Marvel Cinematic Universe บทที่ 7 (จักรวาลที่เปลี่ยนไป)

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

Spoler Alert !! ธานอสจะตายหรือไม่ตาย ก็ไม่มีผล เพราะมณีทั้ง 6 ไม่มีอยู่แล้ว สรรพชีวิตที่ตายไปครึ่งจักรวาลก็ไม่ฟื้น เวลาที่ผ่านมานั้น ร็อคเก็ตและเนบิวล่าใช้ยานเบเนทาร์ออกท่องอวกาศเฝ้าดูภัย กัปตันมาร์เวลออกไปยังดวงดาวต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยา

โอโคเย่ดูแลวากานด้าและทวีปแอฟริกาหลังจากที’ชาลล่าและชูรีสลายเป็นผงไป และโรดี้ก็ออกหาข่าวทั่วโลกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีแนทเป็นศูนย์กลางของทุกคนคอยดูแลภาพรวมต่างๆในฐานอเวนเจอร์

ที่คามา-ทาจ โลกต้องมีจอมเวทย์สูงสุด ในเมื่อดร.สเตร้นจ์ที่ดำรงตำแหน่งนี้เป็นผงไปแล้ว หว่อง จึงต้องขึ้นมาทำหน้าที่นี้ต่อจากดร.สเตร้นจ์ ดูแลมิติความเป็นจริงต่อไป และหว่องคอยประสานงานกับอเวนเจอร์ที่เหลือรอดชีวิตอยู่เนืองๆ

 

 

ผ่านไป 5 ปี

หลังจากธานอสตาย 

 

ปี 2023 เพื่อนๆฮีโร่เช่น ร็อคเก็ต เนบิวล่า กัปตันมาร์เวล โรดี้ จะมีประชุมโฮโลแกรมทางไกล ซึ่งมีแนทเป็นประธานอยู่เป็นประจำ ส่วนแคปนั้นรวมกลุ่มพูดคุยบำบัดจิตใจผู้คนเฉกเช่นฟัลคอนเพื่อนรักเคยทำ 

โลกที่ไม่เหมือนเดิม (Avengers 4: Endgame)

 

แต่โทนี่ปลีกวิเวกสร้างครอบครัวไม่ยุ่งกับการช่วยโลกแล้ว ข่าวที่แนทสะเทือนใจจากการประชุมครั้งนี้ที่สุดคือ โรดี้แจ้งว่าบัดนี้คลิ้นท์กลายเป็นนักฆ่าโรนิน ที่ออกฆ่าพวกแก๊งค์เลวไปทั่วโลก

แนทย้ำกับแคปตลอด ว่าก่อนหน้าที่จะมีอเวนเจอร์ เธอเคว้งคว้าง ทีมอเวนเจอร์คือครอบครัวเดียวของเธอที่มีอยู่ เธอจะทำมันจนถึงที่สุด จะสู้เพื่อช่วยเหลือและปกป้องทุกชีวิตที่ยังเหลืออยู่จนถึงที่สุด

แนทที่มีสภาพอิดโรย (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ซานฟรานซิสโก ณ โรงเก็บของเก่าแห่งรัฐ และ.. ปาฎิหารย์ก็เกิดขึ้น เมื่อมีหนูตัวนึงมุดเข้าไปในรถตู้ภายในโรงเก็บของ ภายในรถตู้ของหลุยส์เพื่อนรักสก็อตคันนี้ ท้ายรถตู้มีประตูเข้ามิติควอนตัมนั่นเอง

หนูตัวนั้นบังเอิญไปกดปุ่มบนรถและเปิดประตูมิติควอนตัม สก็อต แลงค์ จึงออกมาจากมิติควอนตัมหลังจากผ่านไป 5 ปี สก็อตนั้นรู้สึกงงงวยกับโลกภายนอก เพราะสก็อตรับรู้ว่าตนหลงอยู่ในมิติควอนตัมเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น ในตอนนี้ทั่วทั้งเมืองซานฟรานฯมีแต่ป้ายประกาศคนสูญหาย

สก็อตผู้โกงเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

เมื่อสก็อตประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างได้ว่าเกิดอะไรขึ้น สก็อตจิตตกกลัวลูกสาวแคสซี่จะหายไปด้วย จึงไปดูป้ายจารึกคนสูญหาย สก็อตจึงเห็นว่าชื่อของตนเองมีอยู่ในป้าย แต่ไม่มีชื่อแคสซี่

สก็อตจึงไปที่บ้านเมียเก่า และพบว่าแคสซี่ยังอยู่ซึ่งโตเป็นสาวไปแล้ว หลังจากตั้งสติได้ว่าควรทำอย่างไรต่อ สก็อตก็รีบกลับไปเอารถตู้ในศูนย์ของหายรัฐซานฟรานซิสโก และรีบขับรถตู้ดิ่งไปที่ฐานอเวนเจอร์ในนิวยอร์คทันที ขณะที่แคปและแนทคุยกันอยู่ สก็อตก็มาตะโกนเรียกอยู่หน้าฐาน

สก็อตมาโผล่หน้าฐานอเวนเจอร์ (Avengers 4: Endgame)

 

ที่นิวยอร์ค ฐานอเวนเจอร์ เมื่อสก็อตเข้าไปในฐาน สก็อตก็รีบบอกกับแคปและแนท ถึงทฤษฎีย้อนเวลาที่ตนคิดขึ้น มิติควอนตัมอาจจะทำได้ แต่ต้องใช้ผู้ปราดเปรื่อง แคปจึงคิดว่าโทนี่อาจจะช่วยได้

ที่บ้านโทนี่ ขณะที่โทนี่กำลังเล่นกับลูกสาว มอร์แกน สตาร์ค ซึ่งมอร์แกนกำลังเอาหน้ากากไอออนเรสคิ๊วของแม่ของเธอเพพเพอร์มาใส่เล่น แนท แคป และสก็อต ก็มาขอร้องให้โทนี่คิดค้นเครื่องย้อนเวลา แต่โทนี่ปฎิเสธไป โทนี่ไม่อยากเสี่ยงเสียลูกสาวไป แคปจึงคิดถึงผู้ปราดเปรื่องอีกคน นั่นคือ ดร.บรูซ แบนเนอร์

หลังจากพวกของแคปออกจากบ้านไป โทนี่ก็กลับมาคิดเรื่องการย้อนเวลาเพื่อช่วยทุกคนที่โดนธานอสดีดนิ้วสลายไป นั่นรวมถึง ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์-แมน เด็กดีที่โทนี่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน โทนี่จึงเริ่มเปลี่ยนใจแล้ว

รูปถ่ายโทนี่กับปีเตอร์ช่วยย้ำให้โทนี่ไตร่ตรอง (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ร้านอาหาร ขณะแคปและแนทพาสก็อตมาพบแบนเนอร์ที่ร้านอาหาร สก็อตต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อพบว่าตอนนี้ บรูซ แบนเนอร์ กลายเป็นดร.ฮัลค์ไปแล้ว เพราะเมื่อ 18 เดือนก่อนแบนเนอร์ยอมรับตัวตนของฮัลค์แล้วว่าคือตัวของเค้าเอง แบนเนอร์จึงคิดค้นการประสานร่างของฮัลค์กับตน จนกระทั่งได้ความแข็งแกร่งและร่างกายของฮัลค์มา แต่ยังมีสติและสมองของแบนเนอร์ กำเนิดเป็น ดร.ฮัลค์

โปรเฟสเซอร์ ฮัลค์ (Avengers 4: Endgame)

 

ที่บ้านโทนี่ ในคืนนั้นโทนี่ตัดสินใจว่า จะคิดค้นการย้อนเวลาด้วยมิติควอนตัม โดยมีเอ.ไอ.ฟรายเดย์ช่วยคำนวน และโทนี่ก็ทำสำเร็จ แต่โทนี่ยังคงอยากจะปรึกษาเพพเพอร์ก่อน ซึ่งในที่สุดหลังจากพูดคุยกับเพพเพอร์ โทนี่ก็ตัดสินใจช่วยแคป

ที่ฐานอเวนเจอร์ ดร.ฮัลค์พยายามพาสก็อตย้อนเวลาโดยใช้ประตูควอนตัมในรถตู้ ก็ไม่สำเร็จ แต่กลับย้อนอายุของสก็อตแทนซะงั้น การทดลองของดร.ฮัลค์จึงล้มเหลว แต่โทนี่ก็มาที่ฐานอเวนเจอร์เพื่อบอกวิธีที่ถูก แถมยังคืนโล่ไวเบรเนียมให้แคปด้วย แคปจึงส่งสัญญาณบอกเพื่อนๆทุกคน ว่าบัดนี้เรามีหนทางพาผู้คนที่ตายจากการดีดนิ้วกลับคืนชีวิตแล้ว

โทนี่กลับมาช่วยแคป (Avengers 4: Endgame)

 

ที่นิวแอสการ์ด เมืองทอนสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ร็อคเก็ตและดร.ฮัลค์ไปตามธอร์ที่นิวแอสการ์ด ที่นี่ดร.ฮัลค์พบว่าวัลคีรี่สหายเก่ายังมีชีวิตอยู่ แอสการ์เดี้ยนส่วนนึงก็ยังรอดและอยู่ที่นี่ คอร์กกับมีค สหายนักสู้ของธอร์บนดาวสคารร์ก็อยู่ที่นี่ ธอร์ ปล่อยตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาพุงพลุ้ยหมดสภาพนักรบ แต่ธอร์ก็ยินยอมกลับไปช่วยเพื่อนๆ

ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่วนแนท ไปตามคลิ้นท์ถึงญี่ปุ่นขณะกำลังฆ่ายากูซ่า เพราะคลิ้นท์คิดว่าคนเลวพวกนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ทำไมพวกมันไม่ตายจากการดีดนิ้วของธานอส แต่กลับกลายเป็นลูกเมียของเขาตายแทน ถึงยังไงคลิ้นท์ก็ยินดีตามแนทกลับไป แม้ความหวังได้ลูกเมียคืนมีเพียงน้อยนิด

คลิ้นท์ บาร์ตัน กลายเป็น โรนิน (Avengers 4: Endgame)

 

เนบิวล่า ร็อคเก็ต โรดี้ มาที่ฐานอเวนเจอร์ ยกเว้นโอโคเย่ที่ยังต้องเยียวยาชาวแอฟริกา และกัปตันมาร์เวลที่ยังคงติดภารกิจช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตบนดาวที่ไกลโพ้น

ที่ฐานอเวนเจอร์ เพื่อนๆในทีมลงความเห็นให้สก็อตคือผู้ทดลองเดินทางข้ามเวลาเป็นคนแรก แต่สก็อตยังไม่พร้อม คลิ้นท์จึงอาสาไปเอง วิธีคือ คลิ้น ต้องใช้อนุภาคพิมย่อส่วนให้เล็กกว่าอะตอม เพื่อเข้าสู่ประตูควอนตัมที่โทนี่ออกแบบ ไม่ใช่ประตูในรถตู้ควอนตัม บวกกับการให้เครื่องมือของโทนี่ที่อยู่ในมือคลิ้นท์ ระบุพิกัดและช่วงเวลาในอดีต

คลิ้นท์ในชุดย้อนเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

 

ที่บาร์ตันฟาร์ม ก่อนปี 2018 คลิ้นขยายส่วนกลับมามีตัวเท่าเดิม และก็มาโผล่ในอดีตที่บาร์ตันฟาร์ม ขณะที่ไลล่าลูกสาวคลิ้นท์ยังคงมีชีวิต คลิ้นท์หยิบถุงมือเบสบอลของลูกชายมาด้วย เพื่อพิสูจน์ว่านำสิ่งของจากอดีตมาได้จริง และการทดลองเดินทางข้ามเวลาก็สำเร็จ ทุกคนในทีมอเวนเจอร์ จึงระดมสมองคิดย้อนหลัง ว่าในอดีตเหล่าอินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชิ้น อยู่ที่ใดบ้างก่อนจะอยู่ในมือธานอส

ทีมอเวนเจอร์เตรียมตัวย้อนเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

เป้าหมายกลุ่มแรกคือศึกชิทอรี่ที่นิวยอร์คในปี 2012 เพราะในตอนนั้นมีมณีรวมอยู่ที่นิวยอร์คถึง 3 ชิ้น นั่นคือ แทซเซอแรคหรือสเปซสโตนที่อยู่กับโลกิ มายด์สโตนหรือคฑาควบคุมจิตใจที่อยู่กับโลกิ และไทม์สโตนหรือดวงตาแห่งอกาม๊อตโต้ที่ทุกคนคิดว่าอยู่กับดร.สเตร้นจ์ที่ซางทัมแซงทอรัม

ดร.ฮัลค์ แคป โทนี่ และสก็อต จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปนิวยอร์คในปี 2012

เป้าหมายกลุ่มที่สองคือปี 2013 คือมณี 1 ชิ้นที่แอสการ์ด นั่นคืออีเธอร์หรือเรียลลิตี้สโตน โดยในตอนนั้นมันอยู่ในตัว ดร.เจน ฟอสเตอร์ ต้องไปในช่วงเวลาก่อนหน้าดาร์คเอลฟ์จะบุกแอสการ์ด เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่ปรอดโปร่งที่สุดข้อมูลนี้ได้จากธอร์

ธอร์ และ ร็อคเก็ต จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปแอสการ์ดในปี 2013

เป้าหมายสุดท้ายคือปี 2014 มีเป้าหมายคือมณี 2 ชิ้น เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่สตาร์ลอร์ดจะไปดาวโมแร็กเพื่อเอาออร์ปหรือพาวเวอร์สโตน ซึ่งจะมีกลุ่มแยกไปดาววอร์เมียเพื่อเอาโซลสโตนด้วย ข้อมูลนี้ได้จากเนบิวล่า

โรดี้ เนบิวล่า แนท และคลิ้นท์ จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปโมแร็กในปี 2014

 

 

 

นิวยอร์ค ปี 2012

 

ที่ตึกสตาร์คทาวเวอร์ กลุ่มแรกย้อนไปในช่วงวลาที่โลกิเพิ่งโดนทีมอเวนเจอร์จับสดๆร้อนๆ ทีมสไตรท์ของชิลด์นำโดยรัมโรว์และซิดเวลล์ที่เป็นสายลับไฮดร้า ขึ้นมาที่สตาร์คทาวเวอร์เพื่อรับคฑาควบคุมจิตใจจากแนท

แต่แคปในอนาคต แกล้งกดลิฟท์เข้าไปกับทีมสไตรท์และซิตเวลล์ด้วย และบอกว่าจะนำไปให้รัฐมนตรีเพียซเอง ทีมสไตรท์ตั้งท่าจะรุมแคป แต่เพื่อให้ทุกคนเชื่อ แคปจึงกระซิบข้างหูซิตเวลล์ว่า “เฮล ไฮดร้า” แคปจึงได้คฑาโลกิมาอย่างง่ายๆ

แม้แคปในอนาคตจะต้องปะทะแคปในอดีต และทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำ คฑาหลุดมือ แต่แคปในอนาคตก็เอ่ยคำว่า “บัคกี้ยังไม่ตาย” ทำให้แคปในอดีตสตั๊นท์ไปชั่วขณะ แคปในอนาคตจึงฉวยคฑามาจิ้มหน้าอกแคปในอดีตจนแน่นิ่งไป

“I can do this all day” แคปกล่าวกับแคป (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ซางทัมแซงทอรัม ส่วนภารกิจของดร.ฮัลค์ คือการไปหาดร.สเตร้นจ์ที่ซางทัมแซงทอรัมเพื่อขอไทม์สโตน แต่ผิดคาด เพราะในปี 2012 ดร.สเตร้นจ์ยังคงเป็นหมอผ่าตัดอยู่ ผู้ที่ครอบครองไทม์สโตนในตอนนั้นคือ อันเชียนวัน

อันเชียนวันเปิดประตูมิติจากคามา-ทาจมาที่อาศรมนี้ เพื่อป้องกันพวกชิทอรี่อาจทำให้อาศรมเสียหาย และอันเชียนวันยังรู้ด้วยว่า ดร.สเตร้นจ์จะเป็นจอมเวทย์สูงสุดต่อจากตนในอนาคต (อันเชียนวันใช้ไทม์สโตนดูอนาคตตัวเองมานับไม่ถ้วน จึงรู้) ดร.ฮัลค์ทะเล่อทะล่าจะเข้าไปชิงเอามณีกับแอนเชียนวันดื้อๆ จึงโดนอันเชียนวันผลักวิญญาณเข้ามิติกายทิพย์ซะเลย ดร.ฮัลค์ในมิติกายทิพย์จึงกลับร่างเป็นดร.แบนเนอร์ในร่างคนปกติ

อันเชียนวัน จอมเวทย์สูงสุด ผู้ดูแลมณีเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

ทั้งสองถกเถียงกัน เรื่องเส้นเวลาที่จะแตกเส้นออกไปถ้าให้มณีไปกับแบนเนอร์ แต่แบนเนอร์ก็ย้อนกลับว่า ถ้าตนนำมณีเวลาไปทำภารกิจสำเร็จ ตนจะนำกลับมาที่ช่วงเวลาเดิมที่นำไป เส้นเวลาก็จะไม่แตกแขนง

แต่อันเชียนวันยังมีคำถามสำคัญ นั่นคือจะแน่ใจได้เช่นไร ว่าให้มณีเวลาไปแล้วพวกอเวนเจอร์จะชนะและนำกลับมาคืนได้ แบนเนอร์จึงบอกว่า ในอนาคตดร.สเตร้นจ์ก็มอบมณีเวลาให้ธานอสไปดื้อๆเช่นกัน

อันเชียนวันจึงดึงวิญญาณแบนเนอร์กลับร่างดร.ฮัลค์ และยอมให้มณีเวลาง่ายๆ อันเชียนวันเชื่อใจว่า การที่ดร.สเตร้นจ์ทำย่อมมีเหตุผลแน่นอน เพราะอันเชียนวันรู้อนาคตว่า ดร.สเตร้นจ์คือจอมเวทย์สูงสุดที่เก่งที่สุดตั้งแต่มีมา ถ้าดร.สเตร้นจ์ทำอย่างนั้นย่อมมีเหตุผล

แต่ภารกิจชิงแทซเซอแรคหรือสเปซสโตนโดยโทนี่และสก็อตนั้นไม่สำเร็จ แถมโลกิยังได้แทซเซอแรคและวาร์ปหนีหายไปด้วย ซึ่งอนุภาคพิมเหลือแค่คนละหลอดพอกลับอนาคตเท่านั้น โทนี่เห็นควรว่าต้องย้อนไปอดีตไกลกว่านั้นเพื่อชิงแทซเซอแรค แถมยังจะได้อนุภาคพิมมาเพิ่มด้วย ภารกิจนี้พลาดไม่ได้ เพราะทั้งคู่จะกลับอนาคตไม่ได้ถ้าพลาด แคปจึงให้คฑากับสก็อตกลับอนาคตไปก่อน ส่วนแคปกับโทนี่จะกลับไปปี 1970 ที่ฐานลับชิลด์ในนิวเจอร์ซี่

แคปเชื่อใจโทนี่ 100% ในตั๋วเที่ยวเดียวครั้งนี้ (Avengers 4: Endgame)

 

 

นิวเจอร์ซี่ ปี 1970

 

ที่ฐานลับชิลด์ รัฐนิวเจอร์ซี่ ที่นี่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มันคือหน่วยคัดสรรทหารเข้าโครงการรีเบิร์ธ แต่ในปี 1970 มันคือที่ตั้งใหญ่ของหน่วยชิลด์ แคปนั้นหลอกล่อดร.พิมให้ออกจากห้อง และขโมยอนุภาคพิมมาได้หลายหลอด

ส่วนโทนี่ที่ไปเอาแทซเซอแรค ก็ต้องเผชิญหน้ากับ ฮาเวิร์ด สตาร์ค พ่อของตน ซึ่งในตอนนั้นมาเรียท้องแก่ใกล้คลอดลูกชายในอีกไม่กี่วัน (ก็คลอดโทนี่นั่นแหละ)

ฮาเวิร์ดและโทนี่พูดจาถูกคอกัน และพูดจากันเหมือนเพื่อนสนิท ชดเชยปมในใจที่โทนี่ไม่ค่อยเข้าใจพ่อมาโดยตลอดให้เข้าใจดีขึ้น และภารกิจชิงแทซเซอแรคก็ลุล่วงด้วยดี

เอ็ดวิน จาร์วิส และ ฮาเวิร์ด สตาร์ค (Avengers 4: Endgame)

 

 

ดาวแอสการ์ด ปี 2013

กลุ่มที่สองออกจากมิติควอนตัมมาโผล่แอสการ์ด ธอร์เริ่มมีอาการจิตตกและทำภารกิจไม่ได้ แถมยังเห็นราชินีฟลิกก้าท่านแม่ก่อนตาย ร็อกเก็ตจึงอาสาไปดูดอีเธอร์จากตัวเจนเอง

ระหว่างที่ร็อคเก็ตไปหาตัวเจน ฟลิกก้าก็รับรู้ว่าธอร์แอบมองอยู่ จึงแอบมาโผล่หลังธอร์ ฟลิกก้านั้นจัดว่าเป็นจอมเวทย์ขั้นสูง แถมถูกเลี้ยงมาโดยแม่มด จึงดูออกว่าธอร์ลูกชายคนนี้ไม่ใช่ธอร์ในยุคนี้ แต่เป็นธอร์ในอนาคต ธอร์จึงเล่าเหตุการณ์อินฟินิตี้สโตนให้ฟลิกก้าฟังทั้งหมด

ราชินีฟลิกก้า ผู้เก่งกาจเวทย์และการต่อสู้ (Avengers 4: Endgame)

 

เมื่อร็อคเก็ตได้อีเธอร์กลับมา ธอร์ก็เล่าเรื่องจบพอดี ราชินีฟลิกก้าไม่อยากรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ธอร์ได้กำลังใจขึ้นเยอะจากการคุยกับท่านแม่อีกครั้ง ซึ่งก่อนจะกลับไปในปี 2023 ธอร์จึงลองเรียกโยเนียร์ ธอร์อยากรู้ว่าตนยังคู่ควรกับโยเนียร์หรือไม่ และมันก็พุ่งมาใส่มือธอร์ และธอร์ก็นำโยเนียร์กลับอนาคตไปด้วย

 

ดาวโมแร็ก ปี 2014

 

กลุ่มที่สาม เมื่อออกจากมิติควอนตัมมาโผล่ที่นี่ โรดี้กับเนบิวล่าจะอยู่ชิงออร์ปตัดหน้าสตาร์ลอร์ด ส่วนแนทกับคลินท์จะขึ้นยานเดินทางต่อไปที่ดาววอร์เมียเพื่อเอาโซลสโตน โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่า ที่ดาววอร์เมียร์นั้นต้องแลกกับสิ่งใด..

ที่ยานแซงทัวรี่ทู ในเวลาเดียวกัน ธานอสสั่งให้กาโมร่าและเนบิวล่ากลับมาที่ยานแซงทัวรี่ทู เพื่อจะส่งทั้งสองวาร์ปไปหาโรแนนที่ยานดาร์คเอสเตอร์ แต่สมองกลและระบบบันทึกเหตุการณ์ของเนบิวล่ารวน เพราะดันไปจูนคลื่นตรงกับสมองเนบิวล่าในอนาคต ทำให้ธานอสเห็นเหตุการณ์สดๆ ที่โรดี้กับเนบิวล่าในอนาคตกำลังพูดคุยวางแผนจะชิงออร์ปบนดาวโมแร็ก

เนบิวล่าในอดีต ตัวแปรสำคัญในเรื่องราว (Avengers 4: Endgame)

 

ธานอสพาเนบิวล่าไปให้อีบอนี่มาวสแกนหาความผิดปกติในสมอง จึงรับรู้ข้อมูลจากเนบิวล่าในอนาคตทั้งหมดผ่านทางโฮโลแกรมที่เนบิวล่าในอนาคตบันทึกผ่านสายตา ว่าธานอสทำการฆ่าชีวิตครึ่งจักรวาลสำเร็จ ธานอสทำลายมณีทั้ง 6 ทิ้ง ธานอสโดนธอร์ตัดหัว กลุ่มอเวนเจอร์ของโลกจะย้อนอดีตมารวบรวมอินฟินิตี้สโตน ซึ่งทุกอย่างที่เนบิวล่าฉายออกมาทำให้กาโมร่าตกใจอย่างมาก แต่ธานอสกลับมีวิธีจัดการชาวโลกพวกนี้อย่างสาสมแล้ว

ที่ดาวโมแร็ก โรดี้ทุบหัวสตาร์ลอร์ดจนสลบ และเนบิวล่าก็เข้าวิหารมณีพลังได้ออร์ปมาครอบครอง แต่ตอนกลับอนาคตนั้นโรดี้ไปคนเดียวพร้อมกับออร์ป เนบิวล่าไปไม่ได้ เพราะสมองเนบิวล่าในปี 2023 กำลังเชื่อมกับสมองตนเองในปี 2014 อยู่ ทำให้เนบิวล่าในอนาคตวูบไป และเมื่อได้สติ ก็โดนกาโมร่าและเนบิวล่าในอดดีตจับตัวไป

ที่ดาววอร์เมียร์ ส่วนทางด้านคลิ้นท์และแนท ก็ไปรับชะตากรรมต้องแลกหนึ่งชีวิตที่รัก ทั้งสองคนรักกันฉันท์สหายร่วมรบมานานเกือบยี่สิบปี แต่แน่นอนว่า ต้องมีคนหนึ่งตายที่นี่

คลิ้นท์และแนท สหายร่วมรบที่บูดาเบสท์ (Avengers 4: Endgame)

 

ทั้งสองแย่งกันกระโดดลงหน้าผาตามที่โหลกแดงแนะนำวิธีได้มณีวิญญาณ แต่สุดท้ายก็เป็นแนทที่แย่งตายก่อนคลิ้นท์ ทำให้คลิ้นท์ได้โซลสโตนกลับอนาคตด้วยใจโศกเศร้าที่สุด

ที่ยานแซงทัวรี่ทู เนบิวล่าในอนาคตกำลังโดนกาโมร่าและเนบิวล่าในอดีตสอบสวน ตอนนี้กาโมร่าเริ่มจะอยากช่วยเนบิวล่าในอนาคตแล้ว เพราะตัวเธอก็ต้องการทำความดีและเป็นอิสระจากธานอสนานแล้ว

เนบิวล่าอดีตแงะเอาอนุภาคพิมออกมาจากเนบิวล่าในอนาคต และตกแต่งตัวเองให้เหมือนเนบิวล่าในอนาคต ก่อนจะนำอนุภาคพิมไปให้ธานอส ธานอสจึงทำการก็อปปี้อนุภาคพิม คืนอนุภาคพิมให้เนบิวล่าอดีตและส่งเนียนกลับไปในอนาคตสวมรอยเนบิวล่าอนาคตที่ฐานอเวนเจอร์ ส่วนอนุภาคพิมที่ก็อปปี้มา ธานอสนำมันมาใส่ในยานแซงทัวรี่ทู เพื่อรอให้เนบิวล่าตั้งพิกัดสถานที่และเวลาจากในอนาคตที่ฐานอเวนเจอร์ซะก่อน

 

ปี 2023 เส้นเวลาหลัก

 

ที่ฐานอเวนเจอร์ เมื่อทีมอเวนเจอร์ได้มณีครบ 6 ชิ้น และนำมาใส่ถุงมือนาโนที่โทนี่สร้าง ดร.ฮัลค์ก็อาสาเป็นคนใส่และดีดนิ้วเอง ในขณะที่ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น หลังจากดร.ฮัลค์ดีดนิ้ว เนบิวล่าในอดีตที่มาเวลาปัจจุบัน ก็กำลังแฮคเครื่องเปิดประตูควอนตัม เพื่อตั้งพิกัดให้ยานแซงทัวรี่ทูทั้งลำในปี 2014 ให้ย่อส่วนเล็กกว่าอะตอม เข้ามิติควอนตัม และมายังอนาคตในปี 2023

ยานแซงทัวรี่ทูขนาดมหึมาของธานอส (Avengers 4: Endgame)

 

หลังจากดร.ฮัลค์ดีดนิ้วเพื่อคืนสรรพชีวิตที่หายไปครึ่งจักรวาล ดร.ฮัลค์ก็ได้รับความบาดเจ็บทั้งซีกตัวข้างที่ใส่ถุงมือเฉกเช่นที่ธานอสเป็น ถุงมือกระเด็นออกจากมือดร.ฮัลค์ทันที พร้อมกับที่ดร.ฮัลค์หมดสติไป

ในเวลาเดียวกับที่ยานแซงทัวรี่ทูของธานอสที่ย่อส่วนเล็กกว่าอะตอมผ่านมิติควอนตัมและมาขยายที่ประตูควอนตัมของโทนี่ พุ่งออกจากฐานอเวนเจอร์ ก่อนจะไปลอยลำอยู่บริเวณน่านฟ้าเหนือฐานอเวนเจอร์ ธานอสสั่งยิงถล่มฐานอเวนเจอร์ทันที ทุกคนในตึกไม่มีใครตาย เพราะเตรียมตัวรับแรงปะทะจากการดีดนิ้วของฮัลค์อยู่แล้ว

 

-ธานอสวาร์ปลงมาจากยานแซงทัวรี่ทู นั่งรอเนบิวล่าในอดีตไปชิงถุงมืออินฟินิตี้มาให้

-ดร.ฮัลค์/วอร์แมชชีน/ร็อคเก็ต กำลังจะโดนน้ำท่วมเพราะติดอยู่ซากตึก

-แอนท์-แมนกำลังไปช่วยดร.ฮัลค์/วอร์แมชชีน/ร็อคเก็ต

-คลิ้นท์พบกับถุงมืออินฟินิตี้ที่มีมณี 6 เม็ดครบ และกำลังวิ่งหนีลูกน้องธานอสออกมาจากตึก

คลิ้นท์พยายามปกป้องถุงมือสุดชีวิต (Avengers 4: Endgame)

 

-ธอร์/ แคป/ โทนี่ ออกมานอกตึก และพบธานอสนั่งรออยู่นิ่งๆ ธานอสบอกทั้งสามว่า ตอนแรกแค่จะคิดลดประชากรทั่วจักรวาลแบบสุ่มครึ่งเดียว และให้พวกที่รอดซาบซึ้งกับสิ่งนี้ อยู่ใช้ชีวิตต่อไป แต่พวกที่รอดอย่างทีมอเวนเจอร์กลับพยายามนำทุกชีวิตที่ตายกลับมา ซึ่งจากความดื้อด้านของทีมอเวนเจอร์ ธานอสจึงคิดลบทุกชีวิตออกจากจักรวาลทั้งหมด แล้วค่อยฟื้นจักรวาลฟื้นชีวิตใหม่ แล้วให้พวกที่คืนชีวิตไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะดีกว่า

ธานอสในปี 2014 รอซัดกับอเวนเจอร์ในปี 2023 อย่างใจเย็น (Avengers 4: Endgame)

 

ธอร์/ แคป/ โทนี่ ได้ฟังดังนั้นจึงจู่โจมธานอสในอดีตปี 2014 ที่มีความคิดสุดโต่ง โดยตอนนี้ธอร์มีอาวุธถึงสองชิ้น นั่นก็คือโยเนียร์และสตอร์มเบรคเกอร์ ธอร์กำลังจะโดนธานอสใช้สตรอร์มเบรคเกอร์กดลงหน้าอก แต่โยเนียร์ก็ลอยมาปะทะธานอสกระเด็น ซึ่งผู้เรียกโยเนียร์คือ แคป นั่นเอง

“ข้าว่าแล้ว..” ธอร์กล่าวกับแคป (Avengers 4: Endgame)

 

อีกด้านนึง ในซากปรักหักพังของฐานอเวนเจอร์ เนบิวล่าในอดีตมารับถุงมืออินฟินิตี้จากคลิ้นท์ไปง่ายๆ เพราะคลิ้นท์คิดว่านั่นคือเนบิวล่าในอนาคตที่ตนรู้จัก แต่เนบิวล่าในอนาคตและกาโมร่าในอดีตก็มายับยั้ง

เนบิวล่าอดีตทำท่าดื้อดึง ยังคงภักดีธานอสไม่ลืมหูลืมตา เนบิวล่าอนาคตจึงยิงเนบิวล่าอดีตทิ้งซะเลย คลิ้นท์จึงกลับมาครอบครองถุงมืออินฟินิตี้อีกครั้ง

ทางด้านโทนี่และธอร์ก็โดนซัดซะหมดแรง มีเพียงแคปกับโยเนียร์และโล่ที่ยังยืนหยัดตัวต่อตัวกับธานอส ซัดกันจนโล่ไวเบรเนียมพัง โยเนียร์กระเด็น แคปอ่อนล้ามาก จังหวะนี้ธานอสจึงเรียกลูกสมุนเต็มอัตราศึกออกมาจากยานแซงทัวรี่ทู เอเลี่ยนนับพันชีวิตจึงยืนประจันหน้าแคป

ธานอสกับดาบ Double-Edged ที่ทุบโล่แคปแตก (Avengers 4: Endgame)

 

แต่แล้วแคปก็ได้ยินเสียงฟัลคอนเพื่อนรักสื่อสารมาทางหูฟัง พร้อมกับวงแหวนเวทย์ประตูมิติเปิดขึ้นมากมาย นั่นก็เพราะเหล่าฮีโร่ที่สลายไปเพราะธานอสดีดนิ้วกลับคืนชีพกันทุกคน โดยเหล่าจอมเวทย์แห่งคามา-ทาจช่วยกันพาเหล่าฮีโร่มาที่นี่ตามคำสั่งดร.สเตร้นจ์ที่คืนชีพเช่นกัน

จังหวะเดียวกับที่แอนท์-แมนขยายเป็นไจแอนท์-แมนและพาดร.ฮัลค์/โรดี้/ร็อคเก็ต ออกมาจากซากตึก นักรบชาววากาด้ามากับแบล็คแพนเธอร์ จอมเวทย์จากคามา-ทาจมากับหว่อง แอสกาเดี้ยนมากับวัลคีรี่ ทีมการ์เดี้ยนมาพร้อมสไปดี้และดร.สเตร้นจ์ โฮปในชุดวอสป์ ฟัลคอน บัคกี้ วานด้า ไอออนเรสคิว (เพพเพอร์) กลุ่มสลัดอวกาศราเวเจอร์ คอร์กกับมีค และอีกมากมาย ฯลฯ เมื่อเพื่อนๆพร้อมสู้ แคปในฐานะผู้นำก็พูดว่า..

“Avengers Assemble” คำที่แฟนๆรอแคปพูดมานาน (Avengers 4: Endgame)

 

สองฝ่ายตะลุมบอนกันอย่างหนักหน่วง โดยมีคลิ้นท์วิ่งถือถุงมืออินฟินิตี้หนีการถูกพวกลูกน้องธานอสแย่งชิง คลิ้นท์สื่อสารถามแคปว่า จะทำยังไงกับถุงมือนี้ แคปจึงบอกคลิ้นท์ว่าต้องเอาทุกเม็ดไปคืนช่วงเวลาที่นำมา และตอนนี้เหลือเพียงรถตู้ของหลุยส์เท่านั้น ที่มีประตูควอนตัม โฮปกับสก็อต จึงอาสาไปเปิดเครื่องรอ แบล็คแพนเธอร์รับถุงมือต่อจากคลิ้น สไปดี้รับถุงมือจากแบล็คแพนเธอร์ และหนีลูกน้องธานอสอุตลุต

สไปดี้กับถุงมืออินฟินิตี้สีแดง (Avengers 4: Endgame)

 

จังหวะนี้วานด้าเล่นงานธานอสอย่างหนัก จนธานอสเกือบแพ้ ธานอสจึงสั่งยานแซงทัวรี่ทูยิงปืนใหญ่ปูพรม วานด้าก็โดนแรงกระแทกกระเด็นไป ทำให้ธานอสรอดตายไปได้ แต่เหล่าฮีโร่ก็โดนระดมยิงโจมตีอย่างหนัก หลบกระสุนปืนใหญ่กันให้วุ่น

แต่แล้ว กระบอกปืนบนยานแซงทัวรี่ทูก็หันขึ้นฟ้าเล็งบางอย่างที่บินเข้ามาชั้นบรรยากาศโลก นั่นคือ กัปตันมาร์เวล ที่เหาะมาจากไหนไม่รู้ทันทีที่รู้ว่าโลกมีภัย

กัปตันมาร์เวลมาช่วยเพื่อนๆทันพอดี (Avengers 4: Endgame)

 

กัปตันมาร์เวลพุ่งตรงเข้าไปซัดยานแซงทัวรี่ทูทันที ยานขนาดมหึมาพังพินาศภายในพริบตาด้วยฝีมือกัปตันมาร์เวล ฮีโร่จึงรอดตายจากปืนใหญ่ที่ระดมยิง

กัปตันมาร์เวลเหาะลงมารับถุงมือต่อจากสไปดี้ พร้อมกับเหล่าฮีโร่พลังหญิงมาช่วยกัปตันมาร์เวลแหวกฝูงเอเลี่ยนลูกน้องธานอส เพื่อฝ่าเข้าไปให้ถึงรถตู้ที่มีประตูควอนตัม

โอโคเย่,วัลคีรี่,กาโมร่า,เพพเพอร์,โฮป,แมนทิส,ชูรี,เนบิวล่า  (Avengers 4: Endgame)

 

แต่ธานอสก็ปาดาบดับเบิ้ลเอจพังรถตู้ กัปตันมาร์เวลกระเด็นไปทาง ถุงมือกระเด็นไปทาง โทนี่ ธอร์ แคป พยายามมาขวางหน้าธานอสในการใส่ถุงมือ แต่ทุกคนก็โดนซัดกระเด็นหมด

จนกระทั่งธานอสใส่ถุงมือได้ แต่กัปตันมาร์เวลพุ่งมาล็อคนิ้วธานอสไม่ให้กำมือดีดนิ้ว ธานอสจึงถอดมณีพลังออกมากำไว้ในหมัดอีกข้าง ต่อยกัปตันมาร์เวลกระเด็นไป

ไอออนเรสคิ๊ว (เพพเพอร์) และ ไอออนแมน (โทนี่) (Avengers 4: Endgame)

 

ขณะธานอสกำลังใส่มณีพลังคืนในถุงมือให้ครบ 6 ชิ้น ดร.สเตร้นจ์ก็มองโทนี่ และชูนิ้ว 1 นิ้วเป็นสัญญาณว่า นี่คือ 1 ใน 14 ล้านวิธีที่จะชนะ โทนี่ทำหน้าปลงชีวิต และรู้ทันทีว่าต้องทำยังไง ว่าแล้วโทนี่ก็เข้าไปคว้าถุงมือนาโนที่ธานอสใส่ ยื้อกันประมาณ 5 วินาที โทนี่ก็ถูกธานอสเหวี่ยงกระเด็นออกมา

ธานอสยิ้มอย่างสะใจก่อนพูดว่า “ข้าคือ.. ชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ว่าแล้วธานอสก็ดีดนิ้ว แต่ไม่เกิดผลอะไร เพราะในระหว่างที่โทนี่ยื้อถุงมือ โทนี่ใช้ชุดนาโนของตนถอดมณี 6 ชิ้นมาใส่ในถุงมือของชุดตนเองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โทนี่ในถุงมือที่มีอินฟินิตี้สโน 6 ชิ้นจะพูดว่า “ข้าคือ.. ไอออนแมน” ว่าแล้วโทนี่ก็ดีดนิ้ว เพื่อให้กองทัพธานอสสลายเป็นผงเกลี้ยงทั้งหมด รวมถึงตัวธานอสด้วย

“I Am Iron Man” (Avengers 4: Endgame)

 

แต่เหตุการณ์นี้ โทนี่ซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดารับแรงกระเพื่อมของการใช้มณี 6 ชิ้นไม่ไหว จึงค่อยๆขาดใจตายลงไป โดยมีเพพเพอร์และเพื่อนๆอเวนเจอร์ อยู่กับวาระสุดท้ายของโทนี่

 

การบลิฟกลับมาครั้งนี้ ส่งผลให้การอุบัติของเซเลสเทียลเทียมัตนั้นดำเนินต่อไป.. 

 

หลายวันต่อมา.. หลังจากเพื่อนๆไปร่วมงานศพของโทนี่แล้ว ธอร์ก็ยกนิวแอสการ์ดให้กับวัลคีรี่ดูแล วัลคีรี่ขึ้นเป็นกษัตริย์นิวแอสการ์ด ส่วนธอร์ขอออกไปท่องอวกาศกับทีมการ์เดี้ยน ด้านทางแคปนั้น อาสารับหน้าที่นำอินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชิ้นกลับไปคืนยังห้วงเวลาและสถานที่ที่พวกอเวนเจอร์ไปเอามา และแคปเอาโยเนียร์ไปด้วย โดยมีดร.ฮัลค์ แซม และ บัคกี้ มาส่งแคป เวลาในช่วงปกติคือแคปจะหายไปเพียง 5 วินาที ซึ่งแคปมีเวลาไม่จำกัดในการเอามณีไปคืน

แต่สัญญาณแคปหายไปเกิน 5 วินาที เมื่อสัญญาณกลับมา แต่แคปกลับมาด้วยวัยชราซะงั้น เพราะย้อนเวลาไปใช้ชีวิตคู่กับเพกกี้จนแก่ แถมยังไม่มาโผล่ที่ประตูควอนตัม กลับไปนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมทะเลสาปใกล้ๆแทน แคปในวัยชรายื่นโล่ให้แซม เพื่อให้แซมสืบทอดตำแหน่งกัปตันอเมริกาต่อจากตน..

แคปในวัยชรา (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ซางทัมแซงทอรัม นิวยอร์ค แม้ตร.สเตร้นจ์จะบลิฟกลับมาแล้ว แต่ตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดก็ยังคงเป็นหว่อง แต่ดร.สเตร้นจ์ยังคงเป็นผู้ดูแลซางทัมที่นิวยอร์ค และยังคงเป็นผู้ดูแลดวงตาแห่งอกาม๊อตโต้เช่นเคย แม้จะไม่มีไทม์สโตนในนั้นแล้วก็ตาม

ที่ยุโรปตอนเหนือ เยเลน่า เบโลว่า หรือ แบล็ควีโด หลังจากบลิฟกลับคืนมาในบ้านของนักฆ่าอิสระแอนนา และเคว้งไม่รู้ทิศทาง แอนนาจึงชักชวนเยเลน่าให้เข้าร่วมกับองค์กรนักฆ่า เพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยมีสาวใหญ่ผู้มีอิทธิพลในโลกนักฆ่านามว่า วาเลนติน่า  คอยป้อนงานให้

ที่ยูเอ็น สหประชาชาติ ทีมแคปที่เป็นผู้ร้ายหลบหนีตั้งแต่ปี 2016 ได้รับการอภัยโทษทั้งหมดทุกคนอย่างเป็นทางการ ( 5 ปีที่ผ่านมาไม่เป็นทางการ เพราะพวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐโดนสเนปไปเยอะ)  ซึ่ง สก็อต แลงค์และ คลิ้นท์ บาร์ตั้น พ้นทัณฑ์บนมาตั้งแต่ปี 2018 ก่อนธานอสบุกโลกแล้ว การอภัยโทษครั้งนี้คือสมาชิกทีมที่เหลือประกอบด้วย แซม วิลสัน/ บัคกี้ บาร์น/ สตีฟ โรเจอร์ส์(เกษียร)/ นาตาชา โรมานอฟ(ตาย)/ และ วานด้า แม็กซีมอฟ

ที่หน่วยซอว์ด นิวยอร์ค หลังจากวานด้าเริ่มเรียบเรียงสติได้ว่าอยากทำอะไรก่อนหลัง วานด้าก็สืบเบาะแสตามหาร่างวิชั่นว่าใครเอาไป จวบจนตามไปถึงหน่วยซอว์ด  และพบว่าหน่วยซอว์ดผ่าชำแหละร่างวิชั่นเพื่อจะสร้างอาวุธ และวานด้าอ่านจิตวิชั่นจากร่างนั้นไม่ได้แล้ว วิชั่นตายสนิท

หัวใจวานด้าสลาย ที่พึ่งทางใจคนสุดท้ายไม่อยู่แล้ว (WandaVision ss1)

 

ที่เวสท์วิวซิตี้ วานด้า กลับออกมาจากหน่วยซอว์ดอย่างหมดอาลัยตายอยาก เริ่มตามรอยฉโนดที่ดินซึ่งวิชั่นและเธอเป็นเจ้าของร่วมกัน กระทั่งตามไปจนถึง เวสท์วิวซิตี้ วานด้าสติหลุดใจกลางที่ดินนั้น และเริ่มใช้พลังแม่มดที่มาจากความสับสนวุ่นวายอลหม่านในใจ ระเบิดพลังปลดปล่อยเคออสเมจิกออกมา

ผ่านมา 3 เดือน หลังจากโทนี่ตาย วานด้า สร้างบ้านตนเองบนที่ดินเปล่าๆนั้นและเปลี่ยนเมืองทั้งเมือง ให้เหมือนซิทคอมที่เธอชอบสมัยดูกับพ่อตอนเด็กๆ ซึ่งพลังแม่มดแห่งความสับสนนี้ ทำให้ชาวเมืองทุกคนอยู่ในมนต์สะกดวานด้าทั้งหมด หนำซ้ำวานด้าสร้างวิชั่น(มโน) ขึ้นมา และทั้งสองก็ครองรักกันเหมือนในซิทคอม

เคออส เมจิก หรือ เวทย์อลเวง (WandaVision ss1)

 

อกาธ่า ฮาร์คเนส แม่มดที่คงอยู่มาสามร้อยกว่าปี จับคลื่นมนต์อลเวงที่สะกดคนทั้งเมืองไว้ได้ อกาธ่าจึงรีบมาในเมืองเวสท์วิว และแฝงตัวเป็นหนึ่งในชาวเมือง แสร้งว่าถูกวานด้าควบคุมเช่นทุกคน โดยอกาธ่าใช้ชื่อว่า แอ๊กเนส เพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้านของวานด้า อกาธ่าอยากรู้ว่าวานด้าทำอย่างนี้ได้ยังไง

อกาธ่า ฮาร์คเนส หรือ แอ๊กเนส (WandaVision ss1)

 

จิมมี่ วู เจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่ง FBI ได้รับแจ้งคดีคนหายตัวที่เมืองเวสท์วิว จิมมี่จึงรีบรุดมาที่นี่ แต่ยังไม่ทันเข้าเขตเมือง จิมมี่กลับได้รับคำตอบประหลาดจากตำรวจท้องที่ ว่าไม่มีเมืองเวสท์วิว ทั้งๆที่ป้ายของเมืองอยู่ตรงหน้าทนโท่เห็นๆ

จิมมี่ วู เคยปรากฎตัวใน แอนท์แมน 2 (WandaVision ss1)

 

ขณะที่จิมมี่กำลังยืนเถียงกับตำรวจ โมนิก้า แลมโบ เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของซอว์ด ก็ถูกส่งมาสมทบ (โมนิก้าบลิฟกลับมาที่โรงพยาบาลเมโทรเจเนอรัล) โมนิก้าได้ทราบข้อมูลจากจิมมี่เบื้องต้น และรู้สึกว่าเมืองนี้ถูกพลังงานบางอย่างครอบคลุมไว้ แต่โมนิก้าบ้าบิ่นพอที่เข้าไปในเขตเมืองเวสท์วิว ผลทำให้โมนิก้าหลุดเข้าไปในซิทคอมของวานด้าไปอีกคน

โมนิก้า แลมโบ เคยปรากฎตัวใน กัปตันมาร์เวล 1 (WandaVision ss1)

 

จิมมี่ ในฐานะ FBI จึงมีหน้าที่ซัพอร์ทภารกิจเฉพาะกิจครั้งนี้ โดยผู้ดูแลภารกิจคือหน่วยซอว์ด โดยมี ไทเลอร์ เฮย์เวิร์ดหัวหน้าหน่วยซอว์ดมาคุมเอง ไทเลอร์ต้องการรู้ว่า พลังงานใดครอบเมืองเวสท์วิวอยู่ จึงเชิญนักวิทยาศาสตร์ทุกแขนงมาที่เมืองนี้

นักฟิสิกซ์ดาราศาสตร์ ดาซี่ ลูอิส ถูกหน่วยซอว์ดเชิญมาให้ช่วยงานนี้ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ แต่ดาซี่คือผู้ที่ค้นพบว่า เหตุการณ์ในเมืองคือซิทคอม โดยปล่อยคลื่นพลังงานเป็นความถี่ที่โทรทัศน์รุ่นเก่าถึงสามาร์ถดูได้ และวานด้ากับวิชั่นก็เป็นหนึ่งในตัวละครซิทคอมในเมืองนั้น

ดาซี่ ลูอิส เคยปรากฎตัวใน ธอร์ 1 และ 2 (WandaVision ss1)

 

โมนิก้า ที่หลุดเข้าไปในซิทคอมของวานด้า ก็ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่วานด้าคลอดลูก(มโน) ออกมา และถูกวานด้าจับได้ โมนิก้าจึงถูกผลักออกจากเขตเวทย์นี้  ที่สุดแล้วหน่วยซอว์ดก็รู้ว่า ตัวการคือวานด้า

วานด้าเริ่มควบคุมเวทย์อลเวงที่ควบคุมเมืองไม่อยู่เพราะสติแตก อกาธ่าทนไม่ไหว จึงเผยตัวต่อวานด้าว่าเธอคือใคร และใช้มนต์รูนกักวานด้าไว้ ใครที่ร่ายรูน แม่มดตนอื่นจะใช้พลังในเขตเวทย์นี้ไม่ได้นอกจากคนร่ายมนต์นั่นเอง

อกาธ่าเผยตัวตน (WandaVision ss1)

 

ที่สุดแล้ว อกาธ่าก็พบว่า วานด้าคือ สกาเล็ตวิช แม่มดในตำนานจากคัมภีย์ดาร์คโฮลด์ อกาธ่าหวังดูดพลังนี้วานด้า หากแต่วานด้าที่เป็นสกาเล็ตวิชโดยสมบูรณ์แล้วนั้น แกร่งกว่า และใช้มนต์รูนสะกดอกาธ่าซะเอง

ไทเลอร์ ใช้ไม้แข็งโดยการนำไวท์วิชั่นที่ผ่านการปลุกชีพสร้างเป็นอาวุธ เข้ามาหยุดวานด้า หากแต่วิชั่นมโนมาคืนสติให้ไวท์วิชั่น ทำให้ไวท์วิชั่นหยุดสู้ และเหาะหายไป..

วิชั่น มโน คืนสติให้ ไวท์ วิชั่น (WandaVision ss1)

 

วานด้า สาปให้อกาธ่าคิดว่าตนเองเป็น แอ๊กเนส เพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้าน และให้ใช้ชีวิตอยู่ในเวสท์วิวไปเรื่อยๆ โดยจำไม่ได้ว่าตนคืออกาธ่าแม่มดที่ทรงพลัง

วานด้า ตัดสินใจลบมนต์สะกดเมืองนี้ ผลทำให้ลูกๆมโนของเธอ และวิชั่นมโน สูญหายไป และคนทั้งเมืองก็คืนสติ เมืองเวสท์วิวกลับมาเป็นเหมือนเดิม วานด้าเหาะไปใช้ชีวิตสันโดดกลางป่าเขา หากแต่เธอแยกร่างอีกร่าง เพื่อไปศึกษาเวทย์จากดาร์คโฮลด์โดยเฉพาะ (แยกร่างเหมือนหมอแปลก คือแยกกายทิพย์เข้าไปในมิติกายทิพย์ ที่เวลาเดินช้ากว่าความจริง พีคกว่าตรงที่วานด้าไม่ต้องหลับ และมีสติสมบูรณ์ทั้งกายหยาบและกายทิพย์)

วานด้าในร่าง สกาเล็ตวิช กำลังอ่านดาร์คโฮลด์ (WandaVision ss1)

 

โมนิก้า แลมโบ ได้รับการติดต่อจากสครัลล์แจ้งข่าวว่า เพื่อนเก่าของเธอ อยากให้เธอขึ้นไปช่วยงานบนนอกอวกาศ เพื่อนเก่าแม่คนนั้นก็คือ นิค ฟิวรี่ นั่นเอง

โมนิก้า แลมโบ ได้ออกสู่อวกาศอย่างที่หวัง (WandaVision ss1)

 

เดือนเมษายน 2024 ก่อนถึงวันเชงเม้ง ที่จีน เวิ๋นหวู่ หัวหน้าสูงสุดของเทนริงส์ เริ่มได้ยินเสียงล่อลวง เรียกจากผู้อยู่ในความมืด เสียงนั้นคือเสียงของ หยิงหลี่ ภรรยาผู้ล่วงลับ มันลวงเวิ๋นหวู่ว่า หลี่ถูกชาวหมู่บ้านถาโหล๋วจับตัวไว้ ไม่ได้ตายอย่างที่เห็นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เวิ๋นหวู่รู้มาตลอดว่าลูกๆทั้งสองคนอยู่ที่ไหนตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ยอมๆปล่อยลูกให้ใช้ชีวิตของตนเอง แต่ครั้งนี้เป็นภารกิจช่วยแม่ จึงสั่งลูกน้องไปจับตัวซางฉีและเซียหลิงกลับมาที่จีน

ที่มาเก๊า ชางฉีไปพบกับเซียหลิงที่โกล้เด้นแด๊กเกอร์คลับ สถานที่ประลองการต่อสู้โลกใต้ดิน ที่นี่ซางฉีกับเคธี่พบเห็นอะบอมิเนชั่นสู้กับหว่องด้วย หลังจากนั้นนั้นเทนริงส์ก็บุกมาจับตัวสองพี่น้องที่คลับนี้ เคธี่เพื่อนรักของซางฉีจึงโดนจับมาด้วย

ที่จีน ฐานใหญ่เทนริงส์ แม้ซางฉีจะพยายามอธิบายพ่อ ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แม่ตายไปนานแล้ว พ่อก็ไม่เชื่อ เวิ๋นหวู่จึงขังลูกตัวเองไว้ในคุกใต้ฐานเทนริงส์ ที่ใต้คุกนี้เองที่ซางฉีพบกับเทรเวอร์และสัตว์วิเศษชื่อมอริส

ซางฉีกับเคธี่และเซียหลิงพบเทรเวอร์ (Shang Chi and the Legend of the Ten Rings)

 

มอริสและเทรเวอร์พาเคธี่ซางฉีและเซียหลิงเข้าไปในหมู่บ้านถาโหล๋วได้สำเร็จ ซางฉีจึงได้พบกับป้าของเขาคือ หยิงหนาน และป้าหนานก็อธิบายถึงเรื่องผู้อาศัยในความมืด สงครามเมื่อสี่พันปีก่อน และเวิ๋นหวู่น่าจะถูกเสียงล่อลวง

ที่สุดแล้วเวิ๋นหวู่ก็บุกมาเอง ใช้แหวนทั้งสิบทำลายประตูเวทย์ ผู้อาศัยในความมืดออกมาจากการกักขังได้ และเวิ๋นหวู่ก็โดนดูดวิญาณตายลงไป ก่อนตายเวิ๋นหวู่ส่งแหวนทั้งสิบให้ซางฉีลูกชายตน ปรากฎเป็นแสงสีทองเหมือนตอนแม่ของเขาใช้

เวิ๋นหวู่ปะทะซางฉีกับแหวนทั้งสิบ (Shang Chi and the Legend of the Ten Rings)

 

มังกรผู้พิทักษ์ออกมาช่วยซางฉี และกำจัดผู้อาศัยในความมืดลงไปได้สำเร็จ ศึกครั้งสี่พันปีก่อนนั้นทำได้แค่เพียงกักขัง แต่ครั้งนี้ฆ่าลงไปได้ เพราะครั้งนี้มีพลังของแหวนทั้งสิบด้วยนั่นเอง

หลังจากนั้น เซียหลิงสืบทอดองค์กรเทนริงส์ต่อจากพ่อ เคธี่กับซางฉีถูกหว่องพาไปที่คามา-ทาจ ไปค้นหาคำตอบว่า แหวนทั้งสิบนี้คืออะไร โดยแม้แต่กัปตันมาร์เวลก็ไม่รู้ ว่าแหวนนี้ใครคือผู้สร้างมันขึ้น รู้เพียงมันเก่ากว่าพันปี และเพิ่งส่งสัญญาณครั้งแรกก็ตอนซางฉีใช้มัน (ตอนที่เวิ๋นหวู่ใช้ มันไม่เคยส่งสัญญาณ พวกจอมเวทย์ในคามา-ทาจจึงไม่เคยรู้)

กัปตันมาร์เวลและดร.แบนเนอร์มาช่วยหว่องหาคำตอบ (Shang Chi and the Legend of the Ten Rings)

 

ที่อียิปต์ ด้านทาง มาร์ค สเปคเตอร์ และ เลย์ล่า ออกตามหาเบาะแสสคารัปแห่งอัมมิต โดยเป็นคำสั่งของคอนชู เลย์ล่าไม่รู้ คิดว่านี่คือการล่าสมบัติธรรมดา เมื่อเลย์ล่าพบว่าสคารัปแห่งอัมมิตอยู่ที่ใดจึงทำให้คอนชูประทับใจเลย์ล่ามาก ที่เลย์ล่าหาสิ่งนี้พบ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครพบร่องรอย

มาร์คเริ่มกังวล เพราะคอนชูเริ่มสนใจในตัวเลย์ล่าภรรยาของมาร์ค อยากได้เลย์ล่ามาเป็นอวตารแทนมาร์ค เพราะเลย์ล่ามีทั้งความรู้โบราณคดีอียิปต์และความฉลาด ส่วนมาร์คมีข้อบกพร่องคือโรคหลายบุคลิก

ที่อังกฤษ มาร์คจึงเซ็นเอกสารหย่าทิ้งไว้ให้เลย์ล่า และตีตัวออกห่างเลย์ล่านับตั้งแต่นั้น ไม่อยากให้เลย์ล่าต้องกลายเป็นร่างอวตารและฆ่าคนชั่วมากมายเหมือนตนเอง มาร์คหนีไปอยู่อังกฤษ ไปสมัครทำงานในหอศิลป์แห่งชาติในชื่อของ สตีเว่น แกรนท์ ซึ่งเป็นชื่อบุคลิกที่ 2 ของมาร์ค เขาจะไล่ล่าสคารัปแห่งอัมมิตต่อจากนี้ด้วยตนเอง

ต้องทิ้งเมียด้วยความลำบากใจยังไม่พอ มาร์คก็ได้รับข่าวร้าย เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิต มาร์คกลับไปที่อเมริกาไปงานศพแม่ แต่มาร์คไม่กล้าเข้าไปในงาน ทำเพียงมองดูอยู่ภายนอกบ้าน แม้ว่าพ่อของมาร์คจะมาชวนเข้าบ้าน มาร์คเสียใจมากที่ยังไม่ได้สะสางใจกับแม่และบัดนี้ก็สายไปแล้ว แม่ตายไปแล้ว

มาร์คเสียใจมากที่แม่ตาย (Moon Knight)

 

ผ่านมา 6 เดือนหลังจากโทนี่ตาย แซม วิลสัน กลับไปช่วยกองทัพอากาศสหรัฐ แซมใส่ชุดฟัลคอนทำภารกิจช่วยเหลือและหลบหนีแบบเข้าเร็วออกเร็วเหมือนสมัยที่เค้ารับใช้ชาติเป็นทหารธรรมดา ซึ่งตอนนี้แซมกลายเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษอิสระ ไม่ได้สังกัดกองทัพ ซึ่งภารกิจที่ตูนิเซีย แซมปะทะกับ จอร์จ บาทร๊อค แต่บาทร๊อคหนีไปได้

แซม ตัดสินใจนำโล่ไวเบรเนียมที่แคปให้ นำไปคืนให้รัฐบาลสหรัฐ แต่รัฐบาลกลับทำเรื่องให้มันยุ่งเข้าไปอีก โดยการแต่งตั้งให้ร้อยเอก จอห์น วอล์คเกอร์ เป็นกัปตันอเมริกาคนใหม่ และมอบโล่ให้จอห์นไปด้วย เรื่องนี้สร้างความขุ่นเคืองใจให้บัคกี้ เพราะแคปนั้นมอบโล่ให้แซม ไม่ใช่ว่าแซมจะไปมอบคืนรัฐบาลง่ายๆ และโล่ต้องไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ แต่แซมก็บอกบัคกี้ว่า เขาก็ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นแบบนี้เหมือนกัน

บัคกี้ปรี้ดแตกมาก (The Falcon and The Winter Soldier)

 

แซมกับบัคกี้ต้องไล่ล่ากลุ่ม แฟล้ค สแมชเชอร์ ที่มีพลังเหนือมนุษย์คล้ายกับพลังซุปเปอร์โซลเยอร์ของบัคกี้และแคป แกนนำแฟล้คสแมชเชอร์คือ คาร์ลี่ มีแนวคิดว่า ไม่ควรมีผู้คนที่บลิฟคืนชีวิตกลับมา ควรจะให้ประชากรเหลือครึ่งนึงเหมือนที่ธานอสตั้งใจดีกว่า

แซมมืดแปดด้านว่า พวกแฟล้คสแมชเชอร์ได้พลังเหนือมนุษย์มาได้ยังไง บัคกี้จึงมีไอเดียสุดโต่งเสนอแซม โดยการให้ซีโม่แหกคุกซีไอเอที่เยอรมัน เพื่อให้ซีโม่ช่วยแกะรอยว่า พวกแฟล้คสแมชเชอร์ได้พลังซุปเปอร์โซลเยอร์มาจากไหน เพราะคนที่จะแกะรอยซุปเปอร์โซลเยอร์ได้เก่งกาจมีแค่ซีโม่ที่ฝังใจเกลียดพลังนี้เท่านั้น

ม้แซมจะไม่เห็นด้วยแต่ซีโม่ก็แหกคุกมาแล้ว ซีโม่เผยตัวตนว่าเขาคือ บารอน รวยและเป็นผู้ดีระดับนั้น พ่อบ้านตระกูลของบารอนซีโม่จึงพาแซมกับบัคกี้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปที่มาดิพัวร์ ประเทศแห่งอาชญากรชั้นนำทั่วโลกที่ไม่มีนโยบายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซีโม่คิดว่า พวกแฟล้คสแมชเชอร์กำเนิดจากที่นั่น

บารอนซีโม่ (The Falcon and The Winter Soldier)

 

ที่มาดิพัวร์ แซม, บัคกี้, ซีโม่ ได้พบกับ ชารอน คาร์เตอร์ ที่ลี้ภัยมาอยู่ที่นี่ ทุกคนสืบหาจนพบว่า วิลเฟรด เนเกิล คือผู้ที่ผลิตเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ โดยวิลเฟรดเคยทำงานให้ไฮดร้าหลังจากที่ไฮดร้าล้มเหลวกับสูตรซุปเปอร์โซลเยอร์ของ ฮาเวิร์ด สตาร์ค ที่ใช้บัคกี้ไปขโมยมาตั้งแต่ปี 1991 วิลเฟรดใช้เลือดของซุปเปอร์โซลเยอร์ผิวดำคือไอเซอาห์ในการทดลอง ก่อนจะสำเร็จวิลเฟรดก็โดนสเนปไปในปี 2018 เมื่อบลิฟกลับมาในปี 2023 วิลเฟรดไม่พบใครเลย วิลเฟรดจึงหนีมาที่มาดิพัวร์ และผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดที่มาดิพัวร์นามว่า พาวเวอร์โบร้กเกอร์ ให้ทรัพยากรวิลเฟรดเพื่อวิจัยต่อ และสำเร็จด้วยดี ก่อนที่คาร์ลี่ สาวน้อยจอมพลังหนึ่งผู้ได้รับเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ จะโขมยเซรุ่มที่เหลือไปทั้งหมด

ขณะที่วิลเฟรดเล่า พวกนักล่าค่าหัวก็เริ่มเข้ามา ชารอนต้านไว้ได้ชั่วคราว ซีโม่จึงใช้จังหวะนี้ยิงวิลเฟรด ซีโม่มิอาจปล่อยให้คนอย่างนี้มีชีวิตผลิตเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ไปได้อีก ทุกคนหนีออกมาจากมาดิพัวร์ได้สำเร็จ แต่ชารอนไม่ไปด้วย ชารอนกำชับให้แซมทำตามสัญญา ที่จะขอรัฐบาลสหรัฐนิรโทษกรรมให้เธอ 

ที่ลัตเวีย พวกของแซมตามรอยคาร์ลี่และพรรคพวกเธออีก 6 คนมาจนถึงที่นี่ และมาเจอจอห์นและคู่หูของเขารออยู่ ทุกคนพยายามจะจับคาร์ลี่ วุ่นไปอีกเมื่อหน่วยโดร่า มิลาเจ้ โผล่มาเพื่อจะจับซีโม่กลับไปขัง เพราะซีโม่ฆ่ากษัตริย์ที’ชาก้าไม่ควรถูกปล่อยตัว แต่บัคกี้ยื้อเวลาไว้รอจนงานสืบหาคาร์ลี่เสร็จ

การปะทะกันของพวกแซมและพวกคาร์ลี่ครั้งนี้ทำให้คู่หูของจอห์นตาย และจอห์นฉีดพลังซุปเปอร์โซลเยอร์นี้เข้าร่างไปด้วย ผลทำให้จอห์นมีพลังเหมือนกับคาร์ลี่ไปอีกคน จอห์นสติหลุดฆ่า 1 ในสมาชิกกลุ่มแฟล้คสแมชเชอร์โดยมีคนถ่ายคลิปไว้

หลังจากนั้นซีโม่ก็ถูกหน่วยโดร่าจับไปขังที่คุกแรฟท์ บัคกี้เอาโล่คืนจากจอห์นและนำกลับไปให้แซม ซึ่งแซมก็ได้ชุดฟัลคอนใหม่ที่ทำจากไวเบรเนียมส่งตรงจากวากานด้า (เพราะบัคกี้ขอไป) แซมกลับมาถือโล่ กลายเป็นกัปตันอเมริกาคนใหม่อย่างแท้จริง

แซม วิลสัน หรือ กัปตันอเมริกา (The Falcon and The Winter Soldier)

 

จอห์นถูกรัฐบาลปลดออกจากตำแหน่งกัปตันอเมริกา เพราะภาวะทางอารมณ์นั้นแย่ จอห์นยังคงอยากล่าตัวคาร์ลี่ จึงไปล่าคาร์ลี่โดยไม่ขออนุญาตใคร ไปๆมาๆ จอห์นก็หันมาช่วยแซมกับบัคกี้ สุดท้ายคาร์ลี่ แกนนำกลุ่มแฟล้กสแมชอร์ก็โดนยิงตายลงไปโดยฝีมือ ชารอน คาร์เตอร์ ซึ่งแท้จริงเธอคือ พาวเวอร์โบร้กเกอร์ ขาใหญ่แห่งมาดิพัวร์ ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างพวกพลังเหนือมนุษย์หวังไปขายในตลาดมืดนั่นเอง

ชารอนกลายเป็นวายร้ายไปแล้วตอนนี้ (The Falcon and The Winter Soldier)

 

พวกแฟล้คสแมชเชอร์ที่เหลืออีก 5 คนถูกจับ ขณะอยู่บนรถขนย้ายนักโทษ รถก็ถูกระเบิด ด้วยฝีมือของพ่อบ้านตระกูลบารอนซีโม่ ที่ซีโม่สั่งพ่อบ้านไว้ก่อนจะถูกหน่วยโดร่ามิราเจ้จับ พวกแฟล้คสแมชเชอร์ที่มีพลังซุปเปอร์โซลเยอร์จึงตายหมดแล้ว เซรุ่มก็ถูกทำลายหมด 

รัฐบาลสหรัฐ นิรโทษกรรมและแต่งตั้งชารอนกลับมาทำงานให้ CIA อีกครั้ง ทำให้งานนี้ชารอนหรือพาวเวอร์โบร้คเกอร์เข้าถึงข้อมูลซีไอเอที่จะนำไปขายตลาดมืดได้เพียบ

จอห์น วอล์คเกอร์ กลายเป็น ยู.เอส.เอเจ้นท์ และถูกวาเลนติน่าทาบทามให้มาทำงานกับเธอ วาเลนติน่าปั่นหัวจอห์นว่า จอห์นยังคงรับใช้ชาติได้แม้จะไม่ได้ทำงานให้รัฐบาลสหรัฐแล้วก็ตาม

จอห์นกำลังถูกวาเลนติน่าปั่นประสาท (The Falcon and The Winter Soldier)

 

เมื่อเยเลน่าได้ข่าวว่า นาตาชา โรมานอฟ หรือ แนท คนที่เธอนับถือเป็นพี่สาวเพียงคนเดียวของเธอตายไปแล้ว จากการช่วยโลกครั้งมหาศึกกับธานอสที่ผ่านมาไม่นานนี้ ขณะที่เยเลน่าไปเคารพหลุมศพแนท วาเลนติน่าก็เข้ามาเล่าเรื่องราวภารกิจของอเวนเจอร์ในการตามล่าอินฟินิตี้สโตนโดยการย้อนเวลาให้เยเลน่าฟัง และผู้รับผิดชอบการตายของแนทคือ ฮอว์คอาย หรือ คลิ้นท์ บาร์ตัน

เยเลน่ากำลังถูกวาเลนติน่าปั่นประสาท (Blackwidow 1)

 

 

พฤศจิกายน ปี 2024 ผ่านไป 8 เดือนหลังจากโทนี่ตาย นิค ฟิวรี่ ได้รับพัสดุลับและสำคัญสูงสุดจาก โทนี่ สตาร์ค นั่นคือแว่นตาที่โทนี่ใส่ประจำ โดยโทนี่ระบุว่า แว่นตาอันนี้โทนี่ฝากฟิวรี่ให้ส่งมอบ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เท่านั้น แต่ยังไม่ทันที่ฟิวรี่จะเอาไปให้ปีเตอร์ ก็เกิดเรื่องที่แม็กซิโกซะก่อน

ที่เมืองอิกเตนโก ประเทศแม็กซิโก เกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนประหลาดถล่มหมู่บ้านชุมชนหนึ่งในเมืองอิกเตนโก ฟิวรี่ และ  ฮิลล์ จึงรีบรุดมา ซึ่งที่ฟิวรี่และฮิลล์มาตรวจสอบด้วยตนเองก็เพราะว่า ชาวบ้านที่นี่แจ้งตำรวจว่าพายุมีรูปร่างและใบหน้าเหมือนคน มันดูไม่ใช่คดีปกตินั่นเอง

ฟิวรี่และฮิลล์ แห่งหน่วยชิลด์ (Spider-Man: Far From Home)

 

ทันใดนั้น เควนติน เบลค ที่แต่งตัวเป็นยอดมนุษย์ ก็โผล่มาขวางหน้าฟิวรี่และฮิลล์ และเล่นงานพายุไซโคลนธาตุลมที่มีชีวิตนั้นลงไป ซื้อใจฟิวรี่และฮิลล์ได้พอสมควร และสามวันต่อมา เควนตินก็ไปปราบตัวประหลาดที่เป็นก้อนดินยักษ์ธาตุดินอีกตัวต่อหน้าต่อตาฟิวรี่ และแจ้งว่า ตัวประหลาดธาตุน้ำกำลังจะบุกเมืองเวนิช ประเทศอิตาลี 

เควนติน เบลค ชายลึกลับผู้มาพร้อมกับพลังแปลกประหลาด (Spider-Man: Far From Home)

 

ฟิวรี่พยายามติดต่อ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์แมน ทางโทรศัพท์ เพื่อให้มาช่วย และมอบแว่นตาให้ด้วย แต่ปีเตอร์ก็ตัดสายฟิวรี่ทิ้ง และเตรียมตัวจะไปทัศนศึกษาที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี ปีเตอร์คิดจะใช้โอกาสนี้จีบเอ็มเจ ป้าเมย์ห่วงว่าปีเตอร์อาจจะมีความจำเป็น จึงใส่ชุดสไปเดอร์แมนไว้ในกระเป๋าเดินทางให้ปีเตอร์ไปด้วย

วันที่ 1 ที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี และตัวประหลาดธาตุน้ำ ก็โผล่มาโจมตีเมืองตามที่เบลคเตือนฟิวรี่ไว้จริงๆ เบลคออกมาสู้กับตัวประหลาดน้ำ โดยมีปีเตอร์คอยช่วย และปราบลงไปสำเร็จ ผู้คนอิตาเลี่ยนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างเรียกเบลคว่า มิสเตอริโอ (รากศัพท์มาจากคำว่า มิสเตอรี่ แปลว่า สิ่งลึกลับ)

มิสเตอริโอสู้กับธาตุน้ำ (Spider-Man: Far From Home)

 

ในคืนนั้น ฟิวรี่จึงไปพาตัวปีเตอร์ หรือสไปเดอร์แมน มาพบกับ เควนติน เบลค และฟิวรี่ก็มอบแว่นตาของโทนี่ให้ปีเตอร์ตามคำสั่งเสียของโทนี่สำเร็จ เบลคบอกปีเตอร์ว่า ตัวเขามาจากโลกคู่ขนาน 833 โลกที่ปีเตอร์อยู่คือโลก 616 ซึ่งโลกของเบลคนั้นโดนธาตุทั้งสี่ทำลายไปแล้ว ซึ่งธาตุที่ร้ายที่สุดคือธาตุไฟ และมันจะบุกกรุงปรากสาธารณรัฐเชคในอีก 48 ชั่วโมง เหตุนี้เบลคและฟิวรี่จึงต้องการให้ปีเตอร์ช่วย

สไปดี้จับมือกับมิสเตอริโอ (Spider-Man: Far From Home)

 

แต่ปีเตอร์นั้นกลัวผู้คนจับทางได้ว่า เขาคือสไปเดอร์แมน จึงปฎิเสธฟิวรี่ไป ฟิวรี่ไม่ยอมถูกปฎิเสธ จึงเปลี่ยนแผนทัศนศึกษาของปีเตอร์ไปที่ปรากซะเลย และมอบชุดอำพรางสีดำให้ปีเตอร์แทน เพื่อจะได้ไม่ต้องใส่ชุดสไปเดอร์แมน

ระหว่างการเดินทางไปปราก ปีเตอร์ก็รู้แล้วว่า แว่นตาที่โทนี่ทิ้งไว้ไม่ธรรมดา เพราะแว่นตานี้สามารถควบคุมเอไอที่ชื่อ อีดิธ ระบบป้องกันภัยและควบคุมระบบดาวเทียมจู่โจมของ โทนี่ไว้อย่างเสร็จสรรพ และโทนี่ระบุคำสั่งในแว่นว่าผู้สั่งการได้คือปีเตอร์เท่านั้น แต่ปีเตอร์ก็ยังไม่มีเหตุจำเป็นใดๆต้องใช้งานอีดิธ

วันที่ 2 กรุงปราก สาธ่ารณรัฐเชค ธาตุไฟโจมตีเมืองปรากอย่างที่เบลคเตือนไว้จริงๆอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เบลคใช้พลังตนเองทั้งหมดหยุดยั้งธาตุไฟต่อหน้าปีเตอร์

ธาตุไฟ  (Spider-Man: Far From Home)

 

ทำให้เบลคซื้อใจปีเตอร์ไปได้อีกคน แต่ชิ้นส่วนโดรนประหลาดชิ้นนึง กระเด็นออกมาจากการต่อสู้นี้ และผู้ที่เก็บชิ้นส่วนโดรนไว้คือ เอ็มเจ 

ฟิวรี่จะจัดตั้งศูนย์กลางกองกำลังป้องกันภัยกับยูโรโปลที่เมืองเบอร์ลินเยอรมัน โดยชวนปีเตอร์และเบลคไปร่วมด้วย เบลคตอบรับ แต่ปีเตอร์นั้นขอใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาต่อไป เบลคจึงชวนปีเตอร์ไปนั่งดื่มฉลองในบาร์

ที่บาร์ซึ่งเบลคเลือก  (Spider-Man: Far From Home)

 

และปีเตอร์ก็ตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น โดยการมอบแว่นตาโทนี่ให้เบล้ค เพราะคิดว่าเบล้คคงจะใช้มันช่วยโลกได้ดีกว่าตนเอง ปีเตอร์สั่งงานอีดิธให้เพิ่มเบลคเป็นผู้สั่งการณ์อีดิธได้อีกคน และปีเตอร์ก็กลับโรงแรมไปหาเอ็มเจ เพื่อชวนเดทอย่างที่ตั้งใจ 

เอ็มเจนั้นโยนหินถามทางว่าตนรู้ความจริงเรื่องที่ปีเตอร์เป็นสไปเดอร์แมน และปีเตอร์ก็สารภาพว่าจริง ในช่วงเวลานี้เองที่เอ็มเจบังเอิญไปกระตุ้นเครื่องโดรนที่เธอเก็บมาได้ครั้งปีเตอร์สู้ธาตุไฟ  และโดรนก็ฉายภาพโฮโลแกรมมิสเตอริโอสู้กับธาตุทั้งสี่ ปีเตอร์จึงรู้ความจริงตอนนี้เองว่า เควนติน เบล้ค ไม่ใช่ยอดมนุษย์ แต่ใช้โฮโลแกรมสร้างภาพลวงตาหลอกทุกคน

เอ็มเจกับปีเตอร์เดทกันครั้งแรก (Spider-Man: Far From Home)

 

ซึ่งความจริงแล้ว เควนติน เบล้ค คืออดีตลูกน้องโทนี่ในสตาร์คอินดัสทรีย์ และเบล้คคือผู้คิดค้นโฮโลแกรมบำบัดจิตโทนี่ในภาพอดีตของพ่อแม่โทนี่ก่อนตายในช่วงเริ่มต้นหนังซิวิลวอร์นั่นเอง เบล้คกับลูกน้องเก่าโทนี่ที่คับแค้นใจ จึงร่วมกันสร้างภาพลวงตาทุกอย่างนี้ขึ้น จุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการหลอกล่อปีเตอร์มอบอีดิธให้เบล้ค และใช้มันสร้างให้เบล้คหรือมิสเตอริโอเป็นซุปเปอร์ฮีโร่

วันที่ 3 เบอลิน เยอรมัน ปีเตอร์พยายามจะไปเตือนฟิวรี่ แต่เบล้คและพรรคพวกลูกน้องเก่าโทนี่ใช้อีดิธควบคุมโดรน สร้างโฮโลแกรมภาพลวงตาเป็นฟิวรี่ ควบคู่กับอาวุธหนักและโจมตีปีเตอร์เจียนตาย ปีเตอร์รอดชีวิตมาได้ โดยหมดสติบนรถไฟ ที่มุ่งหน้าไปเนเธอร์แลนด์

ภาพลวงตาโฮโลแกรมที่ปั่นหัวปีเตอร์ (Spider-Man: Far From Home)

 

ที่เนเธอร์แลนด์ ปีเตอร์ติดต่อแฮปปี้ให้มาช่วย แฮปปี้นำเครื่องบินมารับ เตือนสติปีเตอร์ ว่าปีเตอร์พิเศษยังไง และปีเตอร์ก็ฉายแววนักประดิษฐ์สร้างชุดสไปเดอร์แมนที่ยัดเทคโนโลยีไว้ เฉกเช่นที่โทนี่เคยทำให้โทนี่ ทำให้แฮปปี้ภูมิใจในตัวปีเตอร์มาก

วันที่ 4 ที่ลอนดอน อังกฤษ ปีเตอร์ในชุดสไปเดอร์แมนที่ตนออกแบบเอง เข้าไปลุยกับมิสเตอริโอจอมลวงโลก ที่กำลังใช้เทคโนโลยีอีดิธและอาวุธหนักทำลายบ้านเมืองให้ตรงตามความเคลื่อนไหวอสูรกายลวงตาตามแผน  แต่ปีเตอร์ก็สามารถหยุดกระบวนการสร้างโฮโลแกรมได้ ทำให้ชาวบ้านและสื่อทั่วโลกเห็นโดรนแทนอสูรกาย

อสูรกายที่รวมทั้งสี่ธาตุ (Spider-Man: Far From Home)

 

ปีเตอร์บุกจนถึงตัวเบล้ค และหลับตาเพื่อไม่หลงกลภาพลวงตาของเบล้คอีก ก่อนจะใช้สไปเดอร์เซนส์เข้าโจมตีเบล้คทั้งๆที่หลับตา จนกระทั่งปีเตอร์เข้าควบคุมแว่นตาได้คืน และสั่งโดรนให้หยุดการทำงาน ก่อนที่เบล้คจะตายลงไป

แต่ นั่นไม่ใช่จุดจบ  เพราะหนึ่งในทีมงานเบล้คได้บันทึกภาพและเสียงของปีเตอร์ตอนกำจัดเบลคไว้ได้

หลายวันต่อมา ที่นิวยอร์ค ขณะที่ปีเตอร์พาเอ็มเจโหนใยเล่นทั่วเมืองเสร็จ สำนักข่าวเดลี่บูเกิ้ล รายงานข่าวโดย โจนาห์ เจมสัน ก็รายงานข่าวไปทั่วอเมริกาว่า สไปเดอร์แมน คือผู้สังหารมิสเตอริโอซุปเปอร์ฮีโร่ที่ช่่วยโลกไว้หลายครั้ง โดยมีทั้งภาพและเสียง (ที่ถูกตัดต่อ) เป็นหลักฐาน และตัวจริงของสไปเดอร์แมนก็คือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์

เอ็มเจและปีเตอร์ (Spider-Man: Far From Home)

 

อีกมุมหนึ่งของนิวยอร์ค นิค ฟิวรี่ และ มาเรีย ฮิลล์ ที่เผยตัวตนที่แท้จริงว่า เป็นสครัลล์ที่ชื่อโทลอสกับภรรยาปลอมตัว เพื่อทำภารกิจมอบแว่นตาให้ปีเตอร์ตามคำสั่งฟิวรี่ตัวจริง ส่วนตัวจริงของฟิวรี่นั้น บัญชาการสถานีอวกาศอยู่กับกองกำลังของสครัลล์

 

จบบทที่ 7

 

อ่านบทที่ 8 ต่อที่ลิ้งค์ข้างล่าง

 

>>บทที่ 8 (เวทมนตร์ และ พหุภพ)<<

 

สวัสดีครับ

_/\_

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: