เนื้อเรื่อง Kingdom: Season 1

หมวดหมู่ TV ผู้เขียน

จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โชซอน ได้อภิเษกสมรสครั้งใหม่ กับลูกสาวของอัครมหาเสนาบดีแห่งตระกูล แฮ ฮวอน โจ ซึ่งมเหสีคนใหม่ลูกอัครมหาเสนาบดีมีนามว่า พระมเหสีโจ และมเหสีคนใหม่ ก็กำลังท้องแก่

พระมเหสี โจ

 

ทำให้เจ้าชายชาง ซึ่งเป็นลูกของนางสนม แต่ก็เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งเพราะเป็นลูกชายคนเดียว ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้าลูกของพระมเหสีโจออกลูกเป็นชาย เจ้าชายชางจะหมดสิทธิ์ในบัลลังก์ทันที

เพราะอัครมหาเสนาบดี ต้องการยึดราชบัลลังก์อยู่แล้ว และกำลังหาทางกำจัดเจ้าชายชางทุกวิถีทางมาโดยตลอด เจ้าชายชางก็รู้ตัว ซึ่งมีเหล่าบัณฑิตในวัง  89 คน คอยหนุนหลังเจ้าชายชางอยู่ 

เจ้าชายชาง

 

ในขณะที่มเหสีโจ ท้องได้ 8 เดือน จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โชซอน ก็ป่วยเป็นไข้ทรพิษ และกำลังจะสิ้นพระชนม์ ซึ่งคงไม่รอดแน่ๆ อัครมหาเสนาบดีโจฮักจู จึงตามตัวหมออี ซึง ฮี  มาจากเมืองทงเร

หมออี คืออดีตแพทย์หลวงของวัง ออกจากวังไปแล้ว 3 ปี และกลับมาเพื่อรักษาจักรพรรดิ เพราะอัครมหาเสนาบดีรู้ว่า หมออีมีสมุนไพรคืนชีพคนตายให้ฟื้นคืนชีวิต เพราะหมออีเคยทำเรื่องแนวๆนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สมัยที่เคยเป็นแพทย์หลวง 

จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โชซอน

 

เมื่อหมออีมาถึง จักรพรรดิก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว อัครมหาเสนาบดีจึงสั่งให้หมออีคืนชีพจักรพรรดิด้วยสมุนไพรที่ว่า มิเช่นนั้น ถ้าจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ตอนนี้ เจ้าชายชางซึ่งเป็นรัชทายาท จะขึ้นครองราชย์ตัดหน้าลูกในท้องของมเหสีโจ ต้องยื้อเวลาให้จักรพรรดิอยู่ “เสมือน” มีชีวิตไปอีก 1 เดือน จนกว่ามเหสีโจจะคลอด ถ้าลูกของมเหสีโจเป็นชาย จะได้เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งแทนที่เจ้าชายชางทันที 

อัครมหาเสนาบดี โจ ฮัก จู

 

ในระหว่างที่จักรพรรดิกลายเป็นซอมบี้ จักรพรรดิกัดเข้าไปที่ตัวของคนติดตามหมออีด้วย และหมออี ก็รีบพาคนติดตามกลับทงเรทันที โดยเหล่าขุนนางและเจ้าชายชางไม่ล่วงรู้เรื่องนี้เลย

หมอ อี ซึง ฮี

 

หลังจากจักรพรรดิกลายเป็นซอมบี้ เจ้าชายชาง ก็พยายามเข้าไปเยี่ยมจักรพรรดิ แต่อัครเสนาบดีและพระมเหสีโจนั้น ขัดขวางไว้ เจ้าชายชางเริ่มสงสัยหนัก ว่าท่านพ่อยังมีชีวิตหรือไม่ จึงสั่งให้ราชองครักษ์ส่วนพระองค์ ลอบไปนำบันทึกการรักษาจักรพรรดิออกมาให้ดู

ทำให้เจ้าชายชางล่วงรู้ว่า หมออี กลับมารักษาจักรพรรดิหลังจากออกจากวังไป 3 ปี เจ้าชายชาง กับราชองครักษ์ จึงปลอมตัวเป็นสามัญชนออกจากวัง เดินทางไปที่เมืองทงเร ซึ่งอยู่ทางใต้ เพื่อตามหาตัวหมออี

ราชองครักษ์ มูยอง

 

ที่เมืองฮันยาง บริเวณวังหลวง หมออีและคนติดตามที่กำลังเดินทางลงใต้ ก็แวะมาเพื่อรักษาผู้คนรอบๆวังก่อน แต่คนติดตามที่โดนจักรพรรดิกัดนั้นอาการหนัก หมออีจึงรีบพาคนติดตามเดินทางต่ออย่างเร็วที่สุด และคนติดตาม ก็ขาดใจตายระหว่างทางที่จะไปถึงทงเร (ไม่กลายร่างเป็นซอมบี้ เป็นแค่ศพธรรมดา)

หลังจากเจ้าชายชางออกจากวัง แม่ทัพ โจ บอม ลี ก็พบใบปลิวมีข้อความว่า “จักรพรรดิสวรรคตแล้ว สายลมใหม่ กำลังพัดมา” นี่เป็นข้อบ่งชี้ว่า เจ้าชายชางคิดก่อกบฎยึดบัลลังก์ โดยแม่ทัพ โจ บอม ลี พบหลักฐานในบ้านของ 1 ใน 89 บัณฑิต 

แม่ทัพ โจ บอม ลี ลูกชายของอัครเสนาบดี

 

อัครเสนาบดี จึงไล่จัดการ จับเหล่าบัณฑิตในวังและในเมืองฮันยางทั้งหมด ก่อนจะตั้งข้อหากบฎกับเจ้าชาย และประกาศปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาทให้รู้โดยทั่ววัง พร้อมกับสั่งให้แม่ทัพ โจ บอม ลี ลูกชายของตน และมีศักดิ์เป็นพี่ชายพระมเหสี ไล่ตามเจ้าชายชางไปที่ทงเร ให้ไปถึงก่อนที่เจ้าชายจะรู้เรื่องจากหมออี พบแล้วฆ่าได้ฆ่าเลย

ที่จียุนฮยอน โรงรักษาไข้ที่หมออีสร้าง หมออีพาศพของคนติดตามกลับมาถึง ก็สั่งให้หมอซอบีลูกศิษย์ตน ทำศพของผู้ติดตามที่โดนจักรพรรดิกัด ยองชิน หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่มารักษาตัวที่นี่ อาสาไปทำศพผู้ติดตามให้ 

ยองชิน ชายลึกลับ

 

แต่ ยองชิน กลับแอบนำศพผู้ติดตามที่โดนจักรพรรดิกัด มาทำอาหารให้ชาวบ้านกิน เพราะอาหารที่นี่มันห่วยไม่มีเนื้อกินเลย ซึ่งผู้คนต่างเจ็บป่วยและหิวโหย

ผลคือ ชาวบ้านที่กินศพผู้ติดตาม ต่างติดเชื้อไวรัสประหลาดที่กลายพันธุ์ ก่อนจะขาดใจตายลงไป และฟื้นขึ้นมาตอนกลางคืน กลายเป็นซอมบี้ ไล่กัดชาวบ้านปกติ ทำให้ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ตามไปอีก

ซึ่งเรื่องที่ยองชินนำศพผู้ติดตามหมออีมาทำอาหาร หมอซอบีรู้ภายหลัง ทั้งสองกำลังเถียงกันในห้องเก็บของ สองคนนี้จึงรอด ซึ่งหมออี ก็โดนซอมบี้กัดเช่นกัน ทำให้ผู้รอดชีวิตจากจียุนฮยอนมีเพียง 2 คนคือ ยองชิน และ หมอซอบี

หมอซอบี

 

วันรุ่งขึ้น เมื่อถึงรุ่งเช้า ซอมบี้ก็กลายเป็นศพคืนดังเดิมไปทั้งหมด ยองชินกับหมอซอบีจึงรู้ว่า พวกซอมบี้ไม่ฟื้นมาตอนกลางวัน หมอซอบี ออกเดินทางขึ้นไปหาสมุนไพรนี้ที่ภูเขาน้ำแข็ง ตามในตำราของหมออี

ผ่านมาหลายวัน ระหว่างทาง เจ้าชายชางบอกกับราชองรักษ์ว่า ตนคิดจะก่อกบฎจริงๆ และพวกซอมบี้ก็ออกจากจียุนฮยอนไม่ได้เลย ถูกขังอยู่ในนั้นมาหลายวัน

เมื่อเจ้าชายชางและราชองครักษ์ เดินทางมาถึงจียุนฮยอนในช่วงกลางวัน จึงไม่พบใครเลย พบเพียงศพมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่อยู่ใต้ถุนเรือน (หนีแดดมุดหนีหมด) ราชองครักษ์แจ้งเมืองทงเร ทหารของเมืองทงเร จึงลากศพเหล่านั้นออกมาขึ้นเกวียน และนำกลับไปที่ศาลากลางของเมือง 

สีหน้าข้าหลวงในเมืองทงเรที่เห็นศพ

 

เจ้าชายชาง ได้เบาะแสจากคนเก็บสมุนไพรในเมืองทงเร ว่าหมอซอบีขึ้นไปบนภูเขาน้ำแข็ง เพื่อหาสมุนไพรคืนชีพ เจ้าชายชางจึงได้ข้อมูลจากหมอซอบี ว่าสมุนไพรนี้ทำให้คนตายฟื้น เจ้าชายชางปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที ว่าพ่อตนเองคือจักรพรรดิน่าจะตายแล้ว จึงรีบกลับไปที่จียุนฮยอน เพื่อหาหลักฐานของหมออี

ยองชิน ถูกผู้พิพากษา โจ บอม พัน แห่งเมืองทงเรกล่าวหาว่า เป็นผู้สังหารผู้คนในจียุนฮยอน แม้ยองชินจะบอกว่า ศพเหล่านั้นจะลุกขึ้นมาหลังตะวันตกดิน ก็ไม่มีใครเชื่อ หมอซอบีที่ราชองครักษ์พาลงเขามา ช่วยแก้ต่างให้ จึงโดนผู้พิพากษาบอมพันสั่งจับไปขังทั้งคู่

ที่จียุนฮยอน เจ้าชายชางที่กลับมาหาหลักฐาน ก็ต้องปะทะกับ แม่ทัพ โจ บอม ลี ที่ตามมาจับเป็นหรือตาย ทั้งสองสู้กันจนตะวันตกดิน และ โจ บอม ลี ก็ถูกซอมบี้ของหมออีโจมตีกัดเข้าไป เจ้าชายชางจึงต้องตัดคอโจ บอม ลี ตายลงไป

ซึ่งระหว่างทางที่เจ้าชายชางกลับเมืองทงเรในเวลากลางคืน ก็ต้องปะทะกับซอมบี้ที่ออกมาจากศาลากลางอยู่รอบๆเมืองเช่นกัน

ด้านทางในเมืองทงเร ก็โกลาหลหนัก ผู้คนตายไปมากมายเพราะโดนซอมบี้กัด แต่ผู้พิพากษาบอมพัน และยองชิน กับหมอซอบี ยังรอด

ในตอนเช้า เจ้าชายชางกลับมาที่เมืองทงเร แสดงตัวเองว่าเป็นองค์ชายรัชทายาท และสั่งเผาศพให้หมดทุกศพ พร้อมกับให้ผู้พิพากษาบอมพันพาชาวบ้านหนีไปจากเมืองนี้ซะ

เจ้าชายชางสั่งบอมพันอพยพประชาชน

 

แต่ผู้พิพากษา โจ บอม พัน (อยู่ในตระกูล แฮ ฮวอน โจ ของอัครมหาเสนาบดีเช่นกัน) ก็ไม่ได้เอาชาวบ้านไปหมด แถมยังไม่ทำลายศพด้วย เพราะรีบคิดหนีออกไปให้ไกลเท่านั้น ทิ้งให้ ยองชิน/ ราชองครักษ์/ เจ้าชายชาง/ และหมอซอบี กับชาวบ้านส่วนนึง ไว้ที่ท่าเรือ และพวกของเจ้าชาย ต้องหาทางหนีกันเอง

ที่วังหลวง มีบางคนนำศรีษะของแม่ทัพ โจ บอม ลี ส่งใส่กล่องไม้กลับมามามอบให้อัครเสนาบดี โจ ฮัก จู ทำให้อัครเสนาบดีตัดสินใจเปิดเผยกับขุนนางชั้นสูงว่า จักรพรรดิเป็นซอมบี้ และนำศรีษะแม่ทัพไปให้น้องสาวคือพระมเหสีดู ตระกูล แฮ ฮวอน โจ จึงประกาศศึกกับเจ้าชายชาง ต้องตายกันไปข้าง 

จักรพรรดิในร่างซอมบี้

 

ที่ทงเร เจ้าชายชาง พาทุกคนในเมืองทงเรที่เหลือ หนีกลับไปที่ จียุนฮยอน เพราะขนาดซอมบี้ยังถูกขังอยู่ที่นั่นได้หลายวันออกมาไม่ได้ พวกมันก็ไม่น่าเข้ามาได้เช่นกัน (หมออี ทำให้ที่จียุนฮยอน กลายเป็นป้อมปราการเพื่อกันซอมบี้ไว้ตั้งแต่ 3 ปีก่อน ด้วยเหตุผลบางอย่าง)

โดยในเวลานี้ยองชิน แสดงความเก่งกาจด้านยิงปืนให้เจ้าชายและราชองครักษ์เห็น ทั้งสองจึงคิดว่า ยองชินไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ๆ และทุกชีวิตก็รอดผ่านไปหนึ่งคืน

แต่เช้าวันรุ่งขึ้น ทหารม้าเร็วหน่วยจับกุมที่รับคำสั่งจากอัครเสนาบดี ก็เดินทางมาถึงจียุนฮยอน เข่นฆ่าชาวบ้านไปมากมาย เพื่อจะจับตัวเจ้าชายเท่านั้น ชาวบ้านที่เหลือก็หนีไปทาง ทหารจะได้ไม่ตามฆ่าชาวบ้าน และเจ้าชายชาง ราชองครักษ์ ยองชิน และหมอซอบี หนีไปทางเมืองซังจู เมืองที่จวนของท่านอาจารย์อันฮยอนตั้งอยู่ อาจารย์ของเจ้าชายนั่นเอง

ที่แม่น้ำระหว่างทางไปเมืองซังจู บนเรือของผู้พิพากษาบอมพัน หนึ่งในผู้คนที่มากับเรือ ก็นำศพของญาติขึ้นมาด้วย ทำให้ทั้งเรือโดนซอมบี้กัดตายแทบหมด ยกเว้นผู้พิพากษาบอมพันที่ยังรอด ซึ่งหนีตายมาพบกับพวกเจ้าชายพอดี

ผู้พิพากษาบอมพัน, หมอซอบี, เจ้าชายชาง, ยองชิน, ราชองครักษ์

 

ที่เมืองซังจู อันฮยอน ซึ่งเป็นท่านอาจารย์ของเจ้าชายชาง ล้างมือจากวังหลวงมาไว้ทุกข์ได้ 3 ปี ก็ล่วงรู้ข่าวว่า คนตายฟื้นคืนชีพมากัดกินผู้คน อันฮยอนจึงต้องกลับมาในแวดวงการเมืองอีกครั้ง และเดินทางขึ้นไปดูบนเรืออพยพที่เกยตื้นอยู่ที่แม่น้ำ ก็พบแต่เลือด แต่กลับไม่มีศพ

อันฮยอนรู้เลยว่า อดีตเมือ 3 ปีที่แล้วกลับมาหลอกหลอน อันฮยอนและกองกำลังของตนเอง จึงออกเดินทางตามร่องรอยศพที่ออกจากเรือมา

อันฮยอน ผู้รู้เรื่องราวใน 3 ปีก่อนอีกคน

 

เจ้าชายชาง โดนชาวบ้านเมืองซังจูหลอกมาสังหารยังสถานที่ซึ่งพวกเขาฝังศพที่พบบนเรือ เพื่อปกปิดความผิดพวกตนที่ขโมยอาหารและของมีค่าออกมาจากเรือของผู้พิพากษาบอมพัน

พอตกกลางคืน เจ้าชายชางจึงอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ แต่กองกำลังของอันฮยอน ก็มาฆ่าซอมบี้ไปทั้งหมดอย่างมืออาชีพ เหมือนเคยเจอซอมบี้มาก่อนหน้านี้ และอันฮยอน ก็ต้อนรับเจ้าชายในจวนของตนเอง 

ที่วังหลวงเมืองอันยาง เนื่องจากโรคระบาด และเจ้าชายชางจะก่อกบฎ อัครเสนาบดี จึงแต่งตั้งให้พระมเหสีโจ ขึ้นเป็นจักรพรรดินีเพื่อบัญชาการเต็มตัวในขณะที่จักรพรรดิประชวรอยู่ และคำสั่งแรกของจักรพรรดินีคือ สั่งปิดทางเข้าเมืองหลวงอันยางให้หมดทุกทาง นั่นคือทางใต้ทั้งหมด

จักรพรรดินีแห่งโชซอน

 

ที่เมืองซังจู มีสาร์นล่วงหน้ามาหาอันฮยอน ว่าให้อันฮยอนจับตัวเจ้าชายชางไว้เมื่อมาถึง และราชองครักษ์วังหลวงจะตามมาจับตัวเจ้าชายกลับไป ทำให้อันฮยอนรู้ว่า คนใกล้ชิดเจ้าชายเป็นสายให้อัครเสนาบดี อันฮยอน จึงพาเจ้าชายไปคุยลับๆ 2 คน เพื่อบอกเรื่องสายลับสองหน้าที่อยู่ข้างตัวเจ้าชายชางเอาไว้ด้วย ให้เจ้าชายระวังตัว

อันฮยอนเตือนเจ้าชายชาง

 

เมื่อราชองครักษ์วังหลวงมาถึงจวนของอันฮยอนในเมืองซังจู จึงโดนกองกำลังของอันฮยอนสังหารหมด แม้ว่าเจ้าเมืองซังจูจะต้องการให้มอบตัวเจ้าชายให้อัครเสนาบดีก็ตาม

เนื่องจากจักรพรรดินี สั่งปิดทางเข้าเมืองฮันยางทุกทาง ทำให้ทางใต้ลงไปตั้งแต่ทงเรคือสถานที่เชื้อระบาด ประชาชนจึงแห่มาที่เมืองซังจู เมืองที่อยู่ตรงกลางระหว่างทงเรและฮันยาง และยังปลอดเชื้อ 

แต่เจ้าเมืองซังจูไม่เปิดเมือง เจ้าชายชางจึงสั่งปลดออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง และเจ้าชายจะบัญชาการเมืองซังจูด้วยตนเอง โดยจะนำพวกชาวบ้านฝึกสู้กับซอมบี้

ที่เมืองฮันยาง ในบริเวณบ้านพักส่วนตัวตระกูลแฮ ฮวอน โจ เต็มไปด้วยหญิงที่ท้องแก่ใกล้คลอดทั้งนั้น เพราะแท้จริงแล้วจักรพรรดินีแท้งนานแล้ว จึงรอเหล่าหญิงที่ท้องเหล่านั้นคลอดออกมาเป็นชาย จะได้นำมาเป็นรัชทายาท ถ้าคนไหนคลอดเป็นหญิง ก็จะโดนฆ่าทั้งแม่ทั้งลูก ซึ่งหนึ่งในหญิงท้องแก่เหล่านั้น มีภรรยาของราชองรักษ์มูยองด้วย

จักรพรรดินี ยังหุ่นดีอยู่

 

ที่เมืองซังจู ทางด้านหมอซอบี พาผู้พิพากษาบอมพันไปหาสมุนไพรบนยอดเขาอันหนาวเหน็บของเมืองทงเร ขณะเดียวกันกับที่กองทัพของเจ้าชายลีชาง ก็ซุ่มอยู่นอกเมืองทั้งคืนเพื่อตั้งรับฝูงซอมบี้ ทั้งจุดกองไฟรอทั้งคืน เพราะรู้ว่าซอมบี้กลัวไฟ

เมือถึงรุ่งเช้า ฝูงซอมบี้ก็ไม่มา ทุกคนที่อ่อนล้าที่เฝ้าทั้งคืน จึงเตรียมกลับไปพักผ่อน แต่แล้ว หมอกเย็นก็ลงมา เพราะกำลังเข้าฤดูหนาว ฝูงซอมบี้วิ่งเข้าโจมตีกองทัพของเจ้าชายชาง เพราะพวกมันไม่ได้คืนชีพตอนกลางคืน พวกมันคืนชีพเพราะอากาศเย็นต่างหาก

ซึ่งเรื่องนี้อัครเสนาบดีก็รู้ เพราะจับซอมบี้มาขังในวังหลวงดูพฤติกรรมซอมบี้มาได้ซักพักแล้ว

บนยอดเขาหนาวเหน็บเมืองทงเร หมอซอบีที่พบสมุนไพรคืนชีพแล้ว ก็ต้องปะทะกับฝูงซอมบี้เช่นกัน

สีหน้าเจ้าชายชางบอกว่า ซวยแล้ว.. 

 

จบ ซีซั่น 1 ครับ

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: