั้งสิ้น ตัวมณีเองมีอำนาจเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงให้กลับตาลปัตรได้ทุกๆสิ่งแบบถาวร และเปลี่ยนกลับให้เป็นดังเดิมได้ เช่น แด๊กซ์และแมนทิส ที่โดนหั่นเป็นชิ้นๆ แต่ไม่มีเลือดซักหยด และกลับมาเป็นปกติ เป็นต้น

 

ชิ้นที่สี่ คือ Soul Stone หรือ มณีวิญญาณ เบาะแสเดียวของมณีวิญญาณคือ หลังจากสี่สมดุลย์เหวี่ยงมณีออกมา นานเท่าใดไม่ทราบได้ มณีชิ้นนี้ก็มาตกบนดาวเล็กๆที่ชื่อว่า วอร์เมียร์ มณีวิญญาณกับดวงดาวหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง กำเนิดเป็นดาวแห่งความตาย และอยู่ที่ดาววอร์เมียมาตั้งแต่นั้น

ดาววอร์เมียร์ นักท่องอวกาศขนานนามว่า ดาวแห่งความตาย (Avengers 3: Infinity War)

 

ตลอดระยะเวลาเนิ่นนานนี้ ผมคาดว่า ต้องมีมนุษย์ต่างดาวหลายเผ่าพันธุ์ พบเบาะแสของมณีวิญญาณว่าอยู่บนดาววอร์เมีย และอยากลองของ จึงมีการบันทึกการมีอยู่ของมณีวิญญาณว่า อยู่บนดาววอร์เมีย แต่เบาะแสนั้นไม่ได้บอกว่า ต้องใช้ชีวิตที่รัก 1 ชีวิตแลกกับการครอบครองมณีวิญญาณ

ในปี 1945 เร้ดสกัลล์ ถูกมณีอวกาศ “เลือก” จึงวาร์ปส่งไปที่ดาววอร์เมีย (มณีทั้ง 6 เชื่อมโยงกัน) และถูกพลังอำนาจของมณีวิญญาณ สาปให้กลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มีหน้าที่ชี้นำวิธีครอบครองมณีวิญญาณ พลังของมณีวิญญาณทำให้เร้ดสกัลล์กลายเป็นดวงวิญญาณไม่มีวันดับสูญ ที่มีความสามารถรับรู้ตัวตนของผู้มาเยือนได้ ว่าเป็นใคร มาจากไหน เผ่าพันธุ์ใด ไม่ว่าเผ่าพันธุ์นั้นจะมาจากที่ใดในจักรวาลก็ตาม ผมคาดว่า ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ อาจจะไม่ใช่เร้ดสกัลล์คนแรก ก่อนหน้านี้มันต้องมีแหละ แต่อาจจะหมดวาระหมดเวรหมดกรรม เร้ดสกัลลค์คือคนล่าสุด

เร้ดสกัลล์ กลายเป็นวิญญาณหยั่งรู้ผู้ชี้ทาง (Avengers 3: Infinity War)

 

จวบจนกระทั่งในช่วงปี 2010 ถึง 2014  เบาะแสพิกัดของมณีวิญญาณนั้น ก็ถูกแกะรอยค้นพบโดย กาโมร่า แต่กาโมร่าเก็บงำพิกัดนี้ไว้ โดยเล่าให้เนบิวล่าฟังเพียงคนเดียว ว่าเธอรู้พิกัด แต่ไม่ได้บอกพิกัดนั้นให้เนบิวล่ารู้ด้วย

ปี 2018 ธานอส จับเนบิวล่ามาสแกนความจำในสมอง ธานอสจึงรู้ความลับนี้ ธานอสไปจับกาโมร่ามาได้อีกคน และบีบให้กาโมร่าพาไปพิกัดของมณีวิญญาณไม่งั้นธานอสจะฆ่าเนบิวล่า ที่นั่นคือ ดาววอร์เมีย ธานอสใช้ชีวิตกาโมร่าแลกกับมณีวิญาณ กาโมร่า จึงจบชีวิตที่นี่ และธานอสได้ครอบครองมณีเป็นชิ้นที่สี่

ธานอสโยนกาโมร่าลงหน้าผาแห่งมณีวิญญาณ (Avengers 3: Infinity War)

 

มาถึงพลังตั้งต้นของมณีวิญญาณ ชื่อก็บอกแล้วว่าเกี่ยวกับวิญญาณ แต่ความสามารถแบบเต็มที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมาให้เห็นทั้งหมด รู้แค่เพียงว่า มณีวิญญาณ มีมิติหลังความตายอยู่ภายในมณี มิตินั้นคือ Soulworld ดวงวิญญาณที่ตายลงไป โดยถ้าการตายนั้นเกี่ยวข้องกับโซลสโตน ดวงวิญญาณนั้นสามารถเชื่อมต่อเข้ามาในโซลเวิร์ลได้

และภายในโซลเวิร์ลนั้นอยู่เหนือกาลเวลาและความเป็นจริง จึงทำให้ดวงวิญวิญญาณพบกับปมของตนเองที่ยังมีห่วงก่อนตาย เช่น กาโมร่าในอดีตวัยเด็กพบกับธานอสในวัยปัจจุบัน และ โทนี่ สตาร์คในวัยปัจจุบัน พบกับมอร์แกน สตาร์คในวัยสาวของโลกอนาคต เป็นต้น (น่าจะมีซีนนาตาชาในโซลเวิร์ลด้วยเนาะ)

โทนี่พบกับมอร์แกนลูกสาวตนเองในโซลเวิร์ล (Avengers 4: Endgame)

 

 

 

ชิ้นที่ 5 Time Stone หรือ มณีเวลา ตามหลักฐานในจักรวาลภาพยนตร์ นานแสนนานมาแล้ว อกามอตโต้ ซึ่งเป็นมหาเทพเจ้าอาวุโสของจักรวาล คือผู้ครอบครองมณีเวลาคนแรก

เมื่อมาถึงช่วงเริ่มต้นของโลกมนุษย์ จอมปีศาจ Dorrmammu แห่ง Dark Dimension  จะดูดกลืนโลกเข้าสู่มิติของมัน แต่อกามอตโต้ใช้มณีเวลาเข้าต่อสู้กับดอมัมมู และขับไล่ดอมัมมูออกไปสำเร็จ อกามอตโต้จึงเป็น First Sorcerer Supreme หรือ จอมเวทย์สูงสุดของโลกคนแรก  (อกามอตโต้คือ 1 ใน 3 Vishanti ผู้ดูแลมิติอนันต์ หรือ Multiverse)

ดอร์มัมมู (Doctor Strange 1)

 

อกามอตโต้สร้างเขตเวทย์ไว้สามแห่งบนโลกคือ นิวยอร์ค ฮ่องกง และ ลอนดอน หลังจากนั้น อกามอตโต้ก็นำมณีเวลามาสร้างไอเทมเวทย์ควบคุมกาลเวลาที่ชื่อว่า Eye of Agamotto หรือ ดวงตาแห่งอกามอตโต้ขึ้นมา และสละตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดให้มนุษย์ พร้อมกับมอบมณีเวลาให้ไว้ใช้ปกป้องโลกต่อไป ดวงตาแห่งอกามอตโต้จึงถูกส่งต่อมาให้จอมเวทย์สูงสุดของโลกจากรุ่นสู่รุ่น

อันเชี่ยนวัน ผู้ครอบครองมณีเวลา จอมเวทย์สูงสุดรุ่นก่อน (Avengers 4: Endgame)

 

ปี 2016 จนกระทั่งมาถึงจอมเวทย์สูงสุดของโลกคนล่าสุดคือ ด็อกเตอร์ สตีเฟ่น สเตร้นจ์ ที่ครอบครองดูแลมณีเวลาต่อจากอันเชียนวันที่ตายลงไป

ปี 2018 ด็อกเตอร์สเตร้นจ์ มอบมณีเวลาให้กับธานอส เพื่อแลกกับชีวิต โทนี่ สตาร์ค เพราะด็อกเตอร์สเตร้นจ์เคยใช้มณีเวลาดูอนาคต จึงรู้ว่า โทนี่คือผู้ปราบธานอสได้เพียงคนเดียว โทนี่ตายไม่ได้ ธานอสจึงได้ครอบครองมณีเป็นชิ้นที่ 5

1 ใน สิบสี่ล้านหกร้อยห้าวิธี ที่จะชนะธานอสได้ คือโทนี่ต้องไม่ตายตอนนี้ (Avengers 3: Infinity War)

 

มาถึงคำอธิบายพลังตั้งต้นของมณีเวลา คือเปลี่ยนแปลงกาลเวลาอายุของสรรพสิ่งได้ ละเอียดแค่จุดใดจุดหนึ่ง หรือเปลี่ยนทั้งจักรวาล ซึ่งมีพลังย้อนอดีตและมุ่งสู่อนาคตได้ด้วย บิดเบือนเวลาได้ ทำเวลาซ้ำวนไปก็ได้ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลา คือพลังตั้งต้นของมณีเวลาทั้งสิ้น และน่าจะรวมไปถึง มณีเวลานั้นคือต้นกำเนิดของมิติควอนตัมด้วย

 

ชิ้นสุดท้าย Mind Stone หรือ มณีจิตใจ จากหลักฐานในภาพยนตร์ มณีจิตใจถูกนำไปซ่อนไว้ในคฑาตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบได้ และใครนำไปใส่ไว้ก็ไม่รู้ แต่ผู้ครอบครองที่เห็นๆ คือ ผู้นำชิทอรี่นามว่า ดิออทเธอร์ ซึ่งเป็นลูกน้องธานอส

ตรงจุดนี้ ยังเป็นข้อถกเถียงของแฟนๆทั่วโลกกันว่า คฑาเป็นของใครมาก่อน ของธานอสหรือของดิออทเธอร์  แล้วธานอสรู้หรือไม่ว่ามีมณีจิตใจซ่อนอยู่ในคฑา แล้วผู้นำมณีไปไว้ในคฑาน่าจะเป็นธานอสหรือดิออทเธอร์เองรึเปล่า ช่างมันเถอะครับ เพราะมันไม่มีคำตอบแน่ชัด ไปต่อกันดีกว่า

ดิออทเธอร์มอบคฑาให้โลกิ (Avengers 1) 

 

ปี 2012 ดิออทเธอร์ นำคฑาให้โลกินำทัพชิทอรี่บุกโลก แต่โลกิแพ้ คฑาจึงไปอยู่กับแบล็ควีโดว์ และแบล็ควีโดว์ก็มอบคฑาไปให้ซิตเวลล์เจ้าหน้าที่ชิลด์ที่เป็นสายลับไฮดร้าเก็บรักษา คฑา จึงตกไปอยู่ในมือไฮดร้า

ปี 2015 สายลับไฮดร้าคือ สตรั๊กเกอร์ นำคฑามาทดลองสร้างยอดมนุษย์ กำเนิดเป็น ควิกซิลเวอร์ และ สกาเล๊ตวิช หลังจากนั้นคฑาก็ถูกโทนี่ชิงมาได้

วานด้า แม๊กซีมอฟ หรือ สกาเล๊ตวิช ได้พลังแม่มดแดงมาจากมณีจิตใจ (Avengers 2: Age of Ultron)

 

โทนี่ดึงปัญญาประดิษฐ์มาจากคฑาสร้างอัลตรอน และอัลตรอนก็นำมณีจิตใจออกมาจากยอดคฑา นำมาใส่หน้าผากร่างไวเบรเนียมที่มีจิตตนเองครึ่งนึง คลิ้นท์ช่วงชิงร่างไวเบรเนียมนี้กลับฐานอเวนเจอร์ โทนี่อัพโหลดจาร์วิสเข้าไปในร่างไวเบรเนียมครึ่งนึง กำเนิดเป็น วิชั่น

ปี 2018 สกาเล๊ตวิช ทำลายมณีจิตใจบนหน้าผากวิชั่นก่อนธานอสได้ไป แต่ธานอสใช้มณีเวลาย้อนกลับไปก่อนมณีถูกทำลาย ธานอสกระชากมณีออกจากหน้าผากวิชั่น ทำให้ให้ธานอสครอบครองมณีอินฟินิตี้ครบ 6 ชิ้น

วิชั่น โดนธานอสกระชากมณีออกจากหน้าผาก (Avengers 3: Infinity War)

 

พลังต้นแบบคือ มีอำนาจควบคุมสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลให้ทำตามคำสั่ง แต่พลังนี้ยังไม่ถูกแสดงให้เห็นเลย เคยเห็นแค่ตอนอยู่ในคฑา และต้องจิ้มหัวใจถึงจะควบคุมคนนั้นได้ แต่ผมว่า พลังตั้งต้นของมัน แค่นึกไม่ต้องสัมผัส ก็น่าจะควบคุมได้เลย เพียงแต่ยังไม่มีใครคอนโทรลพลังนี้ได้

 

เอาละครับ เส้นทางอินฟินิตี้สโตน 6 ชิ้นก่อนมาถึงมือธานอส สิ้นสุดแค่นี้ ไปดูกันต่อว่า ธานอสทำอะไรกับมณีต่อจากนั้น

 

หลังจากธานอสมีมณีครบ 6 ชนิดได้แป๊บเดียว ยังไม่ทันทำอะไร ธานอสก็โดนธอร์ปักสตรอมเบรคเกอร์เข้าที่หน้าอก แต่ธานอสก็ทำการดีดนิ้วฆ่าสิ่งมีชีวิตแบบสุ่มไปครึ่งจักรวาลทันที อย่างที่ผมบอกไปข้างต้น เมื่อมณีพลังมารวมกับมณีอีก 5 ชิ้นที่เหลือ พลังอำนาจของมณีทั้ง 6 จึงมหาศาลมาก 

เจ้าควร.. เล็งที่หัว (Avengers 3: Infinity War)

 

พอดีดนิ้วปุ๊บ ธานอสหลุดเข้าไปในมิติโซลเวิร์ลของมณีวิญญาณทันทีเช่นกัน และพบกับปมตนเอง คือกาโมร่าในวัยเด็ก ธานอสใช้เวลาอยู่ในโซลเวิร์ลหลายนาที แต่ก็คืนสติในโลกความจริงเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น พอสติมา ธานอสก็ใช้พลังจากมณีย้ายมวลสาร วาร์ปไปที่บนดาวเคราะห์ 0259 – เอสทันที ปล่อยให้ธอร์ยืนงงอยู่อย่างนั้นแหละ

21 วันต่อมา ธานอสก็ตัดสินใจทำลายมณีทั้ง 6 ชิ้นทิ้งไป โดยใช้พลังของมันทำลายตัวเอง ร็อคเก็ตจับสัญญาณแรงกระเพื่อมของการใช้อินฟินิตี้สโตนได้ทันทีเช่นกัน

2 วันต่อมา ร็อคเก็ต จึงพาทีมอเวนเจอร์ที่ยังเหลือ บุกไปหาธานอสที่ดาวเคราะห์ 0259 – เอส แต่ก็พบว่า ธานอสทำลายมณีทั้ง 6 ไปแล้ว ด้วยพลังของมณีนั่นแหละให้มันทำลายตัวเอง ธอร์จึงตัดคอธานอสซะเลย

“ข้าเล็งที่หัวแล้วนะ”   (Avengers 4: Endgame)

 

ภารกิจไปนำมณีในอดีตมาปัจจุบัน

จนถึงตอนแคปนำกลับไปคืนในอดีตช่วงเวลาเดิม

ขอข้ามไปก่อนนะครับ

สรุป : ถึงแม้ มณีทั้ง 6 ใน MCU จะมีพลังโคตรโกง แต่ขีดจำกัดในกฎของจักรวาล MCU มันก็มี ทำให้มณีโดนเนิร์ฟหรือลดความโกงลงไปเยอะมากถึงมากที่สุด เช่น ดร.ฮัลค์คืนชีพให้นาตาชาไม่ได้ แถมการใช้พลังจากมณีทั้ง 6 พร้อมๆกันนั้น ทำให้ร่างกายบอบช้ำ ธานอสกับดร.ฮัลค์บาดเจ็บหนัก อย่างธานอสนั้นพักไปตั้ง 21 วันก่อนดีดนิ้วรอบสอง ส่วนโทนี่ พอได้มณี 6 ชิ้นปุ๊บ ใช้มณีทั้ง 6 พร้อมกับปั๊บ สาหัสเลยทีนี้ เพราะเป็นแค่คนธรรมดา ถึงตายเลย แม้โทนี่จะรู้ว่ามันหนักหนาถึงชีวิต แต่ก็ต้องยอมสละชีวิตเพื่อช่วยจักรวาล 

ข้าคือ.. ไอออนแมน !!  (Avengers 4: Endgame)

 

จบ สวัสดีครับ

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: