Marvel Cinematic Universe บทที่ 8 (เวทมนตร์ และ พหุภพ)

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

เดือนตุลาคม ปี 2024 ที่นิวยอร์ค หลังจากโดนเปิดโปงตัวตนว่าเป็นสไปเดอร์-แมน และถูกกล่าวหาว่าฆ่ามิสเตอริโออย่างน่าสงสัย ประชาชนบางส่วนยังคงคิดว่ามิสเตอริโอเป็นคนดี ปีเตอร์และป้าเมย์รวมถึงเพื่อนๆ จึงโดนกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่เคลียลี่แห่งหน่วยแดมเมจคอนโทรล แต่ก็มีทนายความตาบอดจากย่านเฮลคิทเช่นนามว่า แมตต์ เมอด็อก มาใช้ช่องทางกฎหมายช่วยปีเตอร์และทุกคนออกมาจากการถูกสอบสวน

ศาลเตี้ยแห่งเฮลคิตเช่น แดร์เดวิล หรือ แมตต์ เมอร์ด็อก (Spider-Man: No Way Home) 

 

ณ ซางทัมแซงทอรัม บ้านเลขที่ 177A , Bleecker St.  ปีเตอร์อยากหาทางออกแบบง่ายที่สุด จึงมาที่นี่เพื่อขอให้ดร.สเตร้นจ์ร่ายเวทย์ช่วยลบความทรงจำของคนบนโลกว่าเขาคือสไปเดอร์-แมน แต่เรื่องราวกลับลุกลามใหญ่โต เพราะปีเตอร์ไปจุ้นจ้านพูดมากตอนดร.สเตร้นจ์กำลังร่ายคาถา ส่งผลให้คาถารวน ทำให้เกิดรอยแยกของ พหุภพ

ปีเตอร์สร้างเรื่องปวดหัวให้ดร.สเตร้นจ์ (Spider-Man: No Way Home) 

 

แทนที่ทุกคนจะลืมว่าปีเตอร์คือ สไปเดอร์-แมน คาถามันกลับนำผู้คนที่รู้ว่าสไปเดอร์-แมนคือปีเตอร์จากเอกภพต่างๆเข้าสู่ในเอกภพนี้ เหล่าวายร้ายของสไปเดอร์-แมนที่รู้ตัวตนปีเตอร์จึงโผล่เข้ามายังเอกภพนี้อย่างมากมาย รวมถึงสไปเดอร์-แมนจากพหุภพอื่นๆอีกสองคนด้วย

สไปเดอร์-แมน 3 คน มาอยู่ในเอกภพเดียวกัน (Spider-Man: No Way Home) 

 

เหตุการณ์นี้ทำให้ป้าเมย์ตาย ที่สุดแล้ว ดร.สเตร้นจ์ก็ส่งพวกที่แหกพหุภพกลับไปเอกภพของพวกเขาคืนทั้งหมด ทั้งวายร้ายและสไปเดอร์-แมนอีกสองคน ดร.สเตร้นจ์ทำให้คนทั้งโลกลืมว่า ปีเตอร์คือสไปเดอร์-แมนสำเร็จ แม้แต่ดร.สเตร้นจ์ก็จำไม่ได้ ผู้คนเพื่อนฝูงที่รู้จักปีเตอร์ก่อนหน้านี้ก็จำไม่ได้ว่าเคยรู้จักปีเตอร์ด้วยซ้ำ ปีเตอร์จึงเป็นสไปเดอร์-แมนโดยไม่มีใครในโลกรู้ตัวตนจริงๆแม้แต่คนเดียว

 

หลายวันต่อมา.. บัดนี้ เหลือเวลาถอยหลังอีกเพียง 7 วัน เทียมัตก็จะอุบัติขึ้น เอแจ็คเรียกอิคาริสมาปรึกษาโดยด่วน เพราะเอแจ็คไม่อยากทำลายโลก เธอเริ่มรักมนุษย์ แต่อิคาริสเชื่อมั่นอย่างฝังหัวกับคำสั่งของเซเลสเทียล อิคาริสจึงนำเอแจ็คไปให้เดเวี่ยนกิน (เดเวี่ยนกลุ่มนี้ถูกแช่แข็งไว้หลายพันปี อีเธอนอลจึงคิดว่าเดเวี่ยนหมดโลกไปแล้ว แต่เมื่อเกิดภาวะโรคร้อน น้ำแข็งจึงละลาย พวกมันจึงคืนชีวิต) เอแจ็คตายลงไป ผลทำให้เดเวี่ยนเหล่านั้นกลายพันธุ์และวิวัฒนาการไปอีกขั้น เพราะพลังเอแจ็คคือฮีลลิ่งฟื้นฟูร่างกายได้

เอแจ็คถูกเดเวี่ยนสูบพลังชีวิต (Eternal)

 

วันที่ 1 ก่อนการอุบัติ ที่อังกฤษ เดเวี่ยนที่วิวัฒฯเข้ามาโจมตีเซอซี่และสไปรท์ต่อหน้าต่อตา เดน วิทแมน แฟนหนุ่มของเซอซี่ แต่อิคาริสแฟนเก่าเซอซี่มาช่วยทัน ทำให้เดนรู้ความจริงตอนนี้เองว่า เซอซี่มีพลังพิเศษและมีอายุมา 7,000 ปีแล้ว อีเทอนอลทั้งสามไปดูศพเอแจ็ค และลูกแก้วสื่อสารก็ลอยเข้ามาสู่เซอซี่

เซอซี่ และ เดน วิทแมน (Eternal)

 

วันที่ 2 ก่อนการอุบัติ ที่อินเดีย เซอซี่ สไปรท์ อิคาริส มาที่อินเดียเพื่อบอกข่าวกับคิงโกว่า เอแจ็คโดนเดเวี่ยนฆ่าตายไปแล้ว อีเทอนอลที่เหลือทั้ง 9 คนต้องกลับมารวมกลุ่มกันสู้กับเดเวี่ยนตามคำสั่งดั้งเดิม คิงโกจึงพา การุณ ช่างกล้องประจำตัวไปบันทึกเหตุการณ์ด้วย

คิงโก ดาราชื่อดังแห่งบอลลีวู้ด (Eternal)

 

วันที่ 3 ก่อนการอุบัติ ที่ออสเตรเลีย อีเธอนอลทั้งสี่มาพบกับอีเธอนอลอีกสองคนคือ กิลกาเมสและทีน่า ในวันนี้เอง ที่ลูกแก้วสื่อสารนำเซอซี่ไปพบกับ อริเชม เดอะจัดด์ ผู้นำเซเลสเทียล ทำให้อีเธอนอลที่เหลือรู้แล้วว่า พวกเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เทพเจ้า เป็นเพียงชีวะสังเคราะห์ และภารกิจแท้จริงคือคุ้มครองการอุบัติของเทียมัตไม่ให้อะไรมาขวางได้

กิลกาเมสกับทีน่า  (Eternal)

 

วันที่ 4 ก่อนการอุบัติ ที่หมู่บ้านอเมซอน อีเทอนอล 6 คนมาพบกับ ดรูอิก เซอซี่ต้องการชะลอการอุบัติของเทียมัต แต่อิคาริสยังนิ่งอยู่ ยังไม่เผยว่าเขาคิดตรงกันข้ามกับเซอซี่ ที่นี่เหล่าอีเธอนอลถูกเดเวี่ยนโจมตี ทำให้กิลกาเมสตายไปอีกคน และดรูอิก ไม่ตามทุกคนไป

อิคาริส แน่วแน่กับเป้าหมายทำให้อาแจ็คตาย  (Eternal)

 

วันที่ 5 ก่อนการอุบัติ ที่ชิคาโก้ เซอซี่พาอีเธอนอลที่เหลือมาพบกับฟาสโตส ที่ตอนนี้มีความสุขกับชีวิตครอบครัว เซอซี่ต้องการให้ฟาสโตสสร้างเทคโนโลยีที่จะรวบรวมพลังคอสมิคของอีเธอนอลทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียว และใช้พลังนี้หยุดการอุบัติ

ฟาสโตสจอมเทคโนโลยี (Eternal)

 

วันที่ 6 ก่อนการอุบัติ ที่อิรัก บนยานโดโม อีเธอนอลทุกคนตามมาสมทบกับ มัคคารี่ ที่มาอยู่บนยานลำนี้ตั้งแต่แยกย้ายกับพันกว่าปีก่อน ซึ่งฟาสโตสใช้เครื่องไม้เครื่องมือบนยานโดโมสร้างเครื่อง ยูนิ-มายด์ เพื่อรวมพลังคอสมิคของอีเธอนอล

มัคคารี กับ ดรูอิค คู่รักเงียบๆ (Eternal)

 

วันที่ 7 วันอุบัติของเทียมัต ที่มหาสมุทรอินเดีย อิคาริสเผยว่าเขาต้องการให้การอุบัติเกิดขึ้น จึงหันไปสู้พวกพ้องตนเอง โดยมีสไปรท์ไปเข้าข้างอิคาริสด้วย แม้อิคาริสจะมีพลังสูงที่สุดในกลุ่ม และไม่มีใครสู้ได้ แต่ที่สุดแล้วอิคาริสก็หันไปรวมพลังกับเซอซี่ และหยุดการอุบัติของเทียมัตได้สำเร็จ เซอซี่ใช้พลังยูนิ-มายด์เฮือกสุดท้ายเปลี่ยนร่างกายของสไปรท์ให้มีชีวิตปกติมีเลือดเนื้อ ทำให้สไปรท์กลายเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังคอสมิคอีกต่อไป แต่สมหวังที่จะได้เติบโตเป็นสาวกับเขาเสียที ส่วนทางด้านอิคาริสบินสู่ดวงอาทิตย์ฆ่าตัวตายลงไป

เซอซี่ให้ชีวิตกับสไปรท์ (Eternal)

 

 

วันที่ 8 หลังจากเทียมัตไม่อุบัตแล้ว อีเธอนอล 3 ตนคือ ดรูอิก เทน่า และ มัคคารี่ ขึ้นยานโดโมบินออกสู่อวกาศ เพื่อหวังจะตามหาอีเธอนอลตนอื่นๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ แต่แล้วพวกเค้าก็ขาดการติดต่อกับเพื่อนๆอีเธอนอลบนโลกโดยไม่ทราบสาเหตุ ทันใดนั้น อีรอส น้องชายของธานอส ก็วาร์ปขึ้นยาน และแจ้งว่า เค้ารู้ว่าอีเธอนอลตนอื่นๆอยู่ที่ไหน และกำลังมีภัยร้ายแรงซะด้วย

อาริเชมผู้พิพากษา ผู้นำเซเลสเทียลมาถึงโลกด้วยตนเอง ทำการจับตัว เซอซี่ ฟาสโตส และ คิงโก้ เพื่อกลับไปดูสมอง ว่าเหตุใดจึงขัดขวางการอุบัติของเทียมัต และมนุษย์บนโลกมีค่าพอไม่ให้ล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่

อาริเชมโผล่มาด้วยร่างมหึมา (Eternal)

 

ที่อังกฤษ ด้านทาง เดน วิทแมน กำลังจะบอกความจริงเซอซี่เรื่องชาติตระกูลที่มีพลังลึกลับของตน หากแต่เซอซี่ถูกอาริเชมนำตัวออกนอกโลกไปก่อน หลังจากนั้นเดนก็กลับบ้าน และกำลังลังเลที่จะหยิบดาบดึกดำบรรพ์ประจำตระกูล ทันใดนั้นก็มีเสียงลึกลับดังขึ้นข้างๆหูเดน นั่นคือเสียงของ เบลด แวมไพร์ผู้ฆ่าแวมไพร์ด้วยกัน

22 ธันวาคม ปี 2024 คลินท์ บาร์ตัน หรือ ฮอว์คอาย ต้องเข้าไปพัวพันกับอดีตของตนเอง เมื่อมีคนนำชุดโรนินและดาบโรนินของเขาไปประมูลในตลาดมืด แถมด้วยนาฬิกาโรเล็กส์ของลอร่าภรรยาคลินท์ก็ถูกนำมาประมูลด้วย เรื่องมันยุ่งเพราะ เคท บิชอป ดันสวมชุดโรนินโดยบังเอิญขณะที่เข้าขัดขวางการซื้อขาย

กระบวนการส่งต่อฉายา ฮอว์คอาย จากคลิ้นท์สู่เคท (Hawkeye ss 1)

 

เรื่องนี้ทำให้เคทถูกไล่ล่าจากแก๊งค์ชุดวอร์มนำโดย มายา โลเปซ ที่โกรธแค้นโรนินเพราะโรนินฆ่าหัวหน้าแก๊งค์พ่อของมายาเมื่อในอดีต  ซึ่งมีคิงพินอยู่เบื้องหลังแก็งค์ชุดวอร์มอีกที ร้อนถึงคลิ้นท์ต้องมาช่วยเคท เพราะโรนินก็คือฮอว์คอายนั่นเอง เคทนั้นรู้สึกดีใจมากที่ฮีโร่ในดวงใจมาช่วยเธอ และทั้งสองก็กลายเป็นคู่หูนักธนู

23 ธันวาคม 2024 เยเลน่า เบโลว่า ถูกป้อนงานจากวาเลนติน่า ว่าจ้างจากบุคคลลึกลับ ให้มาฆ่า คลิ้นท์ บาร์ตัน สมใจที่เธอรอคอยแก้แค้นให้แนท แต่ระหว่างที่จะรอจัดการคลิ้นท์ เยเลน่าก็มาพบปะพูดคุยกับเคทเสียก่อน เยเลน่าอยากดูท่าทีเคท ว่าทำไมถึงไปสนิทสนมกับเป้าหมายของเธอ และเยเลน่ากับเคทก็มีเคมีแปลกๆต่อกัน

เยเลน่ากับเคท แบล็ควีโดคนใหม่และฮอว์คอายคนใหม่ (Hawkeye ss 1)

 

คลิ้นท์สอนเคทไปด้วยสู้ไปด้วยในระหว่างที่ทั้งสองต้องหนีการไล่ล่าจากแก๊งค์ชุดวอร์มนำโดยมายา คลิ้นท์ทึ่งเคทมาก ที่เด็กสาววัย 22 ปีคนนี้ แม่นธนูเฉกเช่นเดียวกับตนเอง เคทมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง

24 ธันวาคม 2024 ในวันคริสต์มาสอีฟ ที่สุดเคทก็รู้ความจริงว่าแม่ของเธอพัวพันกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แถมยังเป็นคนจ้างเยเลน่ามาฆ่าคลิ้นท์ และเอเลนอร์แม่ของเคทก็ถูกจับ ส่วนตัวเคทเองก็ปะทะกับคิงพิน เคทและคิงพินสู้กัน และคิงพินก็หนีไปได้ แต่คิงพินก็โดนมายาดักเล่นงาน เพราะรู้ว่าต้นเหตุการตายของพ่อแท้จริงคือคิงพิน

คิงพินสู้กับเคท (Hawkeye ss 1)

 

ทางด้านคลิ้นท์ ก็ต้องปะทะกับ เยเลน่า เบโลว่า แบล็ควีโดคนปัจจุบัน ทั้งสองสู้กัน คลิ้นท์ยั้งมือ แต่เยเลน่าเต็มที่ ในที่สุดเยเลน่าก็เข้าใจคลิ้นท์ ว่าคลิ้นท์ไม่ได้ต้องการให้แนทตาย แต่มันต้องเป็นไปตามนั้นเพื่อให้ได้มณีวิญญาณ และเยเลน่าก็ไม่ติดใจเอาเรื่องกับคลิ้นท์อีก

เยเลน่าไม่ติดใจคลิ้นท์อีกต่อไป (Hawkeye ss 1)

 

25 ธันวาคม 2024 เมื่อทุกอย่างจบลง คลิ้นท์พาเคทกลับไปฉลองคริสต์มาสเดย์ที่บาร์ตันฟาร์มร่วมกับครอบครัวของเขา โดยคลินท์นำนาฬิกาโรเล็กส์ของลอร่าภรรยาของเขามาคืนด้วย ซึ่งนาฬิกานี้สำคัญเพราะมันสลักคำว่า เอเจ้นท์ 19 ไว้ข้างหลัง ถ้าใครได้มันไปอาจจะรู้ว่าลอร่าก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่ชิลด์นั่นเอง (เอเจ้นท์ 19 คือ ม๊อคกิ้งเบิร์ด)

ปี 2025

ที่หอศิลป์แห่งชาติ อังกฤษ  บุคลิกที่ 2 ของมาร์คนั่นก็คือ สตีเว่น แกรนท์ ทำงานเป็นคนขายของชำร่วยในหอศิลป์ ทั้งๆที่สตีเว่นอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีมากกว่า และสตีเว่นก็เริ่มเข้าสู่โลกผู้ปกป้องนักเดินทางยามราตรีของมาร์ค เมื่อขณะที่สตีเว่นหลับ มาร์คก็สลับมาใช้ร่างเพราะคอนชูสั่งให้ไปทำภารกิจตามล่าสคารัปแห่งอัมมิตต่อ มาร์คจึงมุ่งหน้าไปออสเตรียทันที

ที่ออสเตรีย เทือกเขาเอลป์ มาร์คเข้าไปขัดขวางการส่งมอบสคารัปแห่งอัมมิต มาร์คแปลงร่างเป็นมูนไนท์ และฆ่าสาวกแห่งอัมมิตไป 2 คน แย่งชิงสคารัปมาได้ ขณะกำลังหลบหนีการตามล่าจากสาวก มูนไนท์ก็ตกจากอาคารทำให้หมดสติ สตีเว่นจึงกลับมาควบคุมร่าง มูนไนท์หายไป

มูนไนท์ ร่างนักรบของ มาร์ค สเปคเตอร์ (Moon Knight)

 

สตีเว่นตื่นขึ้นมางงๆ ได้ยินเสียงเทพคอนชู ก็คิดว่าตัวเองหลอน ทันใดนั้นสาวกแห่งอัมมิตก็ไล่ยิงสตีเว่น ทำให้สตีเว่นต้องวิ่งหนีแบบงงๆเข้าไปในตัวเมือง ที่นั่นสตีเว่นพบกับ อาเธอร์ แฮโรว์ หัวหน้ากลุ่มสาวกแห่งอัมมิต ซึ่งแฮโรว์มีความสามารถดึงพลังอัมมิตมาตัดสินความเป็นความตายของมนุษย์ได้

ขณะที่สตีเว่นพยายามมอบสคารัปแห่งอัมมิตคืนให้แฮโรว์ แต่จิตตัวจริงคือมาร์คไม่คืน มาร์คจึงพยายามแทรกออกมาควบคุมร่างแทนสตีเว่น และกลับไปเป็นมูนไนท์บ้าง กลับไปเป็นสตีเว่นบ้าง ในที่สุดมาร์คหรือสตีเว่นก็หนีมาได้พร้อมกับสคารัปแห่งอัมมิต มาร์คนำสคารัปแห่งอัมมิตไปซ่อนไว้ในเซฟลับ และตื่นขึ้นมาในร่างสตีเว่น

อาเธอร์ แฮโรว์ ผู้ปรารถนาเป็นอวตารเทพอัมมิต (Moon Knight)

 

ที่อังกฤษ สตีเว่นรู้ว่า มันไม่ใช่ความฝัน เขาไปผจญภัยในออสเตรียจริงๆ สตีเว่นพยายามแกะร่องรอยของตัวเองไปจนถึงเซฟลับ และพบว่าอีกตัวตนของเขาชื่อ มาร์ค สเปคเตอร์ พบว่าสคารัปแห่งอัมมิตก็ซ่อนอยู่ที่นี่ และพบเบอร์โทรของ เลย์ล่า ภรรยาตนเอง สตีเว่นจึงโทรหาเลย์ล่าแบบงงๆ เพราะไม่รู้ว่าเลย์ล่าเป็นใคร

เลย์ล่ามาหาสตีเว่น โวยวายเรื่องที่ทิ้งเธอไปโดยเอาแค่เอกสารหย่าให้เซ็น เลย์ล่าพบว่าชายคนนี้ไม่ใช่มาร์คที่เธอรู้จัก จนกระทั่งสตีเว่นและเลย์ล่าสรุปทุกอย่างได้ว่า สตีเว่นกับมาร์คคือคนเดียวกัน แต่แบ่งออกเป็น 2 บุคลิก

แฮโรว์ไม่หยุดยั้งตามล่าเอาสคารัปคืน แฮโรว์พยายามใช้ไม่อ่อนกล่อมสตีเว่น ขอสคารัปคืนดีๆ และเปิดเผยกับสตีเว่นว่า เขาคือร่างอวตารคนก่อนของคอนชู แต่สตีเว่นไม่ให้ แฮโรว์จึงใช้ไม้แข็ง สั่งลูกน้องสาวกมารุมสตีเว่น เลย์ล่าตามมาช่วย

สตีเว่นกับมาร์คสลับร่างกันไปมาเพื่อสู้กับสาวกแห่งอัมมิต จนกระทั่งสตีเว่นแปลงร่างเป็น มิสเตอร์ไนท์ แต่ก็ยื้อไม่ไหว ในที่สุุดแฮโรว์ก็ได้สคารัปแห่งอัมมิตคืน

มิสเตอร์ไนท์ ร่างนักรบของ สตีเว่น แกรนท์ (Moon Knight)

 

ที่เมืองไคโร ประเทศอียิปต์ ภารกิจของมาร์คต่อจากนี้คือ การยับยั้งไม่ให้แฮโรว์ไปยังที่ซ่อนอูชับติกักขังอัมมิตได้ มาร์คโดนพวกสาวกแห่งอัมมิตไล่ล่าทันทีที่เริ่มเข้าเมือง บุคลิกของมาร์คอีกคนก็คือ เจค ล๊อคลีย์ ผู้เหี้ยมโหด ก็โผล่มาใช้ร่าง ฆ่าสาวกตายเกลี้ยง หลังจากนั้นก็คืนร่างเป็นมาร์ค โดยที่ทั้งมาร์คและสตีเว่นต่างก็ไม่รู้ว่า มีบุคลิกที่ 3 คือ เจค อยู่กับพวกเขาด้วย และเลย์ล่าก็ตามมาอียิปต์เพื่อมาร์ค

ที่มหาปีรามิดแห่งกิซ่า เนื่องด้วยสคารัปจะชี้ทางไปที่ซ่อนอูชับติกักขังอัมมิต มาร์คในนามอวตารคอนชูจึงเข้าไปขอเรียกประชุมสภาเทพเอ็นเนียดที่เหลือ 5 ตนที่โถงเทพในมหาปีรามิตกิซ่า เพื่อบอกว่าแฮโรว์คิดจะปลดปล่อยเทพอัมมิต แต่แฮโรว์ก็โผล่เข้ามากลางโถงเทพ ยืนยันว่าเขาไม่คิดจะทำ พวกเทพเอ็นเนียดก็เชื่อแฮโรว์ซะงั้น

สภาเอ็นเนียดที่เหลือเพียง 5 ตนจากซ้ายไปขวา เทฟนุต,ไอซิส,โอซิรีส, แฮธอร์, ฮอรัส (Moon Knight)

 

หลังจากนั้น ทวยเทพเอ็นเนียดทั้ง 5 ก็คืนร่างอวตารกลับไปสู่มิติโอเวอร์วอยด์ หากแต่ก่อนที่เทพแฮธอร์จะไป เธอก็ช่วยเหลือมาร์คโดยการบอกว่า เซนฟู สาวกแห่งทวยเทพเอ็นเนียด คือผู้บันทึกว่าที่ซ่อนอูชับติอัมมิตอยู่ที่ใด วันที่บันทึกคือวันที่อเล็กซานเดอร์มหาราชกักขังอัมมิตนั่นเอง มาร์คเปลี่ยนบุคลิกเป็นสตีเว่น ประกอบชิ้นส่วนแผนที่สำเร็จ แต่แผนที่ดวงดาวพิกัดนั้นเซนฟูบันทึกไว้เมื่อสองพันปีที่แล้ว ปัจจุบันดาวเคลื่อนตัวไปไกลมากโขแล้ว

เทพคอนชูจึงทำสิ่งที่เหล่าเทพเอ็นเนียดด้วยกันไม่อยากให้เกิด นั่นคือเคลื่อนดวงดาวย้อนกลับไปให้เหมือนกับวันที่กักขังอัมมิตเมื่อสองพันปีที่แล้ว โดยคอนชูกับมิสเตอร์ไนท์ช่วยกัน ย้อนดวงดาวให้เหมือนวันที่เซนฟูบันทึกดวงดาวถึงพิกัดที่ซ่อนศิลากักขังอัมมิต ไลล่าจึงนำพิกัดใส่ในระบบตรวจสอบพบพิกัดสำเร็จ

คอนชูกับมิสเตอร์ไนท์เคลื่อนดวงดาว (Moon Knight)

 

แต่มีหรือที่สภาเอ็นเนียดจะละเลยโทษ คอนชูจึงโดนลงทัณฑ์ถูกกับขังในอูชับติไปอีกตน สภาเอ็นเนียดเก็บอูชับติคอนชูไว้ในมหาปีรามิดกิซ่ารวมกับอูชับติของเทพเอ็นเนียดองค์อื่นๆที่โดนลงทัณฑ์ บัดนี้มาร์คต้องลุยโดยไม่มีพลังวิเศษแล้ว เพราะแปลงร่างเป็นมูนไนท์ไม่ได้แล้ว

ที่สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์  เลย์ล่าและสตีเว่นไปถึงที่ตั้งโลงศพของอเล็กซานเดอร์มหาราช สตีเว่นคืนร่างเป็นมาร์ค และมาร์คพยายามสู้กับพวกสาวกแห่งอัมมิต แต่ในที่สุดมาร์คก็โดนแฮโรว์ยิงตาย แฮโรว์รีบนำอูชับติของอัมมิตไปที่โถงเทพในมหาปีรามิดกิซ่า เพราะจะปลดปล่อยหรือกักขังเทพเอ็นเนียดต้องทำที่โถงเทพเท่านั้น ส่วนเลย์ล่านั้นมาร์คกันให้ไปหลบยังที่ปลอดภัยก่อนหน้านี้

มาร์ค สเปคเตอร์ กับลมหายใจสุดท้าย (Moon Knight)

 

ที่ดูอัต มิติปรโลกแห่งอียิปต์ ที่นี่ คือที่ซึ่งวิญญาณของชาวอียิปต์จะมาถูกตัดสิน ว่าจะไปภพไหนต่อ ในทุกอารยธรรมและทุกศาสนาจะมีปรโลกเป็นของตัวเอง (ปรโลก=Afterlife) แต่อารยธรรมอียิปต์ ปรโลก คือ ดูอัต และมาร์คกับสตีเว่นก็มาที่ดูอัตทั้งคู่หลังจากตาย (ไม่มีเจคโผล่มาด้วยแฮะ)

ที่ดูอัตนี้ มาร์คกับสตีเว่นต้องอยู่บนเรือแห่งความทรงจำของตนเอง เรือนี้ล่องไปกลางทะเลทรายดูอัต ปลายทางคือทุ่งแห่งรี้ดส์เป็นสวรรค์ของอียิปต์ ถ้าตกลงเรือไปคืออาจต้องถูกผีร้ายดึงให้อยู่ที่ดูอัตชั่วนิรันดร์ ที่เรือความทรงจำนี้มาร์คกับสตีเว่นได้พบกับเทพเทเวเร็ต ที่คอยชี้ทางว่าทั้งสองควรทำอะไรต่อไป

เทเวเร็ต เทพธิดาแห่งสตรีและเด็ก (Moon Knight)

 

ก่อนอื่นทั้งคู่ต้องทำให้ตาชั่งแห่งความเที่ยงธรรมสมดุลย์ ก่อนที่เรือจะไปถึงปลายทาง ในตอนนั้นจะสายเกินไป ทั้งสองจะถูกโยนลงทะเลทรายแห่งดูอัต และทางไปจากดูอัตกลับคืนชีวิตสู่โลกมีทางเดียวคือ ประตูแห่งโอไซรีส ซึ่งทั้งสองตั้งใจจะไปที่ประตูมากกว่าไปทุ่งแห่งรี้ดส์

ในห้องความทรงจำบนเรือ สตีเว่นพบว่ามาร์คสร้างตัวเขาขึ้นมาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดทางใจในวัยเด็ก มาร์คสร้างสตีเว่นครั้งแรกคือครบรอบวันเกิด 11 ขวบ และในที่สุดทั้งสองบุคลิกก็เคลียร์ใจกัน แต่สตีเว่นตกจากเรือไป กลายเป็นหินอยู่กลางทะเลทรายดูอัต ส่วนทางมาร์คนั้นได้ไปถึงทุ่งแห่งรี้ดส์สำเร็จ

ทุ่งแห่งรี้ดส์ เคยถูกพูดถึงในแบล็คแพนเธอร์ (Moon Knight)

 

ที่โลก ด้านทางเลย์ล่าสะกดรอยตามแฮโรว์ไป แฮโรว์แหกด่านทหารอียิปต์ โดยใช้พลังเทพอัมมิตฆ่าทหาร เทเวเร็ตสิงศพทหารเหล่านั้น เพื่อบอกเลย์ล่าให้ปลดปล่อยเทพคอนชูจากอูชับติ ให้คอนชูมาช่วยให้มาร์คคืนชีพ เทพธิดาเทเวเร็ตพยายามให้เลย์ล่าเป็นอวตารของเธอ แต่เลย์ล่ายังปฏิเสธเทเวเร็ต ขอแค่ไปปลดปล่อยคอนชูก่อน

ที่โถงเทพ มหาปีรามิดแห่งกิซ่า แฮโรว์มาสังหารอวตารของสภาเทพเอ็นเนียดทั้ง 5 คน เหล่าเทพทั้ง 5 จึงต้องกลับสู่โอเวอร์วอยด์เพราะไม่มีร่างอวตาร แฮโรว์ปลดปล่อยเทพอัมมิต และเทพอัมมิตก็แต่งตั้งให้แฮโรว์เป็นอวตารของเธอ

คอนชู ก็ถูกปลดปล่อยโดยเลย์ล่า คอนชูพยายามให้เลย์ล่าเป็นอวตารของตนเอง เพราะการกักขังอัมมิตอีกครั้งต้องใช้อวตารซึ่งตอนนี้ไม่เหลือซักคนเดียว แต่เลย์ล่าไม่ยอม คอนชูจึงไปสู้กับอัมมิตด้วยตนเอง

คอนชูปะทะอัมมิต (Moon Knight)

 

ที่ทุ่งแห่งรีดส์ มาร์คไม่อยากเสวยสุขอยู่ในสวรรค์ทุ่งแห่งรี้ดส์ มาร์คจึงกลับไปช่วยสตีเว่นในดูอัต มาร์คยอมให้สตีเว่นเป็นส่วนนึงของเขา จิตสตีเว่นจึงกลับมา เทพโอซิริสที่ร่างอวตารถูกแฮโรว์โจมตีและกลับไปอยู่ในโอเวอร์วอยด์ ผู้ปกครองยมโลก จึงยอมเปิดประตูแห่งโอซิริสให้ ทั้งสองจึงกลับไปโลกฟื้นจากความตายทางประตูแห่งเทพโอซิรีส

ที่โลก ขณะที่คอนชูกับอัมมิตสู้กัน คอนชูก็สัมผัสได้ว่ามาร์คกลับมาคืนชีวิต แต่สภาพบาดเจ็บสาหัสจากแผลถูกยิงต้องได้รับการฮีลลิ่งโดยด่วน ไม่งั้นก็ขาดใจตายอีกรอบอยู่ดี คอนชูจึงรีบไปหามาร์คเพื่อใช้มาร์คเป็นอวตาร ทำให้ร่างมาร์คฮีลลิ่งตัวเองกลับเป็นมูนไนท์อีกครั้ง

ขณะที่มูนไนท์กำลังคุยกับคอนชู มิสเตอร์ไนท์ก็สลับออกมาทันที รอบนี้มิสเตอร์ไนท์ยื่นข้อตกลงกับคอนชูว่า ถ้างานนี้กักขังอัมมิตได้ คอนชูต้องปล่อยมาร์คและสตีเว่นให้เป็นอิสระ ไม่ต้องเป็นอวตารฆ่าใครให้คอนชูอีก และคอนชูก็ตกลง

มิสเตอร์ไนท์กดดันคอนชู (Moon Knight)

 

ที่โถงเทพ มหาปีรามิดแห่งกิซ่า หลังจากเทพโอซิริสเปิดประตูยมโลกให้มาร์ค โอซิริสก็อวตารลงมาร่างมนุษย์อีกครั้ง ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของร่างนี้บอกกับเลย์ล่าว่า การกักขังอัมมิตต้องทำที่โถงเทพ และต้องใช้อวตาร 2 คนขึ้นไป รวมถึงต้องกักขังในร่างมนุษย์ด้วย

เลย์ล่า จึงยอมเป็นอวตารเทพธิดาเทเวเร็ต เลย์ล่าจึงมีความสามารถแปลงร่างเป็น “สคาเล็ต สคารัป” มีพลังเทพเจ้าเฉกเช่นมูนไนท์ และใช้พลังนี้ไปช่วยมูนไนท์สู้กับแฮโรว์ สุดท้ายมูนไนท์กับสคาเล็ตสคารัปก็กักขังเทพอัมมิตไว้ในร่างแฮโรว์ได้สำเร็จ ทำให้แฮโรว์ใช้พลังเทพไม่ได้อีก

สคาเล็ตสคารัป อวตารของเทพธิดาเทเวเร็ต (Moon Knight)

 

แม้อัมมิตและแฮโรว์จะหมดฤทธิ์แล้ว แต่มีหรือที่คอนชูจะปล่อยไป คอนชูสั่งมาร์คให้ฆ่าแฮโรว์ แต่มาร์คทวงสัญญาว่าต้องคืนอิสระให้เขา คอนชูจึงจำใจรักษาสัญญาที่จะไม่ใช้มาร์คกับสตีเว่นอีก แต่คอนชูใช้เจคแทน (เจค ล็อคลีย์ คือบุคลิกที่ 3 ของมาร์ค) เจคฆ่าแฮโรว์อย่างเลือดเย็นและไม่ลังเล จึงทำให้อัมมิตก็ถูกทำลายไปด้วย

ที่กระท่อมกลางป่า อเมริกาเหนือ วานด้า แม็กซีมอฟ หรือ สกาเล็ตวิช พบว่าในคัมภีร์ดาร์คโฮลด์มีวิชาเวทย์สิงฝัน โดยการถอดจิตข้ามเอกภพไปสิงร่างของตนเองในเอกภพอื่น วานด้าจึงค้นพบว่า ในเอิร์ธ838 รวมถึงเอกภพอื่นๆอีกมากมาย วานด้าและวิชั่นมีลูกด้วยกันจริงๆ พวกเขาอยู่ในบ้านของวิชั่นที่เวสท์วิวซิตี้

วานด้าในเอิร์ธ838 กับบิลลี่และทอมมี่ (Doctor Strange 2)

 

วานด้า จึงเริ่มหมกมุ่นค้นหาหนทางที่จะอยู่กับลูกๆทั้งสองคือ บิลลี่ และ ทอมมี่ จวบจนกระทั่งวานด้าค้นพบว่า มีสาวน้อยต่างมิตินามว่า อเมริกา ชาเวซ มีความสามารถข้ามพหุภพได้โดยไม่ต้องถอดจิตสิงฝัน วานด้าหวังจะดูดกลืนพลังของชาเวซเพื่ออยู่กับบิลลี่และทอมมี่อย่างที่เธอใฝ่หามาตลอด

วานด้าจึงส่งปีศาจไปตามล่าชาเวซยังเอกภพต่างๆ ชาเวซหนีไปเรื่อยๆ พบกับดร.สเตร้นจ์หลากหลายเอกภพ แต่ดร.สเตร้นจ์แทบทุกคน คิดแค่จะดึงพลังของเธอมาก่อนที่ปีศาจเหล่านั้นจะได้ตัวเธอไป จวบจนชาเวซมาพบกับดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ ที่คิดหาทางออกได้ว่า ต้องไปนำคัมภีวิชานติมาช่วยชาเวซ

ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ (Doctor Strange 2)

 

ที่ แกป จังชั่น (ช่องว่างระหว่างพหุภพ)  ในที่สุด ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ ก็ค้นพบว่าคัมภีร์วิชานติอยู่ในช่องว่างระหว่างเอิร์ธ 838 และเอกภพของดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ ชาเวซและดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์เข้าไปที่นั่น และหนีการตามล่าของปีศาจที่วานด้าส่งมาจับชาเวซ ทั้งสองเกือบจะถึงคัมภีร์วิชานติแล้ว แต่ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์โดนเล่นงานที่ขาบาดเจ็บหนัก และยื้อปีศาจไม่ไหว

ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์จึงคิดจะดูดพลังชาเวซเหมือนสเตร้นจ์คนอื่นๆในเอกภพที่ผ่านๆมา นั่นจะทำให้ชาเวซตาย แต่ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ก็โดนปีศาจฆ่าไปเสียก่อน ก่อนตายดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์จึงกลับไปช่วยชาเวซเฮือกสุดท้าย ที่พลั้งเปิดประตูมิติข้ามเอกภพโดยไม่ตั้งใจ และศพดีเฟนเดอร์สตร้นจ์กับชาเวซก็หลุดมาที่เอิร์ธ 616

ดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ถูกฆ่าขณะดึงพลังชาเวซ (Doctor Strange 2)

 

ที่นิวยอร์ค เอิร์ธ 616 (เอกภพที่เราดูหนัง MCU มาตั้งแต่ต้น) ในงานแต่งของ คริสติน พาร์มเมอร์ ปีศาจอีกตัวก็ถูกวานด้าส่งมาล่าชาเวซ ดร.สเตร้นจ์และหว่องจึงเข้าช่วยเหลือชาเวซและฆ่าปีศาจลงไปได้ ชาเวซกลัวว่า ดร.สเตร้นจ์คนนี้จะเหมือนกับสเตร้นจ์ที่เธอเคยเจอมา คือดูดพลังของเธอ ชาเวซยังบอกอีกว่า ทุกๆเอกภพที่เธอไป ดร.สเตร้นจ์คือจอมเวทย์สูงสุด เพิ่งมีที่นี่แหละที่หว่องเป็นจอมเวทย์สูงสุดแทน และเพื่อให้สเตร้นจ์เชื่อว่าเธอคือนักท่องเอกภพ เธอจึงพาหว่องและดร.สตร้นจ์ไปดูศพดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ หลังจากนั้นหว่องก็พาชาเวซไปคามา-ทาจ

อเมริกา ชาเวซ ขณะอยู่ที่เอิร์ธ 616 (Doctor Strange 2)

 

ที่กลางป่าในนิวยอร์คเหนือ ดร.สเตร้นจ์ พบว่าปีศาจที่ตามล่าชาเวซถูกสะกดด้วยคาถารูน ซึ่งแม่มดที่พอจะรู้เรื่องคาถารูนคือ วานด้า ดร.สเตร้นจ์จึงไปหาวานด้าหวังให้เธอช่วย แต่วานด้ากลับหลุดไต๋ ทำให้ดร.สเตร้นจ์รู้ว่า ผู้บงการปีศาจไปตามล่าชาเวซไปทั่วพหุภพแท้จริงคือวานด้านั่นเอง  วานด้ายื่นคำขาดให้ดร.สเตร้นจ์ส่งตัวชาเวซให้เธอภายในเย็นวันนี้ มิเช่นนั้นจะเป็นเธอในร่างสกาเล็ตวิชไปล่าตัวชาเวซเอง

ที่คามา-ทาจ หว่องในฐานะจอมเวทย์สูงสุด สั่งให้ลูกศิษย์จอมเวทย์ทุกคนปกป้องคามา-ทาจอย่างสุดกำลัง มิให้จอมแม่มดอย่างสกาเล็ตวิชฝ่าบาเรียเวทย์เข้ามาได้ แต่มีหรือที่บาเรียนี้จะขวางเธอ สกาเล็ตวิชถล่มคามา-ทาจยับเยิน ฆ่านักเวทย์ไปมากมาย

ชาเวซจึงเผลอใช้พลังเปิดประตูเอกภพหนีการตามล่าอีกครั้ง โดยครั้งนี้ชาเวซและดร.สเตร้นจ์ทะลุมิติเอกภพแล้วเอกภพเล่าไปทั่วพหุภพ จนไปหยุดที่เอิร์ธ838 ส่วนทางวานด้าก็จับตัวหว่องและนักเวทย์ที่ยังรอดตายไว้

วานด้าถล่มคามา-ทาจ ราบเป็นหน้ากลอง (Doctor Strange 2)

 

ที่เอิร์ธ 838 ดร.สเตร้นจ์พบว่า ตัวเขาในเอกภพนี้ได้ตายลงไปแล้ว และผู้ที่ทำหน้าที่จอมเวทย์สูงสุดแทนเขาคือ บารอน มอโด หลังจากนั้นดร.สเตร้นจ์และชาเวซก็โดนจับ เและต้องถูกพิพากษาโดย อิลลูมินาติ 6 คน ประกอบไปด้วย

1 ชาร์ล เซเวีย ผู้นำมิวเทนต์

 

2 แบล็คโบลท์ ผู้นำอินฮิวแมน

 

3 รี้ด ริชาร์ด ผู้นำกลุ่มแฟนทาสติกโฟร์

 

4 กัปตันคาร์เตอร์ อเวนเจอร์คนแรก

 

5 มาเรีย แลมโบ กัปตันมาร์เวลผู้พิทักษ์อวกาศ

 

6 บารอน มอโด จอมเวทย์สุงสุด ที่เข้ามาทำหน้าที่ต่อจากสเตร้นจ์ผู้ล่วงลับ

 

ที่เอิร์ธ 616 ขณะที่วานด้าสิงฝันไปที่เอิร์ธ838 ซาร่า วูล์ฟ หนึ่งในนักเวทย์แห่งคามา-ทาจ ก็บ้าบิ่นพุ่งเข้าไปทำลายคัมภีร์ดาร์คโฮลด์ ซาร่าถูกมนตร์ที่กำกับคัมภีร์เผาสลายไปพร้อมคัมภีร์ ผลทำให้วานด้าหลุดจากการสิงฝัน

วานด้าโกรธจัด และขู่จะฆ่านักเวทย์ที่เหลือ หว่องจึงไม่มีทางเลือก และบอกว่าคัมภีร์ดาร์คโฮลด์เป็นแค่สำเนา ต้นฉบับอยู่ในปราสาทบนหุบเขาวันเดอกอร์ ว่าแล้วหว่องกับวานด้าก็ไปที่นั่น พบว่ามันคือบัลลังค์ของวานด้าที่สร้างไว้รอเธอโดยจอมปีศาจคธอน และวานด้าก็ท่องคาถารูนจากปราสาทดาร์คโฮลด์เข้าไปสิงฝันวานด้าในเอิร์ธ838อีกครั้ง

ปราสาทดาร์คโฮลด์ (Doctor Strange 2)

 

ที่เอิร์ธ 838 อิลลูมินาติฟันธงว่า สเตร้นจ์เป็นภัยร้ายกว่าแม่มดที่สิงฝันข้ามเอกภพอย่างวานด้า เพราะสเตร้นจ์ก็ใช้วิชาสิงฝันเช่นกัน จนทำให้เอกภพนึงนั้นถูกทำลายลงไปด้วยปรากฏการณ์อินเคอชั่น นั่นคือเอกภพชนกัน เมื่อเสร็จศึกกับธานอส สเตร้นจ์ยอมตายเพื่อชดใช้ความผิด แบล็คโบลท์จึงฆ่าสเตร้นจ์ด้วยเสียง อิลลูมินาติหวั่นว่าดร.สเตร้นจ์ผู้มาจากเอิร์ธ616ผู้นี้จะทำพลาดเช่นเดียวกันสเตร้นจ์ของพวกตน

ทันใดนั้นวานด้าจากเอิร์ธ 616 ที่สิงฝันวานด้าในเอิร์ธ 838 ก็บุกมาที่ป้อมปราการอิลลูมินาติ วานด้าฆ่าอิลลูมินาติทั้ง 5 คนอย่างง่ายดาย ยกเว้นมอร์โดที่รอดเพราะมัวแต่สู้กับดร.สเตร้นจ์ ซึ่งคริสตินในเอิร์ธ838 ก็ช่วยดร.สเตร้นจ์และชาเวซหนีไปที่แกปจังชั่นจนได้ ดร.สเตร้นจ์หวังจะใช้คัมภีร์วิชานติสู้กับวานด้า

วานด้าฆ่าแหลก (Doctor Strange 2)

 

แต่วานด้าตามมาอย่างรวดเร็ว ทำลายคัมภีร์วิชานติ ใช้พลังของชาเวซส่งคริสตินกับดร.สเตร้นจ์ไปที่เอกภพที่กำลังสลาย ส่วนวานด้าใช้พลังของชาเวซพาชาเวซกลับเอิร์ธ 616 ไปที่หุบเขาวันเดอกอร์

ที่เอกภพซึ่งกำลังสลายด้วยอินเคอชั่น ดร.สเตร้นจ์พบกับซินนิสเตอร์สเตร้นจ์ที่มีตาที่สามเพราะใช้คัมภีร์ดาร์คโฮลด์ ทั้งสองสู้กัน และซินนิสเตอร์สเตร้นจ์พ่ายแพ้ตายลงไป ดร.สเตร้นจ์ใช้ดาร์คโฮลด์แหกกฏการสิงฝัน เพราะต้องการไปช่วยชาเวซที่เอิร์ธ 616 ดร.สเตร้นจ์จึงสิงฝันศพของดีเฟนเดอร์สเตร้นจ์ที่ถูกฝังในเอิร์ธ 616 ผลทำให้ภูติผีวิญญาณบาปเข้ามาโจมตีดร.สเตร้นจ์ แต่ดร.สเตร้นจ์ในร่างศพ ก็จัดการดึงเอาพลังของภูติผีมาใช้งาน และเข้าไปสู้กับวานด้า

ดร.สเตร้นจ์สิงฝันศพตัวเองในเอกภพอื่น (Doctor Strange 2)

 

ที่เอิร์ธ 616 ดร.สเตร้นจ์กำลังจะแพ้วานด้า หว่องแนะนำให้ดร.สเตร้นจ์ทำเหมือนที่ดร.สเตร้นจ์ในเอกภพต่างๆทำ นั่นคือดึงพลังของชาเวซมาไว้กับตัวเอง แต่ดร.สเตร้นจ์คนนี้ไม่ทำอย่างนั้น เขาเข้าไปกระตุ้นให้ชาเวซมั่นใจในพลัง และควบคุมพลังเปิดประตูเอกภพได้สำเร็จ

ชาเวซจึงนำวานด้า616ไปพบกับวานด้า838 เมื่อวานด้า616เห็นว่าลูกๆกลัวเธอจึงสำนึกได้ ว่าบิลลี่กับทอมมี่มีความสุขดีและได้รับความรักการดูแลอย่างดีแล้วในเอิร์ธนี้ วานด้า616จึงกลับมาและทำลายปราสาทดาร์คโฮลด์ และร่ายมนตร์ทำลายสำเนาคัมภีร์ดาร์คโฮลด์ไปทั้งพหุภพ เพื่อไม่ให้ดาร์คโฮลด์ครอบงำใครอีกเหมือนที่เธอโดน

วานด้ายอมแล้ว (Doctor Strange 2)

 

ที่เอกภพซึ่งกำลังสลายด้วยอินเคอชั่น ดร.สเตร้นจ์กลับมาร่างเดิม คัมภีร์ดาร์คโฮลด์ที่นี่ถูกทำลายเช่นกัน หลังจากนั้นดร.สเตร้นจ์ก็แยกย้ายกับคริสตินกลับไปเอกภพของตนเองที่จากมา..

ที่เอิร์ธ 616  อเมริกา ชาเวซ กลายมาเป็นลูกศิษย์ของหว่องที่คามา-ทาจ เพื่อฝึกเวทย์  ด้านทางดร.สเตร้นจ์ มีตาที่สามโผล่มาเหมือนซินนิสเตอร์สเตร้นจ์

ผ่านมาอีกไม่กี่วัน คลีอา  สาวนักเวทย์แห่งดาร์คดีเมนชั่น แหวกมิติมาพาดร.สเตร้นจ์ไป เพราะดร.สเตร้นจ์ทำให้เกิดอินเคอชั่นจากการแหวกพหุภพช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองต้องไปช่วยกันแก้ไข

คลีอากำลังพาดร.สเตร้นจ์ เข้าสู่การผจญภัยสุดเหวี่ยง (Doctor strange 2)

 

ที่นิวเจอร์ซี่ อเมริกา กมลา ข่าน สาวน้อยมุสลิมอเมริกันเชื้อสายปากีสถานวัย 18 ปี ที่คลั่งไคล้กัปตันมาร์เวลมาก เธอกำลังจะไปร่วมงาน อเวนเจอร์คอน เป็นงานที่เด็กวัยรุ่นจัดประกวดการแต่งกายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ตนชื่นชอบ กมลาใส่ชุดกัปตันมาร์เวลไปแน่นอน ซึ่งกมลานำกำไลของซาน่ายายของเธอมาด้วย (ซาน่าส่งกำไลนี้มาพร้อมกับสัมภาระอื่นๆจากปากีสถานมาได้สักพักแล้ว แต่คนในบ้านไม่มีใครสน)

กำไลดึกดำบรรพ์ ที่มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของโลก (Ms.Marvel)

 

ที่งานอเวนเจอร์คอน ทันทีที่กมลาใส่กำไล แสงสีม่วงก็ประกายออกจากสายตาเธอเหมือนไอชายายทวดของเธอไม่มีผิด ที่พิเศษกว่าคือพลังของกำไลไปปลุกยีนส์กลายพันธุ์ในตัวกมลาด้วย บวกกับพลังมนตราของแคลนเดสไทน์ครึ่งนึงในตัวเธอก็ถูกปลุกเช่นกัน กมลาจึงมีความสามารถสร้าง “แสงแข็ง” ขึ้นมาได้ ซึ่งแสงแข็งคือพลังเวทย์แห่งชาวนูร์นั่นเอง ซึ่งกำไลแค่ปลุกพลังนูร์ของกมลา ไม่ได้ทำให้กมลามีพลัง พลังมันอยู่ในตัวกมลาอยู่แล้ว

กมลาเผลอใช้พลังนี้ในงานอเวนเจอร์คอน ทำให้มีผู้ถ่ายคลิปกมลาใช้พลังแสงแข็งไว้หลายมุมกล้อง และคลิปเหล่านั้นก็ถูกอัพโหลดสู่ยูทูป สาวน้อยผู้แต่งตัวเป็นกัปตันมาร์เวลใช้แสงแข็งในคลิป จึงถูกจับตามองจากหน่วยแดมเมจคอนโทรล

กมลายังควบคุมแสงแข็งไม่ได้ (Ms.Marvel)

 

แสงแข็งนี้ คือพลังเฉพาะแห่งชาวนูร์ที่พวกแคลนเดสไทน์ของนาจม่าที่โดนเนรเทศไม่ได้สัมผัสมานับพันปี นาจม่ากับพรรคพวกตามพลังนูร์มาถึงที่นิวเจอร์ซี่ เมื่อแน่ใจว่ากมลาคือผู้ใช้พลังนูร์ เป็นผู้ครอบครองกำไล และเป็นเหลนของไอชาแน่แล้ว นาจม่าจึงส่ง คัมราน ลูกชายของเธอมาเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับกมลา เพื่อดูนิสัยใจคอกมลา

คัมราน ผู้มีเชื้อสายแคลนเดสไทน์เช่นเดียวกับกมลา (Ms.Marvel)

 

กมลา ฝึกควบคุมแสงแข็งหลายวัน กว่าจะควบคุมได้ ซึ่งขณะที่กมลาในชุดซุปเปอร์ฮีโร่กัปตันมาร์เวลช่วยเหลือผู้คน เธอก็โดนหน่วยแดมเมจคอนโทรลไล่จับ นาจม่าใช้จังหวะนี้โผล่มาช่วยกมลาหนีไปที่บ้านของพวกเธอ อธิบายถึงความเป็นมาเป็นไปทุกอย่างของสายพันธุ์กมลา ไม่บอกแค่อย่างเดียวคือไอชาตายยังไง

ในงานแต่งของ อาเมียร์ ข่าน พี่ชายของกมลา พวกของนาจม่าก็บุกมาเพื่อแย่งชิงกำไลของกมลา เพราะใช้ไม้อ่อนแล้วไม่เวิร์คก็ต้องใช้ไม้แข็ง

นาจม่าเริ่มแสดงธาตุแท้ (Ms.Marvel)

 

ในการต่อสู้นี้คัมรานออกหน้าช่วยกมลา นาจม่าจึงทิ้งคัมรานลูกชายตนเอง ส่วนพวกตนเองก็หนีไป หลังจากนั้น มูนีบา ข่าน แม่ของกมลาจึงพากมลาไปหาคุณยายซาน่าที่ปากีสถาน

ที่ปากีสถาน ซาน่าเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งที่ซาน่าอายุเพียง 5 ขวบ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ครอบครัวสามแม่ลูกกำลังย้ายออกจากอินเดียมาปากีสถาน ตอนนั้นคือครั้งสุดท้ายที่ซาน่าเห็นหน้าแม่คือไอชา และกำไลนี้ซาน่าก็เก็บรักษาไว้อย่างดีตั้งแต่นั้น ต่อมาซาน่าแต่งงาน มีลูกสาว ก็เล่าเรื่องมหัศจรรย์ครั้งที่มีคนช่วยชีวิตตอน 5 ขวบให้ลูกสาวมูนีบาฟัง แต่มูนีบาไม่เคยเชื่อซาน่าเลย

ซาน่า คุณยายของกมลา (Ms.Marvel)

 

กมลาไปเดินเล่นในตลาดกับลูกพี่ลูกน้อง และพบกับ คารีม ไนท์ นักสู้ฝีมือสูงของกลุ่ม เร้ดแด็กเกอร์ คารีมเมื่อรู้ว่ากมลาเป็นเหลนไอชา จึงพากมลาไปพบกับหัวหน้ากลุ่มเร้ดแด็กเกอร์ ที่นั่นกมลาได้รับคำอธิบายถึงความอันตรายของมิตินูร์ ถ้าเปิดมันแล้วอาจจะทำให้มิติความเป็นจริงพังยับ

พวกของนาจม่าตามมาปากีสถาน ระหว่างที่คารีมพากมลาหลบหนีและสู้กันชุลมุนนั้น หัวหน้ากลุ่มเร้ดแด็กเกอร์ก็ถูกฆ่าตาย แต่พวกของนาจม่าก็ถูกฆ่าไปเช่นกัน ที่สุดแล้วก็เหลือแค่นาจม่ากับเพื่อนอีกคน กมลาโดนนาจม่าใช้กริซปักเข้าไปยังกำไล ผลทำให้เกิดรอยแยกมิตินูร์ ทันใดนั้นกมลาก็โดนพลังกำไลส่งไปอินเดียในอดีตปี 1947

คารีม ไนท์ ชาวปากีฯที่ฝีมือต่อสู้สูง (Ms.Marvel)

 

ที่สถานีรถไฟอินเดียปี 1947 กมลาเดินงงๆไปกับผู้คนมากมายที่พยายามขึ้นรถไฟ มันวุ่นวายมาก กมลาเดินไปพบไอชายายทวดของเธอที่ถูกแทงกำลังขาดใจตาย ไอชาสั่งเสียให้เธอช่วยซาน่าให้พ้นภัย ซาน่าในขณะนั้นอายุ 5 ขวบ เดินผละจากพ่อคืออาซันมาตามหาแม่คือไอชา กมลาจึงใช้แสงแข็งช่วยให้ซาน่าเดินตามแสงแข็งนั้นกลับไปหาอาซัน และกมลาก็ถูกกำไลพากลับไปปี 2025 ตามเดิม

กมลาย้อนอดีตไปช่วยคุณยายซาน่า (Ms.Marvel)

 

ที่ปากีสถาน ปี 2025 เมื่อกมลากลับมาจึงพบว่า ม่านมิตินูร์เกิดรอยแยก เพื่อนคนสุดท้ายของนาจม่าพยายามเดินเข้าม่านมิตินั้นกลับบ้าน แต่ก็โดนม่านนั้นฆ่าตายสลายเป็นผงลงไป นาจม่าคือแคลนเดสไทน์ดั้งเดิมคนสุดท้ายในกลุ่มที่ถูกเนรเทศเมื่อหลายพันปีก่อน จึงสละชีวิตของเธอปิดประตู เสี้ยววินาทีที่นาจม่าสัมผัสมิตินูร์ นาจม่าจึงส่งพลังมนตรานั้นไปสู่ลูกชายของเธอคือ คัมราน และนาจม่าก็ปิดม่านมิติสำเร็จ พร้อมกับสลายเป็นผงตายลงไป ตอนนี้จึงมีผู้ใช้พลังนูร์เหลือแค่สองคนคือ กมลา และ คัมราน

นาจม่าสละชีวิตเพื่อให้คัมรานได้พลังนูร์ (Ms.Marvel)

 

ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ อเมริกา พลังมันพุ่งข้ามทวีปมาหาคัมราน ซึ่งคัมรานเพิ่งได้พลังใหม่ๆ จึงควบคุมแสงแข็งไม่ได้ แถมยังถูกแดมเมจคอนโทรลไล่ล่า พวกเพื่อนๆกมลาคือ บรูโน่ คาเรลลี่ และ นาเคีย บาฮาดีห์ รวมถึงตัวกมลา จึงพยายามช่วยคัมรานอย่างเต็มที่ เพราะว่าแดมเมจคอนโทรลนำโดยเจ้าหน้าที่ดีฟเวอร์กะเอาถึงชีวิต ชาวบ้านในชุมชนต่างออกมาปกป้องกมลา แม้จะไม่รู้ตัวจริงกมลาก็ตาม ในที่สุดแดมเมจคอนโทรลก็ต้องยอมล่าถอย เจ้าหน้าที่ดีฟเวอร์ถูกเจ้าหน้าที่เคลียลี่สั่งพักงาน เพราะทำรุนแรงเกินกว่าเหตุกับเยาวชน

เจ้าหน้าที่เคลียลี่ ซึ่งเคยจับปีเตอร์หรือสไปเดอร์-แมนมาสอบสวน (Ms.Marvel)

 

ที่ปากีสถาน หลังจากเรื่องวุ่นๆจบลง แม้ชุมชนจะยังไม่รู้ตัวจริงของซุปเปอร์ฮีโร่ผู้ใช้พลังแสงแข็งว่าเป็นกมลา แต่คัมรานก็อยู่อเมริกาต่อไปไม่ได้ กมลาและเพื่อนๆช่วยเหลือคัมรานจนหลบหนีออกจากอเมริกาได้สำเร็จ และส่งคัมรานไปหา คารีม ไนท์ กมลาหวังว่า คารีมจะช่วยชี้ทางให้คัมรานจัดการกับความรู้สึกและพลังของตนเองได้

ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ อเมริกา กมลา ข่าน ได้กำลังใจจาก ยูซุป ข่าน พ่อของเธอ และยูซุปก็บอกว่า ชื่อกมลานั้นแปลว่ามหัศจรรย์(มาร์เวล) กมลาจึงอื้งมากที่ชื่อจริงของเธอตรงกับซุปเปอร์ฮีโร่ที่เธอเอาเป็นแบบอย่าง กมลาจึงเรียกตัวเองว่า มิสมาร์เวล

กมลา ข่าน คือ มิสมาร์เวล (Ms. Marvel)

 

หลังจากนั้น บรูโน่เพื่อนของกมลาก็มาบอกว่า ตัวกมลานั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา นอกจากจะมีเลิอดของแคลนเดสไทน์แล้ว กมลายังเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ด้วย

เรื่องยังยุ่งไม่พอ ขณะที่กมลาในชุดมิสมาร์เวลล้มตัวลงบนเตียงนอนในห้องตนเองที่บ้านของเธอ จู่ๆกำไลดึกดำบรรพ์ในข้อมือกมลาก็เปล่งแสง และกมลาถูกพลังงานบางอย่างดูดหายเข้าไปในตู้เสื้อผ้า ก่อนที่พลังงานนั้นจะสลับร่าง กมลา ข่าน หรือ มิสมาร์เวล กับ แครอล เดนเวอร์ส หรือ กัปตันมาร์เวล ฮีโร่ในดวงใจของกมลานั่นเอง 

มิสมาร์เวลเปลี่ยนตัวกับกัปตันมาร์เวลด้วยพลังของกำไล (Ms. Marvel)

 

จบบทที่ 8 สวัสดีครับ

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: