Loki : the god of mischief

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

Jotunheim (โยธันไฮม์) คือ 1 ใน 9 อาณาจักรแห่งอิกดราซิล โยธันไฮม์คือดวงดาวอันไร้ซึ่งแสงตะวัน มีเพียงความหนาวเย็นชั่วกัปชั่วกัลป์ อันเป็นถิ่นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์ Frost Giant (ฟรอสท์ไจแอนท์) หรือ ยักษ์น้ำแข็ง

ราชาลาฟฟี่ผู้ครองอาณาจักร ได้ถือกำเนิดบุตรชายขึ้นมาหนึ่งตน ผู้ซึ่งเกิดมาผิดแผกแตกต่างจากเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็งทั่วไป ผิวพรรณนั้นคงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็งอันมีร่างกายสีฟ้า หากแต่มีร่างกายแคระแกรน ดุจดังเผ่าพันธุ์ฮิวแมนนอย

ราชาลาฟฟี่ จึงรังเกียจบุตรชายผู้นี้ยิ่งนัก แต่จะสังหารก็ทำไม่ลง จึงนำทารกตัวน้อยไปไว้มุมหนึ่งในวิหารบริเวณวังให้ห่างไกลสายตาเพียงเท่านั้น

ทารกน้อยยักษ์น้ำแข็ง (Thor 2011)

 

ค.ศ. 965 ในขณะที่ทารกน้อยอายุไม่ถึง 1 ขวบ ราชาลาฟฟี่นำกองทัพยักษ์น้ำแข็งมารุกรานมิดการ์ดซึ่งก็คือโลกมนุษย์ บริเวณที่เหล่ายักษ์น้ำแข็งมายังโลกนั้นก็คือเมืองทอร์นสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ในปัจจุบัน

ที่โลก แต่ราชาโอดินแห่งอาณาจักรแอสการ์ด ก็ยกทัพแอสการ์เดี้ยนโดยสะพานไบฟรอสท์มาช่วยเหลือมนุษย์จากการรุกรานครั้งนี้ และขับไล่เหล่ายักษ์น้ำแข็งออกจากโลกกลับไปโยธันไฮม์ทั้งหมด

ที่โยธันไฮม์ ราชาโอดินไล่ตามเหล่ายักษ์น้ำแข็งไปที่โยธันไฮม์ หวังจะเผด็จศึกให้สิ้นซาก เมื่อราชาลาฟฟี่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ราชาโอดินจึงไว้ชีวิตเหล่ายักษ์น้ำแข็งที่เหลือ และทำสัญญาสงบศึกกัน ไม่รุกรานกันอีกต่อไป แต่โอดินก็ไม่ชะล่าใจ โอดินจึงยึดหีบศักสิทธิ์ขุมพลังของยักษ์น้ำแข็งกลับไปแอสการ์ดด้วย ในเหตุการณ์นี้ ทำให้โอดินสูญเสียดวงตาข้างขวาไป

เมื่อโอดินอยู่ในวังของลาฟฟี่และกำลังเดินทางกลับ โอดินกลับพบทารกน้อยถูกทิ้งไว้โดยไม่มีใครเหลียวแลยังวิหารรกร้าง ทารกผู้นี้มีรูปร่างและขนาดร่างกายเฉกเช่นแอสการ์เดี้ยน หากแต่มีผิวพรรณสีฟ้าเฉกเช่นยักษ์น้ำแข็ง โอดินจึงใช้มนตราฉาบผิวไว้ให้เป็นสีเนื้อเหมือนเช่นตน และนำทารกน้อยผู้นี้กลับแอสการ์ดไปด้วย

โอดินฉาบผิวทารกน้อยให้มีสีเนื้อ (Thor 2011)

 

ที่แอสการ์ด ราชาโอดินกลับมาที่แอสการ์ด และปรึกษาราชินีฟลิกก้าว่าควรทำอย่างไรกับทารกเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็งตนนี้ดี ทั้งสองจึงตกลงว่าจะรับเลี้ยงไว้เป็นลูก และตั้งชื่อทารกผู้นี้ว่า Loki (โลกิ)

แต่พอทั้งสองเลี้ยงดูโลกิได้สักพัก ราชาและราชินีแห่งแอสการ์ดก็รักโลกิดุจดังลูกจริงๆ และคิดว่าจะปิดความลับเรื่องชาติกำเนิดนี้มิให้โลกิล่วงรู้โดยเด็ดขาด โลกิคิดว่าตนเองคือลูกแท้ๆของโอดินกับฟลิกก้า

โลกิ จึงเติบโตขึ้นมากับลูกแท้ๆของโอดินคือ Thor (ธอร์) ที่มีพลังสายฟ้าตั้งแต่กำเนิด ธอร์มีศักดิ์เป็นพี่เพราะเกิดก่อน พอทั้งคู่เข้าสู่ช่วงวัยเด็กกำลังจะเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น โอดินก็พาธอร์กับโลกิเยี่ยมชมคลังสมบัติโอดินในวัง ก่อนจะเล่าถึงสงครามที่แอสการ์ดและโยธันไฮม์สู้รบกันให้ลูกทั้งสองฟัง

โลกิมองธอร์ผู้พี่ที่ชอบต่อสู้ตั้งแต่เด็ก (Thor 2011)

 

ด้วยเผ่าพันธุ์แอสการ์เดี้ยนนั้นมีสายเลือดนักรบอยู่เต็มตัว ธอร์จึงเพียรฝึกฝนแต่การต่อสู้ ก่อนจะได้รับโยเนียร์จากโอดิน ต่างจากโลกิ ที่ไม่ค่อยสนใจฝึกฝนการสู้รบเท่าใดนัก ราชินีฟลิกก้าจึงสอนเวทมนตร์ให้โลกิแทน โลกิจึงเรียนรู้คาถาเวทย์มากมายจากมารดา ทำให้โลกิรักและสนิทสนมกับราชินีฟลิกก้ามากที่สุด โลกิจึงเติบโตขึ้นมาเป็นจอมเวทย์ผู้เก่งกาจคนหนึ่ง และออกสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับธอร์รวมถึงเลดี้ซิฟและวอริเออร์ทรีไปทั่วทั้งเก้าอาณาจักร แต่โลกิก็แอบอิจฉาพี่ชายตนเองอยู่ตลอดมา และทำแค่เพียงสะกดกลั้นความรู้สึกนี้ไว้

จากการที่ต้องอยู่ใต้เงาของธอร์มานับพันปี โอดินนั้นมักจะหยิบยื่นสิ่งดีๆให้ธอร์เสมอตลอดมาตั้งแต่เล็ก และโอดินยังมอบฆ้อนโยเนียร์กับพลังสายฟ้าให้ธอร์ด้วย ฟลิกก้าก็มอบความกล้าหาญให้ธอร์อีก แต่ตัวของโลกิไม่เคยได้รับพรหรือพลังอะไรเลยจากท่านพ่อท่านแม่ นอกจากคาถาเวทมนตร์ต่างๆที่ท่านแม่สอนให้

จนกระทั่งวันหนึ่ง โลกิค้นพบประตูมิติซ่อนอยู่ในช่องหุบเขาอันห่างไกลวัง ซึ่งประตูนี้สามารถไปที่อาณาจักรใดก็ได้ในเก้าอาณาจักรแห่งอิกดราซิล และยังอำพรางจากสายตาฮัมดาลล์เทพผู้พิทักษ์ไม่ให้เห็นได้อีกด้วย โลกิจึงเริ่มมีความชั่วครอบงำจิตใจ และด้นสดคิดแผนการปั่นป่วนอาณาจักรแอสการ์ดขึ้นมาได้

ที่โยธันไฮม์ โลกิเดินทางไปที่โยธันไฮม์ และติดต่อกับยักษ์น้ำแข็งกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้ลอบเข้าไปเอาหีบศักสิทธิ์ขุมพลังแห่งโยธันไฮม์จากคลังสมบัติโอดินในวังแอสการ์ด และนำกลับมาคืนให้ราชาลาฟฟี่ นั่นจะทำให้ยักษ์น้ำแข็งกลุ่มนี้ได้ความดีความชอบจากราชาลอฟฟี่ ซึ่งแท้จริงโลกิก็แค่เพียงต้องการทำลายพิธีมอบตำแหน่งกษัตริย์ให้ธอร์เท่านั้น

ค.ศ. 2011 โลกิอายุได้ 1,046 ปี ที่แอสการ์ด ในวันเฉลิมฉลองชัยชนะที่ธอร์นำทัพแอสการ์เดี้ยนสร้างความสงบสุขไปทั่วทั้งเก้าอาณาจักร ในวันนี้โอดินตั้งใจสละบัลลังค์กษัตริย์ให้ธอร์ ระหว่างที่กำลังทำพิธีนั้น ยักษ์น้ำแข็งจำนวนหนึ่งก็บุกคลังอาวุธ จากการที่โลกิเปิดประตูมิติให้เข้ามาในอาณาจักรแอสการ์ด ยักษ์น้ำแข็งเหล่านั้นสังหารทหารแอสการ์เดี้ยนผู้เฝ้าคลังอาวุธ และบุกเข้าไปเพื่อช่วงชิงหีบศักดิ์สิทธิ์คืน

โลกิขณะอยู่ในพิธีแต่งตั้งธอร์เป็นกษัตริย์ (Thor 2011)

 

โอดินซึ่งมีจิตรับรู้ถึงภัย ก็จับสัญญาณได้ว่ามีผู้บุกรุกคลังอาวุธของตน โอดินจึงใช้เวทย์ที่กำกับในกุงเนียร์ อาวุธคฑาส่วนตัวของราชวงศ์แอสการ์ด สั่งการให้เดสทรอยเยอร์หุ่นยนต์เฝ้าคลังอาวุธทำงานทันที และเดสทรอยเยอร์ก็สังหารเหล่ายักษ์น้ำแข็งที่บุกรุกได้ทั้งหมด

โลกิ ธอร์ และโอดิน รีบรุดไปสำรวจที่คลังอาวุธ และไม่พบว่าสิ่งใดหายไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งโอดินก็รู้ว่ายักษ์น้ำแข็งจะมาเอาหีบศักดิ์สิทธิ์คืน ส่วนผู้บุกรุกที่เป็นเหล่ายักษ์น้ำแข็งก็ถูกกำจัดหมดสิ้นทุกตน เพราะเดสทรอยเยอร์ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้โลกิขัดใจที่แผนปั่นป่วนนี้ไม่สำเร็จ

แต่แล้ว.. ความโทสะของธอร์ก็ทำให้โลกิคิดแผนต่อไปออก..

โลกิเห็นชองทางป่วนต่อ (Thor 2011)

 

ธอร์ระเบิดอารมณ์ และคิดว่าพวกยักษ์น้ำแข็งหยามเกียติชาวแอสการ์ด ธอร์ขออนุญาตโอดินนำพากองทัพแอสการ์เดี้ยนบุกบดขยี้โยธันไฮม์ ไม่ให้พวกยักษ์น้ำแข็งเหิมเกริมได้อีก แต่โอดินไม่อนุญาต และห้ามไม่ให้ธอร์บุกโยธันไฮม์เด็ดขาด เพราะโอดินและลาฟฟี่มีสัญญาสงบศึกของสองอาณาจักรอยู่

ธอร์กลับไปยังห้องสันทนาการในวัง และโดนโลกิปั่นหัวจนตนเองยอมขัดคำสั่งพระบิดา ธอร์จึงนำวอริเออร์ทรีและเลดี้ซิฟพร้อมกับโลกิเตรียมบุกโยธันไฮม์ ซึ่งฮัมดาลล์ก็ไม่เต็มใจนัก แต่ก็ยินดีเปิดประตูไบฟรอสท์ส่งทั้งหกคนไปที่โยธันไฮม์

ที่โยธันไฮม์ พวกของธอร์และโลกิซึ่งมีแค่หกคน มิอาจต้านทานกองทัพยักษ์น้ำแข็งไว้ได้ จนทุกคนเกือบจะพ่ายแพ้  ในเหตุการณ์นี้ยักษ์น้ำแข็งตนนึงจับมือโลกิไว้ แต่พิษไอเย็นกลับไม่ทำอันตรายผิวของโลกิ ทำให้โลกิก็เริ่มรู้สึกถึงสิ่งแปลกประหลาดในตนเอง

โลกิมีสายเลือดยักษ์น้ำแข็ง จึงต้านทานพิษเย็นได้ (Thor 2011)

 

หากแต่โอดินขี่สเลปเนียร์มาช่วยห้ามไว้ทัน ซึ่งลอฟฟี่ก็ประกาศสงครามระหว่างโยธันไฮม์และแอสการ์ดนับตั้งแต่นั้น เพราะแอสการ์ดผิดกฎสงบศึกที่มีมานานพันกว่าปี

ที่แอสการ์ด โอดินพาพวกธอร์และโลกิกลับมา ก่อนที่โอดินจะเนรเทศธอร์ไปที่มิดการ์ดหรือโลกมนุษย์ พร้อมกับยึดพลังสายฟ้าของธอร์ใส่ไว้ในโยเนียร์ และเขวี้ยงโยเนียร์ไปที่มิดการ์ดเช่นกัน ธอร์จะได้พลังสายฟ้าและโยเนียร์คืนเมื่อธอร์คู่ควร เหตุการณ์นี้โลกิอยู่รู้เห็นด้วยตลอด ทำให้โลกิคิดแผนต่อไปได้ เพราะเมื่อไม่มีธอร์แล้ว โลกิก็จะยึดบัลลังค์แอสการ์ดซะเลย

โลกิมองธอร์ที่หุนหันพลันแล่นจนโดนเนรเทศ (Thor 2011)

 

หลังจากนั้น โลกิก็แอบเข้าไปยังคลังอาวุธโอดินใต้วังแอสการ์ด และหยิบหีบศักสิทธิ์แห่งโยธันไฮม์ขึ้นมา พลังจากหีบศักสิทธิ์ทำให้ผิวของโลกิเสื่อมจากมนต์ของโอดิน และกลายเป็นผิวสีฟ้าและนัยน์ตาสีแดงเฉกเช่นยักษ์น้ำแข็งไปชั่วขณะ แต่โอดินเข้ามาเห็นซะก่อน โอดินจึงรู้แจ้งแล้วว่า โลกินี่เองที่เป็นผู้พายักษ์น้ำแข็งเข้ามายังอาณาจักรแอสการ์ด

และแล้ว.. โลกิก็รู้ถึงชาติกำเนิดตนเอง ว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆของโอดินและฟลิกก้า หากแต่เป็นเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธันไฮม์  เพราะโอดินเริ่มเล่าความจริงทั้งหมดให้โลกิฟัง

เมื่อโลกิรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง โลกิจึงเข้าใจทุกอย่างแล้ว ว่าเหตุใดตนจึงไม่เคยได้อะไรเลย โลกิจึงระเบิดอารมณ์ใส่โอดิน และตำหนิโอดิน ว่าที่แท้ตนเองก็เป็นเพียงแค่สิ่งของที่โอดินเก็บไว้เพื่อต่อรองกับลาฟฟี่เท่านั้น

โอดินนั้นตรอมใจอย่างมาก เพราะรักโลกิเหมือนลูกแท้ๆ เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การเนรเทศธอร์ รวมถึงรับรู้ว่าโลกิชั่วช้าขนาดนี้ ทำให้โอดินหมดสติไป และเข้าสู่ภาวะ Odin Sleep (โอดินสลีป)

โอดินตรอมใจหมดสติ (Thor 2011) 

 

โลกิยึดบัลลังค์แอสการ์ดทันที และนำกุงเนียร์ซึ่งเป็นของคู่กายกษัตริย์แอสการ์ดมาจากโอดิน ซึ่งกุงเนียร์นั้น นอกจากยิงพลังได้แล้ว ยังมีมีอำนาจเปิด-ปิดประตูไบฟรอสท์ และบัญชาเดสทรอยเยอร์ได้อีกด้วย

พวกวอริเออร์ทรีและเลดี้ซิฟเริ่มระแคะระคายว่า โลกิอยู่เบื้องหลังในการเปิดประตูมิติพายักษ์น้ำแข็งบุกวังครั้งนั้น ทั้งสี่คนจึงรีบเข้าไปรายงานโอดินที่บัลลังค์ถึงแผนชั่วโลกิ แต่สายไปซะแล้ว โลกินั่งบัลลังค์กษัตริย์แอสการ์ดแทนโอดินแล้ว พวกเลดี้ซิฟและวอริเออร์ทรีจึงต้องยอมคุกเข่าให้กษัตริย์แอสการ์ดองค์ใหม่

ที่โลก โลกิใช้เวทย์มายาของตนเข้าไปพบธอร์ที่โลก ซึ่งในตอนนี้ธอร์มีพลังกายเทียบเท่ามนุษย์ธรรมดาเท่านั้น และโลกิก็หลอกธอร์ว่า โอดินตรอมใจตายเพราะธอร์ เพื่อให้ธอร์ไม่คิดที่จะกลับแอสการ์ดนั่นเอง

ระหว่างที่อยู่โลกมนุษย์ โลกิก็ลองยกโยเนียร์ดู แต่ก็ไม่สำเร็จ (Thor 2011) 

 

ที่โยธันไฮม์ โลกิใช้ประตูมิติลับไปหาราชาลาฟฟี่ที่โยธันไฮม์ต่อ และยื่นข้อเสนอให้ลาฟฟี่พายักษ์น้ำแข็งบุกวังแอสการ์ดอีกครั้งเพื่อให้ราชาลาฟฟี่สังหารราชาโอดิน และตนจะเปิดสะพานไบฟรอสท์ให้เดินทางง่ายๆ 

ที่แอสการ์ด เลดี้ซิฟและวอริเออร์ทรีจึงคิดจะไปตามธอร์กลับมาช่วยกอบกู้แอสการ์ด ฮัมดาล์ผู้ซึ่งรู้เห็นทุกอย่างจึงเรียกทั้งสี่ไปพบ และเตือนว่าที่ทั้งสี่กำลังทำคือการก่อกบฏ เพราะบัดนี้โลกิคือราชา แต่ฮัมดาลล์ก็ปล่อยให้ทั้งสี่ใช้สะพานไบฟรอสท์เดินทางไปมิดการ์ดหรือโลกมนุษย์

โลกิรับรู้ถึงการใช้สะพานไบฟรอสท์ของเลดี้ซิฟและวอริเออร์ทรี โลกิจึงไปสั่งการเดสทรอยเยอร์ให้ไปที่มิดการ์ดเช่นกัน หน้าที่เดสทรอยเยอร์คือทำทุกวิถีทางไม่ให้ธอร์กลับมาแอสการ์ดได้

โลกิไปหาฮัมดาลล์ และตำหนิฮัมดาลล์ว่าการปล่อยทั้งสี่ไปนั้นผิดมหันต์ ก่อนจะสั่งปลดฮัมดาลล์จากตำแหน่งนายทวาร ฮัมดาลล์จึงไม่จำเป็นต้องฟังโลกิ และกำลังฟาดดาบใส่ แต่โลกิซึ่งใช้มายาซ่อนหีบศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ก็ยิงพลังจากหีบแช่แข็งฮัมดาลล์ทันที และเปิดประตูไบฟรอสท์พายักษ์น้ำแข็งและราชาลาฟฟี่บุกวังแอสการ์ด

โลกิจะแสดงร่างที่แท้จริงเมื่อสัมผัสกับขุมพลังแห่งโยธันไฮม์ (Thor 2011) 

 

ที่โลก เดสทรอยเยอร์ก็หยุดยั้งธอร์ไม่สำเร็จ และธอร์ก็ได้พลังสายฟ้ากับโยเนียร์คืน พร้อมกับทำลายเดสทรอยเยอร์ลงไปได้ และรู้ความจริงว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เพราะโลกิ

ที่แอสการ์ด ฮัมดาลล์ก็หลุดจากการแช่แข็ง ก่อนจะเข้าต่อสู้กับพวกยักษ์น้ำแข็งที่เฝ้าสะพานอยู่ และเปิดสะพานไบฟรอสท์ให้พวกของธอร์กลับแอสการ์ด

ราชาลาฟฟี่บุกถึงห้องบรรทมของราชาโอดินพอดี และกำลังจะสังหารโอดิน ราชินีฟลิกก้าก็ต้านไม่อยู่ แต่โลกิก็ใช้กุงเนียร์ยิงพลังสังหารราชาลาฟฟี่ต่อหน้าราชินีฟลิกก้า เพื่อเอาหน้าและความดีความชอบ

ธอร์บุกมาถึงห้องบรรทมของโอดิน และบอกความจริงกับฟลิกก้าว่า การที่ยักษ์น้ำแข็งบุกวังแอสการ์ดได้ทั้งสองครั้ง ล้วนเป็นฝีมือของโลกิ และโลกิก็ยิงพลังจากกุงเนียร์ใส่ธอร์จนกระเด็นตกวังไป ก่อนจะมุ่งไปที่สะพานไบฟรอสท์เพื่อจะใช้ไบฟรอสท์ทำลายอาณาจักรโยธันไฮม์ทั้งดวงดาว

ราชาลาฟฟี่โดนยิงทีเดียวตาย แต่ธอร์ไม่ตายแหะ (Thor 2011)  

 

ถ้าสะพานไบฟรอสท์ชี้ไปยังอาณาจักรใดนานเกินไป ไบฟรอสท์จะกลายเป็นอาวุธพิฆาตดวงดาวทันที อาณาจักรแห่งนั้นจะถูกทำลายลงจากพลังของไบฟรอสท์ โลกิจึงจะทำลายโยธันไฮม์เพื่อเอาใจโอดินนั่นเอง

ธอร์รีบมาขัดขวาง และสู้กับโลกิ แต่ธอร์มิอาจปิดประตูไบฟรอสท์ได้ เพราะพลังงานจากห้องเครื่องของไบฟรอสท์รุนแรงจนธอร์มิอาจฝ่าเข้าไปได้ ธอร์จึงทำลายทั้งสะพานด้วยโยเนียร์ซะเลย โอดินจึงตื่นจากภาวะโอดินสลีปทันที

โลกิใช้เวทย์มายาแยกร่างลวงตาสู้กับธอร์ (Thor 2011) 

 

โลกิกำลังจะตกจากสะพานไบฟรอสท์และหล่นไปสู่ห้วงแห่งมิติในอิกดราซิล ซึ่งจะไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ ธอร์มาจับกุงเนียร์และดึงโลกิไว้ โอดินซึ่งตื่นขึ้นมาแล้ว ก็มาช่วยดึงธอร์ไว้อีกคน แต่เมื่อโลกิรับรู้ว่าโอดินผิดหวังกับตัวของเขา โลกิจึงปล่อยมือและหล่นสู่ห้วงอวกาศหายไป..

ที่โลก โลกิใช้มายาเฮือกสุดท้ายและส่งเวทย์มายานั้นไปยังโลกมนุษย์ ก่อนจะติดตามตามไปกับเงาของดร.เซลวิค  และโลกิก็เห็นขุมพลังแห่งจักรวาลที่หายไปจากคลังอาวุธโอดินมานานนับพันปี ที่แท้ก็อยู่บนโลกหรือมิดการ์ดนี่เอง ซึ่งขุมพลังแห่งจักรวาลนั้นก็คือ แทซเซอแร็ค และมันอยู่ที่โปรเจค  P.E.G.A.S.U.S. ของหน่วย S.H.I.E.L.D.

โลกิค้นพบแทซเซอแร๊คที่โปรเจคพีกาซัส (Thor 2011)

 

ที่แซงทัวรี่ วัน ฐานที่มั่นธานอส The Other (ดิออทเธอร์) ลูกน้องข้างกายของ Thanos (ธานอส) ได้ค้นพบโลกิเคว้งคว้างอยู่กลางอวกาศ โลกิจึงเสนอถึงทางเลือกให้ดิอ๊อทเธอร์ไปยื่นข้อเสนอต่อรองกับลอร์ดมืดธานอส ว่าตนต้องการยึดครองโลก แลกกับการนำแทซเซอแร็คซึ่งอยู่ที่โลกมามอบให้ธานอส โลกิต้องการยึดโลกก็เพราะธอร์นั้นรักโลกใบนี้มาก โลกิแค่อยากป่วนธอร์ ก็แค่นั้น

ซึ่งธานอสก็ตอบตกลงรับข้อเสนอโลกิ พร้อมกับให้ดิอ็อทเธอร์นำคฑาควบคุมจิตใจไปมอบให้โลกิใช้ยึดโลก และดิอ็อทเธอร์ก็จะส่งกองทัพชิทอรี่ไปช่วยโลกิยึดโลกด้วย ซึ่งทัพชิทอรี่ก็คล้ายโคลนนิ่งพันธุกรรม และผลิตเพื่อให้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับป้อนคำสั่งให้พร้อมรบนั่นเอง ซึ่งดิอ็อทเธอร์มีความสามารถขนาดผลิตชิทอรี่ได้ทั้งกองทัพภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ซะด้วยซ้ำ

โลกิกับอาวุธใหม่ (Avengers 2012)

 

ค.ศ. 2012 โลกิอายุได้ 1,047 ปี ที่โลก ธานอสใช้พลังเวทย์ของตนส่งโลกิไปยังจุดที่แทซเซอแร็คอยู่ จึงทำให้แทซเซอแร็คในโปรเจคพีกาซัสทำงาน และปล่อยรังสีแกมม่าอ่อนๆออกมา ก่อนที่แทซเซอแร็คจะปล่อยรังสีคอสมิคไปทั่วทั้งโปรเจคพีกาซัส และโลกิก็ควบคุมจิตใจดร.เซลวิคกับฮอว์คอายไว้ใช้งาน หลังจากนั้นฮอว์คอายก็พาโลกิหนีไป โปรเจคพีกาซัสก็พังพินาศทันทีจากรังสีคอสมิคอันมากมายของแทซเซอแร็ค และโลกิก็นำแทซเซอแร็คไป

ฮอว์คอายวางแผนทุกอย่างให้โลกิ เพราะฮอว์คอายรู้ความเคลื่อนไหวในชิลด์ทุกอย่างดี และสิ่งแรกที่ฮอว์คอายวางแผนคือคือ ให้โลกิบุกพิพิธัณฑ์ในเยอรมันนี เพื่อเอาแร่อีลีเดียมมาให้ดร.เซลวิคประกอบการเปิดประตูมิติโดยแทซเซอแร็ค เพื่อนำพากองทัพชิทอรี่บุกโลก

่่่ฮอว์คอายโดนโลกิควบคุม (Avengers 2012)

 

ส่วนตัวโลกินั้น แผนคือให้ยอมทีมอเวนเจอร์จับไปที่ยานเหาะเฮลิแคเออร์ และปั่นหัวทุกคนในทีมอเวนเจอร์ให้แตกคอกัน ซึ่งสำคัญเลยคือ ให้ดร.แบนเนอร์กลายร่างเป็นฮัล์คและทำลายยานเหาะซะ ก่อนที่ฮอว์คอายจะบุกเฮลิแคเออร์ซ้ำ หลังจากทุกคนแตกคอกันแล้ว

แผนเโลกิเป็นไปตามเป้าหมายทุกอย่าง แต่โลกิก็ต้องเสียมือดีอย่างฮอว์คอายกลับคืนให้ทีมอเวนเจอร์ไป และก่อนที่โลกิจะหนีออกมา โลกิก็ใช้คฑาสังหารโคลสัน

โลกิตามดร.เซลวิคไปที่ตึกสตาร์คทาวเวอร์ เพื่อรอดูผลงานเปิดประตูมิติของดร.เซลวิค และโลกิก็ปะทะกับไอออนแมนที่นี่ ไอออนแมนยิงโลกิซะกระเด็น ก่อนที่ไอออนแมนจะมัวแต่ยุ่งอยู่กับทัพชิทอรี่ที่แห่เข้ามาอย่างมากมายทางช่องมิติกลางฟากฟ้าเมืองนิวยอร์ค โลกิจึงปลีกตัวหนีออกไป

และโลกิก็ปะทะกับธอร์อีกคน โลกิกำลังจะโดนจับได้ง่ายๆ แต่ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมหนีไปได้อีกครั้ง

คราวนี้โลกิปะทะกับฮัล์ค และหนีไม่ทันซะแล้ว ฮัล์คจับโลกิฟาดพื้นจนโลกิมึนไม่ได้สติสตังไปเลยชั่วคราว

“เทพกระจอก..” (Avengers 2012)

 

พอโลกิได้สติกลับมาอีกที ทีมอเวนเจอร์ก็มารุมล้อมจับตัวของโลกิกันทั้งทีม โลกิจึงโดนธอร์จับกลับไปขังคุกที่วังแอสการ์ด พร้อมกับที่ธอร์นำแทซเซอแร็คไปให้ฮัมดาลล์ซ่อมแซมสะพานไบฟรอสท์จนสำเร็จกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ที่แอสการ์ด โลกิเมื่อถูกจองจำอยู่ที่คุกหลวงของแอสการ์ดนั้น ก็มักจะได้รับการเยี่ยมเยียนจากราชินีฟลิกก้าที่ยังห่วงใยโลกิอยู่เสมอมา ซึ่งราชินีฟลิกก้าใช้เวทย์มายามาเยี่ยมโลกิถึงในห้อง แต่ตัวของฟลิกก้านั้นก็อยู่ในวัง

โลกิถูกขังในคุกแอสการ์ด (Thor 2013)

 

ค.ศ. 2013 โลกิอายุได้ 1,048 ปี โลกิถูกจองจำไม่นานนัก คุกหลวงก็โดนนักโทษอสูรที่ร้ายกาจตนนึงซึ่งเพิ่งเดินเข้าห้องขังมาได้ครู่เดียว แต่กลับมีพลังสูงถึงขั้นแหกคุกออกมาได้ และอสูรตนนั้นคือ Algrim แห่งอาณาจักรสวาทาล์ฟไฮม์ บ้านของดาร์คเอลฟ์ผู้ชั่วช้า

โลกิบอกทางเข้าวังให้อัลกริม และคุกวังหลวงก็เละตุ้มเป๊ะ ต่อมาโลกิจึงได้ข่าวว่าราชินีฟลิกก้า ท่านแม่ที่เค้ารักที่สุดได้ถูกสังหารโดยอัลกริม อสูรแห่งดาร์คเอลฟ์ตนนั้นที่โลกิบอกทางเข้าวังนั่นเอง

โลกิอยู่ในห้องขังอย่างหมดอาลัยตายอยาก และเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของท่านแม่อย่างที่สุด แต่ธอร์ก็เข้ามาพบโลกิ และเห็นภาพมายาของโลกิที่ไม่รู้สึกรู้สาซึ่งโลกิสร้างปิดบังความเศร้าไว้ แต่ครานี้มิอาจตบตาธอร์ได้ ธอร์รู้ว่าโลกิต้องเสียใจอย่างมากแน่นอน

โลกิหมดอาลัยตายอยาก (Thor 2013)

 

โลกิจึงลบภาพมายาออก และเผยให้เห็นสภาพสุดโทรมของตน แต่ธอร์ไม่สนเรื่องนั้น ธอร์ต้องการให้โลกิพาไปยังประตูมิติลับ ที่ซึ่งโลกิค้นพบ

ธอร์จึงเล่าให้โลกิฟังทั้งหมดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า ดาร์คเอลฟ์บุกวังแอสการ์ดก็เพื่ออีเธอร์หนึ่งในอินฟินีตี้สโตนซึ่งอยู่ในตัวเจน ธอร์อธิบายแผนการให้โลกิฟังว่าที่ต้องไปยังประตูมิตินั้น ธอร์ต้องการจะพาเจนไปสวาทาล์ฟไฮม์เพื่อไปหามาลาคิธ และให้มาลาคิธนำอีเธอร์ออกจากตัวเจน และเมื่อเจนเห็นหน้าโลกิครั้งแรก เจนก็ตบหน้าโลกิอย่างแรง โทษฐานที่ทำให้โลกของเธอวุ่นวาย

โลกิโดนเจนตบ (Thor 2013)

 

ธอร์ให้วอริเออร์ทรีและเลดี้ซิฟขัดขวางเหล่าอานเฮอญ่าทหารเฝ้าวังแอสการ์ดไว้ ก่อนที่ทั้งสามจะหนีออกจากวังมาได้ ซึ่งระหว่างการเดินทางโดยเรือบินจากแอสการ์ด และผ่านประตูมิติลับ ก่อนจะไปโผล่ที่สวาทาล์ฟไฮม์นั้น โลกิก็นึกเสียดายอีเธอร์ในตัวเจน ซึ่งขุมพลังแห่งจักรวาลชิ้นนี้คงจะดีไม่น้อย ถ้าโลกิได้มาครอบครองซะเอง แต่ธอร์ก็เตือนโลกิว่า ถ้าเจ้าได้อีเธอร์ไปเจ้าก็คงจะตายเพราะทนพลังอันมหาศาลนี้ไม่ไหวแน่นอน

ที่สวาทาล์ฟไฮม์ โลกิและธอร์วางแผนตบตามาลาคิธ และใช้เวทย์มายาแกล้งตัดมือธอร์ เพื่อให้มาลาคิธคิดว่า โลกิคงจะไม่ใช่พวกเดียวกับธอร์ ซึ่งอัลกริมก็ยืนยันกับมาลาคิธว่า โลกิก็คือหนึ่งในนักโทษร้ายแรงของแอสการ์ด เพราะอัลกริมก็เห็นโลกิในคุกวันนั้น มาลาคิธจึงชะล่าใจ

โลกิวางแผนหลอกมาลาคิธ (Thor 2013)

 

มาลาคิธนั้นยังไม่สังหารเจน เพราะว่าต้องนำอีเธอร์ออกมาจากตัวเจนซะก่อน แต่เมื่ออีเธอร์ออกมาจากร่างกายเจนจนหมดสิ้น และลอยอยู่กลางอากาศในภาวะของเหลว โลกิก็สลายเวทย์มายาให้ธอร์ ก่อนที่ธอร์จะเรียกโยเนียร์มาฟาดสายฟ้าใส่อีเธอร์ หากแต่ทำอะไรอีเธอร์ไม่ได้ และอีเธอร์ก็เข้าไปหลอมรวมกับร่างกายมาลาคิธโดยสมบูรณ์

มาลาคิธรีบขึ้นยานอวกาศมุ่งหน้าไปมิดการ์ดหรือโลกมนุษย์ทันที ทิ้งอัลกริมและดาร์คเอลฟ์ส่วนนึงให้ขัดขวางธอร์และโลกิไว้ ในเหตุการณ์นี้ โลกิปกป้องธอร์จากการโดนอัลกริมโจมตี แต่โลกิกลับโดนอัลกริมโจมตีซะเอง ก่อนโลกิจะตาย โลกิจึงใช้ระเบิดหลุมดำของพวกดาร์คเอลฟ์โจมตีอัลกริม ผลทำให้อัลกริมถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ หายไปจากมิติปกติไปชั่วกัปชั่วกัลป์

ธอร์รีบมาดูอาการโลกิ ซึ่งวาระสุดท้ายของโลกิคือปกป้องธอร์ ทำให้ธอร์ยกโทษให้โลกิทุกอย่าง และโลกิก็คืนร่างเป็นยักษ์น้ำแข็งก่อนจะสิ้นใจตาย หลังจากนั้น ธอร์กับเจนก็หาหนทางกลับโลกมนุษย์จนได้ในภายหลัง ซึ่งแท้จริงแล้ว โลกิใช้มายาหลอกให้ธอร์คิดว่าตนเองตายไปแล้ว

โลกิตายหลอกๆ (Thor 2013)

 

โอดินส่งทหารอานเฮอญ่าของแอสการ์เดี้ยนไปตรวจสอบที่สวาทาล์ฟไฮม์ และทหารคนหนึ่งก็โดนโลกิใช้มายาสวมรอย ก่อนที่โลกิในร่างอานเฮอญ่าจะกลับไปรายงานโอดินว่า ธอร์และมนุษย์โลกผู้หญิงชื่อเจนนั้นหายไป หากแต่พบศพโลกิแทน

ที่แอสการ์ด และในเวลาต่อมา ธอร์ก็กลับมาแอสการ์ดเพื่อเข้าพบโอดิน และขอยืดเวลารับตำแหน่งกษัตริย์แอสการ์ดออกไปก่อน เพื่อขอไปอยู่ที่โลกกับเจน ธอร์ยื่นโยเนียร์ให้โอดิน หากแต่โอดินไม่รับ และบอกธอร์ว่า นั่นคืออาวุธส่วนตัวของธอร์ตลอดไป และตามใจธอร์ให้ธอร์เลือกทางชีวิตเอง ธอร์จึงไปที่สะพานไบฟรอสท์ เพื่อให้ฮัมดาลล์ส่งตนเองไปโลกทันที

แต่แท้จริงแล้ว ผู้ที่ธอร์มาสนทนาด้วยนั้นหาใช่โอดินไม่ หากแต่เป็นโลกิ ซึ่งโอดินนั้นถูกโลกิร่ายมนตร์ลบความทรงจำ และส่งไปที่โลกอยู่ที่บ้านพักคนชราในนิวยอร์ค อเมริกา

โลกินั่งบัลลังค์แอสการ์ดในร่างของโอดิน (Thor 2013)

 

ที่โลก หรือ มิดการ์ด แต่โอดินนั้นคลายมนตร์สะกดของโลกิได้แทบจะในทันที หากแต่ก็ยอมอยู่ที่บ้านพักคนชรา เพราะโอดินรู้ว่า ตนเองใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว จึงอยากอยู่อย่างสงบที่โลก

ที่แอสการ์ด ทางโลกินั้นก็ไม่ได้ทำเรื่องราววุ่นวายมากนัก แค่เพียงสำเริงสำราญดื่มเหล้าดูมหรสพในร่างโอดิน และละเลยการดูแลอาณาจักรทั้ง 9 ซึ่งก็ไม่มีใครในแอสการ์ดล่วงรู้เลยว่า นั่นไม่ใช่โอดิน หากแต่เป็นโลกิ ประโยชน์จากเรื่องนี้ที่โลกิได้อีกอย่างก็คือ ธานอสจะคิดว่าโลกิตายไปแล้ว

โลกิกังวลว่า ฮัมดาลล์จะล่วงรู้ตัวตน ว่าตนเองไม่ใช่โอดินตัวจริง จึงไล่ฮัมดาลล์ออกจากตำแหน่งนายทวาร ยึดดาบฮอฟเฟิน เนรเทศออกจากแอสการ์ด และให้สเคิร์จมาทำหน้าที่เปิดปิดไบฟรอสท์แทน 

ที่โลก โอดินติดต่อกับจอมเวทย์สูงสุดของโลกนั่นก็คือ ดร.สเตรนจ์ ให้พาตนเองไปปลีกวิเวกที่เมืองทอนสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ โอดินอยากอยู่ที่นี่ ในวาระสุดท้ายของตนที่กำลังใกล้เข้ามา เพราะนอร์เวย์คือต้นกำเนิดตำนานเทพเจ้าของเผ่าพันธุ์แอสการ์ด ที่ชาวไกิ้งเคารพบูชามานานนับพันปี

ยังมีสิ่งที่โอดินกังวลที่สุด ก็คือ เมื่อตนเองสิ้นอายุขัยแล้ว เฮล่า ลูกสาวคนแรกผู้ชั่วร้ายของตนเอง จะเป็นอิสระจากการถูกจองจำที่มิตินรกเฮลทันที เพราะมนตร์สะกดจะถูกทำลายไปพร้อมกับตน 

ที่มัสเปลไฮม์ ธอร์ไล่ล่าเบาะแสอินฟินิตี้สโตนมาจนถึงที่นี่ และพบว่าเซอร์เทอร์ ราชาอสูรไฟนั้นเริ่มจะกลับมาแข็งแกร่งในรอบหลายพันปี ธอร์จึงกำราบเซอร์เทอร์อีกรอบ และนำหัวกระโหลกเซอร์เทอร์กลับแอสการ์ด

ค.ศ. 2018 โลกิอายุได้ 1,053 ปี ที่แอสการ์ด เมื่อธอร์กลับมา ธอร์ก็รู้ทันทีว่า โลกิจำแลงเป็นโอดิน จึงบังคับให้โลกิบอกว่า ท่านพ่อไปไหน โลกิจึงรีบสารภาพว่า นำโอดินไปปล่อยไว้บนโลก

ธอร์กับโลกิมาตามหาโอดิน (Thor 2017)

 

ที่โลก โลกิกับธอร์ไม่พบโอดินที่บ้านพักคนชรา พร้อมๆกับที่ดร.สเตรนจ์กักตัวโลกิไว้ในประตูมิติ เพราะโลกิถูกขึ้นบัญชีบุคคลอันตรายของโลกเอาไว้ ธอร์จึงต้องตามโลกิไปที่ซางทัมแซงทอรัมของดร.สเตร้นจ์

ดร.สเตรนจ์ได้ฟังจุดประสงค์ธอร์ จึงส่งธอร์กับโลกิไปหาโอดินที่นอร์เวย์ โอดินใช้ช่วงเวลาสุดท้ายบอกความจริงธอร์กับโลกิว่า ทั้งสองมีพี่สาวอีกคนที่ชื่อ เฮล่า และโอดินก็สิ้นอายุไข กลายเป็นละอองแสงลอยขึ้นฟ้าไป

โอดินสั่งเสียลูกชายทั้งสอง (Thor 2017)

 

เฮล่าพ้นมนตร์สะกดทันทีจากเฮลเช่นกัน และโผล่ออกมาจากมิตินรกเฮลมายังสถานที่ซึ่งโอดินสิ้นอายุไข ทำให้เผชิญหน้ากับธอร์น้องต่างแม่ และโลกิน้องบุญธรรม

โยเนียร์ถูกเฮล่าทำลายไปอย่างรวดเร็ว โลกิรีบสั่งให้สเคิร์จเปิดสะพานไบฟรอสท์พาตนและธอร์กลับแอสการ์ด แต่เฮล่าตามเข้ามาในสะพาน โจมตีโลกิกระเด็นออกไป ธอร์ก็กระเด็นออกไปตาม ส่วนเฮล่าไปที่แอสการ์ด ฆ่าวอริเออทรี ฆ่าอานเฮอญ่าตายไปมากมาย และยึดบัลลังค์แอสการ์ดอย่างง่ายดาย

โลกิถูกเฮล่าโจมตีขณะอยู่ในไบฟรอสท์ (Thor 2017)

 

ที่สคาร์ อาณาจักรที่อยู่ในมิติกึ่งความเป็นจริง โลกิกระเด็นออกมาโผล่ที่นี่ และกลายเป็นคนสนิทของแกรนด์มาสเตอร์เจ้าครองอาณาจักรสคาร์ทันที

ธอร์ กระเด็นมาโผล่ที่สคาร์เช่นกัน และต้องสู้กับฮัลค์ แถมธอร์กับโลกิ ยังได้พบกับ วัลคีรี่ นักรบหญิงอัศวินชั้นสูงแห่งแอสการ์ด ที่หายสาปสูญไปก่อนธอร์และโลกิเกิดด้วยซ้ำ หลังจากนั้น ธอร์, วัลคีรี่, ฮัลค์, และ โลกิ หนีออกมาจากสคาร์ มุ่งหน้าไปแอสการ์ดเพื่อปราบเฮล่า

โลกิกับธอร์แหวกทหารของแกรนด์มาสเตอร์ไปที่โรงเก็บยาน (Thor 2017)

 

ที่แอสการ์ด พวกของธอร์สู้กับเฮล่าไม่ได้ เพราะขุมพลังของเฮล่าคือดาวแอสการ์ด ธอร์จึงต้องใช้วิธีสุดท้ายที่คิดออก นั่นคือ สั่งโลกิไปปลดปล่อยเซอร์เทอร์ให้ได้รับขุมพลังอีเธอร์นอลเฟรม เพื่อให้เซอร์เทอร์ที่มีพลังขีดสุดกำจัดเฮล่าและทำลายแอสการ์ด จึงเกิดแร็คนาร็อคตามคำทำนาย ดาวแอสการ์ดถูกทำลายไปพร้อมกับการตายของเฮล่าและเซอร์เทอร์ แต่ในเหตุการณ์นี้ โลกิก็แอบนำแทซเซอแร็คออกมาได้ก่อน

โลกิและคนอื่นๆ ยกให้ธอร์เป็นกษัตริย์แอสการ์ดคนใหม่ (Thor 2017)

 

ที่กลางอวกาศ พวกของธอร์ พาชาวแอสการ์ดหนีออกมาได้จำนวนหนึ่ง และกำลังมุ่งหน้าไปที่โลก ยังเมืองทอนสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ แต่ธานอสที่ไล่ล่าอินฟินิตี้สโตน ก็นำยาน แซงทัวรี่ ทู ตามมาถล่มยานของธอร์ เข่นฆ่าชาวแอสการ์ดไปมากมาย

วัลคีรี่นำชาวแอสการ์ดหนีออกมาได้บางส่วน ฮัลค์ถูกฮัมดาลล์ส่งลงมาเตือนดร.สเตร้นจ์ที่โลก ฮัมดาลล์โดนธานอสฆ่าตายลงไป  ธอร์กำลังจะโดนธานอสฆ่า เพื่อบีบให้โลกิมอบแทซเซอแรคให้ โลกิจึงยอมเพื่อช่วยชีวิตพี่ชาย และพยายามะฮึดสู้ธานอส โลกิจึงถูกธานอสสังหารลงไป จบชีวิตไปในอายุขัย 1,053 ปี

โลกิช่วยชีวิตธอร์ ก่อนตัวเองจะตาย (Thor 2017)

 

จบเรื่องราวของโลกิใน Marvel Cinematic Universe สวัสดีครับ

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด