Star Wars

หมวดหมู่ FILM ผู้เขียน

ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ทุกกาแล๊กซี่ ทุกดวงดาว ทุกอณูของทุกสิ่ง ล้วนแล้วแต่ยึดโยงกับฟอร์ซ (Force) พลังงานบริสุทธิ์ที่ใครๆก็สามารถนำมาใช้ได้ ฟอร์ซเชื่อมโยงทุกสิ่งในจักรวาลไว้ด้วยกัน แต่ผู้ที่เข้าถึงฟอร์ซเร็วที่สุด คือสิ่งมีชีวิตที่มีมิดิคอเรี่ยนในตัว (Midi-chlorian) ยิ่งมีมิดิคอเรี่ยนมาก ก็ยิ่งเข้าถึงฟอร์ซได้มากและรวดเร็วขึ้น

นักพรตผู้มีฝีมือร่ายรำฟันดาบ ผู้ยึดถือความถูกต้องและการปกป้องผู้อ่อนแอกว่า ผู้เข้าถึงแก่นของฟอร์ซ นักพรตผู้นี้เรียกตัวเองว่า เจได (Jedi) และตั้งลัทธิเจไดขึ้นมา เจไดคนแรกเฟ้นหาผู้มีมิดิคอเรี่ยนสูงมาเข้าลัทธิ และฝึกสอนคนเหล่านั้นให้นำฟอร์ซมาช่วยเหลือผู้อื่นเฉกเช่นตน เจไดฝึกหัดเหล่านั้นถูกเรียกว่า พาดาวัน โดยวิหารแห่งแรกของเจได อยู่บนดาวแห่งมหาสมุทร อั๊ช-ทู

แต่มีด้านสว่างก็ย่อมมีด้านมืด เหล่าเจไดที่ฝักใฝ่ด้านมืด ต้องการใช้ฟอร์ซและอำนาจของตนเองข่มเหงผู้อื่น ใช้พลังนี้ยึดครองดวงดาวและกาแล๊กซี่ ผิดอุดมการณ์ดั้งเดิมของเจไดคนแรก เจไดด้านมืดเหล่านี้จึงแยกตัวออกไป และตั้งลัทธิซิธ (Sith)

เจไดและซิธสู้รบกันมายาวนานหลายพันปี กระทั่งซิธยึดครองทุกดวงดาวในกาแล๊กซี่ และสถาปนาอาณาจักรซิธขึ้นมาที่ดาวคอรัสซัง (Coruscant) ซิธครองอำนาจเผด็จการอย่างยาวนานนับพันปี กดขี่ข่มเหงดวงดาวต่างๆ  แต่ในที่สุด ซิธก็ถูกเจไดปราบลงไปจนแทบสูญพันธุ์

เจไดคืนอำนาจให้เหล่าดวงดาวต่างๆ จึงกำเนิดสภาสูงแห่งดวงดาวขึ้นมาที่คอรัสซัง โดยเหล่าดวงดาวส่งตัวแทนมาเป็นสมาชิกสภาสูงแห่งดวงดาว เพื่อตกลงกันเรื่องเขตแดน การค้า การเดินทาง โดยผ่านการโหวตแบบประชาธิปไตย

และเจได ก็ตั้งสภาเจไดไว้บนดาวคอรัสซังด้วย เพื่อคอยเฝ้าระวังเผ่าพันธุ์ไหนที่จะแหกคอกรังแกเผ่าพันธุ์อื่นๆ เจไดจะเข้าไปจัดการให้ความยุติธรรมกับผู้โดนรังแก และซิธ ก็หายไปนานนับพันปี..

 

 

Star Wars: Episode I

(ภัยซ่อนเร้น)

 

ที่นอกชั้นบรรยากาศดาวนาบู อุปราชสหพันธ์พาณิชย์แห่งสภาดวงดาว นูท กันเรย์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เนมอยเดียน นำกองทัพดรอยด์ปิดทางเข้าออกของดาวเคราะห์เล็กๆที่มีชื่อว่า นาบู เพื่อกดดันให้นาบูนั้นตกลงเรื่องภาษีและเรื่องการค้าในแบบที่นาบูเสียเปรียบและนูทมีแต่ได้กับได้

แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็คือ การรุกรานเพื่อบุกยึดดาวนาบูโดยมีนัยยะซ่อนเร้น ซึ่งเบื้องหลังแผนการณ์รุกรานของนูทครั้งนี้ ก็คือ ดาร์ธซีเดียส ลอร์ดมืดแห่งซิธ ซึ่งซิธหายหน้าจากประวัติศาสตร์ดวงดาวมายาวนานนับพันปี และบัดนี้ซิธกลับมาอีกครั้ง..

นูทคุยโฮโลแกรมกับดาร์ธซีเดียส (Phantom Menace 1999)

 

ที่นอกชั้นบรรยากาศดาวนาบู สภาสูงแห่งดวงดาว ส่งอัคราชทูตมาเพื่อเจรจายุติข้อพิพาทระหว่างสหพันธ์พาณิชย์และนาบู ซึ่งอัคราชทูตก็คืออัศวินเจไดทั้งสอง คือมาสเตอร์ไคว-กอน จิน และพาดาวันหนุ่ม โอบี-วัน เคนโนบี ทั้งสองเป็นอาจารย์และลูกศิษย์

แต่ยังไม่มีการเจรจาใดๆเกิดขึ้น นูทก็ส่งดรอยด์มาโจมตียานของสภาสูง ทำให้นักบินตายหมดและยานพัง ดรอยด์ของสหพันธ์พาณิชย์ยังได้โจมตีไคว-กอนและโอบี-วัน เพื่อหวังฆ่าปิดปากอีกด้วย แต่ไม่สำเร็จ เจไดทั้งสองจึงต้องหนีลงมาที่ดาวนาบู

Qui-Gon Jinn และ Obi-Wan Kenobi (Phantom Menace 1999)

 

ที่ดาวนาบู ระหว่างที่วุฒิสมาชิกพัลพาทีนแห่งสภาสูงดวงดาว ซึ่งเป็นชาวนาบู ติดต่อทางไกลมาหาราชินีอามิดาล่าเจ้าครองอาณาจักรนาบู ว่าทางสภาสูงส่งอัคราชทูตมาเจรจากับนูทแล้ว น่าจะแก้ไขัญหาการคว่ำบาตรนี้ได้

แต่อยู่ๆ การสื่อสารของพัลพาทีนก็หายไป เพราะนูทตัดการสื่อสารทั้งหมดที่เข้าออกดาวนาบู และเตรียมส่งกองทัพดรอยด์ลงไปยึดดาวนาบู ตอนนี้สองเจไดและผู้คนบนดาวนาบูจึงถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง และทางสภาสูงแห่งดวงดาวก็ไม่รู้เลยว่า นูทคิดที่จะยึดดาวนาบู  คิดว่าคว่ำบาตทางการค้าเฉยๆ

วุฒิสมาชิก Palpatine ตัวแทนชาวนาบู (Phantom Menace 1999)

 

ไควกอนและโอบี-วันพบกับ จาจาบิงซ์ ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของนาบู แต่คนละเผ่าพันธุ์กับผู้อยู่บนดิน จาจาบิงซ์นั้นเป็นชาวกันแกน ซึ่งอาศัยอยู่ในพิภพใต้น้ำที่ดาวนาบู

ไคว-กอนช่วยชีวิตจาจาบิงซ์ไว้ จาจาบิงค์จึงตอบแทนด้วยการช่วยเหลือเจไดทั้งสอง จาจาบิงซ์พาไคว-กอนและโอบี-วันไปที่พิภพใต้น้ำ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก แนส ผู้นำของชาวกันแกน ให้พาไปที่นครของชาวนาบู เพื่อเตือนราชินีอามิดาล่าถึงภัยร้ายครั้งนี้ แนสไม่ชอบหน้าชาวนาบูบนแผ่นดิน จึงไม่ช่วยพาเจไดทั้งสองไป แต่ก็ยังให้ยืมยานพาหนะและบอกทางไปนครของชาวนาบูให้

แนส ผู้นำของชาวกันแกน (Phantom Menace 1999)

 

เมื่อเจไดทั้งสองมาถึงนครของชาวนาบู ก็สายไปเสียแล้ว กองทัพดรอยด์ของนูทยึดวังของชาวนาบูไว้ได้แล้ว และนูทก็จับกุมราชินีอามิดาล่าไว้ได้สำเร็จ แต่ไคว-กอนและโอบี-วันก็ช่วยเหลือราชินีอามิดาล่าและคนติดตามส่วนหนึ่งขึ้นยานดูเบี้ยน หลบหนีออกมาจากดาวนาบูได้

โดยเจไดทั้งสองต้องการมุ่งหน้าไปที่คอรัสซัง ที่ตั้งสภาสูงแห่งดวงดาวทันที เพื่อแจ้งเหตุการณ์อุกอาจของนูท แต่กองทัพดรอยด์ของนูทก็ยิงยานดูเบี้ยนเสียหายพอสมควร ต้องซ่อมแซมก่อน

อาร์ทู-ดีทู ซึ่งเป็นดรอยด์ของยานดูเบี้ยน ออกไปซ่อมแซมเครื่องสร้างบาเรียของยานดูเบี้ยนได้สำเร็จ พวกของราชินีอามิดาล่าจึงหนีพ้น แต่เครื่องยนต์เสียหายมาก โอบี-วันจึงแนะนำไคว-กอนอาจารย์ของตนว่า น่าจะลงไปซ่อมเครื่องยนต์และเติมเชื้อเพลิงที่ดาวใกล้ๆ นั่นก็คือ ดาวทาทูอีน

R2-D2 ออกไปซ่อมเครื่องสร้างบาเรียของยานดูเบี้ยน (Phantom Menace 1999)

 

พวกทหารที่ติดตามราชินีอามิดาล่ามาไม่เห็นด้วย เพราะที่ดาวนี้ป่าเถื่อนและอยู่นอกเขตสหพันธ์ดวงดาว เป็นเขตปกครองของ จั๊บบ้าเดอะฮัท มาเฟียเอเลี่ยนผู้ชั่วร้าย แต่เจไดทั้งสองยืนยันว่า อย่างนี้ละดี พวกนูทไม่มีทางตามราชินีอามิดาล่ามาที่ดาวดวงนี้แน่นอน

ที่ดาวทาทูอีน ไควกอนสั่งให้โอบี-วันดูแลราชินีอามิดาล่าบนยาน ส่วนตนจะไปหาอะไหล่เครื่องยนต์เอง ทหารอารักษ์ขาของราชินีอามิดาล่า ได้ให้แพดเม่สาวใช้คนสนิทของราชินีตามไปด้วย  ไควกอน, แพดเม่, อาร์ทู-ดีทู, และ จาจาบิงซ์ ทั้ง 4 คนจึงเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงของทาทูอีน

เมื่อมาถึงร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์ ไคว-กอนและแพดเม่ก็พบกับ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ ทาสเด็กผู้รับใช้อยู่ในร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์แห่งนี้ แพดเม่ละอนาคินถูกชะตากันทันทีตั้งแต่แรกพบ

Padmé พบกับ Anakin Skywalker ครั้งแรก (Phantom Menace 1999)

 

แวตโต้ เจ้าของร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์ไม่ยอมรับเงินสกุลของสมาพันธ์สูงแห่งดวงดาว มันใช้ที่ดาวเถื่อนนี้ไม่ได้ ไคว-กอนจึงซื้ออะไหล่ไม่สำเร็จ ขณะกำลังจะเดินทางกลับไปที่ยานดูเบี้ยน พายุทรายก็โหมกระหน่ำพอดี อนาคินจึงเสนอให้แพดเม่และไคว-กอนไปพักที่บ้านของตนเพื่อหลบพายุก่อน

อนาคินอยู่กับแม่เพียงสองคนแม่ลูก แม่ของอนาคินคือ ฉมี สกายวอร์คเกอร์ อนาคินเสนอตัว ช่วยหาอะไหล่ให้ไคว-กอนเอง โดยการลงแข่งขันขับยานสปีดเดอร์ในเมืองหลวง ซึ่งจั๊บบ้าเดอะฮัทจัดขึ้นทุกปี โดยมีเงินรางวัลมากมาย พอซื้ออะไหล่เครื่องยนต์ได้แน่

และอนาคินก็อวดไซบอร์คที่ชื่อ ซี-ทรีพีโอ ให้แพดเม่ได้ดู ซึ่งอนาคินเป็นคนสร้างเอง เพื่อหวังให้ซี-ทรีพีโอช่วยงานแม่ของเขา

C- 3PO (Phantom Menace 1999)

 

ฉมีแม่ของอนาคินแนะนำไคว-กอนว่า ชาวทาทูอีนนั้นเห็นแก่การพนันขันต่อเป็นที่สุด ไควกอนจึงไปพนันกับแวตโต้เจ้าของร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์ว่า ถ้าอนาคินชนะ อนาคินจะต้องพ้นจากการเป็นทาส และขออะไหล่เครื่องยนต์ของยานดูเบี้ยนด้วย แต่ถ้าอนาคินแพ้ ไคว-กอนจะมอบยานดูเบี้ยนลำนี้ให้เป็นสิ่งตอบแทนในการพนันครั้งนี้

ไควกอนส่งตัวอย่างเลือดอนาคินไปให้โอบี-วันตรวจดู และพบว่าอนาคินมีดิคอเรี่ยนในร่างไหลเวียนสูงมากๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของเจไดที่ควรจะมี

ที่การแข่งขันขับยานสปีดเดอร์ ผลการแข่งขันขับยานที่จั๊บบ้าจัดขึ้น อนาคินก็ชนะจริงๆ อนาคินจึงเป็นอิสระ ไคว-กอนจะพาอนาคินไปที่คอรัสซังด้วย เพื่อต้องการฝึกอนาคินให้เป็นเจได

อนาคินทิ้งซี-ทรีพีโอไว้กับแม่ของเขาที่ดาวทาทูอิน ขณะไคว-กอนและอนาคินกำลังจะขึ้นยานดูเบี้ยน ดาร์ธโมลศิษย์เอกดาร์ธซีเดียส ก็ปรากฏตัวมาปะทะกับไคว-กอน แต่ไคว-กอนก็ขึ้นยานดูเบี้ยนหลบไปได้

ที่ดาวคอรัสซัง ที่ตั้งสภาสูงแห่งดวงดาว และที่ตั้งสภาเจได พัลพาทีนก็เกลี้ยกล่อมให้ราชินีอามิดาล่าเสนอถอดถอนสมุหนายกวาโลรั่มออกจากตำแหน่ง และให้สภาสูงแห่งดวงดาวคัดเลือกสมุหนายกคนใหม่ เนื่องจากดำเนินการล่าช้าในการออกคำสั่ง ทำให้ชาวนาบูต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมากแล้ว จากการบุกยึดของ นูท ผู้นำสหพันธ์พาณิชย์ ซึ่งราชินีอามิดาล่าก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะสมุหนายกวาโลรั่มคนนี้นั้น เป็นมิตรที่ดีกับนาบูเสมอมา

สมุหนายก Valorum และ ราชินี Amidala ปะทะกันในสภาสูงแห่งดวงดาว (Phantom Menace 1999)

 

ในการประชุมสภาสูงแห่งดวงดาว สมุหนายกวาโลรั่มก็เลือกที่จะส่งเรื่องให้กรรมาธิการไต่สวนก่อน และยังไม่สั่งให้นูทถอนกำลังจากนาบู เป็นอย่างที่พัลพาทีนคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด และการตัดสินใจของสมุหนายกวาโลรั่มครั้งนี้ จะทำให้ชาวนาบูล้มตายจากการรุกรานของนูทต่อไป

ราชินีอามิดาล่าจึงเสนอถอดถอนสมุหนายกวาโลรั่มออกจากตำแหน่งทันที และหนึ่งในผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นสมุหนายกคนใหม่ก็มีชื่อของพัลพาทีนด้วย หลังจากนั้น ราชินีอามิดาล่าต้องการกลับดาวนาบูไปช่วยเหลือประชาชนของตน โดยยกเรื่องการเมืองอันวุ่นวายนี้ให้พัลพาทีนตัวแทนนาบูเป็นคนจัดการ

ที่สภาเจได ไคว-กอนรายงานว่า ตนเองได้ปะทะกับซิธ (ดาร์ธโมล) ซึ่งฝึกการต่อสู้แบบเดียวกับเจไดมา ด้านสภาเจไดนั้นแปลกใจมาก เพราะซิธที่ชั่วร้ายได้สูญสิ้นไปนับพันปีแล้ว

Jedi Council (Phantom Menace 1999)

 

ส่วนอนาคินนั้น ไคว-กอนแนะนำกับสภาเจไดว่า เด็กคนนี้จะเป็นคนที่จะนำพลังกลับคืนสู่ความสมดุลย์ ตามคำทำนายเก่าแก่ของอัศวินเจได มาสเตอร์โยดาและสภาเจไดมีความเห็นตรงกันว่า อนาคินนั้นอันตราย เพราะมีความกลัวอยู่ในใจมากมาย นั่นคือความกลัวที่จะเสียแม่ไป มาสเตอร์โยดาอธิบายว่า

“ความกลัว คือหนทางสู่ด้านมืด

นำไปสู่ความโกรธ ต่อความเกลียด

ก่อให้เกิดทุกข์..”

สภาเจไดยังไม่ตัดสินอนาคตของเด็กน้อยอนาคิน และสั่งให้ไคว-กอนและโอบี-วันตามไปอารักขาให้ราชินีอามิดาล่ากลับดาวนาบูก่อน ราชินีอามิดาล่า,ไคว-กอน, โอบี-วัน, แพดเม่, อาร์ทู-ดีทู, และ จาจาบิงซ์ จึงเดินทางกลับดาวนาบู

ที่ดาวนาบู เมื่อมาถึง แพดเม่เปิดเผยตัวเองว่าคือราชินีอามิดาล่าตัวจริง และไปขอความช่วยเหลือกับชาวกันแกน โดยยอมคุกเข่าขอร้องแนสผู้นำชาวกันแกน แนสจึงยอมช่วย

จาจาบิงซ์ถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพชาวกันแกน การปะทะกันระหว่างนาบูและดรอยด์ของนูทครั้งนี้ ดาร์ธโมลก็โผล่มาขวางพวกของราชินีอามิดาล่า ไคว-กอนและโอบี-วันจึงอาสาต่อกรกับดาร์ธโมล และในการปะทะกันนี้ ไคว-กอนก็พลาดท่าโดนดาร์ธโมลสังหาร โอบี-วันก็ตัดดาร์ธโมลขาดสองท่อน หล่นลงไปในปล่อง

Darth Maul ปะทะกับ Qui-Gon Jinn และ Obi-Wan Kenobi (Phantom Menace 1999)

 

ก่อนไคว-กอนจะสิ้นใจตาย ไคว-กอนฝากฝังให้โอบี-วันรับอนาคินเป็นพาดาวัน และฝึกให้เด็กน้อยอนาคินเติบโตขึ้นเป็นอัศวินเจไดผู้แกร่งกล้าให้ได้

ที่นอกชั้นบรรยากาศดาวนาบู อนาคินขับยานรบเข้าไปในยานแม่ของสหพันธ์พาณิชย์ โดยมีอาร์ทู-ดีทูช่วยเหลือ และทำลายยานแม่ลงได้ ทำให้กองทัพหุ่นยนต์บนดาวนาบูหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ราชินีอามิดาล่าจึงชนะพวกสหพันธ์พาณิขย์ และนูทก็หนีไปได้

ชาวนาบูกับชาวกันแกนก็เป็นมิตรกันตั้งแต่นั้นมา วุฒิสมาชิกพัลพาทีนก็ได้รับเลือกให้เป็นสมุหนายกคนใหม่ โอบี-วัน เคนโนบี ก็ได้รับอนุญาติจากมาสเตอร์โยดาในการรับ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ เป็นศิษย์เพื่อฝึกให้เป็นเจได..

พาดาวันอนาคิน ที่งานฉลองบนดาวนาบู (Phantom Menace 1999)

 

ในปล่องพลังงานที่ดาวนาบู ดาร์ธโมล ที่ทถูกโอบีวันตัดขาดครึ่ง ถูกซิธทอดทิ้งให้ตาย แต่ไม่มีใครรู้ว่าโมลไม่ตาย  ดาร์ธซีเดียสหาลูกศิษย์ใหม่ และศิษย์ใหม่ผู้นั้นมีนามว่า ดาร์ธไทรานัส

 

Star Wars: Episode II

(กองทัพโคลนส์จู่โจม)

 

ผ่านมาอีกนับสิบปี ที่คอรัสซัง.. คณะเดินทางผู้นำฝ่ายค้านเดินทางมาที่คอรัสซัง นำโดยวุฒิสมาชิกแพดเม่ อดีตราชินีดาวนาบู, สมาชิกสภาจาจาบิงซ์ ,และดรอยด์คู่ใจ อาร์ทู-ดีทู

โดยเป้าหมายของแพดเม่ที่มายังคอรัสซัง ก็เพื่อเข้าร่วมในการประชุมสภาสูงแห่งดวงดาว เพื่อล้มพรบ.จัดตั้งกองทัพของสภาสูงแห่งดวงดาว แต่ทันทีที่ลงจากเครื่อง คณะเดินทางของแพดเม่ก็ตกเป็นเป้าหมายในการลอบสังหารของกลุ่มคนลึกลับ ทำให้มีผู้ติดตามแพดเม่ล้มตายไปหลายคน

โยดานำสภาเจไดวิเคราะห์สถานการณ์ (Attack of the Clones 2002)

 

สมุหนายกพัลพาทีนปรึกษากับสภาเจได ถึงความเป็นไปได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารแพดเม่ครั้งนี้ และก็มีชื่อหนึ่งเอ่ยออกมาคือ เคาท์ดูกู อดีตอัศวินเจไดซึ่งออกจากลัทธิเจไดหันไปเล่นการเมือง เหตุเพราะเคาท์ดูกูนั้นสนับสนุนพรบ.จัดตั้งกองทัพสภาสูงแห่งดวงดาว แต่แพดเม่ค้าน นั่นทำให้เคาท์ดูกูคือผู้ต้องสงสัย

มาสเตอร์วินดูนั้นไม่เห็นด้วย เพราะการลอบสังหารมิใช่วิถีของเจได อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของแพดเม่ พัลพาทีนจึงขอให้อัศวินเจไดผู้คุ้นเคยกันดีกับเพดเม่มาอารักขาความปลอดภัย นั่นก็คือมาสเตอร์โอบี-วัน เคนโนบี และพาดาวันหนุ่ม อนาคิน สกายวอร์คเกอร์

อนาคินโตเป็นหนุ่มแล้ว (Attack of the Clones 2002)

 

การพบกันอีกครั้งของอนาคินและแพดเม่ ทำให้อนาคินนั้นจิตใจเริ่มไม่สงบ เพราะตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา อนาคินเฝ้าแต่คิดถึงแพดเม่ ทำให้โอบี-วันต้องคอยดึงสติอนาคินตลอดเวลา โอบี-วันย้ำกับอนาคินว่า เมื่อปฏิญาณตนเป็นอัศวินเจได ห้ามมีความรักเด็ดขาด และอนาคินกำลังฟุ้งซ่าน

ในเวลากลางคืน.. มือลอบสังหารเผยตัวตนออกมาอีกครั้ง เพื่อหวังลอบสังหารแพดเม่ในขณะหลับ อนาคินและโอบี-วันตามไป และจับมือลอบสังหารคนนี้ได้ทัน ก่อนที่มือลอบสังหารจะสารภาพว่าใครอยู่เบื้องหลังการมุ่งสังหารแพดเม่ ก็มีคนมาฆ่าปิดปากมือลอบสังหารคนนี้อีกทีโดยการยิงลูกดอก

วันรุ่งขึ้น.. มาสเตอร์โยดาและมาสเตอร์วินดูจึงให้โอบี-วันตามสืบเรื่องนี้ให้จงได้  และสั่งให้อนาคินพาตัวแพดเม่กลับดาวนาบูไปก่อน โดยการแฝงตัวในระดับลับสุดยอด

ภารกิจลับของโอบี-วัน (Attack of the Clones 2002)

 

แต่แพดเม่ดื้อ ไม่ยอมกลับง่ายๆ อนาคินจึงไปขอให้สมุหนายกพัลพาทีนช่วยเกลี้ยกล่อมให้แพดเม่เดินทางกลับนาบู เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน ระหว่างการสนทนานี้ สมุหนายกพัลพาทีนก็ยกยอปอปั้นอนาคินว่า จะต้องเติบใหญ่เป็นอัศวินเจไดที่แกร่งกล้าที่สุดที่เคยมีมา และจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่ามาสเตอร์โยดาแน่ๆ..

วุฒิสมาชิกแพดเม่ตัดสินใจกลับนาบูในที่สุด และมีคำสั่งให้สมาชิกสภาจาจาบิงซ์ ทำหน้าที่แทนตนเองในการประชุมสภาคัดค้านพรบ.นี้ เมื่อสั่งเสร็จแพดเม่ก็เดินทางกลับนาบูอย่างลับๆไปกับอนาคิน

ที่บาร์ ด้านโอบี-วันก็สืบหาที่มาของลูกดอกสังหาร จนพบว่ามาจากดาวคามิโน จากสายข่าวเพื่อนเก่าของโอบี-วันนั้น ดาวคามิโนเป็นดาวที่รับจ้างโคลนนิ่งพันธุกรรมสิ่งมีชีวิต ซึ่งน่าแปลกที่ดาวคามิโนไม่อยู่ในแผนที่ระบบดวงดาวของฐานข้อมูลสภาเจได

ที่สภาเจได โอบี-วันจึงกลับไปปรึกษามาสเตอร์โยดา และได้คำตอบว่า เหตุผลเดียวที่ดาวคามิโนไม่อยู่ในระบบดวงดาว นั่นก็เพราะมีคนลบข้อมูล และคนที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็มีเพียงอัศวินเจไดเท่านั้น

ที่ดาวนาบู แพดเม่เดินทางมาจนถึงดาวนาบู และเข้าพบกับราชินีองค์ใหม่ของนาบูเพื่อปรึกษาปัญหาการลอบสังหารนี้ แพดเม่จึงตัดสินใจว่า ตนเองจะไปเก็บตัวอยู่ที่นครแห่งทะเลสาป และที่นี่เองที่แพดเม่และอนาคินเริ่มมีแรงปรารถนาในกันและกัน

รักต่างวัยของพาดาวันหนุ่มกับอดีตเจ้าหญิง (Attack of the Clones 2002)

 

ที่ดาวคามิโน ทางด้านโอบี-วันนั้นก็เดินทางมาจนถึงดาวคามิโน และได้เข้าพบกับสมุหนายกของดาวนี้ โอบี-วันจึงได้พบความจริงว่า มาสเตอร์ไซฟ่า-ดิแอซ อัศวินเจไดซึ่งตายไปสิบกว่าปีแล้ว เป็นผู้มาสั่งผลิตกองทัพทหารโคลนนิ่งให้กับทางสาธารณรัฐแห่งดวงดาว โดยโคลนนิ่งมาจากตัวต้นแบบที่ชื่อ แจงโก้ เฟตต์ ซึ่งเป็นนักล่าเงินรางวัลฝีมือฉกาจ และตัวของแจงโก้ ก็อยู่ที่ดาวคามีโนนี่เอง

โอบี-วันจึงขอเข้าไปพบกับแจงโก้ตรงๆ และโอบี-วันก็พบกับโบบ้า แฟตต์ ลูกชายของแจงโก้ที่นี่ด้วย (โบบ้าก็คือโคลนตัวนึง ที่แจงโก้ขอมาเลี้ยงเป็นลูก) ลูกดอกสังหารนั้นก็คืออาวุธของแจงโก้อีกด้วย นั่นทำให้แจงโก้มีส่วนพัวพันกับการลอบสังหารวุฒิสมาชิกแพดเม่อย่างแน่นอน

สมุหนายก หรือผู้นำสูงสุด แห่งดาวคามิโน (Attack of the Clones 2002)

 

ซึ่งทางดาวคามิโนนั้น ผลิตโคลนนิ่งของแจงโก้ที่โตเต็มวัยและมันสมองกับความสามารถเต็มที่พร้อมใช้แล้วถึงสองแสนคนด้วยกัน และอีกหนึ่งล้านคนกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ โดยกองทัพโคลนจะปฏิบัติตามคำสั่งผู้นำอย่างเคร่งครัด
โอบี-วันติดต่อไปที่มาสเตอร์วินดูและมาสเตอร์โยดาว่า ได้พบกับเรื่องราวของการโคลนกองทัพมนุษย์นี้ที่ดาวคามิโน

ที่คอรัสซัง ทางด้านมาสเตอร์โยดาและมาสเตอร์วินดูนั้นคาดว่า มาสเตอร์ไซฟ่า-ดิแอซต้องถูกใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวนี้ฆ่าปิดปากไปตั้งแต่สิบปีที่แล้วนั่นเอง(ดาร์ธไทรานัสลูกศิษย์ดาร์ธซีเดียสคือผู้สังหารมาสเตอร์ไซฟ่า-ดิแอซเมื่อสิบกว่าปีก่อน) มาสเตอร์วินดูและมาสเตอร์โยดาจึงให้โอบี-วันจับตัวแจงโก้กลับมาที่คอรัสซังให้ได้

กองทัพโคลนบนดาวคามิโน (Attack of the Clones 2002)

 

ที่ดาวเคราะห์จีโอโนซิส โอบี-วัน ตามไล่จับแจงโก้และโบบ้าตั้งแต่ดาวคามิโนมาจนมาถึงดาวเคราะห์จีโอโนซิส และโอบีวันก็ได้พบกับยานบินของสหพันธ์มาที่นี่เยอะแยะผิดปกติ โอบี-วันจึงเข้าไปแอบฟังการสนทนาของกลุ่มสหพันธ์ที่มาประชุมลับๆกับเคาท์ดูกู และได้พบว่าทั้งแจงโก้ทั้งอุปราชแห่งสหพันธ์พาณิชย์ รวมถึงกลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆนั้นร่วมมือกัน เพื่อจะกำจัดวุฒิสมาชิกแพดเม่ที่คิดขัดขวางพรบ.กองทัพโคลนนี้

และพวกเคาท์ดูกูจะพากองทัพดรอยด์ของสหพันธ์พาณิชย์ และกองทัพดรอยด์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆที่ร่วมด้วย เพื่อไปถล่มสาธารณรัฐบนดาวคอรัสซัง และวางแผนจะกำจัดอัศวินเจไดให้หมด

แจงโก้ เฟตต์ และ โบบ้า เฟตต์ (Attack of the Clones 2002)

 

ที่ทาทูอีน ด้านอนาคินนั้นมักฝันร้ายตลอด เนื่องจากคิดถึงฉมีแม่ของตน แพดเม่จึงพาอนาคินเดินทางมาหาฉมีที่ดาวทาทูอิน แต่อนาคินก็ไม่พบแม่อยู่เป็นทาสที่ร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์ที่เดิม แวตโต้เจ้าของร้านร้านขายอะไหล่เครื่องยนต์บอกว่าขายฉมีให้กับชายคนนึงไปแล้ว และชายคนนั้นก็แต่งงานกับฉมีแม่ของอนาคินภายหลัง

อนาคินจึงตามไปที่นั่น และพบกับซี-ทรีพีโอ ไซบอร์คที่เค้าสร้างไว้ให้รับใช้ฉมีแม่ของเค้า อนาคินยังได้พบกับพี่ชายต่างบิดาชื่อโอเวลาส หรือเรียกสั้นๆว่าโอเว่นและภรรยาของโอเว่นชื่อเบรู

โอเว่น และ เบรู  (Attack of the Clones 2002)

 

และอนาคินยังได้พบกับสามีใหม่ของฉมีแม่ของเขา แต่ไม่พบแม่ สามีใหม่ฉมีจึงเล่าให้ฟังว่า กลุ่มเผ่าพันธุ์ชาวทะเลทรายอันป่าเถื่อนไร้อารยธรรมที่ชื่อทัสเคนเร๊กซ์เดอร์จับตัวฉมีไป และคาดว่าฉมีคงตายไปแล้ว อนาคินไม่สนใจ และออกไปตามล่ากลุ่มทัสเคนเร๊กซ์เดอร์ทันที

อนาคินพบกับฉมีแม่ของเขาถูกทรมานและโดนจับมัดตรึงกับไม้ไว้ แต่อนาคินก็มาสายไป ฉมีแม่ของอนาคินสิ้นใจตายคาอ้อมกอดของเขา อนาคินสติขาดสะบั้น และฆ่ากลุ่มทัสเคนเร๊กซ์เดอร์ตายทั้งเผ่านับร้อยคน อนาคินฆ่าทั้งเด็กและผู้หญิงก็ไม่เว้น มาสเตอร์โยดานั้นจับกระแสความเจ็บปวดในใจของอนาคินได้ และรับรู้ว่า บัดนี้ กำลังมีสิ่งดำมืดเกาะกินใจอนาคินอยู่

ฉมี สกายวอร์คเกอร์ เสียชีวิตในอ้อมแขนของ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ (Attack of the Clones 2002)

 

ที่ดาวเคราะห์จีโอโนซิส โอบี-วันรีบส่งโฮโลแกรมไปรายงานสภาเจไดที่ดาวคอรัสซัง แต่ส่งไปไม่ถึงเพราะไกลเกินไป จึงจะส่งโฮโลแกรมไปให้อนาคินที่ดาวนาบู ก็ไม่พบอนาคินอีก โอบี-วันจึงจับสัญญาณอนาคินได้ที่ทาทูอิน ขณะกำลังส่งโฮโลแกรมนั้น โอบี-วันก็โดนดรอยด์ของเคาท์ดูกูจับตัวได้

ที่ทาทูอีน อาร์ทู-ดีทูได้รับสัญญาณจากโอบี-วัน จึงรีบมาบอกแพดเม่และอนาคิน แพดเม่จึงส่งสัญญาณโฮโลแกรมไปให้สภาเจได มาสเตอร์วินดูสั่งให้อนาคินอารักขาแพดเม่ตลอดเวลา ห้ามไปไหน แต่แพดเม่เลือกที่จะไปช่วยโอบี-วันที่จีโอโนซิส อนาคินจึงต้องตามแพดเม่ไปด้วย

ที่คอรัสซัง ด้านสภาสูงแห่งดวงดาวนั้น หลังจากได้รับข้อมูลว่าสหพันธ์พาณิชย์ร่วมมือกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน และกำลังจะบุกคอรัสซัง สมาชิกสภาจาจาบิงซ์และสมาชิกสภาทั้งหมดจึงมอบอำนาจตัดสินใจให้สมุหนายกพัลพาทีนตัดสินใจ

และสมุหนายกพัลพาทีน ก็อนุมัติกองทัพโคลนที่ดาวคามิโนผลิต เพื่อเอามาใช้งานเพื่อปกป้องสาธารณรัฐบนดาวคอรัสซังทันที โดยผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุดกับกองทัพโคลนก็คือสมุหนายกพัลพาทีนแต่เพียงผู้เดียว

มาสเตอร์เจไดทั้งสองฟังการประกาศของสมุหนายกพัลพาทีน จึงคิดว่าเรื่องนี้เลยเถิดไปแล้ว มาสเตอร์โยดานั้นจะเดินทางไปดูกองทัพโคลนที่ดาวคามิโน ส่วนมาสเตอร์วินดูนั้นรวบรวมอัศวินเจไดทั้งหมดไปที่จีโอโนซิสเพื่อช่วยเหลือ โอบี-วัน

การประชุมสภาสูงแห่งดวงดาว (Attack of the Clones 2002)

 

ที่ดาวเคราะห์จีโอโนซิส  อนาคินและแพดเม่นั้นก็บุกมาที่จีโอโนซิสเพื่อช่วยโอบี-วันเช่นกัน แต่ก็พลาดท่าถูกกองทัพดรอยด์จับ แพดเม่คิดว่าคงต้องตายแน่แล้ว จึงสารภาพกับอนาคินว่า เธอก็รักอนาคินเช่นกัน

อนาคินและแพดเม่ถูกจับไปไว้กับโอบี-วันในสนามต่อสู้กลางแจ้ง พวกเคาท์ดูกูเริ่มปล่อยสัตว์ประหลาดมาในสนามเพื่อฆ่าคนทั้งสาม แต่ทั้งสามก็หลุดจากการล่ามโซ่มาได้และฆ่าสัตว์ประหลาดทั้งหมด ในเวลาเดียวกันมาสเตอร์วินดูก็นำพาเหล่าอัศวินเจไดบุกจีโอนาซิสพอดี

อนาคินและแพดเม่โดนจับเเหมือนโอบี-วัน (Attack of the Clones 2002)

 

แจง โก้ เฟตต์ ร่างต้นของกองทัพโคลนซึ่งเป็นพวกเดียวกันกับเคาท์ดูกู ก็ถูกอัศวินเจไดสังหารที่นี่ต่อหน้าต่อตาโบบ้าลูกของแจงโก้นั่นเอง โบบ้าจึงมุ่งมั่นที่จะเติบโตขึ้นเป็นนักล่าเงินรางวัลอย่างพ่อของเค้าให้จงได้ และฝังใจโกรธเกลียดเจไดนับตั้งแต่นั้น เคาท์ดูกูปล่อยกองทัพดรอยด์มาในสนาม พวกเจไดโดนดรอยด์ล้อมไว้ และกำลังจะโดนกองทัพดรอยด์สังหารหมู่ มาสเตอร์โยดาก็พากองทัพโคลนของสาธารณรัฐมาช่วยทันเวลาพอดี

เหล่ามาสเตอร์ในสภาเจไดนำโดยมาสเตอร์วินดูถูกดรอยด์ล้อมไว้ (Attack of the Clones 2002)

 

กองทัพโคลนของสาธารณรัฐและอัศวินเจไดบุกถล่มจีโอโนซิสทั้งดวงดาว อุปราชสหพันธ์พาณิชย์รีบหนี เคาท์ดูกูนำแม่แบบการสร้างเดธสตาร์หนีเช่นกัน โอบี-วันและอนาคินรีบตามเคาท์ดูกูไปจนถึงโรงเก็บยานบิน

คาท์ดูกูนำแม่แบบก่อสร้างเดธสตาร์ใส่ไปในดรอยด์ และรีบส่งไปขึ้นยานบินซึ่งโปรแกรมให้มุ่งหน้ากลับไปที่คอรัสซัง (ไปให้ดาร์ธซีเดียสซึ่งแฝงตัวอยู่ในคอรัสซัง)

โอบี-วัน และอนาคินมิอาจต่อกรกับฟอร์ซด้านมืดของเคาท์ดูกูได้เลย และอนาคินก็โดนเคาท์ดูกูใช้ดาบไลท์เซเบอร์ตัดมือขวาไปในเหตุการณ์นี้ เจไดทั้งสองเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ให้กับซิธลอร์ดอย่างเค้าท์ดูกูจนหมดรูป

อนาคินโดนตัดแขน (Attack of the Clones 2002)

 

แต่มาสเตอร์โยดาก็ตามมาช่วยเจไดทั้งสองได้ทันเวลา เคาท์ดูกูนั้นสู้ฟอร์ซและฝีมือของมาสเตอร์โยดาไม่ได้ จึงใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหนีโยดาไป เคาท์ดูกูกลับไปคอรัสซังและรายงานให้ดาร์ธซีเดียสฟังว่า แผนการจุดชนวนสงครามระหว่างกองทัพดรอยด์และกองทัพโคลนเริ่มต้นไปตามแผนแล้ว และเคาท์ดูกูก็คือ ดาร์ธไทรานัส ลูกศิษย์คนใหม่ของดาร์ธซีเดียส

ที่ดาวนาบู อนาคินตามไปส่งแพดเม่ที่ดาวนาบู และทั้งสองคนก็แอบแต่งงานกันอย่างลับๆที่นั่น โดยมีอาร์ทู-ดีทูและซี-ทรีพีโอเป็นสักขีพยาน ต่อมา อนาคินและโอบี-วันก็เคียงบ่าเคียงไหล่ทำสงครามโคลนร่วมกันอีกหลายปี..

การแต่งงานต้องห้าม (Attack of the Clones 2002)

 

 

สงครามดวงดาว ระหว่างกองทัพโคลนของฝ่ายสาธารณรัฐแห่งดวงดาว กับกองทัพดรอยด์ของฝ่ายสหพันธ์พาณิชย์
ก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  โอบีวันถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายพลแห่งกองทัพโคลน นั่นก็เพราะว่า อัศวินเจไดทั้งหมดจะได้รับยศนายพลโดยอัตโนมัติจากสาธารณรัฐแห่งดวงดาวทันที เมื่อมีสงคราม

 

 

Star Wars: Episode III

(ซิธชำระแค้น)

 

ระหว่างที่สงครามกำลังระอุดุเดือด สมุหนายกพัลพาทีนนั้นก็พลาดท่าถูกฝ่ายสหพันธ์พาณิชย์จับตัวมาได้ นายพลโอบีวันและอนาคิน จึงต้องบุกยานของนายพลกรีวัสเพื่อช่วยเหลือสมุหนายกพัลพาทีน ซึ่งนายพลกรีวัสเป็นเอเลี่ยนที่มีร่างกายเกือบทั้งหมดเป็นไซบอร์ค

นายพลกรีวัส (Revenge of the Sith 2005)

 

ที่ยานนายพลกรีวัส ดาร์ธไทรานัสหรือเคาท์ดูกูออกมาขัดขวางสองเจได ซึ่งโอบีวันก็โดนดาร์ธไทรานัสใช้ฟอร์ซซัดจนสลบไป อนาคินตอนนี้ฟอร์ซแกร่งกล้าขึ้นกว่าเดิม จึงสู้กับดาร์ธไทรานัสได้สูสี ดาร์ธไทรานัสเห็นความกลัวในใจของอนาคินอย่างชัดแจ้ง อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้อนาคินก็ชนะดาร์ธไทรานัส และอนาคินใช้ดาบไลท์เซเบอร์ตัดข้อมือทั้งสองข้างของดาร์ธไทรานัสทิ้ง

ดาร์ธไทรานัสแพ้หมดรูปแบบแล้ว แต่สมุหนายกพัลพาทีนก็ยุยงให้อนาคินสังหารดาร์ธไทรานัสซะ ดาร์ธไทรานัสนั้นแทบไม่เชื่อหูตนเองที่ได้ยินสมุหนายกพัลพาทีนสั่งอนาคินอย่างนั้น อนาคินจึงใช้ไลท์เซเบอร์ตัดคอสังหารดาร์ธไทรานัสหรือเคาท์ดูกูตามคำสั่งของพัลพาทีน

วาระสุดท้ายของดาร์ธไทรานัส (Revenge of the Sith 2005)

 

อนาคินจะพาโอบีวันซึ่งสลบอยู่หนีไปด้วย สมุหนายกพัลพาทีนก็บอกให้อนาคินทิ้งโอบีวันไว้ที่นี่ แต่อนาคินก็ไม่ยอมทิ้งโอบีวัน ที่สุดแล้วทั้งสามก็หนีการตามล่าของกองทัพดรอยด์และนายพลกรีวัสออกมาได้สำเร็จ

ที่คอรัสซัง สมุหนายกพัลพาทีนยืนยันกับมาสเตอร์วินดูว่า ถึงเคาท์ดูกูจะถูกสังหารไปแล้ว แต่ตราบใดที่นายพลกรีวัสยังนำกองทัพดรอยด์รุกรานสาธารณรัฐอยู่อย่างนี้ สภาสูงก็ต้องโหวตให้กองทัพโคลนทำสงครามต่อไปแน่นอน

สภาเจไดจึงเห็นควรว่า ต้องล่าตัวนายพลกรีวัสมาให้จงได้โดยเร็ว เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อนาวนานครั้งนี้ แพดเม่ก็มาดักพบอนาคินที่คอรัสซัง และบอกว่าขณะนี้เธอตั้งท้องแล้ว

อนาคินนั้นฝันร้ายว่าแพดเม่คลอดลูกตาย จึงเกิดความกลัวขึ้นมาในใจอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้น อนาคินก็เคยฝันร้ายอย่างเดียวกันนี้ถึงฉมีแม่ของเขา และฉมีก็ตายจริงๆ อนาคินกลัวว่าแพดเม่คนรักของเขาจะตายเหมือนฉมีแม่ของเขานั่นเอง

สมุหนายกพัลพาทีนนั้นต้องการให้อนาคินเป็นตัวแทนของเขาในสภาเจได แต่บรรดามาสเตอร์ทั้งหลายนั้น ไม่ชอบใจที่สมุหนายกพัลพาทีนเข้ามายุ่มย่ามก้าวก่ายในสภาเจได และสภาเจไดก็ไม่แต่งตั้งให้อนาคินเป็นมาสเตอร์เจได อนาคินจึงโมโหมาก แต่สุดท้ายอนาคินก็ยังเก็บอารมณ์ได้ในที่สุด ถึงกระนั้นบรรดามาสเตอร์ก็ได้เห็นความเกรี้ยวกราดของอนาคินที่เผยออกมาแล้ว ว่านั่นคือหนทางสู่ด้านมืด

หลังจากการประชุมสภาเจได โอบี-วันก็มาบอกอนาคินว่า สภาเจไดต้องการให้อนาคินสอดแนมสมุหนายกพัลพาทีน ว่าวางแผนอะไรไว้ นั่นยิ่งทำให้อนาคินกังขาในสภาเจไดเข้าไปอีก

ความระแวงเริ่มเกาะกินใจอนาคิน (Revenge of the Sith 2005)

 

สมุหนายกพัลพาทีนยังเป่าหูอนาคินต่อไปว่า ซิธและเจไดมีความคล้ายคลึงกันมาก นั่นคือการแสวงหาพลังหรือฟอร์ซอันยิ่งใหญ่นั่นเอง เพียงแต่ใช้หนทางที่ต่างกัน

สมุหนายกพัลพาทีนยังเล่าให้อนาคินฟังถึงดาร์ธเพกัส ซึ่งเป็นดาร์ธลอร์ดผู้ทรงอำนาจที่สุดที่ซิธเคยมีมา ดาร์ธเพกัสนั้นมีพลังขนาดชุบชีวิตคนตายได้ แต่สุดท้ายดาร์ธเพกัสก็ตายลงด้วยฝีมือลูกศิษย์ตัวเอง อนาคินสนใจเรื่องชุบชีวิตคนตายมาก จึงถามสมุหนายกพัลพาทีนว่า มีวิธีใช้พลังชุบชีวิตนั้นอย่างดาร์ธเพกัสหรือไม่ และสมุหนายกพัลพาทีนก็ตอบอนาคินว่า ไม่มีหนทางนั้นสำหรับเจได (ศิษย์ที่สังหารดาร์ธเพกัสคือดาร์ธซีเดียส ผู้อยู่เบื้องหลังทุกๆอย่างในขณะนี้นี่เอง)

อนาคินโดนพัลพาทีนปั่นประสาท (Revenge of the Sith 2005)

 

ที่ระบบดาวยูธาเปา กองทัพโคลนของสาธารณรัฐนำโดยนายพลโอบี-วันก็บุกที่นี่เพื่อล่าตัวนายพลกรีวัส และในที่สุดโอบี-วันก็ทำลายนายพลกรีวัสลงได้

ที่คอรัสซัง ด้านสมุหนายกพัลพาทีน ก็เปิดเผยตนเองกับอนาคินว่า ตนคือลอร์ดมืดแห่งซิธ นามว่าดาร์ธซีเดียส และเสนอให้อนาคินเข้าสู่ด้านมืดของฟอร์ซ แล้วดาร์ธซีเดียสจะช่วยอนาคินฝึกพลังชุบชีวิต เพื่อช่วยแพดเม่จากความตายในอนาคต

อนาคินยังลังเลว่าควรจะทำอย่างไรดี หลังจากรับรู้ว่าสมุหนายกพัลพาทีนคือซิธลอร์ด แต่ที่สุดแล้วอนาคินก็ตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปรายงานกับมาสเตอร์วินดูเป็นการดีที่สุด ว่าสมุหนายกพัลพาทีนคือดาร์ธซีเดียสลอร์ดแห่งซิธ

มาสเตอร์วินดูจึงนำอัศวินเจไดจำนวนนึงบุกสภาสูงเพื่อไปจับกุมสมุหนายกพัลพาทีน และสมุหนายกพัลพาทีนก็เปิดเผยตนเองว่าคือดาร์ธซีเดียส ก่อนจะเข้าต่อสู้กับพวกเจได เหล่าเจไดที่ติดตามมาสเตอร์วินดูมาด้วยนั้น ถูกดาร์ธซีเดียสสังหารจนหมดสิ้น เหลือเพียงมาสเตอร์วินดูเพียงคนเดียว และดาร์ธซีเดียสก็พ่ายแพ้ให้กับมาสเตอร์วินดู

วินดู เจได้ผู้เดียวที่ใช้ไลท์เซเบอร์ม่วง (Revenge of the Sith 2005)

 

อนาคินตัดใจเรื่องการที่แพดเม่ตายในฝันไม่ได้ จึงไขอร้องให้มาสเตอร์วินดูไว้ชีวิตดาร์ธซีเดียส แต่มาสเตอร์วินดูแน่วแน่ที่จะสังหารดาร์ธซีเดียสให้จงได้ อนาคินจึงใช้ดาบไลท์เซเบอร์ของตนเองตัดมือขวามาสเตอร์วินดู และทำให้มาสเตอร์วินดูพลาดพลั้งโดนฟอร์ซด้านมืดของดาร์ธซีเดียสซึ่งเป็นคลื่นพลังไฟฟ้าสังหารตกหอคอยไป

เมื่ออนาคินเข้าสู่ด้านมืดเต็มตัว ดาร์ธซีเดียสจึงให้ชื่อใหม่แก่อนาคินว่า “ดาร์ธเวเดอร์” และมีคำสั่งให้ดาร์ธเวเดอร์สังหารเจไดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในสภาเจไดให้หมด

ส่วนพวกเจไดที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ตามดวงดาวต่างๆกับกองทัพโคลน ดาร์ธซีเดียสก็มีคำสั่งชุดที่ 66 ไปให้กองทัพโคลนทุกคนในทุกๆจักรวาลปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งคำสั่งชุดที่ 66 ก็คือ สังหารอัศวินเจไดให้หมด

ที่ดาวคาสชีค มาสเตอร์โยดาซึ่งอยู่บนดาวคาสชีคอันเขียวชอุ่มถิ่นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์วู้กกี้ โยดารับรู้ได้ถึงการล่มสลายของสภาเจไดและเหล่าเจไดถูกไล่ฆ่าทั้งหมด รวมถึงตนเองก็โดนกองทัพโคลนมุ่งสังหารเช่นกัน แต่ไม่สำเร็จ มาสเตอร์โยดาจึงอำลาเพื่อนรักต่างเผ่าพันธุ์อย่างทอฟเฟอร์กับชิวบาคก้า และเดินทางกลับคอรัสซังเพื่อสำรวจความเสียหายทันที

มาสเตอร์โยดาร่ำลาวูกกี้ทั้งสองคือ ทอฟเฟอร์และชิวบาคก้า (Revenge of the Sith 2005)

 

สมุหนายกพัลพาทีนหรือดาร์ธซีเดียส เรียกประชุมสภาสูงแห่งดวงดาวในวาระพิเศษ และเปิดเผยว่า สภาเจไดนั้นมีแผนการร้ายที่จะล้มสภาสูงแห่งดวงดาวนี้ และยังวางแผนสังหารตนเองด้วย แต่ตนก็รอดมาได้ โดยหลักฐานคือ โดนมาสเตอร์วินดูทำร้ายตนจนผิวหน้าบิดเบี้ยว

สมุหนายกพัลพาทีนจึงมีคำสั่งแข็งกร้าว ให้ไล่ล่ากำจัดอัศวินเจไดให้หมดสิ้นไปจากจักรวาล และเปลี่ยนระบอบการปกครอง ล้มเลิกระบอบประชาธิปไตยสาธารณรัฐแห่งดาวคอรัสซัง และสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิพัลพาทีนแห่งจักรวรรดิกาแลคติกที่ 1 นับจากนี้เป็นต้นไป พร้อมกับจัดตั้งสภาอิมพีเรียลขึ้นแทน ซึ่งสมาชิกสภาสูงนันพันดวงดาวก็เห็นด้วย (นั่นหมายความว่า เปลี่ยนจากประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ)

ที่ระบบดาวมุสตาฟาร์ อันเป็นที่หลบซ่อนของฝ่ายต่อต้านและพวกสหพันธ์พาณิชย์ ดาร์ธซีเดียสก็หักหลังคนเหล่านี้ โดยการส่งดาร์ธเวเดอร์มาสังหารจนหมดสิ้น เพราะต้องการซื้อใจพวกสมาชิกสภาสูงและแสดงผลงานให้รู้ว่า จักรวรรดินั้นเอาจริงเอาจังเรื่องการปราบปรามกลุ่มผู้ต่อต้าน

และดาร์ธเวเดอร์ ยังทำลายระบบกองทัพดรอยด์ทุกอย่างลงด้วย ตอนนี้จึงไม่มีกองทัพใดยิ่งใหญ่ไปกว่ากองทัพโคลนของจักรวรรดิกาแลคติคอีกแล้ว

ดาร์ธเวเดอร์ สังหารพวกสหพันธ์พาณิชย์ทั้งหมด (Revenge of the Sith 2005)

 

ที่คอรัสซัง มาสเตอร์โยดาไปที่สภาสูงแห่งดวงดาว เพื่อหวังที่จะหยุดยั้งดาร์ธซีเดียส แต่การปะทะกันของฟอร์ซทั้งสองนี้ก็ไม่มีบทสรุปแพ้หรือชนะ และมาสเตอร์โยดาก็เพลี่ยงพล้ำเกือบถูกกองทัพโคลนจับได้ แต่วุฒิสมาชิกโอกาน่าแห่งดาวออลโดรานน์มาช่วยมาสเตอร์โยดาหนีพวกจักวรรดิไป มาสเตอร์โยดาเฝ้าแต่โทษตนเองว่าเค้าล้มเหลว..

ที่ระบบดาวมุสตาฟาร์ โอบี-วันไปบอกแพดเม่ว่าอนาคินนั้นเข้าสู่ด้านมืด และกลายเป็นดาร์ธเวเดอร์ไปแล้ว แพดเม่ไม่เชื่อ จึงให้ซีทรีพีโอขับยานไปหาอนาคิน เพื่อสอบถามอนาคินด้วยตนเอง โอบี-วันนั้นแอบแฝงมาในยานของแพดเม่ด้วย ดาร์ธเวเดอร์คิดว่าแพดเม่เป็นคนพาโอบี-วันมาที่นี่ จึงสติขาดสะบั้นและลงมือทำร้ายแพดเม่

โอบี-วันปะทะกับดาร์ธเวเดอร์ในถ้ำลาวาในระบบดาวมุสตาฟาร์ ผลคือดาร์ธเวเดอร์พ่ายแพ้และโดนตัดขาทั้งสองข้าง อีกทั้งร่างกายทั้งตัวยังโดนไฟจากลาวาคลอกอีกต่างหาก และโอบี-วันก็ทิ้งให้ดาร์ธเวเดอร์ทรมานอยู่อย่างนั้น เพราะคิดว่าดาร์ธเวเดอร์คงไม่รอดแล้ว แต่ดาร์ธซี้เดียสก็มาพาดาร์ธเวเดอร์ไปรักษา

ที่ยานเดินทาง โอบี-วัน รีบกลับไปดูอาการของแพดเม่ และแพดเม่ก็คลอดลูกแฝดชายหญิงออกมาช่วงที่ดาร์ธเวเดอร์โดนดาร์ธซีเดียสจับใส่โลหะทั้งตัวพอดี แพดเม่ตั้งชื่อแฝดหญิงว่า เลอา และฝ่ายชายให้ชื่อ ลุค และแพดเม่ก็เสียชีวิต

แพดเม่ตายระหว่างคลอดลูกแฝด (Revenge of the Sith 2005)

 

ที่ยานของซิธ ดาร์ธเวเดอร์ฟื้นขึ้นมาในสภาพที่หุ้มโลหะทั้งตัวกับหน้ากากช่วยหายใจ (ดาร์ธเวเดอร์หายใจปกติไม่ได้และจะตายทันทีถ้าไม่ใส่หน้ากาก) คำแรกที่ดาร์ธเวเดอร์ถามหาคือแพดเม่ และดาร์ธซีเดียสก็บอกดาร์ธเวเดอร์ว่า แพดเม่ตายลงไปแล้ว ทำให้ดาร์ธเวเดอร์ระเบิดพลังด้านมืดออกมาเต็มที่

ดาร์ธเวเดอร์ร่างห่อหุ้มด้วยโลหะสีดำทั้งตัว (Revenge of the Sith 2005)

 

ที่คอรัสซัง มาสเตอร์โยดา, โอบี-วัน เคนโนบี, และวุฒิสมาชิกโอกาน่า เห็นตรงกันว่า ต้องจับแฝดคู่นี้ซ่อนตัวจากพวกลอร์ดมืดแห่งซิธ ก่อนที่จะแยกย้ายนั้น มาสเตอร์โยดาสอนวิชาเข้าสู่ภพอันเป็นนิรันดร์ของเจไดให้โอบี-วัน เพื่อว่าวันหนึ่ง โอบี-วันจะไปอยู่ในภพนั้นหลังจากละทิ้งร่างกายหรือตายนั่นเอง ซึ่งมาสเตอร์ไคว-กอนก็ไปรออยู่ในภพนั้นนานแล้ว

ที่ดาวออลโดรานน์ วุฒิสมาชิกโอกาน่านำตัวเลอาไปเลี้ยงในฐานะลูกที่ดาวออลโดรานน์ ซึ่งโอกาน่าแต่งงานกับราชินีผู้ครองอาณาจักรออลโดรานน์ เด็กหญิงตัวน้อยๆคนนี้จึงเติบโตขึ้นมาในสถานะเจ้าหญิงเลอาแห่งอาณาจักรออลโดรานน์ อาร์ทู-ดีทูและซี-ทรีพีโอก็ถูกวุฒิสมาชิกโอกาน่าป้อนโปรแกรมให้รับใช้เจ้าหญิงเลอานับจากนั้น

ที่ดาวทาทูอีน ส่วนลุคแฝดชาย โอบี-วันก็นำไปคืนให้ครอบครัวของอนาคินบนดาวทาทูอิน ซึ่งก็คือโอเว่นและเบรูนั่นเอง เด็กชายลุคจึงเติบโตโดยใช้นามสกุลพ่อ ซึ่งก็คือ ลุค สกายวอร์คเกอร์ โดยที่โอบี-วันนั้นก็ปักหลักใช้ชีวิตอย่างเงียบๆที่ดาวทาทูอิน ฝึกวิชาเข้าสู่ภพนิรันดร์ของเจได ละทิ้งตำแหน่งอัศวิน เพื่อเฝ้าดูเด็กชายลุคคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างห่างๆบนดาวทาทูอิน และมาสเตอร์โยดาก็หายตัวไป โดยไม่มีใครพบเห็นอีกเลย ว่าไปอยู่ ณ แห่งหนใดในจักรวาล..

สองแฝดโดนจับแยก ลุค สกายวอร์คเกอร์อยู่ที่ทาทูอิน – เจ้าหญิงเลอาอยู่ที่อาณาจักรออลโดรานน์ (Revenge of the Sith 2005)

 

หลังจากที่ สมุหนายกพัลพาทีน หรือ ดาร์ธซีเดียส เปลี่ยนระบอบการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยคือสาธารณรัฐดวงดาว อันมีสภาสูงที่คอรัสซังเป็นหลัก มาเป็นระบอบเผด็จการคือจักรวรรดิกาแลคติก ดาร์ธซีเดียสจัดตั้งสภาสูงใหม่ในชื่อว่า “อิมพีเรียล” (Imperial) ขึ้นมาแทนที่สภาสูงคอรัสซังที่ถูกยกเลิกไป

และสภาอิมพีเรียลก็กระจายขยายอำนาจไปทั่วกาแล็คซี่ ทำการกวาดล้างเหล่าเจไดแทบสูญสิ้นหมดกาแล็กซี่ เหล่าผู้ต่อต้านจักรวรรดิ (Rebels) ที่ยังแสวงหาความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างจริงๆจังๆแบบลับๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

แน่นอนว่าต่อหน้าจักรวรรดิกาแลคติก เหล่าดวงดาวต่างๆก็คือสมาชิกของสภาอิมพีเรียล แต่ในทางลับ หลายๆผู้นำดวงดาวเหล่านั้นก็เข้าร่วมฝ่ายต่อต้านด้วย ไม่เว้นแม้แต่ท่านทูตออการ์น่าแห่งดาวออลเดอรานน์ ที่ต่อหน้าเขาคือวุฒิสมาชิกแห่งสภาอิมพีเรียล แต่ลับหลังเค้าคือสมาชิกกลุ่มต่อต้านเช่นกัน

เบล ออร์กาน่า (Revenge of the Sith 2005)

 

หลังจากที่สภาสูงคอรัสซังเปลี่ยนเป็นสภาอิมพีเรียลได้ 6 ปี กาเลน เออร์โซ่ (Galen Erso) วิศวกรผู้ปราดเปรื่องของสาธารณรัฐและภรรยา Lyra Erso (ไลร่า เออร์โซ่) ก็ตัดสินใจที่จะแยกตัวออกมาจากจักรวรรดิ เหตุเพราะกาเลนนั้นไม่ฝักใฝ่กับวิถีแห่งเผด็จการของจักรวรรดิ ที่เปลี่ยงแปลงไปกลายเป็นสภาอิมพีเรียล

กาเลนได้สร้างเรื่องว่า ไลร่าเสียชีวิต และกาเลนก็จะแสร้งว่าตรอมใจ หลังจากนั้นกาเลนก็พาลูกสาวคือ Jyn Erso (จิน เออร์โซ่) หนีมาใช้ชีวิตเงียบๆบนดาวอันห่างไกลที่ชื่อ Lah’mu (ลาห์’มู)

 

 

Solo: A Star Wars Story

(ฮาน โซโล: ตำนานสตาร์ วอร์ส)

 

ที่ดาวคอเรลเลีย ดาวของสภาอิมพีเรียล หลังจากที่สภาสูงคอรัสซังเปลี่ยนเป็นสภาอิมพีเรียลได้ 6 ปี ในช่วงยากเข็น สิ่งมีชีวิตเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าจากการกดขี่ข่มเหงของสภาอิมพีเรียล ฮาน ชายหนุ่มนักย่องเบาหัวขโมย 18 มงกุฎที่มีทักษะการขับยานบินสูงปรี้ด พยายามจะพาแฟนสาวคิร่าหนีออกจากดาวนี้ เพราะทั้งคู่ไม่อยากเป็นทาสอีกต่อไป

ฮาน หนุ่มหัวไว (solo 2018)

 

แต่ฮานหนีมาได้คนเดียวบริเวณนอกด่าน ฮานสัญญาว่าจะกลับมารับคีร่า แต่ฮานก็ยังหนีไม่พ้น ซึ่งระหว่างอยู่เขตด่าน สภาอิมพีเรียลกำลังเกณฑ์ทหารไปรบกับฝ่ายต่อต้าน ฮานเห็นหนทางหนี จึงสมัครทหารเป็นนักบินซะเลย ฮานได้นามสกุลว่า โซโล จากทหารสภาอิมพีเรียลตั้งให้

ที่ดาวมิมบัน หลายเดือนผ่านไป ฮาน โซโล ยังไม่ได้ไต่เต้าเป็นนักบินของสภาอิมพีเรียล เพราะมักขัดคำสั่ง จึงโดนลดชั้นมาเป็นพลทหารแนวหน้าที่ดาวมิมบัน และระหว่างการรบนี้เอง ฮานก็ได้พบกับกลุ่มหัวขโมยที่แฝงตัวมาเป็นทหารอิมพีเรียล นำโดย โทเบียส แบ๊คเก็ต และแฟนสาว วาล

โทเบียส จอมโจรแสนเจ้าเล่ห์ (solo 2018)

 

ฮานจับได้ว่าโทเบียสและพรรคพวกคือหัวขโมยเหมือนตน โทเบียสจึงแจ้งหัวหน้าหมู่ว่าฮานจะหนีทหาร ฮานจึงโดนจับไปขังในกรงเดียวกับ ชิวบาคก้า ซึ่งไม่เคยมีทหารหนีทัพคนไหนรอดจากการโดนชิววี่ทุบ

แต่ฮานผูกมิตรกับชิววี่อย่างรวดเร็ว เพราะฮานรู้ภาษาวู้กกี้ และวางแผนหนีออกมาจากคุกจนได้ ฮานและชิววี่หนีออกมาและพยายามไปให้ทันยานของโทเบียสที่กำลังหนี เบื้องต้นโทเบียสไม่อยากรับฮาน แต่รีโอนักบินของโทเบียสต้องการวู้กกี้ ทั้งสองจึงขึ้นยานโทเบียสทัน แม้ว่าวาลจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

วาล (solo 2018)

 

ซึ่งทีมของโทเบียส รับงานจาก ดรายเด้น วอส ผู้นำของ คริมสันดอว์น กลุ่มมาเฟียอวกาศที่ทำงานรับใช้ใครบางคนที่ไม่ใช่สภาอิมพีเรียล ดรายเด้นต้องการให้ทีมโทเบียสไปขโมยโคแอ๊กเซี่ยมจากขบวนรถไฟของสภาอิมพีเรียล แต่ทีมทำไม่สำเร็จ เพราะมีกองโจรลึกลับมาตัดหน้า แถมยังเสียวาลและริโอไปด้วย

โทเบียสและฮานกับชิววี่ จึงต้องไปขอเจรจากับดรายเด้น ที่นี่เองที่ฮานได้พบกับคีร่าอีกครั้ง บัดนี้คีร่าไม่ได้เป็นทาสบนดาวคอเรลเลียแล้ว แต่คีร่าคือมือขวาของดรายเด้น โทเบียสและฮานต่อรองกับดรายเด้น ว่าจะเอาโคแอ๊กเซี่ยมที่ยังไม่กลั่นมาทดแทน โดยสั่งให้คีร่าไปด้วย

คีร่า (solo 2018)

 

ที่ดาวแวนดอร์ ฮานต้องการยานที่เร็วที่สุดในกาแล๊กซี่ คีร่าจึงพาฮานไปพบกับ แลนโด้ และชนะพนัน แลนโด้ต้องพาทีมไปดาวแคสเซลโดยยานมิลเลนเนียมฟัลคอนของแลนโด้ และต้องแบ่งส่วนแบ่งให้แลนโด้

ที่ดาวแคสเซล ทีมของโทเบียสช่วงชิงโคแอ๊กเซี่ยมดิบมาได้ พร้อมกับที่ชิววี่พบเพื่อนๆวู้กกี้ถูกจับเป็นทาสในเหมืองนี้ ชิววีจึงปลดปล่อยเพื่อนๆสายพันธุ์ตัวเอง และทุกคนก็ขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอน โดยแลนโด้และฮานพาขับหนี

แลนโด้ (solo 2018)

 

 

ที่ดาวซาวารีน ขณะที่ทีมโทเบียสกำลังสกัดโคแอ๊กเซี่ยม เอนฟิส เนส ก็ปรากฎตัว และบอกว่าตนเองคือผู้นำกลุ่มกองโจรลึกลับที่เคยปะทะกับทีมโทเบียสบนรถไฟ

เอนฟิสทำไปเพราะต้องการนำโคแอ๊กเซี่ยมมาฟื้นฟูดวงดาวที่กลุ่มของตนโดนคริมสันดอว์นโจมตี ทีมจึงคิดนำโคแอ๊กเซียมปลอมไปให้ดรายเด้นแทน และโทเบียส ก็ขอตัวหนี แลนโด้ก็นำยานมิลเลนเนียมฟัลคอนหนีเช่นกัน

เอนฟิส เนส (solo 2018)

 

ดรายเด้นนำยานมาที่ดาวซาวารีน และดรายเด้นจับไต๋ได้ เพราะโทเบียสหักหลัง ฮานใช้แผนซ้อนแผน โดยนำโคแอ๊กเซี่ยมของจริงมา และดรายเด้นพลาดที่ส่งทีมจู่โจมออกไปที่หาดสกัดโคแอ๊กเซี่ยม เพราะที่นั่นเอนฟิสและกลุ่มกองโจรรออยู่แล้ว ทีมจู่โจมของดรายเด้นจึงโดนกำจัดเรียบ

ขณะการต่อสู้ในยานชุลมุน โทเบียสก็จี้ชิววี่หนีออกไปกับโคแอ๊กเซี่ยม พร้อมกับที่คีร่าหักหลังดรายเด้นและสังหารดรายเด้น คีร่าบอกให้ฮานรีบตามไปช่วยชิววี่

ดรายเด้น วอส (solo 2018)

 

เมื่อฮานลับตาไปแล้ว คีร่าก็ติดต่อผู้นำที่แท้จริงของคริมสันดอว์น นั่นก็คือ โมล อดีตซิธลอร์ดลูกศิษย์ของดาร์ธซีเดียส   คีร่าโยนความผิดการตายของดรายเด้นให้โทเบียสเป็นผู้ฆ่าและขโมยโคแอ๊กเซี่ยมไปทั้งหมด โมลจึงจะไล่ล่าโทเบียสนับจากนี้

โมล ผู้สังหาร ไควกอน-จิน (solo 2018)

 

โดยคีร่าไม่บอกว่าฮานกับชิววี่มีส่วนด้วย ด้านฮานก็ตามไปจนถึงตัวโทเบียส และฆ่าโทเบียส พร้อมๆกับที่ฮานเห็นยานของคีร่าบินจากไป

ที่ดาวแวนดอร์ หลังจากจบเรื่อง ฮานตามมาหาแลนโด้อีกครั้งพร้อมกับโคแอ๊กเซียมก้อนนึงที่สกัดแล้ว และใช้มันพนันกับแลนโด้ จนได้ยานมิลเลนเนียมฟัลคอนมาจากแลนโด้ ชิววี่และฮานกลายเป็นคู่หูท่องอวกาศกันนับตั้งแต่นั้น

ฮานและชิววี่ (solo 2018)

 

Rogue One: A Star Wars Story

(โร้ค วัน: ตำนานสตาร์ วอร์ส)

 

ที่ดาวลาห์’มู กาเลน เออโซ่ ที่พาลูกเมียหลบมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี แต่แผนนี้ก็ไม่รอดพ้นสายตาของ Orson Krennic (ออร์สัน เครนนิค) ผู้อำนวยการคุมกองกำลังฝ่ายสร้างอาวุธของอิมพีเรียล เครนนิคนำลูกน้องเหล่าเดธทรูปเปอร์ของตนบุกมาถึงดวงดาวที่สามพ่อแม่ลูกครอบครัวเออร์โซ่ซ่อนตัวอยู่

กาเลนแจ้งเพื่อนของตนที่อยู่กับฝ่ายต่อต้านชื่อ Saw Gerrera (ซอว์ เกอร์เรร่า) ให้มาที่ดาวลาห์’มูช่วยลูกเมียตนเองโดยด่วน กาเลนสั่งให้ไลร่าและจินหนีออกไปอีกทาง ส่วนตนเองก็ออกไปเผชิญหน้ากับเครนนิค

จิน เออร์โซ่ ในวัยเด็ก (Rogue One 2016)

 

กาเลนนั้นแอบทำหลุมหลบภัยลับไว้ในถ้ำใกล้ๆที่พัก เพื่อให้จินลูกสาวซ่อนตัวเวลาฉุกเฉินเช่นนี้ และรอให้ ซอว์ เกอร์เรร่า มาพบ ไลร่าบอกให้จินรีบหนีไปซ่อนในหลุมลับนั้นเพียงคนเดียว ไลร่าอยากกลับไปดูกาเลนเพราะเป็นห่วง

ก่อนไปนั้นไลร่ามอบไคเบอร์คริสตัลหนึ่งเม็ดห้อยคอจินเอาไว้ด้วย (ไคเบอร์คริสตัลคือสิ่งที่นำมาทำไลท์เซเบอร์ของเจได) ส่วนไลร่าที่ตัดสินใจย้อนกลับไป ก็ถือปืนเลเซอร์เข้าไปเผชิญหน้ากับเครนนิค โดยจินก็ตามมาแอบดูพ่อแม่ยังไม่ไปซ่อนเช่นกัน

ไลร่าบ้าดีเดือดยิงเครนนิค แต่ก็โดนแค่หัวไหล่เท่านั้นไม่ถึงตาย ไลร่าจึงโดนเดธทรูปเปอร์ยิงสวนกลับ ตายไปต่อหน้าจินที่แอบเห็นพอดี และจินก็วิ่งไปแอบในหลุมตามคำสั่งเดิมพ่อและแม่

เหล่าเดธทรูปเปอร์ค้นหาจินไปจนทั่วบริเวณก็ไม่เจอ (เครนนิคหวังจะจับจินไปเป็นตัวประกันเพื่อให้กาเลนถวายชีวิตทำงานให้เต็มที่) เครนนิคจึงจับกาเลนไปคนเดียว และกาเลนก็ถูกพาไปที่ดาว Eadu (ดาวเอดู) เพื่อช่วยออกแบบและสร้างสถานีอวกาศยักษ์ Death Star (เดธสตาร์) ขึ้นมา

ออร์สัน เครนนิค มาจับตัว กาเลน  เออร์โซ่ (Rogue One 2016)

 

ด้านทางจินที่แอบอยู่ในหลุมลับไม่นานนัก ซอว์ เกอร์เรร่า ก็มาพาตัวจินไปจากที่นั่น และชุบเลี้ยงจินให้แกร่งกล้าดูแลตัวเองได้ หลังจากจินอายุได้ 16 ปี เกอร์เรร่าก็ทิ้งจินให้เอาตัวรอดเพียงลำพัง..

 

13 ปีผ่านไป.. จิน เออร์โซ่ เติบโตกลายเป็นหญิงสาวที่มีสกิลเอาตัวรอดสูง มีฝีมือต่อสู้มากพอตัว แต่ก็ไม่วายถูกสภาอิมพีเรียลจับตัวในข้อหาเล็กน้อย ซึ่งจินนั้นใช้นามแฝงว่า Liana Halik (เลียน่า ฮัลลิค) ไม่มีใครรู้ชื่อจริงเธอ

จิน เออร์โซ่  (Rogue One 2016)

 

ที่ดาว Wobani (โวบานี่) ขณะที่จินที่ถูกจับ และกำลังจะถูกนำไปเป็นแรงงานทาสในเหมืองของอิมพีเรียล ฝ่ายต่อต้านกลุ่มนึงนำโดยกัปตัน Cassian Andor (แคสเซี่ยน แอนดอร์) ก็บุกมาชิงตัวจินออกไปจากรถขนย้ายนักโทษของอิมพีเรียล

แคสเชี่ยนพาจินไปที่ดวงจันทร์ Yavin 4 (ยาวิน โฟร์) ฐานที่มั่นหลักของกลุ่มกบฎ และตอนนี้เองที่จินได้เจอกับ K-2SO (เค-ทูเอสโอ) ดรอยด์ของอิมพีเรียลที่ฝ่ายกบฎนำมาโปรแกรมใหม่

เค-ทูเอสโอ (Rogue One 2016)

 

ที่ ยาวิน โฟร์ จินพบกับประธานพันธมิตรแห่งกลุ่มต่อต้านนามว่า Mon Mothma (มอน มอร์ธม่า) และผู้นำกองกำลังต่อต้านนายพล Draven (ดราเว่น) ทั้งมอร์ธม่าและนายพลดราเว่นรวมถึงท่านทูตออร์กาน่า ต้องการให้จินติดต่อกับเกอร์เรร่า (พวกต่อต้านรู้ตัวตนที่แท้จริงของจิน)

และหวังว่าให้จินกล่อมเกอร์เรร่ายอมมาช่วยฝ่ายพันธมิตรต่อต้านต่อสู้กับอิมพีเรียล เพราะเกอร์เรร่าเป็นพวกต่อต้านขวาจัดรุนแรงสุดโต่งไม่ยอมฟังใคร

มอน มอร์ธม่า ประธานสูงสุดของฝ่ายต่อต้าน (Rogue One 2016)

 

เหตุที่ฝ่ายพันธมิตรต่อต้านต้องการกองกำลังต่อต้านของเกอร์เรร่า นั่นก็เพราะว่าฝ่ายพันธมิตรต่อต้านได้ข่าวร้ายแรงอย่างนึง ว่าอิมพีเรียลนั้นสร้างอาวุธมหาประลัยทำลายดวงดาวได้แล้ว (เดธสตาร์) แต่ฝ่ายพันธมิตรต่อต้านไม่รู้ว่าอาวุธนั่นมันคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง

กัปตัน แคสเซี่ยน แอนดอร์ แห่งฝ่ายต่อต้าน (Rogue One 2016)

 

ซึ่งผู้พันแคสเซี่ยนรู้มาจากผู้ที่แปรพักษ์อิมพีเรียลมาว่า กาเลนพ่อของจินคือผู้ควบคุมการสร้างอาวุธนี้ที่ฐานลับอิมพีเรียล และกาเลนส่งนักบินคนนึงของอิมพีเรียลไปหาเกอร์เรร่าด้วยเหตุผลบางอย่าง

จิน จึงเป็นคำตอบเดียวที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้

จินนั้นยอมช่วยเหลือ เพราะรู้ว่าพ่อของตนไม่ใช่คนเลวร้าย และแลกกับการเป็นอิสระด้วย จินจึงเดินทางไปกับแคสเซี่ยนมุ่งหน้าไปที่ดวงจันทร์ Jedha (เจด้าร์) ที่ซึ่งกองกำลังต่อต้านของเกอร์เรร่าซ่อนตัวอยู่ โดยที่แคสเซี่ยนได้คำสั่งลับจากนายพลดราเว่นว่า ถ้าพบตัวกาเลน ให้สังหารทันที มนุษย์สองคนคือจินและแคสเซี่ยน กับแอนดรอยด์หนึ่งตัวคือเค-ทูเอสโอ ทั้งสามก็มุ่งหน้าสู่ดาวเจด้าร์..

ที่ดวงจันทร์เจด้าร์ ดวงดาวแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในวิหารโบราณของอัศวินเจไดมาเนิ่นนาน ที่นี่คือแหล่งแร่ไคเบอร์คริสตัลที่อุดมสมบูรณ์

ซากอารธรรมของวิหารเจไดบนดาวเจด้าร์ (Rogue One 2016)

 

อดีตนักบินอิมพีเรียลผู้กลับใจนามว่า Bodhi Rook (โบดี้ห์ รู้ก)  ดั้นด้นมาขอพบเกอร์เรร่าตามคำสั่งของกาเลน เพื่อมอบบางอย่างให้เกอร์เรร่า จากนั้นโบดี้ห์ก็ถูกจับไปขังไว้ก่อน

เมื่อจิน/แคสเซี่ยน/และเค-ทูเอสโอมาถึงเจด้าร์ จึงพบเห็นเหล่าทหารของอิมพีเรียลมากมายที่ดาวนี้ ส่วนนึงคือมาตามหาโบดี้ห์ แต่ส่วนใหญ่มาเพื่อขนไคเบอร์คริสตัลออกไปจากดวงดาวเจด้าร์อย่างมากมายด้วยเหตุผลบางอย่าง.. (นำไคเบอร์คริสตัลไปเป็นพลังงานของปืนเลเซอร์มหาประลัยเดธสตาร์)

จินและแคสเซียนเข้าไปในตัวเมืองเจด้าร์ และจินก็พบกับชายตาบอดอดีตผู้พิทักษ์วิหารเจไดนามว่า Chirrut Îmwe (ชิรุต อิมเว) ผู้เข้าถึงวิถีแห่งฟอร์ซได้ และชิรุตก็สัมผัสถึงพลังความกล้าหาญในตัวจินอย่างเต็มเปี่ยม

ชิรุต อิมเว ชายตาบอดแสนประหลาด (Rogue One 2016)

 

ทันใดนั้นพวกต่อต้านลูกน้องเกอร์เรร่า ก็โจมตีเหล่าสตอร์มทรูปเปอร์ของอิมพีเรียลอย่างหนักหน่วง จินกับแคสเซี่ยนที่อยู่ในใจกลางการปะทะจึงไม่มีทางเลือก ต้องสู้ด้วย ชิรุตสู้กับเหล่าสตอร์มทรูปเปอร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะใช้ไม้พลองสู้กับปืน แถมชิรุตตาบอดซะด้วย สร้างความประหลาดใจให้จินและแคสเซี่ยนเป็นอย่างมาก

Baze Malbus (บาซ มัลบัส) สหายสนิทของชิรุต ผู้ที่ยิงปืนเลเซอร์ได้รวดเร็วต่อเนื่องและแม่นยำ ก็มาช่วยชิรุตสู้กับสตอร์มทรูปเปอร์อีกคน

บาซ มัลบัส (Rogue One 2016)

 

แต่แล้วทั้งสี่คนคือ บาซ/ชิรุต/จิน/แคสเซี่ยน ก็โดนลูกน้องเกอร์เรร่าจับไป ซึ่งที่ลูกน้องเกอร์เรร่ายังไม่ฆ่าทั้งสี่ เพราะว่าได้ยินชื่อ จิน เออร์โซ่ คนสนิทของเกอร์เรร่านั่นเอง

เมื่อทั้งสี่คนมาถึงป้อมปราการลับกลางหุบเขาของกลุ่มต่อต้านเกอร์เรร่าบนดาวเจด้าร์ จินก็ถูกแยกตัวไปพบเกอร์เรร่า จินโกรธเกอร์เรร่ามากที่ทิ้งเธอไป เกอร์เรร่าจึงอธิบายว่า ต้องทิ้งจินไม่งั้นจินจะเป็นภัย และจะมีคนนำจินมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อต่อรองกับกาเลน เกอร์เรร่าอยากให้คนทั่วไปคิดว่าจินตายไปแล้ว

ซอว์ เกอร์เรร่า หัวหน้าฝ่ายกบฎบนดาวเจด้าร์ (Rogue One 2016)

 

เกอร์เรร่ารีบนำเอาโฮโลแกรมที่กาเลนอัดข้อความฝากนักบินโบดี้ห์ส่งมาให้เกอร์เรร่า เพื่อให้นำไปบอกจินอีกที  ข้อความนั้นก็คือ กาเลนอยู่ที่ฐานผลิตอาวุธบนดาวเอดู เพื่อช่วยจักรวรรดิสร้างอาวุธทำลายล้างดวงดาวที่ชื่อ เดธสตาร์

กาเลนรู้ว่า ถึงตนเองจะปฏิเสธไม่ทำ แต่ซักวันนึงพวกจักรวรรดิก็จะรู้ว่า ถึงแม้จะไม่มีกาเลน พวกมันก็สร้างเองได้ กาเลนจึงแอบสร้างจุดอ่อนเอาไว้ในระบบของเดธสตาร์ ซึ่งถ้าทำลายเตาปฏิกรณ์ตรงกลาง เดธสตาร์จะทำปฏิกิริยาลูกโซ่ระเบิดไปทั้งฐาน

อีกด้านนึงในคุกที่แคสเซี่ยน/ชิรุต/และบาซ ถูกคุมขังอยู่นั้น ชิรุตสัมผัสถึงบางคนที่เป็นผู้ส่งข้อความสำคัญในห้องขังข้างๆได้ นั่นก็คือโบดี้ห์นั่นเอง บาซกะยิงโบดี้ห์ทิ้งซะเลยข้อหาเป็นนักบินอิมพีเรียล แต่แคสเซี่ยนรู้ข้อมูลมาก่อนหน้านี้ว่า กาเลนส่งนักบินมาพบเกอร์เรร่า และก็ใช่ โบดี้ห์คือนักบินผู้นั้นจริงๆ

ขณะเดียวกันที่ฐานเดธสตาร์ อธิบดีทาคินแห่งจักรวรรดิ คิดว่าเครนนิคทำเรื่องอาวุธไม่คืบหน้า กอรปกับบนดาวเจด้าร์เกิดเรื่องที่กลุ่มต่อต้านตอบโต้อิมพีเรียลพอดี เครนนิคจึงขอพิสูจน์อาวุธเดธสตาร์ให้อธิบดีทาคินดู ด้วยการใช้เดธสตาร์ยิงถล่มดาวเจด้าร์ซะเลย

ดาวเจด้าร์กำลังแตกดับ (Rogue One 2016)

 

ศูนย์กลางของการยิงระเบิดดาวอยู่ไกลหลายร้อยกิโลและค่อยๆขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็สั่นสะเทือนมาถึงฐานลับของเกอร์เรร่าเช่นกัน เกอร์เรร่ารีบสั่งให้จินหนีออกไปซะ ตัวเขานั้นคงหนีไม่ไหวแล้ว ขออยู่ตายที่นี่ดีกว่า

ด้านทางแคสเซี่ยนก็รีบแหกคุก และสั่งให้ชิรุตกับบาซช่วยโบดี้ห์ออกมาด้วย แคสเซี่ยนรีบสั่งให้เค-ทูเอสโอนำยานมาที่พิกัดของตนเองโดยด่วน และมนุษย์ห้าคน กับหุ่นยนต์หนึ่งตัว ก็คือผู้รอดชีวิตจากดวงดาวเจด้าร์ นอกนั้นตายเกลี้ยงทั้งดวงดาว รวมถึง ซอว์ เกอร์เรร่า

ที่ฐานสร้างอาวุธสภาอิมพีเรียลบนดาวเอดู จากข้อมูลที่ได้จากโฮโลแกรมและโบดี้ห์ จึงรู้ว่ากาเลนพ่อของจินอยู่ที่นี่ จินอยากไปช่วยกาเลน แคสเซี่ยนจะไปเพื่อสังหารกาเลน ทั้งสองจึงมีจุดหมายที่ต่างกัน และนายพลดราเว่นก็สั่งให้ฝูงบินรบของฝ่ายต่อต้านมุ่งไปโจมตีฐานอาวุธอิมพีเรียลบนดาวเอดูทันที

ดาวเอดู (Rogue One 2016)

 

แคสเซี่ยนสั่งให้ทุกคนรออยู่ในยาน แคสเซี่ยนจะลงไปกับโบดี้ห์เพียงสองคน แต่ชิรุตจับกระแสพลังด้านลบที่มีพลังการฆ่าออกมาจากตัวแคสเซี่ยนได้จึงบอกจิน จินจึงรีบตามลงไปเพราะรู้ว่าแคสเซี่ยนจะฆ่ากาเลนพ่อของตน ชิรุตกับบาซก็รีบตามลงไปคุ้มกันจินระยะไกลด้วย

เครนนิคมาถึงที่ฐานผลิตอาวุธแห่งนี้ก่อน และเรียกพวกวิศวกรออกมาพบที่ท่าจอดเครื่องบินภายนอกฐานทั้งหมด ก่อนจะเค้นข้อมูลจากทุกคนว่า ใคร ทรยศโดยการส่งนักบินโบดี้ห์ออกไปให้ข่าวฝ่ายต่อต้าน ที่สุดแล้วกาเลนก็ยอมรับผิด แต่เครนนิคก็ยิงวิศวกรทุกคนทิ้งอยู่ดี

กาเลน เออร์โซ่ จนมุมแล้ว (Rogue One 2016)

 

อีกมุมหนึ่งบนหน้าผานอกฐานอาวุธอิมพีเรียลบนดาวเอดู แคสเซี่ยนก็ตัดใจยิงสังหารกาเลนตามคำสั่งไม่ได้ และแคสเซี่ยนก็เห็นจินอยู่ที่ท่าจอดยานพอดี  ทันใดนั้นกองยานรบของฝ่ายต่อต้านก็ยิงโจมตีฐานผลิตอาวุธอิมพีเรียลอย่างหนัก

กาเลน โดนระเบิดเต็มๆบาดเจ็บสาหัสจวนเจียนตาย แต่เครนนิคบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และเดธทรูปเปอร์ก็รีบนำเครนนิคเจ้านายตนขึ้นยานหนีออกไป จินจึงได้คุยกับกาเลนครั้งสุดท้ายเพียงไม่กี่คำก่อนกาเลนขาดใจตาย และแคสเซี่ยนก็รีบพาจินหนีออกมา

ที่ดวงดาว ยาวิน โฟร์ จินกลับมาเล่าเรื่องจุดอ่อนเดธสตาร์และความเสียสละของกาเลนพ่อของตนให้ทั้งสภาฝ่ายต่อต้านฟัง  เหล่าสภาของฝ่ายต่อต้านถกเถียงกันอย่างมาก บ้างก็ไม่เชื่อคำของจิน บ้างก็คิดว่าสิ่งที่จินพูดเป็นเรื่องจริง 

การประชุมสภาของฝ่ายต่อต้าน (Rogue One 2016)

 

จินเสนอให้บุกดาวแห่งมหาสมุทรที่ชื่อ Scarif (สคาริฟ) เพื่อชิงแผนผังเดธสตาร์ตามที่กาเลนพ่อเธอบอก จะได้รู้จุดอ่อนของเดธสตาร์ แต่ที่สุดแล้ว ทุกคนก็ไม่เห็นด้วยที่ต้องเอาชีวิตฝ่ายต่อต้านไปเสี่ยง พันธมิตรฝ่ายต่อต้านยอมที่จะหลบหนีไปซ่อนเงียบๆดีกว่า

จินกับโบดี้ห์ จึงคิดจะลุยดาวสคาริฟชิงแผนผังเดธสตาร์เอง โดยที่ชิรุตกับบาซก็เอาด้วย ทันใดนั้นแคสเซี่ยนก็ปรากฎตัว พร้อมกับทหารของฝ่ายต่อต้านสิบกว่าคน ซึ่งยินดีไปดาวสคาริฟกับจินเช่นกัน

ทหารฝ่ายต่อต้านสิบกว่านายพร้อมไปบู๊กับจินด้วย (Rogue One 2016)

 

แคสเซี่ยนพาทุกคนขึ้นยานลำเลียงของอิมพีเรียลที่ฝ่ายต่อต้านยึดมา เมื่อเครื่องกำลังจะออกจากฐานยาวินโฟร์ หอควบคุมอวกาศจึงถามหารหัสคำสั่งภารกิจ โบดี้ห์จึงด้นสดบอกไปว่า รหัสปฏิบัติการคือ Rogue One (โร้ค วัน) แล้วก็ตีมึนขับยานออกไปเฉยๆเลย

โบดี้ รู้ก ผู้ตั้งชื่อภารกิจทีม โร้ค วัน (Rogue One 2016)

 

ทางฝ่ายต่อต้านต้องเตรียมรับมือกับการโดนกวาดล้างครั้งใหญ่ ด้านทางท่านทูตออการ์น่าจึงเตรียมเดินทางกลับดาวออลเดอรานน์เพื่อดูแลประชาชนของตน และท่านทูตออร์กาน่าก็ทิ้งให้บุคคลที่ตนไว้ใจที่สุดในชีวิต อยู่ประจำการกับฝ่ายกบฎที่ยาวิน 4 แห่งนี้ก่อน (ซี-ทรีพีโอ และ อาร์ทู-ดีทู ก็ปรากฎในซีนนี้)

ที่ดาวสคาริฟ โบดี้ห์ใช้รหัสผ่านเก่าของตน และบินเข้าไปลงจอดบนพื้นผิวที่ดาวสคาริฟจนได้ แคสเซี่ยน / จิน / และ เค-ทูเอสโอ แฝงตัวเป็นทหารของอิมพีเรียล และลอบเข้าไปจนถึงหอเก็บเอกสารของฐานดาวสคาริฟนี้ ทันใดนั้น แคสเซี่ยนก็ให้สัญญาณพวกต่อต้านที่อยู่ข้างนอกเปิดฉากโจมตี เพื่อล่อให้ทหารอิมพีเรียลออกไปข้างนอกฐานให้มากที่สุด

แคสเซี่ยน / จิน และ เค-ทูเอสโอ (Rogue One 2016)

 

เมื่อสภาฝ่ายต่อต้านรู้ข่าวเรื่องฐานอิมพีเรียลบนดวงดาวสคาริฟโดนกบฎบางกลุ่มโจมตี มอร์ธม่าก็รู้ทันทีว่านั่นคือแคสเซี่ยนและจิน มอร์ธม่าจึงสั่งให้กองยานรบของฝ่ายต่อต้านเต็มอัตตราศึกลุยไปช่วยแคสเซี่ยนกับจินทันที ซึ่งผู้บังคับการกองบินรบคือนายพล Raddus (แร้ดดุส)

จินกับแคสเซี่ยนเข้าไปที่แกนกลางของฐานข้อมูลเอกสารที่มีเป็นพันๆชื่อ แต่จินนั้นเดาว่า ชื่อของผังเดธสตาร์ที่กาเลนซ่อนไว้จะต้องชื่อ “สตาร์ดัส” อย่างที่กาเลนเรียกจินมาเสมอ

ทางน่านอวกาศนอกดาวสคาริฟ ทั้งฝ่ายจักรวรรดิที่อยู่ประจำฐานดาวสคาริฟ และกองยานรบฝ่ายต่อต้าน ก็สู้กันอย่างหนักหน่วง โดยมีกองยานและกำลังทหารส่วนนึงของฝ่ายต่อต้านลงไปถึงน่านฟ้าดวงดาวสคาริฟได้สำเร็จเพื่อช่วยพวกจิน ก่อนที่จักรวรรดิจะใช้บาเรียปิดชั้นอวกาศ

การสู้รบบนดาวสคาริฟ (Rogue One 2016)

 

ผู้ที่สละชีวิตตัวแรกคือ เค-ทูเอสโอ ที่อยู่ตรึงพวกสตรอมทรูปเปอร์เอาไว้ข้างนอก ก่อนจะโดนยิงยำเละ

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สองคือ ชิรุต ที่เดินแหวกดงกระสุนไปสับสวิทย์เปิดการส่งสัญญาณ

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สามคือ โบดี้ห์ ที่โดนระเบิดตายไปพร้อมกับยานลำเลียง

ผู้ที่สละชีวิตคนที่สี่คือ บาซ หลังจากเห็นชิรุตตายและยานลำเลียงระเบิด ก็เดินลุยให้เค้ายิงตายไปอีกคน

 

นายพลเครนนิคพยายามมาหยุดยั้งจิน แต่ก็โดนแคสเซี่ยนยิงจนบาดเจ็บสาหัสไป และทีมโร้ควัน ก็ส่งข้อมูลแผนผังเดธสตาร์ไปให้นายพลแร้ดดุสได้สำเร็จ

แต่ขณะที่นายพลแร้ดดุสกำลังจะสั่งให้กองยานรบฝ่ายต่อต้านให้วาร์ปหนี กองยานรบเดสทรอยเยอร์และเดธสตาร์ นำโดยอธิบดีทาคินและลอร์ดดาร์ธเวเดอร์ ก็วาร์ปมาถึงน่านอวกาศบริเวณดาวสคาริฟพอดี ทำให้ยานของนายพลแร้ดดุสเสียหายหนัก หนีไม่ได้ และลอร์ดเวเดอร์ก็เตรียมนั่งยานลำเลียงเร็วไปเทียบยานรบหลักของนายพลแร้ดดุส เพื่อชิงเอาแผนผังเดธสตาร์คืนมา

พลเรือเอก แร้ดดุส (Rogue One 2016)

 

ซึ่งทางอธิบดีทาคิน ก็สั่งให้เดธสตาร์ยิงทำลายดาวสคาริฟนี้ซะ ทำให้ผู้สละชีวิตคนที่ห้าและหกก็คือ จินและแคสเซี่ยน ที่ระเบิดตายไปพร้อมกับเครนนิค และทุกชีวิตบนดาวสคาริฟก็ไม่มีเหลือรอด สรุปคือ ทีมโร้ควันตายเกลี้ยง

ลอร์ดเวเดอร์ขึ้นมาลุยบนยานรบของนายพลแร้ดดุสด้วยตนเอง และกำลังจะช่วงชิงชิปข้อมูลผังเดธสตาร์ได้อยู่แล้ว แต่เหล่าทหารฝ่ายต่อต้านบนยานรบนายพลแร้ดดุสก็สละชีวิตปกป้อง ก่อนจะส่งให้ทหารกลุ่มนึงขึ้นยาน Tantive IV ของวุฒิสมาชิกอิมพีเรียลคนปัจจุบันแห่งออลเดอรานน์

ซึ่งท่านทูตออการ์น่าส่งลูกสาวก็คือ เจ้าหญิงเลอา ซึ่งเป็นทั้งวุฒิสมาชิกสภาอิมพีเรียล และหนึ่งในฝ่ายต่อต้านมาประจำการนั่นเอง และยาน Tantive IV ก็บินหนีออกไป

วุฒิสมาชิก เลอา ออร์กาน่า (Rogue One 2016)

 

ที่ยาน Tantive IV เมื่อเลอาได้รับแผนผังเดธสตาร์เอาไว้ในครอบครองและกำลังวาร์ปยานหนี กองยานรบเดสทรอยเยอร์ของจักรวรรดิก็วาร์ปไล่ตามยาน Tantive IV ของเลอามาติดๆ ก่อนจะมาไล่ทันกันบริเวณน่านอวกาศดาวแห่งทะเลทรายที่มีดวงอาทิตย์โคจรรอบดาวถึงสองดวง และดาวนั้นก็คือ ทาทูอีน

 

Star Wars Episode IV

(ความหวังใหม่)

 

ที่ยาน Tantive IV เลอาถูกกองทัพสตรอมทรูปเปอร์นำโดยดาร์ธเวเดอร์ตามมาจับกุมตัว ซึ่งดาร์ธเวเดอร์ก็ไม่รู้ว่าเลอาคือลูกของตน ก่อนที่จะโดนจับ เลอาได้บันทึกโฮโลแกรมเป็นสาส์นลับไว้ในอาร์ทู-ดีทู และสั่งให้อาร์ทู-ดีทูนำสาส์นนี้ไปมอบให้โอบีวัน-เคนโนบีบนดาวทาทูอินให้จงได้ ก่อนที่เลอาจะถูกดาร์ธเวเดอร์จับตัวไปทื่เดธสตาร์

เลอาถูกจักรวรรดิจับกุม (A New Hope 1977)

 

ที่ดาวทาทูอีน อาร์ทู-ดีทูและซี-ทรีพีโออยู่ในกระสวยซึ่งถูกปล่อยลงบนดาวทาทูอิน และก็ได้พบกับ ลุค สกายวอร์คเกอร์ ลุคจะนำดรอยด์และไซบอร์คสองตัวนี้ไปทำเกษตรกรรมตามคำสั่งของลุงกับป้าของเขาโอเว่นและเบรู

R2-D2 และ C- 3PO บนดาวทาทูอิน (A New Hope 1977)

 

 ลุคพยายามเปิดโฮโลแกรมของอาร์ทู-ดีทู แต่ก็พบแค่ข้อความสั้นๆเบื้องต้นของเลอา ลุครู้สึกถูกชะตาเลอาอย่างอธิบายไม่ได้ อาร์ทู-ดีทูไม่ยอมให้ลุคเห็นสาส์นจากเลอาทั้งหมด

แต่ก็มีชื่อของ โอบี-วัน เคนโนบี ออกมาจากอาร์ทู-ดีทู ลุคจึงสงสัยว่า จะใช่ลุงเบนเคนโนบี ที่อยู่อีกฟากนึงของดวงดาวที่เขารู้จักหรือเปล่า

Luke Skywalker (A New Hope 1977)

 

ในคืนนั้น อาร์ทู-ดีทูหนีออกไปข้างนอกเพื่อไปตามหาโอบีวัน ลุคและซีทรีพีโอจึงออกไปตามหาอาร์ทูดีทูด้วย และทั้งหมดก็ได้พบกับเบนเคนโนบี ซึ่งก็คือ โอบีวันเคนโนบีนั่นเอง

โอบีวันเล่าให้ลุคฟังว่า ตนเองนั้นเป็นอัศวินเจได และเป็นเพื่อนรักกับพ่อของลุค ทั้งสองช่วยกันทำสงครามโคลนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ก่อนที่พ่อของลุคจะถูกกำจัดโดยดาร์ธเวเดอร์ ซึ่งคืออดีตเจไดที่หลงทางเข้าสู่ด้านมืดวิถีแห่งซิธ และดาร์ธเวเดอร์เคยเป็นลูกศิษย์ของโอบีวันด้วย

อา ร์ทู-ดี ทูเปิดสาส์นฉบับเต็มจากเลอาให้โอบีวันดู และเนื้อหาก็คือ ขอร้องให้โอบีวันนำอาร์ทูดีทูไปที่ออลเดอรานน์ เพราะในหุ่นดรอยด์ตัวนี้มีข้อมูลสำคัญที่กลุ่มต่อต้านจำเป็นต้องใช้เพื่อล้มล้างจักวรรดิ

Obi-Wan Kenobi (A New Hope 1977)

 

โอบีวัน ขอร้องให้ลุคเดินทางไปที่ออลเดอรานน์กับเขาด้วย แต่ลุคนั้นสัญญากับลุงโอเว่นและป้าเบรูไว้ ว่าจะอยู่ช่วยเกษตรกรรมที่ทาทูอิน จึงปฏิเสธโอบีวันไป

แต่สตรอมทรูปเปอร์ตามรอยหุ่นทั้งสองตัวมาถึงบ้านของลุค และสังหารลุงโอเว่นและป้าเบรูของลุคจนหมดสิ้น ลุคไม่เหลือใครแล้ว จึงยินดีติดตามโอบีวันไปที่ออลเดอรานน์ และเรียนรู้วิถีแห่งฟอร์ซ เพื่อก้าวไปเป็นอัศวินเจไดดังเช่นพ่อของเขา

ที่บาร์สุดเถื่อนในตัวเมืองทาทูอิน โอบีวันและลุคก็ได้พบกับสองสหายนักบินนอกกฎหมาย ชิวบาคก้า และ ฮาน โซโล เจ้าของยานมิลลิเนียมฟาลคอน ที่ฮานโม้ว่าคือยานที่เร็วที่สุดในกาแล็คซี่

Han Solo และ Chewbacca (A New Hope 1977)

 

โอบีวัน จึงจ้างฮานให้ไปส่งพวกตนที่ออลเดอรานน์ ระหว่างที่จะออกไปนอกบาร์ ฮานก็โดนลูกน้องจั๊บบ้าเดอะฮัทมาทวงหนี้ให้จั๊บบ้า แต่ฮานก็หนีมาได้ ถึงยังไงฮานก็โดนจั๊บบ้าเดอะฮัทดักรอที่ยานมิลเลเนียมฟาลคอนแล้ว ฮานจึงสัญญาเพื่อเอาตัวรอดเฉพาะหน้ากับจั๊บบ้าว่า จะนำเงินกลับมาใช้หนี้แน่นอนหลังจากไปส่งพวกโอบีวัน จั๊บบ้าจึงปล่อยฮานไป

ที่เดธสตาร์ ดาร์ธเวเดอร์แปลกใจมากที่ไม่สามารถใช้ฟอร์ซอ่านใจเลอาได้ อธิบดีทาคิน ผู้บัญชาการของเดธสตาร์ จึงมุ่งหน้าไปที่ดาวออลเดอรานน์ โดยมีเป้าหมายที่จะทำลาย เพื่อข่มขวัญดวงดาวอื่นๆให้ไม่กล้าแข็งข้อกับจักรวรรดิ อธิบดีทาคินบังคับให้เลอาบอกที่ตั้งของฐานบัญชาการของกลุ่มกบฏต่อต้านจักวรรดิ ไม่เช่นนั้นเดธสตาร์จะทำลายล้างทั้งดวงดาวออลเดอรานน์ เลอาจึงยอมบอกว่าอยู่ที่ดาวแดทูอิน

อย่างไรก็ตาม อธิบดีทาคินก็สั่งเดธสตาร์ให้ยิงแสงพิฆาตทำลายล้างทั้งดวงดาวออลโดรานน์ จนระเบิดเป็นจุลในทันที ต่อหน้าต่อตาเลอา นั่นหมายความว่าพ่อแม่บุญธรรมเลอาตายไปในทันทีเช่นกัน ต่อจากนั้นอธิปดีทาคินก็สั่งลูกน้องไปตรวจบนดาวแดทูอิน แต่ก็พบเพียงฐานร้าง

อธิบดีทาคิน (A New Hope 1977)

 

ที่ยานมิลเลนเนียมฟาลคอน ขณะที่ฮานกำลังเดินทางไปออลเดอรานน์กลางอวกาศ กองทัพจักวรรดิได้แกะรอยอาร์ทูดีทูมาจนถึงยานมิลเลนเนียมฟาลคอน แต่ฮานก็ขับหนีด้วยความเร็วไฮเปอร์สเปซเข้ารูหนอนหนีมาได้

โอบีวันซึ่งอยู่บนยานมิลเลนเนียมฟาลคอน ก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสของชีวิตนับหลายสิบล้านชีวิตได้เพียงแว่บเดียว และเสียงกรีดร้องทั้งหมดของชีวิตเหล่านั้นก็หายไป โอบีวันรับรู้ถึงความปั่นป่วนของสมดุลย์แห่งฟอร์ซ ว่าขณะนี้มีสิ่งที่เลวร้ายได้เกิดขึ้นแล้ว

ฮานพบว่าได้เดินทางมาถึงพิกัดของดาวออลเดอรานน์แล้ว ฮานจึงสั่งยานมิลเลนเนียมฟาลคอนออกจากไฮเปอร์สเปซ  เมื่อออกมาสู่ชั้นบรรยากาศปกติ แต่ฮานก็ไม่พบดวงดาวออลเดอรานน์ กลับพบแต่สะเก็ดดวงดาวมากมายลอยเคว้งคว้างกลางอวกาศ

โอบีวันและฮานจึงรู้ได้ทันทีว่า ดาวออลเดอรานน์ถูกทำลายแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรหรือสิ่งใดจะทำลายดาวทั้งดวงได้รวดเร็วขนาดนั้น และคนทั้งหมดบนยานมิลเลนเนียมฟาลคอน ก็ได้เห็นสถานีอวกาศอันทรงพลังและยิ่งใหญ่ของจักวรรดิเป็นครั้งแรก นั่นก็คือ เดธสตาร์

Death Star (A New Hope 1977)

 

ยานมิลเลนเนียมฟาลคอนโดนแสงแทรคเตอร์ดึงดูดเข้าหาเดธสตาร์ ฮานไม่สามารถต่อต้านการดูดได้ ทุกคนจึงลงไปซ่อนตัวในช่องเก็บของลับบนยาน ที่ฮานมีไว้ขนของเถื่อน เมื่อพวกสตรอมทรูปเปอร์ขึ้นมาตรวจบนยานมิลเลนเนียมฟาลคอน จึงไม่พบใคร

เมื่อพวกสตรอมทรูปเปอร์ไม่ระวัง พวกของฮานและลุคจึงยึดห้องบัญชาการเล็กๆของเดธสตาร์ได้ ในห้องบัญชาการนั้น อาร์ทูดีทูตรวจเจอว่า ถ้าทำลายจุดให้พลังงานจุดใดจุดหนึ่ง จะทำให้ยานมิลเลนเนียมฟาลคอนหลุดจากแสงแทรคเตอร์และหนีไปได้ โอบีวันจึงอาสาไปทำลายจุดให้พลังงานเอง

อาร์ทูดีทูยังตรวจพบว่าเจ้าหญิงเลอากำลังจะโดนประหาร ลุคจึงชวนฮานไปช่วย โดยจูงใจฮานว่าเลอาสวยและรวยมาก เพราะเลอาเป็นเจ้าหญิง ฮานต้องได้ค่าตอบแทนสูงมากจากเลอา

ฮานกับลุคและชิววี่ก็ช่วยเลอาได้สำเร็จ แต่ก็ยังโดนทหารจักวรรดิล้อมไว้ ที่สุดแล้วอาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอก็มาช่วยคนทั้งสี่หนีมาได้ และทั้งหมดก็มารอเตรียมที่จะขึ้นยานมิลเลนเนียมฟาลคอน เหลือเพียงโอบีวัน ที่ยังไม่กลับมาที่ยานมิลเลนเนียมฟาลคอน

สี่สหายคอยโอบีวัน (A New Hope 1977)

 

ดาร์ธเวเดอร์ตรวจพบการผันแปรของฟอร์ซ จึงรับรู้ว่าโอบีวันเคนโนบีอยู่ที่นี่ ดาร์ธเวเดอร์อาสากับอธิปดีทาคินไปกำจัดโอบีวันด้วยตนเอง ศิษย์และอาจารย์จึงหวนกลับมาพบกันอีกครั้ง

เมื่อโอบีวันเห็นว่าทุกคนปลอดภัยและเตรียมจะหนีไปได้แล้ว โอบีวันจึงสละชีวิตตนเองให้ดาร์ธเวเดอร์สังหาร ซึ่งแท้จริงนี่คือวิชาละสังขารที่โอบีวันฝึกมานับสิบกว่าปีเพื่อจะไปอยู่ในภพนิรันดร์แห่งฟอร์ซ

โอบีวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับฟอร์ซ (A New Hope 1977)

 

ยานมิลเลนเนียมฟาลคอนหนีเดธสตาร์ออกมา จนกระทั่งเดินทางมาจนถึงดวงจันทร์ของดาวยาวินโฟร์ ที่ซึ่งฐานกลุ่มต่อต้านจักรวรรดิตั้งฐานอยู่ที่นี่ กลุ่มต่อต้านนั้นตรวจผังเดธสตาร์แล้ว จึงพบว่าต้องใช้เครื่องบินเล็กบินเข้าไปในช่องที่กว้างเพียงสองเมตร และยิงที่จุดนั้น ระเบิดนี้จะทำลายเดธสตาร์เป็นลูกโซ่จนระเบิดทั้งสถานีเดธสตาร์
ลุคนั้นชวนฮานให้ไปช่วยกลุ่มต่อต้านด้วย แต่ฮานนั้นเลือกที่จะจากไป

ที่ดาวยาวินโฟร์ เดธสตาร์ก็ตามพวกของลุคมาจนถึงที่ฐานนี้เช่นกัน และดวงจันทร์อันเป็นที่ตั้งของฐานกลุ่มต่อต้านก็จะเข้าไปอยู่ในวิถียิงของเดธสตาร์ในอีกสามสิบนาที ยานรบทุกลำของฝ่ายต่อต้านพยายามฝ่าเข้าไปยิงแกนกลางเดธสตาร์ให้ได้ ดาร์ธเวเดอร์ขับยานรบออกมาต่อกรกับพวกต่อต้าน

ที่สุดแล้วฮานกับชิวอี้ก็เปลี่ยนใจขับยานมิลเลนเนียมฟาลคอนกลับมาช่วยกลุ่มต่อต้าน และคนที่ยิงแกนกลางเดธสตาร์จนทำลายได้สำเร็จก็คือ ลุค สกายวอร์คเกอ ร์กับอาร์ทู-ดีทู

แต่ดาร์ธเวเดอร์ซึ่งออกมาภายนอกเดธสตาร์ก็ขับยานรบหนีไปได้ ฮานกับลุครวมถึงชิวอี้ จึงได้รับการยกย่องจากกลุ่มต่อต้านให้อยู่ในยศสูงของกลุ่มต่อต้านตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

กลุ่มต่อต้านเป็นฝ่ายมีชัยในศึกนี้ (A New Hope 1977)

 

 

Star Wars: Episode V

(จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ)

 

 

บนดาวทาทู-อิน ด้านทางจั๊บบ้าเดอะฮัทก็โกรธแค้นฮานเป็นอย่างมาก ที่โกหกตนเองและเบี้ยวหนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จั๊บบ้าจึงตั้งค่าหัวฮานไว้สูงลิบ และป่าวประกาศให้นักล่าเงินรางวัลทั่วไปรับรู้ และนั่นก็รวมถึง โบบ้า แฟตต์ ลูกชายของแจงโก้ด้วย (แจงโก้ที่โดนเจไดสังหารเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ในศึกบนดาวจีโอโนซิส)

ที่ดาวน้ำแข็งฮอธ ลุค สกายวอร์คเกอร์ และกลุ่มต่อต้าน มาตั้งฐานทัพลับของกลุ่มต่อต้านต่อต้านจักรวรรดิขึ้นใหม่ที่ดาวน้ำแข็งฮอธ ทางด้านดาร์ธเวเดอร์ ที่ส่งดรอยด์บินได้ติดกล้องขนาดเล็กไปทั่วจักรวาล เพื่อค้นหาลุคและกลุ่มต่อต้าน และมุงหน้ามาที่ดาวน้ำแข็งฮอธเช่นกัน

ขณะอยู่บนดาวน้ำแข็งฮอธ ลุคก็โดนมนุษย์น้ำแข็งจับตัวไปหวังจะกินลุคเป็นอาหาร ลุคจึงรื้อฟื้นสิ่งที่โอบีวันสอนเรื่องฟอร์ซในตัวเอง ลุคจึงใช้ฟอร์ซดึงดูดไลท์เซเบอร์ที่โอบีวันมอบให้ และฟันแขนมนุษย์น้ำแข็งขาด ก่อนจะหนีออกมาได้

ฮานตามหาลุคไปทั่วดาว และพบลุคในสภาพเกือบแข็งตาย ฮานใช้ไลท์เซเบอร์ผ่าท้องสัตว์เอเลี่ยนและยัดลุคเข้าไปเพื่อช่วยลุคให้อบอุ่น ในสภาพสติสลึมสลือของลุคนั้น ลุคเห็นวิญญาณโอบีวันและลุคคิดว่าตนเองตาฝาด ซึ่งวิญญาณโอบีวันบอกให้ลุคไปที่ดาวเดโกบาเพื่อตามหามาสเตอร์โยดา

ลุคใช้ฟอร์ซดึงไลท์เซเบอร์มาหา (The Empire Strikes Back 1980)

 

ดรอยด์ขนาดเล็กของจักรวรรดิกาแลคติกพบสิ่งมีชืวิตบนดาวน้ำแข็งฮอธ ดาร์ธเวเดอร์มั่นใจว่าลุคและกลุ่มต่อต้านต้องอยู่ที่นี่แน่ สถานีอวกาศสตาร์เดสทรอยเยอร์ จึงนำกองทัพสตอร์มทรูปเปอร์ของจักรวรรดินำโดยดาร์ธเวเดอร์ บุกดาวน้ำแข็งฮอธทันที

ที่ดาวน้ำแข็งฮอธ ขณะที่กองทัพสตอร์มทรูปเปอร์ของดาร์ธเวเดอร์บุกดาวน้ำแข็งฮอธ และกำลังชุลมุนหนัก ลุคและอาร์ทูดีทูก็ทำตามคำชี้นำของวิญญาณโอบีวัน ขับยานเอ๊กซ์วิงส์หนีออกจากดาวน้ำแข็งฮอธได้ทัน และมุ่งหน้าไปที่ดาวเดโกบาทันที เพื่อตามหามาสเตอร์โยดา

ที่ดาวเดโกบา เมื่อไปถึงที่นั่น ลุคก็โดนเอเลี่ยนแคระตัวเขียวก่อกวนและทดสอบต่างๆนาๆ โดยที่ลุคไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เอเลี่ยนแคระตัวเขียวที่เขาพบ ก็คือมาสเตอร์โยดาคนที่เค้าตามหานั่นเอง

ที่ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ ดาร์ธซีเดียสตรวจพบกระแสฟอร์ซที่แปรเปลี่ยนในกาแล๊กซี่ จึงรับรู้ว่าบัดนี้ได้กำเนิดศัตรูใหม่ขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ ลุค สกายวอร์คเกอร์ ดาร์ธเวเดอร์นั้นต้องการให้ลุคมาเข้าสู่ด้านมืดวิถีแห่งซิธ แต่ถ้าลุคไม่ยอม ดาร์ธเวเดอร์จะเป็นคนสังหารลุคด้วยตนเอง และดาร์ธเวดอร์ก็ร่วมมือกับนักล่าเงินรางวัลทั้งหลายรวมถึง โบบ้า เฟตต์ เพื่อตามล่าหาตัวพวกกลุ่มต่อต้าน

ดาร์ธเวเดอร์รับคำสั่งดาร์ธซีเดียส (The Empire Strikes Back 1980)

 

ฮาน,ชิวอี้,เลอา,และซี-ทรีพีโอ ซึ่งขึ้นยานมิลเลนเนียมฟาลคอนหนีกองทัพดาร์ธเวเดอร์ออกมาจากดาวน้ำแข็งฮอธเช่นกัน ต่อมา ฮานก็มุ่งหน้าไปหาแลนโด้เพื่อนเก่าของเขาที่เหมืองแก๊ซทิบันน่าบนนครแห่งเมฆา

ที่นครแห่งเมฆา แต่แลนโด้ก็หักหลังฮาน โดยการส่งตัวพวกของฮานให้ดาร์ธเวเดอร์ ซึ่งดาร์ธเวเดอร์กับโบบ้ารอจับฮานอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยดาร์ธเวเดอร์จะใช้ฮานและเลอาล่อให้ลุคมาติดกับ

แลนโด้หักหลังฮาน (The Empire Strikes Back 1980)

 

ที่ดาวเดโกบา มาสเตอร์โยดาจับพลังโทสะอันมากมายในตัวลุคได้ มันช่างเหมือนอนาคินพ่อของเค้ายิ่งนัก มาสเตอร์โยดาคุยกับวิญญาณโอบีวัน ว่าเค้ามิอาจสอนชายหนุ่มคนนี้ให้เป็นเจไดได้สำเร็จ และลุคก็แก่เกินไปแล้วด้วย แต่โอบีวันก็ยืนยันอย่างมั่นใจ ว่าลุคจะไม่เลวร้ายเหมือนอนาคินแน่นอน มาสเตอร์โยดาจึงเผยตัวตนให้ลุคได้รู้

ลุคยืนยันกับมาสเตอร์โยดาว่า เค้าพร้อมจะฝึกเป็นเจได และตนเองนั้นไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น มาสเตอร์โยดาจึงรับ ลุค สกายวอร์คเกอร์ เข้าเป็นศิษย์ และลุคก็เข้าถึงฟอร์ซได้ในระดับนึง ซึ่งลุคก็ยังเป็นเพียงแค่พาดาวัน ยังไม่ถึงขั้นมาสเตอร์ ระหว่างฝึกนั้น ลุคใชัฟอร์ซรับรู้ได้ว่าฮานและเลอากำลังมีภัย จึงคิดมุ่งหน้าไปช่วยเหลือก่อนฝึกสำเร็จ

ลุคกำลังฝึกเพื่อเป็นเจได (The Empire Strikes Back 1980)

 

 

ที่นครรเมฆา ดาร์ธเวเดอร์ เตรียมเครื่องแช่แข็งคาร์บอไนซ์ไว้จับลุคอยู่แล้ว แต่เนื่องจากดาร์ธเวเดอร์กลัวว่าลุคจะตายในกระบวนการนี้ ดาร์เวเดอร์ธจึงจับฮานมาทดลองแช่แข็งคาร์บอไนซ์ก่อน

ซึ่งก่อนที่ฮานจะโดนแช่แข็ง เจ้าหญิงเลอาก็บอกรักกับฮาน และฮานก็โดนแช่แข็งในแท่งคาร์บอไนซ์ ดาร์ธเวเดอร์จึงมอบฮานให้กับโบบ้า เพื่อที่โบบ้าจะนำฮานไปมอบให้กับจั๊บบ้าเดอะฮัทอีกที

Boba Fatt นักล่าเงินรางวัลฝีมือฉกาจ กำลังนำฮานขึ้นยาน (The Empire Strikes Back 1980)

 

แลนโดกลับใจมาช่วยเลอาและชิววี่หนีพวกทหารจักวรรดิ เลอาตามโบบ้าไป แต่ไม่ทัน โบบ้านำฮานซึ่งโดนแช่แข็งในแท่งคาร์บอไนซ์ไปขึ้นยาน และมุ่งหน้าไปทาทูอินแล้ว

ขณะที่แลนโดกำลังพาชิววี่และเลอาหนีออกมาจากนครแห่งเมฆา และกำลังขับยานมิลเลนเนียมฟาลคอนหนีออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ แต่เลอานั้นกลับรับรู้บางอย่างได้ทางฟอร์ซ..

ในเวลาเดียวกันนั้น ตัดมาที่ลุค ซึ่งขณะนี้บุกมาถึงที่นครแห่งเมฆาแล้ว และปะทะกับดาร์ธเวเดอร์ที่นี่ ดาร์ธเวเดอร์พยายามดึงลุคไปสู่ด้านมืด ดาร์ธเวเดอร์ตัดมือขวาของลุค ทำให้ไลท์เซเบอร์สีน้ำเงินของอนาคินพ่อของลุคร่วงหายไปในนครแห่งเมฆา และดาร์ธเวเดอร์ก็บอกลุคว่า..

ข้า..คือพ่อของเจ้า.. (The Empire Strikes Back 1980)

 

ลุคนั้นแทบไม่เชื่อหูตนเองเมื่อรู้ว่าดาร์ธเวเดอร์ ก็คือ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ พ่อของตนเอง ที่สุดแล้วลุคก็หนีดาร์ธเวเดอร์ได้สำเร็จ โดยที่ลุคนั้นส่งฟอร์ซไปให้เลอา และเลอารับรู้ได้ถึงลุค

เลอาจึงขอให้ชิวอี้กลับยานมิลเลนเนียมฟาลคอนกลับไปรับลุคซึ่งห้อยต่องแต่งอยู่ใต้ฐานลอยฟ้าใต้นครแห่งเมฆา เมื่อทุกคนหนีออกมาจากดาร์ธเวเดอร์ได้สำเร็จ จุดมุ่งหมายสำคัญอันดับหนึ่งของเลอากับลุคก็คือ ตามหาฮานให้พบ และช่วยเหลือฮานกลับมา

C-3PO, R2-D2, ลุค, เลอา เหม่อมองดูกาแล๊กซี่อันไกลโพ้น (The Empire Strikes Back 1980)

 

 

Star Wars: Episode VI

(การกลับมาของเจได)

 

ที่ดาวเดโกบา ลุค สกายวอร์คเกอร์ กลับไปฝึกฝนกับโยดาต่อ เพื่อให้สำเร็จเป็นอัศวินเจไดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในที่สุดก็กำเนิดเป็นมาสเตอร์ ลุค สกายวอร์คเกอร์ อัศวินเจไดผู้มีฟอร์ซที่แข็งแกร่ง และลุคก็ออกค้นหาไคเบอร์คริสตัลสีเขียว เพื่อนำมาทำไลท์เซเบอร์เล่มใหม่จนสำเร็จ

ที่ดาวทาทูอีน เมื่อลุคและเลอาสืบทราบจนได้ว่า ฮานถูกจั๊บบ้าเดอะฮัทจับไปที่ดาวทาทูอีน ลุคคิดแผนการบางอย่างได้ จึงส่งอาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอไปให้จั๊บบ้าเดอะฮัท เพื่อแลกตัวกับ ฮาน โซโล แต่จั๊บบ้าก็ปฏิเสธไป

เลอา ปลอมตัวมาช่วยฮาน ซึ่งอยู่ในคาบอไนซ์ (Return of the Jedi 1983)

 

เจ้าหญิงเลอาจึงปลอมตัวเป็นนักล่าค่าหัวเข้าไปในรังมาเฟียของจั๊บบ้าด้วยตนเอง และช่วยละลายฮานจากสภาพโดนแช่แข็งในคาร์บอไนซ์ให้กลับมาเป็นปกติได้สำเร็จ แต่ทั้งเลอาและฮานก็โดนจั๊บบ้าจับได้อีกครั้ง จั๊บบ้าจึงจับเลอาผูกคอล่ามโซ่เป็นทาสและนำมาไว้ข้างกายตนเองตลอด

ส่วนฮานนั้น จั๊บบ้าก็จับฮานไปขังไว้ในคุกเดียวกันกับชิววี่ เพื่อนรักทั้งสองจึงพบกันอีกครั้ง ต่อมา ลุคและแลนโด้ก็บุกรังมาเฟียเอเลี่ยนของจั๊บบ้า และช่วยฮาน,เลอา,กับชิววี่ได้สำเร็จ

เลอาถูกจับบ้าจับเป็นทาส (Return of the Jedi 1983)

 

จักรวรรดิเริ่มสร้างสถานีอวกาศเดธสตาร์แห่งใหม่ ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างที่สูงกว่าเดธสตาร์อันเดิม และดาร์ธซีเดียสก็อยู่ที่เดธสตาร์ที่สองนี้เช่นกัน ดาร์ธซีเดียสบอกกับดาร์ธเวเดอร์ว่า บัดนี้สกายวอร์คเกอร์หนุ่มนั้นมีพลังสูงมากขึ้นแล้ว เราต้องรวมพลังกันเพื่อดึงลุคมาสู่ด้านมืดให้ได้

เดธสตาร์ที่ 2 (Return of the Jedi 1983)

 

ที่ดาวเดโกบา ด้านทางมาสเตอร์โยดานั้นกำลังจะหมดอายุขัย ก่อนที่มาสเตอร์โยดาจะสิ้นใจนั้น มาสเตอร์โยดาได้ฝากฝังให้ลุคสานต่อเจตนารมณ์ของเจได เพราะลุคคืออัศวินเจไดคนสุดท้าย ให้ลุคจงค้นหาผู้มีคุณสมบัติเพื่อฝึกฝนคนเหล่านั้นให้เป็นเจไดรุ่นใหม่สืบต่อไป

โยดายังเปิดเผยอีกว่า มีสกายวอร์คเกอร์เหลืออยู่อีกหนึ่งคน และมาสเตอร์โยดาก็สิ้นใจ วิญญาณโอบี วันมาบอกถึงเรื่องต่างๆที่มาสเตอร์โยดาเอ่ยถึง รวมถึงสกายวอร์คเกอร์อีกคนนั้น มาสเตอร์โยดาหมายถึงฝาแฝดหญิงของลุค ลุคจึงใช้ฟอร์ซรับรู้ได้ทันทีเลยว่า เลอาคือฝาแฝดของตนเอง

โยดาสละกายหยาบเข้าเป็นส่วนนึงของฟอร์ซ (Return of the Jedi 1983)

 

ฝ่ายต่อต้านเตรียมโจมตีสถานีอวกาศเดธสตาร์อันใหม่ ซึ่งยังใช้การไม่ได้สมบูรณ์ หนำซ้ำในขณะนี้มีกองทัพของจักรวรรดิน้อยมากที่ดูแลสถานีอวกาศ เพราะกองทัพจักรวรรดิแทบทั้งหมด กระจายกำลังออกตามล่ากลุ่มต่อต้านไปทั่วจักรวาล

โดยเดธสตาร์นั้นมีบาเรียที่ยิงออกมาจากเครื่องสร้างบาเรียบนดวงจันทร์เอนดอร์ ฮานจึงได้รับหน้าที่ไปทำลายเครื่องสร้างบาเรียบนดวงจันทร์ และแลนโด รับหน้าที่คุมยาบรบไปทำลายเดธสตาร์หลังจากฮานปิดบาเรียสำเร็จ

ฮานจะขับยานขนส่งสินค้าของจักวรรดิที่ชิงมาได้เพื่อแฝงตัวลอบเข้าไปบนดวงจันทร์เอนดอร์ ทีมฮานมีชิวอี้ เลอา และลุค โดยฮานได้ไว้วางใจให้แลนโด้ขับยานมิลเลนเนียมฟาลคอนนำทัพยานรบกลุ่มต่อต้านไปบุกเดธสตาร์ที่สอง

ที่ดวงจันทร์เอนดอร์ ดาร์ธเวเดอร์สัมผัสฟอร์ซของลุคบนยานขนส่งสินค้าได้ แต่ก็ยอมปล่อยให้พวกของลุคเข้าไปจอดบนดวงจันทร์เอนดอร์ เพราะดาร์ธเวเดอร์ต้องการเผชิญหน้ากับลุคอีกครั้ง

ที่บนดวงจันทร์เอนดอร์ในคืนนั้นเอง ลุคก็บอกเลอาให้รู้ว่าเราทั้งคู่คือพี่น้องฝาแฝดกัน และลุครับรู้ไดว่าดาร์ธเวเดอร์ก็อยู่ที่นี่ ลุคจะต้องไปเผชิญหน้ากับดาร์ธเวเดอร์ เพราะลุคเชื่อว่ายังมีส่วนดีอยู่ในใจพ่อของเขาอยู่ ลุคต้องการดึงด้านสว่างออกมาจากตัวพ่อของเขาให้จงได้

เมื่อลุคไปเผชิญหน้ากับดาร์ธเวเดอร์ ดาร์ธเวเดอร์ก็พาลุคไปหาดาร์ธซีเดียส เพื่อต้องการดึงลุคไปสู่ด้านมืด ดาร์ธซีเดียสนั้นวางแผนทุกอย่างเพื่อล่อให้ฝ่ายต่อต้านเข้ามาติดกับดัก

ดาร์ธเวเดอร์ปะทะกับลุคและพยายามยั่วยุลุคให้โกรธ จะได้ดึงลุคเข้าสู่ด้านมืดได้ง่ายขึ้น แต่ดาร์ธเวเดอร์ในตอนนี้สู้ลุคไม่ได้ ซึ่งไม่ว่าดาร์ธซีเดียสจะพยายามยั่วยุอย่างไร ก็ดึงลุคไปสู่ด้านมืดไม่ได้ด้วยเช่นกัน

เจไดลลุค และดาร์ธเวเดอร์ (Return of the Jedi 1983)

 

ลุคนั้นจับความขัดแย้งในตัวพ่อของเขาได้ว่า ยังมีส่วนดีหลงเหลืออยู่ และการต่อสู้นี้ลุคก็ตัดมือจักรกลของดาร์ธเวเดอร์ขาด ดาร์ธซีเดียสยุยงยั่วยุให้ลุคฆ่าพ่อของเขาซะ แล้วมาเป็นศิษย์คนใหม่ของตนแทน แต่ในใจลุคนั้นก็ไม่มีวันเข้าสู่ด้านมืดแน่นอน

ดาร์ธซีเดียสจึงจะใช้ฟอร์ซกระแสไฟช๊อตสังหารลุค ลุคกำลังจะพ่ายแพ้ ลุคจึงพยายามบอกให้ดาร์ธเวเดอร์พ่อของตนนั้นช่วย ดาร์ธเวเดอร์จึงสังหารดาร์ธซีเดียสช่วยลูกของตนเอง

ดาร์ธเวเดอร์ให้ลุคถอดหน้ากากออก และยอมสิ้นใจตาย (คือดาร์ธเวเดอร์หายใจปกติไม่ได้ถ้าไม่ใส่หน้ากาก) ฝ่ายต่อต้านก็ทำลายเดธสตาร์และล้มล้างระบอบเผด็จการของจักรวรรดิได้สำเร็จ

 

หลังจากจักรวรรดิกาแลคติกล่มสลายไปพร้อมกับดาร์ธซีเดียสและดาร์ธเวเดอร์ที่ตายลงไป เลอากับฮานโซโลก็ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันนับตั้งแต่นั้น โดยเลอานั้นได้บรรดาศักดิ์เป็นถึงนายพลหญิงแห่งฝ่ายต่อต้าน และฮานก็ช่วยเหลือเลอาเรื่องฟื้นฟูสาธารณรัฐมาโดยตลอด

เรื่องราวของฮาน โซโล / ยานมิลเลนเนียมฟัลคอน / ฝ่ายต่อต้านขององค์หญิงเลอา / และอัศวินเจได ลุค สกายวอร์คเกอร์ / ได้กลายเป็นตำนานเล่าขานอันโด่งดังไปทั่วทุกมุมของกาแล็กซี่ ทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลต่างก็รู้จักวีรกรรมของ 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคนี้

ลุค สกายวอล์คเกอร์ / เลอา ออร์กานา  / ฮาน โซโล

 

ด้านทางมาสเตอร์ลุค สกายวอร์คเกอร์ ซึ่งเป็นอัศวินเจไดคนสุดท้ายในกาแล็กซี่ ก็ปลีกตัวไปอีกทางไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับทางโลก มาสเตอร์ลุคต้องการสานต่อเจตนารมณ์ที่มาสเตอร์โยดาสั่งเสียกับตนไว้ก่อนตายว่า จะสรรหาเด็กๆรุ่นใหม่ที่มีมิดิคอเรี่ยนและนำมาฝึกฝนให้เป็นเจได และทำการคงไว้ซึ่งลัทธิเจไดไม่ให้สาปสูญไป

แต่แล้ว.. ก็กำเนิดมีลัทธิเดินรอยตามวิถีแห่งซิธที่ชื่อว่า First Order หรือ ปฐมภาคี ทำการซ่องสุมรวบรวมกองกำลังจักวรรดิเดิมที่กระจัดกระจายให้มารวมตัวกันใหม่ เพื่อจุดหมายเดียวคือยึดครองทั้งกาแลคซี่ดังเช่นที่จักรวรรดิกาแลคติกเคยทำ พวกปฐมภาคีนั้นไปรวมตัวกันสุดขอบจักรวาล

ปฐมภาคี (The Force Awakens 2015)

 

และเมื่อกองกำลังเริ่มกล้าแกร่งขึ้น พวกปฐมภาคีก็เริ่มระรานสาธารณรัฐอีกครั้ง นี่เองที่ทำให้เกิดการปะทะกันของกองกำลังทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายใดเหนือกว่าหรือเพลี่ยงพล้ำ นั่นก็เพราะสาธารณรัฐดวงดาวก็เพิ่งฟื้นฟูยังไม่แกร่งพอ ด้านปฐมภาคีก็เพิ่งก่อตั้งและรวบรวมผู้ภักดีจักวรรดิเดิม ยังไม่แข็งแกร่งเช่นกัน

 

ต่อมาอีกหลายปี.. เลอาและฮานมีลูกด้วยกันชื่อ เบน และเมื่อเบนเติบโตขึ้น เลอาก็เริ่มจับกระแสด้านมืดในตัวลูกได้ (เลอาก็มีฟอร์ซนะ แม้จะไม่ได้เป็นเจไดก็เหอะ)  เลอาเห็นความเป็นดาร์ธเวเดอร์ในตัวเบนมากเกินไป เลอาจึงส่งเบนไปที่สำนักเจไดของลุคให้ลุคฝึกและสั่งสอน เพื่อให้ด้านสว่างของเจไดขัดเกลาเบน

เจเนอรัล เลอา ออกาน่า โซโล (The Force Awakens 2015)

 

แต่มันก็เป็นชะตากรรมของตระกูลสกายวอร์คเกอร์ เมื่อเบนเรียนรู้ถึงวิถีแห่งฟอร์ซ เบนกลับสัมผัสได้ถึงพลังด้านมืดมากกว่าด้านสว่าง ลุคใช้ฟอร์ซเห็นอนาคตว่าเบนจะเข้าสู่ด้านมืด จึงคิดจะฆ่าเบนตอนหลับ แต่ช่วงขณะนึงลุคคิดได้สติกลับคืน จึงง้างไลท์เซเบอร์ค้างไว้ เบนตื่นมาเห็นจึงเข้าใจผิด

ลุคพยายามบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เบนคิด แต่เบนไม่ฟัง จึงใช้ฟอร์ซซัดลุคกระเด็นสลบไป ลุคตื่นมาอีกครั้งในกองซากอาราม พร้อมกับสำนักเจไดของตนเองโดนทำลายเรียบ พาดาวันส่วนนึงโดนฆ่า พาดาวันอีกส่วนก็หันหลังให้เจไดกลายเป็น Knight of Ren (อัศวินแห่งเรน) และเหล่าอัศวินแห่งเรนนี่ละที่ฆ่าเพื่อนๆพาดาวันในสำนักตนเอง..

ลุคที่ไม่ตายจากวิหารถล่ม และเสียใจอย่างมากที่หลานตัวเองเข้าสู่ด้านมืด ลุคเฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นเพราะตนที่ทำให้เบนเป็นเช่นนั้น ลุคใส่พิกัดสถานที่ซึ่งตนเองกำลังจะเดินทางไปส่วนนึงไว้กับอาร์ทูดีทู และลุคก็ออกเดินทาง ซึ่งเป้าหมายของลุคคือตามหาวิหารเจไดแห่งแรกในตำนานนั่นเอง ลุคเดินทางแวะมาดาวแจคคูก่อน เพื่อมอบพิกัดอีกส่วนที่ตนจะไป ให้ผู้อาวุโสเทคก้า

อาร์ทูดีทู และ มาสเตอร์ ลุค สกายวอล์คเกอร์ (The Force Awakens 2015)

 

นายพลหญิงเลอารีบมาหาลุคที่สำนักเจไดของลุค แต่ก็ไม่พบ พบเพียงอาร์ทูดีทูเท่านั้น หลังจากอาร์ทูดีทูพบเลอาแล้ว มันก็เข้าสู่โหมดจำศีลทันที เลอาจึงนำอาร์ทูดีทูในสภาวะจำศีลกลับไปที่ฐานฝ่ายต่อต้าน เลอาจึงถึงทางตันที่จะตามหาลุค

เมื่อเบนกลายเป็นอัศวินแห่งเรนที่ฝักใฝ่ด้านมืด ทำให้ฮานและเลอาเริ่มระหองระแหงกัน จนในที่สุดฮานก็เลือกที่จะกลับไปเป็นสลัดอวกาศกับชิววี่ดังเดิม ฮานและชิววี่นั้นท่องไปในอวกาศและออกตามหายานมิลเลนเนียมฟัลคอนของตนที่โดนขโมยไป (คาดว่ายานคงโดนขโมยไปตอนที่ฮานอยู่กับเลอาที่ฐานฝ่ายต่อต้าน) ส่วนเลอาก็บัญชาการกองกำลังฝ่ายต่อต้านสู้กับปฐมภาคีต่อไป

 

 

Star Wars: Episode VII

(อุบัติการณ์แห่งพลัง)

 

ผ่านไป 30 กว่าปีจากวันที่ดาร์ธเวเดอร์ตาย ปฐมภาคีนำโดยผู้นำสูงสุดสโน้คก็เริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น และสร้างสตาร์คิลเลอร์ (Starkiller) ได้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว สตาร์คิลเลอร์คืออาวุธมหาประลัยที่ทำลายดวงดาวได้ทีละหลายสิบดวง อาณุภาพรุนแรงกว่าเดธสตาร์หลายสิบเท่า

ปฐมภาคียังได้ฝึกฝนสตอร์มทรูปเปอร์ตามแบบอย่างของจักรวรรดิกาแลคติกไม่ผิดเพี้ยน ทำให้ปฐมภาคีในเวลานี้เริ่มจะถือไพ่เหนือกว่าสาธารณรัฐและฝ่ายต่อต้าน เหล่าร้ายทั่วกาแล็กซี่ต่างเริ่มกลับไปฝักใฝ่ปฐมภาคีเหมือนเช่นเคยฝักใฝ่กับจักรวรรดิกาแลคติก เพราะปฐมภาคีให้เงินรางวัลนำจับที่สูงมาก

ปฐมภาคีมีไม้ตายเด็ดคือไคโรเรน ซึ่งสโน้คฝึกสอนให้ไคโลเรนเรียนรู้วิถีแห่งฟอร์ซจนกล้าแกร่งขึ้นมาก แต่ดูเหมือนไคโรเรนมีเพียงฟอร์ซที่กล้าแกร่งเท่านั้น ฝีมือร่ายรำไลท์เซเบอร์นั้นยังไม่สูงนัก (เหมือนจะยังฝึกไม่จบ) ที่สำคัญไคโลเรนมีปัญหาด้านควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยจะอยู่

ฝ่ายต่อต้านและปฐมภาคีต่างตามหาตัวลุคกันให้วุ่นด้วยจุดประสงค์ต่างกัน จนในที่สุดก็มีข่าวลือออกมาว่า พิกัดสถานที่ของลุคที่เดินทางไปนั้นอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งบนดาว Jakku(แจคคู)

เลอาจึงส่ง Poe Dameron (โพ ดาเมรอน) หัวหน้าหน่วยต่อสู้อากาศยาน X-wing (เอ๊กซ์วิง) ของฝ่ายต่อต้านไปพบกับผู้อาวุโสที่ชื่อ Lor San Tekka (ลอ ซาน เทกก้า) ซึ่งเป็นผู้นำที่หมู่บ้านนั้น

ลอ ซาน เทคก้า มอบพิกัดลุคให้ โพ ดาเมรอน (The Force Awakens 2015)

 

เนื่องจากผู้อาวุโสเทคก้านั้นภักดีกับสาธารณรัฐมาตั้งแต่ก่อนที่จักรวรดิจะยึดครองกาแล็กซี่ครั้งโน้น เทคก้าจึงนับถือเลอาเป็นเจ้าหญิงแห่งออลโดรานน์เสมอมา และยินดีมอบพิกัดของมาสเตอร์ลุคให้โพอย่างเต็มใจ

แต่ปฐมภาคีก็ได้ข่าวนี้เช่นกันจากนักล่าเงินรางวัลที่ต้องการรางวัลนำจับนี้ สโน้คจึงส่งกองกำลังสตอร์มทรูปเปอร์ของหน่วย Captain Phasma (กัปตันฟาสม่า) มาที่ดาวแจคคูเพื่อตามล่าพิกัดลุคเช่นกัน โดยสโน้คส่งไคโลเรนมาคุมหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์ที่แจคคูด้วยตนเอง

ไคโลเรน หนึ่งในอัศวินแห่งเรน (The Force Awakens 2015)

 

ไคโลเรนจับตัวผู้อาวุโสเทคก้ามาเค้นข้อมูล แต่เทคก้าก็ไม่พูด ไคโลเรนจึงสังหารผู้อาวุโสเทคก้าทันที โพนั้นซึ่งกำลังจะหนีขึ้นยานก็โดนหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์ยิงยานพังไปจึงหนีไม่ได้ โพจึงนำชิปข้อมูลพิกัดลุคใส่ไปในตัวดรอยด์ผู้ช่วยนักบินคือ BB-8 และสั่งให้มันหนีไปให้ไกลที่สุด

บีบีเอ็จและโพ (The Force Awakens 2015)

 

โพนั้นหวังสังหารไคโลเรนจึงยิงปืนกระสุนเลเซอร์ใส่ แต่ไคโลเรนหันมาใช้ฟอร์ซหยุดกระสุนเลเซอร์ไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้โพตะลึงไปเลย ไคโลเรนใช้ฟอร์ซอ่านความคิดโพเบื้องต้น จึงรู้ว่าชิบข้อมูลพิกัดลุคนั้น ผู้อาวุโสเทคก้ามอบให้กับโพไปแล้ว ไคโลเรนจึงสั่งหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์จับโพไปขึ้นยานกลับ Finalizer (ไฟนอลเลเซอร์) ยาวอวกาศฐานใหญ่ของปฐมภาคี

กระสุนเลเซอร์ที่โพยิงออกไปโดนฟอร์ซของไคโรเรนหยุดไว้ (The Force Awakens 2015)

 

หลังจากนั้นไคโลเรนจึงสั่งหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์ของกัปตันฟาสม่าให้ฆ่าผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ให้หมด แต่ก็มีสตอร์มทรูปเปอร์หมายเลข FN-2187 ที่รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ถูกต้อง FN-2187 จึงไม่ยิงผู้คนในหมู่บ้านแม้แต่คนเดียว  ซึ่งการกระทำนี้ไคโลเรนก็เห็นถึงความผิดปกติของ FN-2187 เช่นกัน

FN-2187 (The Force Awakens 2015)

 

บนสถานีอวกาศไฟนอลไลเซอร์ของปฐมภาคี ไคโลเรนจับโพไปไว้ในห้องทรมาน และใช้ฟอร์ซอ่านความคิดในสมองของโพได้ ว่าชิบข้อมูลพิกัดลุคอยู่กับดรอยด์ที่ชื่อ BB-8 บนดาวจาคคู ไคโลเรนจึงสั่งให้สตอร์มทรูปเปอร์ลงไปนำดรอยด์ตัวนั้นกลับมา พร้อมกับส่งสัญญาณลงไปที่ดาวแจคคูถึงดรอยด์ตัวหนึ่งซึ่งทางปฐมภาคีตามหา

ทางด้าน FN-2187 ก็เห็นหนทางที่ตัวเองจะหนีจากปฐมภาคี และเห็นว่าการจับตัวโพมาทรมานไม่ถูกต้องเช่นกัน  FN-2187 จึงไปช่วยโพออกมาจากห้องทรมานของไคโลเรน

เพราะFN-2187 ต้องการให้โพขับยาน TIE fighter (ไทน์ ไฟเตอร์) หนีนั่นเอง ชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่คนละขั้วอำนาจกันจึงกลายเป็นมิตรกันนับตั้งแต่นั้น โพตั้งชื่อให้ FN-2187ใหม่เป็นชื่อว่า Finn จะได้เรียกง่ายๆ ซึ่งฟินน์ก็ชอบชื่อใหม่นี้

โพ ดาเมรอน นักบินฝ่ายต่อต้าน พบกับ FN-2187 หรือ ฟินน์ (The Force Awakens 2015)

 

โพเล่าให้ฟินน์ฟังว่า เค้าต้องกลับไปที่ดาวแจคคูเพื่อตามหา BB-8 ดรอยด์สีส้มที่มีพิกัดของลุคซ่อนอยู่ ฟินน์นั้นก็เติบโตมากับตำนานเล่าขานของลุคเช่นกัน แต่ฟินน์ก็ไม่สนอะไร ฟินน์ต้องการเพียงความถูกต้องและหนีไปจากปฐมภาคีเพียงเท่านั้น

ที่ดาวแจคคู ด้าน BB-8 ก็ซัดเซพเนจรบนดาวแจคคูมาจนเจอกับสาวน้อยลึกลับนักเก็บขยะอวกาศที่ชื่อว่า Rey (เรย์) เพราะเรย์ช่วย BB-8 มาจากนักเก็บขยะคนอื่น BB-8 จึงตามติดเรย์ต้อยๆๆ เพราะต้องการให้เรย์พาไปพบเจ้านายของตน เรย์ทำได้แค่บอกทางไปท่าขนส่งยานอวกาศ

บีบีเอ็จ พบกับ เรย์ (The Force Awakens 2015)

 

เรย์ไล่ BB-8 เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป ซึ่ง BB-8 ก็บอกเรย์ว่า ต้องรอเจ้านายมารับที่ดาวนี้ เรย์จึงยอมให้ BB-8 ติดสอยห้อยตาม ซึ่งเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าที่เรย์นำขยะไปขายนั้นต้องการซื้อ BB-8 ในราคาสูงมาก เพราะรู้ว่าดรอยด์ตัวนี้ปฐมภาคีต้องการ แต่เรย์ไม่ขาย และหันหลังกลับไป เจ้าของร้านขายของเก่าจึงสั่งลูกน้องให้ไปแย่ง Bb-8 มาจากเรย์ให้จงได้ พร้อมกับสื่อสารทางไกลไปหาปฐมภาคีว่าพบดรอยด์ตัวนั้นแล้ว..

ยานไทน์ไฟเตอร์ที่โพกับฟินน์ขโมยหนีมานั้นเสียหายพอสมควร ทำให้ยานลงจอดที่ดาวแจคคูอย่างรุนแรง ฟินน์กระโดดร่มหนีออกมาก่อน และรีบวิ่งไปดูซากเครื่องไทน์ไฟเตอร์ ซึ่งกำลังลุกไหม้และโดนทรายดูดลงไป ฟินน์ดึงมาได้เพียงเสื้อแจ็คเก็ตของโพ และฟินน์ก็คิดว่าโพนั้นคงจะตายไปพร้อมกับตอนที่ยานตก

ยานไทน์ไฟเตอร์ตก (The Force Awakens 2015)

 

ฟินน์ถอดเครื่องแบบสตอร์มทรูปเปอร์ทิ้ง ใส่แจ็คเก็ตของโพแทน และเดินข้ามทะเลทรายมาจนถึงตัวเมืองท่าค้าขายเศษขยะอวกาศ ระหว่างที่ฟินน์กำลังกระหายน้ำและดื่มน้ำจากบ่อน้ำ ทันใดนั้นฟินน์ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังถูกชายสองคนกำลังทำร้าย

ฟินน์กำลังจะวิ่งไปช่วยเหลือ แต่สาวน้อยคนนั้นก็ซัดชายฉกรรจ์ที่มารุมเธอล้มไปทั้งหมด โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ใครช่วย แต่แล้วฟินน์ก็เห็นดรอยด์สีส้มอยู่กับสาวน้อยคนนั้น ฟินน์จึงรู้ทันทีว่านี่คือดรอยด์ของโพ..

ตัดกลับมาที่สาวน้อยคนนั้นที่ฟินน์เห็นโดนทำร้าย ซึ่งคือเรย์นั่นเอง เรย์กำลังถูกลูกน้องเจ้าของร้านขายของเก่าทำร้าย และจะจับ BB-8 ไป แต่เรย์ก็ล้มคนพวกนั้นได้หมด

BB-8 หันไปทางฟินน์และเห็นเสื้อแจ็คเก็ตที่ฟินน์ใส่ จึงฟ้องเรย์ว่านั่นคือเสื้อเจ้านายเธอ เรย์จึงวิ่งไปอัดฟินน์ล้มไปอีกคน ฟินน์จึงโมเมกับเรย์ว่า เค้าอยู่ฝ่ายต่อต้าน และเจ้านายของดรอยด์สีส้มตัวนี้ชื่อโพ ซึ่งในดรอยด์มีพิกัดของ ลุค สกายวอร์คเกอร์ อัศวินเจไดในตำนานและฝ่ายต่อต้านต้องการพิกัดนี้

เรย์และ BB-8 จึงเชื่อใจฟินน์ว่าเป็นเพื่อนกับโพจริงๆ และฟินน์ก็บอก BB-8 ว่าโพเจ้านายของเธอตายแล้ว ทันใดนั้นหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์ก็บุกมาไล่ล่าเรย์/BB-8/และฟินน์ทันที

เรย์ และ ฟินน์ (The Force Awakens 2015)

 

ทั้งสามจึงจะวิ่งหนีไปขึ้นยานอวกาศลำหนึ่ง แต่ไทน์ไฟเตอร์ก็ยิงยานลำนั้นระเบิดกระจุยไป เรย์จึงพาฟินน์กับ BB-8 มาขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอนแทน ซึ่งเรย์เรียกมันว่าขยะอวกาศ

เรย์ขับยานมิลเลนเนียมฟัลคอนหนีปฐมภาคีออกมาจากดาวแจคคูได้สำเร็จ ขณะที่อยู่กลางอวกาศอย่างไร้จุดหมาย BB-8 ก็จับได้ว่าฟินน์ไม่ใช่ฝ่ายต่อต้าน พร้อมๆกับที่เรย์ถามฟินน์ถึงพิกัดไปที่ฐานฝ่านต่อต้าน แต่ฟินน์ไม่รู้ ฟินน์จึงให้ BB-8 บอกเรย์ไปแทน

แต่แล้วจู่ๆยานทั้งลำก็โดนยานลำใหญ่กว่าดึงดูดไว้ ซึ่งนั้นก็คือ ฮาน โซโล กับชิววี่นั่นเอง เรย์ดีใจมากที่พบฮานวีรบุรูษฝ่ายต่อต้านในตำนาน และยานที่เธอขับหนีมาคือมิลเลนเนียมฟัลคอน ที่ว่ากันว่าเร็วที่สุดในกาแล็กซี่

เรย์กับฟิน พบ ฮานกับชิววี่ (The Force Awakens 2015)

 

ฮานให้ชิววี่จับทั้งสามใส่กระสวยอวกาศดีดออกนอกยานไป แต่เรย์ก็บอกว่าในดรอยด์สีส้มมีพิกัดของลุคซึ่งเธอกำลังนำไปให้ฝ่ายต่อต้าน เรย์รู้ว่าฮานกับลุคเป็นเพื่อนรักกัน ฮานจึงหยุดชะงักทันที และเริ่มคิดที่จะหาทางช่วยเรย์

ทันใดนั้นสลัดอวกาศกลุ่มนึงก็บุกยานของฮานและจะฆ่าฮานชดใช้หนี้ แต่แล้วเรย์ซึ่งหลบไปใต้ท้องยานและเผลอไปปล่อยปลาหมึกอวกาศที่ดุร้ายออกมา ทำให้พวกสลัดอวกาศเสียจังหวะ ทุกคนบนยานจึงต้องหนีตายจากปลาหมึกอวกาศกันก่อน

สลัดอวกาศตามล่าฮาน (The Force Awakens 2015)

 

ชิววี่ถูกพวกโจรสลัดยิงบาดเจ็บ ซึ่งสุดท้ายฮานก็พาเรย์/ชิววี่/BB-8/และฟินน์หนีมาขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอนได้หมด ก่อนที่เรย์จะไปนั่งเป็นนักบินที่สองช่วยฮานขับเพราะชิววี่บาดเจ็บ

และฮานก็ขับเข้าไฮเปอร์สเปซหนีพวกสลัดอวกาศออกมาได้สำเร็จ ฮานประทับใจในเรย์มากที่ขับยานของเขาได้ และฮานก็ดูออกด้วยว่าชิววี่ก็ชอบเรย์เช่นกัน

ฮานนำมิลเลนเนียมฟัลคอนออกจากไฮเปอร์สเปซและมุ่งหน้าไปที่ดาว Takodana (ทาโคดานะ) ทันที ซึ่งที่ดาวอันเขียวชอุ่มนี้มีเอเลี่ยนอาวุโสที่ชื่อว่า Maz Kanata (แมซ คานาตะ) อยู่ที่นี่

บนดาวทาโคดานะ ฮานต้องการให้แมซหาหนทางไปหาลุค ฮานเสนองานให้เรย์มาช่วยที่ยานมิลเลนเนียมฟัลคอนด้วย แต่เรย์ก็ปฎิเสธไป เรย์บอกว่าเธอต้องกลับแจคคูเพื่อรอการกลับมาใครบางคน

ฮานประทับใจเรย์ (The Force Awakens 2015)

 

(เรย์ถูกผู้ปกครองนำมาทิ้งไว้ที่แจคคูตั้งแต่ยังเด็กประมาณ 5-6 ขวบ ซึ่งไม่รู้ว่าผู้ปกครองเรย์เป็นใคร หรืออาจจะเกี่ยวพันกับลุคที่นำพิกัดของตนเองมาทิ้งให้ผู้อาวุโสเทคก้าครั้งโน้นก็เป็นได้..)

ที่วิหารของ แมซ คานาตะ เอเลี่ยนอาวุโสที่รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นไปของกาแล็กซี่อย่างดี ที่วิหารนี้ยังได้เปิดเป็นบาร์เหล้าไว้รองรับเอเลี่ยนนักเดินทางมาพักผ่อนอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในเอเลี่ยนที่มาพักผ่อนนั้น เห็นคณะเดินทางของฮานมาพร้อมกับดรอยด์สีส้ม จึงรู้ทันทีว่าพวกนี้คือพวกที่ปฐมภาคีตั้งเงินรางวัลนำจับไว้ พวกปฐมภาคีจึงรีบรุดมาที่ดาวทาโคดานะอย่างรวดเร็ว

แมซ คานาตะ (The Force Awakens 2015)

 

เมื่อฟินน์เห็นว่าเรย์ได้ผู้ช่วยมากมายที่จะไปพบพวกฝ่ายต่อต้านแล้ว ฟินน์จึงสารภาพกับเรย์ว่าเขาคืออดีตสตอร์มทรูปเปอร์ และเขาจะหนีไปให้ไกลพวกปฐมภาคีให้มากที่สุด เรย์ห้ามยังไงฟินน์ก็ไม่ฟัง และฟินน์ก็จากไป

ขณะเดียวกัน เรย์ก็ได้ยินเสียงเพรียกบางอย่างมาจากห้องเก็บของใต้ดินของแมซ เรย์ตามเสียงเพรียกไปและพบว่ามันคือไลท์เซเบอร์สีฟ้า เมื่อเรย์สัมผัสด้ามไลท์เซเบอร์ปุ๊บ ทันใดนั้นเรย์ก็เห็นนิมิตมากมาย ทั้งอดีตตนเองที่โดนนำมาทิ้งดาวแจคคูตอนเด็ก / เห็นมือเหล็กของลุคที่จับอาร์ทูดีทู / เห็นพวกอัศวินทั้ง 7 แห่งเรน / เห็นสำนักเจไดถูกทำลายพร้อมกับศพเกลื่อนกราด / และเห็นไคโลเรนในป่าหิมะ

อัศวินแห่งเรน (The Force Awakens 2015)

 

แมซและ BB-8 ตามเรย์มาที่ห้องใต้ดิน พร้อมกับที่แมซต้องการให้เรย์รับไลท์เซเบอร์สีฟ้าของลุคไป เพราะมันเพรียกหาเรย์ (ซึ่งเดิมเป็นของอนาคิน และตกหายไปในนครเมฆาตอนลุคโดนดาร์ธเวเดอร์ตัดมือ) แต่เรย์นั้นปฎิเสธที่จะรับ และวิ่งหนีเข้าป่าไป

จังหวะเดียวกับที่นายพลฮักซ์แห่งปฐมภาคีสั่งให้สตาร์คิลเลอร์ ยิงทำลายดาวของสาธารณรัฐไปมากมายหลายดวง ผลทำให้ชีวิตนับหลายหมื่นล้านบนดาวเหล่านั้นตายไปทันที และกองกำลังสตอร์มทรูปเปอร์ก็นำกองยานไทน์ไฟเตอร์บุกมาถึงดาวทาโคดานะพอดี ก่อนจะยิงทำลายวิหารของแมซถล่มไป

วิหารที่เป็นบาร์เหล้าของเมซ (The Force Awakens 2015)

 

ฟินน์เมื่อเห็นพวกปฐมภาคีบุกมา และบนท้องฟ้าก็เห็นการระเบิดของดวงดาวมากมาย ฟินน์จึงรีบวิ่งกลับไปหาเรย์ แต่ก็ไม่พบ แมซจึงมอบไลท์เซเบอร์สีฟ้าให้ฟินน์ และบอกให้ฟินน์นำไปมอบให้เรย์ เพราะกระบี่แสงเล่มนี้เรียกร้องหาเรย์ (แมซไม่ใช่เจได แต่แมซนั้นรู้จักฟอร์ซและสมดุลย์ของพลังจักรวาล)

ทางด้านเรย์ก็ปะทะกับไคโลเรนอย่างจัง ก่อนที่ไคโลเรนจะจับได้ว่าเรย์เห็นพิกัดของลุคแล้ว ไคโลเรนจึงเปลี่ยนใจไม่จับดรอยด์ แต่จับตัวเรย์ไปแทนโดยใช้ฟอร์ซทำให้เรย์สลบ และอุ้มเรย์ขึ้นยานกลับไปที่สถานีอวกาศของปฐมภาคี

เรย์โโนไคโลเรนจับ (The Force Awakens 2015)

 

พวกของฮานกำลังโดนสตอร์มทรูปเปอร์จับ แต่ฝ่ายต่อต้านนำด้วย โพ ดาเมรอน ก็นำกองยานเอ๊กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านบุกมาช่วยไว้ได้ทัน พวกสตอร์มทรูปเปอร์ก็ได้รับคำสั่งจากไคโลเรนให้ถอยทัพเพราะได้ตัวเรย์แล้ว ฮานจึงเห็นเบนลูกชายตนเองที่กลายเป็นไคโลเรนอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี

ที่ดาวดีค่าร์ โพและฟินน์ได้พบกันอีกครั้ง โพนำทุกคนไปที่ดาว D’Qar เพื่อพบกับนายพลเลอา ออร์กาน่า แห่งฝ่ายต่อต้าน ซึ่งหลังจากเลอาเปิดชิปข้อมูลในตัว BB-8 ก็พบว่ามันมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ความพยายามทั้งหมดจึงสูญเปล่า

ที่ไฟนอลไลเซอร์ฐานอวกาศของปฐมภาคี นายพลฮักซ์ก็ตำหนิไคโลเรนให้ผู้นำสูงสุดสโน้คฟังว่า ไคโลเรนไม่ยอมจับตัวดรอยด์ตัวนั้นมา แต่กลับจับตัวเด็กสาวเก็บขยะบนดาวแจคคูมาแทน แต่สโน้คก็ไม่ว่าอะไร หากแต่สั่งให้นายพลฮักซ์เตรียมสตาร์คิลเลอร์ให้พร้อมยิงอีกครั้ง เพื่อยิงถล่มดาวดีค่าร์ของฝ่ายต่อต้านให้สิ้นซากไปเลย

ผู้นำสูงสุดสโน้ค (The Force Awakens 2015)

 

ด้านฝ่ายต่อต้านก็ได้รับสัญญาณว่าดาวดีค่าร์ที่ตั้งของตนกำลังเป็นเป้ายิงของสตาร์คิลเลอร์ โดยไฟนอลไลเซอร์ฐานอวกาศของปฐมภาคีจะดูดพลังจากดวงอาทิตย์และส่งไปให้สตาร์คิลเลอร์ชาร์ทพลัง (สตาร์คิลเลอร์ อยู่บนดาวเคราะห์)

ฟินน์จึงโกหกว่าตนเองนั้นเคยเป็นภารโรง รู้ภายในสตาร์คิลเลอร์เป็นอย่างดี และเสนอตัวเข้าไปทำลายและปิดวงจรส่งพลังเอง ซึ่งจริงๆแล้วฟินน์ไม่ใช่ภารโรง ฟินน์ถูกฝึกมาเป็นสตอร์มทรูปเปอร์ 100%

โพและฟินหารือกัน (The Force Awakens 2015)

 

ฟินน์โกหกทุกคนก็เพราะต้องการกลับไปช่วยเรย์ ซึ่งฮานกันชิววี่ก็อาสาไปกับฟินน์ด้วย เลอากำชับให้ฮานพาลูกชายคือเบนกลับบ้านให้ได้ จากนั้นทั้งสามจึงขับยานมิลเลนเนียมฟัลคอนไปแอบจอดไว้ในป่าบนดาวเคราะห์ และลอบเข้าไปยังสตาร์คิลเลอร์ของปฐมภาคีทันที

ไคโลเรนจับเรย์มาที่เครื่องทรมาน แต่มิอาจใช้ฟอร์ซอ่านใจเรย์ได้ หนำซ้ำยังโดนเรย์ใช้ฟอร์ซตีกลับ และอ่านใจไคโลเรนกลับคืนซะอีก ฟอร์ซในตัวของเรย์ได้ตื่นขึ้นแล้ว..

เรย์เข้าถึงฟอร์ซ (The Force Awakens 2015)

 

ไคโลเรนจึงรีบไปฟ้องผู้นำสูงสุดสโน้ค ว่าเรย์มีฟอร์ซที่กล้าแกร่ง สโน้คจึงสั่งให้ไคโลเรนนำเรย์มาพบตนทันที แต่เรย์ซึ่งรับรู้วิธีการของเจไดในการควบคุมคนได้ เรย์จึงสั่งให้สตอร์มทรูปเปอร์ที่เฝ้าตนเองปล่อยตน และเปิดประตูทิ้งไว้ด้วย

เมื่อไคโลเรนกลับมาที่ห้องทรมานจึงไม่พบเรย์ ไคโลเรนจึงระเบิดโทสะใช้ไลท์เซเบอร์ฟันห้องขังนั้นซะเละเทะ ส่วนเรย์ก็ไม่รู้จะหนีไปไหน จึงได้แต่ปีนๆป่ายๆอยู่ในสตาร์คิลเลอร์นั่นเอง

ฮาน,ชิวอี้,และฟินน์บุกมาถึงสตาร์คิลเลอร์ก็งกๆเงิ่นๆไม่รู้จะทำอย่างไร ฟินน์จึงคิดอุบายว่าจับกัปตันฟาสม่ามาปิดเครื่องรับพลังงานแทน และจับกัปตันฟาสม่าทิ้งลงทางทิ้งขยะไป

กัปตันฟาสม่าเสียท่าฟิน (The Force Awakens 2015)

 

เมื่อทั้งสามออกมาข้างนอกห้องควบคุม จึงเห็นเรย์กำลังปีนป่ายอยู่ ทุกคนจึงพบกัน และฮานกับชิววี่ก็เริ่มวางระเบิดฐานสตาร์คิลเลอร์ เพื่อทำลายให้สิ้นซากไปในครั้งเดียว ระหว่างกำลังวางระเบิดนั้น ฮานก็เห็นไคโลเรนหรือเบนลูกชายของตนเอง ฮานจึงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเลอา ที่จะพาเบนกลับบ้าน

ฮานเรียกเบนให้หยุดกลางสะพานสถานี และบอกว่าต้องยังมีด้านสว่างในตัวเบนอยู่ ท่ามกลางสายตาของชิววี่ที่ไม่เข้าไปยุ่ง และเรย์กับฟินน์ก็เฝ้าดูเหตุการณ์นี้อีกมุมหนึ่งข้างบนฐาน พวกสตอร์มทรูปเปอร์รอบๆก็ดูท่าทีไม่ผลีผลามเข้าไป

เบนจึงถอดหน้ากาก และทำทีสำนึกผิดยื่นด้ามไลท์เซเบอร์สีแดงให้กับพ่อ แต่แล้วเบนก็เปิดไลเซเบอร์และแทงพ่อตนเอง ฮาน โซโล จึงตายด้วยน้ำมือของเบนลูกตัวเองในตอนนี้ จึงไม่เหลือความเป็นเบนอีกแล้ว ต่อจากนี้จึงมีเพียงไคโลเรนเท่านั้น..

เบน โซโล ฆ่า ฮาน โซโล (The Force Awakens 2015)

 

เลอาซึ่งมีฟอร์ซก็รับรู้ได้ว่าลูกของตนได้ฆ่าสามีของตนเองไปแล้วเช่นกัน ชิววี่จึงระเบิดอารมณ์และยิงหน้าไม้หัวระเบิดใส่ไคโรเรนทันที ทำให้ไคโรเรนได้รับบาดเจ็บหนักมาก ถ้าคนธรรมดาโดนชิววี่ยิงนี่ตายแน่นอน แต่ไคโรเรนมีฟอร์ซจึงแค่บาดเจ็บ แต่หนักอยู่

ชิววี่กดปุ่มระเบิดทำลายฐานสตาร์คิลเลอร์ทันที พร้อมกับยิงฝ่าพวกสตอร์มทรูปเปอร์หนีออกมา ด้านทางเรย์และฟินน์ก็รีบหนีออกมาจากสตาร์คิลเลอร์ที่กำลังระเบิด เพื่อกลับไปขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอนที่จอดหลบไว้ในป่าเช่นกัน แต่ไคโลเรนก็มาดักทั้งสองกลางทางในป่าหิมะ

การปะทะกันกลางป่าหิมะ (The Force Awakens 2015)

 

ไคโลเรนใช้ฟอร์ซซัดเรย์สลบไป ฟินน์จึงใช้ไลท์เซเบอร์สีฟ้ามาสู้กับไคโลเรน ซึ่งก็เกือบจะสูสีเพราะไคโลเรนบาดเจ็บหนัก แต่ในที่สุดฟิน์ก็โดนไคโลเรนฟันหลังจนหมดสติและเกือบตาย

ไลท์เซเบอร์ในมือฟินน์จึงหลุดกระเด็นไปอีกทาง ไคโลเรนจะใช้ฟอร์ซดึงไลท์เซเบอร์สีฟ้าของท่านตาอนาคินมาหาตน แต่เรย์ซึ่งมีฟอร์ซแกร่งกว่าก็ใช้ฟอร์ซดึงแย่งไปได้

ทั้งสองสู้กันเหมือนเจไดชั้นประถมสู้กัน คือไม่มีลีลาการร่ายรำ ไม่มีแบบแผน ฟาดฟันกันด้วยอารมณ์ล้วนๆ ลืมใช้ฟอร์ซซะด้วย ซึ่งในที่สุดไคโลเรนซึ่งมีแต่โทสะและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็แพ้เรย์ ก่อนจะโดนเรย์แทงไหล่ทะลุไปหนึ่งที และโดนฟันหน้าบากไปอีกแผล

เบนแพ้เรย์ (The Force Awakens 2015)

 

ทันใดนั้นแผ่นดินบนดาวเคราะห์ก็แยกออกเพราะแรงระเบิดของสตาร์คิลเลอร์ เรย์และไคโลเรนซึ่งอยู่คนละฟากของแผ่นดินจึงแยกจากกันไปด้วย เรย์รีบวิ่งกลับไปหาร่างที่หมดสติของฟินน์และร่ำไห้ ชิววี่ซึ่งไปถึงยานมิลเลนเนี่ยมฟัลคอนก่อนจึงขับมารับเรย์กับฟินน์กลับไป

ที่ฐานไฟนอลเลเซอร์ ด้านนายพลฮักซ์ก็รายงานสโน้กว่า บัดนี้ฐานสตาร์คิลเลอร์กำลังจะระเบิดไปพร้อมกับดาวเคราะห์ สโน้คจึงสั่งให้นายพลฮักซ์นำตัวไคโลเรนกลับมาหาตน เพราะถึงเวลาแล้วที่ไคโลเรนจะต้องฝึกต่อ

โพ ดาเมรอน นำกองยานรบเอ๊กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านบุกฐานอวกาศไฟนอลไลเซอร์ของปฐมภาคี ที่ส่งพลังให้ สตาร์คิลเลอร์ และระเบิดทำลายลงได้สำเร็จเช่นกัน

ที่ดาวดีค่าร์ เมื่อเรย์กลับมาถึงฐานของฝ่ายต่อต้านบนดาวดีค่าร์ อาร์ทูดีทูก็กลับมาทำงานทันทีหลังจากจำศีลไปหลายปี และเมื่อนำแผนที่ของอาร์ทูดีทูกับ BB-8 มารวมกัน จึงพบพิกัดที่แน่นอนของลุค เรย์กับชิววี่และอาร์ทูดีทูเดินทางไปหาลุคที่ดาวดวงนั้นทันที

 

 

Star Wars: Episode VII

(ปัจฉิมบทแห่งเจได)

 

ที่ดาวแห่งมหาสมุทร Ahch-To (อั๊ช-ทู) วิหารโบราณเจได เรย์ยื่นไลท์เซเบอร์ของอนาคินให้ลุค  แต่ลุคกลับไม่สนใจ โยนไลท์เซเบอร์ของอนาคินทิ้ง และหันหลังให้เรย์

ลุค สกายวอล์คเกอร์ (The Last Jedi 2017)

 

อีกมุมนึงกลางอวกาศอันไกลโพ้น เกิดการปะทะกันของกองยานฝ่ายต่อต้านและกองยานปฐมภาคี โพที่ล่อหลอกยั่วยุนายพลฮักซ์ถ่วงเวลา ก็ขับยานอ็กซ์-วิง ทำลายป้อมปืนใหญ่บนยาน Dreadnought (เดร้ดน้อจ) ของปฐมภาคีไปจนหมดทุกกระบอก  นายพลหญิงเลอาแห่งฝ่ายต่อต้านจึงสั่งให้โพถอย เพราะสำเร็จภารกิจทำลายปืนใหญ่แล้ว

แต่โพไม่ยอมจำนนง่ายๆ รั้นที่จะถล่มยานเดร้ดน้อจให้จงได้ โพจึงสั่งยานทิ้งระเบิดหลายลำของฝ่ายต่อต้านลุยเข้าไป ผลทำให้กองยานทิ้งระเบิดและยานเอ็กซ์วิงของฝ่ายต่อต้าน โดนยานไทน์ไฟเตอร์ของพวกปฐมภาคียิงร่วงไปเกือบหมด

โพ ดาเมรอน (The Last Jedi 2017)

 

แต่ยังเหลือยานทิ้งระเบิดลำสุดท้าย และเหลือรอดชีวิตเพียง Paige Tico (เพจ ทิโก้) คนเดียวบนยาน ซึ่งใกล้จะถึงเหนือแกนกลางยานเดร้ดน้อจ เพจยอมสละชีวิตไปกับยานทิ้งระเบิดเพื่อให้ภารกิจที่โพสั่งสำเร็จ (ซีนนี้จะเห็นเพจกึ่งๆใช้ฟอร์ซด้วย) หลังจากนั้น กองยานของฝ่ายต่อต้านก็วาร์ปหนีไปหมด

เพจ ทิโก้ ผู้สละชีพแห่งฝ่ายต่อต้าน (The Last Jedi 2017)

 

ด้านทางฝ่ายต่อต้าน เมื่อฝ่ายต่อต้านวาร์ปหนีพ้น และอยู่ในไฮเปอร์สเปซ นายพลเลอาก็สั่งลดขั้นโพจากยศผู้บัญชาการให้เหลือเพียงยศผู้กอง เพราะโพขัดขืนคำสั่งถอยทัพทำให้ฝ่ายต่อต้านเสียชีวิตไปหลายราย พร้อมกับที่ฟินน์ฟื้นขึ้น

ฟินน์ถามเลอาว่า เรย์จะรู้ได้เช่นไรว่าพวกเราอยู่พิกัดไหน เลอาจึงให้ฟินน์ดูเครื่องติดตามที่เลอาเก็บไว้กับตัว และที่เรย์ก็มีอันนึง

ด้านทางปฐมภาคี ผู้นำสูงสุดสโน้คโกรธมากที่นายพลฮักซ์ไม่สามารถกำจัดพวกฝ่ายต่อต้านได้ แต่นายพลฮักซ์มีวิธีติดตามกองยานฝ่ายต่อต้านได้ แม้จะวาร์ปเข้าไฮเปอร์สเปซก็หนีไม่พ้น

เจเนอรัล ฮักซ์ (The Last Jedi 2017)

 

ผู้นำสูงสุดสโน้คแสดงท่าทีผิดหวังในตัวเบน ที่เบนแพ้เรย์และถูกฟันหน้าบากกลับมา ทำให้เบนของขึ้น และเป็นผู้นำยานรบพร้อมกับกองยานสตาร์เดสทรอยเยอร์วาร์ปตามพวกฝ่ายต่อต้านมาจนทัน

เข้าสู่การโจมตีอีกครั้ง

เบนที่ขับยานได้เก่งกาจเหมือนพ่อและตาตนเอง ลุยเข้าไปยิงฐานปล่อยยานของฝ่ายต่อต้านเละเทะ ทำให้พวกฝ่ายต่อต้านออกไปสู้ไม่ได้ เบนกำลังจะยิงสะพานเรือของยานที่เลอาแม่ตนเองยืนอยู่ แต่เบนยิงไม่ลง ซึ่งยานลำอื่นของปฐมภาคีก็ยิงอยู่ดี ทำให้เลอากระเด็นออกนอกยานลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ

เจเนอรัล เลอา (The Last Jedi 2017)

 

ด้วยความที่เลอามีสายเลือดสกายวอล์คเกอร์ ทำให้เลอาไม่ตาย และใช้ฟอร์ซอันกล้าแกร่งดึงร่างตนเองกลับยานได้ โพก็รับรู้ถึงเลอาเช่นกันว่ายังไม่ตาย จึงรีบไปเปิดประตูยานรับ แต่เลอาก็หมดสติเพราะบาดเจ็บหนัก

กองยานของฝ่ายต่อต้านไม่วาร์ปหนี เพราะรู้ว่าถ้าวาร์ปอีกครั้งพลังงานหมด และปฐมภาคีก็วาร์ปตามมาได้อีกแน่นอน คราวนี้ตายทั้งหมดแน่ พลเรือโท Amilyn Holdo (อมิลีน โฮลโด) ถูกแต่งตั้งให้มาบัญชาการแทนเลอา

อมิลีน โฮลโด ผู้ที่เลอาไว้ใจที่สุด (The Last Jedi 2017)

 

โฮลโดมีคำสั่งให้ใช้เชื้อเพลิงที่เหลือขับยานแม่ฝ่ายต่อต้านให้ทิ้งระยะห่างกองยานปฐมภาคีไม่ให้ยิงโจมตีได้ เปิดบาเรียที่ท้ายยาน และให้ยานฝ่ายต่อต้านลำอื่นๆสละยานหนีเข้ามาอยู่ในยานแม่ให้หมด

โพถามว่าจะเอายังไงต่อถ้าหนีจนเชื้อเพลิงหมด แต่โฮลโดอยากให้โพเชื่อใจความเป็นผู้นำของตน จึงไม่บอกแผนขั้นต่อไปให้โพรู้ โพจึงคิดว่าโฮลโดไม่มีแผนอะไรต่อ

ที่ดาวแห่งมหาสมุทร อั๊ช-ทู เรย์ไปหาไลท์เซเบอร์อนาคินที่ลุคโยนทิ้ง เรย์ยังพบกับวิหารเก็บคัมภีร์โบราณของเจไดด้วย และอยู่ตื๊อลุค ชิววี่ก็อยู่ด้วย อาร์ทูดีทูช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง จนกระทั่งลุคยอมสอนวิถีแห่งพลังให้เรย์รับรู้เบื้องต้น ว่ามันมีอยู่ทุกแห่งทุกที่และทุกคน ไม่ได้มีเฉพาะเจได

เรย์เข้าถึงกระแสพลัง (The Last Jedi 2017)

 

ในตอนฝึกสอน เรย์ไม่ได้เห็นเพียงพลังด้านสว่างเท่านั้น เรย์เห็นพลังด้านมืดด้วย และมันใช้ความต้องการของเรย์ที่อยากรู้จักพ่อแม่เชิญชวนเรย์ ลุคจึงยุติการสอนเรย์ เพราะกลัวเรย์จะเหมือนเบน

ที่ยานแม่ของฝ่ายต่อต้าน ด้านฟินน์นั้นเก็บเครื่องติดตามของเลอามาไว้กับตัว และคิดจะนำเครื่องติดตามนั้นหนีไปไกลๆ เพื่อที่เรย์จะได้ไม่กลับมาโดนปฐมภาคีโจมตี ฟินน์คิดว่าฝ่ายต่อต้านไม่รอดแน่ๆงานนี้ แต่ระหว่างกำลังขึ้นเครื่องหนี ฟินน์ก็พบกับ Rose Tico (โรส ทิโก้) ผู้เฝ้าฐานปล่อยยานกันไม่ให้ทหารหนีทัพ โรสจึงช๊อตฟินน์ซะเลย

โรส กับ ฟินน์ (The Last Jedi 2017)

 

เมื่อฟินน์ฟื้นขึ้นมา ฟินน์กับโรสก็มีทฤษฎีว่า ต้องแอบขึ้นยานเดสทรอยเยอร์ทำลายเครื่องติดตามสัญญาณวาร์ปของปฐมภาคี นั่นจะทำให้ปฐมภาคีจับทางไม่ได้ว่าจะวาร์ปไปพิกัดไหนในกาแล็กซี่

ทั้งสองจึงไปบอกเรื่องนี้กับโพ แต่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญการฝ่าระบบรักษาความปลอดภัย โพนึกถึง Maz Kanata (มาซ คานาตะ) เอเลี่ยนอาวุโสฝ่ายต่อต้าน ที่มีความรู้ทำเรื่องนี้

มาซ คานาตะ (The Last Jedi 2017)

 

แต่มาซกำลังยุ่งๆกับการต่อสู้กับปฐมภาคี มาซจึงแนะนำให้ไปหาตัวจ้าวแห่งการถอดรหัสที่ Canto Bight (แคนโตไบ๊จ์) อาณาจักรแห่งคาสิโนสุดหรู ที่คาสิโนนั้นเป็นของกลุ่มที่ฝักใฝ่ปฐมภาคี โรสกับฟินน์จึงอาสาไปที่นั่นเอง และแอบนำยานเล็กออกไปโดยทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายปฐมภาคีไม่รู้ เพราะนึกว่าเป็นขยะอวกาศ

ที่ดาวแห่งมหาสมุทร อั๊ช-ทู เรย์กับเบนก็ติดต่อเชื่อมฟอร์ซถึงกันได้เป็นระยะๆ โดยที่เรย์กับเบนก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งสองคุยกันผ่านฟอร์ซ เบื้องต้นเรย์ฟาดงวงฟาดงาที่เบนฆ่าฮานพ่อตนเอง แต่พอติดต่อกันบ่อยๆ เรย์ก็คิดจะพยายามดึงเบนมาด้านสว่างแทน

เบน โซโล (The Last Jedi 2017)

 

ที่แคนโตไบ๊จ์ ฟินน์กับโรสมถึงปุ๊บ ก็ออกตามหาจ้าวแห่งการถอดรหัสจนเกือบจะถึงตัว แต่ก็โดนพวกการ์ดของคาสิโนจับได้ซะก่อน และนำทั้งคู่ไปขัง และทั้งคู่ก็พบกับ DJ (ดีเจ) ในห้องขังเดียวกัน ซึ่งดีเจมีคุณสมบัติเป็นจ้าวแห่งการถอดรหัสชั้นสูงเช่นกัน ดีเจแหกห้องขังได้อย่างง่ายดาย แต่โรสกับฟินน์ก็ยังไม่เชื่อฝีมือดีเจอยู่ดี

ฟินน์กับโรสหนีไปอีกทางจนถึงคอก Fathier (ฟาติเยอร์) ซึ่งเป็นสัตว์ประเภทม้าอวกาศที่คาสิโนนี้ใช้วิ่งแข่งพนัน เด็กเลี้ยงฟาติเยอร์พอรู้ว่าโรสคือฝ่ายต่อต้านเพราะเห็นแหวนของโรส จึงยอมช่วย โดยปล่อยฟาติเยอร์ออกไปทั้งคอก โรสกับฟินน์ขี่ฟาติเยอร์หนีมาจนมุมที่ปากเหว

ดีเจและบีบีเอ็จที่ขโมยยานของพวกเศรษฐีนักค้าอาวุธก็โผล่มาช่วยทั้งคู่ทันเวลา โรสกับฟินน์เห็นว่าดีเจเก่งกาจ จึงเสนอให้ดีเจไปช่วยทั้งสองลอบเข้าไปในยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ ดีเจตกลงถ้าค่าจ้างงาม ในตอนนี้เองที่ดีเจสอนฟินน์ว่า นักค้าอาวุธไม่ได้ขายของให้ปฐมภาคีเท่านั้น พวกนี้ยังขายอาวุธให้ฝ่ายต่อต้านด้วย

ดี.เจ. บุรุษลึกลับ (The Last Jedi 2017)

 

ที่ดาวแห่งมหาสมุทร อั๊ช-ทู เรย์ลอบเข้าไปในหลุมดำใต้เกาะแห่งนี้ที่เรย์เคยเห็นในนิมิตตอนกำลังโดนดึงเข้าด้านมืดช่วงที่ลุคสอน ที่นี่เรย์พบกับกระจกประหลาด เรย์พยายามถามกระจกนั้นว่าพ่อแม่ของเธอเป็นใคร แต่มันกลับสะท้อนตัวเรย์กลับมา

เรย์กับเบนติดต่อกันทางฟอร์ซอีกครั้ง ครั้งนี้เบนก็บอกเรย์ว่า ที่ตนหันหลังให้ลุค ก็เพราะลุคคิดจะฆ่าเค้าตอนหลับนั่นเอง เรย์ไปคาดคั้นความจริงกับลุค ลุคก็ยอมรับว่าจริง แต่ลุคเปลี่ยนใจในวินาที่สุดท้าย เบนเห็นพอดีจึงเข้าใจผิด

เบนกับเรย์เชื่อมต่อกันทางฟอร์ซ (The Last Jedi 2017)

 

เรย์จึงไม่คิดอยู่ที่นี่ต่อแล้ว และบอกให้ชิววี่พาตนเองไปที่พิกัดยานเดสทรอยเยอร์ของปฐมภาคี เรย์เข้าไปในกระสวยเพื่อลอบเข้าไป เพราะเรย์หวังกล่อมเบนให้กลับใจ โดยชิววี่จะแอบนำยานมิลเลนเนียมฟัลคอนอยู่แถวนั้นรอรับเรย์

เมื่อเรย์จากไป วิญญาณฟอร์ซของโยดาก็มาปรากฎตัวสั่งสอนลุคอีกครั้ง พร้อมทั้งสร้างฟ้าผ่าเผาทำลายวิหารที่เก็บคัมภีร์โบราณด้วย ลุคจึงตั้งใจจะไปช่วยฝ่ายต่อต้านแล้วตอนนี้

โยดามาพบลูกศิษย์อีกครั้ง (The Last Jedi 2017)

 

ที่ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ แต่เรย์ก็พบกับเบนที่รอจับตัวเรย์อยู่แล้ว และเบนก็พาเรย์ไปพบกับผู้นำสูงสุดสโน้ค ด้านทางโรส ฟินน์ และ ดีเจ ก็บินมาถึงที่ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์เช่นกัน ดีเจนำทั้งสองลอบเข้าไปอย่างง่ายดาย

ที่ยานแม่ของฝ่ายต่อต้าน โพและเพื่อนๆนักบินส่วนนึงรวมตัวกันก่อกบฏยึดยาน และสั่งจับกุมโฮลโด แต่โฮลโดที่เก๋าเกมพอ ก็นำผู้เชื่อฟังสายงานบังคับบัญชายึดยานกลับคืนอย่างรวดเร็ว โพติดอยู่ในสะพานยานเตรียมพร้อมจะจั๊มวาร์ปหนีตามแผนของฟินน์ แต่รอให้ฟินน์กับโรสทำลายเครื่องติดตามสัญญาณวาร์ปของปฐมภาคีก่อน และแผนของโพกับฟินน์ก็พัง เมื่อเลอาฟื้นขึ้นมา บุกเข้าสะพานเรือ ยิงปืนสลบใส่โพก่อนโพจะจั๊มวาร์ป

เลอานำโพขึ้นหนึ่งในยานหลบหนี 30 ลำ โดยโฮลโดขออยู่บนยานแม่ฝ่ายต่อต้าน เพื่อเบนความสนใจให้ทุกคนหลบหนีจนพ้น พิกัดยานหลบหนีคือดาวเคราะห์ Crait (เครต) ฐานที่ซ่อนลับเก่าแก่อันแน่นหนาของฝ่ายต่อต้าน เมื่อโพฟื้นขึ้นมาจึงรู้ว่าโฮลโดวางแผนลึกล้ำนี้มาตั้งแต่แรกนั่นเอง

ที่ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ ด้านทางฟินน์ก็โดนพวกปฐมภาคีจับได้ก่อนทำลายเครื่อง ดีเจจึงหักหลังขายข้อมูลสำคัญยิ่งว่า นั่นคือข้อมูลที่พวกฝ่ายต่อต้านจะขึ้นยานเล็กหนี และให้ยานแม่เป็นเป้าหลอกดึงความสนใจ เพื่อแลกกับเงินและการปล่อยตัว นายพลฮักซ์จึงไม่สนใจยานแม่แล้วตอนนี้ หากแต่เล็งยิงแต่ยานหลบหนีแทน ทำให้ฝ่ายต่อต้านตายไปมากมาย

ส่วนเรย์ที่โดนเบนจับตัวไปให้ผู้นำสูงสุดสโน้คนั้น สโน้คใช้ฟอร์ซดึงไลท์เซเบอร์ของอนาคินมาไว้ข้างตัว และสั่งให้เบนฆ่าศัตรูที่แท้จริง เรย์พยายามเกลี้ยกล่อมเบนให้มาอยู่ข้างตนเช่นกัน

สโน้ค (The Last Jedi 2017)

 

และเบนก็ตัดสินใจใช้ฟอร์ซเปิดไลท์เซเบอร์อนาคินตัดร่างของสโน้คขาดครึ่ง เหล่า Elite Praetorian Guard (อีลิท พรีทอเรี่ยน การ์ด) จึงกรูเข้ามาโจมตีเรย์กับเบน

ทั้งคู่ช่วยกันสู้จนฆ่าอีลิทพรีทอเรี่ยนการ์ดได้ทั้งหมด แต่ก็หืดจับน่าดู เรย์พยายามชวนเบนไปอยู่ฝ่ายต่อต้าน แต่เบนอยากให้เรย์อยู่เคียงข้าง และถล่มทั้งฝ่ายต่อต้านทั้งปฐมภาคีให้สิ้นซากมากกว่า ทั้งคู่จึงใช้ฟอร์ซตรึงกันไว้

อีลิทพรีทอเรี่ยนการ์ด (The Last Jedi 2017)

 

ในวินาทีที่ฟินน์กับโรสกำลังโดนกัปตันฟาสม่าสั่งตัดคอ เรย์กับเบนก็ยื้อกันอยู่ โฮลโดที่ขับยานแม่ฝ่ายต่อต้านก็ตัดสินใจวาร์ปยานเข้าไปกลางวงกองยานเดสทรอยเยอร์ของปฐมภาคีระเบิดตู้มต้าม เพื่อยื้อให้ฝ่ายต่อต้านที่เหลือน้อยนิดหนีพ้น

ทำให้ฟินน์กับโรสรอดตาย เรย์หนีมาขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอนที่ชิววี่รออยู่แถวนั้น เบนสลบไป และโฮลโดก็ตายอย่างมีเกียรติ ส่วนกัปตันฟาสม่าก็โดนฟินน์ฟันร่วงลงไปในกองเพลิงของยาน และบีบีเอจก็พาฟินน์กับโรสขึ้นยานไท-ไฟเตอร์ของปฐมภาคีหนีออกมาบนดาวเครตสมทบกับฝ่ายต่อต้าน

ฟินน์ปะทะกัปตันฟาสม่า (The Last Jedi 2017)

 

นายพลฮักซ์เข้ามาในห้องสโน้ค ก็เห็นเพียงร่างขาดครึ่งของสโน้ค ศพอีลิทพรีทอเรี่ยนการ์ดมากมาย และเบนที่นอนสลบอยู่ สักพักเบนก็ฟื้นขึ้น พร้อมกับบอกนายพลฮักซ์ว่าเรย์ฆ่าสโน้ค เบนสถาปนาตนเองเป็นผู้นำสูงสุดของปฐมภาคีคนใหม่แล้วในตอนนี้..

บนดาวเครต ดาวแห่งจิ้งจอกคริสตัล ปฐมภาคีเตรียมใช้ปืนใหญ่ถล่มประตูที่แน่นหนาของฐานฝ่ายต่อต้าน จิ้งจอกคริสตัลหนีเข้ามาหลบด้วย เลอาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปก็ไม่มีใครมา

แม้พวกของโพและฟินน์จะขับยานสปีดเดอร์ออกไปต้านก็ไม่เป็นผล เรย์กับชิววี่ขับยานมิลเลนเนี่ยมฟัลคอนมาช่วยอีกแรง ฟินน์คิดจะสละชีวิตขับสปีดเดอร์พุ่งเข้าหาปืนใหญ่ซะเลย แต่โรสก็มาขวางและช่วยไว้ โรสจูบฟินน์ และหมดสติไปเพราะบาดเจ็บ

การต่อสู้บนดาวเครต (The Last Jedi 2017)

 

ลุค สกายวอล์คเกอร์ ปรากฎตัวกลางฐาน ตรงเข้าไปจับมือเลอาน้องสาวตน และอาสาเดินออกไปหยุดพวกปฐมภาคีด้วยตนเอง ลุคออกมายืนหน้าประตู เบนเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ปืนทุกกระบอกระดมยิงลุค แต่ก็ไม่ระคายผิว เบนจึงจะออกไปสู้กับลุคด้วยตัวเอง

ในตอนนี้โพเริ่มสังเกตว่าจิ้งจอกคริสตัลหายไปหมด จึงให้ทุกคนตามรอยจิ้งจอกคริสตัลไป จนพบทางออกอีกทางด้านหลัง แต่มีแค่รูนิดเดียวที่โดนหินก้อนใหญ่ๆหลายก้อนปิดอยู่ คนลอดออกไปไม่ได้ เรย์ที่เห็นจิ้งจอกคริสตัลวิ่งออกมามากมายจึงตามไปจนอยู่อีกฝั่งของรูนั้น และเรย์ก็ใช้ฟอร์ซยกหินมากมายที่ปิดรูออกไป

เรย์ใช้ฟอร์ซเปิดหิน (The Last Jedi 2017)

 

ด้านทางลุคไม่ปะทะกับเบนเลย ทำเพียงแค่หลบไปหลบมาและชวนคุย จนกระทั่งลุคยอมเฉลยกับเบนว่า ตนเองใช้ฟอร์ซสร้างภาพลวงมาที่นี่ ตัวจริงของลุคยังอยู่บนดาวแห่งมหาสมุทรอั๊ช-ทู และลุคที่อยู่ที่นั่นก็สละกายหยาบเข้าสู่มิติวิญญาณแห่งฟอร์ซตายตามบรรดาอาจารย์ไปอีกคน

ลุคสละกายหยาบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฟอร์ซ (The Last Jedi 2017)

 

บนยานมิลเลนเนียมฟัลคอน เรย์แอบนำคำภีร์โบราณเจไดออกมาด้วยตั้งแต่ตอนนั้น และเรย์ดูออกว่าฟินน์เป็นห่วงโรสที่นอนหมดสติเป็นพิเศษ เรย์กับโพจับมือทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก..

ที่แคนโตไบ๊จ์ เด็กเลี้ยงฟาติเยอร์ใส่แหวนฝ่ายต่อต้านของโรสไว้ และใช้ฟอร์ซดึงไม้กวาดเข้ามาในมือ เพราะฟอร์ซไม่ใช่ของเจไดและซิธ แต่เป็นของทุกสรรพสิ่งที่เข้าถึงมันได้..

ฟอร์ซคือสิ่งที่มีในทุกคน ไม่เว้นแม้เด็กคนนี้ (The Last Jedi 2017)

 

จบ สวัสดีครับ _/\_

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: