Marvel Cinematic Universe บทที่ 7 (จักรวาลที่เปลี่ยนไป)

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

Spoler Alert !! ธานอสจะตายหรือไม่ตาย ก็ไม่มีผล เพราะมณีทั้ง 6 ไม่มีอยู่แล้ว สรรพชีวิตที่ตายไปครึ่งจักรวาลก็ไม่ฟื้น เวลาที่ผ่านมานั้น ร็อคเก็ตและเนบิวล่าใช้ยานเบเนทาร์ออกท่องอวกาศเฝ้าดูภัย กัปตันมาร์เวลออกไปยังดวงดาวต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยา

โอโคเย่ดูแลวากานด้าและทวีปแอฟริกาหลังจากที’ชาลล่าและชูรีสลายเป็นผงไป และโรดี้ก็ออกหาข่าวทั่วโลกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีแนทเป็นศูนย์กลางของทุกคนคอยดูแลภาพรวมต่างๆในฐานอเวนเจอร์

 

 

ผ่านไป 5 ปี

หลังจากธานอสตาย 

 

ปี 2023 เพื่อนๆฮีโร่เช่น ร็อคเก็ต เนบิวล่า กัปตันมาร์เวล โรดี้ จะมีประชุมโฮโลแกรมทางไกล ซึ่งมีแนทเป็นประธานอยู่เป็นประจำ ส่วนแคปนั้นรวมกลุ่มพูดคุยบำบัดจิตใจผู้คนเฉกเช่นฟัลคอนเพื่อนรักเคยทำ 

โลกที่ไม่เหมือนเดิม (Avengers 4: Endgame)

 

แต่โทนี่ปลีกวิเวกสร้างครอบครัวไม่ยุ่งกับการช่วยโลกแล้ว ข่าวที่แนทสะเทือนใจจากการประชุมครั้งนี้ที่สุดคือ โรดี้แจ้งว่าบัดนี้คลิ้นท์กลายเป็นนักฆ่าโรนิน ที่ออกฆ่าพวกแก๊งค์เลวไปทั่วโลก

แนทย้ำกับแคปตลอด ว่าก่อนหน้าที่จะมีอเวนเจอร์ เธอเคว้งคว้าง ทีมอเวนเจอร์คือครอบครัวเดียวของเธอที่มีอยู่ เธอจะทำมันจนถึงที่สุด จะสู้เพื่อช่วยเหลือและปกป้องทุกชีวิตที่ยังเหลืออยู่จนถึงที่สุด

แนทที่มีสภาพอิดโรย (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ซานฟรานซิสโก ณ โรงเก็บของเก่าแห่งรัฐ และ.. ปาฎิหารย์ก็เกิดขึ้น เมื่อมีหนูตัวนึงมุดเข้าไปในรถตู้ภายในโรงเก็บของ ภายในรถตู้ของหลุยส์เพื่อนรักสก็อตคันนี้ ท้ายรถตู้มีประตูเข้ามิติควอนตัมนั่นเอง

หนูตัวนั้นบังเอิญไปกดปุ่มบนรถและเปิดประตูมิติควอนตัม สก็อต แลงค์ จึงออกมาจากมิติควอนตัมหลังจากผ่านไป 5 ปี สก็อตนั้นรู้สึกงงงวยกับโลกภายนอก เพราะสก็อตรับรู้ว่าตนหลงอยู่ในมิติควอนตัมเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น ในตอนนี้ทั่วทั้งเมืองซานฟรานฯมีแต่ป้ายประกาศคนสูญหาย

สก็อตผู้โกงเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

เมื่อสก็อตประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างได้ว่าเกิดอะไรขึ้น สก็อตจิตตกกลัวลูกสาวแคสซี่จะหายไปด้วย จึงไปดูป้ายจารึกคนสูญหาย สก็อตจึงเห็นว่าชื่อของตนเองมีอยู่ในป้าย แต่ไม่มีชื่อแคสซี่

สก็อตจึงไปที่บ้านเมียเก่า และพบว่าแคสซี่ยังอยู่ซึ่งโตเป็นสาวไปแล้ว หลังจากตั้งสติได้ว่าควรทำอย่างไรต่อ สก็อตก็รีบกลับไปเอารถตู้ในศูนย์ของหายรัฐซานฟรานซิสโก และรีบขับรถตู้ดิ่งไปที่ฐานอเวนเจอร์ในนิวยอร์คทันที ขณะที่แคปและแนทคุยกันอยู่ สก็อตก็มาตะโกนเรียกอยู่หน้าฐาน

สก็อตมาโผล่หน้าฐานอเวนเจอร์ (Avengers 4: Endgame)

 

ที่นิวยอร์ค ฐานอเวนเจอร์ เมื่อสก็อตเข้าไปในฐาน สก็อตก็รีบบอกกับแคปและแนท ถึงทฤษฎีย้อนเวลาที่ตนคิดขึ้น มิติควอนตัมอาจจะทำได้ แต่ต้องใช้ผู้ปราดเปรื่อง แคปจึงคิดว่าโทนี่อาจจะช่วยได้

ที่บ้านโทนี่ ขณะที่โทนี่กำลังเล่นกับลูกสาว มอร์แกน สตาร์ค ซึ่งมอร์แกนกำลังเอาหน้ากากไอออนเรสคิ๊วของแม่ของเธอเพพเพอร์มาใส่เล่น แนท แคป และสก็อต ก็มาขอร้องให้โทนี่คิดค้นเครื่องย้อนเวลา แต่โทนี่ปฎิเสธไป โทนี่ไม่อยากเสี่ยงเสียลูกสาวไป แคปจึงคิดถึงผู้ปราดเปรื่องอีกคน นั่นคือ ดร.บรูซ แบนเนอร์

หลังจากพวกของแคปออกจากบ้านไป โทนี่ก็กลับมาคิดเรื่องการย้อนเวลาเพื่อช่วยทุกคนที่โดนธานอสดีดนิ้วสลายไป นั่นรวมถึง ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์-แมน เด็กดีที่โทนี่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน โทนี่จึงเริ่มเปลี่ยนใจแล้ว

รูปถ่ายโทนี่กับปีเตอร์ช่วยย้ำให้โทนี่ไตร่ตรอง (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ร้านอาหาร ขณะแคปและแนทพาสก็อตมาพบแบนเนอร์ที่ร้านอาหาร สก็อตต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อพบว่าตอนนี้ บรูซ แบนเนอร์ กลายเป็นดร.ฮัลค์ไปแล้ว เพราะเมื่อ 18 เดือนก่อนแบนเนอร์ยอมรับตัวตนของฮัลค์แล้วว่าคือตัวของเค้าเอง แบนเนอร์จึงคิดค้นการประสานร่างของฮัลค์กับตน จนกระทั่งได้ความแข็งแกร่งและร่างกายของฮัลค์มา แต่ยังมีสติและสมองของแบนเนอร์ กำเนิดเป็น ดร.ฮัลค์

โปรเฟสเซอร์ ฮัลค์ (Avengers 4: Endgame)

 

ที่บ้านโทนี่ ในคืนนั้นโทนี่ตัดสินใจว่า จะคิดค้นการย้อนเวลาด้วยมิติควอนตัม โดยมีเอ.ไอ.ฟรายเดย์ช่วยคำนวน และโทนี่ก็ทำสำเร็จ แต่โทนี่ยังคงอยากจะปรึกษาเพพเพอร์ก่อน ซึ่งในที่สุดหลังจากพูดคุยกับเพพเพอร์ โทนี่ก็ตัดสินใจช่วยแคป

ที่ฐานอเวนเจอร์ ดร.ฮัลค์พยายามพาสก็อตย้อนเวลาโดยใช้ประตูควอนตัมในรถตู้ ก็ไม่สำเร็จ แต่กลับย้อนอายุของสก็อตแทนซะงั้น การทดลองของดร.ฮัลค์จึงล้มเหลว แต่โทนี่ก็มาที่ฐานอเวนเจอร์เพื่อบอกวิธีที่ถูก แถมยังคืนโล่ไวเบรเนียมให้แคปด้วย แคปจึงส่งสัญญาณบอกเพื่อนๆทุกคน ว่าบัดนี้เรามีหนทางพาผู้คนที่ตายจากการดีดนิ้วกลับคืนชีวิตแล้ว

โทนี่กลับมาช่วยแคป (Avengers 4: Endgame)

 

ที่นิวแอสการ์ด เมืองทอนสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ร็อคเก็ตและดร.ฮัลค์ไปตามธอร์ที่นิวแอสการ์ด ที่นี่ดร.ฮัลค์พบว่าวัลคีรี่สหายเก่ายังมีชีวิตอยู่ แอสการ์เดี้ยนส่วนนึงก็ยังรอดและอยู่ที่นี่ คอร์กกับมีค สหายนักสู้ของธอร์บนดาวสคารร์ก็อยู่ที่นี่ ธอร์ ปล่อยตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาพุงพลุ้ยหมดสภาพนักรบ แต่ธอร์ก็ยินยอมกลับไปช่วยเพื่อนๆ

ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่วนแนท ไปตามคลิ้นท์ถึงญี่ปุ่นขณะกำลังฆ่ายากูซ่า เพราะคลิ้นท์คิดว่าคนเลวพวกนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ทำไมพวกมันไม่ตายจากการดีดนิ้วของธานอส แต่กลับกลายเป็นลูกเมียของเขาตายแทน ถึงยังไงคลิ้นท์ก็ยินดีตามแนทกลับไป แม้ความหวังได้ลูกเมียคืนมีเพียงน้อยนิด

คลิ้นท์ บาร์ตัน กลายเป็น โรนิน (Avengers 4: Endgame)

 

เนบิวล่า ร็อคเก็ต โรดี้ มาที่ฐานอเวนเจอร์ ยกเว้นโอโคเย่ที่ยังต้องเยียวยาชาวแอฟริกา และกัปตันมาร์เวลที่ยังคงติดภารกิจช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตบนดาวที่ไกลโพ้น

ที่ฐานอเวนเจอร์ เพื่อนๆในทีมลงความเห็นให้สก็อตคือผู้ทดลองเดินทางข้ามเวลาเป็นคนแรก แต่สก็อตยังไม่พร้อม คลิ้นท์จึงอาสาไปเอง วิธีคือ คลิ้น ต้องใช้อนุภาคพิมย่อส่วนให้เล็กกว่าอะตอม เพื่อเข้าสู่ประตูควอนตัมที่โทนี่ออกแบบ ไม่ใช่ประตูในรถตู้ควอนตัม บวกกับการให้เครื่องมือของโทนี่ที่อยู่ในมือคลิ้นท์ ระบุพิกัดและช่วงเวลาในอดีต

คลิ้นท์ในชุดย้อนเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

 

ที่บาร์ตันฟาร์ม ก่อนปี 2018 คลิ้นขยายส่วนกลับมามีตัวเท่าเดิม และก็มาโผล่ในอดีตที่บาร์ตันฟาร์ม ขณะที่ไลล่าลูกสาวคลิ้นท์ยังคงมีชีวิต คลิ้นท์หยิบถุงมือเบสบอลของลูกชายมาด้วย เพื่อพิสูจน์ว่านำสิ่งของจากอดีตมาได้จริง และการทดลองเดินทางข้ามเวลาก็สำเร็จ ทุกคนในทีมอเวนเจอร์ จึงระดมสมองคิดย้อนหลัง ว่าในอดีตเหล่าอินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชิ้น อยู่ที่ใดบ้างก่อนจะอยู่ในมือธานอส

ทีมอเวนเจอร์เตรียมตัวย้อนเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

เป้าหมายกลุ่มแรกคือศึกชิทอรี่ที่นิวยอร์คในปี 2012 เพราะในตอนนั้นมีมณีรวมอยู่ที่นิวยอร์คถึง 3 ชิ้น นั่นคือ แทซเซอแรคหรือสเปซสโตนที่อยู่กับโลกิ มายด์สโตนหรือคฑาควบคุมจิตใจที่อยู่กับโลกิ และไทม์สโตนหรือดวงตาแห่งอกาม๊อตโต้ที่ทุกคนคิดว่าอยู่กับดร.สเตร้นจ์ที่ซางทัมแซงทอรัม

ดร.ฮัลค์ แคป โทนี่ และสก็อต จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปนิวยอร์คในปี 2012

เป้าหมายกลุ่มที่สองคือปี 2013 คือมณี 1 ชิ้นที่แอสการ์ด นั่นคืออีเธอร์หรือเรียลลิตี้สโตน โดยในตอนนั้นมันอยู่ในตัว ดร.เจน ฟอสเตอร์ ต้องไปในช่วงเวลาก่อนหน้าดาร์คเอลฟ์จะบุกแอสการ์ด เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่ปรอดโปร่งที่สุดข้อมูลนี้ได้จากธอร์

ธอร์ และ ร็อคเก็ต จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปแอสการ์ดในปี 2013

เป้าหมายสุดท้ายคือปี 2014 มีเป้าหมายคือมณี 2 ชิ้น เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่สตาร์ลอร์ดจะไปดาวโมแร็กเพื่อเอาออร์ปหรือพาวเวอร์สโตน ซึ่งจะมีกลุ่มแยกไปดาววอร์เมียเพื่อเอาโซลสโตนด้วย ข้อมูลนี้ได้จากเนบิวล่า

โรดี้ เนบิวล่า แนท และคลิ้นท์ จึงเป็นกลุ่มที่ตั้งเวลาย้อนไปโมแร็กในปี 2014

 

 

 

นิวยอร์ค ปี 2012

 

ที่ตึกสตาร์คทาวเวอร์ กลุ่มแรกย้อนไปในช่วงวลาที่โลกิเพิ่งโดนทีมอเวนเจอร์จับสดๆร้อนๆ ทีมสไตรท์ของชิลด์นำโดยรัมโรว์และซิดเวลล์ที่เป็นสายลับไฮดร้า ขึ้นมาที่สตาร์คทาวเวอร์เพื่อรับคฑาควบคุมจิตใจจากแนท

แต่แคปในอนาคต แกล้งกดลิฟท์เข้าไปกับทีมสไตรท์และซิตเวลล์ด้วย และบอกว่าจะนำไปให้รัฐมนตรีเพียซเอง ทีมสไตรท์ตั้งท่าจะรุมแคป แต่เพื่อให้ทุกคนเชื่อ แคปจึงกระซิบข้างหูซิตเวลล์ว่า “เฮล ไฮดร้า” แคปจึงได้คฑาโลกิมาอย่างง่ายๆ

แม้แคปในอนาคตจะต้องปะทะแคปในอดีต และทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำ คฑาหลุดมือ แต่แคปในอนาคตก็เอ่ยคำว่า “บัคกี้ยังไม่ตาย” ทำให้แคปในอดีตสตั๊นท์ไปชั่วขณะ แคปในอนาคตจึงฉวยคฑามาจิ้มหน้าอกแคปในอดีตจนแน่นิ่งไป

“I can do this all day” แคปกล่าวกับแคป (Avengers 4: Endgame)

 

ที่ซางทัมแซงทอรัม ส่วนภารกิจของดร.ฮัลค์ คือการไปหาดร.สเตร้นจ์ที่ซางทัมแซงทอรัมเพื่อขอไทม์สโตน แต่ผิดคาด เพราะในปี 2012 ดร.สเตร้นจ์ยังคงเป็นหมอผ่าตัดอยู่ ผู้ที่ครอบครองไทม์สโตนในตอนนั้นคือ อันเชียนวัน

อันเชียนวันเปิดประตูมิติจากคามา-ทาจมาที่อาศรมนี้ เพื่อป้องกันพวกชิทอรี่อาจทำให้อาศรมเสียหาย และอันเชียนวันยังรู้ด้วยว่า ดร.สเตร้นจ์จะเป็นจอมเวทย์สูงสุดต่อจากตนในอนาคต (อันเชียนวันใช้ไทม์สโตนดูอนาคตตัวเองมานับไม่ถ้วน จึงรู้) ดร.ฮัลค์ทะเล่อทะล่าจะเข้าไปชิงเอามณีกับแอนเชียนวันดื้อๆ จึงโดนอันเชียนวันผลักวิญญาณเข้ามิติกายทิพย์ซะเลย ดร.ฮัลค์ในมิติกายทิพย์จึงกลับร่างเป็นดร.แบนเนอร์ในร่างคนปกติ

อันเชียนวัน จอมเวทย์สูงสุด ผู้ดูแลมณีเวลา (Avengers 4: Endgame)

 

ทั้งสองถกเถียงกัน เรื่องเส้นเวลาที่จะแตกเส้นออกไปถ้าให้มณีไปกับแบนเนอร์ แต่แบนเนอร์ก็ย้อนกลับว่า ถ้าตนนำมณีเวลาไปทำภารกิจสำเร็จ ตนจะนำกลับมาที่ช่วงเวลาเดิมที่นำไป เส้นเวลาก็จะไม่แตกแขนง

แต่อันเชียนวันยังมีคำถามสำคัญ นั่นคือจะแน่ใจได้เช่นไร ว่าให้มณีเวลาไปแล้วพวกอเวนเจอร์จะชนะและนำกลับมาคืนได้ แบนเนอร์จึงบอกว่า ในอนาคตดร.สเตร้นจ์ก็มอบมณีเวลาให้ธานอสไปดื้อๆเช่นกัน

อันเชียนวันจึงดึงวิญญาณแบนเนอร์กลับร่างดร.ฮัลค์ และยอมให้มณีเวลาง่ายๆ อันเชียนวันเชื่อใจว่า การที่ดร.สเตร้นจ์ทำย่อมมีเหตุผลแน่นอน เพราะอันเชียนวันรู้อนาคตว่า ดร.สเตร้นจ์คือจอมเวทย์สูงสุดที่เก่งที่สุดตั้งแต่มีมา ถ้าดร.สเตร้นจ์ทำอย่างนั้นย่อมมีเหตุผล

แต่ภารกิจชิงแทซเซอแรคหรือสเปซสโตนโดยโทนี่และสก็อตนั้นไม่สำเร็จ แถมโลกิยังได้แทซเซอแรคและวาร์ปหนีหายไปด้วย ซึ่งอนุภาคพิมเหลือแค่คนละหลอดพอกลับอนาคตเท่านั้น โทนี่เห็นควรว่าต้องย้อนไปอดีตไกลกว่านั้นเพื่อชิงแทซเซอแรค แถมยังจะได้อนุภาคพิมมาเพิ่มด้วย ภารกิจนี้พลาดไม่ได้ เพราะทั้งคู่จะกลับอนาคตไม่ได้ถ้าพลาด แคปจึงให้คฑากับสก็อตกลับอนาคตไปก่อน ส่วนแคปกับโทนี่จะกลับไปปี 1970 ที่ฐานลับชิลด์ในนิวเจอร์ซี่

แคปเชื่อใจโทนี่ 100% ในตั๋วเที่ยวเดียวครั้งนี้ (Avengers 4: Endgame)

 

 

นิวเจอร์ซี่ ปี 1970

 

ที่ฐานลับชิลด์ รัฐนิวเจอร์ซี่ ที่นี่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มันคือหน่วยคัดสรรทหารเข้าโครงการรีเบิร์ธ แต่ในปี 1970 มันคือที่ตั้งใหญ่ของหน่วยชิลด์ แคปนั้นหลอกล่อดร.พิมให้ออกจากห้อง และขโมยอนุภาคพิมมาได้หลายหลอด

ส่วนโทนี่ที่ไปเอาแทซเซอแรค ก็ต้องเผชิญหน้ากับ ฮาเวิร์ด สตาร์ค พ่อของตน ซึ่งในตอนนั้นมาเรียท้องแก่ใกล้คลอดลูกชายในอีกไม่กี่วัน (ก็คลอดโทนี่นั่นแหละ)

ฮาเวิร์ดและโทนี่พูดจาถูกคอกัน และพูดจากันเหมือนเพื่อนสนิท ชดเชยปมในใจที่โทนี่ไม่ค่อยเข้าใจพ่อมาโดยตลอดให้เข้าใจดีขึ้น และภารกิจชิงแทซเซอแรคก็ลุล่วงด้วยดี

เอ็ดวิน จาร์วิส และ ฮาเวิร์ด สตาร์ค (Avengers 4: Endgame)

 

 

ดาวแอสการ์ด ปี 2013

กลุ่มที่สองออกจากมิติควอนตัมมาโผล่แอสการ์ด ธอร์เริ่มมีอาการจิตตกและทำภารกิจไม่ได้ แถมยังเห็นราชินีฟลิกก้าท่านแม่ก่อนตาย ร็อกเก็ตจึงอาสาไปดูดอีเธอร์จากตัวเจนเอง

ระหว่างที่ร็อคเก็ตไปหาตัวเจน ฟลิกก้าก็รับรู้ว่าธอร์แอบมองอยู่ จึงแอบมาโผล่หลังธอร์ ฟลิกก้านั้นจัดว่าเป็นจอมเวทย์ขั้นสูง แถมถูกเลี้ยงมาโดยแม่มด จึงดูออกว่าธอร์ลูกชายคนนี้ไม่ใช่ธอร์ในยุคนี้ แต่เป็นธอร์ในอนาคต ธอร์จึงเล่าเหตุการณ์อินฟินิตี้สโตนให้ฟลิกก้าฟังทั้งหมด

ราชินีฟลิกก้า ผู้เก่งกาจเวทย์และการต่อสู้ (Avengers 4: Endgame)

 

เมื่อร็อคเก็ตได้อีเธอร์กลับมา ธอร์ก็เล่าเรื่องจบพอดี ราชินีฟลิกก้าไม่อยากรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ธอร์ได้กำลังใจขึ้นเยอะจากการคุยกับท่านแม่อีกครั้ง ซึ่งก่อนจะกลับไปในปี 2023 ธอร์จึงลองเรียกโยเนียร์ ธอร์อยากรู้ว่าตนยังคู่ควรกับโยเนียร์หรือไม่ และมันก็พุ่งมาใส่มือธอร์ และธอร์ก็นำโยเนียร์กลับอนาคตไปด้วย

 

ดาวโมแร็ก ปี 2014

 

กลุ่มที่สาม เมื่อออกจากมิติควอนตัมมาโผล่ที่นี่ โรดี้กับเนบิวล่าจะอยู่ชิงออร์ปตัดหน้าสตาร์ลอร์ด ส่วนแนทกับคลินท์จะขึ้นยานเดินทางต่อไปที่ดาววอร์เมียเพื่อเอาโซลสโตน โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่า ที่ดาววอร์เมียร์นั้นต้องแลกกับสิ่งใด..

ที่ยานแซงทัวรี่ทู ในเวลาเดียวกัน ธานอสสั่งให้กาโมร่าและเนบิวล่ากลับมาที่ยานแซงทัวรี่ทู เพื่อจะส่งทั้งสองวาร์ปไปหาโรแนนที่ยานดาร์คเอสเตอร์ แต่สมองกลและระบบบันทึกเหตุการณ์ของเนบิวล่ารวน เพราะดันไปจูนคลื่นตรงกับสมองเนบิวล่าในอนาคต ทำให้ธานอสเห็นเหตุการณ์สดๆ ที่โรดี้กับเนบิวล่าในอนาคตกำลังพูดคุยวางแผนจะชิงออร์ปบนดาวโมแร็ก

เนบิวล่าในอดีต ตัวแปรสำคัญในเรื่องราว (Avengers 4: Endgame)

 

ธานอสพาเนบิวล่าไปให้อีบอนี่มาวสแกนหาความผิดปกติในสมอง จึงรับรู้ข้อมูลจากเนบิวล่าในอนาคตทั้งหมดผ่านทางโฮโลแกรมที่เนบิวล่าในอนาคตบันทึกผ่านสายตา ว่าธานอสทำการฆ่าชีวิตครึ่งจักรวาลสำเร็จ ธานอสทำลายมณีทั้ง 6 ทิ้ง ธานอสโดนธอร์ตัดหัว กลุ่มอเวนเจอร์ของโลกจะย้อนอดีตมารวบรวมอินฟินิตี้สโตน ซึ่งทุกอย่างที่เนบิวล่าฉายออกมาทำให้กาโมร่าตกใจอย่างมาก แต่ธานอสกลับมีวิธีจัดการชาวโลกพวกนี้อย่างสาสมแล้ว

ที่ดาวโมแร็ก โรดี้ทุบหัวสตาร์ลอร์ดจนสลบ และเนบิวล่าก็เข้าวิหารมณีพลังได้ออร์ปมาครอบครอง แต่ตอนกลับอนาคตนั้นโรดี้ไปคนเดียวพร้อมกับออร์ป เนบิวล่าไปไม่ได้ เพราะสมองเนบิวล่าในปี 2023 กำลังเชื่อมกับสมองตนเองในปี 2014 อยู่ ทำให้เนบิวล่าในอนาคตวูบไป และเมื่อได้สติ ก็โดนกาโมร่าและเนบิวล่าในอดดีตจับตัวไป

ที่ดาววอร์เมียร์ ส่วนทางด้านคลิ้นท์และแนท ก็ไปรับชะตากรรมต้องแลกหนึ่งชีวิตที่รัก ทั้งสองคนรักกันฉันท์สหายร่วมรบมานานเกือบยี่สิบปี แต่แน่นอนว่า ต้องมีคนหนึ่งตายที่นี่

คลิ้นท์และแนท สหายร่วมรบที่บูดาเบสท์ (Avengers 4: Endgame)

 

ทั้งสองแย่งกันกระโดดลงหน้าผาตามที่โหลกแดงแนะนำวิธีได้มณีวิญญาณ แต่สุดท้ายก็เป็นแนทที่แย่งตายก่อนคลิ้นท์ ทำให้คลิ้นท์ได้โซลสโตนกลับอนาคตด้วยใจโศกเศร้าที่สุด

ที่ยานแซงทัวรี่ทู เนบิวล่าในอนาคตกำลังโดนกาโมร่าและเนบิวล่าในอดีตสอบสวน ตอนนี้กาโมร่าเริ่มจะอยากช่วยเนบิวล่าในอนาคตแล้ว เพราะตัวเธอก็ต้องการทำความดีและเป็นอิสระจากธานอสนานแล้ว

เนบิวล่าอดีตแงะเอาอนุภาคพิมออกมาจากเนบิวล่าในอนาคต และตกแต่งตัวเองให้เหมือนเนบิวล่าในอนาคต ก่อนจะนำอนุภาคพิมไปให้ธานอส ธานอสจึงทำการก็อปปี้อนุภาคพิม คืนอนุภาคพิมให้เนบิวล่าอดีตและส่งเนียนกลับไปในอนาคตสวมรอยเนบิวล่าอนาคตที่ฐานอเวนเจอร์ ส่วนอนุภาคพิมที่ก็อปปี้มา ธานอสนำมันมาใส่ในยานแซงทัวรี่ทู เพื่อรอให้เนบิวล่าตั้งพิกัดสถานที่และเวลาจากในอนาคตที่ฐานอเวนเจอร์ซะก่อน

 

ปี 2023 เส้นเวลาหลัก

 

ที่ฐานอเวนเจอร์ เมื่อทีมอเวนเจอร์ได้มณีครบ 6 ชิ้น และนำมาใส่ถุงมือนาโนที่โทนี่สร้าง ดร.ฮัลค์ก็อาสาเป็นคนใส่และดีดนิ้วเอง ในขณะที่ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น หลังจากดร.ฮัลค์ดีดนิ้ว เนบิวล่าในอดีตที่มาเวลาปัจจุบัน ก็กำลังแฮคเครื่องเปิดประตูควอนตัม เพื่อตั้งพิกัดให้ยานแซงทัวรี่ทูทั้งลำในปี 2014 ให้ย่อส่วนเล็กกว่าอะตอม เข้ามิติควอนตัม และมายังอนาคตในปี 2023

ยานแซงทัวรี่ทูขนาดมหึมาของธานอส (Avengers 4: Endgame)

 

หลังจากดร.ฮัลค์ดีดนิ้วเพื่อคืนสรรพชีวิตที่หายไปครึ่งจักรวาล ดร.ฮัลค์ก็ได้รับความบาดเจ็บทั้งซีกตัวข้างที่ใส่ถุงมือเฉกเช่นที่ธานอสเป็น ถุงมือกระเด็นออกจากมือดร.ฮัลค์ทันที พร้อมกับที่ดร.ฮัลค์หมดสติไป

ในเวลาเดียวกับที่ยานแซงทัวรี่ทูของธานอสที่ย่อส่วนเล็กกว่าอะตอมผ่านมิติควอนตัมและมาขยายที่ประตูควอนตัมของโทนี่ พุ่งออกจากฐานอเวนเจอร์ ก่อนจะไปลอยลำอยู่บริเวณน่านฟ้าเหนือฐานอเวนเจอร์ ธานอสสั่งยิงถล่มฐานอเวนเจอร์ทันที ทุกคนในตึกไม่มีใครตาย เพราะเตรียมตัวรับแรงปะทะจากการดีดนิ้วของฮัลค์อยู่แล้ว

 

-ธานอสวาร์ปลงมาจากยานแซงทัวรี่ทู นั่งรอเนบิวล่าในอดีตไปชิงถุงมืออินฟินิตี้มาให้

-ดร.ฮัลค์/วอร์แมชชีน/ร็อคเก็ต กำลังจะโดนน้ำท่วมเพราะติดอยู่ซากตึก

-แอนท์-แมนกำลังไปช่วยดร.ฮัลค์/วอร์แมชชีน/ร็อคเก็ต

-คลิ้นท์พบกับถุงมืออินฟินิตี้ที่มีมณี 6 เม็ดครบ และกำลังวิ่งหนีลูกน้องธานอสออกมาจากตึก

คลิ้นท์พยายามปกป้องถุงมือสุดชีวิต (Avengers 4: Endgame)

 

-ธอร์/ แคป/ โทนี่ ออกมานอกตึก และพบธานอสนั่งรออยู่นิ่งๆ ธานอสบอกทั้งสามว่า ตอนแรกแค่จะคิดลดประชากรทั่วจักรวาลแบบสุ่มครึ่งเดียว และให้พวกที่รอดซาบซึ้งกับสิ่งนี้ อยู่ใช้ชีวิตต่อไป แต่พวกที่รอดอย่างทีมอเวนเจอร์กลับพยายามนำทุกชีวิตที่ตายกลับมา ซึ่งจากความดื้อด้านของทีมอเวนเจอร์ ธานอสจึงคิดลบทุกชีวิตออกจากจักรวาลทั้งหมด แล้วค่อยฟื้นจักรวาลฟื้นชีวิตใหม่ แล้วให้พวกที่คืนชีวิตไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะดีกว่า

ธานอสในปี 2014 รอซัดกับอเวนเจอร์ในปี 2023 อย่างใจเย็น (Avengers 4: Endgame)

 

ธอร์/ แคป/ โทนี่ ได้ฟังดังนั้นจึงจู่โจมธานอสในอดีตปี 2014 ที่มีความคิดสุดโต่ง โดยตอนนี้ธอร์มีอาวุธถึงสองชิ้น นั่นก็คือโยเนียร์และสตอร์มเบรคเกอร์ ธอร์กำลังจะโดนธานอสใช้สตรอร์มเบรคเกอร์กดลงหน้าอก แต่โยเนียร์ก็ลอยมาปะทะธานอสกระเด็น ซึ่งผู้เรียกโยเนียร์คือ แคป นั่นเอง

“ข้าว่าแล้ว..” ธอร์กล่าวกับแคป (Avengers 4: Endgame)

 

อีกด้านนึง ในซากปรักหักพังของฐานอเวนเจอร์ เนบิวล่าในอดีตมารับถุงมืออินฟินิตี้จากคลิ้นท์ไปง่ายๆ เพราะคลิ้นท์คิดว่านั่นคือเนบิวล่าในอนาคตที่ตนรู้จัก แต่เนบิวล่าในอนาคตและกาโมร่าในอดีตก็มายับยั้ง

เนบิวล่าอดีตทำท่าดื้อดึง ยังคงภักดีธานอสไม่ลืมหูลืมตา เนบิวล่าอนาคตจึงยิงเนบิวล่าอดีตทิ้งซะเลย คลิ้นท์จึงกลับมาครอบครองถุงมืออินฟินิตี้อีกครั้ง

ทางด้านโทนี่และธอร์ก็โดนซัดซะหมดแรง มีเพียงแคปกับโยเนียร์และโล่ที่ยังยืนหยัดตัวต่อตัวกับธานอส ซัดกันจนโล่ไวเบรเนียมพัง โยเนียร์กระเด็น แคปอ่อนล้ามาก จังหวะนี้ธานอสจึงเรียกลูกสมุนเต็มอัตราศึกออกมาจากยานแซงทัวรี่ทู เอเลี่ยนนับพันชีวิตจึงยืนประจันหน้าแคป

ธานอสกับดาบ Double-Edged ที่ทุบโล่แคปแตก (Avengers 4: Endgame)

 

แต่แล้วแคปก็ได้ยินเสียงฟัลคอนเพื่อนรักสื่อสารมาทางหูฟัง พร้อมกับวงแหวนเวทย์ประตูมิติเปิดขึ้นมากมาย นั่นก็เพราะเหล่าฮีโร่ที่สลายไปเพราะธานอสดีดนิ้วกลับคืนชีพกันทุกคน โดยเหล่าจอมเวทย์แห่งคามา-ทาจช่วยกันพาเหล่าฮีโร่มาที่นี่ตามคำสั่งดร.สเตร้นจ์ที่คืนชีพเช่นกัน

จังหวะเดียวกับที่แอนท์-แมนขยายเป็นไจแอนท์-แมนและพาดร.ฮัลค์/โรดี้/ร็อคเก็ต ออกมาจากซากตึก นักรบชาววากาด้ามากับแบล็คแพนเธอร์ จอมเวทย์จากคามา-ทาจมากับหว่อง แอสกาเดี้ยนมากับวัลคีรี่ ทีมการ์เดี้ยนมาพร้อมสไปดี้และดร.สเตร้นจ์ โฮปในชุดวอสป์ ฟัลคอน บัคกี้ วานด้า ไอออนเรสคิว (เพพเพอร์) กลุ่มสลัดอวกาศราเวเจอร์ คอร์กกับมีค และอีกมากมาย ฯลฯ เมื่อเพื่อนๆพร้อมสู้ แคปในฐานะผู้นำก็พูดว่า..

“Avengers Assemble” คำที่แฟนๆรอแคปพูดมานาน (Avengers 4: Endgame)

 

สองฝ่ายตะลุมบอนกันอย่างหนักหน่วง โดยมีคลิ้นท์วิ่งถือถุงมืออินฟินิตี้หนีการถูกพวกลูกน้องธานอสแย่งชิง คลิ้นท์สื่อสารถามแคปว่า จะทำยังไงกับถุงมือนี้ แคปจึงบอกคลิ้นท์ว่าต้องเอาทุกเม็ดไปคืนช่วงเวลาที่นำมา และตอนนี้เหลือเพียงรถตู้ของหลุยส์เท่านั้น ที่มีประตูควอนตัม โฮปกับสก็อต จึงอาสาไปเปิดเครื่องรอ แบล็คแพนเธอร์รับถุงมือต่อจากคลิ้น สไปดี้รับถุงมือจากแบล็คแพนเธอร์ และหนีลูกน้องธานอสอุตลุต

สไปดี้กับถุงมืออินฟินิตี้สีแดง (Avengers 4: Endgame)

 

จังหวะนี้วานด้าเล่นงานธานอสอย่างหนัก จนธานอสเกือบแพ้ ธานอสจึงสั่งยานแซงทัวรี่ทูยิงปืนใหญ่ปูพรม วานด้าก็โดนแรงกระแทกกระเด็นไป ทำให้ธานอสรอดตายไปได้ แต่เหล่าฮีโร่ก็โดนระดมยิงโจมตีอย่างหนัก หลบกระสุนปืนใหญ่กันให้วุ่น

แต่แล้ว กระบอกปืนบนยานแซงทัวรี่ทูก็หันขึ้นฟ้าเล็งบางอย่างที่บินเข้ามาชั้นบรรยากาศโลก นั่นคือ กัปตันมาร์เวล ที่เหาะมาจากไหนไม่รู้ทันทีที่รู้ว่าโลกมีภัย

กัปตันมาร์เวลมาช่วยเพื่อนๆทันพอดี (Avengers 4: Endgame)

 

กัปตันมาร์เวลพุ่งตรงเข้าไปซัดยานแซงทัวรี่ทูทันที ยานขนาดมหึมาพังพินาศภายในพริบตาด้วยฝีมือกัปตันมาร์เวล ฮีโร่จึงรอดตายจากปืนใหญ่ที่ระดมยิง

กัปตันมาร์เวลเหาะลงมารับถุงมือต่อจากสไปดี้ พร้อมกับเหล่าฮีโร่พลังหญิงมาช่วยกัปตันมาร์เวลแหวกฝูงเอเลี่ยนลูกน้องธานอส เพื่อฝ่าเข้าไปให้ถึงรถตู้ที่มีประตูควอนตัม

โอโคเย่,วัลคีรี่,กาโมร่า,เพพเพอร์,โฮป,แมนทิส,ชูรี,เนบิวล่า  (Avengers 4: Endgame)

 

แต่ธานอสก็ปาดาบดับเบิ้ลเอจพังรถตู้ กัปตันมาร์เวลกระเด็นไปทาง ถุงมือกระเด็นไปทาง โทนี่ ธอร์ แคป พยายามมาขวางหน้าธานอสในการใส่ถุงมือ แต่ทุกคนก็โดนซัดกระเด็นหมด

จนกระทั่งธานอสใส่ถุงมือได้ แต่กัปตันมาร์เวลพุ่งมาล็อคนิ้วธานอสไม่ให้กำมือดีดนิ้ว ธานอสจึงถอดมณีพลังออกมากำไว้ในหมัดอีกข้าง ต่อยกัปตันมาร์เวลกระเด็นไป

ไอออนเรสคิ๊ว (เพพเพอร์) และ ไอออนแมน (โทนี่) (Avengers 4: Endgame)

 

ขณะธานอสกำลังใส่มณีพลังคืนในถุงมือให้ครบ 6 ชิ้น ดร.สเตร้นจ์ก็มองโทนี่ และชูนิ้ว 1 นิ้วเป็นสัญญาณว่า นี่คือ 1 ใน 14 ล้านวิธีที่จะชนะ โทนี่ทำหน้าปลงชีวิต และรู้ทันทีว่าต้องทำยังไง ว่าแล้วโทนี่ก็เข้าไปคว้าถุงมือนาโนที่ธานอสใส่ ยื้อกันประมาณ 5 วินาที โทนี่ก็ถูกธานอสเหวี่ยงกระเด็นออกมา

ธานอสยิ้มอย่างสะใจก่อนพูดว่า “ข้าคือ.. ชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ว่าแล้วธานอสก็ดีดนิ้ว แต่ไม่เกิดผลอะไร เพราะในระหว่างที่โทนี่ยื้อถุงมือ โทนี่ใช้ชุดนาโนของตนถอดมณี 6 ชิ้นมาใส่ในถุงมือของชุดตนเองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โทนี่ในถุงมือที่มีอินฟินิตี้สโน 6 ชิ้นจะพูดว่า “ข้าคือ.. ไอออนแมน” ว่าแล้วโทนี่ก็ดีดนิ้ว เพื่อให้กองทัพธานอสสลายเป็นผงเกลี้ยงทั้งหมด รวมถึงตัวธานอสด้วย

“I Am Iron Man” (Avengers 4: Endgame)

 

แต่เหตุการณ์นี้ โทนี่ซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดารับแรงกระเพื่อมของการใช้มณี 6 ชิ้นไม่ไหว จึงค่อยๆขาดใจตายลงไป โดยมีเพพเพอร์และเพื่อนๆอเวนเจอร์ อยู่กับวาระสุดท้ายของโทนี่

หลายวันผ่านไป.. หลังจากเพื่อนๆไปร่วมงานศพของโทนี่แล้ว ธอร์ก็ยกนิวแอสการ์ดให้กับวัลคีรี่ดูแล ส่วนธอร์ขอออกไปท่องอวกาศกับทีมการ์เดี้ยน ด้านทางแคปนั้น อาสารับหน้าที่นำอินฟินิตี้สโตนทั้ง 6 ชิ้นกลับไปคืนยังห้วงเวลาและสถานที่ที่พวกอเวนเจอร์ไปเอามา และแคปเอาโยเนียร์ไปด้วย โดยมีดร.ฮัลค์ แซม และ บัคกี้ มาส่งแคป เวลาในช่วงปกติคือแคปจะหายไปเพียง 5 วินาที ซึ่งแคปมีเวลาไม่จำกัดในการเอามณีไปคืน

แต่สัญญาณแคปหายไปเกิน 5 วินาที เมื่อสัญญาณกลับมา แต่แคปกลับมาด้วยวัยชราซะงั้น เพราะย้อนเวลาไปใช้ชีวิตคู่กับเพกกี้จนแก่ แถมยังไม่มาโผล่ที่ประตูควอนตัม กลับไปนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมทะเลสาปใกล้ๆแทน แคปในวัยชรายื่นโล่ให้แซม เพื่อให้แซมสืบทอดตำแหน่งกัปตันอเมริกาต่อจากตน..

แคปในวัยชรา (Avengers 4: Endgame)

 

ปี 2024 ผ่านไป 8 เดือนหลังจากศึกครั้งสุดท้ายกับธานอสที่โทนี่สละชีพ นิค ฟิวรี่ ที่ได้รับสิ่งที่ โทนี่ สตาร์ค ทิ้งไว้ให้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ นั่นคือแว่นตาที่โทนี่ใส่ประจำ แต่ขณะที่ฟิวรี่กำลังจะมอบแว่นตาอันนี้ให้ปีเตอร์ ก็เกิดเรื่องที่แม็กซิโกซะก่อน

ที่เมืองอิกเตนโก ประเทศแม็กซิโก เกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนประหลาดถล่มหมู่บ้านที่นี่ นิค ฟิวรี่ และ มาเรีย ฮิลล์ จึงรีบรุดมา ซึ่งที่ฟิวรี่และฮิลล์มาตรวจสอบด้วยตนเองก็เพราะว่า ชาวบ้านที่นี่บอกว่าพายุมีรูปร่างและใบหน้าเหมือนคน

ฟิวรี่และฮิลล์ แห่งหน่วยชิลด์ (Spider-Man: Far From Home)

 

ทันใดนั้น เควนติน เบลค ที่แต่งตัวเป็นยอดมนุษย์ ก็โผล่มาขวางหน้าฟิวรี่และฮิลล์ และเล่นงานพายุไซโคลนธาตุลมที่มีชีวิตนั้นลงไป ซื้อใจฟิวรี่และฮิลล์ได้พอสมควร และสามวันต่อมา เควนตินก็ไปปราบตัวประหลาดที่เป็นก้อนดินยักษ์ธาตุดินอีกตัวต่อหน้าต่อตาฟิวรี่ และแจ้งว่า ตัวประหลาดธาตุน้ำกำลังจะบุกเมืองเวนิช ประเทศอิตาลี 

เควนติน เบลค ชายลึกลับผู้มาพร้อมกับพลังแปลกประหลาด (Spider-Man: Far From Home)

 

ฟิวรี่พยายามติดต่อ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์แมน ทางโทรศัพท์ เพื่อให้มาช่วย และมอบแว่นตาให้ด้วย แต่ปีเตอร์ก็ตัดสายฟิวรี่ทิ้ง และเตรียมตัวจะไปทัศนศึกษาที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี ปีเตอร์คิดจะใช้โอกาสนี้จีบเอ็มเจ ป้าเมย์ห่วงว่าปีเตอร์อาจจะมีความจำเป็น จึงใส่ชุดสไปเดอร์แมนไว้ในกระเป๋าเดินทางให้ปีเตอร์ไปด้วย

วันที่ 1 ที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี และตัวประหลาดธาตุน้ำ ก็โผล่มาโจมตีเมืองตามที่เบลคเตือนฟิวรี่ไว้จริงๆ เบลคออกมาสู้กับตัวประหลาดน้ำ โดยมีปีเตอร์คอยช่วย และปราบลงไปสำเร็จ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างเรียกเบลคว่า มิสเตอริโอ

มิสเตอริโอสู้กับธาตุน้ำ (Spider-Man: Far From Home)

 

ในคืนนั้น ฟิวรี่จึงไปพาตัวปีเตอร์ หรือสไปเดอร์แมน มาพบกับ เควนติน เบลค และฟิวรี่ก็มอบแว่นตาของโทนี่ให้ปีเตอร์ตามคำสั่งเสียของโทนี่สำเร็จ

เบลคบอกปีเตอร์ว่า ตัวเขามาจากโลกคู่ขนาน 833 โลกที่ปีเตอร์อยู่คือโลก 616 ซึ่งโลกของเบลคนั้นโดนธาตุทั้งสี่ทำลายไปแล้ว ซึ่งธาตุที่ร้ายที่สุดคือธาตุไฟ และมันจะบุกกรุงปรากสาธารณรัฐเชคในอีก 48 ชั่วโมง เหตุนี้เบลคและฟิวรี่จึงต้องการให้ปีเตอร์ช่วย

สไปดี้จับมือกับมิสเตอริโอ (Spider-Man: Far From Home)

 

แต่ปีเตอร์นั้นกลัวผู้คนจับทางได้ว่า เขาคือสไปเดอร์แมน จึงปฎิเสธฟิวรี่ไป ฟิวรี่ไม่ยอมถูกปฎิเสธ จึงเปลี่ยนแผนทัศนศึกษาของปีเตอร์ไปที่ปรากซะเลย และมอบชุดอำพรางสีดำให้ปีเตอร์แทน เพื่อจะได้ไม่ต้องใส่ชุดสไปเดอร์แมน

ระหว่างการเดินทางไปปราก ปีเตอร์ก็รู้แล้วว่า แว่นตาที่โทนี่ทิ้งไว้ไม่ธรรมดา เพราะแว่นตานี้สามารถควบคุมเอไอที่ชื่อ อีดิธ ระบบป้องกันภัยและควบคุมระบบดาวเทียมจู่โจมของ โทนี่ สตาร์ค ไว้อย่างเสร็จสรรพ และผู้สั่งการคือปีเตอร์เท่านั้น แต่ปีเตอร์ก็ยังไม่มีเหตุจำเป็นใดๆต้องใช้งานอีดิธ

วันที่ 2 กรุงปราก สาธ่ารณรัฐเชค ธาตุไฟโจมตีเมืองปรากอย่างที่เบลคเตือนไว้จริงๆอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เบลคใช้พลังตนเองทั้งหมดหยุดยั้งธาตุไฟต่อหน้าปีเตอร์

ธาตุไฟ  (Spider-Man: Far From Home)

 

ทำให้เบลคซื้อใจปีเตอร์ไปได้อีกคน แต่ชิ้นส่วนโดรนประหลาดชิ้นนึงกระเด็นออกมาจากการต่อสู้นี้ และผู้ที่เก็บไว้คือ  เอ็มเจ 

ฟิวรี่จะจัดตั้งศูนย์กลางกองกำลังป้องกันภัยกับยูโรโปลที่เมืองเบอร์ลินเยอรมัน โดยชวนปีเตอร์และเบลคไปร่วมด้วย เบลคตอบรับ แต่ปีเตอร์นั้นขอใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาต่อไป เบลคจึงชวนปีเตอร์ไปนั่งดื่มฉลองในบาร์

ที่บาร์ซึ่งเบลคเลือก  (Spider-Man: Far From Home)

 

และปีเตอร์ก็ตัดสินใจมอบแว่นตาโทนี่ให้เบลค เพราะคิดว่าเบลคคงจะใช้มันช่วยโลกได้ดีกว่าตนเอง ปีเตอร์สั่งอีดิธให้เพิ่มเบลคเป็นผู้สั่งการณ์อีดิธได้อีกคน และปีเตอร์ก็กลับโรงแรมไปหาเอ็มเจ เพื่อชวนเดทอย่างที่ตั้งใจ 

เอ็มเจนั้นโยนหินถามทางว่าตนรู้ความจริงเรื่องที่ปีเตอร์เป็นสไปเดอร์แมน และปีเตอร์ก็สารภาพว่าจริง ในช่วงเวลานี้เองที่เอ็มเจบังเอิญไปกระตุ้นเครื่องโดรน และโดรนก็ฉายภาพโฮโลแกรมมิสเตอริโอสู้กับธาตุทั้งสี่ ปีเตอร์จึงรู้ความจริงตอนนี้เองว่า เควนติน เบลค ไม่ใช่ยอดมนุษย์ แต่ใช้โฮโลแกรมสร้างภาพลวงตาหลอกทุกคน

เอ็มเจกับปีเตอร์เดทกันครั้งแรก (Spider-Man: Far From Home)

ซึ่งความจริงแล้ว เควนติน เบลค คืออดีตลูกน้องโทนี่ในสตาร์คอินดัสทรีย์ และเบลคคือผู้คิดค้นโฮโลแกรมบำบัดจิตโทนี่ในภาพอดีตของพ่อแม่โทนี่ก่อนตายในช่วงเริ่มต้นซิวิลวอร์นั่นเอง เบลคกับลูกน้องเก่าโทนี่ที่คับแค้นใจ จึงร่วมกันสร้างภาพลวงตาทุกอย่างนี้ขึ้น จุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการหลอกล่อปีเตอร์มอบอีดิธให้เบลค และใช้มันสร้างให้เบลคหรือมิสเตอริโอเป็นซุปเปอร์ฮีโร่

วันที่ 3 เบอลิน เยอรมัน ปีเตอร์พยายามจะไปเตือนฟิวรี่ แต่เบลคและพรรคพวกลูกน้องเก่าโทนี่ใช้อีดิธควบคุมโดรนสร้างโฮโลแกรมภาพลวงตาควบคู่กับอาวุธหนักโจมตีปีเตอร์เจียนตาย ปีเตอร์รอดชีวิตมาได้ โดยหมดสติบนรถไฟ ที่มุ่งหน้าไปเนเธอร์แลนด์

ภาพลวงตาโฮโลแกรมที่ปั่นหัวปีเตอร์ (Spider-Man: Far From Home)

 

ที่เนเธอร์แลนด์ ปีเตอร์ติดต่อแฮปปี้ให้มาช่วย แฮปปี้นำเครื่องบินมารับ ฃเตือนสติปีเตอร์ และปีเตอร์ก็ฉายแววนักประดิษฐ์สร้างชุดสไปเดอร์แมนด้วยตนเอง ทำให้แฮปปี้ภูมิใจในตัวปีเตอร์มาก

วันที่ 4 ที่ลอนดอน อังกฤษ ปีเตอร์ในชุดสไปเดอร์แมนที่ตนออกแบบเอง เข้าไปลุยกับมิสเตอริโอจอมลวงโลก ที่กำลังฉายภาพโฮโลแกรมอสูรกายบวกกับโดรนที่ยิงอาวุธกำลังทำลายบ้านเมืองให้ตรงตามความเคลื่อนไหวอสูรกายลวงตาตามแผน  แต่ปีเตอร์ก็สามารถหยุดกระบวนการสร้างโฮโลแกรมได้ ทำให้ชาวบ้านและสื่อทั่วโลกเห็นโดรนแทนอสูรกาย

อสูรกายที่รวมทั้งสี่ธาตุ (Spider-Man: Far From Home)

 

ปีเตอร์บุกจนถึงตัวเบลค และหลับตาเพื่อไม่หลงกลภาพลวงตาของเบลคอีก ก่อนจะใช้สไปเดอร์เซนส์เข้าโจมตีเบลคทั้งๆที่หลับตา จนกระทั่งปีเตอร์เข้าควบคุมแว่นตาได้คืน และสั่งโดรนให้หยุดการทำงาน ก่อนที่เบลคจะตายลงไป

แต่ นั่นไม่ใช่จุดจบ  เพราะหนึ่งในทีมงานเบลคได้บันทึกภาพและเสียงของปีเตอร์ตอนกำจัดเบลคไว้ได้

หลายวันต่อมา ที่นิวยอร์ค ขณะที่ปีเตอร์พาเอ็มเจโหนใยเล่นทั่วเมืองเสร็จ สำนักข่าวเดลี่บูเกิ้ล รายงานข่าวโดย โจนาห์ เจมสัน ก็รายงานข่าวไปทั่วอเมริกาว่า สไปเดอร์แมน คือผู้สังหารมิสเตอริโอซุปเปอร์ฮีโร่ที่ช่่วยโลกไว้หลายครั้ง โดยมีทั้งภาพและเสียง (ที่ถูกตัดต่อ) เป็นหลักฐาน และตัวจริงของสไปเดอร์แมนก็คือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์

เอ็มเจและปีเตอร์ (Spider-Man: Far From Home)

 

อีกมุมหนึ่งของนิวยอร์ค นิค ฟิวรี่ และ มาเรีย ฮิลล์ ที่เผยตัวตนที่แท้จริงว่า เป็นสครัลล์ที่ชื่อโทลอสกับภรรยาปลอมตัว เพื่อทำภารกิจมอบแว่นตาให้ปีเตอร์ตามคำสั่งฟิวรี่ตัวจริง ส่วนตัวจริงของฟิวรี่นั้น บัญชาการสถานีอวกาศอยู่กับกองกำลังของสครัลล์

 

จบบทที่ 7

และจบเฟส 3

สวัสดีครับ

 

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: