Star Trek (movies ยุค 2000)

หมวดหมู่ FILM ผู้เขียน

บทนำ ในอนาคตอันใกล้.. ทุกประเทศในโลกมนุษย์ ไม่แบ่งแยกประเทศกันอีกต่อไปแล้ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอารยธรรมของมนุษย์นั้นพัฒนาไปเร็วมาก พร้อมๆกับที่มนุษย์เริ่มติดต่อกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวอื่นๆในจักรวาลได้ ทุกประเทศทุกสัญชาติ จึงรวมตัวกันทั่วโลกเป็น 1 เดียว และมนุษย์ต่างดาวในจักรวาล ต่างก็รู้จักดาวโลกที่เผ่าพันธุ์มนุษย์อาศัยนี้ว่า United Earth (ยูไนเต็ด เอิร์ธ)

วันที่ดวงดาว 20 60  มนุษย์ได้ก่อตั้ง United Earth Space Probe Agency (UESPA) เพื่อตอบรับโลกทัศน์ใหม่ๆ กับทุกสายพันธุ์ในทุกๆดวงดาวในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจ

ตราสัญลักษณ์ UESPA

 

 

วันที่ดวงดาว 21 30-21 36 เมื่อจักรวาลอันกว้างใหญ่เริ่มแคบลง การไปมาหาสู่และย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ต่างดาวและย้ายมาอยู่บนโลกเริ่มเพิ่มมากขึ้น และโลกมนุษย์ก็เข้าร่วมสหพันธรัฐแห่งดวงดาว

UESPA จึงได้ก่อตั้งกองกำลังสำรวจอวกาศและปกป้องมาตุภูมิในชื่อ Starfleet (สตาร์ฟลีท) เพื่อเป็นตัวแทนโลกมนุษย์เข้าร่วมสหพันธรัฐแห่งดวงดาวอย่างเป็นทางการ สตาร์ฟลีทจึงเป็นตัวแทนโลกลงนามในข้อตกลงต่างๆของดวงดาว ทั้งเรื่องเขตแดน เรื่องการค้า เรื่องการรุกราน ฯลฯ ซึ่งฐานบัญชาการใหญ่ของสตาร์ฟลีทตั้งอยู่ในฐานบัญชาการของ UESPA บริเวณซานฟรานซิสโก

สตาร์ฟลีททำการคัดเลือกบุคคลฝีมือดีผู้มีความสามารถในแขนงต่างๆ มาเข้าฝึกสอนในสถาบันของสตาร์ฟลีท ไม่คัดเลือกเฉพาะมนุษย์เท่านั้น เผ่าพันธุ์ต่างดาวก็มีสิทธิ์เข้าร่วมในสตาร์ฟลีทด้วยถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อส่งบุคคลคุณภาพเหล่านั้นเดินทางสำรวจอวกาศในฐานะเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีท และทำการออกสำรวจค้นหาอารยธรรมดินแดนอื่นๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบ..

ตราสัญลักษณ์ Starfleet

 

Sarek (ซาเร็ค) หนึ่งในสภาสูงแห่งผู้อาวุโสของชาว Vulcan (วัลแคน) ได้ถูกส่งมาเป็นทูตประจำโลกมนุษย์ เพราะดาววัลแคนก็อยู่ในสหพันธรัฐแห่งดวงดาวเช่นกัน

วันที่ดวงดาว 22 30 ต่อมาราชทูตซาเร็คได้แต่งงานกับมนุษย์ที่ชื่อ Amanda Grayson  (อแมนด้า เกรย์สัน) และพาอแมนด้าย้ายไปอยู่ที่ Shi’Kahr ( ชี’คาห์ ) เมืองหลวงของดาววัลแคน หลังจากนั้นอแมนด้าก็ให้กำเนิดบุตรชายลูกครึ่งวัลแคนและมนุษย์นามว่า Spock (สป็อค)

อแมนด้า เกรย์สัน แม่ของสป็อค

 

วันที่ดวงดาว 22 33.04 Richard Robau กัปตันยานสำรวจอวกาศ USS Kelvin แห่งกองเรือสตาร์ฟลีท รายงานกลับไปที่กองบ.ก.สตาร์ฟลีทบนโลก ว่าพบเจอกับคลื่นพายุคะนองในอวกาศลึกลับบริเวณน่านอวกาศเขตแดนคลิงออน และพายุคะนองในอวกาศนี้ไม่เคยมีในบันทึกดวงดาวของสตาร์ฟลีท

ทันใดนั้น ใจกลางพายุคะนองในอวกาศก็ปรากฎยานขนาดมหึมา Nerada ยานอวกาศของโรมูลันโผล่ออกมาจากหลุมดำ (ตอนแรกกัปตันโรโบ้แห่งยูเอสเอสคาลวินคิดว่าเป็นยานศึกของคลิงออนซะด้วยซ้ำ)

 

หมายเหตุ : *เผ่าพันธุ์ที่มีส่วนสำคัญในเนื้อเรื่องสตาร์เทร็คคือ มนุษย์ / วัลแคน / คลิงออน / โรมูลัน / บอร์ค *

ยานลึกลับของชาวโรมูลันก็ถล่มยิงตอปิโดทรงอานุภาพใส่ยูเอสเอสเคลวินอย่างหนักหน่วงทันทีแบบไม่ถามไถ่ ทำให้แกนวาร์ปของยูเอสเอสคาลวินเสียหายวาร์ปหนีไม่ได้ ขอความช่วยเหลือก็ไม่ทันการณ์คงโดนถล่มตายเรียบทั้งยานก่อน จะสู้ก็ไม่ได้เพราะประสิทธิภาพอาวุธต่างกันมาก กัปตันโรโบ้จึงคิดสละยูเอสเอสเคลวินและอพยพลูกเรือลงยานลี้ภัย ซึ่งลูกเรือก็เริ่มบาดเจ็บล้มตายไปหลายชีวิตแล้วในตอนนี้

ยานเนราด้าอันมหึมาของโรมูลันที่มาจากอนาคต

 

ทันใดนั้นต้นเรือเอเยล ชาวโรมูลัน บนยานเนราด้า ก็ติดต่อเข้ามาที่ยานยู่เอสเอสคาลวิน เพื่อยื่นข้อเสนอที่จะปล่อยยูเอสเอสเคลวินไป ถ้ากัปตันยูเอสเอสเคลวินตกลงยินยอมขึ้นกระสวยอวกาศมาที่ยานเนราด้า

กัปตันโรโบ้ไม่ค่อยเชื่อใจในข้อเสนอนี้ จึงเรียกเรือเอก George Tiberius Kirk (จอร์จ ไทบีเรียส เคิร์ค) ต้นเรือยูเอสเอสเคลวินไปสั่งเสียว่า ถ้าตนเองไม่กลับมาภายใน 15 นาที เคิร์ค ต้องขึ้นทำหน้าที่กัปตันและบัญชาการยูเอสเอสเคลวินทันที เคิร์คต้องรักษาชีวิตลูกเรือยูเอสเอสคาลวินไว้ให้มากที่สุด ด้วยการสละยูเอสเอสคาลวินและหนีไปในยานลี้ภัย เมื่อสั่งเสียเสร็จแล้ว กัปตันโรโบ้ก็ขึ้นกระสวยอวกาศไปที่ยานเนราด้า

“คุณเป็นกัปตันแล้ว..คุณเคิร์ค” กัปตันโรโบ้กล่าวไว้

 

ที่ยานเนราด้า ต้นเรือเอเยลก็ถามกัปตันโรโบ้ว่า

รู้จักราชทูตสป็อคหรือไม่?

และตอนนี้ราชทูตสป็อคอยู่ที่ไหน?

และนี่คือปีดวงดาวที่เท่าไหร่?

กัปตันโรโบ้จึงบอกว่า ไม่รู้จักบุคคลที่ชื่อราชทูตสป็อค และถามกลับว่า

พวกคุณมาจากไหนกันแน่..

เมื่อกัปตัน Nero (เนโร) แห่งยานเนราด้าที่นั่งเงียบเฉยๆ ไม่ได้คำตอบที่ตนต้องการ กัปตันนีโรจึงสังหารกัปตันโรโบ้อย่างโหดเหี้ยมทันที ด้วยการใช้หอกปักเข้าไปที่หัวใจ

กัปตันนีโร ชาวโรมูลัน

 

บนยูเอสเอสเคลวินก็ได้รับรู้ว่า สัญญาณชีพของกัปตันโรโบ้นั้นหายไปแล้ว แสดงว่ากัปตันโรโบ้ถูกสังหารแล้วนั่นเอง จอร์จ เคิร์ค จึงขึ้นบัญชาการยูเอสเอสคาลวินอย่างเป็นทางการ

กัปตันนีโรไม่ทำตามข้อตกลง และสั่งให้ยานเนราด้าโจมตียูเอสเอสเคลวินรอบสองทันที กัปตันเคิร์คต้านไม่ไหว จึงสั่งอพยพลูกเรือทุกคนลงยานลี้ภัยโดยด่วน และตั้งออโต้ไพลอตให้ยูเอสเอสคาลวินพุ่งชนยานเนราด้า เพื่อถ่วงเวลาให้ลูกเรือหนีทัน

ยูเอสเอสคาลวินโดนเนราด้าโจมตีอย่างหนัก

 

Winona Kirk (วิโนน่า เคิร์ค)  ภรรยาของกัปตันเคิร์คซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที ก็อพยพไปที่ยานลี้ภัยพร้อมกับหน่วยแพทย์ประจำยานได้ทัน แต่ระบบบออโต้ไพลอตของยานยูเอสเอสคาลวินก็เสียหายใช้การไม่ได้ กัปตันเคิร์คนั้นเห็นว่า บรรดายานลี้ภัยคงไปไหนได้ไม่ไกลแน่ถ้าไม่โจมตีเนราด้ากลับคืน กัปตันเคริร์คจึงสละชีวิต ขับยูเอสเอสคาลวินด้วยตนเองเพื่อพุ่งเข้าชนยานเนราด้า

ธอร์ บุตรแห่งโอดิน.. เอ้ย!? กัปตันเคิร์ค ดำรงตำแหน่ง 12 นาที แต่ช่วยคนได้นับพันชีวิต

 

ก่อนที่ยูเอสเอสคาลวินจะปะทะกับยานเนราด้า กัปตันเคิร์คก็ได้ยินเสียงลูกชายที่เพิ่งคลอดทางมอนิเตอร์สื่อสาร กัปตันเคิร์คจึงช่วยกันคิดกับวิโนน่าว่าจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดี?

และวิโนน่าก็ตั้งชื่อลูกชายตามชื่อกัปตันเคิร์ค นั่นคือ Tiberius และตั้งชื่อเล่นตามปู่คือ Jim หลังจากนั้นกัปตันเคิร์คก็ตายไปพร้อมกับยูเอสเอสคาลวินที่พุ่งชนยานเนราด้า ทำให้ยานเนราด้าเสียหายอย่างหนักยิงใส่ยานลี้ภัยไม่ได้

วิโนน่าคลอดบุตรชายที่ชื่อ James Tiberius “Jim” Kirk

 

และบรรดาลูกเรือยูเอสเอสคาลวินก็รอดตายหลายชีวิตเพราะวีรกรรมอันเสียสละของกัปตันเคิร์ค หลังจากนั้นสตาร์ฟลีทก็ไม่ได้ข่าวของยานมหึมาลึกลับของชาวโรมูลันนี้อีกเลย มีเพียงบันทึกเหตุการณ์ของพายุอวกาศลึกลับ และอาวุธยิงมหาประลัยติดยานมหึมาลึกลับของชาวโรมูลัน ซึ่งวิทยาการใดๆสมันนั้นยังไม่มี..

ที่รัฐไอโอว่า โลกมนุษย์ ผ่านไป 10 กว่าปีตั้งแต่กัปตันเคิร์คสละชีวิต ลูกชายของกัปตันเคิร์คซึ่งก็คือ เจมส์ ที. “จิม” เคิร์ค เติบโตขึ้นมาโดยเป็นเด็กที่ห้าวหาญชอบผจญภัย และมีความขบถอยู่ในตัวมากมาย จิมถึงขนาดขโมยรถคลาสสิคของพ่อเลี้ยงไปขับลงหน้าผา (แม่ของจิมแต่งงานใหม่กับชาวไอโอว่า และต่อจากนี้ผมขอเรียก จิม ว่า เคิร์ค ดีกว่าครับ )

เคิร์คห้าวตั้งแต่ยังเด็ก

 

ที่เมือง ชี’คาห์ ดาววัลแคน สป็อคเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ฉลาดล้ำและฝีมือการต่อสู้สูง แต่สป็อคนั้นมักจะถูกเด็กๆวัลแคนด้วยกันล้อถึงชาติกำเนิด ว่าเป็นลูกครึ่งกับเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำอย่างมนุษย์ ทำให้สป็อคปรี้ดแตกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซาเร็คพ่อของสป็อคต้องมาเตือนสติสป็อค ว่าวิถีชาววัลแคนนั้นต้องอย่าให้อารมณ์มาครอบงำเหตุผล

สป็อคก็ห้าวตั้งแต่เด็กเช่นกัน

 

และเมื่อสป็อคเข้าสู่วัยหนุ่ม สป็อคก็ต้องเข้าพิธี kolinahr (โคลินาห์) เพื่อขจัดอารมณ์ให้หมด ก่อนจะไปสู่อาชีพที่สภาสูงแห่งผู้อาวุโสวัลแคนเลือกให้ ซึ่งเมื่อสภาสูงแห่งผู้อาวุโสวัลแคนอ่านข้อต้องการที่สป็อคปรารถนา ว่าต้องการเข้ากองยานของสตาร์ฟลีท

แต่สภาสูงแห่งผู้อาวุโสวัลแคนกลับจะให้สป็อคนั้นอยู่ที่สถาบันวิทยาศาสตร์บนดาววัลแคนมากกว่า เพราะสป็อคมีตำหนิที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์ เมื่อถูกดูแคลน สป็อคจึงตัดสินใจไม่เข้าพิธีโคลินาห์ชำระอารมณ์ และเดินทางไปที่โลกมนุษย์เพื่อฝึกฝนเป็นเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีททันที

“ขอให้ยั่งยืน และรุ่งเรือง” สป็อคกล่าวไว้ก่อนออกจากดาววัลแคน

 

วันที่ดวงดาว 22 55 ที่รัฐไอโอว่า จิม เคิร์ค อายุ 22 ปี เคิร์คกำลังกรึ่มได้ที่ในบาร์เหล้าของเมือง และเคิร์คก็ได้พบกับสาวสวยที่ชื่อ Nyota Uhura (อูฮาร่า) ซึ่งเป็นลูกเรือฝึกหัดของสตาร์ฟลีท

เคิร์คพยายามจะจีบอูฮาร่าโดยการขอเลี้ยงเหล้าเธอ แต่เพื่อนๆในสตาร์ฟลีทของอูฮาร่ากลับมาหาเรื่องเคิร์ค โดยที่เคิร์คก็ยังไม่ได้ล่วงเกินอูฮาร่ามากมาย และเคิร์คกับเพื่อนอูฮาร่าก็ซัดกันซะจนน่วม แต่เคิร์คเพียงตัวคนเดียว เคิร์คจึงโดนซ้อมอย่างหนัก โดยที่อูฮาร่าก็ห้ามเพื่อนๆไม่อยู่

เคิร์คพยามจีบอูฮาร่า

 

Christopher Pike (คริสโตเฟอร์ ไพค์) เจ้าหน้าที่อาวุโสสตาร์ฟลีท และกัปตัน USS Enterprise (ยูเอสเอส เอนเทอไพรซ์) ได้เข้ามาห้ามเจ้าหน้าที่ฝึกหัดสตาร์ฟลีทไม่ให้รุมเคิร์ค หลังจากนั้นกัปตันไพค์นั้นก็ชักชวนให้เคิร์คเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกหัดของสตาร์ฟลีทด้วย

กัปตันไพค์มีความหวังว่า เคิร์คจะกล้าหาญได้เท่ากัปตันเคิร์คผู้พ่อนั่นเอง เพราะกัปตันไพค์เห็นบางอย่างที่พิเศษในตัวเคิร์ค โดยมีกำหนดฝึกฝนเจ้าหน้าที่ฝึกหัด 4 ปี ก่อนที่จะมอบหมายตำแหน่งต่างๆให้ตามความสามารถ

คริสโตเฟอร์ ไพค์ กัปตันยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์

 

ในเช้าวันรุ่งขึ้น เคิร์คก็อยากลองดูซักตั้ง เคิร์คจึงตัดสินใจบึ่งไปขึ้นเครื่องลำเลียงเกณฑ์เจ้าหน้าที่ฝึกหัดสตาร์ฟลีท และมุ่งหน้าไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่สตาร์ฟลีทในซานฟรานซิสโกทันที ซึ่งบนเครื่องลำเลียงเจ้าหน้าที่ฝึกหัดนี้เอง ที่เคิร์คได้พบกับ Leonard McCoy หมอฝีมือดีที่เข้าร่วมฝึกหัดเป็นเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทใหม่พร้อมกับตน

นายแพทย์ ลีโอนาร์ด แมคคอย

 

 

สามปีต่อมา..

 

วันที่ดวงดาว 22 58 ณ บริเวณน่านฟ้าอวกาศคลิงออน.. กัปตันนีโรแห่งยานเนราด้าที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนานถึง 25 ปีตั้งแต่ปะทะกับยูเอสเอสเคลวินครั้งนั้น ก็ได้พบกับยานเดินทางความเร็วสูงของราชทูตสป็อคที่หลุดออกมาจากพายุคะนองในอวกาศ และหลุมดำเดียวกันกับที่ยานตนเองหลุดออกมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

ยานเดินทางจากอนาคตของราชทูตสป็อค

 

แต่กัปตันนีโรจะไม่สังหารราชทูตสป็อค กัปตันนีโรมีแผนที่เลวร้ายกว่านั้นหลายเท่า ที่จะแก้แค้นราชทูตสป็อคให้สาสมให้เหมือนที่ตนเองเคยเจ็บปวด ว่าแล้วกัปตันนีโรก็จับราชทูตสป็อคเอาไว้ และเดินทางไปที่น่านฟ้าอวกาศดาววัลแคนทันที

ที่สถาบันสตาร์ฟลีทในซานฟรานซิสโก เจมส์ ที. “จิม” เคิร์ค อายุ 25 ปี สามปีต่อมาที่เคิร์คเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกหัดสตาร์ฟลีท เคิร์คก็ต้องการสอบในแบบจำลองการรบ Kobayashi Maru (โคบายาชิ มารุ) อีกครั้ง เพราะไม่เคยมีใครผ่านการทดสอบนี้เลยตั้งแต่มีการสอบมา 4 ปี และในการสอบจะมีขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น

ในคืนนั้นเอง เคิร์คที่เจ้าชู้ไปทั่วก็กำลังนัวเนียกับ Gaila (เกลล่า) มนุษย์ต่างดาวที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝึกหัดในสถาบันสตาร์ฟลีทเช่นกัน ทันใดนั้นอูฮาร่าก็เข้ามาในห้องเกลล่า เพราะทั้งสองเป็นรูมเมทกัน อูฮาร่าบ่นๆว่า ขณะที่อยู่แลปตรวจสัญญาณระยะไกล อูฮาร่าได้พบสัญญาณติดต่อฉุกเฉินเข้ามาจากน่านฟ้าอวกาศคลิงออน และยานของคลิงออนถูกบางอย่างโจมตีถึง 47 ลำเลยทีเดียว หลังจากนั้นอูฮาร่าก็จับได้ว่าเคิร์คก็อยู่ในห้องด้วยจึงไล่เคิร์คออกจากห้อง แต่เคิร์คก็ได้ยินและจดจำทุกอย่างที่อูฮาร่าพูดได้หมดทุกคำ..

เคิร์คและเกลล่า รูมเมทของอูฮาร่า

 

ในเช้าวันรุ่งขึ้น เคิร์คซึ่งทดสอบเป็นกัปตันยูเอสเอส ก็พาลูกเรือที่สอบกับตนเอง (มีทั้งหมอแมคคอยและอูฮาร่า) ผ่านบททดสอบโคบายาชิมารุได้สำเร็จเป็นทีมแรกตั้งแต่มีการสอบมา 4 ปี ทำให้นาวาโทสป็อคซึ่งเป็นผู้ออกแบบบททดสอบนี้ กล่าวหาว่าเคิร์คโกงข้อสอบ

ที่ห้องประชุมใหญ่สถาบันสตาร์ฟลีท นายพล Richard Barnett เรียกประชุมคณะกรรมการอาวุโสของสตาร์ฟลีท และเจ้าหน้าที่ฝึกหัดทุกคนมารวมตัวกัน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับเคิร์คว่าโกงข้อสอบ

จิม เคิร์ค เจ้าหน้าที่ฝึกหัดในสถาบันสตาร์ฟลีท

 

เคิร์คต้องการขอโต้แย้งกับผู้กล่าวหาโดยตรงเพื่อความเป็นธรรม นายพลบาร์เน็ตจึงเรียกให้ผู้การสป็อคเผยตัวว่าเค้าคือผู้กล่าวหา ให้ออกมายืนประจันหน้ากับเคิร์ค

ผู้การสป็อคบอกกับเคิร์คว่า เคิร์คไม่เข้าใจแก่นของบททดสอบ นั่นคือเรียนรู้ความกลัวเมื่อเผชิญหน้าความตาย ยอมรับความกลัวนั้นแล้วพยาควบคุมมันให้ได้ นั่นคือคุณสมบัติของกัปตันสตาร์ฟลีทที่ควรจะมี เฉกเช่นพ่อของเคิร์ค

ผู้การสป็อค ซึ่งจบหลักสูตรสตาร์ฟลีทมาหลายปีแล้ว

 

คำพูดสป๊อคเรื่องพ่อเข้าไปจี้หัวใจของเคิร์ค แต่ในขณะที่ยังไม่ได้บทสรุป เจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทที่เฝ้าระวังเขตแดนก็ได้รับแจ้งว่า ดาววัลแคนซึ่งเป็นหนึ่งในสหพันธรัฐแห่งดวงดาวขอความช่วยเหลือด่วนมา

นายพลบาร์เน็ต จึงสั่งเลิกประชุม และให้เจ้าหน้าที่ฝึกหัดทุกคนไปรายงานตัวที่ท่าปล่อยยานลำเลียงทันที เพื่อไปขึ้นยานยูเอสเอสของสตาร์ฟลีทที่ลอยลำอยู่นอกชั้นบรรยากาศโลกอีกที และเดินทางไปช่วยชาววัลแคนโดยด่วน

ในท่าปล่อยยานลำเลียงสตาร์ฟลีท เคิร์คเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ถูกขานชื่อให้ขึ้นยานยูเอสเอสลำไหนเลย เพราะเคิร์คยังอยู่ในระหว่างถูกพักการเรียนรอการตัดสินโทษ

แต่หมอแมคคอยนั้นเห็นใจเพื่อน จึงฉีดไวรัสใส่เคิร์คให้เป็นไข้เฉียบพลัน และใช้อำนาจในการเป็นนายแพทย์อาวุโสของยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ พาเคิร์คขึ้นยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์เพื่อรักษาอาการเคิร์ค จึงไม่มีใครห้ามหมอแมคคอยได้

เคิร์คอาการดูเหมือนจะหนัก

 

ด้านอูฮาร่าก็มาโวยผู้การสป็อคเช่นกัน ว่าทำไมไม่ใส่ชื่อตนเองไปในยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ ทั้งๆที่อูฮาร่าต้องการขึ้นยานเอนเทอไพรซ์ (ทั้งสองเป็นคนรักกัน) ผู้การสป็อคจึงเปลี่ยนให้อูฮาร่าขึ้นยานเอนเทอไพรซ์ไปอีกคน ซึ่งผู้การสป็อคก็ประจำยานเอนเทอไพรซ์ด้วย (สรุปคืออยู่บนยานเอนเทอไพรซ์กันหมด) และยานลำเลียงเจ้าหน้าที่ ก็บินไปเทียบท่ายานยูเอสเอสของสตาร์ฟลีท 8 ลำที่ประจำการขณะนั้น ซึ่งจอดรออยู่นอกชั้นบรรยากาศโลก

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม ยูเอสเอส 7 ลำก็เปิดระบบวาร์ปมุ่งหน้าไปที่ดาววัลแคนทันที เหลือเพียงยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ลำเดียว ที่ไปช้ากว่าเพื่อน เพราะนักบินคนใหม่คือเรือโท Hikaru Sulu (ฮอคารุ ซูลู) ดันลืมปิดระบบต้านแรงเฉื่อยในครั้งแรก นั่นหมายความว่าเอนเทอไพรซ์จะวาร์ปไปถึงดาววัลแคนช้ากว่ายูเอสเอสลำอื่นๆหลายนาทีเลยทีเดียว (และหมอแมคคอยก็ฉีดวัคซีนแก้ไวรัสและยาสลบให้เคิร์คนอนพักในห้องพยาบาลยานเอนเทอไพรซ์)

เรือโทซูลู นักบินคนใหม่ของยานเอนเทอไพรซ์กำลังวาร์ป

 

ในระหว่างอยู่ในรูหนอนขณะกำลังวาร์ป เรือตรี Pavel Andreievich Chekov (เรือตรีเชคอฟ) ก็แจ้งลูกเรือทุกคนในยานเอนเทอไพรซ์ ออกอากาศดังไปทั่วยาน ถึงรายละเอียดภารกิจ ว่านั่นก็คือ

สตาร์ฟลีทได้รับแจ้งว่า ดาววัลแคนแผ่นดินไหว = ผ.บ.วัลแคนขอความช่วยเหลือ

สตาร์ฟลีทได้เจอพายุคะนองในอากาศบริเวณเขตแบ่งแดนคลิงออนและวัลแคน

ระยะเวลาเดินทาง = ใช้การวาร์ป 3 นาที ถึงดาววัลแคน

และบทบาทท่าทีที่ต้องทำเมื่อไปถึงจุดหมาย = กู้ภัยช่วยเหลือชาววัลแคน

เรือตรีเชคอฟสรุปภารกิจที่จะทำในวันนี้

เคิร์คตื่นมาพอดี และได้ยินเชคอฟบอกว่าว่าเกิดพายุฟ้าคะนองในอวกาศ เคิร์คจึงรู้ทันทีว่า นี่มันเหมือนเหตุการณ์เดียวกับเมื่อ 25 ปีที่แล้วในวันที่ตนเองเกิด และยูเอลเอสเคลวินต้องโดนโจมตีพร้อมกับพ่อที่ต้องตายไป

เคิร์คจึงรีบไปตามหาอูฮาร่า เพื่อไปสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ถึงสัญญาณเมื่อคืนที่อูฮาร่าพบและแปลสัญญาณได้ เรื่องรายละเอียดยานคลิงออนถูกโจมตีทั้ง 47 ลำนั้น เคิร์คจึงรู้ว่ายานเหล่านั้นคือ Warbirds ของคลิงออน (วอร์เบิร์ดเป็นยานรบลำเล็กๆ) และโดนยานเพียงลำเดียวของโรมูลันโจมตี

อูฮาร่า ผู้ตรวจพบสิ่งผิดปกติคนแรก

 

เคิร์คจึงรีบไปเตือนกัปตันไพค์ให้รู้ว่านี่คือ กับดัก มันไม่ใช่ภารกิจกู้ภัย เพราะเมื่อคืนวอร์เบิร์ดของคลิงออนนั้นถูกยานมหึมาลึกลับของโรมูลันโจมตีแน่นอน ซึ่งเป็นยานเดียวกับที่โจมตียูเอสเอสคาลวินเมื่อ 25 ปีก่อน ข้อบ่งชี้คือพายุฟ้าคะนองในอวกาศที่เกิดขึ้นอีกครั้งในรอบ 25 ปี และเอนเทอไพรซ์ก็จะถูกโจมตีเช่นกัน

ผู้การสป็อคนั้นกล่าวโทษเคิร์คว่า ไม่มีสิทธิอยู่บนยานเอนเทอไพรซ์ด้วยซ้ำ จึงไม่ควรออกความเห็นใดๆทั้งสิ้น แต่อูฮาร่าก็คอนเฟิร์มให้เคิร์คว่า ข้อมูลเรื่องโรมูลันโจมตีคลิงออนเป็นความจริง เพราะอูฮาร่าแปลสัญญาณได้เมื่อคืน (ขณะนี้เอนเทอไพรซ์ยังไม่ออกจากวาร์ป)

ความวุ่นวายที่สะพานเรือเอนเทอไพรซ์

 

ผู้การสป็อคนั้นเป็นคนมีเหตุผล จึงคิดว่าสิ่งที่เคิร์ควิเคราะห์นั้นก็มีความเป็นไปได้และมีน้ำหนักพอที่จะพิจารณา อีกทั้งอูฮาร่านั้นคือเจ้าหน้าที่ฝึกหัดมือหนึ่งในการแปลสัญญาณต่างดาว จึงตอกย้ำให้เคิร์คน่าเชื่อถือขึ้น

กัปตันไพค์ จึงสั่งให้อูฮาร่ามาประจำการที่สะพานเรือ และเลื่อนขั้นเป็นยศเรือเอก (ผู้กอง) เพื่อให้ผู้กองอูฮาร่าแยกสัญญาณวัลแคนกับโรมูลันในบริเวณดาววัลแคนให้ได้ เพราะเจ้าหน้าที่คนเดิมนั้นไม่มีความสามารถพอ ผู้กองอูฮาร่าจึงได้ประจำการที่สะพานเรือเอนเทอไพรซ์นับตั้งแต่นั้น

เจ้าหน้าที่สื่อสารแจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับยานยูเอสเอสของสตาร์ฟลีทลำอื่นๆทั้ง 7 ลำที่ดาววัลแคนได้ เคิร์คจึงย้ำอีกครั้งว่า นั่นเพราะยูเอสเอสลำอื่นๆโดนโรมูลันโจมตีนั่นเอง

กัปตันไพค์นั้นสรุปทุกอย่างที่ได้ข้อมูลแล้ว จึงสั่งเปิดเกราะบาเรียพร้อมรบทันทีที่เอนเทอไพรซ์จะออกจาการวาร์ปในอีก 5 วินาที และทันทีที่วาร์ปถึงดาววัลแคน เอนเทอไพรซ์ก็ต้องพบกับซากยานยูเอสเอสลำอื่นๆลอยเกลื่อนน่านอวกาศดาววัลแคน

เรือโทซูลูขับยานเอนเทอไพรซ์หลบหลีกซากยูเอสเอสลำอื่นๆ

 

และเอนเทอไพรซ์ก็ต้องเผชิญหน้ากับยานเนราด้าอันมหึมาของโรมูลัน พร้อมกับที่ยานเนราด้ายิงตอปิโดโจมตีเอนเทอไพรซ์มาหนึ่งชุด ทำให้เอนเทอไพรซ์เกินจะรับไหว ถ้าโดนยิงซ้ำอีกระลอก เอนเทอไพรซ์หมดสภาพแน่นอน

และผู้การสป็อคก็ตรวจพบว่า  บนดาววัลแคนมีเครื่องจักรกลมหึมาบางอย่างของโรมูลันทำการขุดเจาะอยู่ ทำให้ตอนนี้ทั้งระบบสื่อสาร และระบบเคลื่อนย้ายมวลสารใช้การไม่ได้ เนื่องจากเครื่องจักรนั้นส่งคลื่นรบกวน

แม่ของสป๊อค ยืนมองแท่นเครื่องจักรขุดเจาะของโรมูลันที่เจาะดาววัลแคน

 

ขณะที่ยานเนราด้ากำลังจะยิงซ้ำ กัปตันนีโรชาวโรมูลันก็สังเกตว่า ยานสตาร์ฟลีทลำนั้นคือยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ กัปตันนีโรจึงสั่งชะลอการโจมตีชั่วคราว เพราะรู้ว่านั่นคือยานของสป็อคโจทย์เก่าของตน กัปตันนีโรก็ใช้มุกเดิม คือขอพบกัปตันไพค์ เพื่อแลกกับการหยุดโจมตี

กัปตันไพค์ยินยอมขึ้นกระสวยอวกาศไปพบกัปตันนีโรบนยานเนราด้า สั่งให้สป็อคขึ้นบัญชาการเป็นกัปตันต่อจากตนเอง เลื่อนยศให้เคิร์คเป็นต้นเรือ (นาวาตรี) และสั่งให้เคิร์คกับซูลูขึ้นกระสวยไปกับตน เพื่อกระโดดดิ่งลงกลางทางเหนือน่านฟ้าดาววัลแคน และลอบลงไปทำลายแกนกลางของแท่นขุดเจาะนั้น นั่นจะทำให้เครื่องย้ายมวลสารทำงานได้อีกครั้ง และบีมชาววัลแคนขึ้นมาบนเอนเทอไพรซ์ได้นั่นเอง เมื่อเสร็จภารกิจแล้วก็ให้เคิร์คกับซูลูสื่อสารบอกเอนเทอไพรซ์เพื่อบีมทั้งสองกลับมาขึ้นยานทันที

กัปตันไพค์แจกจ่ายหน้าที่ก่อนจะไปที่ยานเนราด้า

 

หลังจากสป็อคไปที่นั่งประจำกัปตันเอนเทอไพรซ์ ปรากฎว่าจากความเสียหายของการถูกโรมูลันโจมตี ทำให้นายแพทย์ใหญ่ของเอนเทอไพรซ์เสียชีวิต สป็อคจึงเลื่อนขั้นให้หมอแมคคอยขึ้นดำรงตำแหน่งนาวาตรีและเป็นนายแพทย์ใหญ่ของเอนเทอไพรซ์แทน

เมื่อเคิร์คกับซูลูกระโดดลงบนแท่นขุดเจาะสำเร็จ ทั้งสองก็ต้องปะทะกับลูกเรือเนราด้าชาวโรมูลันที่เฝ้าแท่นขุดเจาะอยู่ แต่ซูลูก็สังหารโรมูลันทั้งสองคนและช่วยเคิร์คได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเอาปืนของโรมูลันที่ทำตกไว้ ระดมยิงใส่แกนเครื่องขุดเจาะ และหยุดการทำงานของแท่นขุดเจาะได้สำเร็จ

เรือโทซูลูกับฝีมือเชิงดาบชั้นสูง

แต่นั่นก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะจุดประสงค์จริงๆของกัปตันนีโรก็คือ เจาะให้ถึงแกนกลางดวงดาว และกัปตันนีโรก็ปล่อย Red Matter หรือสสารแดงลงไปในแกนกลางดาววัลแคนทันที (สสารมหาประลัยที่กัปตันนีโรเอามาจากราชทูตสป็อคที่มาจากอนาคต) สสารแดงจะสร้างเอกะภาวะดูดดาวทั้งดวงให้หายไป หรือสร้างหลุมดำนั่นเอง และดาววัลแคนมีเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นก่อนที่จะโดนดูดกลืน

กัปตันสป็อคนั้นสั่งให้ผู้กองอูฮาร่าแจ้งบ.ก.วัลแคนอพยพประชากรทั้งดวงดาวหนีหายนะครั้งนี้ทันที และให้บีมตนเองไปที่สภาสูงดาววัลแคนโดยด่วน เพื่อพาเหล่าผู้อาวุโสในสภามาที่เอนเทอไพรซ์

พ่อและแม่สป็อคซึ่งเป็นสมาชิกผู้อาวุโสวัลแคนกำลังทำพิธีใน katric ark

 

เพราะเมื่อดาววัลแคนสูญสิ้น ผู้อาวุโสวัลแคนจะสร้างอารยธรรมของวัลแคนขึ้นมาใหม่ได้จากองค์ความรู้ หลังจากนั้นเชคอฟก็ไปควบคุมเครื่องย้ายมวลสารด้วยตนเอง และบีมซูลูกับเคิร์คกลับมาที่เอนเทอไพรซ์ได้สำเร็จ

ทางด้านสป็อคนั้นเข้าไปในแคททริคอาร์ค และพาทุกคนในสภาสูงออกมายังจุดนัดพบเพื่อบีม แต่อแมนด้าแม่ของสป็อคนั้นยืนอยู่หน้าผาและหน้าผาถล่มพอดี ทำให้สัญญาณการบีมพลาดเป้า และสป็อคก็เสียแม่ไป

สป็อคช่วยแม่ตนเองไม่สำเร็จ

 

วันที่ดวงดาว 22 58.42 ดาววัลแคนทั้งดวงดาวและประชากร 6 พันล้านคนถูกดูดหายเข้าไปในหลุมดำสูญสิ้นไป ซึ่งมีชาววัลแคนเหลือรอดชีวิตไม่ถึงหมื่นคน สป็อคจึงบันทึกเหตุการณ์ปูมหลังกัปตันแห่งสตาร์ฟลีทไว้ว่า วันนี้คือวันล่มสลายของดาววัลแคนดั้งเดิม และยังไม่ได้ข่าวกัปตันไพค์ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร..

บนยานเนราด้า กัปตันนีโรได้บอกเรื่องราวใหักัปตันไพค์ฟังว่า ตนเองและยานเนราด้ามาจากอนาคต เดิมทียานเนราด้าเป็นเพียงยานขุดแร่ทำเหมืองแร่ แต่แล้วดาวโรมูลัสของชาวโรมูลันนั้นได้ถูกทำลายลงไป และทำให้ภรรยาของกัปตันนีโรตายไปด้วย โดยที่สหพันธรัฐนั้นกลับดูดายไม่ช่วยเหลือ นีโรกล่าวโทษว่านั่นคือความผิดของราชทูตสป็อค

กัปตันนีโรต้องการรู้ความถี่ของระบบป้องกันโลกมนุษย์ เพื่อทำลายสตาร์ฟลีทและโลกทั้งใบ นีโรต้องการทำลายดวงดาวในสหพันธรัฐทุกดวง ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับสาธารณรัฐโรมูลัน แก้แค้นส่วนตัวล้วนๆ นี่คือเหตุผลเดียวที่กัปตันไพค์ยังมีชีวิตอยู่

กัปตันนีโรจับกัปตันไพค์มารีดข้อมูล

 

บนยานเอนเทอไพรซ์ ที่น่านอวกาศเขตแบ่งแดนวัลแคนและคลิงออน กัปตันสป็อคและต้นเรือเคิร์คถกเถียงกันยกใหญ่ สป็อคนั้นอยากรีบวาร์ปกลับไปรวมกับกองเรือสตาร์ฟลีทลำอื่นๆ ที่ระบบลอเรนเธี่ยน เพื่อเตรียมสู้กับนีโร เพราะชัดเจนว่านีโรมุ่งไปโลกมนุษย์

แต่เคิร์ค อยากวาร์ปไล่ตามนีโรและต่อสู้กับนีโรตอนนี้เลยมากกว่า เพื่อป้องกันเหตุร้ายโดนลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวที่จะเกิดขึ้นกับกองเรือสตาร์ฟลีทลำอื่นๆ เหมือนดังเช่นที่เกิดขึ้นกับยูเอสเอสทั้ง 7 ลำวันนี้ โดยหาทางเพิ่มกำลังวาร์ปให้เอนเทอไพรซ์ เพื่อจะได้ไล่ตามนีโรทัน

แต่เคิร์คเป็นเพียงต้นเรือ สป็อคเป็นกัปตัน สป็อคจึงสั่งให้เนรเทศเคิร์คลงจากยานเอนเทอไพรซ์ โดยจับยัดใส่กระสวยปล่อยลงที่ดาวเคราะห์บริเวณนั้น และสป็อค ก็นำเอนเทอไพรซ์วาร์ปไปที่ระบบลอเรนเธี่ยน

ในดาวเคราะห์ดวงที่เคิร์คถูกเนรเทศลงไปนั้น เคิร์คก็พบกับราชทูตสป็อคที่มาจากอนาคตในอีก 129 ปีข้างหน้า (ชาววัลแคนอายุขัยมากกว่ามนุษย์ อนาคตตอนนั้นเคิร์คตายไปนานแล้ว) ราชทูตสป็อคประสานใจของตนกับเคิร์ค เพื่อให้เคิร์คเห็นอย่างที่ราชทูตสป็อคเห็นด้วยตาตนเอง

ราชทูตสป็อคบอกเคิร์คว่า เคิร์ค คือสหายรักของตนตลอดมา

 

ภาพที่เคิร์คเห็นนั้นคือ ในอนาคตอีก 129 ปีต่อจากนี้ จะมีดาวดวงหนึ่งกำลังจะระเบิด และจากผลของการระเบิดจะทำให้เกิดซุปเปอร์โนว่า ซึ่งนั่นจะทำให้ดาวโรมูลัสของชาวโรมูลันนั้น ต้องโดนผลกระทบ และแตกดับไปด้วย ราชทูตสป็อคจึงร่วมมือกับสภาสูงโรมูลัน นำสสารแดงบรรทุกใส่ยานที่บินเร็วที่สุด มุ่งหน้าไปที่ดาวดวงนั้น เพื่อจะใช้สสารแดงสร้างหลุมดำดูดดาวดวงนั้นก่อนจะระเบิดนั่นเอง

แต่ราชทูตสป็อคไปไม่ทัน ดาวดวงนั้นระเบิดซะก่อน และกำเนิดคลื่นซุปเปอร์โนว่ามหาศาล และซุปเปอร์โนว่าก็ทำลายดาวโรมูลัสไปแล้ว ราชทูตสป็อคจึงต้องรีบปล่อยสสารแดงใส่ไปในใจกลางซุปเปอร์โนว่าแทน เพื่อไม่ให้ซุปเปอร์โนว่าไปทำลายทั้งระบบกาแล็กซี่ สสารแดงทำให้ซุปเปอร์โนว่าโดนหลุมดำดูดหายไป

ดาวโรมูลัสกำลังโดนซุปเปอร์โนว่าทำลาย

 

แต่ระหว่างทางบินกลับเพื่อไปให้ไกลจากรัศมีหลุมดำ ราชทูตสป็อคก็ได้รับการติดต่อจากนีโร และกล่าวโทษว่า ราชทูตสป็อคไม่ยอมช่วยเหลือดาวโรมูรัส นีโรไล่โจมตียานของสป็อค ยานของนีโรก็โดนรัศมีหลุมดำดูดหายเข้าไปก่อน และยานความเร็วสูงของราชทูตสป็อคก็โดนรัศมีหลุมดำดูดไปทีหลัง

แต่นั่นทำให้ยานเนราด้าของนีโร ออกจากหลุมดำไปโผล่ยังอดีต และโจมตียูเอสเอสคาลวินวันที่ดวงดาว 22 33 ซึ่งยานของราชทูตสป็อคโผล่มาช้ากว่าถึง 25 ปี และเพิ่งมาถึงวันที่ดวงดาว 22 58 นี่เอง

ทันทีที่ยานของราชทูตสป็อคโผล่มาไม่กี่วันก่อน นีโรก็จับราชทูตสป็อคและยึดยานความเร็วสูงไว้ นีโรบีมราชทูตสป็อคมาปล่อยทิ้งไว้ที่ดาวเคราะห์ใกล้ๆกับดาววัลแคนแห่งนี้ และใช้สสารแดงของราชทูตสป็อคนั่นแหละ ทำลายดาววัลแคนบ้าง นีโรต้องการให้ราชทูตสป็อครู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่ตนรู้สึก ที่เห็นดาวของเผ่าพันธุ์ตนเองถูกทำลายต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่สามารถช่วยได้..

*จุดนี้จึงทำให้มีสองไทม์ไลน์ เนื่องจากนีโรมาเปลี่ยน จึงกำเนิด Alternate reality หรือ ความเป็นจริงถูกเบี่ยงเบน*

ไทม์ไลน์เดิม – พ่อของเคิร์คไม่ตายวันที่ดวงดาว 22 33 แม่ของสป็อคไม่ตายวันที่ดวงดาว 22 58 และดาววัลแคนอยู่ดีมีสุขไปจนราชทูตสป็อคแก่

ไทม์ไลน์ที่สอง – พ่อของเคิร์คตายวันที่ดวงดาว 22 33 แม่ของสป็อคตายวันที่ดวงดาว 22 58 และดาววัลแคนถูกหลุมดำดูดหายไปตั้งแต่ผู้การสป็อคยังหนุ่ม

ไทม์ไลน์ที่สองคือไทม์ไลน์ในภาพยนตร์ชุด Star Trek ยุคปัจจุบัน

ราชทูตสป็อคยืนดูดาววัลแคนโดนหลุมดำดูดหายไป

 

ราชทูตสป็อคจำได้ว่า มีหน้าด่านอวกาศของสตาร์ฟลีทอยู่แถวๆนี้ ราชทูตสป็อคกับเคิร์คจึงเดินทางไปที่หน้าด่านนั้น และราชทูตสปอร์คดีใจมากที่พบกับนาวาตรี Montgomery Scott เจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทผู้คิดค้นทฤษฎี Transwarp beaming หรือการบีมขณะวาร์ป (ราชทูตสป็อครู้จักสก็อตตี้ในไทม์ไลน์ตนเองด้วย)

ผู้การมอนโกโมรี่ สก็อต เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญการบีมขณะวาร์ป

 

ราชทูตสป็อคจึงเขียนสมการการบีมขณะวาร์ป ซึ่งสก็อตตี้จะเขียนขึ้นในอนาคตอันใกล้ให้สก็อตตี้ดูเดี๋ยวนี้เลย เพื่อทำการบีมเคิร์คและตัวสก็อตตี้ ไปที่ยานเอนเทอไพรซ์ที่กำลังวาร์ปอยู่ตอนนี้ ซึ่งราชทูตสป็อคจะไม่ไปด้วย

ราชทูตสป็อคบอกเคิร์คก่อนเคิร์คบีมไปเอนเทอไพรซ์ว่า จะหยุดนีโรได้ เคิร์คต้องขึ้นเป็นกัปตัน และแนะนำเคิร์คด้วยว่ากัปตัน จะถูกปลดจากตำแหน่ง ถ้าอยู่ในสภาวะอารมณ์ไม่มั่นคง เคิร์คต้องยั่วโมโหกัปตันสป็อคให้น็อตหลุดนั่นเอง

“ขอให้ยั่งยืน และรุ่งเรือง” ราชทูตสป็อคกล่าวลาเคิร์คเพื่อนรัก

 

เมื่อสก็อตตี้และเคิร์คถูกบีมไปถึงยานเอนเทอไพรซ์ที่กำลังวาร์ปอยู่ ทั้งคู่ก็ถูกเจ้าหน้าที่เอนเทอไพรซ์จับตัวไปที่สะพานเรือเอนเทอไพรซ์ (คนที่ต่อยกับเคิร์คในไอโอว่าตอนโน้นนั่นละ) และทันทีที่เคิร์คเห็นหน้ากัปตันสป็อค เคิร์คก็ยั่วโมโหกัปตันสป็อค

เคิร์คกับท่าทางยียวนกวนประสาท

 

และได้ผล เมื่อกัปตันสป็อคถูกขยี้ปมที่เสียแม่ไป และปมที่เห็นดาววัลแคนของตัวเองถูกทำลาย กัปตันสป็อคก็น็อตหลุด ต่อยเคิร์คอย่างบ้าคลั่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสตาร์ฟลีทที่สะพานเรือ ซึ่งเมื่อสติกลับมาขณะกำลังบีบคอเคิร์คอยู่ กัปตันสป็อคเพิ่งรู้สึกตัวว่า ตนเองอารมณ์ไม่มั่นคง จึงทำการปลดตัวเองออกจากตำแหน่งกัปตันทันที

ต้นเรือเคิร์คจึงขึ้นเป็นกัปตันแทนที่ผู้การสป็อค คำสั่งแรกของกัปตันเคิร์คก็คือ ยกเลิกการกลับไปสมทบกับกองเรือสตาร์ฟลีท และไล่ตามยานเนราด้าของโรมูลันแทน กัปตันเคิร์คแจ้งลูกเรือเอนเทอไพรซ์ให้เตรียมปะทะในอีก 10 นาที และต้องมีการตายกันไปข้าง ระหว่าง เนราด้า กับ เอนเทอไพรซ์

กัปตัน เจมส์ ที. เคิร์ค นั่งบัญชาการเอนเทอไพรซ์ครั้งแรก

 

เรือตรีเชคอฟเสนอทฤษฎีว่า ให้เรือโทซูลูขับเอนเทอไพรซ์ออกจากการวาร์ปไปหลบอยู่ที่ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ เพื่อดักหน้ายานเนราด้าและบีมขึ้นยานเนราด้าจากจุดนั้น และลอบเข้าไปทำลายแท่นขุดเจาะ ช่วยกัปตันไพค์ เพราะถ้าซุ่มอยู่บริเวณนั้นจะทำให้เนราด้าจับสัญญาณไม่ได้ และผู้การสป็อคก็กลับมาร่วมทีม ก่อนจะสนับสนุนแผนของเชคอฟและสนับสนุนกัปตันเคิร์ค

เรือตรีเชคอฟอธิบายแผนเด็ดดวง

 

ผู้การสป็อคเสนอตัวเองลอบเข้าไปที่ยานเนราด้า เพราะโรมูลันกับวัลแคนมีบรรพบุรุษร่วมกัน คงจะทำให้ตามหาเครื่องควบคุมแท่นเจาะได้ง่าย และกัปตันเคิร์คก็จะไปกับผู้การสป็อคด้วย

ทันที่ที่เรือโทซูลูขับยานเอนเทอไพรซ์ออกจากวาร์ปและไปหลบที่ไททัน สก็อตตี้ก็มานั่งที่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ย้ายมวลสาร เพื่อบีมกัปตันเคิร์คกับผู้การสป็อคขึ้นยานเนราด้า

กัปตันเคิร์คและผู้การสป็อคลุยยานเนราด้า และเข้าไปจนถึงที่จอดยานเดินทางความเร็วสูงของวัลแคนซึ่งมีสสารแดงอยู่ในนั้น และเอไอของยานก็กล่าวต้อนรับราชทูตสป็อค

กัปตันเคิร์คสั่งให้ผู้การสป็อคนำยานความเร็วสูงบินออกไปทำลายแท่นขุดเจาะที่กำลังเจาะแกนโลก และกัปตันเคิร์คก็จะบุกไปสู้กับนีโร ซึ่งนีโรก็จำได้ว่า คนที่ตนกำลังสู้อยู่คือกัปตัน เจมส์ ที. เคิร์ค ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต

เมื่อนีโรรู้ว่าแท่นขุดเจาะโดนผู้การสป็อคทำลาย นีโรจึงไปบัญชาการไล่ล่าผู้การสป็อค และให้ต้นเรือเอเยลฆ่ากัปตันเคิร์คซะ แต่เอเยลก็โดนกัปตันเคิร์คฆ่าซะเอง

ผู้การสป็อคคิดแผนออก ผู้การสป็อคจึงขับยานความเร็วสูงที่บรรทุกสสารแดงพุ่งเข้าชนยานเนราด้า และสั่งให้สก็อตตี้บีมตนเองกลับเอนเทอไพรซ์ก่อนเข้าปะทะ ในช่วงวินาทีเดียวกับที่กัปตันเคิร์คไปช่วยกัปตันไพค์ และสั่งให้สก็อตตี้บีมทั้งคู่กลับเอนเทอไพรซ์

สก็อตตี้บีมทั้งสามคนจากสองสถานที่มาพร้อมกันได้

 

ยานเนราด้าก็ถูกสสารแดงมากมายในยานความเร็วสูงของวัลแคนสร้างหลุมดำขนาดมหึมา และดูดทั้งยานหายดับสูญไป เรือโทซูลูก็ขับยานเอนเทอไพรซ์หนีหลุมดำออกมาจนได้ ก่อนที่หลุมดำจะหายไป

หลายวันต่อมา.. ที่ฐานบัญชาการสตาร์ฟลีทในซานฟรานซิสโก ผู้การสป็อค ก็ได้พบกับ ราชทูตสป็อค และรู้ความจริงทุกอย่างว่า ตนเองมาจากอนาคต ก่อนที่ราชทูตสป็อคจะไปสร้างอาณาจักรวัลแคนที่ดาวดวงใหม่ ซึ่งชาววัลแคนที่รอดชีวิตจะไปอยู่ที่นั่น

สป็อคทั้งสองไทม์ไลน์พบหน้ากัน

 

ที่ห้องประชุมใหญ่สถาบันสตาร์ฟลีท นายพลบาร์เน็ตก็มอบเหรียญกล้าหาญให้ผู้การ เจมส์ ที. เคิร์ค และ คริสโตเฟอร์ ไพค์ ก็มอบตำแหน่งกัปตันยานยูเอสเอสเอ็นเทอไพรซ์ให้เคิร์ครับช่วงต่ออย่างเป็นทางการ โดยมีสป็อคเป็นต้นเรือ..

 

1 ปี ต่อมา..

 

ที่ลอนดอน วันที่ดวงดาวที่ 22 59.55 ลูกสาวของ Thomas Harewood เจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทแห่ง Kelvin Memorial Archive (หอเอกสารบันทึกเรื่องราวของยูเอสเอสเคลวิน) ลูกสาวโธมัสได้ล้มป่วยอย่างหนักและอยู่ได้อีกไม่นานก็จะตาย..

โธมัส แฮร์วูด พ่อที่กำลังเสียลูกสาวไป

 

แต่ก็มีชายลึกลับเสนอตัวกับโธมัส ว่าเขาสามารถช่วยชีวิตและรักษาโรคลูกสาวของโธมัสได้ แต่โทมัสต้องทำบางอย่างแลกเปลี่ยน..

ชายลึกลับผู้มายื่นความหวังให้โธมัส

 

ที่ดาว Nibiru กัปตันเคิร์คนำลูกเรือยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์มาที่ดาวนีบีรูอันล้าหลังด้านอารยธรรม (จัดอยู่ในดาวเคราะห์ class M) ก็เพื่อใส่โคลฟิวชั่นในภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด ซึ่งถ้าภูเขาไฟระเบิดขึ้นมาจะทำให้สิ่งมีชีวิตบนดาวนีบีรูตายเกลี้ยง โคลฟิวชั่นจะทำให้ลาวาเย็นจัดและหยุดการปะทุออกมา แผนคือต้องไม่ให้เผ่าพันธุ์ Nibirans (นีบีเรี่ยน) พบเห็นภารกิจนี้โดยเด็ดขาด

ชาวนีบีเรี่ยน ชนเผ่าพื้นเมืองแห่งดาวนีบีรู

 

แต่แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างบนดาวนีบีรูก็วุ่นวายมาก หมอแมคคอยและกัปตันเคิร์คต้องวิ่งหนีชนพื้นเมืองที่ไล่ล่า เรือโทซูลูก็ขับ Shuttle 1 (ยานสำรวจขนาดกลาง)ไปกับผู้กองอูฮาร่า และต้องส่งผู้การสป็อคลงไปในปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิด เพื่อติดตั้งโคลฟิวชั่น

ซึ่งทุกคนที่ลงไปปฏิบัติภารกิจ กลับเอนเทอไพรซ์ได้ทันก่อนลาวาปะทุ แต่ผู้การสป็อคนั้นเกิดพลาดตกจากยาน Shuttle 1 และทำท่าว่าจะหนีไม่ทัน ผู้การสป็อคก็ติดตั้งโคลฟิวชั่นสำเร็จ และเตรียมใจทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว

นาวาโทสป็อคติดอยู่ในปล่องภูเขาไฟ

 

กัปตันเคิร์คจึงตัดสินใจสั่งให้เรือโทซูลูแหกกฏข้อบังคับห้ามเผยตัว และขับยานเอ็นเทอร์ไพรซ์บินไปเหนือปล่องภูเขาไฟ เพื่อบีมผู้การสป็อคออกมาทันที (ต้องบินไปใกล้ๆจึงบีมได้ เนื่องจากมีคลื่นสนามแม่เหล็กรบกวน) ทำให้ชาวนีบีเรี่ยนพบเห็นยานเอนเทอไพรซ์ลำมหึมาลอยขึ้นมาจากมหาสมุทร และบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เรือโทซูลูขับยานเอนเทอไพรซ์ไปช่วยผู้การสป็อค

 

ที่สถาบันสตาร์ฟลีท ซานฟรานซิสโก เมื่อเอนเทอไพรซ์กลับถึงโลก กัปตันเคิร์คและผู้การสป็อคก็ถูกนายพลไพค์เรียกตัวไปพบ ว่าเหตุใดกัปตันเคิร์คจึงเอาชีวิตลูกเรือไปเสี่ยงอันตรายที่ดาวนีบีรูเช่นนั้น แถมยังทำให้ชนเผ่าที่เพิ่งผลิตล้อสำเร็จเห็นยานอวกาศลำมหึมาลอยขึ้นจากมหาสมุทร ที่นายพลไพค์รู้ก็เพราะว่า ผู้การสป็อคเขียนรายงานส่งให้ฐานบัญชาการใหญ่สตาร์ฟลีทนั่นเอง

พลเรือเอก คริสโตเฟอร์ ไพค์ เจ้าหน้าที่อาวุโสสตาร์ฟลีท

นายพลไพค์ไล่ผู้การสป็อคออกไปนอกห้องก่อน และตำหนิกัปตันเคิร์ค ว่ากัปตันเคิร์คมั่นใจในตัวเองไป ซึ่งคงไม่ฟลุคโชคดีพาลูกเรือรอดตายเช่นนั้นบ่อยๆ กัปตันเคิร์คต้องเริ่มเรียนรู้ได้แล้ว ว่ากัปตันที่ดีต้องทำเช่นไร

ซึ่งเรื่องนี้รู้ไปถึงหูพลเรือเอก Alexander Marcus แล้วเช่นกัน (นายพลมาคัส คือผู้บัญชาการสูงสุดด้านปฏิบัติการทางทหารของสตาร์ฟลีท) และมีความเป็นไปได้ว่า นายพลมาคัสกับคณะที่ประชุมเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทระดับสูง จะยึดยานเอนเทอไพรซ์คืนจากกัปตันเคิร์ค และอาจจะถอดยศของกัปตันเคิร์คให้กลับไปเป็นนักเรียนในสถาบันสตาร์ฟลีท

เข้าสู่ค่ำคืนที่แสนเลวร้าย..

หลังจากที่โธมัสได้เลือดของชายลึกลับ และนำเลือดนั้นไปฉีดให้ลูกสาวจนเกิดกระบวนการบลัดสตรีม ทำให้อาการของลูกสาวโธมัสกลับฟื้นเป็นปกติพ้นขีดอันตราย (เลือดของชายลึกลับนั้นพิเศษมาก)

ที่ลอนดอน หอเอกสารความทรงจำเคลวิน ในคืนนั้นเอง โธมัสก็ทำตามข้อตกลงที่มีกับชายลึกลับ ด้วยการนำแหวนเคมีระเบิดที่ชายลึกลับให้มา ใส่ลงไปในน้ำที่อยู่ในแก้ว และเกิดปฏิกิริยากลายเป็นระเบิดทำให้หอเอกสารเคลวินระเบิดเป็นจุลทันที (สตาร์ฟลีทตั้งชื่อหอเอกสารนี้ ตามชื่อยานยูเอสเอสเคลวิน ซึ่งพ่อของเคิร์คเคยเป็นกัปตัน 12 นาทีเมื่อ 26 ปีก่อน)

โธมัสระเบิดห้องสมุดเคลวินตามคำสั่งชายลึกลับ

มีเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีทประจำหอเอกสารเคลวินตายไปมากมาย ซึ่งโธมัสก็ตายไปด้วย แต่ก่อนตาย โธมัสก็ส่งข้อมูลของชายลึกลับคนที่บีบให้ตนก่อวินาศกรรมให้กับนายพลมาคัส

ในเวลาเดียวกันที่บาร์เหล้าซานฟรานซิสโก เคิร์คก็ไปนั่งดื่มคนเดียวและครุ่นคิดกับสิ่งที่ตนเองทำไป นายพลไพค์ก็เข้ามาหาเคิร์ค และแจ้งเคิร์คว่า ที่ประชุมตกลงมอบยานเอนเทอไพรซ์และตำแหน่งกัปตันให้นายพลไพค์กลับคืน แต่กัปตันไพค์ก็เกลี้ยกล่อมที่ประชุมให้มอบตำแหน่งต้นเรือกับเคิร์คด้วย ส่วนผู้การสป็อคก็โดนย้ายไปเป็นต้นเรือ USS Bradbury

กัปตันไพค์มอบตำแหน่งต้นเรือเอนเทอไพรซ์ให้เคิร์ค

 

ทันใดนั้นฐานบัญชาการใหญ่สตาร์ฟลีทซึ่งอยู่ในซานฟรานซิสโกก็เรียกตัวนายพลไพค์ เพราะนายพลมาคัสเรียกประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแห่งกองเรือยูเอสเอสทุกคนที่ห้อง Daystrom โดยด่วน อันเนื่องจากเหตุวินาศกรรมหอเอกสารเคลวินเมื่อสักครู่ในลอนดอนนั่นเอง ซึ่งกัปตันไพค์และต้นเรือเคิร์คก็ต้องไปประชุมด้วย

หนึ่งชั่วโมงต่อมาในห้องเดย์สตรอม.. นายพลมาคัสซึ่งเป็นหัวหน้าที่ประชุมก็แจ้งเจ้าหน้าที่อาวุโสทุกคนว่า ก่อนตายโธมัสส่งเบาะแสของคนที่บงการเหตุก่อวินาศกรรมนี้มาให้ตน คนผู้นั้นคือ นาวาโท John Harrison

พลเรือเอก อเล็กซานเดอร์ มาคัส ผ.บ.ฝ่ายปฎิบัติการสตาร์ฟลีท

 

นายพลมาคัสลั่นกร้าวว่า ต้องตามล่าตัวผู้การแฮริสันมารับโทษให้จงได้ (ในที่ประชุมห้องเดย์สตรอม ผู้การสป็อคก็มาร่วมด้วยในฐานะต้นเรือเบร้ดเบอรี่) แต่เคิร์คนั้นรู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมผู้การแฮริสันจึงไม่โจมตีสถาบันใหญ่สตาร์ฟลีทซะเลย ในเมื่อมีโอกาสดีที่เข้าถึงและบงการคนในได้เช่นนั้น ไปโจมตีแค่หอเอกสารเคลวินเพื่ออะไร?

Daystrom Conference Room (ห้องประชุมเดย์สตรอม)

 

ขณะที่ต้นเรือเคิร์คกำลังจะปะติดตะต่อได้ ว่าระเบียบปฏิบัติของสตาร์ฟลีทยามเกิดวินาศกรรม คือเรียกตัวกัปตันและต้นเรือสตาร์ฟลีทมาประชุมในห้องเดย์สตรอมนี้ ซึ่งนี่คงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่ผู้การแฮริสันวางแผนโจมตีเท่านั้น..

ข้อมูลของนาวาโท จอห์น แฮริสัน ผู้ก่อการร้ายครั้งนี้

 

ทันใดนั้น Jumpship เบอร์ 208 ก็บินขึ้นมาถึงหน้าห้องเดย์สตรอมที่อยู่ชั้นบนสุดของฐานบัญชาการสตาร์ฟลีท และกระหน่ำยิงโจมตีห้องเดย์สตรอมอย่างหนักหน่วง ทำให้มีกัปตันและต้นเรือสตาร์ฟลีทบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน หนึ่งในนั้นคือกัปตันไพค์ที่ถูกยิงกลางหน้าอกอย่างจัง

ผู้การสป็อคพยายามช่วยกัปตันไพค์ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย

 

ต้นเรือเคิร์คใช้สายชูชีพของอาคารผูกกับปืนฟาสเซอร์ไรเฟิล และโยนใส่ท่อไอพ่นของจัมพ์ชิป ทำให้จั๊มพ์ชิปกำลังจะร่วง ต้นเรือเคิร์คสบตากับผู้ขับจั๊มพ์ชิปคือผู้การแฮริสันแว่บเดียว ก่อนที่ผู้การแฮริสันจะถูกบีมหายไปทันที และจัมพ์ชิปก็ร่วงใส่ตึก

ต้นเรือเคิร์คมองดูจั๊มพ์ชิปเบอร์208กำลังร่วง และผู้การแฮริสันกำลังบีม

 

ต้นเรือเคิร์ครีบวิ่งไปดูผู้บาดเจ็บล้มตาย และเห็นกัปตันไพค์สิ้นลมหายใจโดยมีสป็อคอยู่ข้างๆ บัดนี้ผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อที่เคิร์คไม่เคยมีได้ตายลงไปอีกคนแล้ว..

10 ชั่วโมงต่อมา ที่ฐานบัญชาการสตาร์ฟลีท ในเช้าวันรุ่งขึ้น สก็อตตี้นำเครื่องจั๊มพ์ชิปของผู้การแฮริสันไปชำแหละซาก และพบว่าผู้การแฮริสันใช้เครื่องทรานสวาร์ปแบบพกพาบีมตัวเองหนีไป ซึ่งจุดหมายปลายทางนั้นคือที่ อาณาจักร Kronos ดาวบ้านเกิดแห่งชาวคลิงออน และสตาร์ฟลีทไม่มีอำนาจเข้าไปยังอาณาจักรนั้นได้

นาวาโท มอนโกเมอรี่ สก็อต มาบอกข้อมูลกับเคิร์คและสป็อค

 

เคิร์ครีบไปพบนายพลมาคัส เพื่อขอตำแหน่งกัปตันเอนเทอไพรซ์คืน และอาสาไล่ล่าผู้การแฮริสันด้วยตนเองแบบภารกิจลับ เพราะถ้าสตาร์ฟลีทออกหน้าบุกดาวโครนอสของคลิงออนแบบเปิดเผย อาจจะเกิดสงครามได้

นายพลมาคัสจึงเล่าให้เคิร์คและสป็อคฟังว่า หอเอกสารเคลวินนั้นเป็นเพียงฉากบังหน้า จริงๆแล้วที่นั่นคือหน่วยลับสุดยอดของสตาร์ฟลีทที่ชื่อ Section 31 ซึ่งมีไว้เพื่อปฏิบัติการสายเทาและสายมืดทุกชนิด เช่นแทรกแซง ลอบสังหาร รวบรวมข่าวกรองของเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่อาจจะมุ่งร้ายโลกมนุษย์ เป็นต้น

โธมัสผู้ระเบิดหอเอกสารเคลวินก็คือเจ้าหน้าที่ของเซคชั่น31 ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หอเอกสารเคลวินอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ส่วนผู้การแฮริสันนั้นแท้จริงก็คือสายลับมือหนึ่งของเซคชั่น31นั่นเอง

และนายพลมาคัสก็มอบตอปิโดโปรตอนพิสัยไกลตัวใหม่ที่เซคชั่น31ผลิตขึ้นให้กัปตันเคิร์คไปจำนวน72ลูก เพื่อให้กัปตันเคิร์คนำตอปิโดเหล่านี้ไปสังหารผู้การแฮริสัน เพราะระบบตรวจจับของคลิงออนนั้นตรวจไม่เจอ

โฮโลแกรมภาพของตอปิโดโปรตอนที่นายพลมาคัสมอบให้กัปตันเคิร์ค

 

นายพลมาคัสตกลงมอบตำแหน่งกัปตันยานเอนเทอไพรซ์ให้เคิร์คกลับคืน กัปตันเคิร์คจึงขอตัวนาวาโทสป็อคลับไปเป็นต้นเรือให้เอนเทอไพรซ์ด้วย ซึ่งแผนของนายพลมาคัสคือ ให้กัปตันเคิร์คลอบเข้าไปแค่สุดชายแดนอวกาศเขตอาณาจักรโครนอสของคลิงออน และล็อคเป้าผู้การแฮริสัน ก่อนจะยิงตอปิโดโปรตอนพิสัยไกลสังหารผู้การแฮริสัน และรีบเผ่นออกมา

ที่ยานลำเลียงฐานปล่อยยานสตาร์ฟลีท (เพื่อเดินทางไปขึ้นยานเอนเทอไพรซ์บนชั้นอวกาศโลก) ผู้การสป็อคแสดงความเห็นว่า การสั่งฆ่าใครโดยไม่ขึ้นศาลไต่สวนนั้นผิดศีลธรรม และการยิงตอปิโดใส่ดาวบ้านเกิดคลิงออนนั้นก็ผิดเช่นกัน ซึ่งอาจจะเกิดสงครามได้ แต่กัปตันเคิร์คยืนยันทำตามแผน

ขณะที่กัปตันเคิร์คและสป็อคเถียงกัน เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์อาวุธที่ชื่อ Dr. Carol Wallace ก็มารายงานตัวกับกัปตันเคิร์ค เพราะเธอมีเอกสารคำสั่งจากจากนายพลมาคัสให้มาประจำการที่เอนเทอไพรซ์

ด็อคเตอร์ แครอล วอลเลซ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์อาวุธของเอนเทอไพรซ์

 

บนยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ สก็อตตี้นั้นไม่เห็นด้วย ที่ห้องเครื่องของยานเอนเทอไพรซ์จะบรรทุกตอปิโดโปรตอนทั้ง72ลูก สก็อตตี้จึงไม่เซ็นรับรอง และถ้ากัปตันเคิร์คดึงดัน สก็อตตี้จะขอออกจากตำแหน่งต้นกล ซึ่งกัปตันเคิร์คก็ยินยอมปลดสก็อตตี้ออกจากหน้าที่ และสั่งให้เรือตรีเชคอฟลงมาเป็นต้นกลในห้องเครื่องแทนสก็อตตี้ สก็อตตี้จึงขึ้นยานลำเลียงกลับโลกในตอนนั้นเลย

นาวาโทสก็อตขอออกจากตำแหน่งต้นกล

เมื่อสก็อตตี้ลงจากยานเอนเทอไพรซ์ และเรือโทซูลูกำลังขับยานเข้าสู่รูหนอนเพื่อวาร์ปไปดาวโครนอสนั้น กัปตันเคิร์คก็ตัดสินใจว่า ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ยิงตอปิโดใส่ดาวโครนอสเพื่อสังหารผู้การแฮริสัน แต่จะลงไปจับกุมตัวผู้การแฮริสันเพื่อนำมาไต่สวนตามวิถีสตาร์ฟลีท นั่นจะทำให้หลีกเลี่ยงสงครามและไม่ผิดศีลธรรม

ขณะวาร์ปนั้นผู้การสป็อคก็จับได้ว่า ด็อคเตอร์วอลเลซคือลูกสาวของนายพลมาคัส และไม่ได้ถูกส่งมาประจำการเอนเทอไพรซ์อย่างที่เธอกล่าวอ้าง ด็อคเตอร์วอลเลซต้องการขึ้นมาบนยานเอนเทอไพรซ์เอง ซึ่งด็อคเตอร์วอลเลซยังมาป้วนเปี้ยนบริเวณตอปิโดบ่อยๆด้วย

ด็อคเตอร์วอลเลซสงสัยบางอย่างในตอปิโดเหล่านี้

 

ทันใดนั้นแกนวาร์ปของเอนเทอไพรซ์ก็ขัดข้องใช้การไม่ได้ชั่วคราว และหยุดชะงักกลางน่านฟ้าดินแดนคลิงออน ผู้การสป็อคจึงหยุดการคาดคั้นด็อคเตอร์วอลเลซเพื่อรีบกลับไปที่สะพานเรือ

ตอนนี้อีกเพียงไม่ไกลก็จะถึงดาวชายแดนอวกาศโครนอส กัปตันเคิร์คจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นพ่อค้าอาวุธเพื่อลงไปจับผู้การแฮริสันที่ดาวโครนอสด้วยตนเอง ผู้การสป็อคจึงขอลงไปที่ดาวโครนอสด้วย ด้านทางผู้กองอูฮาร่าก็ต้องไปอีกคน เพราะผู้กองอูฮาร่าพูดภาษาคลิงออนได้ และกัปตันเคิร์คก็สั่งให้เรือโทซูลูรักษาการกัปตันเอนเทอไพรซ์ จากนั้นกัปตันเคิร์คก็พาลูกทีมเฉพาะกิจนำยานสินค้าที่ยึดมาได้บินลงไปยังดาวโครนอส

ภารกิจปลอมตัวเป็นผู้ค้าอาวุธอวกาศ

 

ที่ดาวโครนอส เอนเทอไพรซ์ได้รับสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตในบริเวณที่ผู้การแฮริสันบีมตัวเองมา รักษาการณ์กัปตันซูลูจึงส่งสัญญาณเสียงไปหาผู้การแฮริสันบนดาวโครนอสให้ยอมมอบตัวภายใน 2 นาที มิเช่นนั้นเอนเทอไพรซ์จะยิงตอปิโดพิสัยไกลถล่มผู้การแฮริสันแบบไม่ยั้งทันที

กัปตันซูลูนั่งประจำที่กัปตัน

 

ในเวลานั้นเอง อาณาจักรโครนอสบริเวณที่ผู้การแฮริสันหลบซ่อนตัวนั้น ดันมียานสายตรวจคลิงออนบินมาตรวจตราพอดี ว่าแล้วยานสายตรวจคลิงออนก็โจมตียานสินค้าของกัปตันเคิร์ค ซึ่งยานสินค้านี้ไม่มีทั้งเกราะทั้งอาวุธ และถูกล้อมไว้ทุกทาง

ยานสินค้าของกัปตันเคิร์คถูกสายตรวจคลิงออนล้อมจับ

 

ผู้กองอูฮาร่าฟังออกว่า สายตรวจคลิงออนต้องการให้ลงจอดทันที และแจ้งว่าพวกของกัปตันเคิร์คเป็นใครมาจากไหน กัปตันเคิร์คอยากจะบินฝ่าออกไป แต่ผู้กองอูฮาร่าเห็นว่าตายยกลำแน่ๆถ้าทำเช่นนั้น ผู้กองอูฮาร่าจึงเสนอว่าจะไปเจรจากับสายตรวจคลิงออนเอง

ผู้กองอูฮาร่าเจรจากับสายตรวจคลิงออน

 

การเจรจาดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งๆที่อูฮาร่าบอกไปตรงๆ ว่าพวกเธอมาจับตัวผู้ก่อการร้ายมนุษย์โลกซึ่งมาหลบซ่อนที่นี่ และดูเหมือนตอนนี้ผู้กองอูฮาร่ากำลังจะโดนสายตรวจคลิงออนสังหาร

ทันใดนั้นผู้การแฮริสันก็โผล่ออกมา และเปิดฉากยิงใส่พวกสายตรวจคลิงออนก่อน ผู้กองอูฮาร่าจึงอาศัยจังหวะนี้ถอยฉากออกมา กัปตันเคิร์คและสป็อคจึงหยิบปืนเข้าต่อสู้กับสายตรวจคลิงออนด้วย โดยที่สายตรวจคลิงออนทั้งหน่วยสู้ผู้การแฮริสันไม่ได้เลย ฝีมือห่างชั้นกันเยอะ และผู้การแฮริสันก็ฆ่าสายตรวจคลิงออนหน่วยนั้นตายเรียบ

ผู้การแฮริสันกับฝีมือต่อสู้และพละกำลังเหนือมนุษย์

ผู้การแฮริสันปลดอาวุธผู้การสป็อคและใช้ปืนจ่อกัปตันเคิร์ค ก่อนจะถามว่า ตอปิโดที่เอนเทอไพรซ์ส่งสัญญาณขู่ว่าจะยิงตนเองนั้นมีกี่ลูก ผู้การสป็อคจึงตอบให้แทนว่า มีทั้งหมด 72 ลูก เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้การแฮริสันก็ยอมมอบตัวให้จับง่ายๆทันที

บนยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ กัปตันเคิร์คสั่งให้ลูกเรือส่งสัญญาณกลับบ.ก.สตาร์ฟลีท เพื่อแจ้งว่าจับตัวผู้การแฮริสันได้แล้ว และจะเดินทางกลับโลกทันทีที่ซ่อมแกนวาร์ปเสร็จ

กัปตันเคิร์คเรียกหมอแมคคอยมาเอาตัวอย่างเลือดของผู้การแฮริสันไปตรวจ ว่าเหตุใดผู้การแฮริสันจึงมีพลังเหนือมนุษย์และสู้กับสายตรวจคลิงออนทั้งหน่วยได้สบายๆอย่างนั้น

หมอแมคคอยเอาตัวอย่างเลือดผู้การแฮริสันไปตรวจ

หลังจากนั้นผู้การแฮริสันก็บอกกัปตันเคิร์คว่า ที่เค้ายอมมอบตัวง่ายๆ เพราะเห็นว่ากัปตันเคิร์คเป็นคนมีคุณธรรม และถ้ากัปตันเคิร์คอยากรู้ว่า เหตุใดตนจึงก่อวินาศกรรมในลอนดอนและซานฟรานซิสโก คำตอบอยู่ในพิกัดดวงดาวที่ 23.17.46.11 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโลกมากนัก และสิ่งที่จะทำให้กัปตันเคิร์คเชื่อว่าตนพูดจริงนั้น อยู่ในตอปิโดทั้ง 72 ลูกนั่นเอง

กัปตันเคิร์คนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ยังไงซะเรื่องนี้กัปตันเคิร์คก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกี่ยวพันกับอะไร กัปตันเคิร์คจึงโทรหาสก็อตตี้บนโลกมนุษย์ และให้สก็อตตี้บินไปเช็คพิกัดดวงดาวที่ผู้การแฮริสันให้มาด้วยตนเอง เพื่อหาว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น สก็อตตี้นั้นยังไงก็ต้องช่วยเหลือเพื่อนแม้จะเพิ่งบาดหมางกัน สก็อตตี้จึงรีบออกจากผับเตรียมยานอวกาศเล็กไปพิกัดดวงดาวที่ว่าทันที

สก็อตตี้กำลังเมาได้ที่ในผับ ตอนที่รับสายกัปตันเคิร์ค

 

กัปตันเคิร์คจะเปิดตอปิโดให้ได้ เพราะอยากรู้ว่าอะไรอยู่ในนั้น แต่เมื่อไม่มีสก็อตตี้ จึงไม่รู้ว่าใครจะมีความสามารถเปิดตอปิโดได้ หมอแมคคอยก็ค้านหัวชนฝาไม่ให้เชื่อฆาตกร

ผู้การสป็อคจึงแนะนำว่า ด็อคเตอร์ แครอล มาคัส ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์อาวุธสามารถเปิดได้แน่นอน และแครอลก็ดูสนอกสนใจตอปิโดพวกนั้นเหลือเกิน (กัปตันเคิร์คเพิ่งรู้ตอนนี้ว่าแครอลเป็นลูกสาวนายพลมาคัส)

เพื่อนทั้งสามคนกำลังถกเถียงหารือกัน

 

ด็อคเตอร์ แครอล มาคัส จึงอธิบายกัปตันเคิร์คว่า เหตุที่เธอนั้นปลอมแปลงเอกสารขึ้นยานเอนเทอไพรซ์ เพราะเธอสงสัยว่าพ่อมีความลับอะไรกับตอปิโดทั้ง 72 ลูกนี้ แครอลนั้นเชี่ยวชาญและตรวจอาวุธทุกชนิดของเซคชั่น 31 แต่กับตอปิโดพวกนี้แครอลกลับโดนกีดกันไม่ให้ยุ่ง

และจู่ๆตอปิโดทั้ง 72 ลูกก็หายไป ก่อนจะมาโผล่บนยานเอนเทอไพรซ์ เพราะนายพลมาคัสมอบให้กัปตันเคิร์ค ด็อคเตอร์มาคัสจึงต้องตามตอปิโดทั้ง 72 ลูกขึ้นมาบนเอนเทอไพรซ์นั่นเอง

ด็อคเตอร์ แครอล มาคัส ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์อาวุธ

 

ด็อคเตอร์มาคัสจะต้องไปเปิดตอปิโดที่อื่น เธอจะไม่เปิดอาวุธมหาประลัยอย่างนี้บนยานเอนเทอไพรซ์แน่นอน ซึ่งใกล้ๆนี้มีดาวเคราะห์น้อยอยู่ ด็อคเตอร์มาคัสจะไปเปิดตอปิโดนี้กับหมอแมคคอย ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น (กัปตันเคิร์คส่งหมอแมคคอยไปช่วยเปิดตอปิโด ก็เพราะว่า หมอแมคคอยมือนิ่งที่สุดในยานเอนเทอไพรซ์)

บนดาวเคราะห์น้อยใกล้ๆจุดลอยลำเอนเทอไพรซ์ ในที่สุดทั้งคู่ก็เปิดตอปิโดได้สำเร็จ และพบว่ามีมนุษย์ถูกแช่แข็งในสภาวะไฮเปอร์สลีปอยู่ในแคปซูล ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นตอปิโด

ด็อคเตอร์มาคัสไม่คิดว่าจะมีมนุษย์อยู่ในตอปิโด

 

ที่พิกัดดวงดาว 23.17.46.11 (ดาวพฤหัส) สก็อตตี้นำยานอวกาศเล็กบินมาจนถึงที่นี่ และพบว่าบนดาวพฤหัสนั้นมีฐานลับของสตาร์ฟลีทซ่อนอยู่ สก็อตตี้จึงตัดสินใจทำบางอย่าง..

บนยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ เมื่อหมอแมคคอยร่วมกับด็อคเตอร์มาคัสวินิจฉัยแล้ว จึงแจ้งให้กัปตันเคิร์คและผู้การสป็อคฟังว่า เทคโนโลยีแช่แข็งนี้เป็นของโบราณที่ไม่ใช้มานานมากแล้ว และนั่นหมายความว่า มนุษย์ที่อยู่ในแคปซูลแช่แข็งมีอายุประมาณ 300 ปีแล้วนั่นเอง

กัปตันเคิร์คและผู้การสป็อคไปสอบถามเรื่องราวกับผู้การแฮริสัน ว่าทั้งหมดนี้มันเรื่องอะไร? ผู้การแฮริสันจึงบอกว่า เค้ามีชื่อจริงว่า Khan Noonien Singh เป็นหนึ่งในมนุษย์ดัดแปลง ซึ่งถูกรัฐบาลในสมัยนั้นตัดต่อพันธุกรรมให้มีทักษะทุกๆอย่างสูงขึ้นและพลังเหนือมนุษย์ เพื่อเป็นสุดยอดนักรบกองกำลังทหารที่ไว้ใช้ในสงคราม และคอมมานเดอร์ข่าน คือผู้บัญชาการสูงสุดของนักรบมนุษย์ดัดแปลง

“My name is Khan..”

แต่แล้ววันหนึ่ง รัฐบาลก็ตัดสินใจว่า พวกตนเป็นภัยและอาชญากรสงคราม ข่านและลูกน้องจึงถูกเนรเทศออกจากโลก ข่านจึงแช่แข็งลูกน้องมนุษย์ดัดแปลงทั้ง72คนและตนเองในสภาพหลับลึกเอาไว้ในยาน SS Botany Bay และปล่อยให้ยานลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศเช่นนั้น ข่านหวังว่าเมื่อพวกตนตื่นขึ้นทุกๆอย่างจะเปลี่ยนไป..

ยาน SS Botany Bay

 

300 ปีต่อมา.. ซึ่งตรงกับเมื่อปีที่แล้ว เมื่อดาววัลแคนได้ถูกทำลายลง นายพลมาคัสจึงออกตามหายาน SS Botany Bay และปลุกข่านขึ้นมาคนเดียว และควบคุมร่างของลูกน้องข่านทั้ง 72 คนไว้เป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้ข่านเป็นผู้ออกแบบทุกอย่างทางยุทธวิธีทางทหารในฐานลับสตาร์ฟลีท ทั้งอาวุธและยานรบ (ฐานนี้อยู่บนดาวพฤหัสที่สก็อตตี้ไปพบนั่นเอง) ชื่อใหม่ของข่านนามว่า นาวาโท จอห์น แฮริสัน ก็เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน (จริงๆข่านเป็นระดับชั้นผู้บัญชาการหรือคอมมานเดอร์)

ฐานลับสตาร์ฟลีทบนดาวพฤหัส

 

เพราะนายพลมาคัสระแวงว่าพวกเผ่าพันธุ์อื่นๆเช่นคลิงออนอาจจะเป็นภัยกับโลก และโลกอาจจะถึงจุดจบเฉกเช่นชาววัลแคนนั่นเอง ที่ข่านถูกเลือกมาใช้เพราะความป่าเถื่อนและนักรบของข่านนั้น หาไม่ได้ในคนยุคสมัยนี้

เมื่อข่านรู้ที่ซ่อนของลูกน้องทั้ง 72 คน ข่านจึงดัดแปลงแคปซูลให้เป็นตอปิโดโปรตอนพิสัยไกล เพื่อแอบลำเลียงมนุษย์ดัดแปลงทั้ง 72 คนหนี แต่นายพลมาคัสจับได้ซะก่อน และตอปิโดทั้ง 72 ลูกก็หายไป เพราะนายพลมาคัสเอาไปซ่อน

ตอปิโดที่ซ่อนแคปซูลมนุษย์ดัดแปลงทั้ง 72 คนเอาไว้

 

ข่านนั้นคิดไปว่า นายพลมาคัสคงจะสังหารลูกน้องตนเองทั้ง72คนจนหมดแล้ว ข่านจึงวางแผนจะฆ่านายพลมาคัสในห้องเดย์สตรอมที่ฐานบัญชาใหญ่สตาร์ฟลีท ซึ่งนายพลไพค์กลับมาซวยตายไปแทน

ด้วยความฉลาดและประมวลผลทุกอย่างของข่านนั้นรวดเร็วแตกฉาน ข่านจึงเตือนกัปคันเคิร์คว่า นายพลมาคัสตั้งใจจะเปิดสงครามกับคลิงออน จึงใช้ความอยากแก้แค้นของกัปตันเคิร์คให้ยิงตอปิโดใส่ดาวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ที่แกนวาร์ปเสียก็เป็นแผนนายพลมาคัส

นายพลมาคัสต้องการให้เอนเทอไพรซ์เป็นแพะ เพราะคลิงออนต้องหาคนผิดที่ยิงตอปิโดใส่ดาวบ้านเกิดตัวเอง (ตัดสัญญาณที่เอนเทอไพรซ์ส่งไปที่บก.สตาร์ฟลีทบนโลกด้วย)

และเมื่อเอนเทอไรซ์ถูกโจมตี นายพลมาคัสก็จะได้สงครามอย่างที่เค้าต้องการ (แต่ทุกอย่างผิดแผนนายพลมาคัส เพราะกัปตันเคิร์คไม่ฆ่าข่านและไม่ยิงตอปิโดถล่มดาวโครนอสของคลิงออน)

ขณะที่ผู้การสป็อคและกัปตันเคิร์คยังลังเลเรื่องที่ข่านกล่าวหานายพลมาคัส เอนเทอไพรซ์ก็ตรวจพบว่า มียานลำนึงกำลังวาร์ปมุ่งหน้ามาทางนี้ ซึ่งไม่ได้มาจากทางดาวโครโนสของคลิงออน แต่มาจากทางระบบสุริยะจักรวาล กัปตันเคิร์คจึงสั่งปล่อยตัวข่าน และนำไปตรวจที่ห้องพยาบาล

กัปตันเคิร์คและผู้การสป็อคจึงรีบไปที่สะพานเรือ เพื่อรอต้อนรับว่ายานใครมุ่งหน้ามาหา และนั่นคือยานรบ USS Vengeance ซึ่งไม่มีในบันทึกของสตาร์ฟลีท และนายพลมาคัสบัญชาการด้วยตนเอง (ยานมาจากฐานลับบนดาวพฤหัส)

USS Enterprise เผชิญหน้ากับ USS Vengeance

นายพลมาคัสนั้นต้องการจะขอตัวข่านและตอปิโดทั้ง72ลูก แต่กัปตันเคิร์คไม่ให้ เพราะรู้ว่านายพลมาคัสต้องฆ่าทิ้งทั้งหมดแน่ๆ เพื่อเห็นแก่ความยุติธรรม กัปตันเคิร์คจึงสั่งให้เรือโทซูลูวาร์ปกลับโลก (แกนวาร์ปเริ่มกลับมาใช้ได้แล้ว) เพื่อนำข่านขึ้นศาลทหารอย่างยุติธรรม แต่ยาน USS Vengeance นั้นก็ไล่ตามเข้ามาในรูหนอน และยิงถล่มยานเอนเทอไพรซ์อย่างหนักทันที ทำให้ยานเอนเทอไพรซ์หลุดออกมาจากการวาร์ป ซึ่งยังห่างจากโลกถึง 237,000 กิโลเมตร

USS Vengeance ไล่ยิง USS Enterprise ในรูหนอนขณะวาร์ป

 

ยานเอนเทอไพรซ์ยังถูกยิงไม่หยุด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปตายกันทั้งลำแน่ ด็อคเตอร์ แครอล มาคัส จึงขอคุยกับนายพลมาคัสผู้พ่อเพื่อให้หยุดยิง ถ้าจะยิงต้องยิงทั้งๆที่ลูกสาวตนเองยังอยู่บนยาน

แครอลขอร้องพ่อให้ไว้ชีวิตลูกเรือเอนเทอไพรซ์

 

แต่นายพลมาคัสก็บีมลูกสาวออกจากยานเอนเทอไพรซ์ และนำไปที่ USS Vengeance นายพลมาคัสสั่งยิงถล่มยานเอนเทอไพรซ์ทันที ถึงแม้กัปตันเคิร์คจะพยายามขอร้องให้ไว้ชีวิตลูกเรือและลงโทษเค้าคนเดียว พร้อมกับที่จะมอบข่านให้ นายพลมาคัสก็ไม่ฟัง

นายพลมาคัสจะฆ่าปิดปากเจ้าหน้าที่เอนเทอไพรซ์ทั้งยาน

 

เมื่อทุกอย่างสิ้นหวัง และคงไม่รอดการถูกสังหารหมู่เป็นแน่แท้ แต่แล้วพลังงานที่จะใช้ยิงอาวุธของยาน USS Vengeance ก็ใช้การไม่ได้ ยิงไม่ออก

ทันใดนั้นสก็อตตี้ก็สื่อสารมาที่เอนเทอไพรซ์ และบอกว่าตนลอบขึ้นยานนี้มาตั้งแต่ดาวพฤหัสนั่นเอง และสก็อตตี้นี่ละที่ทำให้อาวุธของยาน USS Vengeance ขัดข้อง สก็อตตี้ต้องการกลับเอนเทอไพรซ์โดยด่วน

สก็อตตี้ผู้ช่วยชีวิตคนทั้งยานเอนเทอไพรซ์

กัปตันเคิร์คไปขอให้ข่านช่วยลอบขึ้นยาน USS Vengeance เพื่อทำการยึดยานอย่างเงียบและเร็วที่สุด โดยให้สก็อตตี้ไปปลดแอร์ล็อคโรงจอดยาน ข่านกับเคิร์คจะกระโดดเข้าไปในรูแอร์ล็อคที่กว้างเพียง 4 ตารางเมตร เคิร์คมอบตำแหน่งกัปตันให้สป็อคขึ้นรักษาการ

ปฏิบัติการกระโดดพุ่งหลาวในอวกาศ

 

เมื่อข่านและเคิร์คมาถึงยาน USS Vengeance นายพลมาคัสก็รู้แล้วว่าข่านขึ้นมาบนยาน จึงส่งทหารบนยานไปจับข่าน แต่ก็โดนข่านซัดหมอบทั้งหมด เคิร์คใช้จังหวะนี้กระซิบสก็อตตี้ให้ยิงยาสลบข่านทันทีที่บุกถึงสะพานเรือ USS Vengeance

บนยานยูเอสเอสเอนเทอไพรซ์ สป็อคติดต่อไปหาราชทูตสป็อคที่ดาววัลแคนใหม่ เพื่อขอคำแนะนำว่าข่านเป็นคนอย่างไรในอนาคตที่ราชทูตสป็อคเคยพบ

ราชทูตสป็อคจึงบอกว่าข่านเลวร้ายขนาดไหน และเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดที่เอนเทอไพรซ์เคยพบ เมื่อรู้เช่นนั้น สป็อคจึงสั่งให้หมอแมคคอยไปเปิดตอปิโดทั้ง72ลูกโดยด่วน เพราะสป็อคคิดแผนการบางอย่างออกแล้ว..

บนยาน USS Vengeance เมื่อข่านยึดยาน USS Vengeance ได้แล้ว สก็อตตี้ก็ยิงยาสลบใสข่านทันที แต่ข่านนั้นคือมนุษย์ดัดแปลง ยาสลบแค่นี้จึงไม่ทำอะไรข่านได้ ข่านจึงต่อยสก็อตตี้ อัดด็อคเตอร์มาคัส และต่อยเคิร์คซะน่วม ก่อนที่จะฆ่านายพลมาคัสอย่างเหี้ยมโหด

ข่านติดต่อไปที่ยานเอนเทอไพรซ์ และขอตอปิโดทั้ง72ลูกให้สป็อคส่งมาให้คืน แลกกับตัวกัปตันเคิร์ค,สก็อตตี้,และด็อคเตอร์มาคัส เมื่อข่านบีมตอปิโดไปที่ยานUSS Vengeance ข่านก็บีมส่งทั้งสามคืนให้เอนเทอไพรซ์

กัปตันเคิร์คเสียท่าข่าน

 

ข่านนั้นเห็นว่าจุดจบของยานเอนเทอไพรซ์ไม่ควรขาดกัปตัน เพราะข่านตั้งใจจะยิงถล่มยานเอนเทอไพรซ์อยู่แล้ว แต่สป็อคนั้นแสบกว่า เพราะสก็อตจุดระเบิดตอปิโดทั้ง72ลูกไปแล้ว ทำให้ยาน USS Vengeance ถล่มทันที (สป็อคสั่งให้หมอแมคคอยนำร่างของมนุษย์ดัดแปลงออกมาทั้ง72คนแล้ว)

ด้านยานเอนเทอไพรซ์ที่เสียหายอย่างหนัก และถูกแรงดึงดูดโลกดูดเข้าไป ทำให้เอนเทอไพรซ์ตกอย่างไร้การควบคุม ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตลูกเรือได้ คือต้องไปเปิดแกนวาร์ปในเขตกันตมันภาพรังสีรุนแรง และกัปตันเคิร์คก็สละชีวิตไปเปิดด้วยตนเอง กัปตันเคิร์คกำลังจะตายโดยสป็อคทำอะไรไม่ได้

กัปตันเคิร์คกำลังจะตาย

 

ด้านยาน USS Vengeance ก็หล่นลงบนโลกอย่างรุนแรง และข่านนั้นยังไม่ตาย สป็อคต้องการล้างแค้นข่านที่เป็นเหตุให้กัปตันเคิร์คตาย สป็อคจึงบีมลงไปไล่ล่าข่านด้วยตนเอง

หมอแมคคอยรู้ว่าเลือดข่านคืนชีวิตและล้างสารพิษในตัวกัปตันเคิร์คได้ จึงส่งผู้กองอูฮาร่าลงไปบอกสป็อค ผู้กองอูฮาร่าลงไปก็เห็นสป็อคกำลังเสียท่าพอดี ผู้กองอูฮาร่าจึงยิงปืนสลบข่านไม่นับ แต่ข่านก็ยังยืนอยู่ได้

ผู้กองอูฮาร่าลงมาเตือนสติสป็อค

 

และข่านก็โดนสป็อคต่อยคืนมั่ง (สองคนนี้พลังกายพอๆกัน) ขณะที่สป็อคกำลังจะฆ่าข่าน ผู้กองอูฮาร่าจึงรีบบอกสป็อคว่า ข่านช่วยชีวิตกัปตันเคิร์คได้ สป็อคจึงหยุด

หมอแมคคอยนำเลือดข่านมาทำกระบวนการบลัดสตรีมล้างสารพิษในตัวกัปตันเคิร์ค ส่วนข่านและเพื่อนๆทั้ง 72 คน ก็ถูกสตาร์ฟลีทแช่แข็งอย่างไม่มีกำหนดอีกครั้ง พร้อมกับที่ยานเอนเทอไพรซ์ได้ภารกิจออกสำรวจอวกาศ 5 ปี อย่างที่กัปตันเคิร์คต้องการเสมอมา ด็อคเตอร์ แครอล มาคัส ก็ได้เป็นลูกเรือคนใหม่ของเอนเทอไพรซ์อย่างเป็นทางการ

ภารกิจสำรวจอวกาศอันยาวนาน 5 ปี ของเอนเทอไพรซ์เริ่มขึ้นแล้ว..

 

วันที่ดวงดาว 22 63 .45 เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่นาวาเอก เจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ค หรือ กัปตันเคิร์ค พาลูกเรือเอนเทอร์ไพรซ์ออกสำรวจอวกาศอันไกลโพ้น ไปยังที่ซึ่งยังไม่เคยมีใครค้นพบ..

หนึ่งในภารกิจที่กัปตันเคิร์คและเอนเทอร์ไพรซ์ได้รับมอบหมาย คือนำสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอาวุธโบราณไปมอบให้มนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์นึง เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสหพันธรัฐและมนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์นั้น แต่การเจรจานี้ก็ล้มเหลวอีกครั้ง (สหพันธรัฐพยายามเจรจาหลายรอบแล้ว) จากนั้นกัปตันเคิร์คก็สั่งให้เรือโทซูลูวาร์ปมุ่งหน้าไปที่ Yorktown

USS Enterprise NCC-1701 กำลังเดินทางด้วยการวาร์ป

 

 

อีกไม่กี่วันต่อมา.. ยานเอนเทอไพรซ์ที่เดินทางมาไกลจากโลกมนุษย์ข้ามระบบกาแล็กซี่ทางช้างเผือก จนกระทั่งมาถึงยอร์คทาวน์ อาณานิคมอันทันสมัยของสหพันธรัฐ และฐานที่ตั้งของสตาร์ฟลีทประจำกาแล็กซี่แห่งนี้

เอนเทอไพรซ์กำลังจอดเทียบท่ายอร์คทาวน์ (ที่โลกต้องลอยลำไว้ชั้นบรรยากาศ ลงจอดเช่นนี้ไม่ได้)

 

ที่ท่าอวกาศยานยอร์คทาวน์ นาวาโทสป็อค ได้รับข่าวร้ายจากผู้ส่งสารชาววัลแคนว่า ราชทูตสป็อคได้เสียชีวิตลงแล้ว ผู้การสป็อคจึงคิดที่จะลาออกจากสตาร์ฟลีท และกลับไปฟื้นฟูวัฒนธรรมของวัลแคน สานต่องานราชทูตสป็อคนั่นเอง

ที่สถานีเฝ้าระวังน่านอวกาศสตาร์ฟลีทประจำยอร์คทาวน์ ก็ได้ตรวจพบยานลี้ภัยลึกลับมุ่งหน้ามาที่ยอร์คทาวน์ ในยานมีมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงที่ชื่อ Kalara เพียงคนเดียว และเธอบอกว่ายานของเธอโดนคลื่นบางอย่างในกลุ่มก้าซหมู่เมฆระบบเนบิวล่ารบกวนระบบนำร่อง ทำให้ยานตก

คาลาร่า มนุษย์ต่างดาวลึกลับที่มาขอความช่วยเหลือ

 

คาลาร่าหนีออกมาขึ้นยานกู้ภัยได้คนเดียว ลูกเรือคนอื่นๆตกลงไปกับยานบนดาวเคราะห์ Altamid บริเวณระบบเนบิวล่า เธอมาขอร้องให้สตาร์ฟลีทส่งยานกู้ภัยไปช่วยเหลือลูกเรือของเธอบนดาวเคราะห์นั้น

ที่ฐานปฏิบัติการสตาร์ฟลีทในยอร์คทาวน์ Commodore Paris (พลเรือจัตวา ปารีส) ผู้บัญชาการฐานสตาร์ฟลีทประจำยอร์คทาวน์ จึงคิดจะส่งเอนเทอไพรซ์ของกัปตันเคิร์คไปกู้ภัยในภารกิจนี้ เพราะเอนเทอไพรซ์มีระบบนำร่องที่ทันสมัยที่สุดในยอร์คทาวน์

ในขณะเดียวกัน นาวาเอก เจมส์ ที. เคิร์ค ที่เริ่มสับสนกับความต้องการตัวเอง ว่าเข้าสตาร์ฟลีทเพราะคำท้าทาย หรือเพราะต้องการทำหน้าที่นี้จริงๆ กัปตันเคิร์คจึงยื่นข้อเรียกร้องกับสภาสูงสตาร์ฟลีทผ่านทางนายพลหญิงปารีส เพื่อขอเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นยศพลเรือโท

นายพลหญิงปารีสและกัปตันเคิร์คกำลังวางแผนกู้ภัย

 

และนั่นจะทำให้เคิร์คต้องสละตำแหน่งกัปตันเอนเทอร์ไพรซ์ กัปตันเคิร์คแนะนำให้ผู้การสป็อครับตำแหน่งกัปตันเอนเทอร์ไพรซ์ต่อจากตนเอง นายพลหญิงปารีสจึงรับเรื่องเอาไว้ แต่นายพลหญิงปารีสก็ต้องการให้กัปตันเคิร์คไปกู้ภัยในระบบเนบิวล่าให้เรียบร้อยซะก่อน กลับมาค่อยว่ากัน

ที่ภายในเนบิวล่า ยานเอนเทอไพรซ์แล่นผ่านสภาวะอวกาศที่แปรปรวนของกลุ่มก้าซหมู่เมฆระบบเนบิวล่า และหลุดออกมาพบดาวเคราะห์ที่ชื่อ Altamid แต่เอนเทอไพรซ์ก็ต้องพบกับคลื่นรบกวนบางอย่างเหมือนกับที่คาลาร่าเคยบอก ทันใดนั้นก็มียานกองบินรบขนาดเล็กที่มีจำนวนหลายพันลำ เรียงตัวจัดรูปแบบคล้ายฝูงผึ้ง และโจมตีเอนเทอไพรซ์อย่างหนักหน่วง

และมนุษย์ต่างดาวลึกลับสองคน กับหุ่นยนตร์ดรอยด์นับร้อยชีวิต ก็บุกขึ้นยานเอนเทอไพรซ์จากยานรบฝูงผึ้งนี่เอง ซึ่งมนุษย์ต่างดาวผู้นำกองยานรบฝูงผึ้งชื่อ Krall และรองผู้นำชื่อ Manas

ครัลล์มุ่งหน้าไปค้นหาอาวุธโบราณชิ้นเล็กๆที่อยู่บนยานเอนเทอไพรซ์ทันที แต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของผู้การสป็อคที่ซุ่มดูอยู่ (สรุปคือ มีสิ่งมีชีวิตบุกเอนเทอไพรซ์เพียงสองคน คือครัลล์และมานัส นอกนั้นเป็นหุ่นดรอยด์ทั้งหมด)

ครัลล์ มนุษย์ต่างดาวลึกลับที่มากับกองทัพดรอยด์

 

ผู้การสป็อคจึงรายงานไปบอกกัปตันเคิร์คว่า พวกที่โจมตีเอนเทอไพรซ์ต้องการอาวุธโบราณชิ้นนั้น กัปตันเคิร์คจึงแย่งชิงอาวุธโบราณที่ว่ามาจากครัลล์ได้สำเร็จ ก่อนจะนำไปซ่อนไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครคาดคิด และกัปตันเคิร์คก็หนีครัลล์ออกมาได้

มานัส ต่างดาวลึกลับอีกหนึ่งชีวิต ที่ปลิดชีพลูกเรือเอนเทอไพรซ์ไปหลายคน

 

กัปตันเคิร์คกลับมาที่สะพานยานอีกครั้ง ซึ่งในตอนนี้ทั้งระบบสื่อสาร ทั้งแกนวาร์ป และระบบทุกอย่างบนยานเอนเทอไพรซ์เสียหายทั้งหมด และยานเอนเทอไพรซ์กำลังจะตกลงบนดาวเคราะห์ Altamid กัปตันเคิร์คจึงต้องสั่งให้สละยาน และให้ลูกเรือทุกคนหนีขึ้นยานชูชีพให้หมด

กัปตันเคิร์คมองดูยานเอนเทอไพรซ์ร่วงลงสู่ดาวเคราะห์ Altamid

 

ซึ่งลูกเรือทุกคนกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ตายบ้าง โดนครัลล์และมานัสจับไปเป็นส่วนใหญ่ และส่วนน้อยที่ร่อนลงบนดาวเคราะห์ Altamid โดยที่ยังไม่โดนจับ รวมถึงกัปตันเคิร์คด้วยที่ไม่ถูกจับ

 

ทีมกัปตันเคิร์ค : กัปตันเคิร์คพร้อมด้วยเรือตรีเชคอฟและคาลาร่า ทั้งสามคนอยู่รวมกลุ่มกัน และออกเดินเท้าตามหาลูกเรือเอนเทอไพรซ์คนอื่นๆที่รอด ทั้งสามมุ่งหน้าไปที่ซากยานเอนเทอไพรซ์เป็นจุดแรก

เรือตรีเชคอฟ / กัปตันเคิร์ค / คาลาร่า

 

ทีมหมอแมคคอยและผู้การสป็อค : หมอแมคคอยพบว่าผู้การสป็อคนั้นบาดเจ็บถูกเศษชิ้นส่วนของยานเสียบพุงด้านขวาอยู่ ซึ่งใกล้กับตำแหน่งหัวใจของชาววัลแคน หมอแมคคอยจึงต้องรีบดึงเศษโลหะนั้นออก และใช้เหล็กร้อนดาดปากแผลห้ามเลือดชั่วคราว ก่อนจะเดินเท้าตามหาลูกเรือเอนเทอไพรซ์คนอื่นๆต่อไป..

ผู้การสป็อคบาดเจ็บ

 

ทีมนาวาโท มอนโกโมรี สก็อต : สก็อตตี้นั้นพบกับมนุษย์ต่างดาวสามคนมาหาเรื่อง (สามคนนี้โดนครัลล์โจมตียานอวกาศตกลงมาที่นี่นานแล้ว) แต่ก็มีมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงที่ชื่อ Jaylah มาช่วยเหลือสก็อตตี้ (เจลาห์ก็โดนครัลล์โจมตียานอวกาศตก และติดอยู่บนดาวนี้เช่นกัน แต่คนละพวกกับสามคนที่มาหาเรื่องสก็อตตี้)

เจลาห์เห็นสัญลักษณ์สตาร์ฟลีทบนเสื้อสก็อตตี้ และสก็อตตี้บอกว่าตนเองคือต้นกล เจลาห์จึงรู้ทันทีว่าสก็อตตี้น่าจะช่วยเธอได้ เจลาห์ต้องการให้สก็อตตี้ซ่อมยานอวกาศที่เจล่าห์เรียกว่า บ้าน แล้วเจลาห์จะช่วยเหลือสก็อตตี้ตามหาเพื่อนๆ สก็อตตี้จึงตกลง และยานอวกาศที่เจลาห์เรียกว่าบ้านก็คือ ยาน USS Franklin ของสตาร์ฟลีทที่สูญหายไปนับร้อยปีนั่นเอง..

สก็อตตี้พบยูเอสเอสแฟลงคลิ้น ยานโบราณของสตาร์ฟลีท

 

ทีมเรือโทซูลูและผู้กองอูฮาร่า : ลูกเรือเอ็นเทอไพรซ์ส่วนใหญ่ถูกจับไปที่โบราณสถานเก่าแก่ซึ่งเป็นเหมืองเก่าของดาวเคราะห์ Altamid และเป็นฐานบัญชาการของครัลล์กับมานัสด้วย ครัลล์แสดงให้ซูลูและอูฮาร่าเห็นว่า ครัลล์สามารถดูดพลังชีวิตของผู้อื่นมาเป็นของตนเองได้ ทำให้มีชีวิตอมตะเรื่อยมา..

ที่นี่มีชื่อเรียกว่า The Abronath ที่ซึ่งครัลล์กับมานัสสร้างหุ่นดรอยด์และกองยานรบฝูงผึ้ง จากเทคโนโลยีโบราณของชนพื้นเมืองดั้งเดิมของดาวเคราะห์แห่งนี้ ซูลูและอูฮาร่าลอบออกไปข้างนอกห้องขังได้ชั่วคราว และรู้ข้อมูลว่าครัลล์มีแผนจะบุกยอร์คทาวน์ในเร็ววันนี้ ก่อนที่ทั้งสองจะถูกจับกลับไปขังตามเดิม

เรือโทซูลูและผู้กองอูฮาร่าถูกหุ่นดรอยด์ของครัลล์ควบคุมตัว

 

ทีมกัปตันเคิร์ค : เมื่อทั้งสามเดินเท้ามาถึงซากยานเอนเทอไพรซ์ในตอนกลางคืน กัปตันเคิร์คเริ่มสังหรณ์ใจว่า คาลาร่าอาจจะเป็นนกต่อ กัปตันเคิร์คจึงส่งซิกแนลให้เรือตรีเชคอฟเล่นตามแผน นั่นคือให้เชคอฟทำทีว่าจะอยู่ค้นหาสัญญาณลูกเรือที่สะพานเรือ ส่วนกัปตันเคิร์คจะไปเอาชิ้นส่วนอาวุธโบราณที่ซ่อนไว้ และเป็นไปตามแผน คาลาร่าเผยตัวว่าเธอคือพวกเดียวกับครัลล์

แต่เรือตรีเชคอฟก็แอบตามทั้งคู่มา จึงช่วยกัปตันเคิร์คหนีคาลาร่าและหุ่นดรอยด์มาได้ ในที่สุดคาลาร่าก็ถูกยานเอนเทอไพรซ์ทับตายลงไป

จุดจบของคาลาร่า

 

(สรุปอีกรอบ สิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวร้ายมีสามคนคือ ครัลล์ / มานัส / และ คาลาร่า ซึ่งมีความสามารถดูดพลังชีวิตของผู้อื่นมาเป็นของตนเองได้ทั้งสามคน นอกนั้นเป็นหุ่นดรอยด์ทั้งหมด)

ในตอนรุ่งเช้า เรือตรีเชคอฟและกัปตันเคิร์คเดินมาติดกับดักของเจลาห์ สก็อตตี้จึงพาเรือตรีเชคอฟและกัปตันเคิร์คไปที่ยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้น ที่ซึ่งเจลาห์ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีของเธอสร้างเครื่องอำพรางเอาไว้ ทำให้ไม่มีใครเห็นยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นว่ายังอยู่ที่บริเวณนี้

USS Franklin

 

สก็อตตี้พบว่าบนยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นมีระบบบีมที่ยังใช้ได้ แต่เป็นระบบรุ่นเก่าที่บีมได้เพียงสิ่งของ สก็อตตี้จึงต้องปรับจูนอีกนิดหน่อย และเรือตรีเชคอฟก็ตรวจพบสัญญาณของหมอแมคคอยกับผู้การสป็อค กัปตันเคิร์คจึงสั่งให้สก็อตตี้บีมทั้งสองมาที่ยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นทันที

หมอแมคคอยและผู้การสป็อคถูกโดรนของครัลล์ล้อมไว้ ก่อนที่สก็อตตี้จะบีมช่วยเหลือออกมา

 

ที่ค่ายกักขังลูกเรือสตาร์ฟลีท ครัลล์นั้นจับเรือโทซูลูมาขู่จะฆ่า ถ้าไม่มีใครสักคนยอมบอกที่ซ่อนของชิ้นส่วนอาวุธโบราณ ทำให้สาวมนุษย์ต่างดาวที่ชื่อ Ensign Syl ลูกเรือของเอนเทอไพรซ์ฝ่ายวิทยาศาสตร์ต้องเปิดเผยตัว ว่าเธอเก็บชิ้นส่วนนี้ไว้เอง ตามคำสั่งกัปตันเคิร์ค

จากนั้นครัลล์จึงพาซีลและอูฮาร่าไปดูว่า อาวุธโบราณนี้ทำงานอย่างไร โดยการนำมันไปใส้ในเครื่องจักรโบราณของ Abronath และครัลล์ก็ฆ่าซีลต่อหน้าอูฮาร่า ซีลจึงเป็นคนแรกที่ตายด้วยอาวุธนี้ (ย่อยสลายโมเลกุลของสิ่งมีชีวิตอย่างรวดเร็ว)

ผู้กองอูฮาร่าเห็นเพื่อนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา

 

ที่ยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้น : เมื่อหมอแมคคอยรักษาอาการบาดเจ็บของผู้การสป็อคได้เกือบหายดีแล้ว ทุกคนจึงวางแผนบุกไปช่วยลูกเรือที่โดนจับไว้ เริ่มแรกนั้นเจลาห์ไม่ต้องการกลับไปที่นั่นอีก เพราะพ่อเธอถูกมานัสฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมที่นั่น รวมถึงลูกเรือคนอื่นๆของยานเธอก็ถูกฆ่าตายทั้งหมดที่นั่นเช่นกัน

แต่ในที่สุดเจลาห์ก็ยอมช่วย โดยสก็อตตี้และเรือตรีเชคอฟจะอยู่ที่ยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้น เพื่อซ่อมแซมระบบขับเคลื่อนให้บินได้เช่นเดิม และอยู่ควบคุมเครื่องบีม (สก็อตตี้ปรับจูนให้บีมได้ทีละ 20 คน)

หมอแมคคอยและผู้การสป็อคมาช่วยลูกเรือเอนเทอไพรซ์

 

ที่ค่ายกักขังลูกเรือสตาร์ฟลีท ในที่สุดทีมกัปตันเคิร์คก็บุกไปช่วยลูกเรือเอนเทอไพรซ์ที่ยังรอดชีวิตกลับมาได้ทั้งหมด (มีลูกเรือบางส่วนโดนครัลล์ดูดพลังชีวิตตายไปด้วย) และเจลาห์ ก็แก้แค้นให้พ่อโดยการสังหารมานัสลงไปได้สำเร็จ ส่วนครัลล์ก็ควบคุมหุ่นโดรนยานรบฝูงผึ้งบุกไปที่ยอร์คทาวน์ทันที

เจลาห์ซัดมานัสตกลงไปตาย และกัปตันเคิร์คกระโดดมาช่วยเจลาห์บีมหนี

ที่ยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้น : หลังจากเรือโทซูลูพายานดิ่งหน้าผาเพื่อเทคออฟ จนกระทั่งบินออกจากกลุ่มก้าซหมู่เมฆระบบเนบิวล่าได้แล้ว แต่ก็ไม่ทัน เพราะครัลล์เริ่มใช้โดรนฝูงผึ้งโจมตียอร์คทาวน์แล้ว ผู้การสป็อคจึงอาสาบีมไปที่หนึ่งในโดรนเหล่านั้นโดยมีหมอแมคคอยบีมไปด้วย เพื่อหาทางไล่ล่าครัลล์

ดรนยานรบฝูงผึ้งโจมตีฐานอวกาศหน้าด่านของยอร์คทาวน์

 

ทีมกัปตันเคิร์คมีข้อสรุปและทฤษฎีว่า ถ้ารบกวนสัญญาณควบคุมของโดรนยานรบฝูงผึ้ง จะทำให้โดรนเหล่านั้นบินอย่างไม่เป็นระบบและชนกันเอง เจลาห์จึงคิดว่า เพลงคลาสสิคของเธอคงจะส่งเข้าไปรบกวนสัญญาณสื่อสาร และรบกวนระบบควบคุมได้แน่นอน โดรนเหล่านั้นจึงชนกันเองระเบิดแทบหมด

จากนั้นยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นก็ลงจอดที่ยอร์คทาวน์ ซึ่งครัลล์นั้นขับยานผึ้งมาทะลุยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นเช่นกัน ครัลล์จึงดูดพลังชีวิตของลูกเรือไปหลายคน และเดินเท้าหนีเข้าเมืองยอร์คทาวน์ โดยนำอาวุธสลายโมเลกุลไปด้วย

ยานรบฝูงผึ้งระเบิดย่อยยับ

 

ซึ่งหลังจากอูฮาร่าได้เห็นบัททึกปูมกัปตัน อูฮาร่าจึงรู้ว่า ครัลด์ คือกัปตันยานยูเอสเอสแฟลงคลิ้นที่ชื่อ Balthazar Edison ยานลำนี้เป็นยานปฏิบัติการทางทหาร และสูญหายไปตั้งแต่วันที่ดวงดาว 21 64 (สันนิษฐานว่าโดนหลุมดำดูดไป เลยมาโผล่ที่กาแล็กซี่อื่นอันไกลโพ้นเช่นนี้)

กัปตันเอดิสันและลูกเรือยูเอสเอสแฟลงคลิ้นตกลงมาที่ดาวเคราะห์ Altamid และลูกเรือค่อยๆตายไปทีละคน จนกระทั่งเหลือแค่สามคนคือ ตัวกัปตันเอดิสันเอง และ Jessica Wolff (คาลาร่า) กับ Anderson Le (มานัส)

ทั้งสามค้นพบเทคโนโลยีโบราณของเหมืองเก่าแก่บนดาวเคราะห์นี้ ซึ่งสามารถยืดชีวิตได้ด้วยการดูดพลังชีวิตของคนอื่น ร่างกายจึงเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทั้งสามอยู่มานานนับร้อยปี และยังพบเทคโนโลยีสร้างหุ่นโดรนด้วย

กัปตัน บัลธาซาร์ เอดิสัน 

 

กัปตันเคิร์คนั้นไล่ล่ากัปตันเอดิสันไปจนถึงห้องควบคุมระบบอากาศของยอร์คทาวน์ และผลักกัปตันเอดิสันออกไปนอกชั้นบรรยากาศยอร์คทาวน์พร้อมกับอาวุธสลายโมเลกุลได้สำเร็จ หมอแมคคอยกับผู้การสป็อคก็ขับหนึ่งในโดรนฝูงผึ้งมาช่วยกัปตันเคิร์คได้ทันควันพอดี

ในงานฉลองวันเกิดกัปตัน เจมส์ ที. เคิร์ค บนยอร์คทาวน์ กัปตันเคิร์คปฏิเสธตำแหน่งพลเรือโท และขอเป็นนาวาเอกเหมือนเดิม เพื่อเป็นกัปตันเอนเทอไพรซ์ต่อไป ด้านผู้การสป็อคนั้นหลังจากเห็นรูปถ่ายเก่าแก่ของราชทูตสป็อค จึงรู้ว่าราชทูตสป็อคภูมิใจและมีความสุขแค่ไหนกับตำแหน่งคอมมานเดอร์ของเอนเทอไพรซ์ ผู้การสป็อคจึงไม่คิดจะลาออกเช่นกัน 

ภาพถ่ายความทรงจำของสป๊อคในไทม์ไลน์แรก

 

หลายวันต่อมา..ยานเอนเทอไพรซ์ลำใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ และได้ลูกเรือคนใหม่คือเจลาห์ (ไปช่วยสก็อตตี้ในห้องเครื่อง เจลาห์ก็ต้องใส่เครื่องแบบสีแดง) กัปตันเคิร์คจึงพาลูกเรือเอนเทอไพรซ์ออกจากยอร์คทาวน์ และมุ่งสู่จักรวาลอันไกลโพ้น เพื่อค้นหาดินแดนที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบต่อไป..

จบ สวัสดีครับ _/\_

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: