เนื้อเรื่อง The Witcher Season 1

หมวดหมู่ TV ผู้เขียน

ในอดีตนานแสนนานมาแล้ว.. เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Conjunction of the Spheres (คอนจังชั่นออฟเดอะสเฟียร์) เป็นปรากฏการณ์ที่ Chaos (เคออส) หรือ ความวุ่นวาย ทำให้ความมีอยู่ในมิติต่างๆ มาชนกัน เหล่าสัตว์ประหลาด, ปีศาจ, เอลฟ์, และมนุษย์ ที่อยู่คนละห้วงมิติ จึงต้องมาอยู่บนโลกความเป็นจริงเดียวกัน โลกความเป็นจริงนี้ถูกเรียกขานว่า “มหาทวีป”

ที่อาณาจักรเอเดิน ถิ่นที่อยู่ของเอลฟ์มีชื่อว่า “ดอล บลาธานน่า” ตั้งอยู่ในอาณาจักรเอเดิน ซึ่ง เอลฟ์ คือเผ่าพันธุ์แรกที่เข้าถึง เคออส และดึงพลังของเคออสมาใช้ กำเนิดเป็น Magic (เมจิก) หรือ “เวทมนตร์” เพราะเคออส มีอยู่ในทุกอณูของทุกสิ่ง ทุกชีวิต ทุกเผ่าพันธุ์ ไม่ได้มีแต่ในเอลฟ์เท่านั้น

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย เอลฟ์ จึงสร้างหอคอย Aretuza (อเรททูซ่า) ไว้ในอาณาจักรนี้ เพื่อเป็นสถานที่แห่งเวทมนตร์ และเอลฟ์ก็เริ่มคัดเลือกเหล่ามนุษย์ที่มีความสามารถเข้าถึง เคออส ทั้งแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

มนุษย์เหล่านี้คือ Mage (เมจ หรือ นักเวทย์) เพื่อให้มนุษย์นักเวทย์เหล่านั้นเรียนรู้ที่จะควบคุม และใช้เคออสเปลี่ยนเป็น เวทมนตร์ เช่นที่พวกเอลฟ์ทำได้

อเรททูซ่า

 

เนื่องจากเหล่าสัตว์ประหลาด และปีศาจ ที่มีมากมายเมื่อโลกมาหลอมรวมกันนั้น จึงทำให้เกิดโรงเรียนบ่มเพาะนักล่าปีศาจขึ้นมาโดยเฉพาะ นักล่าปีศาจเหล่านี้ถูกเรียกว่า The Witcher (เดอะวิชเชอร์)

ที่อาณาจักเคดเวน โรงเรียนเคียร์มอเรน (Kaer Morhen) หรือ โรงเรียนหมาป่า คือหนึ่งในโรงเรียนสอน เดอะวิชเชอร์ ซึ่งจะมีทั้งวิชเชอร์รุ่นเก่าที่เป็นอาจารย์ และนักเวทย์คอยช่วยขัดเกลาเหล่าวิชเชอร์ฝึกหัด ที่ถูกฝึกต่อสู้ ปรุงยา ร่ายเวทพื้นฐาน  ตั้งแต่ยังเด็ก

นักเวทย์สาวนามว่า วีเซนน่า (Visenna) ให้กำเนิดเด็กชายคนหนึ่งขึ้นมา ด้วยเหตุผลของการยึดกฏลอว์ออฟเซอไพรซ์ (Law of Surprise) วีเซนน่าจึงนำลูกชายตัวเองที่ยังเล็กอยู่ ไปทิ้งไว้ที่หน้าบ้านของเดอะวิชเชอร์นามว่า เวเซเมีย (Vesemir)

ที่อาณาจักเคดเวน เวเซเมีย นำตัวลูกชายของวีเซนน่ามาฝึกฝนที่ เคียร์มอเรน หรือ โรงเรียนหมาป่า สถานที่ฝึกสอนเด็กน้อยให้เติบโตเป็นเดอะวิชเชอร์ เวเซเมียให้นามลูกตัวน้อยของวีเซนน่า ว่า เกรัลต์ (Geralt)

วีเซนน่า แม่ของ เกรัลต์

 

ที่อาณาจักรเอเดิน เมืองเวนเกอเบิร์ก ชายหนุ่มที่เป็นลูกครึ่งเอลฟ์กับมนุษย์ สมสู่กับ มนุษย์เพศหญิง กำเนิดเป็นเด็กทารกเพศหญิงลูกเสี้ยวสองสายพันธุ์นามว่า Yennefer (เยนเนเฟอร์) ซึ่งจากคำสาปเลือดเอลฟ์ของพ่อ เยนเนเฟอร์ผู้น่าสงสาร จึงกำเนิดขึ้นโดยมีหลังค่อม ปากเบี้ยว กระดูกผิดรูป พิกลพิการตั้งแต่กำเนิด

ต่อมา เหล่ามนุษย์ก่อสงคราม เพื่อมุ่งหวังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เอลฟ์ กินเวลายาวนานหลายปี  ระหว่างสงครามกวาดล้าง พ่อของเยนเนเฟอร์ก็ถูกมนุษย์ฆ่าตายลงไปในการกวาดล้างนี้

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย ณ อเรททูซ่า นักเวทย์กลุ่มที่เคยฝึกเวทที่นี่ ก็มายึดครองอเรททูซ่าที่เอลฟ์สร้าง นักเวทย์กลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า Brotherhood of Sorcerers (บราเธอร์ฮู้ด ออฟ ซอร์สเซอร์เรอร์) หรือ ภราดรผู้วิเศษ

ภราดรผู้วิเศษ

 

โดยเหล่าภราดรผู้วิเศษ ใช้อเรททูซ่าแห่งนี้บ่มเพาะเหล่านักเวทย์ ให้สำเร็จเป็น ผู้วิเศษทั้ง หญิง และ ชาย (Sorceress และ Sorcerer)  และส่งผู้วิเศษเหล่านั้นของพวกตนไปช่วยเหลืออาณาจักรต่างๆ ทั่วมหาทวีป ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ซึ่งเหล่าผู้วิเศษนั้น แทบจะไม่แก่ลงเลย มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี

ที่สุดแล้ว หลังจากยืดเยื้อหลายปี เอลฟ์ถูกฆ่าแทบสูญพันธุ์ แต่ราชาเอลฟ์คือ ฟีลาเวนเดล ก็ยังรอดตายจากสงครามกวาดล้างที่ยาวนานครั้งนี้ และเอลฟ์ ก็กระจัดกจะจายซ่อนตัวอยู่ในอาณาจักรต่างๆทั่วมหาทวีป มนุษย์กับเอลฟ์ แตกหักกันอย่างสิ้นเชิง

ราชาเอลฟ์ ฟีลาเวนเดล

 

ที่อาณาจักรเอเดิน เมืองเวนเกอเบิร์ก แม่ของเยนเนเฟอร์ มีสามีใหม่เป็นคนเลี้ยงหมู เยนนิเฟอร์ต้องเติบโตขึ้นมาโดยยากลำบาก ต้องอยู่เหมือนไม่ใช่คนในคอกหมู ถูกกดขี่รังแกสารพัด ตั้งแต่เด็กจนโต..

ที่อาณาจักเคดเวน ณ โรงเรียนหมาป่า เคียร์มอเรน เกรัลต์ ต้องผ่านการฝึกฝนอันหฤโหด เพื่อให้เติบโตพร้อมเป็นนักล่าปีศาจ โดยเดอะวิชเชอร์ฝึกหัดที่อยู่รุ่นเดียวกับเกรัลต์ มีด้วยกัน 10 คน ขั้นตอนสำคัญที่สุด คือการดื่มยาปรุงที่มีฤทธิ์รุนแรง เพื่อให้เกิดการกลายพันธุ์และจะทำให้แข็งแกร่งขึ้น เด็กๆทั้ง 10 คนนั้น ตายไป 7 จากขั้นตอนนี้ รอดเพียง 3 คนเท่านั้น 1 ใน 3 ที่รอดก็คือ เกรัลต์

หลังจากเกรัลต์ผ่านการกลายพันธุ์ ทำให้เกรัลต์มีดวงตาและประสาทสัมผัสที่ 6 ดุจดั่งแมว จึงแกะรอยได้ดีกว่ามนุษย์ปกติ ร่างกายฟื้นฟูเร็วกว่ามนุษย์ ต้านทานพิษได้ แก่ช้า มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์หลายเท่า ใช้เวทมนตร์พื้นฐานที่เรียกว่า ซายน์ส (Signs) ได้ด้วย และแน่นอนว่า เก่งกาจการต่อสู้ขั้นสูง เพราะฝึกหนักมาตั้งแต่เด็ก

แต่เกรัลต์นั้นแอดวานซ์เข้าไปอีก เพราะกินยาที่ปรุงมีพิษร้ายแรงมากกว่าวิชเชอร์คนอื่น ทำให้ผมมีสีขาว  กลายพันธุ์มากกว่า มีพลังสูงมากว่า แก่ช้ามีอายุยืนมากกว่า หลังจากนั้น เกรัลต์ก็ออกรับจ้างล่าปีศาจเรื่อยมาตั้งแต่ยังหนุ่ม

เกรัลต์ เดอะ วิชเชอร์

 

ที่อาณาจักรเอเดิน เมืองเวนเกอเบิร์ก ทางด้านเยนเนเฟอร์ในช่วงวัยรุ่นกำลังโตเป็นสาว ก็กำลังโดนเด็กๆรุ่นเดียวกันกลั่นแกล้ง จึงพลั้งเผลอใช้เวทย์เปิดประตูมิติวาร์ปโดยไม่ตั้งใจ

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย เยนเนเฟอร์วาร์ปไปโผล่ที่หอคอยนางนวล อเรททูซ่า และพบกับผู้วิเศษหนุ่มนามว่า Istredd (อิสทริดด์) ก่อนที่อิสทริดด์จะรีบเปิดประตูวาร์ปอีกครั้ง เพื่อส่งเยนเนเฟอร์กลับบ้านที่เวนเกอเบิร์กทันที

เยนเนเฟอร์ มีดวงตาสีม่วง และปากเบี้ยวหลังค่อม

 

ที่อาณาจักรเอเดิน เมืองเวนเกอเบิร์ก ด้วยความสามารถเปิดประตูวาร์ปของเยนเนเฟอร์ อธิการของอเรททูซ่านามว่า Tissaia de Vries (ทิสไซอา เดอ วีเรียส) และเป็นหนึ่งในสมัชชาแห่งภราดรผู้วิเศษที่อเรททูซ่าด้วย จึงรีบไปนำตัวเยนเนเฟอร์มาอยู่ที่อเรททูซ่าอย่างเป็นทางการ เพื่อฝึกฝนให้เป็นผู้วิเศษ โดยอธิการทิสไซอา ซื้อตัวเยนนิเฟอร์มาจากพ่อเลี้ยงในราคาถูกๆ

อธิการทิสไซอา แห่ง อเรททูซ่า

 

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย หลังจากเยนเนเฟอร์มาเป็นเด็กฝึกหัดผู้วิเศษ เยนเนเฟอร์ก็มาพบกับกับอิสทริดด์บ่อยๆ ทั้งสองมีใจให้กัน และเยนเนเฟอร์ก็บอกความลับที่เธอมีพ่อเป็นลูกครึ่งเอลฟ์ให้อิสทริดด์รับรู้

เพื่อนร่วมรุ่นฝึกหัดผู้วิเศษของเยนเนเฟอร์นั้น มีที่โดดเด่น 2 คนก็คือ ฟริงจิลล่า วีโก้ และ  ซาบริน่า สองคนนี้สามารถเข้าถึงเคออสและดึงเวทย์มาใช้ได้รวดเร็ว แม้จะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ก็ตาม

ผิดกับเยนเนเฟอร์ ที่เข้าถึงเวทย์ได้ยากกว่า ซึ่งในที่สุด นักเรียนฝึกหัดผู้วิเศษที่ไม่เข้าเกณฑ์ ก็ถูกทิสเซอาสาปให้กลายเป็นปลาไหลไฟฟ้า เพื่อให้พลังงานอเรททูซ่าต่อไป แต่เยนเนเฟอร์ ฟริงจิลล่า ซาบรีน่า นั้นผ่านเกณฑ์มาได้ทั้ง 3 คน

Stregobor (สเตร๊กโกบอร์) หนึ่งในสมัชชาภราดรผู้วิเศษ เชื่อในคำทำนายคำสาปตะวันดับอันเก่าแก่ว่า เจ้าหญิง ที่กำเนิดในเวลาสุริยคราส จะได้พลังมืดของราชินีปีศาจลิลิธแห่งห้วงนรกมาทำลายโลก สเตร๊กโกบอร์ จึงตามจับบรรดาเจ้าหญิงเหล่านั้นมาขัง และฆ่า ผ่าพิสูจน์การกลายพันธุ์ด้วยพลังลิลิธ

สเตร๊กโกบอร์

 

ที่อาณาจักรโคเวีย แต่ ก็มีที่สเตร๊กโกบอร์ฆ่าไม่สำเร็จ นั่นคือเจ้าหญิง Renfri (เรนฟรี) แห่ง Creyden เมืองเล็กๆในอาณาจักรนี้ เจ้าหญิงเรนฟรีหนีออกมาได้ หนำซ้ำเรนฟรียังมีพลังต้านทานเวทมนตร์อีกด้วย ทำให้สเตร็กโกบอร์ทำอะไรเรนฟรีไม่ได้

เรนฟรีจึงเติบโต และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ หนำซ้ำเรนฟรียังมีพลังประหลาด ที่ทำให้ผู้ชายหลงสเน่ห์ยอมทำตามความต้องการเธออีกด้วย เรนฟรี จึงเริ่มคิดตามล่าสเตร๊กโกบอร์บ้าง

เจ้าหญิงเรนฟรี

 

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย สเตร๊กโกบอร์ กลับมาที่อเรททูซ่า เพื่อทำการการคัดเลือกผู้วิเศษไปประจำอาณาจักรต่างๆ ในฐานะ 1 ในสมัชชาภราดรผู้วิเศษ อิสทริดด์ซึ่งเป็นลูกศิษย์สเตร๊กโกบอร์ ก็นำข้อมูลที่เยนนิเฟอร์มีเลือดเอลฟ์ครึ่งนึงในตัว ไปบอกอาจารย์สเตร๊กโกบอร์ของตน 

เมื่อถึงขั้นตอนที่สมัชชาผู้วิเศษ จะทำการคัดเลือกผู้วิเศษไปประจำอาณาจักร เยนเนอเฟอร์นั้น ถูกอธิการทิสไซอาวางตัวไว้ให้ไปช่วย King Virfuril (คิงเวอเฟอริล) กษัตริย์หนุ่มแห่งอาณาจักรเอเดิน บ้านเกิดเยนเนเฟอร์

แต่สเตร๊กโกบอร์ใช้ข้อมูลที่ว่า เยนเนเฟอร์มีพ่อเป็นลูกครึ่งเอลฟ์ ไม่ควรไปอยู่เอเดิน เพราะซินทรากับเอเดินมีชายแดนติดกัน อาจจะทำให้ทั้งสองอาณาจักรบาดหมางกันได้ เนื่องด้วยคิงดาโกร้าดแห่งซินทราเกลียดเอลฟ์ และเกลียดผู้วิเศษเข้าไส้ (ซินทรา น่าจะโดนเอลฟ์โจมตีในสงครามกวาดล้างหนักสุด)

สมัชชาผู้วิเศษนำโดย อาโทเรียส วีโก้ จึงขอโหวตเพื่อให้ ฟริงจิลล่า วีโก้ หลานของตนเองที่เดิมทีถูกวางตัวให้ไปประจำนิล์ฟการ์ด ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของมหาทวีป สลับที่กับเยนเนเฟอร์ ให้เยนเนเฟอร์ไปนิล์ฟการ์ด และฟริงจิลล่าไปอยู่เอเดินแทน ซึ่งผลโหวตก็เป็นไปตามนั้น เยนเนเฟอร์ต้องไปนิล์ฟการ์ด

อาโทเรียส วีโก้ และ ฟริงจิลล่า วีโก้

 

พอเยนนิเฟอร์รู้เรื่อง ก็เข้าไปโวยวายกับอธิการทิสไซอา แต่เมื่อเยนเนเฟอร์รู้ความจริงว่า อิสทริดด์ คนรักของเธอ ไปเล่าเรื่องเลือดเอลฟ์ให้สเตร๊กโกบอร์ฟัง และสเตร๊กโกบอร์ก็นำเรื่องนี้ไปพูดในสมัชชา ทำให้เธอไม่ได้ไปเอเดิน

เยนเนเฟอร์จึงโกรธอิสทริดด์มาก และมุ่งหน้าไปหาเจ้าแห่งศิลปะเวทมนตร์นามว่า กิลทีน เพื่อเปลี่ยนตัวเองจากผู้พิการ ให้มีร่างกายทั้งตัวกลับเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป

อิสทริดด์

 

กิลทีน เอามดลูกเยนเนเฟอร์มาทำพิธีด้วยเวทมนตร์ให้เธอสวย ปากไม่เบี้ยว กระดูกกลับคืนรูปปกติไม่หลังค่อมแล้ว แต่ต้องแลกกับการมีลูกไม่ได้อีกเลย

ในงานเลี้ยงต้อนรับกษัตริย์จากอาณาจักรต่างๆ เจ้าชายฟอลเทรสและเจ้าหญิงเอ็ดด้า สองพี่น้องตัวน้อยจากอาณาจักรเทเมอเรีย ก็มาร่วมงานด้วย และคิงเวอเฟอริลแห่งอาณาจักรเอเดินก็แสดงท่าทีชัดเจน ว่าไม่ต้องการฟริงจิลล่า

เยนเนเฟอร์ เดินเข้ามาในงานด้วยลุคสวยเก๋ ถูกใจคิงเวอเฟอริลทันที เยนเนเฟอร์จึงได้ไปเป็นผู้วิเศษที่อาณาจักรเอเดินบ้านเกิดตนเองอย่างที่ตั้งใจ และฟริงจิลล่าก็ไปประจำนิล์ฟการ์ดตามเดิมที่เคยถูกวางตัวไว้เช่นกัน

เยนเนเฟอร์กับคิงเวอเฟอริล

 

ที่อาณาจักรซินทรา คิงดาโกร้าดแห่งอาณาจักรซินทรา ก็สิ้นพระชนม์ เจ้าหญิง Calanthe (คาลานเธ่ และมีอายุเท่าๆเรนฟรี) จึงขึ้นเป็นควีนแห่งอาณาจักรซินทราในขณะที่เพิ่งโตเป็นสาววัยรุ่น และออกศึกชนะสงครามเป็นครั้งแรก แต่ควีนคาลานเธ่แห่งซินทรา ก็ยังคงไม่ต้องการผู้วิเศษเฉกเช่นกษัตริย์องค์ก่อน เหล่าภราดรผู้วิเศษจึงหมางเมินซินทราเช่นดังเดิม

ที่อาณาจักเรดาเนีย สเตร๊กโกบอร์มาที่ Irion tower (หอคอยอิรีออน) ที่ตั้งอยู่กลางเมืองบลาวิแคน เพื่อหลบซ่อนเรนฟรี ซึ่งมาสเตอร์อิรีออนตายไปนานแล้ว สเตร๊กโกบอร์แค่มาทำหน้าที่ต่อโดยทุกคนในเมืองไม่รู้ แต่ก็ไม่พ้น เรนฟรีตามรอยสเตร๊กโกบอร์มาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน โดยนำพาชายหนุ่มที่โดนสเน่ห์เธอมาด้วยอีกกลุ่มนึง

เกรัลต์ เดอะวิชเชอร์ ที่ล่าปีศาจมาเรื่อย ก็เดินทางมาจนถึงเมืองบลาวิแคนในอาณาจักรเรดาเนีย เกรัลต์พบกับเรนฟรีผู้กำเนิดในเวลาคำสาปตะวันดับ ที่สเตร๊กโกบอร์กลัวนักกลัวหนา สเตร๊กโกบอร์ จึงต้องการจ้างให้เกรัลต์ฆ่าเรนฟรี

แต่เกรัลต์ไม่ทำ หนำซ้ำยังหลงสเน่ห์เรนฟรีไปอีกคน แต่เกรัลต์ก็พยายามหยุดเรนฟรี เพราะเรนฟรีจับเด็กผู้หญิงลูกเจ้าเมืองมาจี้คอ และขู่จะฆ่าคนทั้งเมืองถ้าสเตร๊กโกบอร์ไม่ออกมาจากหอคอย  เกรัลต์จึงฆ่าลูกน้องเรนฟรีที่ขวางทางตายเกลื่อนตลาด สุดท้ายเกรัลต์กับเรนฟรีก็ปะทะสู้กัน ก่อนเรนฟรีตาย เรนฟรีก็บอกคำทำนายกับเกรัลต์เรื่อง “เด็กหญิงในป่าจะอยู่กับเจ้าเสมอ นางจะเป็นโชคชะตาของเจ้า”

เกรัลต์จำใจฆ่าเรนฟรี

 

หลังจากเรนฟรีตาย เกรัลต์ก็นำเข็มกลัดเรนฟรีมาเก็บไว้ และได้ฉายา “จอมสับแห่งบลาวิแคน” มานับตั้งแต่นั้น ส่วนทางด้านศพของเรนฟรี สเตร๊กโกบอร์ก็ได้ไปผ่าสมใจ

ที่อาณาจักรซินทรา ควีนคาลานเธ่แห่งอาณาจักรซินทรา แต่งงานกับ ร็อกเนอร์ แห่งอาณาจักรแอปบิง เพื่อผลทางการทหาร ต่อมาคิงร๊อกเนอร์ได้รับการช่วยชีวิตจาก ดูนี่ อัศวินหนุ่มผู้ต้องสาป ดูนี่ไม่ต้องการสิ่งใดเพื่อตอบแทน จึงขอเพียง ลอว์ออฟเซอร์ไพรซ์ หรือ กฎการแทนคุณไร้เงื่อนไขจากคิงร๊อกเนอร์ ซึ่งลอว์ออฟเซอร์ไพรซ์ จะเป็นอะไรก็ตามที่คนผู้นั้น “ได้มา” โดยไม่รู้ตัว

เมื่อดูนี่กับคิงร๊อกเนอร์กลับมาถึงวังของซินทรา จึงพบว่าควีนคาลานเธ่ตั้งท้องลูกสาวคือ เจ้าหญิงพาเวทต้า โดยที่คิงร๊อกเนอร์ไม่รู้  เจ้าหญิงพาเวทต้า จึงผูกชะตากับอัศวินดูนี่ตามกฎลอว์ออฟเซอไพรซ์ แน่นอนว่าควีนคาลานเธ่ไม่เห็นด้วย หลังจากเจ้าหญิงพาเวทต้ากำเนิดได้ไม่นาน คิงร๊อกเนอร์ ก็สิ้นพระชนม์

ควีนคาลานเธ่ นางสิงห์แห่งซินทรา

 

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย คิงโฟลเทรสต์กับเจ้าหญิงเอ็ดด้า พี่น้องร่วมสายเลือด เติบโตเข้าสู่วัยกลางคน แต่รักกันและหักห้ามใจไม่อยู่ จึงทำให้เจ้าหญิงเอ็ดด้าท้องลูกของคิงฟอลเทรสพี่ชายตนเอง สร้างความปวดใจให้กับลอร์ดออสตริทที่หลงรักเจ้าหญิงเอ็ดด้า ลูกสาวของคิงฟอลเทรสกับเจ้าหญิงเอ็ดด้า จึงโดนออสตริทสาปให้กลายเป็น “ปีศาจสตริกก้า” ตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง

เจ้าหญิงเอ็ดด้าต้องตายอย่างทรมาน เพราะสตริกก้ากินมดลูกจากภายใน หลังจากนั้นเจ้าหญิงเอ็ดด้าก็ตายลง ศพถูกฝังไว้ในชั้นใต้ดินของวัง สตริกก้าก็คลานออกมาจากท้องเอ็ดด้า

ที่อาณาจักรเอเดิน เป็นเวลา 30 ปี ที่เยนเนเฟอร์รับใช้อาณาจักรนี้ ก็เกิดเรื่องขึ้น เมื่อมีมือสังหารนักเวทย์ลึกลับตามฆ่าควีนคาลิสแห่งเอเดินและลูกชาย ควีนคาลิสถูกสังหารก่อน และเยนเนเฟอร์ มิอาจช่วยชีวิตเจ้าชายตัวน้อยได้ทัน จึงตัดสินใจเลิกรับใช้อาณาจักร เลิกรวมกลุ่มกับภราดรผู้วิเศษ หันไปเป็นผู้วิเศษไร้สังกัด ท่องเที่ยวไปในมหาทวีป เพราะบัดนี้เยนเนเฟอร์มีจุดหมายใหม่แล้ว นั่นคือเธออยากมีลูก แต่เธอตัดมดลูกทิ้งไปตั้งแต่ตอนทำพิธีให้หายพิการ จึงสรรหาวิธีที่จะทำให้ตนเองมีลูกได้ไปทั่วมหาทวีป..

ที่อาณาจักรเอเดิน ในขณะที่เยนเนเฟอร์ทำตัวเป็นอิสระจากภราดรผู้วิเศษ เกรัลต์ก็เดินทางมาถึงอาณาจักรนี้ และพบกับ นักกวี เกรัลต์และนักกวีออกเดินทางไปที่ดอลบลาธานน่าด้วยกัน เพื่อตามหาปีศาจที่ขโมยเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่เกรัลต์กลับพบกับ ฟีลาเวนเดล ราชาของเอลฟ์ และฟีลาเวนเดลนั้นบอกเกรัลต์กับนักกวี ว่า..

มนุษย์บิดเบือนประวัติศาสตร์ จากการบอกเล่าปากต่อปาก จึงเกิดเป็นเรื่องเล่าขานกันมาว่า เหล่าเอลฟ์ ละทิ้งดอลบลาธานน่าบ้านเกิดด้วยความเต็มใจ และมอบถิ่นที่อยู่นี้ให้กับมนุษย์ พวกเอลฟ์ถอยไปอยู่กันที่ปราสาททองคำ มันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เพราะแท้จริงแล้ว เอลฟ์ถูกกวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่างหาก เกรัลต์และนักกวีกำลังจะโดนฟีลาเวนเดลฆ่า แต่ในที่สุด ฟีลาเวนเดลก็เปลี่ยนใจไว้ชีวิตทั้งคู่ และปล่อยตัวกลับไป

ฟีลาเวนเดล

 

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย สตริกก้าเริ่มเติบโตขึ้น จนกระทั่งเทเมอเรียไม่เหมือนเดิม เด็กเลี้ยงม้าและชาวเหมืองค่อยๆถูกสิ่งลึกลับฆ่า ข่าวลือว่าปีศาจมนุษย์หมาป่ามาจากห้องใต้ดินของสุสานเจ้าหญิงเอ็ดด้าคือตัวการ ทุกอย่างอึมครึมมายาวนาน 6 ปี ชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหว

ภราดรผู้วิเศษ รู้ข่าวนี้ จึงส่งตัว Triss Merigold (ทริส เมอริโกลด์) หนึ่งในผู้วิเศษฝีมือดีเพื่อนของเยนเนเฟอร์มาช่วยคิงฟอลเทรส ในขณะที่ทริสกำลังสืบสวน ชาวเหมืองก็ว่าจ้างให้ รีมัส หนึ่งในเดอะวิชเชอร์สังกัดโรงเรียนหมาป่าแต่คนละรุ่นกับเกรัลต์ มาฆ่ามนุษย์หมาป่านี้ แต่รีมัสสู้ไม่ได้และถูกสตริกก้าฆ่าตาย ทริสต้องปกปิดชาวเมืองไม่ให้รู้ว่า แม้แต่วิชเชอร์ก็สู้ไม่ได้

ทริส เมอริโกลด์

 

เกรัลต์ เดินทางล่าปีศาจมาเรื่อย จนถึงเทเมอเรีย จึงได้ยินข่าวมนุษย์หมาป่านี้ ลอร์ดออสตริทแสดงท่าทีขับไล่เกรัลต์ทันที แต่ทริสตามเกรัลต์มา และว่าจ้างให้เกรัลต์ช่วย เกรัลต์สืบจนรู้ว่า สิ่งลึกลับที่ฆ่าชาวเมืองคือ ปีศาจสตริกก้า ไม่ใช่มนุษย์หมาป่า และคิงฟอลเทรสสกับเอ็ดด้าคือพ่อแม่ของสตริกก้า ส่วนผู้สาปสตริกก้าคือลอร์ดออสตริท

ก่อนเข้าไปล้างคำสาปให้เจ้าหญิงตัวน้อย เกรัลต์มอบเข็มกลัดของเรนฟรีให้คิงฟอลเทรส เผื่อตนเองไม่มีชีวิตรอดออกมา ในที่สุด เกรัลต์ก็ล้างคำสาปให้เจ้าหญิงตัวน้อย กลับมาเป็นมนุษย์ปกติได้สำเร็จ

คิงโฟลเทรส

 

ที่อาณาจักรซินทรา หญิงม่ายนักรบอย่างควีนคาลานเธ่นั้นครองตัวอยู่เป็นโสดได้หลายปี เลี้ยงเจ้าหญิงพาเวทต้ามาคนเดียว จนกระทั่งควีนคาลานเธ่เริ่มหวั่นไหวมีใจให้กับลอร์ดไอ๊ส์ อัศวินหนุ่มผู้เก่งกาจแห่งเกาะสเกลลิเกอ ลอร์ดไอ๊ส์พยายามจะขอควีนคาลานเธ่แต่งงาน แต่ควีนคาลานเธ่ยังไม่ตกลงซักที

เจ้าหญิงพาเวทต้าลูกสาวของควีนคาลานเธ่ และ ดูนี่ ดึงดูดหากันด้วยโชคชะตา จนกระทั่งทั้งคู่รักกันและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ซึ่งในขณะที่เจ้าหญิงพาเวทต้าอายุ 15 ปี ควีนคาลานเธ่ก็กำลังจัดพิธีคัดเลือกคู่ครองให้เจ้าหญิงพาเวทต้า โดยในงานนี้ นักกวีและเกรัลต์ก็มาร่วมงานด้วย เกรัลต์ยังได้พบกับเพื่อนเก่านามว่า เมาส์แซค นักเวทย์ประเภท Druid (ดรูอิด)  ที่มาร่วมงานคัดเลือกคู่ครองนี้เช่นกันในฐานะที่ปรึกษาของลอร์ดไอ๊ส์

ในงานนี้ ลอร์ดเพเลกรินแห่งนิล์ฟการ์ด ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีสิทธิ์ในบัลลังค์นิล์ฟการ์ด ก็ขอมาคัดเลือกเป็นคู่ครองกับเจ้าหญิงพาเวทต้า แต่กลับโดนควีนคาลานเธ่ดูหมิ่นเกียรติ ลอร์ดเพเลกรินจึงกลับนิฟการ์ดไปด้วยความแค้นใจในควีนคาลานเธ่นับตั้งแต่นั้น

ลอร์ดดูนี่ อัศวินผู้ต้องสาป บุกเข้ามาในงานคัดเลือกคู่ครองนี้ และทวงสิทธิ์ลอว์ออฟเซอไพรซ์ อยากจะอภิเษกกับพาเวทต้า ควีนคาลานเธ่สั่งทหารฆ่าลอร์ดดูนี่ผู้ต้องสาป แต่เกรัลต์และลอร์ดไอ๊ส์ช่วยลอร์ดดูนี่สู้กับทหารซินทรา เพราะทั้งสองคนยึดมั่นในกฏลอว์ออฟเซอไพรซ์ ที่เจ้าหญิงพาเวทต้ากับลอร์ดดูนี่ผูกพันกันตามโชคชะตา

พาเวทต้ากับดูนี่

 

ควีนคาลานเธ่ พยายามจะฆ่าลอร์ดดูนี่ด้วยตนเอง ทำให้เจ้าหญิงพาเวทต้าระเบิดพลังเวทย์ที่แฝงในตระกูลออกมาปกป้องคนรัก ควีนคาลานเธ่จึงยอมเชื่อกฎแห่งโชคชะตานี้ และประกาศงานแต่งงานของตนเองกับลอร์ดไอ๊ส์ พร้อมกับงานแต่งของลอร์ดดูนี่กับเจ้าหญิงพาเวทต้าพร้อมๆกัน ทันทีที่ควีนคาลานเธ่ประกาศยอมรับลอร์ดดูนี่เป็นลูกเขยและทำพิธีแต่งงาน ลอร์ดดูนี่ก็ถูกถอนคำสาปทันที กลายเป็นมนุษย์ปกติ

เกรัลต์ กำลังจะจากไป แต่ลอร์ดดูนี่ยืนยันตอบแทนหนี้ชีวิตที่เกรัลต์ช่วยชีวิตตน เกรัลต์จึงขอลอว์ออฟเซอไพรซ์จากลอร์ดดูนี่ ทันใดนั้นเจ้าหญิงพาเวทต้าก็แพ้ท้องโดยที่เธอไม่รู้ตัว ลูกในท้องของพาเวทต้าจึงผูกชะตากับเกรัลต์ตามกฎแห่งโชคชะตา และเกรัลต์ก็ออกจากวังไป ขัดใจควีนคาลานเธ่ยิ่งนัก ที่ทั้งลูกและหลานต้องตกอยู่ภายใต้โชคชะตาที่เธอไม่ยึดถือ

ดรูอิดนามว่า เม้าส์แซค รู้เห็นเป็นพยานในเหตุการณ์นี้ทุกอย่าง จึงถวายตัวเป็นที่ปรึกษาของควีนคาลานเธ่และคิงไอ๊ส์นับตั้งแต่นั้นเช่นกัน เพื่ออยู่ดูแลหลานตัวน้อยของควีนคาลานเธ่ที่อยู่ในท้องเจ้าหญิงพาเวทต้า

เม้าส์แซค

 

 

ที่อาณาจักรเรดาเนีย ด้านทางเกรัลต์นั้นเครียดจนนอนไม่หลับ เรื่องที่ตนเองผูกชะตากับลูกในท้องของเจ้าหญิงพาเวทต้า จึงออกตามหาปีศาจจินน์เพื่อขอพร 3 ข้อ แต่ยังไม่ทันได้ขอ นักกวีนั้นพูดมาก เกรัลต์จึงโพล่งออกไปให้นักกวีเงียบเสียง จินน์สนองคำขอเกรัลต์ข้อที่ 1 ทันที ทำให้นักกวีพูดไม่ได้ และกำลังจะตาย ซึ่งเกรัลต์ยังไม่รู้ว่าตนเองคือผู้ได้ขอพร

นักกวีและเกรัลต์

 

 

เกรัลต์พาตัวนักกวีไปเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อหาตัวผู้วิเศษช่วยชีวิต นั่นก็คือเมืองรินด์ ที่เยนเนเฟอร์บังเอิญอยู่พอดี เกรัลต์พลั้งปากขอให้ทหารเมืองรินด์ที่ซ้อมตนเองอยู่หัวระเบิด และหัวก็ระเบิดจริงๆ เพราะจินน์ตอบสนองพรข้อ 2 เกรัลต์จึงรู้ตัว ว่าตนเองคือผู้ได้รับพร 3 ข้อจากจินน์ และยังเหลือพรอีก 1 ข้อ

เยนเนเฟอร์อยากได้พลังของจินน์เพื่อรักษามดลูกให้กลับคืนมา แต่เธอไม่สามารถสู้กับพลังจินน์ได้ ทำให้เกรัลต้องขอพรข้อสุดท้ายบางอย่างเพื่อช่วยเยนเนเฟอร์  หลังจากนั้น จินน์ ก็ลอยหายไปบนท้องฟ้า และเกรัลต์กับเยนเนเฟอร์ที่มีแรงดึงดูดกัน ก็มีเซ็กส์กันตอนนั้นเลย

เยนเนเฟอร์และเกรัลต์

 

ที่อาณาจักรโคเวีย หลังจากเยนเนเฟอร์พบกับเกรัลต์ที่เมืองรินด์ ทั้งคู่ก็มาพบกันอีกครั้งในภารกิจล่ามังกรเขียวบนหุบเขามังกร ซึ่งมังกรทองนามว่า บอซ ปลอมตัวมาว่าจ้างเกรัลต์ เพื่อไปช่วยมังกรเขียวที่ตายเพราะกำลังฟักไข่

สายพันธุ์หายาก มังกรทอง ในร่างชายแก่

 

หลังจากจบภารกิจ เยนนิเฟอร์โกรธเกรัลต์มาก เพราะเข้าใจว่าที่เธอรักเกรัลต์ก็เพราะเวทมนตร์ของจินน์จากพรข้อที่ 3  ไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นจริง ระหว่างที่ทั้งสองผิดใจกัน  มังกรทองก็ทำนายอนาคตของทั้งคู่ว่า เยนเนเฟอร์ จะคลอดลูกไม่ได้ตลอดชีวิต และเกรัลต์ ในที่สุดก็จะเสียเยนเนเฟอร์ไป

ที่อาณาจักรนาเซีย บริเวณใกล้ๆกับชายแดนซินทรากับนาเซีย เกรัลต์พบกองทหารนิฟการ์ดเดี้ยนแห่งอาณาจักรนิล์ฟการ์ด ที่รุกรานอาณาจักรอื่นๆ ไล่จากแดนใต้สุดของตนขึ้นมาทางเหนือเรื่อยๆในช่วงนี้ และดูเหมือนว่ากำลังมุ่งหน้ามาที่ซินทราเมืองหน้าด่านแรกของแดนเหนือ

ที่อาณาจักรซินทรา เกรัลต์จึงกลับมาที่อาณาจักรซินทราในรอบ 12 ปี เพื่อถามไถ่เม้าส์แซคว่าลูกของเจ้าหญิงพาเวทต้าเป็นอย่างไรบ้าง เกรัลต์ถึงพึ่งรู้ว่า ดูนี่และพาเวทต้านั้นเรือล่มกลางทะเลหายสาปสูญคาดว่าตายไปแล้วหลายปี และลูกของพาเวทต้าชื่อ เจ้าหญิง Cirilla (สิริลล่า)

สิริลล่า หรือ สิริ

 

โดยไม่มีใครรู้ว่า การที่นิล์ฟการ์ดรุกรานซินทราครั้งนี้ ได้รับคำชี้นำจาก ฟริงจิลล่า ผู้วิเศษที่หันเข้าใช้ศาสตร์มืดของเคออส ฟริงจิลล่าต้องการจับตัวสิริเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด เพื่อหวังใช้พลังของสิริยึดครองทั้งมหาทวีป

ที่อาณาจักรนาเซีย เยนเนเฟอร์ มาหาอีสทริดด์คนรักเก่า และในตอนนั้นเองที่ วิลเกอโฟลท์ หนึ่งผู้วิเศษซึ่งปลีกวิเวกไปนาน ก็มาตามตัวเยนนิเฟอร์กลับอเรททูซ่า เพื่อประชุมด่วน

ที่อาณาจักรเทเมอเรีย ณ อเรททูซ่า เหล่าภราดรผู้วิเศษ เกรงว่าฟริงจิลล่าจะนำนิล์ฟการ์ดรุกรานทั้งแดนเหนือทุกอาณาจักร แต่ฟริงจิลล่าก็โผล่มายืนยันกลางที่ประชุม ว่านิล์ฟการ์ดจะบุกยึดเพียงซินทรา

ฟริงจิลล่า ทรงอิทธิพลในนิล์ฟการ์ดแล้วตอนนี้

 

 

เหล่าภราดรผู้วิเศษ หมั่นไส้ซินทรามานานแล้ว เพราะเป็นอาณาจักรเดียวที่ไม่ต้องการผู้วิเศษ แถมยังตั้งท่ารังเกียจ สเตร๊กโกบอร์จึงเป็นตัวตั้งตัวตีอยากให้โหวตไม่ต้องไปช่วยซินทรา แต่อธิการทิสไซอาอยากไปช่วย ที่สุดแล้วซินทราก็ถูกเหล่าผู้วิเศษโหวตให้ทอดทิ้ง ไม่ต้องไปช่วย แม้อธิการทิสไซอาและซาบรีน่าไม่เห็นด้วย

อธิการทิสไซอา รวบรวมผู้วิเศษที่เห็นควรกับการป้องกันแดนเหนือ และไม่คิดว่านิล์ฟการ์ดจะหยุดแค่ซินทรา ทุกคนจึงออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ป้อม ซอดเดนฮิลล์ ทางเข้าหนึ่งเดียวที่จะยกทัพเข้าไปสู่ทุกๆอาณาจักรที่เหลือในแดนเหนือได้ ผู้วิเศษ 60 คน จึงรีบมุ่งหน้าไปที่ซอดเดน ซึ่งสเตร๊กโกบอร์และอาโทเรียสไม่ไปด้วย

ทริส, ซาบรีน่า, ทิสไซอา, วิลเกอโฟลท์

 

ที่อาณาจักรซินทรา ในเวลาเดียวกันที่สมัชชาผู้วิเศษทอดทิ้งซินทรา ควีนคาลานเธ่ก็จับเกรัลต์ไปขังคุกหลวงในวัง เพราะไม่อยากให้เกรัลต์พรากสิริไปจากตน ควีนคาลานเธ่ ที่ไม่สนใจโชคชะตา  มั่นใจมากว่าตนจะสู้นิล์ฟการ์ดได้ และปกป้องสิริได้  แต่ควีนคิดผิด

ที่อาณาจักรนาเซีย ระหว่างที่คิงไอ๊ส์และควีนคาลานเธ่นำกองทัพซินทราอยู่ที่ มาร์นาดาลสแตร์ ซึ่งเป็นชายแดนนาเซียกับซินทรา กำลังรอทัพเรือจากเกาะสเกลลิเกอ คิงไอ๊ส์ก็ถูกฆ่าตายในสนามรบ และควีนคาลานเธ่ก็บาดเจ็บหนักล่าถอยกลับมาในวัง เพราะฟริงจิลล่าใช้เวทย์ล่มกองเรือสเกลลิเกอไปก่อนจะมาถึงสนามรบ (เกาะสเกลลิเกอ อยู่นอกชายฝั่งออกไปในทะเล ทางขวาซินทรา)

*เอาแผนที่ไปดูกันครับ ว่าที่ใดอยู่ในอาณาจักรไหนบ้าง เอาเฉพาะทางแดนเหนือ ซึ่งนิล์ฟการ์ดอยู่ใต้สุดของมหาทวีป จึงไม่อยู่ในแผนที่นี้ครับ*

 

วันที่ 1

ที่อาณาจักรซินทรา ควีนคาลานเธ่ที่ใกล้ตาย ยอมรับในที่สุดกับโชคชะตา จึงสั่งให้เม้าส์แซคไปปล่อยเกรัลต์ แต่เกรัลต์ที่รับรู้ว่าซินทราถูกนิล์ฟกาเดี้ยนบุกวังแล้ว จึงแหกคุกออกมาก่อน และค้นหาสิริไปทั่ว

เมื่อเม้าส์แซคกลับมารายงานควีนคาลานเธ่ ว่าเกรัลต์หนีไปแล้ว ควีนคาลานเธ่จึงเรียกสิริมาสั่งเสีย มอบบัลลังก์ให้ แลัวสั่งให้สิริตามหาเกรัลต์ เพราะโชคชะตาของสิริกับเกรัลต์ผูกกัน หลังจากนั้น อัศวินหลวงก็พาสิริหนีออกจากวัง เกรัลต์จึงคลาดกับสิริ และควีนคาลานเธ่ก็โดดหอคอยวังลงมาตาย พร้อมกับที่เม้าส์แซคก็ถูกนิล์ฟการ์เดี้ยนจับตัวได้

อัศวินหลวงที่พาสิริหนี ก็โดน คาเฮีย แม่ทัพใหญ่ของแบล็คไนท์แห่งนิล์ฟการ์เดี้ยนฆ่าตาย แต่สิริใช้พลังเวทย์ที่แฝงในตัวแยกแผ่นดิน สิริจึงหนีคาเฮียออกไปจากเมืองได้สำเร็จ

วันที่ 2

ที่อาณาจักรซินทรา สิริหนีเข้าป่า และได้รับการช่วยเหลือจากเอลฟ์คนหนึ่งนามว่า ดาร่า หลังจากนั้น สิริก็ออกจากป่าหนีเข้าไปในค่ายผู้ลี้ภัยชาวซินทรา โดยเหล่าแบล็คไนท์ทหารของนิล์ฟการ์เดี้ยนตามหาสิริไปทั่วซินทรา ค่ายลี้ภัยจึงโดนถล่มเละ และดาร่าก็กลับมาพาสิริหนีเข้าป่าอีกรอบ

สิริแร่ร่อนในป่า

 

ที่กลางทางระหว่างเดินทางของผู้วิเศษ 60 คน ซึ่งก็เป็นอย่างที่อธิการทิสไซอาคาดไว้ นิล์ฟการ์เดี้ยนทำท่าจะยกทัพไปต่อที่ซ้อดเดนจริงๆ ผู้วิเศษนำโดยอธิการทิสไซอาและวิลเกอโฟลท์ จึงต้องยื้อให้ถึง 2 วัน กว่ากองทัพในอาณาจักรต่างๆของแดนเหนือจะยกมาป้องกันป้อมซ้อดเดนได้ทันการ

เหล่าผู้วิเศษสงสัยอย่างเดียวว่า ทำไมนิล์ฟการ์ดจึงไม่บุกซ้อดเดนทางเข้าแดนเหนือไปเลย มาแวะซินทราที่ต้องเลี้ยวออกไปไกลทำไม อธิการทิสไซอายังไม่รู้ว่า เหตุผลการบุกแดนเหนือ เพื่อไล่ล่าสิริคนเดียวเท่านั้น เพราะฟริงจิลล่ารู้แล้วว่า สิริหนีเข้าไปหลังแดนเหนือ และต้องพากองทัพฝ่าป้อมปราการที่ซ้อดเดนไปเท่านั้น

วันที่ 3

ที่รอยต่อของเทเมอเรียกับซินทรา สิริและดาร่า ร่นถอยมาจนถึงป่าโบรคีลอน ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของซินทรา และอยู่ในเขตแดนของเทเมอเลีย สิริจึงพบกับราชินีโบราณแห่งป่าโบรคีลอน คือนางไม้ที่มีนามว่า Queen Eithné (ควีนอิธเน่)

ควีนอิธเน่ 

 

ที่ค่ายทหารนิล์ฟการ์ดในซินทรา คาเฮีย ใช้ดอฟเลอร์ ซึ่งมีความสามารถก็อปปี้ร่างคน และได้ความทรงจำสั้นๆของร่างนั้นมาด้วย ดอฟเลอร์ไปก็อปปี้ตัวเป็นเม้าแซค และต้องเข้าป่าโบรคีลอนไปพาตัวสิริออกมา

ที่ป่าโบรคีลอน แต่สิริและดาร่าจับพิรุธได้ว่า นั่นคือเม้าแซคตัวปลอม ซึ่งในที่สุด สิริก็หนีมาได้อีกครั้ง และแยกทางกับดาร่า

ที่ค่ายทหารนิล์ฟการ์ดในซินทรา ดอฟเลอร์ ที่ก็อปปี้ร่างของสิริ ก็โกรธคาเฮียมาก ที่นำตัวเค้ามาพัวพันกับสิริผู้แกร่งกล้า ดอฟเลอร์สัมผัสถึงมหาพลังเวทย์ของสิริได้นั่นเอง ดอฟเลอร์จึงกลับมาโจมตีคาเฮีย แต่โดนคาเฮียสวนกลับด้วยแร่เงิน (ดอฟเลอร์แพ้เงิน)  และดอฟเลอร์ก็หนีคาเฮียมาได้

คาเฮีย แม่ทัพแบล็คไนฟ์แห่งนิล์ฟการ์เดี้ยน

 

ที่รอยต่อของเทเมอเรียกับซินทรา  สิริ ที่หนีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับเมียของพ่อค้า ที่ชักชวนให้ไปนอนพักที่บ้านของสามีเธอ แต่สิริไม่ไป ในคืนนั้น สิริเผลอใช้เวทย์ฆ่าผู้คนไปมากมายที่จะมาจับตัวเธอ ก่อนจะสลบไป

ในคืนเดียวกัน เกรัลต์ที่ตามหาสิริไปทั่วอาณาจักรซินทรา และช่วยพ่อค้าจากผีดิบกูล ก็โดนผีดิบกูลกัดบาดเจ็บสลบไป พ่อค้าพาร่างเกรัลต์ขึ้นรถม้า เพื่อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน

วันที่ 4

เช้าวันรุ่งขึ้น เมียพ่อค้าพบสิรินอนอยู่กลางป่า รอบข้างพบศพกระจุยกระจายของชาวบ้านที่สิริพลั้งฆ่าไป จึงชวนมานอนพักที่บ้านพ่อค้าอีกครั้ง คราวนี้สิริยอมไป

ที่ป้อมซ้อดเด้นฮิลล์ เหล่าผู้วิเศษทั้ง 60 คนเดินทางมาถึงป้อมซ้อดเดน และเตรียมตัวตั้งรับนิล์ฟการ์เดี้ยน พอถึงเวลากลางคืน ระหว่างที่ทุกคนหลับ ฟริงจิลล่าใช้นักเวทย์ศาสตร์มืดเปลี่ยนตัวเองเป็นลูกไฟ เพื่อโจมตีป้อมซ้อดเดนกลางดึก แต่เยนเนเฟอร์ ตื่นขึ้นมาสร้างบาเรียกันลูกไฟไว้ได้ 

วันที่ 5

ที่ป้อมซ้อดเด้นฮิลล์ ในตอนเช้า ผู้วิเศษส่วนนึงจึงขวัญเสียหนีไป ที่เหลือก็ถูกฆ่าไปมากมาย  ซาบริน่า ถูกฟริงจิลล่าปล่อยของใส่ จึงหันไปโจมตีเยนเนเฟอร์ด้วยการใช้มีดสั้นแทงท้อง และตกลงหอคอยลงมาอาการสาหัส ด้านอธิการทิสไซอา ก็ถูกฟริงจิลล่าลดพลังเวทย์ ทริส ก็สู้และยื้อกับนิฟการ์เดี้ยนเจียนตาย วิลเกอร์โฟลท์ก็โดนเล่นของใส่เช่นกัน จึงเหลือเพียง เยนเนเฟอร์ ที่ยังพอสู้ไหว

การต่อสูยืดเยื้อมาถึงเวลากลางคืน อธิการทิสไซอาส่งพลังจิตสื่อสารให้เยนเนเฟอร์ปลดปล่อยเคออส มาสร้างพลัง เยนเนเฟอร์จึงปล่อยไฟลงป่าฆ่านิฟการ์เดี้ยนไปมากมาย และเธอก็หายตัวไป พร้อมๆกับที่คิงฟอลเทรสยกทัพจากเทเมอเรียมาช่วยพอดี

เยนเนเฟอร์สู้สุดใจ

 

ที่รอยต่อของเทเมอเรียกับซินทรา ในคืนเดียวกันนั้นที่เยนนิเฟอร์ปล่อยเพลิง สิริฝันเห็นทิสไซอาเรียกเยนเนเฟอร์ และฝันเห็นเกรัลต์เรียกเยนเนเฟอร์ ด้านเกรัลต์ที่ยังคงอาการหนักนอนพักกลางป่า ก็ฝันถึงวีเซนน่าแม่ตนเองในระหว่างทางที่พ่อค้าจะพาไปพักที่บ้าน

วันที่ 6

ที่รอยต่อของเทเมอเรียกับซินทรา ในตอนเช้า สิริหนีออกจากบ้านพ่อค้าเข้าป่าไป พร้อมๆกับที่เกรัลต์มาถึงบ้านพ่อค้าพอดี จึงได้ยินเมียพ่อค้าบอกถึงเด็กหญิงที่พบกลางป่า เกรัลต์นึกถึงคำพูดของเรนฟรีทันทีว่า “เด็กหญิงในป่าจะอยู่กับเจ้าเสมอ นางจะเป็นโชคชะตาของเจ้า” เกรัลต์จึงรีบเข้าป่า และพบกับสิริในที่สุด สิริถามเกรัลต์ทันทีว่า เยนเนเฟอร์คือใคร เพราะเธอฝันเห็นเกรัลต์กับอธิการทิสไซอาเรียกนั่นเอง (แต่สิริยังไม่รู้จักอธิการทิสไซอาในตอนนี้)

เกรัลต์พบสิริในที่สุด

จบ สวัสดีครับ _/\_

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด