ประวัติ Winter Soldier

หมวดหมู่ MARVEL ผู้เขียน

James Buchanan Barnes หรือ “Bucky” เกิดวันที่ 10 มีนาคม ปี 1917 ที่เมืองบรูคลิน รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา บัคกี้มีพี่น้องอยู่ 4 คน และเขาเป็นลูกคนโต ในช่วงวัยเด็ก บัคกี้มักพบเห็นเด็กชายร่างเล็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับตน กำลังโดนเด็กเกเรที่ตัวโตกว่าซ้อมและรังแกอย่างสนุกสนาน

แต่เด็กชายร่างเล็กผู้นี้กลับมีหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้และไม่หนี แม้จะถูกรังแกจนบาดเจ็บขนาดไหนก็ตาม นานวันเข้าบัคกี้ก็ทนไม่ไหว จึงเข้าไปตะลุมบอนกับเด็กโตพวกนั้นเพื่อช่วยเพื่อนในวัยเดียวกันผู้น่าสงสารคนนี้ ทั้งคู่จึงถูกเด็กเกเรซ้อมซะน่วมไปทั้งตัว แต่ทั้งคู่ก็ยืนหยัดต่อสู้โดยไม่ถอย จนในที่สุดพวกเด็กเกเรก็ล่าถอยไปเอง ตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนรักที่ตัวติดกัน ไปไหนไปกัน และเด็กน้อยเพื่อนรักของบัคกี้คนนี้ชื่อว่า Steve Rogers (สตีฟ โรเจอร์ส)

บัคกี้เติบโตขึ้นเป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน แถมยังเรียนเก่งอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มป็อบปูล่ามาตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเลยทีเดียว แตกต่างกับสตีฟ ที่เล่นกีฬาก็สู้ใครไม่ได้ และมักไม่มีใครยอมเล่นด้วย แต่ก็พยายามจะเล่น และเด็กสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกันก็ไม่เคยชายตามองสตีฟ เพราะเขาตัวเล็ก แต่บัคกี้ก็ไม่เคยทอดทิ้งสตีฟเลย

ปี 1940 บัคกี้ในวัย 23 ปี ซาร่าห์แม่ของสตีฟก็เสียชีวิตด้วยวัณโรค (พ่อของสตีฟตายตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1) หลังจากงานศพของซาร่าห์ บัคกี้พยายามที่จะชวนให้สตีฟไปอยู่กับตนที่บ้าน แต่สตีฟก็ปฏิเสธ และบอกกับบัคกี้ว่า เขาดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง บัคกี้จึงเคารพการตัดสินใจของเพื่อนรัก

“ไม่ว่าจะยังไง ชั้นจะอยู่เคียงข้างนายจนสุดทาง..” (Cap 2)

 

 

ปี 1942 บัคกี้ในวัย 25 ปี บัคกี้และสตีฟก็รับทราบข่าวจากสื่อและรัฐบาลว่า อเมริกาได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการแล้ว เด็กหนุ่มในบรูคลินต่างถูกเกณฑ์ไปอบรมที่ Goldie’s Boxing Gym (โกลดี้ บ็อกซิ่ง ยิม) เพื่อให้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นของสงครามครั้งนี้

 

2 สัปดาห์ต่อ มาที่โกลดี้บ็อกซิ่งยิม หลังจากบัคกี้และสตีฟ รวมถึงเด็กหนุ่มอีกนับร้อย ผ่านการอบรมหลักสูตรเพื่อไปรบเบื้องต้น ทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของกองทัพสหรัฐฯ สตีฟได้รับการจัดเป็น 4F ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์นั่นเอง แต่บัคกี้ผ่านฉลุย และถูกเกณฑ์เข้ากองทัพนับตั้งแต่นั้น

 

ปี 1943 บัคกี้ในวัย 26 ปี บัคกี้ก็กลับมาที่บรูคลินอีกครั้ง และบอกกับสตีฟเพื่อนรักของเค้าว่า บัดนี้ตนเองได้ติดยศจ่าสิบเอกแล้ว และประจำหน่วยรบ 107 คืนนั้นบัคกี้ยังได้ชวนสตีฟไปเดินเล่นที่งานเวิร์ลเอ๊กซ์โปว์ ซึ่งฮาเวิร์ด สตาร์ค นำเทคโนโลยีของสตาร์คอินดรัสทรีส์มาร่วมงานด้วย

บัคกี้ และ สตีฟ ในงานเวิร์ลเอ๊กซ์โปว์ (Cap 1)

 

และในวันรุ่งขึ้นบัคกี้ก็ขึ้นเรือและเดินทางไปที่เกาะอังกฤษ ฐานที่มั่นแนวหน้าของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งหน่วยรบ 107 ของบัคกี้ก็คือแแนวหน้าของกองทัพสหรัฐฯ

 

ปี 1943 บัคกี้ในวัย 26 ปี ที่อังกฤษ หลังจากจ่าบัคกี้ไปประจำหน่วยรบ 107 และอยู่ในแนวหน้า บัคกี้ได้รับมอบหมายให้เป็นพลแม่นปืน หรือ “สไนเปอร์” เพราะความยิงแม่นที่โดดเด่นของเขา ซึ่งการต่อสู้ประชิดตัวบัคกี้ก็ทำได้ไม่เป็นรองใคร เพราะมีพื้นฐานเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว และยังได้รับการฝึกฝนการต่อสู้จากกองทัพเพิ่มเติมเข้าไปด้วย บวกกับตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้ต่อสู้กับพวกเยอรมัน ทำให้ทักษะการสู้รบของบัคกี้สูงมาก

จ่า บูคาแนน “บัคกี้” บานส์ สไนเปอร์มือฉมัง (Cap 1)

 

เดือนตุลาคม ปี 1943 ที่ออสเตรีย ระหว่างการสู้รบอย่างหนักหน่วงของฝ่ายสัมพันธมิตรและนาซีนั้น หน่วย 107 ของบัคกี้ก็ถูกกองกำลังไฮดร้าจับตัวเป็นเชลยไว้ในเขตประเทศออสเตรีย ซึ่งอยู่ในการยึดครองของเยอรมัน

ที่เทือกเขาแอลป์ ออสเตรีย ทุกคนในหน่วยถูกจับขังไว้ในคุกใต้ดินที่โรงงานอาวุธไฮดร้า ยกเว้นเพียงจ่าบัคกี้ที่ถูกดร.อานิม โซล่า จับตัวมาทดลองโปรเจคสำคัญของตนเอง นั่นคือการล้างสมองเพื่อให้ผู้ถูกทดลองทำตามคำสั่งทุกๆอย่าง และบัคกี้นั้นก็ถูกทดลองอย่างทารุณในโรงงานอาวุธไฮดราแห่งนี้..

บัคกี้กำลังถูกดร.โซล่าของไฮดร้าล้างสมอง (Cap 1)

 

เดือนพฤศจิกายน ปี 1943 ที่อิตาลี สตีฟในฐานะกัปตันอเมริกา หลังจากโดนเปลี่ยนแปลงร่างกายและประสาทสัมผัสให้เพิ่มขึ้นอย่างมากมายแล้ว เพกกี้ก็เปรยให้สตีฟรับรู้ว่า หน่วย 107 ถูกเยอรมันจับเป็นเชลย

สตีฟจึงลอบเข้าเขตประเทศออสเตรีย เพื่อบุกช่วยเชลยและบัคกี้ โดยได้รับการช่วยเหลือจากฮาเวิร์ดและเพกกี้ แอบขับเครื่องบินพาสตีฟมาโดดร่มที่ออสเตรีย และระหว่างที่บัคกี้กำลังสะลึมสะลือและสติเกือบหลุด เขาก็เห็นสตีฟเพื่อนรักของเขาโผล่เข้ามาช่วย สตีฟรีบเรียกสติบัคกี้กลับมา และรีบพาบัคกี้หนี

สตีฟ – “ชั้นคิดว่านายตายไปแล้ว” /บัคกี้ – “ชั้นก็คิดว่านายตัวเล็กกว่านี้..” (Cap 1)

 

ด้านทางเร้ดสกัลล์นั้นหลังจากรู้ว่ากัปตันอเมริกาบุกโรงงานอาวุธไฮดร้าของตน เร้ดสกัลล์จึงกดปุ่มนับถอยหลังเพื่อทำลายโรงงานอาวุธไฮดร้าแห่งนี้กลบเกลื่อนร่องรอย

ระหว่างที่เพื่อนรักทั้งสองกำลังจะหนีข้ามสะพานเหล็ก เร้ดสกัลล์ก็โผล่มาขวางสตีฟ เร้ดสกัลล์และสตีฟสู้กันอย่างดุเดือด ดร.โซล่าเกรงว่าการปะทะกันจะยืดเยื้อ และจะหนีระเบิดไม่ทัน จึงสับสวิทย์ให้สะพานเหล็กแยกจากกัน และบัคกี้กับสตีฟก็หนีออกมาได้พร้อมกับบรรดาหน่วยรบ 107

สตีฟและบัคกี้กำลังรีบหนีออกมาก่อนโรงงานระเบิด (Cap 1)

 

สตีฟนำพาบัคกี้และหน่วย 107 เดินเท้า 30 ไมล์กลับมายังฐานของหน่วย SSR ในอิตาลี บัคกี้เริ่มปรบมือให้กัปตันอเมริกาเพื่อนรักเป็นคนแรก ก่อนที่ทั้งกองทัพจะไชโยโห่ร้องชื่มชมสตีฟกันอื้ออึงไปทั่วทั้งฐาน

ผู้พันฟิลิปส์ไว้วางใจให้สตีฟตามถล่มฐานที่มั่นไฮดร้าไปทั่วทั้งยุโรป สตีฟจึงขอจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนี้ขึ้นมาเอง ในชื่อว่าหน่วย Howling Commandos (ฮาวลิง คอมมานโด) สตีฟคัดเลือกสมาชิกทีมด้วยตนเอง ซึ่งมีจ่าบัคกี้ร่วมทีมด้วย

หน่วยฮาวลิ่งคอมมานโด (Cap 1)

 

ปี 1945 ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่จัดตั้งหน่วยฮาวลิ่งคอมมานโด บัคกี้ก็ทำหน้าที่ช่วยเพื่อนๆในทีมอย่างเป็นอย่างดี ทีมฮาวลิงฯของกัปตันโรเจอร์ตามถล่มฐานไฮดร้าไปทั่วยุโรป สร้างความเสียหายให้ไฮดร้าเป็นอย่างมาก เร้ดสกัลล์จึงวางแผนกำจัดทีมฮาวลิ่งคอมมานโดนี้ซะ

ที่เทือกเขาแอลป์ ไฮดร้าจึงปล่อยข่าวว่า ดร.โซล่าอยู่บนรถไฟความเร็วสูงของไฮดร้า เพื่อให้ทีมฮาวลิ่งคอมมานโดไปติดกับดักบนรถไฟ บัคกี้กับสตีฟขึ้นไปเพียง 2 คนจึงโดนไฮดร้าโจมตีอย่างหนัก บัคกี้เสียท่าและตกหน้าผาไป สตีฟคิดว่าบัคกี้ตายแล้ว และสตีฟ ก็จับดร.โซล่ากลับไปขังในฐานะเชลยสงครามที่หน่วย SSR

บัคกี้หยิบโล่ไวเบรเนียมของสตีฟมารับกระสุนก่อนตกหน้าผา (Cap 2)

 

แต่บัคกี้บาดเจ็บสาหัสและแขนขาด ไฮดร้าออกไปค้นหาศพของบัคกี้ และพบว่าบัคกี้ยังไม่ตาย จึงจับบัคกี้มายังห้องทดลองลับของไฮดร้าในสหภาพโซเวียต และไฮดร้าก็ช่วยชีวิตบัคกี้ เพื่อจะนำมาทดลองต่อไป พร้อมกับใส่แขนเทียมโลหะที่เป็นไซเบอร์เนติคให้

ระหว่างนั้นบัคกี้ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา เมื่อพบว่าตนเองมีแขนเป็นเหล็กก็อาละวาดไปทั่ว นักวิทยาศาสตร์ไฮดร้าจึงฉีดยาสลบและจับบัคกี้แช่แข็งไว้ไม่มีกำหนด เพื่อรอการกลับมาของดร.โซล่ามาทดลองต่อไป

บัคกี้ถูกใส่แขนโลหะกล (Cap 2)

 

ปี 1947-1948 หน่วยชิลด์ถูกจัดตั้งขึ้นโดยฮาเวิร์ด เพกกี้ และผู้พันฟิลลิป และดร.โซล่าก็เป็นอิสระจากการคุมขัง ซ้ำยังได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ประจำชิลด์อีกด้วยจากโปรเจคเปปเปอร์คลิปของชิลด์

ดร.โซล่า แอบกลับไปที่ไซบีเรียบ่อยๆ เพื่อทดลองบัคกี้ต่อไป ดร.โซล่าคิดค้นสูตรยาจอมพลังคล้ายๆของดร.เอิลสกิน ซึ่งดร.โซล่าก็วิจัยสำเร็จ จึงทดลองกับบัคกี้ และได้ผล บัคกี้กลายเป็นมนุษย์ทรงพลังเทียบเท่ากัปตันอเมริกา และไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่เลยจากการถูกล้างสมองให้ทำตามคำสั่ง กำเนิด Winter Soldier (วินเทอร์ โซลเยอร์) เป็นคนแรก

บัคกี้ หรือ วินเทอร์โซลเยอร์ ถูกไฮดร้าแช่แข็ง (Cap 3)

 

ไฮดร้า จะละลายน้ำแข็งบัคกี้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการสำคัญให้บัคกี้ลอบสังหารเท่านั้น บัคกี้จึงอยู่ในสภาพโดนแช่แข็งซะเป็นส่วนใหญ่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา..

ปี 1949 – 1990 ตลอดเวลา 40 ปี แม้ภารกิจของบัคกี้จะมีเพียงไม่กี่ครั้ง แต่บรรดาสายลับทั่วยุโรปต่างรู้จักความเด็ดขาดของสายลับผีในตำนาน วินเทอร์ โซลเยอร์ เพราะมีข่าวลือว่า ทหารนักฆ่าคนนี้กำเนิดมาจากความเย็นยะเยือกของสหภาพโซเวียตในฤดูหนาว และไม่มีใครเคยจับกุมตัวบัคกี้ได้ บัคกี้จะปฎิบัติภารกิจลอบสังหารสำเร็จทุกครั้งที่ลงมือ ซึ่งไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว สร้างความครั่นคร้ามในวงการสายลับไปทั่ว ถึงผีในตำนานผู้นี้..

นักฆ่าในตำนานสายลับ Winter Soldier (Cap 2)

 

ปี 1991 ที่ไซบีเรีย สหภาพโซเวียต ผู้พันคาพอฟผู้ดูแลโปรเจควินเทอร์โซลเยอร์คนล่าสุด ก็ปลุกบัคกี้ขึ้นมาจากการแช่แข็งอีกครั้ง เพื่อให้บัคกี้ปฎิบัติภารกิจสำคัญยิ่ง นั่นคือการลอบสังหารหนึ่งในผู้ก่อตั้งหน่วยชิลด์..

ผู้พันคาพอพอ่านชุดรหัสคำสั่ง เพื่อสะกดจิตบัคกี้ (Cap 3)

 

ฮาเวิร์ด สตาร์ค 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งชิลด์ ได้คิดค้นเซรุ่มสูตรยาจอมพลังได้คล้ายกับของสตีฟสำเร็จจนได้ แต่ขณะที่ฮาเวิร์ดและมาเรียกำลังจะขับรถเดินทางไปสนามบินนั้น ก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น

ระหว่างเดินทาง สองสามีภรรยาตระกูลสตาร์ค ก็โดนบัคกี้หรือวินเทอร์โซลเยอร์ตามมาสังหารอย่างเหี้ยมโหด บัคกี้เอาเซรุ่มจอมพลัง 5 ถุงไปจากท้ายรถฮาเวิร์ด และจัดฉากว่านี่คืออุบัติเหตุทางรถยนต์

ฮาเวิร์ดโดนบัคกี้ใช้แขนเหล็กทุบหน้าจนตาย (Cap 3)

 

ที่ไซบีเรีย สหภาพโซเวียต หลังจากนั้นบัคกี้ก็นำเซรุ่มกลับไปให้ผู้พันคาพอฟที่ไซบีเรีย และกำเนิดวินเทอร์โซลเยอร์ใหม่ขึ้นมาอีก 5 คนจากสูตรเซรุ่มของฮาเวิร์ด แต่วินเทอร์โซลเยอร์ใหม่ทั้ง 5 คน ควบคุมไม่ได้เหมือนบัคกี้ ผู้พันคาพอฟจึงแช่แข็งวินเทอร์โซลเยอร์ทั้ง 6 ไว้อีกครั้ง..

ซึ่งในขณะนั้นลูกชายเพียงคนเดียวของฮาเวิร์ดคือ “โทนี่ สตาร์ค” ที่มีอายุ 20 ปี จึงกลายเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ค อินดัสทรีส์โดยอัตโนมัติ จากพินัยกรรมที่ฮาเวิร์ดทิ้งไว้ให้

 

ปี 2009 บัคกี้ในวัย 92 ปี ก็ถูกละลายน้ำแข็งออกมาเพื่อสังหารวิศวกรนิวเคลียร์ชาวอิหร่าน บัคกี้ดักรอระหว่างทางที่สายลับสาวของชิลด์ที่ชื่อ นาตาชา โรมานอฟ หรือ “แนท” ฉายา แบล็กวีโดว์ กำลังขับรถพาวิศวกรนิวเคลียร์คนนี้หนีออกมาจากอิหร่าน

บัคกี้ ก็เข้ามาโจมตีรถของแนท บัคกี้ยิงล้อรถทำให้รถเสียหลักกำลังจะตกหน้าผา แนทดึงวิศวกรคนนั้นออกมาจากรถได้ทัน บัคกี้ยิงซ้ำอีก แนทเอาตัวบังกระสุนให้วิศวกรคนนั้น แต่กระสุนก็ทะลุท้องแนท และพุ่งไปสังหารวิศวกรนิวเคลียร์คนนั้นตายคาที่

รอยกระสุนที่บัคกี้ยิงแนททะลุช่องท้องบริเวณด้านซ้าย (Cap 2)

 

แนทเห็นหน้าบัคกี้และจดจำบุคลิกลักษณะการลอบสังหารของบัคกี้ไว้ทั้งหมดได้ และหลังจากนั้น แนทก็นำกระสุนลูกนั้นไปตรวจสอบ จึงพบว่า เป็นกระสุนที่ผ่านการตกแต่งจนแกะรอยไม่ได้ ซึ่งมาจากสหภาพโซเวียตบ้านเกิดเธอนั่นเอง หลังจากภารกิจลุล่วง บัคกี้ก็ถูกไฮดร้าแช่แข็งอีกครั้ง

 

ปี 2014 บัคกี้ในวัย 97 ปี ก็ถูกละลายจากการแช่แข็งอีกครั้ง โดยครั้งนี้บัคกี้ต้องสังหารผ.อ. นิค ฟิวรี่ ของชิลด์ บัคกี้ไปดักรอผ.อ.ฟิวรี่กลางถนนในวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนที่จะยิงกระสุนระเบิดแม่เหล็กใส่ใต้ท้องรถของผ.อ.ฟิวรี่ ทำให้รถพลิกคว่ำทันที แต่ผ.อ.ฟิวรี่ยังไม่ตาย บัคกี้กำลังจะเข้าไปยิงซ้ำ ผ.อ.ฟิวรี่ก็เจาะใต้ท้องรถหนีไปได้ก่อน

บัคกี้ดักโจมตีรถเอสยูวีของผ.อ.นิค ฟิวรี่ กลางถนนใน ดี.ซี. (Cap 2)

 

บัคกี้จึงประสานงานกับสายสืบไฮดร้า และพบว่าผ.อ.ฟิวรี่อาจจะไปหาสตีฟ บัคกี้จึงตามไปซุ่มดักรอผ.อ.ฟิวรี่ที่ตึกตรงกันข้ามกับห้องสตีฟ ซึ่งตอนที่บัคกี้ไปซุ่มอยู่นั้น ทั่วทั้งในห้องมีแต่ความมืด แต่บัคกี้สไนเปอร์เล็งรออย่างใจเย็น..

จวบจนกระทั่งสตีฟเปิดไฟแว่บเดียว เผยให้เห็นผ.อ.ฟิวรี่นั่งอยู่ในห้อง เพียงครู่เดียวไฟในห้องก็ดับอีกครั้ง แต่ด้วยความชำนาญ บัคกี้เห็นเงาในห้องเคลื่อนไหว ก็ลั่นไกสังหารทันที และถูกผ.อ.ฟิวรี่กลางหน้าอกเต็มๆ

เมื่อภารกิจสำเร็จบัคกี้จึงจะหลบหนี แต่สตีฟก็วิ่งกวดตามมาบนตึกจนทันเกือบจะถึงตัวบัคกี้ และสตีฟก็ขว้างโล่ไวเบรเนียมใส่บัคกี้ทันที แต่บัคกี้ก็หันมารับโล่ทัน และขว้างกลับไปอย่างรุนแรง ก่อนที่จะกระโดดตึกหนีไป

บัคกี้รับโล่ที่สตีฟขว้างมาได้แบบชิลๆ (Cap 2)

 

บัคกี้ได้รับภารกิจต่อไปจากเลขาธิการเพียซแห่งฃิลด์ หนึ่งในผู้นำไฮดร้า ให้ตามสังหารสตีฟให้ได้ และเมื่อบัคกี้ได้รับข้อมูลจากสายไฮดร้า ว่าสตีฟและแนทพร้อมด้วยฟัลคอนจับตัวซิตเวลล์ไป เพียซจึงสั่งให้บัคกี้สังหารซิตเวลล์ปิดปากซะด้วยอีกคน

บัคกี้ก็ติดตามรถของสตีฟไปบนทางด่วน และใช้แขนไซเบอเนติคกระชากซิตเวลล์ออกจากรถและเหวี่ยงออกไปให้รถบรรทุกเหยียบ ซิตเวลล์ตายทันที และบัคกี้ก็ไล่ล่าทั้ง 3 คนอย่างดุดัน

บัคกี้กราดยิงแนท (Cap 2)

 

บัคกี้ยิงหัวไหล่แนทจนบาดเจ็บ ก่อนที่บัคกี้กำลังจะตามไปยิงซ้ำแนท สตีฟก็เข้ามาขัดขวางและดวลกับบัคกี้ ทั้งคู่สู้กันสูสี จนกระทั่งสตีฟกระชากหน้ากากของบัคกี้ออก สตีฟจึงเห็นหน้าเพื่อนรักอีกครั้งในรอบ 70 ปีที่คิดว่าตายไปแล้ว แต่คราวนี้สถานะทั้ง 2 คนกลับกลายเป็นศัตรูอยู่คนละฝั่งกัน และสตีฟก็เรียกชื่อบัคกี้

“ใครกันเหรอ.. บัคกี้..?” (Cap 2)

 

สมองบัคกี้รู้สึกคุ้นเคยกับสตีฟ แต่เพียงชั่วครู่เดียว บัคกี้ก็กลับกลายเป็นนักฆ่าสมองถูกควบคุมเช่นเดิมและกำลังจะยิงสตีฟ แต่ฟัลคอนก็บินโผล่มาถีบบัคกี้กลิ้งไป พอบัคกี้จะลุกขึ้นมายิงอีก แนทก็ยิงปืนกระสุนหัวระเบิดใส่อีกรอบ พวกทีมสไตรท์มาพอดี บัคกี้จึงหลบฉากไป

เมื่อกลับไปที่ Ideal Federal Savings Bank (ไอดีล เฟดเดอรัล เซฟวิ่ง แบงค์) ซึ่งภายในห้องลับธนาคารคือห้องทดลองของไฮดร้าในดี.ซี. บัคกี้เริ่มมีท่าทีว่าจะจำตัวเองได้ว่าเคยเป็นใคร เพราะละลายจากการแช่แข็งนาน และถูกสตีฟกระตุ้นให้นึกได้ด้วย เพียซจึงสั่งให้นักวิทยาศาสตร์ไฮดร้าล้างสมองบัคกี้อีกรอบ และป้อนภารกิจใหม่ ให้สังหารสตีฟให้จงได้

สายไฮดร้ารายงานบัคกี้ว่า พวกของสตีฟบุกไทรสเคลเลี่ยนเพื่อจะหยุดยั้งโครงการอินไซต์ บัคกี้จึงรีบตามสตีฟไปที่ไทรสเคลเลี่ยน เมื่อพบว่าสตีฟอยู่บนยานเหาะเฮลิแคเออร์ลำนึง บัคกี้ก็ตามสตีฟขึ้นไป และเด็ดปีกฟัลคอนหักไปหนึ่งข้าง ตอนนี้จึงเหลือแค่เพื่อนรักทั้งสองอยู่บนยานเหาะ และปะทะกันอย่างหนักหน่วง

บัคกี้เด็ดปีกฟัลคอน (Cap 2)

 

ที่ไทรสเคลเลี่ยน ด้านแนทนั้น ทำการปล่อยไฟล์ลับของชิลด์และไฮดร้าออกสู่โลกอินเตอร์เน็ต เพื่อเปิดโปงไฮดร้าที่แทรกซึมในชิลด์ให้เกลี้ยง หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่แนทปล่อยออกมาก็คือ ภารกิจสังหาร ฮาเวิร์ด สตาร์ค ที่ไฮดร้าซ่อนไว้ในฐานข้อมูลชิลด์ หน่วยชิลด์ จึงล่มสลายนับตั้งแต่นั้น

บัคกี้ยิงสตีฟ แต่ตัวเองก็โดนโครงเหล็กของยานเหาะพังลงมาทับตัวไว้ สตีฟรีบไปยกโครงเหล็กนั้นช่วยชีวิตบัคกี้ และบัคกี้ก็เริ่มคืนสติมานิดหน่อย แต่ก็ยังต่อยสตีฟอยู่ดีโดยสตีฟไม่สู้แล้ว จนกระทั่งสตีฟร่วงลงไปในทะเลสาป บัคกี้รู้สึกว่าต้องช่วยชายคนนี้ จึงกระโดดลงไปในทะเลสาปและช่วยสตีฟไว้ ก่อนที่ตัวเองจะเดินจากไป..

ผ่านไปหลายวัน ด้านแนทก็นำแฟ้มลับวินเทอร์โซลเยอร์ของสหภาพโซเวียตมามอบให้สตีฟเพื่อให้แกะรอยบัคกี้ แต่สตีฟมีภารกิจตามหาคฑาโลกิกับทีมอเวนเจอร์ จึงไหว้วานให้เป็นหน้าที่ฟัลคอนช่วยออกตามหาบัคกี้แทนตนเอง (ฟัลคอนยังไม่สังกัดอเวนเจอร์)

แฟ้มลับที่แนทนำมามอบให้สตีฟ (Cap 2)

 

ผ่านมาหลายสัปดาห์ ตั้งแต่นั้น บัคกี้เริ่มสืบหาตัวตนว่าตัวเองคือใครกันแน่? และไปที่พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยน บัคกี้จึงพบว่าตนเองคือจ่าสิบเอก บูคาแนน “บัคกี้” บานส์ แห่งหน่วยรบ 107 ของกองทัพสหรัฐ และหน่วยจู่โจมพิเศษฮาวลิ่งคอมมานโดของหน่วย SSR สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

บัคกี้พบประวัติตนเองในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยน (Cap 2)

 

ความจำบัคกี้ก็เริ่มกลับมาเหมือนจิ๊กซอว์ ทั้งเหตุการณ์ที่ตนเองยังเป็นมนุษย์ธรรมดา และที่ตนเองมีพลังเหนือมนุษย์ถูกล้างสมองฆ่าคนไปมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่ฆ่า ฮาเวิร์ด สตาร์ค บัคกี้ก็จำได้ บัคกี้จึงรู้สึกโดดเดี่ยวและทรมานใจมาก จากบาปที่ตนทำลงไป

 

ปี 2015 ในงานเลี้ยงที่อเวนเจอส์ทาวเวอร์ โทนี่จัดงานเพื่อฉลองความสำเร็จ ที่ทีมอเวนเจอร์ล้มฐานใหญ่ของไฮดร้าได้ และได้คฑาโลกิกลับคืน ฟัลคอนก็มารายงานกัปตันโรเจอร์ว่า ตนเองออกตามหาเบาะแสของบัคกี้ แต่ก็ยังไม่พบ

ฟัลคอนมารายงานการตามหาบัคกี้กับสตีฟ (Avengers 2)

 

ด้านทางบัคกี้นั้นกบดานลับๆ และย้ายที่อยู่ไปทั่วยุโรปตลอดเวลา ไม่อยู่ที่ประเทศไหนนานๆ และทีมอเวนเจอร์ ก็ทำศึกบู๊แหลกฬารกับอัลตรอนที่ประเทศโซโคเวีย แม้อัลตรอนจะถูกปราบจนสิ้นซาก แต่ชาวโซโคเวียก็ล้มตายไปมากมายเช่นกัน ยูเอ็นจึงเริ่มมีความคิดจะร่างสนธิสัญญาโซโคเวียขึ้นมาแล้วในตอนนี้

 

ปี 2016 บัคกี้ในวัย 99 ปี จากเหตุการที่ผ่านมาที่อเวนเจอร์สทำโลกเสียหาย ยูเอ็นจึงต้องการให้อเวนเจอร์ลงนามสนธิสัญญาโซโคเวีย แต่สตีฟและฟัลคอนไม่เห็นด้วย จึงไม่ลงนาม สร้างความร้าวเล็กๆในทีมเอเวนเจอร์ขึ้นมา

ผู้พัน เฮลมุต ซีโม่ ทหารผู้เก่งกาจด้านแทรกซึมและทำลาย หัวหน้าหน่วยเอคโค่สกอร์เปี้ยนของโซโคเวีย ที่สูญเสียลูกเมียจากเหตุการณ์อเวนเจอร์ปะทะอัลตรอน ก็ได้ค้นพบไฟล์ลับของไฮดร้าที่แนทปล่อยออกมาตอนชิลด์ล่ม ซีโม่จึงคิดจะทำลายอเวนเจอร์แก้แค้นให้ลูกเมียที่ตายไป

ผู้พันซีโม่ ผู้โกรธแค้นอเวนเจอร์ (Cap 3)

 

ซีโม่ถอดรหัสที่ซับซ้อนของไฟล์ที่แนทปล่อยออกมา จนค้นพบภารกิจวินเทอร์โซลเยอร์หรือบัคกี้ลอบสังหารฮาเวิร์ด ซีโม่มีแผนทำลายอเวนเจอร์แล้ว จึงค้นหาผู้พันคาพอพ เพื่อค้นหาสมุดปกดาวแดงที่มีชุดคำสั่งควบคุมสะกดจิตบัคกี้ หลังจากนั้นคาพอพก็ตายลงไป

ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ซีโม่ลอบจุดระเบิดงานลงนามสนธิสัญญาโซโคเวีย และจัดฉากว่าเป็นบัคกี้คือผู้ก่อวินาศกรรมนี้ เหตุการณ์นี้ทำให้กษัตริย์ที’ชาก้าแห่งวากานด้าตายลงไป เจ้าชายที’ชาลล่าหรือแบล็คแพนเธอร์ จึงตามล่าบัคกี้อย่างเอาเป็นเอาตาย

ซีโม่ใส่หน้ากากใบหน้าบัคกี้ เพื่อก่อวินาศกรรม (Cap 3)

 

ที่โรมาเนีย สตีฟ โรเจอร์ส หรือ กัปตันอเมริกา จึงออกตัวปกป้องบัคกี้เพื่อนรัก และตามเบาะแสบัคกี้มาจนถึงโรมาเนีย เกิดเป็นรอยร้าวที่กว้างขึ้นของอเวนเจอร์ส ซึ่งบัคกี้บอกสตีฟว่าตนเองไม่ได้วางระเบิด สตีฟเชื่อเพื่อนรัก แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ทั้งกองกำลังยูเอ็นและแบล็คแพนเธอร์ ก็มาตามจับบัคกี้จนได้ ซึ่งสตีฟก็ต้องการอย่างนั้น เพราะถ้าไม่มีสตีฟขวาง บัคกี้อาจถูกจับตายเลยก็ได้

ที่เยอรมัน ขณะบัคกี้ถูกคุมขัง ซีโม่ก็สวมรอยเป็นจิตแพทย์มาเผชิญหน้ากับบัคกี้ และอ่านชุดรหัสคำสั่งสะกดจิต เพื่อให้บัคกี้บอกข้อมูลเชิงลึกภารกิจสังหารฮาเวิร์ดในปี 1991 ซีโม่จึงรู้ถึงเทปลับที่บันทึกภารกิจนี้

ซีโม่หนีไปได้ บัคกี้ฟาดงวงฟาดงา หลุดความเป็นตัวเองอีกครั้งในรอบ 2 ปี และสตีฟกับฟัลคอนก็พาบัคกี้หนีไป สตีฟกับฟัลคอนจึงกลายเป็นผู้ต้องหาพาผู้ร้ายหลบหนีไปด้วย

บัคกี้ถูกล็อคแขนไว้กันฟาดงวงฟาดงาอีก (Cap 3)

 

บัคกี้กลับมามีสติรู้ตัวเองอีกครั้ง และเล่าเรื่องวินเทอร์โซลเยอร์อีก 5 คนให้สตีฟกับฟัลคอนฟัง สตีฟคิดว่าซีโม่ต้องการนำวินเทอร์โซลเยอร์ทั้ง 5 มาปั่นป่วนโลก จึงวางแผนเดินทางไปไซบีเรียกัน

แต่ระหว่างกำลังจะขึ้นเครื่องที่สนามบินเยอรมัน ทีมไอออนแมนก็มาขวางทางทีมแคปไว้ เมื่อรอยร้าวเริ่มมากขึ้นจึงเกิดการปะทะกัน ในที่สุดสตีฟกับบัคกี้ก็ขึ้นควินเจ็ทไปไซบีเรียได้ หากแต่เพื่อนๆคนอื่นในทีมแคปถูกจับกลับไปขังคุกแรฟของยูเอ็นกันหมด

การปะทะกันของเพื่อนๆ  (Cap 3)

 

ด้านทางโทนี่รู้ข้อมูลแล้วว่า ซีโม่คือผู้อยู่เบื้องหลังการวินาศกรรมที่เวียนนา ไม่ใช่บัคกี้ โทนี่จึงตามสตีฟกับบัคกี้ไปที่ไซบีเรียหวังจะช่วยเหลือ โดยมีแบล็คแพนเธอร์แอบตามไปอีกคน

ที่ไซบีเรีย โซเวียต ด้านซีโม่ฆ่าวินเทอร์โวลเยอร์ทั้ง 5 คนทิ้ง และโทนี่ก็ต้องรับรู้เรื่องราวอันแสนเศร้าและโหดร้ายจากเทปที่ซีโม่ค้นพบและปล่อยให้ดู เมื่อรู้ว่าพ่อแม่ของโทนี่ไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ หากแต่ถูกบัคกี้ฆ่า โทนี่จึงไล่ฆ่าบัคกี้อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีสตีฟคอยขวาง ผลของการต่อสู้ บัคกี้เสียแขนเหล็กไป อาร์ครีแอคเตอร์บนชุดโทนี่ถูกสตีฟใช้โล่ทำลาย และสตีฟ ก็คืนโล่ให้โทนี่ ทีมอเวนเจอร์จึงแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างที่ซีโม่ต้องการ

สตีฟและเพื่อนใหม่กับเพื่อนเก่า (Cap 3)

 

ด้านทางแบล็คแพนเธอร์นั้นรับรู้แล้วเช่นกันว่า ซีโม่คือผู้วางระเบิดที่เวียนนา แบล็คแพนเธอร์ไม่ฆ่าซีโม่ หากแต่จับกลับไปให้ทางยูเอ็นและซีไอเอคุมขังแทน

ที่วากานด้า แบล็คแพนเธอร์นั้น ยินดีให้บัคกี้มาลี้ภัย และรักษาอาการที่แลปของชูรีน้องสาวตน เพื่อหาวิธีลบล้างอาการโดนสะกดจิตของบัคกี้ โดยสตีฟมาส่งบัคกี้ด้วยตนเอง

บัคกี้ที่ไม่มีแขนเหล็กของไฮดร้าอีกแล้ว (Cap 3)

 

ปี 2019 บัคกี้ในวัย 102 ปี ผ่านมา 3 ปี ที่บัคกี้อยู่รักษาตัวที่วากานด้า ซึ่งทุกคนในวากานด้าเรียกบัคกี้ว่า “ไวท์วูล์ฟ” หรือ หมาป่าขาว สตีฟและเพื่อนๆก็พาวิชั่นมาหาชูรี เพื่อให้ชูรีถอด มณีจิตใจ หรือ มายด์สโตน ออกจากหน้าผากวิชั่นเพื่อให้วานด้าทำลายทิ้ง

การมาวากานด้าของวิชั่น ก็ลากพวกลูกบุญธรรมและกองทัพลิ่วล้อธานอสมาด้วย บัคกี้จึงต้องใส่แขนไวเบรเนียมที่ชูรีทำให้ เพื่อออกไปสู้กับเพื่อนๆปกป้องมณีจิตใจ แต่ในที่สุดธานอสก็วาร์ปจากไททันตามมาโลก และได้ครอบครองมณีครบทั้ง 6 ชนิด ธานอสดีดนิ้วสังหารสิ่งมีชีวิตแบบสุ่มไปครึ่งจักรวาล รวมถึงบัคกี้ก็ตายลงไปด้วยจากการดีดนิ้วของธานอสด้วย

สตีฟมองบัคกี้สลายกลายเป็นผงต่อหน้าต่อตา (Avengers 3)

 

บัคกี้ จะถูกชุบชีวิตกลับมาหรือไม่ โปรดติดตามเรื่องราวต่อในภาพยนตร์เรื่อง Avengers 4: Endgame มีความยาวทั้งสิ้น 3 ชม. 2 นาที กำหนดฉายในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้ สวัสดีครับ _/\_

ผู้เขียน หลวงจีนหอไตร

Hello! Every one. จุดเริ่มต้นงานเขียนของผมก็คือ ผมเป็นนักอ่านก่อนครับ และที่ผ่านมาผมก็หาอ่านงานเขียนแนวสรุปภาพยนตร์ยากเย็นเหลือเกิน ผมจึงเริ่มเขียนบทความเองและสร้างเว็บไซต์เองซะเลย

ดูโพสท์ทั้งหมด

Tags: